<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 17:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 17:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.เฝ้าระวังอุทกภัย 24 ชม. ลุยจัดรถ Mobile Service ช่วยพาหนะเสียบนทางหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต.ค. 2564 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม มีความห่วงใยต่อประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม จึงได้กำชับหน่วยงานในสังกัดให้เร่งช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างเต็มกำลัง&amp;nbsp; พร้อมทั้งให้ติดตามเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยและทันท่วงที และให้รายงานผลการดำเนินงานมายังกระทรวงฯ รับทราบทุกวันและประชาสัมพันธ์การดำเนินการไปยังสื่อมวลชนและประชาชนให้รับทราบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้เตรียมพร้อมเครื่องมือ เครื่องจักร สะพานเบลีย์ และจัดเจ้าหน้าที่คอยช่วยเหลืออำนวยความสะดวกปลอดภัยให้กับประชาชนตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อีกทั้งช่วงนี้ยังอยู่ในฤดูฝนจึงกำชับหน่วยงานในพื้นที่ให้เตรียมพร้อมและเฝ้าระวังเป็นพิเศษ กรณีน้ำท่วมสูงได้ติดตั้งป้ายเตือน ป้ายแนะนำเส้นทาง หลักนำทาง ไฟกะพริบ จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจร เร่งสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่ วางแท่งแบริเออร์ เรียงกระสอบทราย และกำแพงดินเพื่อชะลอน้ำ กรณีถนนหรือสะพานขาด/ชำรุด ได้เร่งติดตั้งสะพานเบลีย์เชื่อมทาง และกรณีดินไหล่เขาข้างทาง Slide ได้นำเครื่องจักรเขาเกลี่ยดินออกเพื่อให้ประชาชนสัญจรได้สะดวก&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้ตั้งจุดให้บริการประชาชน จัดรถ Mobile Service&amp;nbsp; ช่วยเหลือประชาชนกรณีรถเสียบนทางหลวง&amp;nbsp; ช่วยขนย้ายประชาชนและสิ่งของไปยังพื้นที่ปลอดภัย จัดรถบรรทุกไว้บริการรับส่งประชาชนในพื้นที่ประสบภัย แจกจ่ายอาหารเครื่องอุปโภคบริโภค และช่วยล้างทำความสะอาดเก็บกวาดบ้านเรือนเพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ให้ประชาชนในพื้นที่น้ำลดน้ำ และได้กำชับหน่วยงานในสังกัดกรณีเกิดภัยพิบัติให้ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย และสนับสนุนเครื่องมือเครื่องจักร ยานพาหนะ กรณีมีการร้องขอจากหน่วยงานอื่นๆ หรือประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์ประจำวันที่ 3&amp;nbsp; ตุลาคม 2564&amp;nbsp; เวลา 13.30 น. พบทางหลวงถูกน้ำท่วม/ดินสไลด์ และสะพานชำรุด จำนวน 14 จังหวัด 39 สายทาง&amp;nbsp; รวม 66&amp;nbsp; แห่ง&amp;nbsp; การจราจรผ่านได้ 37 แห่ง ผ่านไม่ได้ 29 แห่งโดยทางหลวงในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 14 จังหวัด ได้แก่ 1 จ.ชัยภูมิ &amp;nbsp; 2จ.ขอนแก่น &amp;nbsp; 3จ.นครราชสีมา&amp;nbsp;4จ.นนทบุรี&amp;nbsp; 5จ.สระบุรี&amp;nbsp; 6จ.อ่างทอง&amp;nbsp; 7จ.สุโขทัย&amp;nbsp; 8จ.ลพบุรี&amp;nbsp; 9จ.กำแพงเพชร &amp;nbsp; 10 จ.พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp; 11จ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp; 12จ.นครสวรรค์ 13จ.อุทัยธานี&amp;nbsp; 14จ.ตาก การจราจรผ่านไม่ได้&amp;nbsp; 29 แห่ง&amp;nbsp; ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. จ.ขอนแก่น (การจราจรผ่านไม่ได้ 1 แห่ง) ได้แก่ ทล. 2065 พล &amp;ndash; ลำชี ช่วง กม.ที่ 33+000 &amp;ndash; 34+500 ระดับน้ำสูง 10 ซม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. จ.นนทบุรี (การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง)ได้แก่ ทล. 302 สะพานพระนั่งเกล้า-ต่างระดับบางใหญ่ ช่วง กม.