<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117052</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 21:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สินิตย์ เลิศไกร” รมช. พาณิชย์ เปิดตัว “มหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา (IP Fair 2021)”  บนแพลตฟอร์มออนไลน์เต็มรูปแบบ 15 - 19 ก.ย. นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;สินิตย์ เลิศไกร&amp;rdquo; รัฐมนตรีช่วยว่าการพาณิชย์ เปิดงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;IP Fair 2021 &amp;ldquo;มหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา 2564&amp;rdquo; ผ่านระบบออนไลน์ด้วยเทคโนโลยี Virtual Event เต็มรูปแบบ สร้างประสบการณ์เข้าชมงานเสมือนจริง &amp;nbsp;พร้อมนำไอเดียนวัตกรรมใหม่กว่า 200 ราย จัดแสดง และเปิดเวทีจับคู่ธุรกิจ เพื่อผู้สนใจนำไปต่อยอดผลิตสินค้า รวมทั้งจัดสัมมนาโดยมีวิทยากรชั้นนำทั้งในประเทศ และต่างประเทศมาถ่ายทอดความรู้เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสินิตย์ เลิศไกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังพิธีเปิดงาน IP Fair 2021 ว่า การนำทรัพย์สินทางปัญญาของไทยมาต่อยอดให้เกิดรายได้กับประเทศถือเป็นภารกิจสำคัญที่กระทรวงพาณิชย์ต้องการเร่งส่งเสริม เนื่องจากการสร้างสรรค์ผลงานทรัพย์สินทางปัญญาที่สามารถต่อยอดสู่การสร้างรายได้จะเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งได้ในระยะยาว และพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้จัดงาน IP Fair 2021 ขึ้นระหว่างวันที่ 15 &amp;ndash; 19 กันยายน 2564 ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ตลาดไอเดีย สร้างโอกาส สร้างธุรกิจ&amp;rdquo; ในรูปแบบออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ www.thailandipfair.com&amp;nbsp; โดยนำเทคโนโลยี Virtual Event เต็มรูปแบบมาใช้ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับประสบการณ์ใหม่ที่รู้สึกเหมือนได้เข้าไปชมงานจริง &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภายในงานยังได้รับรวมความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาอย่างครบถ้วน และนำทรัพย์สินทางปัญญากว่า 200 รายการ มาร่วมจัดแสดงและจับคู่ธุรกิจ และยังมีผลงานจากสถาบันการศึกษามาร่วมจัดแสดง เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำอุปกรณ์กันกระแทกสำหรับภาชนะบรรจุของเหลว , Bamboo Serum and Micellar , ไก่ยอปราศจากไขมันสัตว์พร้อมรับประทาน สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นำผลงานไส้กรอกปลาทู และถังหมักขยะ มาจัดแสดง เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในงานนี้นอกจากจะนำทรัพย์สินทางปัญญา และนวัตกรรมใหม่มาจัดแสดงแล้ว ยังมีไฮไลท์สำคัญในการจัดเวทีให้ความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญากว่า 10 สัมมนา ได้แก่ 1.ถอดรหัสความสําเร็จ K-Series &amp;ndash; Series Y บน Streaming Platforms &amp;nbsp;2.IP-Driven Growth for SMEs : ทรัพย์สินทางปัญญานำธุรกิจ พิชิตตลาด SMEs 3.ก้าวต่อไปของสิทธิบัตรไทย ยกระดับเทียบชั้นสากล ด้วยระบบบริหารจัดการคุณภาพสิทธิบัตร (PQMS): Part I&amp;nbsp; 4.พื้นฐาน IP เรื่องสำคัญที่ธุรกิจต้องรู้ 5.นวัตกรรมสำหรับเกษตรกรไทยยุคใหม่...ก้าวต่อไปสู่ Smart Farming 6.ก้าวต่อไปของสิทธิบัตรไทย ยกระดับเทียบชั้นสากลด้วยระบบบริหารจัดการคุณภาพสิทธิบัตร(PQMS): Part II 7.IP &amp;amp; NFT คู่แท้สร้างรายได้ &amp;nbsp;8.ร้านอาหาร อยู่รอดด้วย IP ใช่หรือไม่? &amp;nbsp;9.IP โอกาสสร้างรายได้ &amp;nbsp;10.