<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52720</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2019 07:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลากไส้‘ปู’ตีหน้าเศร้าเล่าเรื่องทุกข์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ไม่ใช่เรื่องของผม! นายกฯ เมิน &amp;quot;ยิ่งลักษณ์&amp;quot; โอดทรัพย์สินถูกขายทอดตลาด กรมบังคับคดีแจงยึดทรัพย์ 199 ล้านตามคำสั่งทางปกครองของ ก.คลัง ขายทอดตลาดแล้ว 3 รายการ 49.5 ล้าน ขณะที่ &amp;quot;แรมโบ้อีสาน&amp;quot; ตอกหน้า &amp;quot;ปู&amp;quot; หยุดตัดพ้อชีวิตเหน็บอยู่ต่างประเทศช็อปปิ้งจิบไวน์สบาย คนทุกข์จริงๆ คืออดีต นปช.-อดีต รมต. ต้องหนีคดี-ติดคุก &amp;quot;วรงค์&amp;quot; จวกหยุดโหน ม.44 ชี้ไม่เกี่ยวคดียึดทรัพย์ แต่คุ้มครอง จนท.ที่กระทำสุจริต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 17 ธันวาคม ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผู้สื่อข่าวถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่าได้อ่านข้อความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่าถูกกลั่นแกล้งด้วยมาตรา 44 หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่ได้อ่าน ไม่ใช่เรื่องของผม&amp;rdquo; ก่อนเดินขึ้นไปประชุม ครม.ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การคงอำนาจมาตรา 44 ว่า &amp;ldquo;เรื่องนี้ผมไม่ตอบ มันเป็นเรื่องการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ ถ้าไม่มีความผิด มันก็ไม่ผิดอยู่แล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวสั้นๆ ถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวตัดพ้อถูกอำนาจของมาตรา 44 ถูกยึดทรัพย์ขายทอดตลาด ว่าต้องไปถาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะมาถามอะไรตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนได้อ่านที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์โพสต์แล้ว แต่ไม่ขอตอบ ส่วนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่ามีการขายทอดตลาดก่อนที่ศาลปกครองสูงสุดจะมีคำพิพากษาในคดียึดทรัพย์นั้น เรื่องนี้คนที่จะตอบคือกรมบังคับคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองผู้ใหญ่ หากตนให้รายละเอียดไม่ครบถ้วนจะเสียหาย จึงได้สั่งการให้อธิบดีกรมบังคับคดีออกมาให้ข้อเท็จจริงหรือออกมาแถลงข่าวให้ครบถ้วนว่ารายละเอียดเรื่องเป็นมาอย่างไร ใครเป็นเจ้าของเรื่อง จะได้ตอบคำถามสังคมให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมบังคับคดี ออกเอกสารข่าวชี้แจงการใช้มาตรการบังคับทางปกครองกรณีจำนำข้าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นกรณีที่กระทรวงการคลังมีคำสั่งที่ 1351/2559 ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 35,717,273,028.23 บาท และตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 56/2559 เรื่องการคุ้มครองการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในการดูแลของรัฐและการดำเนินการต่อผู้ต้องรับผิด ได้กำหนดให้กรมบังคับคดีเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เพื่อบังคับการให้เป็นไปตามคำสั่งทางปกครองที่หน่วยงานของรัฐออกคำสั่งให้มีการบังคับทางปกครองต่อผู้ต้องรับผิดตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐ&amp;nbsp;
ทำตามคำสั่งทางปกครอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เมื่อวันที่ 13 ก.ค.2560 กระทรวงการคลังได้ขอให้กรมบังคับคดีดำเนินการบังคับกับทรัพย์สินของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยขออายัดเงินฝากในบัญชีธนาคาร หน่วยลงทุนในบริษัทหลักทรัพย์และกองทุนต่างๆ ซึ่งมีการส่งเงินตามคำสั่งอายัดมาเพียงจำนวน 7,937,174.58 บาท และได้มีการจ่ายเงินให้กระทรวงการคลังไปแล้ว กระทรวงการคลังยังได้ขอให้กรมบังคับคดียึดที่ดิน ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และห้องชุดอีกหลายรายการ รวมราคาประเมินทรัพย์สินเป็นเงิน 199,230,779.50 บาท ซึ่งปัจจุบันมีทรัพย์สินที่ขายทอดตลาดได้แล้ว 3 รายการ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 49,510,00 บาท