<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทางหลวงชนบท ติดตามน้ำท่วม 12 จังหวัด กระทบ 28 สายทาง ยังสัญจรผ่านไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค.2574-นายผดุงศักดิ์ สรุจิกำจรวัฒนะ รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท นายวิศว์ รัตนโชติ วิศวกรใหญ่กรมทางหลวงชนบท (ด้านบำรุงรักษาทางและสะพาน) นายคุณมาศ พันธุเตชะ วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ นายธนิต วิทยเมธ ผู้อำนวยการกลุ่มบำรุงทาง สำนักบำรุงทาง และคณะ ประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย เพื่อติดตามสถานการณ์สายทางที่ได้รับผลกระทบ ณ ศูนย์อำนวยการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ (ศูนย์ปฏิบัติการส่วนกลาง)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โดยมีนายไกวัลย์ โรจนานุกูล รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงชนบท ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบท และผู้อำนวยการหมวดบำรุงทางหลวงชนบท ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เข้าร่วมประชุมสรุปผลการดำเนินงาน ผ่านระบบสื่ออิเลคทรอนิกส์ (Zoom Cloud Meeting)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ปัจจุบันถนนทางหลวงชนบทที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ &amp;nbsp;12 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา, สระบุรี, ลพบุรี, สิงห์บุรี, นครราชสีมา, ชัยภูมิ, ขอนแก่น, นครสวรรค์, &amp;nbsp;ตาก, อุทัยธานี, สุโขทัย และสระแก้ว รวม 54 สายทาง &amp;nbsp;สามารถสัญจรผ่านได้ 26 สายทาง ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ 28 สายทาง แบ่งเป็น น้ำท่วมสูง 21 สายทาง (21 แห่ง) ทางขาด/โครงสร้างทางชำรุด/กัดเซาะ 3 สายทาง (3 แห่ง) สะพานขาด/คอสะพานขาด/ทรุดตัว 4 สายทาง (4 แห่ง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชน โปรดระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษ สังเกตป้ายเตือน และหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ได้รับผลกระทบไม่สามารถสัญจรผ่านได้ โดยแขวงทางหลวงชนบทในพื้นที่ ได้ดำเนินการติดตั้งป้ายเตือน และจัดเจ้าหน้าที่ช่วยเหลืออำนวยความปลอดภัยและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประชาชนสามารถแจ้งเหตุอุทกภัย ได้ที่สายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118710</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวงชนบท, น้ำท่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615a88b69cb32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104356</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 14:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทางหลวงชนบทผุดถนนเชื่อม &#039;อีอีซี&#039;หนุนการลงทุนภาคตะวันออกได้ใช้แน่ปี66</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.2564 นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า กรมฯได้ดำเนินการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) สอดรับกับนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม &amp;nbsp;ในการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจฝั่งตะวันออกหรือโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานให้แก่นักลงทุนในเขตพื้นที่ 3 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ดีและทันสมัยที่สุดในภูมิภาคอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ทช.