&amp;quot;ไอเดีย&amp;quot; จุดเริ่มธุรกิจที่ทรงคุณค่า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; IP Fair 2021 ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมายที่จะทำให้ทุกท่านสามารถนำไอเดียมาสร้างเป็นรายได้ อาทิ บริการให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา โซนจับคู่ธุรกิจ ตลาดสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) กว่า 22 รายการ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งมั่นใจว่าการจัดงาน IP Fair 2021 จะทำให้ผู้เข้าร่วมชมงานทั้งผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป ได้รับประโยชน์ ความรู้ และไอเดียใหม่ ๆ ในการดำเนินธุรกิจอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ นายสินิตย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า งาน IP Fair 2021 จะนำมาสู่โอกาสทางธุรกิจผ่านตลาดกลางทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งคาดว่าจะมีเงินสะพัดกว่า 50 ล้านบาท นอกจากนี้ กิจกรรมต่าง ๆ ในงาน จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการวิจัยและพัฒนา (R&amp;amp;D) ของคนไทยบนพื้นฐานความต้องการของภาคธุรกิจ สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรม นำมาสู่การนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ประโยชน์ให้มากยิ่งขึ้น และจะช่วยเสริมสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุนในประเทศต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กระทรวงพาณิชย์จึงขอเชิญชวนทุกท่านที่มีไอเดียหรือกำลังมองหาแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเองและธุรกิจ สามารถเยี่ยมชมงาน IP Fair 2021 ได้ตั้งแต่วันที่ 15 - 19 กันยายน 2564 ทางเว็บไซต์ www.thailandipfair.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่สายด่วนกรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร. 1368&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117052</URL_LINK>
                <HASHTAG>IP Fair 2021, R&amp;D, กรมทรัพย์สินทางปัญญา, กระทรวงพาณิชย์, ตลาดไอเดีย สร้างโอกาส สร้างธุรกิจ, นายสินิตย์ เลิศไกร, มหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา 2564, เทคโนโลยี Virtual Event</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_6144a2dd805b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 14:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 14:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมทรัพย์สินทางปัญญาดึงนักออกแบบพัฒนาบรรจุภัณฑ์สินค้า GI ไทย ดันขึ้นชั้นสินค้าพรีเมี่ยม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กรมทรัพย์สินทางปัญญาเสริมแกร่งสินค้า GI ไทย เชิญนักออกแบบมืออาชีพช่วยออกแบบบรรจุภัณฑ์ จำนวน 10 สินค้า มั่นใจช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม ดันขึ้นชั้นสินค้าพรีเมียม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ ได้เดินหน้ายกระดับสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) โดยได้ดำเนินโครงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์สินค้า GI ไทย เพื่อพัฒนาปรับปรุงรูปลักษณ์ของบรรจุภัณฑ์ให้โดดเด่น ทันสมัย สวยงาม เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาดให้สินค้า GI โดยได้เชิญนักออกแบบมืออาชีพมีประสบการณ์และผลงานด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ระดับแนวหน้าของประเทศ ร่วมกันสร้างสรรค์ ต่อยอด พัฒนาสินค้าชุมชนผ่านการบรรจุภัณฑ์อันทรงคุณค่าให้แก่สินค้า GI ไทย และได้คัดเลือกผู้ผลิต ผู้ประกอบการสินค้า GI จำนวน 10 รายการ เพื่อเข้าสู่การพลิกโฉมยกระดับบรรจุภัณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​สำหรับสินค้า GI ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ได้แก่ 1. กล้วยเล็บมือนางชุมพร (Chumphon Lady finger Banana) 2. กาแฟเมืองกระบี่ (Muang Krabi Coffee) 3. ข้าวหอมมะลิอุบลราชธานี (Ubon Ratchathani Hom Mali Rice) 4.ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ (Sisaket Volcanic Area Durian) 5. นิลเมืองกาญจน์ (Muang Kan Black Spinel) 6. ปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี (Uthai Thani Sakae Krang River Basin Gourami Fish) 7. แปจ่อเขียวแม่สอด (Pae Jor Khaew Maesod Bean) 8. ผ้าหม้อห้อมแพร่ (Mor Hom Phrae Fabric) 9. ส้มโอทองดีบ้านแท่น (Thong Dee Ban Thaen Pomelo) และ 10. ส้มโอหอมควนลัง (Khuan Lang Aromatic Pomelo)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​ทั้งนี้ กรมฯ ได้เชิญนักออกแบบและผู้ประกอบการสินค้า GI มาร่วมพูดคุยเกี่ยวกับข้อมูลสินค้า และสอบถามความต้องการของผู้ประกอบการ เป็นการประชุม 3 ฝ่าย เพื่อหาแนวทางในการออกแบบให้บรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบมาช่วยเพิ่มมูลค่าให้สินค้า และผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริงแล้ว และหลังจากการประชุม 3 ฝ่าย นักออกแบบได้นำข้อมูลจากการประชุมร่วมกัน ไปออกแบบบรรจุภัณฑ์และตราสินค้าให้ผู้ประกอบการ 3 แบบ เพื่อเลือกนำไปใช้จริง 1 แบบ เมื่อผู้ประกอบการเลือกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ชอบ และที่ใช่แล้ว นักออกแบบก็จะนำแบบที่ผู้ประกอบการเลือกใช้ปรับแบบให้ตรงตามระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ใส่ข้อมูลให้ครบถ้วน สำหรับการผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์เพื่อใช้งานจริง&amp;nbsp;โดยกรมฯ ได้ผลิตบรรจุภัณฑ์ให้ผู้ประกอบการได้นำไปใช้งานจริงมีมูลค่ารายละ 30,000 บาทอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​&amp;ldquo;มั่นใจว่าโครงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย จะช่วยพัฒนา ต่อยอด และยกระดับสินค้า GI ไทย ให้เกิดภาพลักษณ์ที่โดดเด่น สามารถถ่ายทอดอัตลักษณ์ของสินค้า GI ไทย หลอมรวมกับบรรจุภัณฑ์ให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียวอันทรงคุณค่าของท้องถิ่นได้อย่างงดงาม ส่งผลในการสร้างความแข็งแกร่ง และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า GI ไทย เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ผลิตและผู้ประกอบการสามารถขายสินค้าได้ในราคาที่สูงขึ้น และช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ผู้ผลิตสินค้าชุมชนและยกระดับเป็นสินค้าพรีเมี่ยมได้ตามเป้าหมาย&amp;rdquo;นายวุฒิไกรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI)&amp;nbsp; คือ ชื่อ หรือสัญลักษณ์ที่ใช้เรียกสินค้าที่มาจากแหล่งผลิตที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งคุณภาพหรือชื่อเสียงของสินค้านั้น ๆ เป็นผลมาจากการผลิตในพื้นที่ดังกล่าว GI จึงเปรียบเสมือนเป็นแบรนด์ของท้องถิ่นที่บ่งบอกถึงคุณภาพและแหล่งที่มาของสินค้า ปัจจุบัน สินค้า GI ไทย นับเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ทั้งในเรื่องของการส่งเสริมให้มีการการขึ้นทะเบียน GI และการเร่งผลักดันการพัฒนาสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ในทุกมิติ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เป็นกำลังสำคัญในการสานต่อนโยบายรัฐบาล และเป็นหน่วยงานที่เร่งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศในการบริโภคสินค้า GI ทั้งการสร้างมาตรฐานสินค้า GI เพื่อช่วยรับประกันสินค้า GI ไทยว่าเป็นสินค้าท้องถิ่นที่มีคุณภาพ มาตรฐาน พิเศษกว่าสินค้าจากแหล่งอื่น สามารถจำหน่ายได้ในราคาที่สูงขึ้น และยังทำให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นว่าจะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพและมาจากแหล่งผลิตที่แท้จริง รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้า GI ไทย เพื่อสร้างการเติบโตให้กับเศรษฐกิจในระดับฐานราก และสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจของประเทศ​&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116158</URL_LINK>