ที่ 16+950&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 20-25 ซม. ใช้จุดกลับรถต่างระดับ บางใหญ่ที่ กม.18+500 แทนแทน. ทล. 302 สะพานพระนั่งเกล้า-ต่างระดับบางใหญ่ ช่วง กม.ที่ 17+000&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 15-20 ซม. ใช้จุดกลับรถใต้สะพานคลองบางไผ่ที่ กม.16+600 ทดแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. จ.สระบุรี (การจราจรผ่านไม่ได้&amp;nbsp; 2 แห่ง) ได้แก่ ทล.1 หนองแค-หินกอง ช่วง กม.ที่ 85+143&amp;nbsp; (ทางลอดใต้สะพานระพีพัฒน์ทั้ง 2 ฝั่ง) ระดับน้ำสูง 40 ซม. ทล.3020&amp;nbsp; พระพุทธบาท-หนองโดน ช่วง กม.7+301 (คอสะพานหนองโดนถูกน้ำกัดเซาะชำรุด การจราจรผ่านไม่ได้ ปิดการใช้สะพานทั้งสองฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. จ.อ่างทอง (การจราจรผ่านไม่ได้ 5 แห่ง) ได้แก่ทล.33 นาคู-ป่าโมก ช่วง กม.ที่ 36+000 &amp;ndash; 36+200 (จุดกลับรถใต้สะพานฝั่งป่าโมก) ระดับน้ำสูง 40 ซม. ทล.32 นครหลวง-อ่างทอง ช่วง กม.33+200 จุดกลับรถใต้ท่อ Box Cul.(วัดค่าย) ระดับน้ำสูง 60 ซม. ทล.32&amp;nbsp; นครหลวง-อ่างทอง ช่วง กม.ที่ 32+607 (จุดกลับรถคลองกะท่อ) &amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 150 ซม. เส้นหลักผ่านได้ จุดกลับรถผ่านไม่ได้. ทล. 32 นครหลวง-อ่างทอง ช่วง กม.ที่ 39+843 (จุดกลับรถวัดดอกไม้)&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 55 ซม. เส้นหลักผ่านได้ จุดกลับรถผ่านไม่ได้ ทล.32 นครหลวง-อ่างทอง ช่วง กม.ที่ 43+719 (จุดกลับรถหลวงปู่ทวด๗ ระดับน้ำสูง 65 ซม.เส้นหลักผ่านได้&amp;nbsp; จุดกลับรถผ่านไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. จ.ลพบุรี&amp;nbsp; (การจราจรผ่านไม่ได้ 5 แห่ง) ได้แก่ ทล.1 แยกโรงพยาบาลอานันทมหิดล-โคกสำโรง ช่วง กม.ที่ 168+228-169+328&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 50 ซม.&amp;nbsp; ทางเลี่ยง จ.ลพบุรี เลี้ยวที่ กม.170 เข้าวัดหนองคู ทล. 205 คลองห้วยไผ่-เทศบาลลำนารายณ์ ช่วง กม.ที่ 68+000 &amp;ndash; กม.71+000 ระดับน้ำสูง 5 ซม. เดินทางไปลพบุรี ใช้ ทล.2&amp;nbsp; หรือ ทล.21 แทน ทล. 2243 บัวชุม &amp;ndash; สี่แยกบัวชุม ช่วง กม.ที่ 0+800 -2+500 ระดับน้ำสูง 50 ซม. ทล. 3019&amp;nbsp; สามแยกโคกกระเทียม-สถานีรถไฟโคกกระเทียม ช่วง กม.ที่ 1+750-กม.1+825 ระดับน้ำสูง 50 ซม. ทางเลี่ยงใช้ทางท้องถิ่นแทน ทล.3024&amp;nbsp; บ้านหมี่-เขาช่องลม ช่วง กม.ที่ 5+600-กม.7+300&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 150 ซม. ทางเลี่ยงใช้ทางท้องถิ่นแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. จ.กำแพงเพชร&amp;nbsp; (การจราจรผ่านไม่ได้ 7 แห่ง) ได้แก่ทล. 1 ตอน โนนปอแดง &amp;ndash; ปากดง ช่วง กม.ที่ 419+036 (จุดกลับรถคลองพะยอม) ระดับน้ำสูง 120 ซม. ทล. 1 ตอน โนนปอแดง &amp;ndash; ปากดง ช่วง กม.ที่ 432+030 (จุดกลับรถคลองสุวรรณ) ระดับน้ำสูง 70 ซม. ทล. 1 ตอน โนนปอแดง &amp;ndash; ปากดง ช่วง กม.ที่ 431+701 (จุดกลับรถคลองสุวรรณ) ระดับน้ำสูง 70 ซม. ทล.1117 ตอน คลองแม่ลาย-อุ้มผาง ช่วง กม.ที่ 432+030 ดินสไลด์ ทล.1117 ตอน คลองแม่ลาย-อุ้มผาง ช่วง กม.ที่ 87+415 ดินสไลด์&amp;nbsp; ทล.1117 ตอน คลองแม่ลาย-อุ้มผาง ช่วง กม.ที่ 83+220 ดินสไลด์ ทล.1117 ตอน คลองแม่ลาย-อุ้มผาง ช่วง กม.ที่ 89+100 ดินสไลด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. จ.พระนครศรีอยุธยา (การจราจรผ่านไม่ได้ 3 แห่งได้แก่ ทล. 347 บางกระสั้น&amp;ndash;บางปะหัน ช่วง กม.ที่ 40+860 (จุดกลับรถใต้สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา) ระดับน้ำสูง 40 ซม. ทล 3263 อยุธยา&amp;ndash;ไผ่กองดิน ช่วง กม.