<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บัญชีกลาง&#039;พร้อมเต็มที่เบิกจ่ายช่วยน้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค. 2564 นางสาวกุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมสำหรับรองรับการเบิกจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน สำหรับจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบัน เพื่อใช้ในการดูแล แก้ปัญหา และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ประสบปัญหาทั่วประเทศอย่างเร่งด่วน ทั้งด้านผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และความเป็นอยู่ จังหวัดละ 20 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากจังหวัดที่ประสบปัญหาน้ำท่วมมีความต้องการใช้เงินมากกว่า 20 ล้านบาท ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถส่งเรื่องเพื่อขอขยายวงเงินทดรองราชการได้ โดยส่งเรื่องผ่านมายังสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (ปภ.) ซึ่งจะประสานมายัง ปภ. ส่วนกลาง และกรมบัญชีกลาง เพื่อขยายวงเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยจะเพิ่มเป็น 50 ล้านบาท และ 100 ล้านบาทตามลำดับ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องยอมรับว่าสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ขยายเป็นวงกว้างเพิ่มขึ้น กรมบัญชีกลางเองได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และยืนยันว่ากรมฯ มีความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการเบิกจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ปัจจุบันมีบางจังหวัดได้ขอขยายวงเงินเพิ่มบ้างแล้ว โดยวงเงินทดรองราชการยังเพียงพอในการดูแลสถานการณ์น้ำท่วมและช่วยเหลือประชาชนอยู่&amp;rdquo; นางสาวกุลยา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวัตถุประสงค์ของวงเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินนั้น เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบพิบัติกรณีฉุกเฉิน บรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า โดยให้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำรงชีพ และความเป็นอยู่ของประชาชน หรือเป็นการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้คืนสู่สภาพเดิม หรือเพื่อป้องกัน ยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เป็นการให้ความช่วยเหลือแบบจำเป็นเร่งด่วน เช่น ให้เงินทุนประกอบอาชีพ ถุงยังชีพ อาหาร เรื่องดื่ม เป็นต้น โดยจะมีหลักเกณฑ์ของ ปภ. ในการกำหนดการใช้เงินทดรองราชการดังกล่าวอย่างชัดเจนอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119631</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบัญชีกลาง, กุลยา ตันติเตมิท, เบิกจ่ายน้ำท่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210516/image_big_60a0d7b2c94c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119035</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 11:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมบัญชีกลาง เปิดผลงานปีงบ64  เบิกจ่ายงบทะลุ 98%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค. 2564 นางสาวกุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ในวันที่ 7 ตุลาคม 2564 กรมบัญชีกลาง ครบรอบ 131 ปี ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากรมบัญชีกลางยึดมั่นในการทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส เพื่อกำกับดูแลและบริหารการใช้จ่ายเงินของแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมขับเคลื่อนการปฏิบัติงานของส่วนราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 กรมบัญชีกลางได้เร่งรัดติดตามการใช้จ่ายเงินงบประมาณ (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 &amp;ndash; 30 กันยายน 2564) โดยมีผลการใช้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จำนวน 3,249,520 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 98.89 แบ่งเป็น รายจ่ายประจำ 2,652,607 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 98.92 และรายจ่ายลงทุน 596,913 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 98.78 สำหรับผลการใช้จ่ายเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี จำนวน 202,975 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 99.07&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ.2565 และในวาระที่กรมบัญชีกลางครบรอบ 131 ปี กรมบัญชีกลางมีแนวทางในการพัฒนาการดำเนินงานในด้านต่างๆ ให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะพิจารณาปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบวิธีปฏิบัติด้านการเงินการคลังภาครัฐ ให้มีความคล่องตัวในการปฏิบัติงานมากขึ้น เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยให้ความสำคัญกับการดำเนินงานที่รวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีประสิทธิภาพ ภายใต้บริบทของความถูกต้องและเป็นธรรม นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นด้านการพัฒนาระบบความปลอดภัยของข้อมูล โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทมากขึ้น รวมทั้งการกำหนดกรอบภารกิจในปัจจุบันให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงการคลัง เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้รับบริการ และเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป ซึ่งในปีที่ 132 นี้ กรมบัญชีกลางจะมุ่งเน้นการทำงานเชิงรุก และก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อให้การบริหารการเงินการคลังของแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด&amp;rdquo; อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119035</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบัญชีกลาง, กุลยา ตันติเตมิท, เบิกจ่ายงบประมาณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615e7b843733c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บัญชีกลางอนุมัติส่วนราชการสามารถจัดซื้อชุดตรวจ ATK ได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย. 2564 นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2564 รับทราบข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 32) ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2564 ซึ่งข้อกำหนดดังกล่าวได้มีการปรับปรุงการบังคับใช้ในบางมาตรการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีการผ่อนคลายการใช้เส้นทางคมนาคมเพื่อเดินทางข้ามจังหวัด จากเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด รวมทั้งกำหนดมาตรการเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับบังคับใช้ในอนาคต โดยจะเพิ่มความระมัดระวังในการป้องกันตนเองขั้นสูงสุดตาม &amp;quot;มาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล&amp;quot; (Universal Prevention for COVID - 19) และกำหนดให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบองค์กรหรือหน่วยงานตรวจสอบและกำกับดูแลให้มีการปฏิบัติตามมาตรการ &amp;ldquo;มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร&amp;rdquo; (Covid Free Setting) เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้เป็นไปอย่างปลอดภัย ต่อเนื่อง และยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการผ่อนคลายตามมาตรการดังกล่าวส่งผลให้การปฏิบัติราชการมีแนวโน้มที่จะกลับมาปฏิบัติงานที่ที่ตั้งสำนักงานมากยิ่งขึ้น ดังนั้น เพื่อเป็นการสนับสนุนการปฏิบัติงานตามภารกิจของส่วนราชการ และเพื่อให้ส่วนราชการสามารถเบิกจ่ายค่าชุดตรวจและน้ำยาที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อ SARS-CoV-2 (เชื้อก่อโรค COVID-19) แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง (COVID-19 Antigen test self-test kits) เป็นไปโดยถูกต้อง กระทรวงการคลังจึงอนุมัติเป็นหลักการให้ส่วนราชการเบิกจ่ายค่าชุดตรวจและน้ำยาที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อ SARS-CoV-2 (เชื้อก่อโรค COVID-19) แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง (COVID-19 Antigen test self-test kits) ได้เท่าที่จ่ายจริง ตามความจำเป็น เหมาะสม ประหยัด และเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ทั้งนี้ ขอให้ส่วนราชการดำเนินการควบคุมให้มีการเบิกจ่ายค่าชุดตรวจ ATK ให้สอดคล้องกับจำนวนเจ้าหน้าที่ที่เข้าปฏิบัติงานจริง และจัดให้มีการติดตามการคัดกรองด้วยชุดตรวจ ATK ดังกล่าวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;การจัดซื้อจัดจ้างชุดตรวจ ATK สำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคโควิด-19 คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 115 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2563 เรื่อง การดำเนินการกรณีจัดซื้อยา เวชภัณฑ์ที่มิใช่ยา หรืออุปกรณ์การแพทย์ หรือการจัดจ้างเพื่อให้ได้มาซึ่งพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัส &amp;nbsp;โคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID &amp;ndash; 19)) การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคโควิด-19 ในแต่ละครั้งทุกวงเงิน ถือเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วน จึงยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดวงเงินการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุโดยวิธีเฉพาะเจาะจง วงเงินการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่ทำข้อตกลงเป็นหนังสือ และวงเงินการจัดซื้อจัดจ้างในการแต่งตั้งผู้ตรวจรับพัสดุ พ.ศ. 2560 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ที่เกี่ยวข้อง โดยให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการ &amp;nbsp;โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ตามข้อ 79 วรรคสอง แห่งระเบียบฯ และให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ที่รับผิดชอบในการปฏิบัติงานนั้นดำเนินการไปก่อนแล้วรีบรายงานขอความเห็นชอบต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ และเมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ความเห็นชอบแล้วให้ถือว่ารายงานดังกล่าวเป็นหลักฐานการตรวจรับโดยอนุโลม และการดำเนินการดังกล่าว หากมีความจำเป็นจะต้องจ่ายเงินค่าพัสดุล่วงหน้าให้แก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้าง ให้ยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบฯ ข้อ 89 (4) โดยให้จ่ายได้ตามเงื่อนไขที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างกำหนด และยกเว้นการวางหลักประกันการรับเงินล่วงหน้าตามระเบียบฯ ข้อ 91 วรรคสอง ดังนั้น