ได้ดำเนินการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทเพื่อสนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก อย่างต่อเนื่อง รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ สนับสนุนการขนส่งสินค้าไปยังนิคมอุตสาหกรรม รวมถึง การแก้ไขปัญหาการจราจรที่ติดขัดในช่วงเวลาเร่งด่วน โดยที่ผ่านมามีโครงการที่ ทช.ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาทิ ถนนทางหลวงชนบทสาย รย.5050 แยกสายนิคมสร้างตนเองสาย 15 บ้านห้วยโป่ง อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง ระยะทาง 10.198 กิโลเมตร, ถนนทางหลวงชนบทสาย รย.4058 แยก ทล.3138 &amp;ndash; ทล.344 อำเภอบ้านค่าย, วังจันทร์ จังหวัดระยอง ระยะทาง 32.807 กิโลเมตร และถนนทางหลวงชนบทสายแยก ทล.7 &amp;ndash; ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ระยะทาง 10.570 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทช.ยังมีโครงการสนับสนุน EEC ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก จำนวน 3 โครงการ ดังนี้ ถนนทางหลวงชนบทสาย ฉช.3001 แยก ทล.314 &amp;ndash; ลาดกระบัง จ.ฉะเชิงเทรา, สมุทรปราการ ระยะทาง 20.328 กิโลเมตร ปัจจุบันการก่อสร้างโครงการดังกล่าวมีความก้าวหน้าไปแล้วกว่า 95%คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2564 ใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวม 3,712 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถนนทางหลวงชนบทสาย รย.3013 แยก ทล.331 &amp;ndash; ทล.3191 อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ระยะทาง 16.460 กิโลเมตร ปัจจุบันการก่อสร้างโครงการดังกล่าวมีความก้าวหน้าไปแล้วกว่า 40%คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2566 ใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวม 540 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถนนทางหลวงชนบทสาย รย.2015 แยก ทล.36 &amp;ndash; ทล.331 อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ระยะทาง 11.465 กิโลเมตร ปัจจุบันการก่อสร้างโครงการดังกล่าวมีความก้าวหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 17 คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2566 ใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวม 447 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ทช.ได้จัดเตรียมแผนดำเนินโครงการก่อสร้างที่จะสนับสนุน EEC อีก จำนวน 1 โครงการ คือ โครงการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสาย ชบ.3023 แยก ทล.315 &amp;ndash; บ้านหนองปลาไหล อำเภอพานทอง,บ้านบึง จังหวัดชลบุรี ระยะทาง 12.242 กิโลเมตร คาดว่าจะใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 873 ล้านบาท โดยคาดว่าจะใช้เงินกู้ภายในประเทศดำเนินการแทนงบประมาณประจำปี ซึ่งจะเจรจากับสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เพื่อจัดหาแหล่งเงินกู้ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104356</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวงชนบท, ทางหลวงชนบทสนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC), ปฐม เฉลยวาเรศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af474f78a6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมแนะนำ 6 เส้นทางเลี่ยงหนีรถติดให้ประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2เม.ย.64-รายงานจากกรมทางหลวงชนบท (ทช.)แนะนำเส้นทางลัดเส้นทางเลี่ยง ให้กับประชาชนที่จะเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และช่วยแบ่งเบาปริมาณการจราจรบนสายทางหลัก โดยมีเส้นทางเลี่ยงแนะนำ จำนวน 6 สายทาง ดังนี้

