<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110253</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 07:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 07:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมท่าอากาศยานช่วยแอร์ไลน์ลดค่าแลนด์ดิ้งสนามบินภูธร 50%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค. 2564 นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน(ทย.) เปิดเผยว่า ทย. ในฐานะผู้ให้บริการท่าอากาศยานทั้ง 29 แห่งทั่วประเทศ ได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือเยียวผู้ประกอบการภายในท่าอากาศยาน และสายการบินที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ดังนี้ ลดอัตราค่าเช่าพื้นที่ในอัตรา 50% ให้กับผู้ประกอบการร้านค้าภายในท่าอากาศยาน มีผลถึงวันที่ 30 ก.ย.2564 ทั้งนี้อัตราที่เรียกเก็บเป็นอัตราค่าเช่าใหม่ขั้นต่ำที่สุดที่สามารถทำได้ตามคำสั่งที่กรมธนารักษ์กำหนด

นอกจากนี้ ทย. ยังได้ลดค่าบริการในการขึ้นลงของอากาศยาน (Landing Charge)&amp;nbsp;และค่าบริการที่เก็บอากาศยาน (Parking Charge)&amp;nbsp;ในอัตรา 50% ให้กับผู้ประกอบการสายการบิน จนถึงวันที่ 31 ธ.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม ทย. จะประเมินสถานการณ์และพิจารณาแนวทางการมาตรการช่วยเหลือเป็นระยะ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการตามนโยบายของรัฐบาลและ รมว.คมนาคม เพื่อให้ผู้ประกอบการยังคงสามารถดำเนินธุรกิจ พร้อมให้บริการประชาชนควบคู่ไปกับท่าอากาศยานได้ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้คณะกรรมการการบินพลเรือน(กบร.) .ที่มีนายศัดิ์สยาม&amp;nbsp;ชิดชอบ&amp;nbsp;รมว.คมนาคม&amp;nbsp;เป็นประธานได้มีมติขยายระยะเวลาของมาตรการบรรเทาผลกระทบสายการบินจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ออกไปสิ้นสุดในวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;64นี้ สำหรับมาตรการด้านการลดค่าใช้จ่ายของสายการบินนั้นได้ให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ปรับลดค่าบริการในการขึ้นลงของอากาศยาน (Landing Charge)&amp;nbsp;และค่าบริการที่เก็บอากาศยาน (Parking Charge)&amp;nbsp;ลง&amp;nbsp;50 %&amp;nbsp;สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศและเที่ยวบินระหว่างประเทศ รวมทั้งยกเว้นการจัดเก็บค่าบริการที่เก็บอากาศยาน (Parking Charge)

&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110253</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมท่าอากาศยาน, ค่าจอดเครื่องบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210117/image_big_60038800437cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60446</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2020 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2020 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทย.เฝ้าระวังคัดกรองผู้โดยสารสนามบินภูมิภาคสั่งรายงานส่วนกลางทุกวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 มี.ค.63-นายทวี เกศิสำอาง อธิบดีกรมท่าอากาศยาน เป็นประธานการประชุมทางไกล conference กับท่าอากาศยานในความดูแล 25 แห่ง เพื่อติดตามสถานการณ์การเฝ้าระวัง คัดกรองผู้โดยสารเพื่อป้องกันไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19) ของท่าอากาศยาน เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2563 ณ ห้องประชุมจันทรางศุ กรมท่าอากาศยาน โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการท่าอากาศยานทุกแห่ง ดำเนินการตามมาตรการการป้องกัน การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัส(COVID 19) เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมทั้ง รายงานสถานการณ์ และสอบถามข้อมูล แนวทางการปฏิบัติในการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางผ่านท่าอากาศยาน ทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและเที่ยวบินระหว่างประเทศทุกท่าอากาศยาน การดำเนินการตามมาตรการการป้องกัน การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันได้รับฟังปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการเพื่อหาแนวทางดำเนินการที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งมีประเด็นที่สำคัญในการประชุมมี ดังนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การตรวจคัดกรอง ปัจจุบันท่าอากาศยานมีการบูรณาร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการปฏิบัติงานโดยได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่จากสาธารณสุขจังหวัด หรือหน่วยทางการแพทย์ มาดำเนินการตรวจคัดกรองผู้โดยสารเป็นประจำ และ ทย. ได้จัดเจ้าหน้าที่ช่วยดำเนินการให้เพียงพอ และครอบคลุมการดำเนินการ โดยการจัดหาเครื่องเทอร์โมสแกน และเครื่องวัดอุณหภูมิแบบมือถือ (Hand Held Thermometer) เพิ่มเพื่อให้เกิดความพร้อมของอุปกรณ์และเพียงพอ และกำชับให้ทุกท่าอากาศยานตรวจคัดกรองผู้โดยสารทุกคน ทั้งนี้ เพื่อให้การตรวจคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางผ่านมีมาตรฐานเดียวกันทุกท่าอากาศยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. อุปกรณ์เครื่องมือ ป้องกันตนเองสำหรับเจ้าหน้าที่ประจำท่าอากาศยานขาดแคลน เช่น หน้ากากอนามัย ถุงมือ และน้ำยาฆ่าเชื้อโรค เจลหรือแอลกอฮอล์ ที่ต้องใช้ประจำและหาซื้อได้ยากแล้วนั้น ทางส่วนกลางได้จัดหาหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จำเป็นทยอยจัดส่งให้ทุกท่าอากาศยานเพื่อให้การปฏิบัติงานสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะและมีการป้องกันตนเองได้อย่างถูกต้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. กำชับเรื่องการทำความสะอาดพื้นที่ภายในท่าอากาศยานของพนักงานทำความสะอาด ให้เพิ่มความถี่ ในจุดที่โดนสัมผัสบ่อย โดยใช้แอลกอฮอล์และน้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดทำความสะอาด หลังเสร็จสิ้นภารกิจทุกเที่ยวบินในทุกวัน และการทำความสะอาดภายในอาคารที่ผู้โดยสารด้วยการใช้เครื่องพ่นละอองฝอยแบบงวงช้าง ทุกท่าอากาศยาน หลังหมดเที่ยวบินในแต่ละวัน เพื่อสร้างความมั่นในให้กับผู้รับบริการของท่าอากาศยานและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน และเพื่อเพิ่มมาตรการลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส(COVID 19)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ให้เพิ่มการประชาสัมพันธ์ข้อมูลแนวทางการปฏิบัติของผู้โดยสาร ผู้ประกอบการในสนามบิน เจ้าหน้าที่ได้ทราบ ทั้งการดูแลตนเอง การให้ความร่วมมือการตรวจคัดกรอง โดยมีการแจกแผ่นพับ การนำข้อมูลเผยแพร่ผ่านจอประชาสัมพันธ์ การเผยแพร่ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น เพจหรือเฟสบุ๊คของท่าอากาศยาน และการประกาศเสียงตามสายภายในอาคาร แจ้งผู้โดนสารในการเผื่อเวลาในการเดินทางมาถึงท่าอากาศยาน เนื่องจากต้องใช้เวลาในการตรวจคัดกรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามได้กำชับ ให้ทุกท่าอากาศยานรวบรวมรายงานผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรค ในการดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาด ของโรคติดต่อเชื้อไวรัสไวรัส(COVID 19) เป็นประจำทุกวันมาที่ส่วนกลาง เพื่อหาแนวทางแก้ไขได้ และมอบหมายให้ทุกท่าอากาศยาน ประสานหน่วยเกี่ยวข้องจัดทำแผนฉุกเฉินในกรณีพบผู้เข้าข่ายติดเชื้อไวรัสแนวทางการสั่งการกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินเพื่อให้สามารถปฏิบัติการได้ทันท่วงที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60446</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กรมท่าอากาศยาน, ทวี เกศิสำอาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200321/image_big_5e75d8c90a98b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2020 18:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมท่าอากาศเปิด4 มาตรการสกัดไวรัสโคโรนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.63-นายทวี เกศิสำอาง อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.)