หน่วยงานของรัฐสามารถดำเนินการตามหนังสือเวียนฉบับดังกล่าวได้&amp;rdquo; อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวเพิ่มเติมว่า จากกรณีที่องค์การเภสัชกรรมได้แถลงข่าวว่าบริษัท เวิลด์ เมดิคอล อัลไลแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของบริษัท ออสท์แลนด์ แคปปีตอล จำกัด ผู้ได้รับอนุญาตนำเข้าชุดตรวจ ATK ได้เสนอราคาต่ำสุดและเป็นคู่สัญญากับองค์การเภสัชกรรมนั้น ซึ่งกรณีดังกล่าว อยู่ในข่ายการจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวกับการพาณิชย์โดยตรงตามความนัยมาตรา 7 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ตามบัญชีแนบท้ายประกาศคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างของรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวกับการพาณิชย์โดยตรง ลงวันที่ 6 ธันวาคม 2560 ข้อ 8 ข้างต้น องค์การเภสัชกรรมย่อมสามารถดำเนินการตามข้อบังคับองค์การเภสัชกรรมว่าด้วยการพัสดุเพื่อการผลิตและจำหน่าย พ.ศ. 2561 ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐได้ ดังนั้น จึงไม่อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง &amp;nbsp; &amp;nbsp; และการบริหารพัสดุภาครัฐที่จะพิจารณาแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118300</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบัญชีกลาง, จัดซื้อชุดตรวจ ATK, ส่วนราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_61551ef1e0e7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม &#039;บัญชีกลาง&#039; ยันไม่มีแผนจ่ายบำนาญผ่านบัตรเครดิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค. 2564 นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ตามที่มีการเผยแพร่ในสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับประเด็น กรมบัญชีกลาง ให้ข้าราชการบำนาญลงทะเบียน eFiling เพื่อจ่ายบำนาญและยกเลิกเบิกจ่ายตรง โดยให้ใช้บัตรเครดิต ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;จากที่มีการแชร์ข้อมูลว่ากรมบัญชีกลาง ให้ข้าราชการบำนาญลงทะเบียน eFiling เพื่อจ่ายบำนาญ และยกเลิกเบิกจ่ายตรง โดยให้ใช้บัตรเครดิต เวลาไปพบหมอให้ใช้บัตรนี้จ่ายแทนเงินสดแทนนั้น ทางกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า กรมบัญชีกลางยังไม่มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่งต่อ หรือแชร์ข้อมูล จนกว่าจะตรวจสอบความถูกต้องให้ชัดเจนเสียก่อน เพื่อมิให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกในสังคม &amp;nbsp;ประชาชนสามารถรับข้อมูลข่าวสารจากกระทรวงการคลัง ติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.mof.go.th หรือโทร. 1689&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ซึ่งการกระทำของผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; นอกจากนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com ,เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์ @antifakenewscenter และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113565</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบัญชีกลาง, ข่าวปลอม, จ่ายผ่านบัตรเครดิต, ดีอีเอส, ภญ.นพวรรณ หัวใจมั่น, ยกเลิกจ่ายตรงบำนาญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611b2631db83d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บัญชีกลาง&#039;ลุยปลดล็อกระเบียบจัดซื้อวัคซีนราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค. 2564 นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (คณะกรรมการวินิจฉัย) พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้หน่วยงานของรัฐสามารถดำเนินการจัดซื้อวัคซีนจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ที่มีเงื่อนไขต้องจัดสรรวัคซีนบางส่วน หรือมีการแบ่งสัดส่วนเพื่อบริจาควัคซีนตามที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์กำหนด หรือจากผู้ขายรายอื่นที่กำหนดเงื่อนไขในลักษณะเดียวกันได้ จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 29 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 อนุมัติยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 203 ข้อ 204 ข้อ 205 และข้อ 215 วรรคหนึ่ง (3) สำหรับการจัดซื้อวัคซีนจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์หรือผู้ขายรายอื่นที่กำหนดเงื่อนไขในลักษณะดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากปัจจุบันหน่วยงานของรัฐหลายแห่งมีความจำเป็นต้องดำเนินการในการป้องกัน ควบคุม การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด -19 โดยการจัดซื้อวัคซีนซิโนฟาร์มกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ให้แก่ประชาชน หรือเจ้าหน้าที่ ซึ่งการดำเนินการจองวัคซีนดังกล่าว ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มีเงื่อนไขให้หน่วยงานของรัฐที่จัดซื้อต้องจัดสรรวัคซีนซิโนฟาร์มให้แก่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อนำไปจัดสรรบริการฉีดให้ผู้ด้อยโอกาสและผู้ที่เข้าไม่ถึงการรับวัคซีนหลัก ไม่น้อยกว่า 10% ของจำนวนวัคซีนที่หน่วยงานของรัฐจัดซื้อ และราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะจัดส่งวัคซีนตามรายชื่อผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนไปยังสถานพยาบาลที่หน่วยงานของรัฐได้ระบุไว้ตามวันเวลาที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี การดำเนินการดังกล่าวข้างต้นหน่วยงานของรัฐไม่ได้ดำเนินการลงทะเบียนเพื่อควบคุมพัสดุ การเบิกจ่ายพัสดุ และการโอนพัสดุที่มีคุณภาพดี ซึ่งยังไม่หมดความจำเป็น จึงเป็นกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 203 ข้อ 204 ข้อ 205 และข้อ 215 วรรคหนึ่ง (3)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113439</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบัญชีกลาง, จัดซื้อวัคซีน, ปลดล็อกระเบียบ, หน่วยงานรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_6081512fecfd4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บัญชีกลาง&#039;ยันรักษาโควิดรพ.