และทรัพย์รายการที่เหลืออยู่ในขั้นตอนของการประกาศขายทอดตลาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การดำเนินการของกรมบังคับคดีเป็นการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 แม้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะได้ใช้สิทธิทางศาลเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวและทุเลาการบังคับตามคำสั่งกระทรวงการคลังข้างต้น แต่เนื่องจากศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งยกคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวและขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งกระทรวงการคลัง ดังนั้นกรมบังคับคดีจึงต้องดำเนินการตามมาตรการบังคับทางปกครองต่อไป โดยการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งทางปกครองของกระทรวงการคลัง&amp;quot; กรมบังคับคดีระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยประจำนายกรัฐมนตรี ได้เผยแพร่จดหมายเปิดผนึก ระบุว่า จากอดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์) ถึงอดีตนายกรัฐมนตรี (นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) มีใจความว่า ผมนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ &amp;quot;แรมโบ้อีสาน&amp;quot; ซึ่งอดีตเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านในตำแหน่ง สิ่งที่ท่านพูดสวนทางกับสิ่งที่พวกผมทราบข่าวผ่านทางโซเชียลว่าไม่ได้เป็นจริงดังที่ท่านระบายความในใจมา &amp;nbsp; เพราะเราเห็นท่านฉลองดื่มไวน์ ช็อปปิ้งกันอย่างมีความสุข ดูท่าทีไม่ได้ทุกข์ใจหรือเดือดร้อนตามที่ท่านโพสต์ แต่คนที่เมืองไทย พี่ๆน้องๆ ที่เคยร่วมต่อสู้กันมา ส่วนหนึ่งอยู่ในคุก ส่วนหนึ่งกำลังจะเข้าคุก ครอบครัวต้องเดือดร้อน มาจากการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยเพื่อให้ท่านและพวกพ้องท่านได้เข้าสู่ตำแหน่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลายชีวิตหลายครอบครัวชะตากรรมของนักสู้ต้องเจ็บปวดรวดร้าวยิ่งกว่าท่านและคนในครอบครัวท่านมากมาย บางครอบครัวของพวกเราต้องแตกสาแหรกขาด บางครอบครัวต้องสิ้นเนื้อประดาตัวเป็นหนี้สิน คนเหล่านี้สู้เพื่อใคร สู้เพราะรักใคร ทุ่มเทให้ใคร สุดท้ายสิ่งที่เขาได้รับคือความเจ็บปวด ส่วนท่านและครอบครัว ผมมั่นใจว่าท่านอยู่ดีมีสุขในต่างประเทศมากกว่าพี่น้องผมเสียอีก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ระบุอีกว่า พวกผมเองต้องต่อสู้คดี ต้องจ่ายค่าทนาย ต้องหาเงินประกันตัว ต้องช่วยเหลือตัวเองไม่ต่างจากเพื่อนพ้องน้องพี่คนอื่นๆ ท่านนายกฯ ยิ่งลักษณ์ช่วยตอบหน่อยว่า พวกผมและเพื่อนพ้องน้องพี่ทุกคนสู้เพื่อตนเองหรือสู้เพื่อใคร ใครทำให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน ใครทำให้ระบบเผด็จการรัฐสภาพวกมากลากไป ใครคิดออก พ.ร.บ.นิรโทษสุดซอย ทั้งที่พวกผม นปช.ทั้งคุณจตุพร พรหมพันธุ์ และคณะพวกเราส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เพราะจะทำให้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงในบ้านเมือง พวกผมเคยเรียนท่านอดีตนายกฯ แล้วท่านก็ไม่ฟัง แต่ท่านฟังแค่พี่สาว คุณเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และคนข้างกายท่านให้ข้อมูลกับท่านในทางที่ผิด จนเกิดกระแสต่อต้านมากมาย ทำให้ท่านต้องตัดสินใจยุบสภา
หยุดสร้างวาทกรรมโหน ม.44
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผมไม่อยากเห็นอดีตนายกฯ เอาประเด็นเรื่องส่วนตัวมาพูด เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นขณะที่พวกท่านดำรงตำแหน่งในบ้านเมือง ท่านทำงานเพื่อใคร เพื่อคนในตระกูลหรือเพื่อประชาชนคนไทย สิ่งต่างๆ ท่านอย่าไปโทษ &amp;quot;พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;quot; &amp;quot;ท่านอย่าไปโทษ คสช.หรือมาตรา 44&amp;quot; เลย &amp;nbsp;เพราะอะไร ทหารจึงต้องเข้ามาทำการยืดอำนาจ ควบคุมสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังลุกเป็นไฟ ใครทำให้เกิดม็อบ ทำให้เกิดความขัดแย้ง ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมาย ก่อนที่ท่านตัดพ้อน้อยใจอะไร และเจ็บปวดหัวใจ น้อยใจในชะตากรรมชีวิตอย่างไร ท่านอย่าลืมว่ายังมีคนที่ทุกข์ยากเจ็บปวดชีวิตและเดือดร้อนมากกว่าท่านอีกหลายคน อาทิ ท่านอดีต รมต.บุญทรง เตริยาภิรมย์, ท่านอดีต รมช.