1. เส้นทางเลี่ยงการจราจร (ถนนกัลปพฤกษ์ ถนนราชพฤกษ์ และถนนนครอินทร์) เส้นทางเลี่ยงถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 9 เริ่มจากถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 9 กม.ที่ 20+600 (จุดที่ 1) เลี้ยวขวาเข้าถนนทางหลวงชนบทสาย กท.1001 (ถนนกัลปพฤกษ์) เดินทางต่อไปเป็นระยะทาง 7.65 กิโลเมตร จนถึง กม.ที่ 4+000

(จุดที่ 2) เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนทางหลวงชนบทสาย นบ.3021 (ถนนราชพฤกษ์) เดินทางต่อไปเป็นระยะทาง 9.5 กิโลเมตร จนถึง กม.ที่ 16+500 (จุดที่ 3) เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนทางหลวงชนบทสาย นบ.1020
(ถนนนครอินทร์) กม.ที่ 7+600 เดินทางต่อไปเป็นระยะทาง 8 กิโลเมตร (จุดที่ 6) บรรจบกับถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 306 เพื่อเดินทางเข้าสู่ถนนติวานนท์ ต่อไป

เส้นทางเลี่ยงการจราจร (ถนนกัลปพฤกษ์ ถนนราชพฤกษ์ และถนนชัยพฤกษ์) เส้นทางเลี่ยง
ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 9 และ 306
เริ่มจากถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 9 กม.ที่ 20+600 (จุดที่ 1) เลี้ยวขวาเข้าถนนทางหลวงชนบทสาย กท.1001 (ถนนกัลปพฤกษ์) เดินทางต่อไปเป็นระยะทาง 7.65 กิโลเมตร จนถึง กม.ที่ 4+650 (จุดที่ 2) เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนทางหลวงชนบทสาย นบ.3021 (ถนนราชพฤกษ์) เดินทางต่อไปเป็นระยะทาง 18 กิโลเมตร จนถึง กม.ที่ 28+000 (จุดที่ 4) เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนทางหลวงชนบทสาย นบ.3030
(ถนนชัยพฤกษ์) เดินทางต่อไปเป็นระยะทาง 7 กิโลเมตร (จุดที่ 7) บรรจบกับถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 เพื่อเดินทางเข้าสู่ถนนแจ้งวัฒนะ ต่อไป

เส้นทางเลี่ยงการจราจร (ถนนกัลปพฤกษ์และถนนราชพฤกษ์) เส้นทางเลี่ยงถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 9 และ 345เริ่มจากถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 9 กม.ที่ 20+600 (จุดที่ 1) เลี้ยวขวาเข้าถนนทางหลวงชนบทสาย กท.1001 (ถนนกัลปพฤกษ์) เดินทางต่อไปเป็นระยะทาง 7.65 กิโลเมตร จนถึง กม.ที่ 4+650
(จุดที่ 2) เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนทางหลวงชนบทสาย นบ.3021 (ถนนราชพฤกษ์) เดินทางต่อไปเป็นระยะทาง37 กิโลเมตร บรรจบกับถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 346 กม.ที่ 14+120 (จุดที่ 5) เลี้ยวขวา
เพื่อเดินทางเข้าสู่จังหวัดปทุมธานี ต่อไป

2. จังหวัดสระบุรีไปจังหวัดปราจีนบุรี เส้นทางเลี่ยงถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 และ 304
เริ่มจากถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 กม.ที่ 36+000 (จุดที่ 1) เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนทางหลวงชนบทสาย นม.1016 เดินทางต่อไปเป็นระยะทาง 27 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2090 กม.ที่ 20+340 (จุดที่ 2) เดินทางต่อไปเป็นระยะทาง 2.9 กิโลเมตร จนถึง กม.ที่ 23+240

(จุดที่ 3) เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนทางหลวงชนบทสาย นม.3052 เดินทางต่อไปเป็นระยะทาง 70 กิโลเมตร
เพื่อบรรจบกับถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 กม.ที่ 55+000 (จุดที่ 4) แล้วเลี้ยวขวาเพื่อมุ่งสู่
อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี

3. เส้นทางเลี่ยงการจราจรจังหวัดสระบุรี เส้นทางเลี่ยงถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1
เริ่มจากถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 กม.ที่ 80+000 (จุดที่ 1) ใช้เส้นทางคู่ขนานไปบรรจบถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3226 กม.ที่ 83+800 (จุดที่ 2) เดินทางต่อไปเป็นระยะทาง 1.5 กิโลเมตร บรรจบกับถนนทางหลวงชนบทสาย สบ.4051 (จุดที่3) เดินทางต่อไปเป็นระยะทาง 3 กิโลเมตร บรรจบกับถนนทางหลวงชนบทสาย สบ.3021 (จุดที่ 4) เดินทางต่อไปเป็นระยะทาง 19 กิโลเมตร วิ่งตรงผ่านไฟแดงจุดที่ 5 และ 6 เพื่อบรรจบกับถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 362 กม.ที่ 3+290 (จุดที่ 7) แล้วเลี้ยวซ้ายมุ่งสู่จังหวัดลพบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ต่อไป

4. จังหวัดสิงห์บุรีไปจังหวัดชัยนาท เส้นทางเลี่ยงถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32
เริ่มจากถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 กม.ที่ 87+800 (จุดที่ 1) เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 369 เดินทางต่อเป็นระยะทาง 4 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3030 กม.ที่ 1+000 (จุดที่ 2) เดินทางต่อไปเป็นระยะทาง 9.8 กิโลเมตร บรรจบกับถนนทางหลวงชนบทสาย

