<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2020 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2020 14:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งคุก 3 ปี ไม่รอลงอาญา อดีตอธิบดีกรมการปกครอง-อดีต ผอ.ส่วนกำนันผู้ใหญ่บ้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย. 63 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครชัยศรี ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง จำเลยที่ 1, นายสำราญ ตันเรืองศรี อดีตผู้อำนวยการส่วนกำนันผู้ใหญ่บ้าน จำเลยที่ 2, นายครรชิต สลับแสง อดีตเลขานุการกรมการปกครองจำเลยที่ 3 กับพวกรวม 119 คน (จำเลยที่ 4-119 เป็นผู้สอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอ มีนายคิม ปรีเปรม อดีตเลขานุการส่วนตัวของอดีตอธิบดีกรมการปกครองเป็นจำเลยที่ 117)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำฟ้องระบุว่า ระหว่างวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2552 ถึงวันที่ 12 มิถุนายน 2552 เวลากลางวันต่อเนื่องกัน จำเลยที่ 1 ขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครองและจำเลยที่ 2 ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนกำนันผู้ใหญ่บ้าน สำนักบริหารการปกครองท้องที่ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและทุจริต โดยมีจำเลยที่ 3 ถึงจำเลยที่ 119 ร่วมช่วยเหลือสนับสนุนในการกระทำผิด กล่าวคือ จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ร่วมกับนายวุฒิชัย เสาวโกมุท ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง ซึ่งมีหน้าที่จัดระบบและบริหารงานบุคคลตลอดจนรับผิดชอบการคัดเลือกข้าราชการเข้าศึกษาอบรมหลักสูตรนายอำเภอในขณะนั้น วางแผนและกระทำการช่วยเหลือผู้เข้าทดสอบคัดเลือกข้าราชการเข้าอบรมหลักสูตรนายอำเภอประจำปีงบประมาณ 2552 ตามรายชื่อจำนวน 150 รายชื่อ ที่จำเลยที่ 3 นำมาให้เป็นผู้ผ่านการทดสอบคัดเลือก ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งของผู้มีอำนาจการเมืองขณะนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจำเลยที่ 1 และนายวุฒิชัย ซึ่งเป็นคณะกรรมการคัดเลือกข้อสอบอัตนัยได้ทำการคัดเลือกข้อสอบอัตนัย ภาคความรู้ความสามารถทั่วไปที่นายวุฒิชัย เป็นผู้ออกข้อสอบข้อหนึ่ง และคัดเลือกข้อสอบอัตนัย ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งที่จำเลยที่ 2 เป็นผู้ออกข้อสอบอีกข้อหนึ่ง เพื่อใช้ในการทดสอบคัดเลือกข้าราชการเข้าอบรมหลักสูตรนายอำเภอประจำปีงบประมาณ 2552 เพื่อให้จำเลยที่ 2 และนายวุฒิชัยจะได้เป็นผู้มีหน้าที่ในการตรวจข้อสอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อการทดสอบคัดเลือกแล้วเสร็จ นายวุฒิชัย โดยการรู้เห็นสั่งการของจำเลยที่ 1 ได้นำข้อสอบอัตนัยมาเก็บรักษาไว้ ตามอำนาจหน้าที่ของตนจากนั้นนายวุฒิชัย ได้ร่วมกับจำเลยที่ 3 ทำการจัดเรียงลำดับรายชื่อ จำนวน 150 รายชื่อดังกล่าวข้างต้น ให้เป็นผู้ผ่านการทดสอบเพื่อให้ได้ลำดับและรุ่นที่เข้าอบรมตามความต้องการของผู้มีอำนาจการเมือง นายวุฒิชัย ได้จัดทำเอกสารการลงคะแนนวิชาภาคความรู้ความสามารถทั่วไป โดยนายวุฒิชัยเป็นผู้ลงนามรับรองคะแนนในฐานะเป็นผู้ตรวจให้คะแนน และจัดทำเอกสารการลงคะแนนวิชาภาคความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่งไปให้จำเลยที่ 2 ซึ่งได้รับมอบหมายให้ตรวจข้อสอบอัตนัยข้อวิชาความรู้ความสามารถ เฉพาะตำแหน่งที่ตนเป็นผู้ออกข้อสอบ ทำการตรวจข้อสอบและกรอกคะแนนที่ได้จากการตรวจข้อสอบลงในเอกสารดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จำเลยที่ 