<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ราเมศ&#039;อบรม&#039;สินมั่นคง&#039;ประกาศรวมพลนักกฎหมายช่วยปชช.ถูกยกเลิกกรมธรรม์โควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
16ก.ค.64-นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และเลขานุการประธานรัฐสภา กล่าวถึงกรณีที่ บริษัทประกัน ได้บอกเลิกกรรมธรรม์ ประชาชนที่ทำประกันภัยการติดเชื้อไวรัสโคโรนาโควิด 19 ว่า หลักการเรื่องนี้ กฎหมายระบุไว้ชัดประชาชนผู้ทำประกันภัยการติดเชื้อไวรัสโควิด19 มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายทุกประการ บริษัทตกลงใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือใช้เงินจำนวนหนึ่ง ในกรณีหากผู้ทำประกันภัยติดเชื้อโควิด19 บริษัทก็ต้องทำตามสัญญาคือการใช้เงินจำนวนหนึ่งให้ ผูกพันสมบูรณ์ตามระยะเวลาที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวว่า เมื่อได้หลักความสมบูรณ์ของสัญญาประกันภัยแล้ว ก็ต้องมาดูว่ากรณีที่จะยกเลิกสัญญาประกันภัย ทำได้เพราะเหตุใดบ้าง หลักกฎหมายก็กำหนดไว้ชัดอีกว่า หากมีการแถลงข้อความอันเป็นเท็จหรือรู้อยู่แล้วไม่บอกความจริง สามารถบอกเลิกได้ เช่น หากติดเชื้อโควิด19แล้ว แต่นำหลักฐานเท็จทาแสดงต่อบริษัทว่าตนไม่เป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด19 ต่อมาเมื่อทำสัญญาประกันแล้ว นำผลตรวจมาแจ้งว่าติดโควิดเพื่อขอรับเงินค่าสินไหม กรณีตัวอย่างนี้บอกเลิกสัญญาได้เช่นเดียวกันคือประชาชนผู้ทำสัญญาประกันภัยกระทำการทุจริต เช่นนำผลตรวจปลอมมาขอรับเงินค่าสินไหม เหมือนที่ได้ยกตัวอย่างมา กรณีนี้บอกเลิกสัญญาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรณีบริษัทสินมั่นคงประกันภัย อ้างเหตุบอกเลิกสัญญาตามกรมธรรม์ ข้อ 2.4.3 ที่ระบุการสิ้นสุดความคุ้มครองเมื่อผู้เอาประกันภัยหรือบริษัทบอกเลิกกรมธรรม์ตามเงื่อนไขทั่วไป และข้อกำหนดข้อ 2.5และอ้างเหตุตาม ข้อ 2.5.1 ที่ระบุว่าบริษัทสามารถบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยนี้โดยบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรไม่น้อยกว่า 30 วันโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงผู้เอาประกันภัยตามที่อยู่ครั้งสุดท้ายที่แจ้งให้บริษัททราบโดยบริษัทจะคืนเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยโดยหักเบี้ยประกันภัยสำหรับระยะเวลาที่กรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ได้ใช้บังคับมาแล้วออกตามส่วน ในกรณีที่ปรากฏหลักฐานชัดเจนต่อบริษัทว่าผู้เอาประกันภัยได้กระทำการโดยทุจริตเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์จากการประกันภัยนี้บริษัทจะไม่คืนเบี้ยประกันภัยที่ได้เรียกเก็บมาแล้วเพราะเหตุแห่งการฉ้อฉลหรือการทุจริตดังกล่าวข้างต้นและบริษัทจะไม่รับผิดสำหรับการเรียกร้องค่าทดแทนอันเกิดจากการกระทำดังกล่าวนั้น ผมเห็นว่าไม่ชอบด้วยเจตนารมณ์ของกฎหมายและกรมธรรม์ การจะเลิกสัญญาได้นั้นจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่ต้องมีเหตุผลตามที่กฎหมายกำหนดไว้ เช่นกรณีการปกปิดความจริง การทุจริตฉ้อฉล หากไม่มีเหตุย่อมไม่มีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาได้ การบอกเลิกสัญญาประกันภัยไม่ชอบด้วยกฎหมาย&amp;quot; นายราเมศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวด้วยว่า การทำประกันของประชาชนเพื่อป้องกันความเสี่ยงภัยในอนาคต หาใช่กลับกลายว่าบริษัทเห็นว่าบริษัทเสี่ยงภัยแล้วเลยบอกเลิกสัญญา เช่นนั้นแล้วจะทำสัญญาประกันไปทำไม ไร้ประโยชน์ แล้วการระบุว่าจะคืนเบี้ยประกันบางส่วนยิ่งเป็นเรื่องตลก เพราะเหตุผลที่บอกมาคือบริษัทต้องบริหารความเสี่ยง