สห.4035 (จุดที่ 3) เดินทางต่อไปเป็นระยะทาง 7.3 กิโลเมตร บรรจบกับถนนทางหลวงชนบทสาย
สห.5040 (จุดที่ 4) เดินทางต่อไปเป็นระยะทาง 4.6 กิโลเมตร บรรจบกับถนนทางหลวงชนบทสาย
ชน.4050 (จุดที่ 5) เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3183 กม.ที่ 3+730 (จุดที่ 6) เดินทางต่อไปเป็นระยะทาง 1.6 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 340 กม.ที่ 160+610 (จุดที่ 7) เพื่อเดินทางเข้าสู่จังหวัดชัยนาท

5. เส้นทางเลี่ยงการจราจรจังหวัดนครราชสีมา เส้นทางเลี่ยงถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ)เริ่มจากถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 กม.ที่ 102+135 (จุดที่ 1) เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 201 เดินทางต่อไปเป็นระยะทาง 41 กิโลเมตร จนถึง กม.ที่ 41+000 (จุดที่ 2) เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2148 เดินทางต่อไปเป็นระยะทาง 3.4 กิโลเมตร จนถึง กม.ที่ 3+400 (จุดที่ 3) เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนทางหลวงชนบทสาย นม.4008 เดินทางต่อไปเป็นระยะทาง 23.1 กิโลเมตร บรรจบกับถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2369 (จุดที่ 4) เดินทางต่อไปเป็นระยะทาง 30.8 กิโลเมตร จนถึง กม.ที่ 30+800 (จุดที่ 5) เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2246 เดินทางต่อไปเป็นระยะทาง 65.5 กิโลเมตร บรรจบกับถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 กม.ที่ 257+650 (จุดที่ 6) เลี้ยวซ้ายเพื่อเดินทางมุ่งสู่จังหวัดขอนแก่น

6. เส้นทางเลี่ยงจังหวัดสมุทรสงครามและจังหวัดเพชรบุรี เส้นทางเลี่ยงถนนทางหลวงหมายเลข 4
เริ่มจากถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 35 กม.ที่ 73+070 (จุดที่ 1) เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนทางหลวงชนบทสาย สส.2021 เดินทางต่อไปเป็นระยะทาง 23.7 กิโลเมตร จนถึง กม.ที่ 23+700
เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3176 (จุดที่ 2) เดินทางต่อไปเป็นระยะทาง 12.6 กิโลเมตร เพื่อเข้าสู่จังหวัดเพชรบุรี

(จุดที่ 3)เส้นทางเลี่ยงการจราจรจากจังหวัดเพชรบุรี ไปอำเภอชะอำเริ่มจากถนนทางหลวงชนบทสาย สส.2021 (จุดที่ 2) เดินทางต่อไปเป็นระยะทาง 36.3 กิโลเมตร จนถึง กม.ที่ 60+000 เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3187 (จุดที่ 4) เดินทางต่อไปเป็นระยะทาง 18.5 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 กม.ที่ 169+070 (จุดที่ 5)เพื่อมุ่งสู่อำเภอชะอำ

ทั้งนี้ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 ประชาชนสามารถติดต่อสอบถามเส้นทางเลี่ยงของกรมทางหลวงชนบทได้ที่สายด่วน 1146 หรือติดตามได้ที่ www.drr.go.th, Facebook กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม และ Twitter กรมทางหลวงชนบท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98103</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สงกรานต์, กรมทางหลวงชนบท, กระทรวงคมนาคม, แนะนำทางเลี่ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210402/image_big_6066c083d3579.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 13:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 13:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศแล้วกำหนดอัตราความเร็วรถใหม่วิ่งไม่เกิน120กม/ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.64-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 มี.ค.เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ กฎกระทรวงหนดอัตราความเร็วของยานพาหนะบนทางหลวงแผ่นดินหรือทางหลวงชนบทที่กำหนด พ.ศ. 2564

โดยกำหนดความเร็วในทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงชนบท ที่มีทางเดินรถแบบจัดแบ่งช่องเดินรถในทิศทางเดียวกันไว้ตั้งแต่ 2 ช่องเดินรถ มีเกาะกลางถนนเฉพาะแบบกำแพงกั้น(Barrier Median) และไม่มีจุดกลับรถเสมอระดับถนน ดังนี้

รถยนต์ ไม่เกิน 120 กม./ชม.