                <HASHTAG>Geographical Indication: GI, กรมทรัพย์สินทางปัญญา, นักออกแบบมืออาชีพ, ยกระดับสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์, สินค้า GI, สินค้า GI ไทย, ออกแบบบรรจุภัณฑ์, โครงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์สินค้า, ​นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์, ​สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139b753c1736.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมทรัพย์สินทางปัญญาชวนร่วมงาน IP FAIR 2021 บนแพลตฟอร์มออนไลน์เต็มรูปแบบ ชูตลาดไอเดียทรัพย์สินทางปัญญา สร้างโอกาสทางธุรกิจผ่านพ้นวิกฤตโควิดไปด้วยกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กรมทรัพย์สินทางปัญญาจัด &amp;ldquo;มหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา (IP Fair 2021)&amp;rdquo; งานออนไลน์เต็มรูปแบบ ผ่านเว็บไซต์ www.thailandipfair.com ระหว่างวันที่ 15 - 19 กันยายนนี้ ในงานมีทั้งตลาดไอเดียทรัพย์สินทางปัญญากว่า 200 รายการ การจับคู่ธุรกิจ เวทีสัมมนาด้านทรัพย์สินทางปัญญากว่า 10 สัมมนา บริการให้คำปรึกษาทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมร่วมเป็นกำลังใจอุดหนุนสินค้า GI กว่า 20 รายการผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ คาดสร้างโอกาสทางธุรกิจ สร้างรายได้จากทรัพย์สินทางปัญญากระตุ้นเศรษฐกิจไทยฝ่าวิกฤติโควิด 19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า &amp;ldquo;หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของกรมทรัพย์สินทางปัญญา คือ การส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญามาสร้างรายได้ซึ่งจะนำมาสู่การขับเคลื่อนประเทศ การจัดกิจกรรม &amp;ldquo;มหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา 2564&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;งาน IP Fair 2021&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 &amp;ndash; 19 กันยายน 2564 ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ตลาดไอเดีย สร้างโอกาส สร้างธุรกิจ&amp;rdquo; จึงเป็นอีกกิจกรรมสำคัญของกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่เต็มไปด้วยโอกาสทางธุรกิจจากการนำทรัพย์สินทางปัญญามาสร้างรายได้&amp;nbsp;เหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ นักวิจัย นักประดิษฐ์ ผู้ประกอบการ Start up หรือผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการหาแรงบันดาลใจหรือมีความสนใจด้านนวัตกรรม ไม่ว่าจากการริเริ่มใหม่หรือ ต่อยอดจากฐานข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งในงานจะสะท้อนให้เห็นว่าทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า &amp;ldquo;งาน IP Fair 2021 ในครั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาจัดขึ้นเป็นปีที่ 19 ซึ่งด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 จึงทำให้กรมฯ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานมาเป็น Virtual Event บนแพลตฟอร์มออนไลน์เต็มรูปแบบ โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมายที่จะทำให้ทุกท่านสามารถนำไอเดียมาสร้างเป็นรายได้ อาทิ โซนตลาดไอเดียทรัพย์สินทางปัญญา โซนจับคู่ธุรกิจ โซนสัมมนาทรัพย์สินทางปัญญา โซนให้คำปรึกษาทรัพย์สินทางปัญญา และโซนจำหน่ายสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กว่า 20 รายการ จึงขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างธุรกิจด้วยทรัพย์สินทางปัญญา โดยเข้าร่วมงาน &amp;ldquo;มหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา 2564&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;IP Fair 2021&amp;rdquo; ได้ฟรี ตั้งแต่วันที่ 15 - 19 กันยายน 2564 ทางเว็บไซต์ www.thailandipfair.