เพราะเป็นวิกฤตที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ คือบริษัทเสี่ยงจึงบอกเลิกเหตุก็เกิดจากบริษัท แล้วจะให้ประชาชนรับกรรมจากความเสี่ยงของบริษัทอย่างนั้นหรือ ขอเตือนไว้ก่อนเลยว่า ให้ฝ่ายกฎหมายกลับไปดูพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมให้ดีด้วย มาตรา 4 ที่ระบุสาระสำคัญไว้ชัดคือ ข้อตกลงให้สัญญาสิ้นสุดลงโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือให้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยอีกฝ่ายมิได้ผิดสัญญาในข้อสาระสำคัญ ถือได้ว่าเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ให้ไปท่องให้ขึ้นใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวต่อว่า ประชาชนที่ทำประกันภัยกับบริษัทสินมั่นคง ไม่จำเป็นต้องรับคืนค่าเบี้ยประกันที่บริษัทจะจ่ายคืน เพราะสัญญายังสมบูรณ์ และประชาชนที่ทำประกันติดเชื้อโควิด ก็ยังมีสิทธิได้รับเงินตามจำนวนที่เอาประกันภัยไว้คือ 100,000 บาท ตนขอประกาศจุดยืนตอนนี้เลยว่าจะสู้เรื่องนี้ให้กับประชาชน โดยจะระดมนักกฎหมายทั่วประเทศเพื่อเรียกร้องสิทธิอันชอบธรรมให้กับประชาชน การต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมให้กับประชาชนไม่ใช่เรื่องยาก บริษัทจะมีเงินทองมากมายก่ายกองขนาดไหนไม่สำคัญ แต่หลักสำคัญคือบริษัทต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมกับประชาชน เพราะบริษัทอยู่ได้มีรายได้มากก็เพราะประชาชน ในประเทศนี้ อย่าซ้ำเติมวิกฤติในสถานการณ์แบบนี้เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109966</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมธรรม์, นายราเมศ รัตนะเชวง, ประกันภัยโควิด-19, สินมั่นคง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f14fab49742.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64110</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2020 12:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2020 11:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอบคุณที่อุทิศตน!นายกฯส่งมอบกรมธรรม์ให้บุคลากรทางการแพทย์พร้อมเงินสนับสนุนอสม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24 เม.ย.63-&amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานส่งมอบกรมธรรม์ประกันชีวิตให้กับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข พร้อมมอบกองทุนสนับสนุนและเยียวยาให้กับ อสม. โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า การส่งมอบครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและภาคเอกชน คือบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) โดย นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ ได้มอบ 1.กรมธรรม์ประกันชีวิตสำหรับแพทย์และพยาบาล จำนวน 50,000,000 บาท 2.กรมธรรม์ประกันชีวิตสำหรับผู้ช่วยพยาบาล เทคนิคการแพทย์และรังสีเทคนิค จำนวน 10,000,000 บาท 3.กองทุนสนับสนุนและเยียวยาให้แก่อสม. จำนวนเงิน 10,000,000 บาท เพื่อเป็นการสร้างขวัญ กำลังใจ และตอบแทนการกระทำความดีของบุคลากรสาธารณสุขทั้งระบบ จำนวน 400,000 คน และ อสม. จำนวน 1,040,000 คน ที่เป็นกำลังหลักของประเทศ ในการรับมือกับการระบาดของโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง โดยปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็งและเสียสละ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมและขอบคุณ บุคลคลกรทุกภาคส่วนที่ได้ เสียสละ อุทิศตน ในการเฝ้าระวังคัดกรองโควิด19 ทำให้สถานการณ์ในประเทศดีขึ้น อย่างไรก็ตามทางรัฐบาลก็ไม่ได้ประมาท ได้มีการเตรียมการวางแผนร่วมกันกับทั้งภาคเอกชน สังคม