เลนขวา ไม่ต่ำกว่า 100 กม./ชม.

รถบรรทุก รถโดยสารเกิน 15 คน ไม่เกิน 90 กม./ชม.

รถโดยสาร 7-15 คน ไม่เกิน 100 กม./ชม.

รถชักจูง รถยนต์สี่ล้อเล็ก รถยนต์สามล้อ ไม่เกิน 65 กม./ชม.

รถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 80 กม./ชม.

รถจักรยานยนต์ 400cc ขึ้นไป ไม่เกิน 100 กม./ชม.

รถโรงเรียน-รับส่งนักเรียน ไม่เกิน 80 กม./ชม.
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95730</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.คมนาคม, กรมทางหลวงชนบท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_6049bc13e1225.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2020 10:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2020 10:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทช.เปิดแผนปี64รับถนนถ่ายโอนจากอปท.1.2หมื่น กม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค. 2563 นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการรับถนนถ่ายโอนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในปี 2564 ทช. ต้องรับถนนถ่ายโอนจากท้องถิ่นประมาณ 12,000 กม. ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ สำหรับการถ่ายโอนถนนนี้จะเลือกเส้นทางที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่น เป็นเส้นทางหลักเชื่อมระหว่างจังหวัด และ ระหว่างอำเภอ มีปริมาณการจราจรประมาณ 8,000-9,000 คันต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ต้องพัฒนาการขยายถนนจาก 2 ช่องเป็น 4-6 ช่อง เพื่อรองรับปริมาณจราจรที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นทำให้ท้องถิ่นดูแลลำบาก รวมทั้งท้องถิ่นขาดแคลนงบประมาณ เพราะต้องใช้งบสูง เนื่องจากขณะนี้ท้องถิ่นมีถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบ 500,000 กว่า กม. แบ่งเป็นถนนดินลูกรัง 400,000 กว่า กม. และ ถนนลาดยาง 100,000 กว่า กม. ขณะที่ ทช. มีถนนในความรับผิดชอบ 48,000 กม. และ กรมทางหลวง (ทล.) มี 52,000 กม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปฐม กล่าวว่า สำหรับถนนที่รับถ่ายโอนจากท้องถิ่นนั้น ทช. ยังไม่ค่อยพร้อมรับถ่ายโอนมากนัก เนื่องจาก ทช. มีบุคลากรทั่วประเทศประมาณ 4,000 กว่าคน แบ่งเป็นข้าราชการ 1,800 คน และ ลูกจ้างอีก 2,200 คน อย่างไรก็ตามเมื่อรับการถ่ายโอนจะดำเนินการเต็มที่ เพราะศักยภาพที่สามารถดำเนินการรับถนนถ่ายโอนได้ประมาณปีละ 5% หรือประมาณ 400-500 กม. จากทั้งหมด 12,000 กม. ในปี 64 ซึ่งเมื่อรับการถ่ายโอนแล้วต้องจัดตั้งงบประมาณรองรับดำเนินการ 24,000 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นงบประมาณ 60,000 บาท ต่อ กม. ซึ่งหากรับโอนแล้วจะมีโครงข่ายถนนเพิ่มขึ้น จากเดิมมีโครงข่ายถนน 48,000 กม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการถ่ายโอนถนนจากท้องถิ่นนั้น ขณะนี้รัฐบาลให้ชะลอไปก่อน เพื่อให้หารือแนวทางดำเนินการถ่ายโอนให้ได้ข้อสรุปชัดเจนและเป็นไปตามกฎหมายกำหนด เพราะขณะนี้มีข้อแย้งว่าการดำเนินการของ ทช. ที่รับถ่ายโอนถนนกลับมาจากท้องถิ่นนั้นดำเนินการโดยพลการ ดังนั้นจึงพิจารณาให้รอบคอบก่อนดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสำหรับถนนที่อยู่ระหว่างถ่ายโอนนั้น ท้องถิ่นต้องซ่อมบำรุงต่อไป ขณะเดียวกัน ทช. ไม่สามารถนำงบประมาณไปพัฒนาได้ เพราะผิดกฎหมาย เนื่องจากไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบ แต่ถ้าทางท้องถิ่นเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือจริง ทช. สามารถสนับสนุนเครื่องจักร เพื่อนำไปปรับปรุงถนนก่อนได้ นอกจากนี้ ทช. ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับกรมทางหลวง (ทล.) เพื่อถ่ายโอนถนนระหว่างทั้ง 2 หน่วยงาน ซึ่งในปีนี้ ทล. ได้ถ่ายโอนถนนให้ ทช. 7-8 สาย ส่วน ทช. ถ่ายโอนถนนให้ ทล. 2 สาย รวมระยะทาง 100 กม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80041</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวงชนบท, ถ่ายโอนถนนจาก อปท., ปฐม เฉลยวาเรศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3ca432b78aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2020 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2020 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทางหลวงชนบทแจ้งน้ำท่วมจ.เลย, หนองบัวลำภู สามารถสัญจรผ่านได้แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.63-นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่าโดยสำนักบำรุงทาง รายงานว่าขณะนี้ 4 ส.ค.63 มีถนน ทช.ประสบอุทกภัย 2 จังหวัด (เลย, หนองบัวลำภู) จำนวน 3 สายทาง สามารถสัญจรผ่านได้ทุกสายทาง ดังนี้