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางสายด่วนกรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร 1368&amp;rdquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115496</URL_LINK>
                <HASHTAG>IP Fair 2021, Virtual Event, www.thailandipfair.com, กรมทรัพย์สินทางปัญญา, กระตุ้นเศรษฐกิจ, ตลาดไอเดีย สร้างโอกาส สร้างธุรกิจ, ตลาดไอเดียทรัพย์สินทางปัญญา, นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์, ปรึกษาทรัพย์สินทางปัญญา, มหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา 2564, สินค้า GI</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_6131c54886655.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 22:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 22:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;พาณิชย์&#039;ขึ้นทะเบียนสินค้า GI &#039;ข้าวขาวกอเดียวพิจิตร&#039; ของไทย และ &#039;เชอร์รี่ฮิกาชิเนะ&#039; จากญี่ปุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค. 2564 นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สินค้ารายการใหม่ 2 รายการ โดยเป็นสินค้าไทย 1 รายการ คือ ข้าวขาวกอเดียวพิจิตร และสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น 1 รายการ คือ เชอร์รี่ฮิกาชิเนะ ทำให้ขณะนี้ มีสินค้า GI ไทยที่ขึ้นทะเบียนแล้ว 137 รายการ และมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้มีการขึ้นทะเบียนให้ได้ 15 รายการภายในปีนี้ เพื่อช่วยสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าได้เพิ่มขึ้น จากความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สามารถผลิตได้ในท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้าวขาวกอเดียวพิจิตร ที่ขึ้นทะเบียน GI ครอบคลุมทั้งข้าวเปลือก ข้าวกล้อง และข้าวสาร มีลักษณะเด่น คือ เมล็ดข้าวเรียวยาวสามารถสีเป็นข้าวสารได้ 100% เมื่อหุงสุกข้าวจะร่วนค่อนข้างแข็ง ส่วนของปลายข้าว สามารถใช้ผลิตเส้นขนมจีน เส้นก๋วยเตี๋ยว เพราะมีความข้นหนืด ซึ่งเป็นคุณสมบัติดั้งเดิมของข้าวขาวกอเดียวพิจิตร และยังเป็นข้าวนาปีไวต่อแสง ทำให้ลำต้นมีความสูงถึง 190 เซนติเมตร จึงเหมาะที่จะปลูกในพื้นที่ลุ่มที่มีน้ำหลากในช่วงฤดูฝนของจังหวัดพิจิตร
ส่วนเชอร์รี่ฮิกาชิเนะ เป็นเชอร์รี่สายพันธุ์ซาโต-นิชิกิ และเบนิ-ซูโฮ มีผลสีแดง ขนาดใหญ่ มีรสชาติหวาน อมเปรี้ยวกลมกล่อมพอเหมาะ มีการปลูกมานานกว่า 90 ปี ในเมืองฮิกาชิเนะ จังหวัดยามากาตะ ประเทศญี่ปุ่น เป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับทั้งในด้านรสชาติและรูปลักษณ์ที่โดดเด่นสวยงาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่ไทยรับขึ้นทะเบียนสินค้า GI จากต่างประเทศ เป็นการสร้างความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการชาวต่างชาติ ในระบบการคุ้มครอง GI และการปกป้องไม่ให้ถูกละเมิดชื่อสินค้า GI และในทางกลับกัน ไทยก็จะดำเนินการผลักดันการขึ้นทะเบียน GI ในต่างประเทศให้กับสินค้าไทยเพิ่มมากขึ้นด้วย&amp;rdquo;นายสินิตย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญายังจะเดินหน้าผลักดันให้มีการจัดทำระบบควบคุมมาตรฐานสินค้า GI เพื่อรักษาคุณภาพของสินค้า ตลอดจนส่งเสริมด้านการตลาดทั้งในและต่างประเทศในวงกว้างและครบวงจร ซึ่งขณะนี้มีสินค้า GI ไทยที่ได้รับการยอมรับอย่างมาก เช่น ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง กาแฟดอยช้าง กาแฟดอยตุง เส้นไหมไทย พื้นบ้านอีสาน ผ้าไหมยกดอกลาพูน และส้มโอทับทิมสยามปากพนัง เป็นต้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102960</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพย์สินทางปัญญา, ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI), ข้าวขาวกอเดียวพิจิตร, สินิตย์ เลิศไกร, เชอร์รี่ฮิกาชิเนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210514/image_big_609e969668248.