2 กลับกระทำโดยมิชอบ ลงชื่อรับรองเป็นหลักฐานว่าตนเป็นผู้ทำการตรวจข้อสอบในเอกสารการลงคะแนน ทั้งที่ตนไม่ได้ทำการตรวจข้อสอบจริง ตามที่ได้รับมอบหมายแต่อย่างใด จากนั้นส่งมอบคืนให้นายวุฒิชัย นำกลับไปใช้กรอกข้อความลงคะแนนเท็จช่วยให้ผู้เข้าทดสอบที่มีรายชื่อจำนวน 150 คน จนได้รับการคัดเลือกเข้าอบรมหลักสูตรนายอำเภอประจำปีงบประมาณ 2552 รุ่นที่ 68, 69 และ 70 ตรงตามที่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ได้วางแผนร่วมกับนายวุฒิชัย อันเป็นการรับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดขึ้นอันเป็นเท็จและรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นเท็จ ทั้งนี้ เพื่อเอื้อประโยชน์แก่ผู้เข้าทำการทดสอบที่มีรายชื่อจำนวน 150 คน ให้ผ่านการคัดเลือกเข้าอบรมหลักสูตรนายอำเภอประจำปีงบประมาณ 2552&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังจากมีการประกาศรายชื่อบุคคลผู้ผ่านการทดสอบและผู้ผ่านการทดสอบอยู่ระหว่างทำการอบรมหลักสูตรนายอำเภอรุ่นที่ 68, 69 และรุ่นที่ 70 อยู่นั้น จำเลยที่ 1 และนายวุฒิชัยได้ร่วมกันวางแผนและกระทำการปกปิดการกระทำผิด โดยจำเลยที่ 1 สั่งการให้จำเลยที่ 117 ตัวแทนรุ่นที่ 68 จำเลยที่ 119 กับจำเลยที่ 76 &amp;nbsp;ตัวแทนรุ่นที่ 69 และจำเลยที่ 103 ตัวแทนรุ่นที่ 70 มารับตัวอย่างคำตอบข้อสอบอัตนัยวิชาความรู้ความสามารถทั่วไปและวิชาความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง จำนวนหลายแบบและสมุดกระดาษคำตอบเปล่าที่เหลือจากการทดสอบ จากนายวุฒิชัยเพื่อนำไปให้ผู้ที่เข้าศึกษาอบรมในรุ่นที่ 68, 69 และ 70 ที่อยู่ในรายชื่อที่ได้รับการช่วยเหลือให้ผ่านการทดสอบ จำนวน 150 รายชื่อ ทำการเขียนคำตอบขึ้นใหม่ลงใน-สมุดกระดาษคำตอบเปล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจำเลยที่ 117 ได้นำกลับไปให้จำเลยที่ 118 และจำเลยที่ 4 ถึงจำเลยที่ 49 ใน รวมถึงตนเอง ซึ่งขณะนั้นอยู่ระหว่างศึกษาอบรมหลักสูตรนายอำเภอรุ่นที่ 68 ทำการเขียนคำตอบตามแบบตัวอย่างที่รับมาลงในสมุดกระดาษคำตอบเปล่าส่วนจำเลยที่ 119 กับจำเลยที่ 76 ได้นำกลับไปให้จำเลยที่ 50 ถึงจำเลยที่ 75 และจำเลยที่ 77 ถึงจำเลยที่ 88 รวมถึงตัวจำเลยที่ 119 กับจำเลยที่ 76 ซึ่งขณะนั้นอยู่ระหว่างการศึกษาอบรมหลักสูตรนายอำเภอรุ่นที่ 69 ทำการเขียนคำตอบตามแบบตัวอย่าง &amp;nbsp;ที่รับมาลงในกระดาษคำตอบเปล่า ส่วนจำเลยที่ 103 ได้นำกลับไปให้จำเลยที่ 89 ถึงจำเลยที่ 102 และจำเลยที่ 104 ถึงจำเลยที่ 116 และนายชูชีพ มหโชค ซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง รวมถึงตนเองซึ่งขณะนั้นอยู่ระหว่างการศึกษาอบรมหลักสูตรนายอำเภอรุ่นที่ 70 ทำการเขียนคำตอบตามแบบตัวอย่างที่รับมาลงในกระดาษ คำตอบเปล่าด้วยเช่นกัน จากนั้นจำเลยที่ 117 จำเลยที่ 76 และจำเลยที่ 103 ได้ทำการรวบรวมกระดาษคำตอบซึ่งเขียนขึ้นใหม่ดังกล่าว มามอบให้แก่นายวุฒิชัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวุฒิชัยอาศัยโอกาสที่ตนเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ดูแล รักษาเอกสารกระดาษสมุดคำตอบด้วยความรู้เห็นสั่งการของจำเลยที่ 1 ได้กระทำการปลอมเอกสารกระดาษคำตอบโดยนำกระดาษคำตอบต้นฉบับจริงที่ได้จากการทดสอบออกจากปกสมุดคำตอบ แล้วนำกระดาษคำตอบที่เขียนคำตอบขึ้นใหม่ซึ่งรับมาจากจำเลยที่ 117 และจำเลยที่ 76 กับจำเลยที่ 103 มาใส่แทนที่กระดาษคำตอบต้นฉบับจริง ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ที่มาตรวจสอบสมุดคำตอบหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบข้อทุจริตการสอบ เชื่อว่าสมุดคำตอบเป็นสมุดคำตอบที่แท้จริงที่ทำขึ้นโดย จำเลยที่ 4 ถึงจำเลยที่ 119 และนายชูชีพ มหโชค ในขณะที่มีการทดสอบจริงอันเป็นการปลอมเอกสารสมุดคำตอบโดยมิชอบต่อกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 และนายวุฒิชัย เสาวโกมุท เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและทุจริต ตลอดจนปลอมแปลงเอกสารและทำเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่กรมการปกครองและบุคคลอื่นที่เข้าทำการทดสอบแต่ไม่ผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาอบรมหลักสูตรนายอำเภอประจำปีงบประมาณ 2552 รวมถึงบุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยมีจำเลยที่ 3 ถึงจำเลยที่ 119 และนายชูชีพ มหโชค ซึ่งมิใช่เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุเกิดที่ กรมการปกครอง แขวงราชบพิธ เขตพระนคร และเขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร, ค่ายธนะรัชต์ ตำบลเขาน้อย อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, วิทยาลัยการปกครอง อำเภอธัญบุรีจังหวัดปทุมธานี, ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เกี่ยวพันกัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 86, 157, 161,162&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์ข้อเท็จจริงที่โจทก์-จำเลย ต่อสู้กันแล้ว มีคำพิพากษาให้จำคุก นายวงศ์ศักดิ์ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง จำเลยที่ 1 ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา (ป.อ.) 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด, ป.อ.มาตรา 161 ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารหรือดูแลรักหษาเอกสารทำการปลอมเอกสารฯ, ป.อ.มาตรา 162 (1)(4) ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสารฯซึ่งได้กระทำการด้วยการรับรองอันเป็นเท็จฯ ให้ลงโทษตามมาตรา 157 &amp;nbsp;ซึ่งเป็นบทหนักสุด ให้จำคุก 3 ปี โดยไม่รอการลงโทษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ นายสำราญ อดีตผู้อำนวยการส่วนกำนันผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าทีรัฐสังกัดกรมการปกครอง จำเลยที่ 2 ผิดตาม ป.อ. มาตรา 157, 162 (1)(4) ให้ลงโทษตามมาตรา 157 ที่เป็นบทหนักสุด จำคุก 3 ปี โดยไม่รอการลงโทษเช่นกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน นายครรชิต อดีตเลขานุการกรมฯ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐสังกัดกรมการปกครอง จำเลยที่ 3 ผิดตามป.อ.มาตรา 157, 162 (1)(4) ประกอบมาตรา 86 ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้กระทำความผิด จึงให้จำคุก 2 ปีโดยไม่รอการลงโทษ ฐานสนับสนุน ตามมาตรา 157, 86&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มประธานรุ่นและเลขารุ่นที่ไปช่วยเปลี่ยนข้อสอบ ซึ่งประกอบด้วย จำเลยที่ 48, 76, 103, 117, 119 พิพากษาลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนให้กระทำความผิดตาม ป.อ.มาตรา 157, 162 (1)(4) ประกอบมาตรา 86 ให้จำคุกคนละ 2 ปี ไม่รอการลงโทษ ฐานสนับสนุนตามมาตรา 157, 86 อันเป็นบทหนักสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และกลุ่มผู้เข้าสอบที่ไม่ยอมรับว่ามีการเขียนข้อสอบใหม่ รวม 103 คน ประกอบด้วย จำเลยที่ 4-6, 8-18, 20-39, 41-47, 49-72, 74-75, 78-79, 81-102, 104, 106-116, 118 มีความผิดตามฐานเป็นผู้สนับสนุนกระทำความผิดตาม ป.อ.