ภูมิ สาระผล เพื่อนพ้องน้องพี่ นปช. คนเสื้อแดงและอีกหลายๆ คนที่ต้องรับชะตากรรมในคุก กำลังจะเดินเข้าคุกหรือหนีออกนอกประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอร้องท่านหยุดวาทกรรม หรือหยุดสร้างความแตกแยกหรือหยุดปลุกปั่นกันให้เกิดปัญหาวุ่นวายกันอีก ถ้ายังใช้วาทกรรมในการที่จะให้ประชาชนเลือกข้างและเกลียดชังกัน ไม่ได้มีผลดีต่อประเทศชาติบ้านเมืองอะไรเลย มีแต่จะทำให้แผ่นดินนี้มีแต่ความวุ่นวายไม่มีที่สิ้นสุด ขอให้ท่านเสียสละ หยุดเคลื่อนไหวเพื่อประเทศชาติ ประชาชนคนไทยจะได้มีความสุขเสียที&amp;quot; นายสุภรณ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า คุณยิ่งลักษณ์ไม่พูดเลยว่าตนเองต่อสู้ตามขั้นตอนกฎหมายปกติทุกอย่าง รวมทั้งร้องศาลปกครองขอให้คุ้มครองชั่วคราวเรื่องยึดทรัพย์ และศาลปกครองก็ยกคำร้องถึงสองครั้ง ทำไมคุณไม่พูดถึง ช่วงคุณยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ และประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ มีการแก้ไขสัญญาเพิ่มชนิดและปริมาณข้าวเรื่อยๆ รับมอบข้าวไปโดยผู้รับมอบอำนาจที่เป็นคนไทย แล้วนำไปขายต่อให้ผู้ประกอบการค้าข้าวภายในประเทศ โดยไม่มีการส่งข้าวที่ซื้อขายไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศใช้เงินในโครงการจำนำข้าว 9.4 แสนล้านบาท มีความเสียหายมากกว่า 5 แสนล้านบาท และรัฐบาลปัจจุบันต้องตั้งงบใช้หนี้รวมดอกเบี้ย ปีละ 5 หมื่นล้านบาท นานถึง 16 ปี สุดท้ายคุณยิ่งลักษณ์ก็หนีเอาตัวรอดไปสุขสบาย แต่ปล่อยให้คนอื่นรับกรรม คือจำคุกนายภูมิ 36 ปี, นายบุญทรง 42 ปี (ศาลเพิ่มเป็น 48 ปีหลังขออุทธรณ์), นายมนัส 40 ปี, นางทิฆัมพร 32 ปี, นายอัครพงศ์ 24 ปี, นายอภิชาติ 48 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หยุดโหนมาตรา 44 ได้แล้ว เพราะไม่เกี่ยวใดๆ กับการดำเนินคดียึดทรัพย์และทุตริตจำนำข้าวของคุณยิ่งลักษณ์และคณะเลย ออกมาคุ้มครอง จนท.ที่กระทำด้วยความสุจริต แต่ถ้าทุจริตก็ไม่คุ้มครองเท่านั้น&amp;quot; นพ.วรงค์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน โพสต์เฟซบุ๊ก มีเนื้อหาว่า หยุดรังแก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในดวงใจของคนจน กรณีนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสำคัญ ซึ่งสะท้อนให้เห็นการใช้กระบวนการยุติธรรมมาเป็นเครื่องมือในการทำร้ายผู้ที่มีความเห็นต่างและศัตรูทางการเมืองอย่างมีอคติชัดเจน ใช้อำนาจมาตรา 44 ที่เลือกปฏิบัติ และเร่งรีบปฏิบัติ ผิดจากการกระทำกับบุคคลพรรคพวกเดียวกัน ที่กระทำผิดกฎหมาย แต่ปล่อยไปจนไม่แม้แต่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย เป็นภาพสะท้อนที่ส่งผลให้กระบวนการยุติธรรมมีความบิดเบี้ยว ไร้มาตรฐาน ใช้การข่มขู่คุกคามคนฝ่ายตรงข้ามด้วยการใช้กฎหมาย และอำนาจพิเศษอย่างอัปยศ อยากถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายวิษณุ เครืองาม ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้ เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นภายใต้หลักนิติรัฐ นิติธรรม ตามปกติหรือไม่ และถือเป็นสิ่งที่สมควรถูกต้องและยุติธรรมเพียงพอ ตามหลักสากล เป็นที่ยอมรับของโลกเพียงใด ถือเป็นคดีที่ต้องถูกบันทึกและจดจำในประวัติศาสตร์ไทย ไปอีกนาน เพราะไม่เคยมีนายกฯ ท่านใดที่ถูกกระทำและถูกดำเนินคดีโดยมิได้ผ่านกระบวนการยุติธรรมปกติเช่นท่านมาก่อน.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52720</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบังคับคดี, ทรัพย์สินถูกขายทอดตลาด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แรมโบ้อีสาน, ไม่ใช่เรื่องของผม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191217/image_big_5df8e4dd8a183.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52700</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2019 18:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2019 18:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ้าว&#039;ยิ่งลักษณ์&#039;ตีหน้าเศร้าเล่าเรื่องเท็จ!กรมบังคับคดีแจงเพิ่งขายทอดตลาดทรัพย์ไปแค่ 3 รายการ 49 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17ธ.