กล่าวถึงแผนการรับมือของกรมท่าอากาศยาน ในการเฝ้าระวังโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 จากการแพร่ระบาดจากเมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน ของท่าอากาศยานในสังกัดกรมท่าอากาศยานว่า ได้สั่งการให้ทุกท่าอากาศยานดำเนินการตามมาตรการอย่างเข้มงวดทุกแห่ง โดยมีมาตรการดังนี้

1.ตรวจคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานทุกแห่งอย่างเข้มงวด โดยร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อดูแลผู้โดยสารอย่างทั่วถึง

2.จัดเจ้าหน้าที่ดูแลและทำความสะอาดพื้้นที่ภายในท่าอากาศยาน โดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคทำความสะอาดทุกจุด และเพิ่มความถี่ในการตรวจเช็คบริเวณที่ผู้โดยสารสัมผัสบ่อย เช่น ห้องน้ำ เก้าอี้ผู้โดยสาร ราวบันได รถเข็นสัมภาระ ตะกร้าสำหรับวางสัมภาระในจุดตรวจค้น เป็นต้น

3.สำหรับท่าอากาศยานที่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศ คือ ท่าอากาศยานกระบี่และสุราษฎร์ธานี ได้เพิ่มจุดคัดกรองจากเจ้าหน้าที่ โดยใช้เครื่องแฮนด์เทล วัดอุณหภูมิบริเวณหน้าผากและหู และให้ผู้โดยสารใช้เจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือ พร้อมประชาสัมพันธ์ข้อมูลแนะนำวิธีการป้องกันตนเอง

4.ประชาสัมพันธ์ข้อมูลการป้องกันตนเองตามแนวทางของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ผ่านเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของท่าอากาศยาน โดยรณรงค์ให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย และไม่คลุกคลีกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ปิดปาก ปิดจมูก เวลาไอ หรือ จาม ด้วยกระดาษทิชชู หรือต้นแขนด้านใน รวมถึงหมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำ และสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น เป็นต้น

นายทวี กล่าวว่ากรมท่าอากาศยานได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร และได้สั่งการกำชับให้ผู้อำนวยท่าอากาศยานทุกแห่งรายงานสถานการณ์ทันทีเมื่อมีเหตุการณ์ หากท่านผู้โดยสารและประชาชนมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ประจำท่าอากาศยานแต่ละแห่งได้ทันที&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55814</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมท่าอากาศยาน, ทวี เกศิสำอาง, มาตรการป้องกันโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191225/image_big_5e02d4e758a54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2019 15:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2019 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ถาวร”ร่อนหนังสือด่วนท่าอากาศยานเข้มความปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 ก.