อย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำ สุขภาพ สำคัญที่สุด รองลงมาคือเรื่องเศรษฐกิจ&amp;quot;รองโฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรียังกล่าวเพิ่มเติมว่าเป็นที่น่าชื่นชมและขอบคุณ ที่บริษัท BTS ได้เข้ามาช่วยเหลือบุคคลกรสาธารณสุข โดย มอบกรรมธรรม์ เงินช่วยเหลือเยียวยา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางภาคเอกชนจะเข้ามาร่วมมือในการเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64110</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมธรรม์, นายคีรี กาญจนพาสน์, นายอนุทิน ชาญวีรกุล, บุคลากรการแพทย์, ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200424/image_big_5ea26d201a809.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6068</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2018 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คปภ.คลอดประกันภัย 10 บาท รับเทศกาลสงกรานต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คปภ.เดินหน้าสร้างระบบประกันภัยหวังให้ประชาชนมีการบริหารความเสี่ยง ล่าสุดพัฒนากรมธรรม์สำหรับนักท่องเที่ยว ผุดแบบประกันภัย 10 บาท รับเทศกาลสงกรานต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;29 มี.ค. 61- นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. มีมาตรการเชิงรุกในการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการประกันภัย และส่งเสริมให้ประชาชนใช้ระบบประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนได้อย่างทั่วถึงซึ่งได้มีการพัฒนาช่องทางการจำหน่ายและพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัย เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้เอาประกันภัย ให้ได้รับความคุ้มครองที่ตรงกับความต้องการด้วยเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของผู้เอาประกันภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
และเพื่อเป็นให้ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบประกันภัยมากขึ้น โดยเฉพาะการบริหารความเสี่ยงในการเดินทางท่องเที่ยวหรือกลับภูมิลำเนาตามประเพณีไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ คปภ.จึงนำแนวคิดจากกรณีกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับนักท่องเที่ยว ที่มีเบี้ยประกันภัยไม่แพง เนื่องจากคุ้มครองในช่วงระยะเวลาสั้น มาต่อยอดพัฒนาเป็นกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม ซึ่งมีเบี้ยประกันภัยเพียง 10 บาท คุ้มครองเป็นระยะเวลาหนึ่งเดือน ทั้งนี้คาดว่าภายใน 1 เดือน จะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 1 ล้านกรมธรรม์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์อุ่นใจ (ประกันภัย 10 บาท) (ไมโครอินชัวรันส์) จะให้ความคุ้มครองคล้ายกับประกันภัย 100 และประกันภัย 200 โดยประกันภัย 10 บาท ได้มีการปรับปรุงในส่วนอายุของผู้เอาประกันภัยซึ่งได้มีการขยายอายุของผู้เอาประกันภัยจาก 20-60 ปี เป็น 20-70 ปี เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าระบบประกันภัยได้มากขึ้น ทั้งนี้ผู้บริโภคสามารถซื้อได้ในระหว่างวันที่ &amp;nbsp;1 - 30 เม.ย. 2561 สำหรับโครงการนี้เป็นโครงการนำร่องกรณีประกันภัยกลุ่ม ซึ่งหากได้ผลก็จะขยายโครงการให้ครอบคลุมมากขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6068</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมธรรม์, คปภ., ท่องเที่ยว, ประกัน, ประกันภัย, สงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180329/image_big_5abcbba0983c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