ค.62- &amp;nbsp;กรมบังคับคดี ออกเอกสารข่าวชี้แจงการใช้มาตรการบังคับทางปกครองกรณีจำนำข้าว ภายหลังมีข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ว่าทรัพย์สินของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ถูกกรมบังคับคดียึดไว้และมีการทยอยขายทอดตลาดไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าวเป็นกรณีที่กระทรวงการคลังมีคำสั่งที่ 1351/2559 ให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 35,717,273,028.23 บาท และตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 56/2559 เรื่อง การคุ้มครองการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในการดูแลของรัฐและการดำเนินการต่อผู้ต้องรับผิด ได้กำหนดให้กรมบังคับคดีเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เพื่อบังคับการให้เป็นไปตามคำสั่งทางปกครองที่หน่วยงานของรัฐออกคำสั่งให้มีการบังคับทางปกครองต่อผู้ต้องรับผิดตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐ ตั้งแต่ปีการผลิต 2548/2549 จนถึงปีการผลิต 2556/2557 ทำให้กรมบังคับคดีมีหน้าที่ต้องดำเนินการยึด อายัด ทรัพย์สินของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตามที่กระทรวงการคลังได้ร้องขอให้ดำเนินการ
​ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ต่อมา เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2560 กระทรวงการคลังได้ขอให้กรมบังคับคดี ดำเนินการบังคับกับทรัพย์สินของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยขออายัดเงินฝากในบัญชีธนาคาร หน่วยลงทุนในบริษัทหลักทรัพย์และกองทุนต่าง ๆ ซึ่งมีการส่งเงินตามคำสั่งอายัดมาเพียงจำนวน 7,937,174.58 บาท และได้มีการจ่ายเงินให้กระทรวงการคลังไปแล้ว นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังได้ขอให้กรมบังคับคดี ยึดที่ดิน ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และห้องชุด อีกหลายรายการ รวมราคาประเมินทรัพย์สินเป็นเงิน 199,230,779.50 บาท ซึ่งปัจจุบันมีทรัพย์สินที่ขายทอดตลาดได้แล้ว 3 รายการ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 49,510,00 บาท และทรัพย์รายการที่เหลืออยู่ในขั้นตอนของการประกาศขายทอดตลาด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
การดำเนินการของกรมบังคับคดีเป็นการใช้มาตรการบังคับทางปกครองตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 แม้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะได้ใช้สิทธิทางศาลเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวและทุเลาการบังคับตามคำสั่งกระทรวงการคลังข้างต้น แต่เนื่องจากศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งยกคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวและขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งกระทรวงการคลัง ดังนั้นกรมบังคับคดีจึงต้องดำเนินการตามมาตรการบังคับทางปกครองต่อไป โดยการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งทางปกครองของกระทรวงการคลัง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52700</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบังคับคดี, ขายทอดตลาด, น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ยึดทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191217/image_big_5df8bf56f184e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2019 10:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2019 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยิ่งลักษณ์&#039;โผล่โอดครวญเจ็บปวดรู้ข่าวทรัพย์สินทยอยถูกขายทอดตลาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค.62-น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ระหว่างหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าว โพสต์เฟซบุ๊ก Yingluck Shinawatra ระบุว่า &amp;quot;หลายคนคงคิดว่าช่วงนี้ดิฉันทำไมเงียบหายไป ยังมีความสุขดีอยู่มั้ย บางครั้งการพยายามไม่คิดมาก ทำใจให้สงบ มีความสุขก็ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นในสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป แต่ความสุขเหล่านั้นก็อยู่บนความสุขที่หน้าชื่นอกตรม เพราะนอกจากตัวเองจะต้องพลัดพรากจากลูก จากครอบครัวและจากพี่น้องประชาชนมาอยู่ต่างแดนแล้วยังต้องสูญเสียบ้าน ทรัพย์สิน บัญชีธนาคาร รวมถึงทรัพย์สมบัติส่วนตัวที่ตนเองหามาตั้งแต่ครั้งยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจนมาเป็นนายกรัฐมนตรี และสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ตอบแทนดิฉัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันสูญเสียบ้านที่ถูกยึดและขณะนี้ทรัพย์สินของดิฉันก็กำลังถูกกรมบังคับคดีประมูลชิ้นต่อชิ้น ดิฉันใช้ข้อต่อสู้ทางกฎหมายทุกรูปแบบแล้วแต่ก็ไม่สามารถจะหยุดยั้งได้ เพราะนายกรัฐมนตรีชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา
ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ยึดอำนาจ และจนถึงปัจจุบันมาตรา 44 ก็ยังคุ้มครองเจ้าหน้าที่อยู่ ทุกคนจึงเร่งดำเนินการกับคดีดิฉันโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย เพราะจริงๆแล้วคดีต้องรอคำพิพากษาศาลปกครองที่ถึงที่สุดว่าดิฉันแพ้คดีก่อนจึงจะสามารถนำทรัพย์เหล่านั้นมาขายทอดตลาดได้ เป็นการถูกกระทำที่ไม่เหมือนใครในประวัติศาสตร์ ซึ่งการนำเอาข้ออ้างของมาตรา 44 มาอยู่เหนือคำพิพากษาของศาลนอกจากไม่ควรจะเกิดขึ้นกับใครแล้ว ยังไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ผลกระทบของการใช้ มาตรา 44 ให้มีอำนาจเหนือรัฏฐาธิปัตย์ถือเป็นการทำลายสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ดิฉันเองจึงอยากจะขออนุญาตเล่าความในใจว่า ดิฉันเองจะต้องต่อสู้เรื่องของการถูกประมูลทรัพย์สินทุกชิ้นที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรง มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจนัก แม้กระทั่งทรัพย์สมบัติที่พ่อแม่ให้มา ดิฉันก็ไม่สามารถที่จะปกป้องเอาไว้ได้ ดิฉันต้องอดทนต่อความเจ็บปวดและสะเทือนใจทุกครั้งที่รับทราบว่าทรัพย์ถูกทยอยขายไปทีละชิ้น ทีละชิ้น บางครั้งดิฉันก็ต้องปลอบใจตัวเองและบอกกับตัวเองว่า หากเรายังเศร้าและจมปลักอยู่กับอดีตเราก็จะไม่มีความสุข เรายังต้องมีภาระและดูแลอีกหลายชีวิตที่เขาฝากความหวังไว้กับเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นดิฉันจึงต้องพยายามยืนและมองไปข้างหน้าโดยมองอดีตเป็นประสบการณ์ และคนเราควรจะอยู่เพื่อวันนี้และเพื่ออนาคต ไม่เอาอดีตมาทำให้เราไม่สามารถจะหลุดพ้นหรือเดินไปข้างหน้าไม่ได้ เพราะวันนี้ดิฉันพยายามที่จะบอกว่าดิฉันอยู่กับปัจจุบันและอยู่กับอนาคต เราจะต้องเข้มแข็งและสู้ต่อไป แต่สิ่งหนึ่งในอดีตที่ดิฉันไม่เคยลืมก็คือความไว้วางใจที่พี่น้องประชาชนมีต่อดิฉันโดยเสมอมาค่ะ #ม.44กฎหมายเลือกข้าง #กฎหมายเลือกข้าง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52570</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบังคับคดี, ขายทอดตลาด, คดีจำนำข้าว, ทรัพย์สิน, น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ม.44</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191216/image_big_5df6feeb83c98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41309</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2019 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2019 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธวัชชัย&#039; ชี้ไม่มีกม.รองรับให้กองทุนยุติธรรมออกเงินให้จำเลย แม้เอาโฉนดค้ำประกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค.62 - นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กล่าวถึงกรณีการช่วยเหลือเหยื่อคดีแพรวาโดยระบุว่า&amp;nbsp;ชื่นชมยินดีต่อแม่น้องแพรวาและครอบครัวที่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบ&amp;nbsp;กรณีคุณแม่น้องแพรวาได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบว่า ไม่มีเจตนาดึงเรื่องให้ยืดเยื้อและไม่ต้องการให้เสียเวลาไปนั่งสืบทรัพย์ให้เสียเวลา พร้อมจ่าย แต่ไม่มีเงินสดในมือ แต่มีหลักทรัพย์เป็นที่ดินเพียงพอกับมูลหนี้ตามคำพิพากษา จึงขอให้กระทรวงยุติธรรมช่วยอนุมัติเงินกองทุนยุติธรรมช่วยเยียวยาผู้เสียหายไปก่อน โดยยอมเป็นลูกหนี้กองทุนยุติธรรมแทน ด้วยการเอาโฉนดเหล่านี้ไปค้ำประกันแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธวัชชัย กล่าวว่า จากการศึกษาข้อกฎหมาย ขณะนี้พบว่า ไม่มีกฎหมายรองรับให้กองทุนยุติธรรมสามารถออกเงินให้จำเลยไปก่อน โดยเอาหลักทรัพย์มาค้ำประกันได้ แต่ก็เป็นเรื่องน่าศึกษาและถอดบทเรียนในอนาคต&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามอยากจะขอชื่นชมและขอบคุณคุณแม่ของน้องแพรวาที่เปิดประตูแห่งแสงสว่างในการออกมาแสดงความรับผิดชอบครั้งนี้ อย่างน้อยก็ลดความอึดอัดคับข้องของฝ่ายผู้เสียหายและสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเท็จจริงที่สังคมยังไม่รับรู้ก็คือ ที่ดินของคนที่อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีนั้น ไม่มีมูลค่าเลยครับ เพราะผู้จะซื้อจะคิดไปว่าอาจเข้าข่ายเป็นการช่วยจำเลยในการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินและถูกเรียกคืน จึงขายไม่ได้ ซึ่งปัจจุบันคดีได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงยุติธรรมยินดีเป็นโซ่ข้อกลางในการรับโฉนดที่ดินมาวางที่กระทรวงยุติธรรมในระหว่างการเจรจาทั้งสองฝ่ายทั้งที่ไม่มีอำนาจในการเก็บหลักทรัพย์ดังกล่าว แต่ก็เพื่อให้เกิดความมั่นใจของคู่กรณี หรือช่วยประสานงานสถาบันการเงินให้ปล่อยเงินกู้ให้ หรือคุณแม่น้องแพรวาอาจยินยอมเข้าสู่กระบวนการบังคับคดีตามกฎหมาย โดยนำหลักทรัพย์ดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการขายทอดตลาดแทนที่กรมบังคับคดีแทนที่ตนเองจะเป็นผู้ขายก็ได้ เพราะจากประสบการณ์เคยเห็นมีที่ดินบางแปลงขายโดยกรมบังคับคดีได้มากกว่าเจ้าทรัพย์นำไปขายเองครับ โดยจะใช้เวลาประมาณ 6&amp;nbsp;เดือน และไม่ต้องไปเสียค่านายหน้าให้ใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอชื่นชมยินดีอีกครั้งนะครับที่คุณแม่และครอบครัวที่ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบ เพราะเรื่องแบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องรับผิดชอบและหาทางออกร่วมกันครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41309</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบังคับคดี, กระทรวงยุติธรรม, คดีแพรวา, ธวัชชัย ไทยเขียว, แพรวา 9 ศพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180811/image_big_5b6e7e2719f8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2019 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2019 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039; ย้ำกระทรวงยุติธรรมพร้อมช่วยเหยื่อแพรวา 9 ศพ สั่งจนท.ดูแลประชาชนเต็มที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค.62 - นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยังกล่าวถึงกรณีแพรวา 9 ศพ ว่า เรื่องนี้ต้องมีการบูรณาการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมีสำนักงานกองทุนยุติธรรมและกรมบังคับคดีซึ่งอยู่ในส่วนของกระทรวงที่ทำอยู่ เรื่องนี้มีโจทย์มากมาย เวลาที่จะต้องไปสืบทรัพย์หรือตามเอาทรัพย์สินกับผู้ที่ทำผิดหรือจำเลยนั้นอาจล่าช้า เวลานี้กระทรวงยุติธรรมได้มอบหมายนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เร่งไปดำเนินการ แม้เรื่องนี้จะมีโจทย์มาก แต่กระทรวงได้ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือและขอยืนยันว่ากรมบังคับคดีไม่ได้นิ่งนอนใจในคำสั่งศาลฎีกาที่ออกมาประมาณ 2 เดือน อีกทั้งขั้นตอนยังไม่มาถึงกรมบังคับคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ดังนั้นจากนี้โจทก์ทั้งหลายต้องเอาคำสั่งศาลไปปรึกษายังกรมบังคับคดี จะเร่งดำเนินการให้ทันทีเพราะเวลานี้ได้สั่งการและให้ทุกคนมีความพร้อมในการดูแลประชาชน เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงเพราะกระทรวงยุติธรรมจะไม่เพิกเฉยในสิทธิของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่าที่ผ่านมาในเรื่องของการชดเชย ประชาชนนั้นอาจจะเสียเปรียบหรือไม่ได้รับการชดเชย ดังนั้นเวลานี้ต้องบูรณาการเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจในเรื่องการทำงานของกระทรวงยุติธรรม ว่าประชาชนนั้นจะได้รับสิทธิอะไรบ้าง จะได้รับการดูแลเยียวยาอย่างไร จากนี้เราต้องทำให้ประชาชนเข้าใจในสิทธิที่เขาควรจะได้ และเมื่อเกิดความเข้าใจคดีความต่างๆจะรวดเร็วขึ้น และเขาจะไม่เสียประโยชน์ของตนเอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41300</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบังคับคดี, กระทรวงยุติธรรม, คดีแพรวา, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190401/image_big_5ca1a44fedb49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2018 