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 16:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์เผยสหรัฐฯคงสถานะคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 พ.ค. 2564 นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ได้ประกาศผลการพิจารณาการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศต่างๆ ภายใต้กฎหมายการค้าสหรัฐฯ มาตรา 301 พิเศษ ประจำปี 2564 โดยยังคงประเทศไทยให้อยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (Watch List : WL) เหมือนเดิม ร่วมกับอีก 23 ประเทศ เช่น เวียดนาม ปากีสถาน จีเรีย โรมาเนีย ตุรกี บราซิล แคนาดา และเปรู เป็นต้น ซึ่งถือว่าน่าพอใจ และต้องขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ที่ร่วมแรงร่วมใจในการทำงานอย่างหนัก และหวังว่าทุกหน่วยงานจะร่วมมือกันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่ไทยมุ่งมั่นพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะส่งผลให้ไทยสามารถรักษาสถานะในบัญชี WL ไว้ได้แล้ว ยังมีส่วนเสริมสร้างบรรยากาศทางการค้าการลงทุนในประเทศ และสร้างแรงจูงใจให้คนไทยคุ้มครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญามากยิ่งขึ้น อันจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในการประกาศผลครั้งนี้ มี 9 ประเทศที่อยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามองพิเศษ (Priority Watch List : PWL) ได้แก่ จีน อินโดนีเซีย อินเดีย ซาอุดิอาระเบีย รัสเซีย ยูเครน อาร์เจนตินา ชิลี และเวเนซุเอลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวุฒิไกรกล่าวว่า สหรัฐฯ ได้ชื่นชมรัฐบาลไทยที่ให้ความสำคัญด้านการคุ้มครองและป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และชื่นชมกระทรวงพาณิชย์ที่มีการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง มีการปราบปรามการละเมิดทั้งในท้องตลาดและบนอินเทอร์เน็ต การพัฒนากฎหมายให้ทันสมัยตอบโจทย์กับสถานการณ์ปัจจุบัน การเตรียมการเข้าเป็นภาคีความตกลงระหว่างประเทศ เช่น ความตกลงกรุงเฮกว่าด้วยการจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ระหว่างประเทศ และสนธิสัญญาว่าด้วยลิขสิทธิ์แห่งองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก รวมถึงการจัดกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาในหลากหลายรูปแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ยังชื่นชมกระทรวงพาณิชย์ ที่เป็นหน่วยงานแกนกลางระหว่างภาครัฐของไทยกับภาคเอกชนต่างประเทศ ทำให้สหรัฐฯ ทราบการดำเนินการของไทยที่ชัดเจน ซึ่งกรมฯ จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสหรัฐฯ จัดทำแผนงานด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP Work Plan) เพื่อผลักดันให้ไทยหลุดจากทุกบัญชีในอนาคต ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังมีข้อห่วงกังวลในบางประเด็น เช่น การคุ้มครองและการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในช่องทางต่างๆ เป็นต้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102103</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพย์สินทางปัญญา, นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์, ประเทศที่ต้องจับตามอง (Watch List : WL), สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210507/image_big_609503788db8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 15:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 15:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อภ.เดินหน้าผลิตยา&#039;ฟาวิพิราเวียร์&#039; คาดขึ้นทะเบียนอย.เดือนก.ค.แม้กรมทรัพย์สินฯ ปฎิเสธให้สิทธิบัตร  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 พ.ค.64-นพ.วิฑูรย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ให้สัมภาษณ์ว่า องค์การฯ ขอขอบคุณ ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน และทุกภาคส่วนที่ช่วยกันหาทางออกให้กับประเทศไทย เมื่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้มีคำสั่งปฏิเสธคำขอรับสิทธิบัตรยาฟาวิพิราเวียร์รูปแบบเม็ด ด้วยเห็นว่าคำยื่นขอสิทธิบัตรของบริษัทที่ยื่นขอนั้นไม่มีขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น ทำให้องค์การฯ สามารถ ผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งเป็นยาที่จำเป็นอย่างมากในการรักษาผู้ป่วยโควิด 19&amp;nbsp;&amp;nbsp;แม้ว่ากระบวนการตามกฎหมายยังเปิดโอกาสให้ผู้ยื่นขอฯ สามารถอุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการสิทธิบัตรได้ภายใน 60 วัน หากไม่มีการอุทธรณ์ภายในระยะเวลาดังกล่าว จะถือว่าคำสั่งปฏิเสธของกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นที่สุด เสร็จสิ้นกระบวนการทางกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์วิฑูรย์กล่าวต่อว่า องค์การฯ ได้เริ่มทำการศึกษาชีวสมมูลในอาสาสมัครสุขภาพดี ตั้งแต่เมื่อปลายเดือนเมษายน 2564 เพื่อศึกษาความเท่าเทียมกันในการรักษาเปรียบเทียบกับยาต้นแบบ โดยนำยาที่องค์การฯ ผลิตในระดับอุตสาหกรรมไว้จำนวนกว่า 3 แสนเม็ดไปใช้ในการศึกษาชีวสมมูลครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีกำหนดแล้วเสร็จและสามารถยื่นข้อมูลขึ้นทะเบียนให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ประมาณเดือนกรกฎาคม 2564 ส่วนการผลิตเพื่อจำหน่ายนั้น องค์การฯ จะสามารถผลิตยาเม็ด Favipiravir ได้ทันทีตามข้อมูลที่ระบุไว้ในทะเบียนยา ภายหลังได้ทะเบียนตำรับยาจาก อย.&amp;nbsp;&amp;nbsp;สามารถผลิตได้ไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ล้านเม็ด และสามารถขยายกำลังการผลิตได้ตามความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งโรงงานที่ถนนพระราม 6 และโรงงานผลิตยาขององค์การฯ ที่คลอง10 อำเภอธัญบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยขณะนี้ได้มีการประสานสั่งซื้อวัตถุดิบสำหรับผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ไว้แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;5 แหล่ง จากประเทศจีน 1 แหล่งอินเดีย 4 แหล่ง ซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบที่มีมาตรฐานและผู้ผลิตยาทั่วโลกใช้วัตถุดิบจากแหล่งต่าง ๆเหล่านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.อภ.กล่าวต่อว่า ในระยะยาวองค์การฯ ยังได้ร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในการวิจัยและพัฒนากระบวนการสังเคราะห์วัตถุดิบยา Favipiravir ในระดับห้องปฏิบัติการ และขยายขนาดการผลิตสู่กึ่งระดับอุตสาหกรรม ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างโรงงานสังเคราะห์วัตถุดิบยา Favipiravir และวัตถุดิบยาจำเป็นอื่น ๆ สำหรับการผลิตวัตถุดิบในระดับอุตสาหกรรม ทำให้คนไทยได้เข้าถึงยาฟาวิพิราเวียร์ที่ผลิตได้เอง สร้างความมั่นคง ยั่งยืน