ที่ 10+940 (จุดกลับรถใต้สะพานสีกุก) ระดับน้ำสูง 160 ซม. ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน. ทล 3263 อยุธยา&amp;ndash;ไผ่กองดิน ช่วง กม.ที่ 11+100 (จุดกลับรถใต้สะพานสีกุก) ระดับน้ำสูง 150 ซม. ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. จ.สุพรรณบุรี (การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง) ได้แก่ทล. 33 สุพรรณบุรี - นาคู ช่วง กม.ที่ 9+886 (สะพานคลองทับน้ำ) ระดับน้ำสูง 55 ซม. ทล. 340 สาลี - สุพรรณบุรี กม.ที่ 59+674 (สะพานศาลเจ้าแม่ทับทิม)&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 100 ซม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. จ.นครสวรรค์&amp;nbsp; (การจราจรผ่านไม่ได้ 1 แห่ง) ได้แก่ทล. 1 บ้านหว้า &amp;ndash; วังไผ่&amp;nbsp; ช่วง กม.ที่ 339+600 ใต้สะพานเดชาติวงศ์ ระดับน้ำสูง 105 ซม. ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. จ.ตาก (การจราจรผ่านไม่ได้ 1 แห่ง) ได้แก่ ทล. 1175 ห้วยส้มป๋อย &amp;ndash; เจดีย์ยุทธหัตถี ช่วง กม.ที่ 55+300 คันทางทรุดตัว&amp;nbsp; ใช้ทางเลี่ยง ทล.12 แทนเดินทางไป อ.บ้านตาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางหลวงเดินทางด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่คาดว่าจะเกิดความสุ่มเสี่ยง พร้อมขอให้ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และหากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง สภาพการจราจร หรือต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ และสายด่วนกรมทางหลวง 1586&amp;nbsp; (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) และสามารถติดตามการรายงานสถานการณ์สภาพเส้นทางได้ที่ทวิตเตอร์กรมทางหลวง @prdoh1&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118642</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง, ช่วยเหลือประชาชน, อุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_6159867314e77.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118109</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมทางหลวง ขยาย 6 เลน สาย &#039;กระทิงลาย - ระยอง&#039;  หนุนขนส่งเชื่อมอีอีซี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28 ก.ย.2564-นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า กรมทางหลวงดำเนินการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 36 สายกระทิงลาย - ระยอง เป็น 6 ช่องจราจร (ไป-กลับ) แล้วเสร็จตลอดสาย น้อมรับนโยบายของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจฝั่งตะวันออกหรือโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC) เพื่อเตรียมความพร้อมในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมรองรับนักลงทุน และส่งเสริมให้ภูมิภาคตะวันออกเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของอาเซียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทางหลวงหมายเลข 36 กระทิงลาย - ระยอง เริ่มต้นจากจุดตัดถนนสุขุมวิท บนทางหลวงหมายเลข 3 บริเวณแยกกระทิงลาย ตำบลบางละมุง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี &amp;nbsp;สิ้นสุดที่บริเวณจุดตัดถนนสุขุมวิท บนทางหลวงหมายเลข 3 บริเวณแยก IRPC ตำบลบลเชิงเนิน อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ระยะทางประมาณ 58 กิโลเมตร ปัจจุบันประชาชนนิยมใช้เป็นเส้นทางสัญจรในพื้นที่เชื่อมโยงการคมนาคมและขนส่งระหว่างภาคกลางและภาคตะวันออก และเป็นโครงข่ายการขนส่งสินค้าทางเรือจากท่าเรือแหลมฉบังสู่นิคมอุตสาหกรรมตะวันออกในพื้นที่ จังหวัดชลบุรีและจังหวัดระยอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ กล่าวว่า กรมทางหลวงเล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว จึงมอบหมายสำนักก่อสร้างทางที่ 1 ดำเนินการก่อสร้างขยายช่วงสุดท้าย คือ ระหว่าง กม.33+000 - กม. 57+021 รวมระยะทาง 24 กิโลเมตร &amp;nbsp;จากเดิมเป็นมาตรฐานชั้นทางพิเศษ 4 ช่องจราจร(ไป-กลับ) &amp;nbsp; เพิ่มเป็นมาตรฐานชั้นทางพิเศษ 6 ช่องจราจร(ไป-กลับ) &amp;nbsp;ผิวจราจรแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้างช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร ไหล่ทางด้านในกว้าง 1.50 เมตร และปรับปรุงเกาะกลาง งบประมาณ 2,143,500,129 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรมทางหลวงยังมีโครงการก่อสร้างทางต่างระดับปรับปรุงจุดตัดทางหลวงหมายเลข 36 กับทางหลวงหมายเลข 331 บริเวณแยกเขาไม้แก้ว งบประมาณ 591,000,000 บาท เพื่อรองรับการสัญจรของผู้ใช้ทางในบริเวณทางแยกดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2566&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จตลอดสาย &amp;nbsp;สามารถรองรับปริมาณการจราจรที่สูงขึ้น ประชาชนสามารถใช้เส้นทางขนส่งสินค้าและการเดินทางสู่จังหวัดระยอง ได้สะดวก รวดเร็ว &amp;nbsp;จากการพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมขนส่งเชื่อมกับพื้นที่โดยรอบสนับสนุนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญ &amp;nbsp;รวมถึงขยายการรองรับการเติบโตของการขนส่งทุกรูปแบบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118109</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง, ก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 36 สายกระทิงลาย - ระยอง, สราวุธ ทรงศิวิไล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_6152d274b1666.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมทางหลวง เร่งขยายทางรอบเกาะสมุยหนุนท่องเที่ยวภาคใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.2564 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่ากรมฯขานรับนโยบายนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ &amp;nbsp;รมว.คมนาคม ที่ได้มอบให้กรมทางหลวงดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งพัฒนาโครงข่ายทางหลวงในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมให้เร่งดำเนินโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 4169 สายทางรอบเกาะสมุยที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างให้เสร็จสมบูรณ์ตลอดเส้นทาง 50 กิโลเมตร โดยที่ผ่านมากรมทางหลวงได้ขยายเส้นทางแล้วเสร็จรวมระยะทาง 34 กิโลเมตร &amp;nbsp;และเปิดให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนไปแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้เหลือเพียง ตอน บ.หัวถนน - บ.เฉวง &amp;nbsp;ซึ่งเป็นช่วงสุดท้าย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจึงผลักดันให้เร่งขยายเส้นทางเพิ่มช่องจราจรในส่วนที่เหลืออีก 15.5 กิโลเมตร &amp;nbsp;เพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและนักท่องเที่ยวให้สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกรวดเร็วปลอดภัยตามนโยบายของรัฐบาล &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กรมทางหลวง โดยสำนักก่อสร้างทางที่ 1 จึงเร่งดำเนินโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 4169 สายทางรอบเกาะสมุย ตอน บ.หัวถนน - บ.เฉวง โดยมีจุดเริ่มต้นที่ กม.14+000 ท้องที่บ้านหัวถนน ต.