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2018 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐยอมหั่นรายได้บ้านขายทอดตลาดหวังอุ้มคนจนมีที่อยู่อาศัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม. เห็นชอบยกเว้นเก็บค่าอากรแสตมป์สำหรับมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและห้องชุดเพื่อใช้อยู่อาศัย สำหรับโครงการประชารัฐสวัสดิการของกรมบังคับคดี หวังช่วยบรรเทาภาระผู้มีรายได้น้อย เพิ่มช่องทางมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและห้องชุดเพื่อใช้อยู่อาศัย สำหรับโครงการประชารัฐสวัสดิการของกรมบังคับคดี โดยสาระสำคัญ คือ การยกเว้นอากรแสตมป์ให้แก่ผู้ออกใบรับสำหรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ กรณีการซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและห้องชุดเพื่อใช้อยู่อาศัย สำหรับโครงการประชารัฐสวัสดิการของกรมบังคับคดี เฉพาะการโอนให้แก่ผู้ซื้อทอดตลาดที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2560 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมบังคับคดีได้จัดทำโครงการการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและห้องชุดเพื่อใช้อยู่อาศัย ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2560 โดยกำหนดให้ผู้ซื้อทอดตลาดต้องเป็นผู้มีรายได้น้อยที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงการคลัง และถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะมีสิทธิซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและห้องชุดที่นำออกมาขายทอดตลาด 1 รายต่อ 1 รายการ โดยที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและห้องชุดที่รอการขายมีราคาประเมิน ไม่เกิน 3-5 แสนบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ได้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ประสงค์จะเข้าร่วมประมูลในโครงการดังกล่าวต้องวางเงินประกัน 3 พันบาท โดยกระทรวงการคลัง ได้พิจารณายกเว้นค่าอากาแสตมป์ให้แก่ผู้ซื้อทอดตลาดที่อยู่อาศัยดังกล่าว เนื่องจากพิจารณาแล้วว่า โครงการดังกล่าวเป็นการสนับสนุนให้ผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีโอกาสมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เพื่อให้โครงการเป็นไปตามเป้าหมายและลดภาระค่าอากรแสตมป์ให้แก่ผู้ซื้อทอดตลาด ซึ่งเป็นผู้มีรายได้น้อย กระทรวงการคลังจึงยกเว้นค่าอากรแสตมป์ให้แก่ผู้ออกใบรับสำหรับการโอนหรือก่อตั้งสิทธิใด ๆ เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ โดยการยกเว้นค่าอากรแสตมป์ดังกล่าว จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 12 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครม. ยังอนุมัติดำเนินโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง รองรับผู้อยู่อาศัยเดิม ระยะที่ 2,3 และ 4 จำนวน 6.21 พันหน่วย วงเงินลงทุนรวม 1.01 หมื่นล้านบาท ตามแผนแม่บทโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง (พ.ศ. 2559-2567)โดยโครงการดังกล่าว การเคหะแห่งชาติ (กคช.) เป็นผู้ใช้ที่ดินเพื่อจัดทำโครงการ รวมทั้งสิ้น 40.57 ไร่ ซึ่งโครงการการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง รองรับผู้อยู่อาศัยเดิม ระยะที่ 2,3 และ 4 จะพัฒนาเป็นอาคารสูง 26-35 ชั้น จำนวน 10 อาคาร รวมจำนวนหน่วยพักอาศัย 6.21 พันหน่วย โดยทุกระยะมีขนาดห้องพัก 33 ตารางเมตร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19643</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบังคับคดี, ครม., ช่วยเหลือคนจน, ที่อยู่อาศัย, บ้าน, บ้านขายทอดตลาด, ยกเว้นเก็บค่าอากรแสตมป์, โครงการประชารัฐสวัสดิการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180911/image_big_5b97d12397665.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2018 12:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2018 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แกนนำพันธมิตรฯขอเจรจาทอท.