สนามเบิกได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เมษายน 2564 นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า กรมบัญชีกลางได้พิจารณาตามพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 8 วรรคหนึ่ง (1) และวรรคสอง ที่กำหนดให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลสำหรับตนเอง หรือบุคคลในครอบครัวของตน กรณีเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของทางราชการ ทั้งประเภทผู้ป่วยนอก และผู้ป่วยใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สถานพยาบาลของทางราชการไม่เพียงพอต่อการดูแลรักษาผู้ป่วย และมีสถานพยาบาลหลายแห่งได้ขอหารือเกี่ยวกับกรณีเปิดสถานที่ดูแลผู้ป่วยเฉพาะกิจ เพื่อรองรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19ว่าสามารถขอใช้สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลได้หรือไม่ ซึ่งกรมบัญชีกลางได้พิจารณาดำเนินการตามแนวทางกฎหมายแล้ว&amp;rdquo; นายประภาศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ประเภทและอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด ซึ่งตามหลักเกณฑ์และอัตราค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในสถานพยาบาลของทางราชการ กรณีผู้มีสิทธิหรือบุคคลในครอบครัวเสี่ยงหรือติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนสถานพยาบาลของทางราชการหรือสถานที่ดูแลผู้ป่วยเฉพาะกิจสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19ไว้ ประกอบกับการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว เป็นอำนาจการบริหารจัดการของสถานพยาบาลของทางราชการ
อย่างไรก็ดี หากสถานพยาบาลของทางราชการมีความจำเป็นต้องเปิดสถานที่ดูแลผู้ป่วยเฉพาะกิจสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19เพื่อให้บริการทางการแพทย์ในสถานที่ใดหรือเรียกชื่ออย่างใด สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลจากทางราชการได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100444</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบัญชีกลาง, การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, ประภาศ คงเอียด, เบิกจ่าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_6081512fecfd4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 10:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผู้สูงอายุ&#039; ปลื้มนายกฯ สั่งชะลอด่วนเรียกคืนเบี้ยผู้สูงอายุ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.64 - นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงปัญหาการคืนเบี้ยผู้สูงอายุในขณะนี้ โดยทำให้เห็นว่านายกฯให้ความสำคัญ และช่วยเหลือกับประชาชนในทุกกลุ่มไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งในยามที่สถานการณ์บ้านเมืองปกติ และขณะที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภรณ์ กล่าวว่านายกฯทราบดีว่าผู้สูงอายุไม่ได้ทำอะไรผิด และเห็นถึงความลำบากของผู้สูงอายุในขณะนี้ จึงได้หาวิธีการต่างๆในการให้ความช่วยเหลือโดยกระทรวงมหาดไทยได้แจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้ชัดเจนก่อน และให้ชะลอการเรียกคืนหรือฟ้องร้องเอาไว้ก่อนแล้ว รอพิจารณาออกระเบียบที่เหมาะสม ขณะเดียวกันทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงพัฒนาสังคมฯ กรมบัญชีกลาง กำลังตรวจสอบและแก้ไขความคลาดเคลื่อนของข้อมูลต่าง ๆ กันอยู่ ดังนั้นขอให้ผู้สูงอายุที่ได้รับผลกระทบเรื่องนี้ไม่ต้องตกใจ และขอให้สบายใจได้ว่านายกฯจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลังให้เดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีผู้สูงอายุหลายคนในจังหวัดนครราชสีมาได้ฝากขอบคุณนายกฯมากับตนเองในฐานะอดีต ส.ส.โคราช ที่นายกฯนึกถึงและห่วงใยไม่ทอดทิ้งผู้สูงอายุ ซึ่งตนเองก็บอกคุณตาคุณยายว่า ขอให้มั่นใจในตัวท่านนายกฯคนนี้ในความตั้งใจจริงใจการแก้ไขปัญหาทุกเรื่อง ขอให้เชื่อมั่นในตัวนายกฯลูกหลานย่าโมชาวโคราชคนนี้ได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พี่น้องผู้สูงอายุคุณตาคุณยายชาวโคราชและจากหลายจังหวัด ที่ได้รับความเดือดร้อน ดีใจจนน้ำตาไหลที่นายกฯได้ให้ความช่วยเหลือแก้ไขความเดือดร้อนในครั้งนี้ ฝากเป็นกำลังใจให้นายกฯทำงานเพื่อประเทศชาติประชาชนประสพความสำเร็จอย่างราบรื่นตลอดไป&amp;quot;นายสุภรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91839</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบัญชีกลาง, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, เบี้ยผู้สูงอายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601a1e84d3861.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