และการพึ่งพาตนเองด้านยาให้กับประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101991</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพย์สินทางปัญญา, ยาฟาวิพาราเวียร์, อภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_6093abf0e75fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101873</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 18:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 18:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ปัดคำขอสิทธิบัตร เปิดทางอย. และบริษัทยาไทยผลิต “ฟาวิพิราเวียร์” รูปแบบเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค. 2564 นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาคำขอรับสิทธิบัตรยา &amp;ldquo;ฟาวิพิราเวียร์&amp;rdquo; รูปแบบยาเม็ด ที่มีการสอบถามความคืบหน้ามาก่อนหน้านี้ ว่า กรมฯ ได้มีคำสั่งปฏิเสธคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตรแล้ว ภายหลังจากให้โอกาสผู้ขอได้ชี้แจงเพิ่มเติม โดยผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรพิจารณาแล้ว ยังคงเห็นว่าการประดิษฐ์ดังกล่าว ไม่มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น ตามมาตรา 5 (2) และมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 ทำให้ปัจจุบันไม่มีผู้ใดมีสิทธิผูกขาดในยาฟาวิพิราเวียร์ ทั้งในโครงสร้างสารออกฤทธิ์หลัก ซึ่งไม่เคยมีการขอรับสิทธิบัตรในประเทศไทย และรูปแบบยาเม็ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรมฯ ได้มีคำสั่งปฏิเสธคำขอแล้วในวันนี้ (5 พ.ค.) หากองค์การเภสัชกรรม หรือบริษัทยาสามัญไทยรายอื่นประสงค์จะผลิตยาดังกล่าว เพื่อใช้ในประเทศ ก็สามารถดำเนินการได้ แต่เนื่องจากกระบวนการของกฎหมาย ยังเปิดโอกาสให้ผู้ขอ สามารถอุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการสิทธิบัตรได้ภายใน 60 วัน หากไม่มีการอุทธรณ์ภายในระยะเวลาดังกล่าว จึงจะถือว่าคำสั่งปฏิเสธของกรมฯ เป็นที่สุด และเสร็จสิ้นกระบวนการทางกฎหมาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวุฒิไกร กล่าวว่า ทุกภาคส่วนกำลังช่วยกันแก้ปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามบทบาทและหน้าที่ของตนเองภายใต้เป้าหมายเดียวกัน คือ ให้ประชาชนเข้าถึงยาที่จำเป็นได้อย่างทันท่วงที และไม่อยากให้มองว่าสิทธิบัตรเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงยาเพียงอย่างเดียว เพราะหากมองในมุมกลับกัน ตั้งแต่โรคโควิด-19 ระบาดในไทยเมื่อต้นปี 2563 มีคนไทยยื่นจดสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 แล้วกว่า 60 คำขอ เช่น หน้ากากอนามัย ตู้อบฆ่าเชื้อ ยาต้านไวรัส และหุ่นยนต์ขนส่งอาหารในโรงพยาบาล เป็นต้น จึงเห็นได้ว่าสิทธิบัตร ก็เป็นประโยชน์สำหรับคนไทยที่จะทำให้ข้ามผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเด็นที่มีการเสนอในบางสื่อว่า ประเทศไทยไม่สามารถบังคับใช้สิทธิตามสิทธิบัตร (Compulsory License หรือ CL) เพื่อผลิตยาที่มีสิทธิบัตรขึ้นเองได้ เนื่องจากติดขัดที่กรมทรัพย์สินทางปัญญากำลังแก้ไขกฎหมายสิทธิบัตรนั้น เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน กรมฯ ขอเรียนว่า การแก้ไขกฎหมายสิทธิบัตรที่มีการอ้างถึง ปัจจุบันเป็นเพียงร่างกฎหมายที่อยู่ภายในหน่วยงาน ยังต้องผ่านกระบวนการพิจารณาด้วยความรอบคอบอีกหลายขั้นตอนกว่าจะมีผลบังคับใช้ ดังนั้น การใช้สิทธิ CL จึงยังเป็นอำนาจของกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้อง ตามมาตรา 51 แห่งพ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 ซึ่งบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101873</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพย์สินทางปัญญา, ผลิตเอง, ฟาวิพิราเวียร์, วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6088c639aaf6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