หน้าเมือง และจุดสิ้นสุดที่ กม.29+531 ท้องที่บ้านเฉวง ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย &amp;nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;โดยก่อสร้างเป็นมาตรฐานทางชั้น 1 ขนาด 2 ช่องจราจร ไป-กลับ &amp;nbsp;ผิวทางเป็นแอสฟัลท์คอนกรีต สำหรับรูปแบบการก่อสร้างแบ่งตามลักษณะภูมิประเทศและความกว้างของเขตทางหลวงโดยคำนึงถึงการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ให้เหมาะสมกับเขตทางหลวง เนื่องจากสภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นภูมิประเทศสลับเนินเขา ย่านชุมชน ที่อยู่อาศัยหนาแน่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแบ่งรูปแบบ ดังนี้ รูปแบบสำหรับเขตทางกว้าง 12 เมตร ช่องจราจรกว้าง 3.50 เมตร ไม่มีไหล่ทาง มีทางเท้าทั้งสองข้าง กว้างข้างละ 2.50 เมตร รูปแบบสำหรับเขตทางกว้าง 16 เมตร ช่องจราจรกว้าง 3.00 เมตร มีไหล่ทางทั้งสองข้างทาง กว้างข้างละ 2.25 เมตร และมีทางเท้าทั้งสองข้างทาง กว้างข้างละ 2.75 เมตร รูปแบบสำหรับเขตทางกว้าง 30 เมตร ช่องจราจรกว้าง 3 เมตร มีไหล่ทางทั้งสองข้างทาง กว้างข้างละ 3 เมตร รวมงานติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างและไฟสัญญาณจราจรบนทางหลวงตลอดเส้นทาง &amp;nbsp;งบประมาณ 700,980,000 บาท &amp;nbsp;ปัจจุบันการก่อสร้างคืบหน้าประมาณ &amp;nbsp;70 &amp;nbsp;% คาดว่าจะก่อสร้างจะแล้วเสร็จประมาณเดือนมีนาคม 2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทางหลวงสายดังกล่าวเดิมชื่อถนนทวีราษฎร์ภักดี เป็นถนนวงแหวนรอบตัวเกาะสมุยผ่านย่านชุมชนต่างๆ &amp;nbsp; อ้อมรอบเกาะกลับมาที่จุดเดิมบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองเกาะสมุย ทั้งนี้ &amp;nbsp;เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จจะเติมเต็มโครงข่ายทางหลวงสาย 4169 ให้สมบูรณ์ตลอดเส้นทาง รองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มสูงขึ้น ยกระดับความปลอดภัยการคมนาคมขนส่ง กระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดสุราษฎร์ธานีและพื้นที่ภาคใต้ ช่วยการกระจายความเจริญทางด้านเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115482</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง, ขยายทาง, สราวุธ ทรงศิวิไล, เกาะสมุย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_6131adbfb0730.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115131</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.ผุดสร้างทางแนวใหม่แก้รถติดช่วงแยกหนองชะอม – อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
31 ส.ค.2564 นายสราวุธ &amp;nbsp;ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่า กรมทางหลวง โดยสำนักก่อสร้างทางที่ 2 ได้ก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 33 สาย บุรีรัมย์ &amp;ndash; อ.คูเมือง &amp;nbsp;(แนวใหม่) ตอน แยกหนองชะอม &amp;ndash; อ.ประจันตคาม แล้วเสร็จ ระหว่าง กม.146 &amp;ndash; 175 &amp;nbsp;ระยะทางยาวประมาณ 29 กิโลเมตร ในพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม &amp;nbsp;ชิดชอบ รมว.คมนาคมที่ต้องการพัฒนาโครงข่ายสายหลักให้ได้มาตรฐานเชื่อมโยงระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 33 หรือ ถนนสุวรรณศร เป็นโครงข่ายทางหลวงสายหลักที่เชื่อมพื้นที่ภาคกลางกับพื้นที่ชายแดนด้านตะวันออกและเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายทางหลวงเอเชีย หมายเลข AH1 ซึ่งเชื่อมต่อประเทศกัมพูชาที่ด่านอรัญประเทศ กรมทางหลวงมีแผนปรับปรุงทางหลวงทั้งเส้นให้เป็น 4 ช่องจราจร และได้ดำเนินการก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จทั้งหมด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โดยมีส่วนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คือ ช่วงแยกหนองชะอม &amp;ndash; อ.