อย่ายึดที่ดินมรดก&#039;ปู่-ย่า&#039;ให้ประเมินทั้งหมดแล้วหาร7ส่วนยอมจ่ายเป็นหนี้สินได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.61-นายรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี หรือ อมร อมรรัตนานนท์ อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)ที่ถูกกรมบังคับคดียึดทรัพย์ที่ดินจากคดีพธม.ชุมนุมปิดสนามบิน เปิดเผยว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นมรดกร่วม 7 พี่น้อง ซึ่งตนเป็นคนสุดท้อง เรายอมรับชะตากรรมที่ปัญหาไปผูกพันเดือดร้อนพี่น้องอีก 6 คน ที่ดินแปลงนี้ไม่ตั้งใจขาย เนื่องจากบิดามารดายกให้ไว้เป็นที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน นอกเหนือจากทรัพย์สินอื่นที่แบ่งกันแต่ละคนไปแล้ว ที่ดินแปลงนี้เรา 7 คน จึงไม่ขายและใช้รักษาร่วมกันมาตลอด แต่ขณะนี้ถูกบังคับขาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับสภาพที่ดินในปัจจุบันนั้น เป็นที่ดินติดถนนขนาด 20 กว่าไร่ ยังไม่ได้ใช้ทำประโยชน์อะไร พี่น้องแต่ละคนแยกย้ายไปทำงาน ซึ่งก็ตั้งใจว่าจะใช้ปลูกบ้านให้ลูกหลานใช้ประโยชน์ในอนาคต ตรงกลางขุดสระน้ำก็ได้ ส่วนผมก็จะบอกลูกหลานให้เป็นที่เก็บกระดูกผมเมื่อเสียชีวิต เพราะเป็นที่ดินของปู่ของย่า&amp;quot;
&amp;nbsp;
เมื่อถามถึงแนวทางการสู้คดีต่อไป นายอมร บอกว่า ทางทนายความแนะนำว่าข้อเท็จจริงยึดที่ดินทั้งหมดไม่ได้ โดยมี 2 แนวทางในการเจรจาคือ 1.เจรจาความคิดเห็นร่วมกันกับพี่น้องอีก 6 คน ให้แบ่งที่ดินออกเป็น 7 ส่วน แล้วให้ยึดไป 1 ส่วนของตน ไม่ให้กระทบส่วนที่เหลือ 2.เจรจากับทางเจ้าหนี้ขอให้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินของที่ดินนี้ทั้งหมด แล้วหารเป็น 7 ส่วน โดยตนจะนำเงิน 1 ส่วนที่ต้องชดใช้ไปจ่าย หรือ ถ้าทางเจ้าหนี้ไม่ยินยอม บังคับขายต้องยึดที่ดินทั้งแปลงขายทอดตลาด แล้วเอามูลค่าทรัพย์สินมาหาร 7 ส่วน คืนให้พี่น้องอีก 6 คน ก็ไม่เป็นผลดี เพราะการขายบังคับคดีได้ราคาต่ำกว่าราคาตลาด และไม่ได้อยากขายอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลังจากนี้ผมก็จะแต่งตั้งทนายความไปขอเจรจาอะลุ่มอล่วยต่อไปในการชดใช้ จะพยายามจัดการไม่ให้กระทบพี่น้อง ผมขอความเห็นใจจาก ทอท. ด้วย อยากให้ใช้แนวทางที่ 2 ที่ผมยอมจ่ายเป็นหนี้สินได้&amp;quot;นายอมร กล่าว
&amp;nbsp;
ก่อนหน้านี้ นายอมร โพสต์เอกสารของกรรบังคับคดีพร้อมความข้อความลงในเพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า &amp;nbsp;&amp;quot;แจ็คพอต &amp;nbsp;รางวัลชืวิต กรมบังคับคดีทำงานดีมาก ไล่ล่ายึดทรัพย์ ที่ดินมรดกที่เป็นทรัพย์สินของคุณพ่อคุณแม่ ทิ้งไว้ให้ซึ่งผมมีชื่อร่วมอยู่กับพี่น้องผม ซึ่งผมตั้งใจไว้ว่าจะเป็นที่ดินที่ผมจะใช้เป็นที่ฝังกระดูกของผมในยามที่ต้องจากโลกนี้ไปงานนี้ผมพร้อมรับกับชะตากรรม แต่ทำไมต้องทำให้พี่น้องของผมต้องเดือดร้อนด้วย ใครมีความรู้ทางด้านกฎหมายขอคำแนะนำด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีนี้ ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้แกนนำพธม. และแนวร่วมรวม 13 คน จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เป็นเงิน 522,160,947.31 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 3 ธ.ค. 2551 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ซึ่งตกคนละประมาณ 40,166,226 บาท จากกรณีระหว่างวันที่ 24 พ.ย. &amp;ndash; 3 ธ.ค. 2551 พวกจำเลยร่วมกันนำผู้ชุมนุมหลายหมื่นคนไปบุกยึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง เพื่อประท้วงรัฐบาลและขับไล่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ขณะนั้น ทำให้การให้บริการต่างๆ ภายในท่าอากาศยานทั้งสองต้องหยุดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาจำเลยไม่ได้ยื่นฎีกาภายในระยะเวลา จึงยื่นคำขออนุญาตขยายฎีกาโดยอ้างเหตุสุดวิสัยการปิดหมายแจ้งคดี ซึ่งศาลฎีกาพิจารณาแล้วยกคำร้องดังกล่าว ทำให้คดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ที่แกนนำและแนวร่วม พธม.ต้องชดใช้ค่าเสียหาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10949</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบังคับคดี, กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, คดียึดสนามบิน, ทอท., สมชาย วงศ์สวัสดิ์, อมร อมรรัตนานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180606/image_big_5b17af9e32da5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