ค.2562 นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม เปิดเผยว่าได้ลงนามทำหนังสือด่วนที่สุดถึงหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ทางอากาศที่กำกับดูแล ประกอบด้วย กรมท่าอากาศยาน, สถาบันการบินพลเรือน, บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด, บริษัท การบินไทยจำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด, บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด และบริษัท ไทย-อะมาดิอุส เซาท์อีสต์ เอเชีย จำกัด เรื่องกำชับเพิ่มความเข้มงวดการเฝ้าระวัง และการรักษาความปลอดภัยในหน่วยงานหลังเกิดเหตุระเบิดในกรุงเทพเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในหนังสือดังกล่าว มีใจความว่า ด้วยช่วงเช้าของวันนี้ (2 สิงหาคม 2562) ได้ปรากฏข่าวสารการเกิดเหตุระเบิดในพื้นที่กรุงเทพมหานครหลายจุด โดยในช่วงระหว่างเวลา 07.00-09.30 น. ได้เกิดเหตุระเบิด 3 จุด จำนวน 4 ครั้ง ณ บริเวณศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ บริเวณซอยพระราม 9 แยก 57/1 หน้าตึกคิงเพาเวอร์ มหานคร และบันไดทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ช่องนนทรี มีผู้บาดเจ็บรวม 4 ราย รวมถึงเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2562 ได้มีกรณีการวางวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดที่บริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ สตช. นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เนื่องจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เป็นหน่วยงานให้บริการประชาชน ซึ่งเป็นสถานที่เปิด มีประชาชนใช้บริการเป็นจำนวนมาก จึงขอให้ท่านกำชับเพิ่มความเข้มงวดการเฝ้าระวัง และการรักษาความปลอดภัยในหน่วยงาน รวมถึงการจัดตั้งศูนย์การเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ทั้งก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ โดยให้มีการกำหนดตัวผู้รับผิดชอบ หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน และผู้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน หากเกิดเหตุการณ์ให้ผู้รับผิดชอบรายงานสถานการณ์ถึงนายถาวรในทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ที่รับผิดชอบทางน้ำ ได้สั่งการให้เจ้าพนักงานขนส่งประจำท่าเรือทั้งในแม่น้ำเจ้าพระยา และคลองแสนแสบ ให้การดูแลอย่างเข้มงวด และหากพบเห็นสิ่งปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมแจ้งศูนย์ปลอดภัยทางน้ำ กรมเจ้าท่า ทราบในทันที ตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งให้แจ้งผู้ประกอบการท่าเรือโดยสารของเอกชน และผู้ประกอบการเรือโดยสาร ทราบและเฝ้าระวัง ด้วยดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ให้เจ้าหน้าที่ตรจการณ์พร้อมเรือยนต์เจ้าทำออกตรวจตราในพื้นที่รับผิดชอบ และให้สังเกต
บุคคลต้องสงสัยที่อาจจะนำสิ่งของบรจุในหีบห่อกระบำหรือกล่องมาวางทิ้งไว้บริเวณทำเรือหรือภายในตัวเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.พนักงานขนส่งที่ปฏิบัติงนประจำทำเรือเพิ่มความเข้มงวด กวดขัน ในการอำนวย
ความสะดวกบริเณเรือและหากพบบุคคลมีพฤติกรต้อสงสัยไม่นำว้วางใจ หรือมีสิ่งของ กระเปิา
หรือกล่องต้องสสัยมาวางทิ้งไว้บริเวณทำเรือหรือภายในตัวเรือเพื่อก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยกับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ให้จำหนำที่ประจำศูนย์ฏิบัติการโทรทัศน์วงจปิดเพิ่มการฝระวังทางโทรทัศนั
วงจรปิดทั้งในส่วนของแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองแสนแสบพร้อมทั้งประสานการปฏิบัติกับหน่วยงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ให้ผู้ประกอบการดินเรือกำชับผู้คบคุมรือพนักงานเก็บเงินกะลาสี หรือผู้ทำการในเรือ
คอยสังเกตพฤติกรรมของผู้โดยสารหากเห็นว่ามีพฤติกรรมต้องสงสัยไม่นำไว้วางใจ หรือมีสิ่งของ กระเป้าหรือกล่องต้องสงสัยมาวางทิ้งไว้บริเวณท่าเรือหรือภายในตัวเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.หากพบเห็นกรณีดังกลำวให้รีบแจ้งเจ้าหนัที่ตำรวท้องที่, หรือเหตุด่วนเหตุร้าย 191หรือ
ตำรวจน้ำ 119หรือศูนย์ปลอดภัยทางน้ำกรมเจ้ากสายด่วน 1199ตลอด๒๔ชั่วโมง