ประจันตคาม ยังคงเป็นทางขนาด 2 ช่องจราจร เนื่องจากมีข้อจำกัดเกี่ยวกับผลกระทบในด้านต่างๆ ทำให้ไม่สามารถขยายช่องจราจรเดิมได้ ก่อให้เกิดความคับคั่ง ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถและถนน โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการเจริญเติบโตด้านเศรษฐกิจและปริมาณจราจร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมทางหลวงจึงได้ก่อสร้างสายปราจีนบุรี &amp;ndash; อ.กบินทร์บุรี แนวใหม่ ลักษณะโครงการเป็นงานก่อสร้างคันทางใหม่ด้านซ้ายทางและขวาทางขนาด 4 ช่องจราจร ชั้นผิวทางแอสฟัลท์คอนกรีต ช่องจราจรกว้าง 3.5 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.5 เมตร รวมความกว้างด้านละ 9.5 เมตร มีเกาะกลางแบ่งช่องจราจรไป &amp;ndash; กลับ งบประมาณ 1,100,120,000บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการดังกล่าว จะช่วยแก้ปัญหาการจราจรติดขัด และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจราจรให้มีความปลอดภัย สะดวก และรวดเร็วในการคมนาคมขนส่ง ของจังหวัดปราจีนบุรี เป็นการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงสายหลักที่เชื่อมโยงระหว่างจังหวัดและภูมิภาค ช่วยส่งเสริมการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยวในภูมิภาค กรมทางหลวงขอความร่วมมือผู้ใช้ทาง &amp;ldquo;ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ&amp;rdquo; ขับขี่ด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านและผู้ร่วมทาง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115131</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง, ทางหลวงหมายเลข 33 สาย บุรีรัมย์ – อ.คูเมือง, สราวุธ  ทรงศิวิไล, อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612db2b2ba133.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 11:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 11:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปารีณา&#039; จับตา &#039;ยุทธพงศ์&#039; ไฟเขียวงบกรมทางหลวง ไม่ค้านซื้อ &#039;ยูเอวี&#039; เหมือนกองทัพเรือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.64 - ที่รัฐสภา น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2565 กล่าวว่า จะติดตามการประชุมคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ครุภัณฑ์ และไอซีทีในวันนี้ และขอให้ติดตามพฤติกรรมของนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และอนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ เพราะเมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา กรมทางหลวง(ทล.) กระทรวงคมนาคม ได้มาชี้แจงขอจัดซื้ออากาศยานไร้คนขับ&amp;nbsp;ยูเอวีราคาสูงเหมือนกับกองทัพเรือ (ทร.)&amp;nbsp;ตนและกมธ.ของพรรคก้าวไกลมองว่าราคาสูงกว่าท้องตลาด 2-3 เท่า โดยราคายูเอวี 1 ลำมีราคาแสนกว่าบาท และขอให้ตัดงบประมาณในส่วนนี้ รวมถึงยังมีการของบประมาณมหาศาล แต่ถูกตัดลดแทบทุกรายการ เพราะราคาสูงหลายเท่า แต่นายยุทธพงศ์กลับมีพฤติการณ์ปกป้องว่ามีความจำเป็น ทำตัวเป็นเหมือนองครักษ์พิทักษ์กรมทางหลวง แต่มาพอถึงงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ในส่วนของกองทัพเรือที่เป็นครุภัณฑ์ประเภทเดียวกันกลับคัดค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ฝากให้ช่วยติดตามว่าเกิดอะไรขึ้นกับนายยุทธพงศ์ และตั้งข้อสังเกตว่านายยุทธพงศ์มีอะไรที่เป็นเบื้องลึกเบื้องหลังกับกรมทางหลวงหรือไม่ หรือมีนอกมีในหรือไม่ ส่วนโดรนของกองทัพเรือสมควรจะจัดซื้อหรือไม่ ขอไปดูรายละเอียด กมธ.ทุกคนควรทำงานอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่แค่จ้องตัดงบประมาณกระทรวงกลาโหม&amp;rdquo; น.ส.ปารีณา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส.ราชบุรี กล่าวต่อว่า กองทัพเรือยอมถอยการจัดซื้อเรือดำน้ำแล้ว ก็รู้สึกเห็นใจกองทัพเรือ เพราะวันนี้เรามีทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่ใกล้กับมาเลเซีย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีเรือดำน้ำเฝ้าระวัง หากเราไม่มีความพร้อมเท่าเขา อาจทำให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติได้&amp;nbsp;และหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็จะมาโทษทีหลังว่าทำไมไม่ซื้อ แต่ด้วยสถานการณ์โควิดตอนนี้ก็เข้าใจได้ แต่ไม่ใช่กองทัพเรือที่เสนอซื้อเรือดำน้ำ แต่ทุกหน่วยงานก็เสนอซื้อเครื่องมืออย่างอื่นด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110684</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง, กองทัพเรือ, งบประมาณปี 65, ปารีณา ไกรคุปต์, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคเพื่อไทย, ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, อนุกมธ.ครุภัณฑ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f8f1b75a1f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110304</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 13:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทางหลวง โชว์พัฒนาถนนอีสานใต้   เปิดใช้ทางลัด อุบลราชธานี - กรุงเทพฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19ก.ค.2564 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่า กรมทางหลวง ดำเนินโครงการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 2178 สาย แยกทางหลวงหมายเลข 2085 &amp;ndash; อุบลราชธานี เป็น 4 ช่องจราจรแล้วเสร็จ ตามนโยบายนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อพัฒนาโครงข่ายทางหลวงระหว่างจังหวัดในภูมิภาคอีสานใต้ รองรับการคมนาคมขนส่งสินค้าชายแดนไทย-อินโดจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทางหลวงหมายเลข 2178 สาย วารินชำราบ-หนองงูเหลือม เริ่มจากเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ผ่านอำเภอสำโรง อำเภอโนนคูณ สิ้นสุดที่ทางหลวงหมายเลข 2085 ตำบลหนองงูเหลือม อำเภอเบญจลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ปัจจุบันประชาชนใช้เป็นเส้นทางหลักในการเดินทางระหว่างจังหวัด และเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานคร อีกทั้งเป็นเส้นทางในการขนส่งสินค้าระหว่างชายแดนไทยและประเทศเพื่อนบ้านผ่านด่านพรมแดนช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี ทำให้ปริมาณการจราจรหนาแน่นอย่างต่อเนื่อง ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กรมทางหลวงจึงดำเนินการก่อสร้างขยายทางหลวง หมายเลข 2178 สาย แยกทางหลวงหมายเลข 2085 &amp;ndash; อุบลราชธานี มีจุดเริ่มต้นที่ กม.27+910 ถึง กม.42+500 รวมระยะทาง 14.59 กิโลเมตร เป็นมาตรฐานทางชั้นพิเศษ 4 ช่องจราจร ผิวจราจรแบบแอสฟัลท์คอนกรีต กว้างช่องละ 3.5 เมตร ไหล่ทาง กว้างข้างละ 2.5 เมตร มีเกาะกลางแยกทิศทางการจราจรไป-กลับ ก่อสร้างจุดกลับรถ จำนวน 11 แห่ง พร้อมงานติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง งบประมาณ 598,166,800 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าวช่วยบรรเทาการจราจรติดขัด รองรับปริมาณการจราจรได้เพิ่มมากขึ้น