มาตรา 157, 161 ประกอบมาตรา 86 ให้ลงโทษฐานเป็นผู้สนันสนุนกระทำความผิดตามมาตรา 157 ประกอบ 86 จำคุกคนละ 2 ปี และปรับคนละ 12,000 บาท โดยโทษจำคุกนั้น ให้รอการลงโทษไว้กำหนดคงละ 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพากษายกฟ้อง จำเลยที่ 7, 37, 40, 73, 77, 80, 105 ที่เป็นผู้เข้าสอบนั้น พยานหลักฐานยังฟังไม่ได้ว่ากระทำความผิด (ส่วนจำเลยที่ 19 เสียชีวิต)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังศาลอาญาคดีทุจริตฯ มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยดังกล่าวแล้ว ต่อมานายวงศ์ศักดิ์ จำเลยที่ 1 ที่ถูกตัดสินจำคุก 3 ปี ได้ยื่นหลักทรัพย์เงินสด 1.5 แสนบาท ส่วนนายสำราญ จำเลยที่ 2 ที่ถูกลงโทษจำคุก 3 ปี ใช้โฉนดที่ดินย่านจังหวัดสมุทรสงคราม เนื้อที่ 1 ไร่เศษ ราคาประเมิน 700,700 บาท และนายครรชิต จำเลยที่ 3 ที่ถูกตัดสินจำคุก 2 ปี ใช้โฉนดที่ดินย่านอำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เนื้อที่ 57 ตร.ว.เศษ ราคาประเมิน 289,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 5 คน มีทั้งยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด, กรมธรรม์ประกันอิสรภาพ, ตำแหน่งข้าราชการ, สมุดบัญชีเงินฝาก, สลากออมทรัพย์ของ ธกส. และสลากออมสิน ของ ธ.ออมสิน โดยศาลพิจารณาแล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว จำเลยที่ 1-3, 48, 76, 103, 117, 119 โดยตีราคาประกัน 100,000-150,000 บาท มีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรก่อนได้รับอนุญาต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78967</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมปกครอง, มหาดไทย, วงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์, สอบนายอำเภอ, าลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200116/image_big_5e2065641c46c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2018 10:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2018 10:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศระเบียบใหม่ว่าด้วยการจัดทําบัตรประจําตัวประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค.61- เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ระเบียบกรมการปกครองว่าด้วยการจัดทําบัตรประจําตัวประชาชน (ฉบับที่ 3)พ.ศ. 2561 เมื่อวานนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขปรับปรุงระเบียบกรมการปกครองว่าด้วยการจัดทําบัตรประจําตัวประชาชน พ.ศ. 2554 ให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเกิดประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชนมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอํานาจตามความในข้อ 6 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 18 (พ.ศ. 2542) ออกตามความในพระราชบัญญัติบัตรประจําตัวประชาชน พ.ศ. 2526 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ 24 (พ.ศ. 2555) ออกตามความในพระราชบัญญัติบัตรประจําตัวประชาชน พ.ศ. 2526อธิบดีกรมการปกครอง จึงออกระเบียบกําหนดแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดทําบัตรประจําตัวประชาชนไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า &amp;ldquo;ระเบียบกรมการปกครองว่าด้วยการจัดทําบัตรประจําตัวประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2561&amp;rdquo;