ทั้งนี้ให้เริ่มปฏิบัติตั้งแต่บัดนี้เป็นตันไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42558</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมท่าอากาศยาน, การบินไทย, ถาวร เสนเนียม, ไทยสมายล์แอร์เวย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190802/image_big_5d43f95c8f1ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2018 07:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2018 07:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทย.อัดงบ3.4 หมื่นล้านปั้นสนามบินภูมิภาคเชื่อมอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทย.อัดงบ 3.4 หมื่นล้านปั้นสนามบินภูมิภาคเชื่อมอาเซียน-BIMSTEC เจาะกลุ่มตลาดทะเลอินเดีย หวังเพิ่มยอดนักท่องเที่ยว-ดันผู้โดยสารโต 150%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.กระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่าปัจจุบันภูมิภาคอาเซียนมีปริมาณการบินเติบโตมากที่สุดในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิคคิดเป็นค่าเฉลี่ยปีละ 6.6% ดังนั้นจึงคาดการณ์ว่าภายใน 20 ปีจะเติบโตมากกว่า 12% ต่อปีหรือเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัว ดังนั้นกรมท่าอากาศยาน(ทย.)จึงมีแผนลงทุนเพื่อรองรับตลาดการบินและส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยเฉพาะการเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนรวม 5 ชาติ ตลอดจนดึงนักท่องเที่ยวศักยภาพจากกลุ่มประเทศ BIMSTEC ที่ประกอบด้วยบังคลาเทศ อินเดีย ศรีลังกา เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;5ประเทศเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพจับจ่ายสูงอีกทั้งตัวเลขจีดีพีในกลุ่มชาติดังกล่าวยังเติบโตอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ทั้งนี้สนามบินใต้นั้นมีศักยภาพอย่างมากปัจจุบันรองรับผู้โดยสารมากถึง 50% ของปริมาณผู้โดยสารทั้งหมดหรือคิดเป็นปีละ 10 ล้านคน ทั้งหมดนี้ในอนาคตสนามบินภูมิภาคทุกแห่งจะถูกเชื่อมด้วยระบบขนส่งที่ครอบคลุมทั้งรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่และเส้นทางเดินเรือ&amp;quot;ไพรินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน （ทย.) กล่าวว่าทย.มีแผนพัฒนาสนามบินเพื่อเชื่อมโยงการเดินทางภูมิภาคระยะเวลา 10 ปี วงเงินรวม 3.45 หมื่นล้านบาท (‭2561 &amp;ndash; 2570‬) ประมาณ 34,507 ล้านบาท แบ่งเป็น ปี ‭2561 &amp;ndash; 2565‬ ปรับปรุงท่าอากาศยาน 17 โครงการก่อสร้างใหม่ 1 ท่าอากาศยาน วงเงินลงทุน 27,248 ล้านบาท ปี ‭2566 &amp;ndash; 2570‬ ปรับปรุงท่าอากาศยาน 8 โครงการวงเงินลงทุน 7,259 ล้านบาท คาดว่าจะเพิ่มปริมาณผู้โดยสารได้ 150% จากเดิม 20 ล้านคนเป็น 50 ล้านคนในปี 2580 เช่นเดียวกับเที่ยวบินที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 55,000 เที่ยวบินต่อเดือนจากปัจจุบัน 21,480 เที่ยวบินต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดรุณกล่าวต่อว่าสำหรับภาคเหนีอนั้นจะพัฒนาสนามบินลำปาง สนามบินแพร่ สนามบินน่านและสนามบินแม่ฮ่องสอนเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางCLMV เพื่อเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยววิถีชีวิตล้านนา โดนใช้สนามบินลำปางเป็นฮับเชื่อมการเดินทางสปป.ลาว-คุนหมิง นอกจากนี้จะใช้สนามบินตากเป็นจุดเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าทางอากาศสนับสนุนเส้นทางการค้าแนวระเบียงภาคตะวันออก-ภาคตะวันตก (EWEC)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่ในภาคอีสานนั้นจะใช้ 4 สนามบินหลักได้แก่สนามบินอุบลราชธานี สนามบินนครพนม สนามบินสกลนครและสนามบินเลย เป็นเกทเวย์ประตูการค้าCLMB เชื่อมเขตเศรษฐกิจพิเศษ(SEZ) นครพนมและมุกดาหาร โดยใช้สนามบินบุรีรัมย์เป็นฮับท่องเที่ยวเชิงกีฬา ส่วนด้านภาคใต้นั้นจะใช้สนามบินชุมพร สนามบินสุราษฎร์ธานี สนามบินระนอง สนามบินกระบี่และสนามบินตรัง รองรับการดึงดูดนักท่องเที่ยว BIMSTEC ที่จะบินเข้ามาจากเส้นทางมหาสุมรอินเดียและทะเลอันดามันควบคู่ไปกับการสนับสนุนเส้นทางท่องเที่ยวตามแนวชายฝั่งตะวันตก(ไทยแลนด์ริเวียร่า)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17604</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมท่าอากาศยาน, ดรุณ แสงฉาย, พัฒนาสนามบินภูมิภาค, ศูนย์กลางการบินอาเซียน, สนามบินภูมิภาค, ไพรินทร์ ชูโชติถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180915/image_big_5b9c55ac94351.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16581</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2018 08:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2018 08:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทย.ลุยพัฒนาสนามบินแม่สอดพร้อมเปิดเต็มรูปแบบธ.ค.62</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทย.พร้อมให้บริการสนามบินแม่สอดธ.ค.62 &amp;nbsp;เพื่อรองรับผู้โดยสาร 1.8ล้านคนต่อปี หนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษ ลุยโรดโชว์จีนหวังดึงแอร์ไลน์ร่วมธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค.61-นายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการปรับปรุงขยายท่าอากาศยานแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อส่งเสริมการคมนาคมทางอากาศ สนับสนุนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนจังหวัดตาก และรองรับการลงทุนของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ว่า ปัจจุบันกรมท่าอากาศยานอยู่ระหว่างการประมูลสิทธิการเช่าอาคารที่ราชพัสดุ เพื่อหาผู้ประกอบการ ร้านค้าประเภทต่างๆที่จะให้บริการภายในอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ พร้อมจัดสรรพื้นที่สำหรับร้านค้าวิสาหกิจชุมชนโดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2561 จากนั้นจะทำการทดสอบระบบต่างๆ ภายในอาคาร และเปิดให้บริการผู้โดยสารได้ในเดือนธันวาคมปี2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะเดียวกันได้ขยายทางขับลานจอดอากาศยานและทางวิ่งจากเดิม ขนาด 1500เมตร ให้เป็นเมตร 2100 เมตร &amp;nbsp;ใช้งบประมาณ368ล้านบาท ซึ่งมีความคืบหน้า13.10%และจะก่อสร้างแล้วเสร็จปี63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คาดว่าเมื่อเปิดให้บริการเต็มรูปแบบทั้งอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ทางวิ่ง รวมกับอาคารผู้โดยสารเดิมจะทำให้ขีดสามารถในการรองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น1.8ล้านคนต่อปี จากปัจจุบัน4แสนคนต่อปี โดยคาดว่าหลังปี63ที่เปิดให้บริการเต็มรูปแบบผู้โดยสารจะเพิ่มเป็น8แสนคนต่อปีและผลักดันให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 20%ต่อปี &amp;nbsp; เนื่องจากขณะนี้ผู้ประกอบการสายการบินทั้งในและต่างประเทศได้แสดงความสนใจที่จะเปิดเส้นทางบินใหม่โดยใช้แม่สอดเป็นฐานการบินในการเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ จีน เวียดนาม และลาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรมท่าอากาศได้เล็งเห็นถึงสัญญาณการเติบโตของผู้โดยสารจีนที่จะมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันมีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 30% ต่อเที่ยวบิน จึงได้วางแผนเดินทางไปโรดโชว์ ที่เมืองกว่างโจว ในเดือนกันยายนเพื่อประชาสัมพันธ์ศักยภาพของท่าอากาศยานแม่สอด พร้อมเจรจาธุรกิจร่วมกับสายการบินจีน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16581</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมท่าอากาศยาน, จังหวัดตาก, ทย., สนามบินแม่สอด, เปิดให้บริการ ธ.