ทำให้การเดินทางและการขนส่งสินค้าทางการเกษตรมีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งสินค้าไปสู่กลุ่มประเทศอินโดจีนและเอเชีย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110304</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง, สร้างถนน 4 เลน, แยกทางหลวงหมายเลข 2085 – อุบลราชธานี, โครงการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 2178</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f5209c86d4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108141</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น็อตทิพย์ไม่รอด!ศรีสุวรรณยื่นป.ป.ช.สอบ‘กรมทางหลวง’ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.2564 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้สอบเอาผิดกรมทางหลวง กรณีปล่อยให้ผู้รับเหมาทำน็อตทิพย์เพื่อหลอกตาโดยไม่มีการเชื่อมต่อกับพื้นปูนซีเมนต์จริงบริเวณเสาราวจับบันไดและเสาโครงหลังคากันแดดฝนในโครงการปรับปรุงสะพานลอย บนถนนกาญจนาภิเษกหรือถนนวงแหวนตะวันตก มูลค่าเกือบ 10 ล้านบาท ตามที่สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียได้นำมาเผยแพร่ประจานให้รู้กันทั่ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กรณีดังกล่าวผู้บริหารของแขวงทางหลวงนนทบุรี และวิศวกรโยธาปฏิบัติการ กรมทางหลวง ได้รีบออกมาแก้ข่าวและอ้างกับสื่อมวลชนว่า เป็นการก่อสร้างเพิ่มเติมช่วงโครงหลังคากันฝน ครอบทับสะพานลอยเก่ามีอยู่แล้ว ผู้รับเหมาจึงเพิ่มเติมเสาขึ้นมาเพื่อยึดติดกับโครงสร้างสะพานลอยของเดิม ซึ่งโครงสร้างสะพานลอยของเดิมนั้นมีเสาพร้อมน็อตติดกับพื้นอยู่ก่อนแล้ว ทางผู้รับเหมาจึงนำแผ่นเหล็กของฐานเสาใหม่มาเชื่อมกับฐานเหล็กเก่าเพื่อต้องการให้แข็งแรงมากขึ้น และแผ่นสแตนเลสที่ทำลอยไว้เป็นการทำโชว์เพื่อความสวยงามของผู้รับเหมา ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือมีผลกระทบกับโครงสร้างหลักแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จากการตรวจสอบพบว่า มีหลายเสาสแตนเลสที่ลอยสูงจากพื้นปูนของตัวสะพานและหรือบันไดสะพานลอยดังกล่าว ไม่มีตัวน็อตที่ขันติดกับพื้นแต่อย่างใด แต่มีบางจุด บางเสาเท่านั้น ที่อาจทำในลักษณะเหมือนเป็นการติดหัวน็อตไว้เพื่อหลอกตาไว้ ซึ่งหากตรวจสอบทุกโครงเสาสแตนเลสทั้งหมดทั้งสองด้านของสะพานลอย และโครงหลังคาก็เชื่อว่า จะมีหลายเสาที่ไม่มีตัวน็อตด้านล่างที่ขันติดกับพื้นปูนหรือพื้นสะพาน เพื่อให้ทุกเสามั่นคง แข็งแรง และสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนผู้สัญจร และใช้ประโยชน์จากสะพานดังกล่าว นอกจากนั้นการเชื่อมโครงหลังคาสะพานลอยที่มีการอ็อคเชื่อมเพียงจุดเล็กๆ ไม่มีการเชื่อมรอบเสาแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คำชี้แจงของวิศวกรกรมทางหลวงจึงฟังไม่ขึ้น และเชื่อว่ายังมีอีกหลายโครงการสะพานลอยของถนนกาญจนาภิเษก และถนนทางหลวงต่างๆทั่วประเทศ ที่อาจมีลักษณะเช่นเดียวกัน หรือปล่อยให้ผู้รับเหมาดำเนินการโดยอำเภอใจ เพียงแต่ยังไม่ถูกจับพิรุธขึ้นมาเสียก่อน ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงนำความพร้อมหลักฐานมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อใช้อำนาจตาม พรป.ป.ป.ช.2561 ในการสอบสวนเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตั้งแต่วิศวกร ผู้อำนวยการแขวงทางหลวง ไปจนถึงอธิบดีกรมทางหลวง ว่าเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือไม่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108141</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง, นายศรีสุวรรณ จรรยา, น็อตทิพย์, ป.ป.ช., สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dbf8b0bd7fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