-ถนนทางหลวงชนบทสาย ลย.3011 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 201 &amp;ndash; บ้านสงเปลือย อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย

-ถนนทางหลวงชนบทสาย นภ.3012 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 210 &amp;ndash; บ้านนาด้วง อำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู

- ถนนทางหลวงชนบทสาย นภ.4040 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2352 &amp;ndash; บ้านห้วยหันพัฒนา อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู

อย่างไรก็ตามขณะนี้หน่วยงานในพื้นที่ได้ติดตั้งป้ายเตือนเพื่อความปลอดภัยของประชาชน พร้อมจัดชุดลาดตระเวนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงทีตามข้อสั่งการของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนโปรดระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษโดยเฉพาะพื้นที่ที่ประสบกับอุทกภัย และโปรดสังเกตป้ายเตือนหรือป้ายหลีกเลี่ยงเส้นทาง โดยสามารถแจ้งเหตุอุทกภัยได้ที่สายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146 ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73380</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวงชนบท, น้ำท่วมเลย, ปฐม เฉลยวาเรศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200804/image_big_5f28fc408a673.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2020 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2020 11:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทางหลวงชนบทเร่งปรับเกลี่ยหน้าดินสไลด์ปิดถนน แม่ฮ่องสอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.2563 กรมทางหลวงชนบท (ทช.) โดยแขวงทางหลวงชนบทแม่ฮ่องสอน หมวดบำรุงทางหลวงชนบทแม่สะเรียงจัดเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องจักร ลงพื้นที่ปรับเกลี่ยหน้าดินสไลด์และเคลื่อนย้ายกิ่งไม้ที่กีดขวางการจราจร บนถนนทางหลวงชนบทสาย มส.3010 แยกทางหลวงหมายเลข 108 - บ้านสันติธรรม อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน (ช่วง กม.0+300 ถึง 0+350) เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและให้ประชาชนสามารถสัญจรผ่านไป-มาได้อย่างปลอดภัย ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ) ที่ได้สั่งการให้หน่วยงานในส่วนภูมิภาค ประกอบด้วย สำนักงานทางหลวงชนบท แขวงทางหลวงชนบท และหมวดบำรุงทางหลวงชนบทในพื้นที่รับมือสถานการณ์อุทกภัยทั่วทุกภูมิภาคเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทช.ขอความร่วมมือประชาชน โปรดระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษและโปรดสังเกตป้ายจราจรเตือน โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุอุทกภัย ได้ที่สายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146 ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71726</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวงชนบท, จ.แม่ฮ่องสอน, ซ่อมถนน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200717/image_big_5f112c405b8d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