ค. 2562</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180901/image_big_5b89ede2e9af7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 09:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทย.เทงบ3.5พันล้านอัพเกรดสนามบินหัวหิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทย.ทุ่มงบ 3.5 พันล้านบาทอัพเกรดสนามบินหัวหินเพิ่มปริมาณรองรับผู้โดยสาร 10 เท่า รวม 3 ล้านคนต่อปี ด้านไทยแอร์เอเชียจ่อเปิดเส้นทางบินหัวหิน-ภายในประเทศ ปักหมุดสนามบินไพรเวทเจ็ทรับไทยแลนด์ริเวียร่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เปิดเผยว่าทย.มีแผนลงทุนสนามบิน 2 แห่งเพื่อรองรับโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้(Southern Economic Corridor : SEC) และแผนพัฒนาไทยแลนด์ริเวียร่า เริ่มจากสนามบินหัวหินนั้นมีแผนแม่บทลงทุนรวม 3.5 พันล้านบาท ระยะเวลาพัฒนา 4-5 ปี คาดว่าจะใช้งบประมาณปี 2563 ดำเนินการ ประกอบด้วยการขยายอาคารผู้โดยสารและก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งใหม่ให้รองรับปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 10เท่า เป็น 3 ล้านคนต่อปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 3 แสนคนต่อปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีงาน ขยายความกว้างของทางวิ่ง (รันเวย์) จาก 30 เมตร เป็น 45 เมตร และขยายลานจอดเครื่องบินเพิ่มเติมอีกด้วย อย่างไรก็ตามภายหลังจากเปิดเส้นทางบินเชิงพาณิชย์ของสายการบินแอร์เอเซียเส้นทางกัวลาลัมเปอร์-หัวหิน นั้นได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยวที่ผ่านมาอัตราบรรทุกผู้โดยสาร(Load Factor) อยู่ในระดับที่สูงอย่างน่าพอใจ โดยล่าสุดนั้นมีสายการบินไทยแอร์เอเชียมาติดต่อเพื่อขอเปิดทำการบินตารางฤดูหนาวนี้ แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าจะเปิดบินในเส้นทางใดบ้าง อย่างไรก็ตามสนามบินดังกล่าวยังอยู่สามารถเชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพ-หัวหินได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดรุณกล่าวต่อว่าสำหรับแผนการพัฒนาสนามบินระนองนั้นถูกพัฒนาให้เป็นสนามบินเพื่อการท่องเที่ยว (Tourist Airport) เพื่อให้สอดรับกับนโยบายท่องเที่ยวเมืองรองของรัฐบาลควบคู่ไปกับการส่งเสริมผู้ประกอบการท้องถิ่นและเอสเอ็มอีในพื้นที่ให้สามารถนำสินค้าท้องถิ่นมาขายภายในสนามบินได้ ดังนั้นทย.จึงมีแผนพัฒนาอาคารผู้โดยสารทั้งการตกแต่งปรับปรุงภายใน (Renovate) รวมถึงการขยายอาคารผู้โดยสารและรันเวย์เพื่อรับไฟลท์บินเพิ่มในอนาคต ตลอดจนการเพิ่มพื้นที่สำหรับสินค้า OTOP สินค้าท้องถิ่น และ พื้นที่ใช้สำหรับ SME &amp;amp; Start Up อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสนามบินชุมพรซึ่งเป็นหนึ่งในสนามบินของทย.นั้นจะโอนให้บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ไปดำเนินการพัฒนาเพื่อรองรับไทยแลนด์ริเวียร่าต่อไป ขณะที่ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานส่วนบุคคล(General Aviation) หรือเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวนั้นจะเป็นอีกหนึ่งโครงการที่เข้ามาส่งเสริมแนวเส้นทางริเวียร่า ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาออกแบบรายละเอียดการก่อสร้างและแนวทางการลงทุน เบื้องต้นคาดว่าจะใช้วงเงินลงทุนหลายพันล้านบาท และยืนยันว่าจะพัฒนาโครงการดังกล่าวในพื้นที่จ.ราชบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14771</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมท่าอากาศยาน, ทอท., ปรับปรุงสนามบินภูเก็ต, สนามบินหัวหิน, สนามบินไพรเวทเจ็ท, ไทยแลนด์ริเวียร่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180806/image_big_5b67b0d4afb38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