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 3 ให้ยกเลิกความในข้อ 46 แห่งระเบียบกรมการปกครองว่าด้วยการจัดทําบัตรประจําตัวประชาชน พ.ศ. 2554 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อ 46 เอกสารเกี่ยวกับบัตรดังต่อไปนี้ ให้เก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี จึงจะขออนุมัติทําลายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) บัตรที่ได้รับคืน หรือเรียกคืนจากผู้ขอมีบัตร มีบัตรใหม่หรือเปลี่ยนบัตรทุกกรณี
(2) คําขอ บ.ป.1
(3) ใบรับ และใบแทนใบรับ รวมถึงคู่ฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีคําขอ บ.ป.1 ที่มีการจัดทําบันทึกการสอบสวน และหลักฐานเอกสารประกอบการพิจารณาจัดทําบัตร ให้เก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบปี และข้อมูลรายการเกี่ยวกับบัตรที่จัดเก็บในไมโครฟิล์มหรือระบบฐานข้อมูลทะเบียนบัตรประจําตัวประชาชน ให้เก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าปีจึงจะขออนุมัติทําลายได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 4 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสอง ของข้อ 59 แห่งระเบียบกรมการปกครองว่าด้วยการจัดทําบัตรประจําตัวประชาชน พ.ศ. 2554&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การขอมีบัตร ขอมีบัตรใหม่หรือขอเปลี่ยนบัตรของผู้ที่เคยจัดทําบัตรด้วยระบบคอมพิวเตอร์และมีข้อมูลเกี่ยวกับบัตรของผู้นั้นในฐานข้อมูลทะเบียนบัตร ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบประวัติการทําบัตรภาพใบหน้าของผู้ขอมีบัตรและทําการเปรียบเทียบลายพิมพ์นิ้วมือผ่านทางระบบการจัดทําบัตรด้วยระบบคอมพิวเตอร์กับฐานข้อมูลทะเบียนบัตร เมื่อระบบแจ้งผลการตรวจสอบโดยไม่มีเหตุปฏิเสธการจัดทําบัตรของบุคคลดังกล่าว ให้เจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐานของผู้ขอมีบัตรเสนอให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณา โดยไม่ต้องเรียกหลักฐานเอกสารอื่นใดอีก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 5 การเรียกตรวจเอกสารหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาในการขอมีบัตรขอมีบัตรใหม่หรือขอเปลี่ยนบัตร ตามที่กําหนดไว้ในระเบียบกรมการปกครองว่าด้วยการจัดทําบัตรประจําตัวประชาชน พ.ศ. 2554 ให้เจ้าหน้าที่และพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจจากข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลของสํานักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง โดยไม่ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังกล่าวจากผู้ขอมีบัตร เว้นแต่กรณีที่ไม่สามารถตรวจจากฐานข้อมูลได้และมีความจําเป็นต้องมีเอกสารดังกล่าวประกอบการพิจารณา ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เป็นผู้ออกเอกสารเพื่อให้จัดส่งข้อมูลหรือสําเนาเอกสารดังกล่าวให้โดยเร็ว แต่ถ้าผู้ขอมีบัตรมีความประสงค์จะนําเอกสารหลักฐานนั้นมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วยตนเอง ก็ให้ดําเนินการได้ตามความสมัครใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 6 บรรดาเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับบัตรที่จัดเก็บไว้ก่อนระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้บันทึกจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลทะเบียนบัตรตามวิธีการที่กรมการปกครองกําหนดให้แล้วเสร็จจึงขออนุมัติทําลายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2561
ร้อยตํารวจโท อาทิตย์ บุญญะโสภัต
อธิบดีกรมการปกครอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9966</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมปกครอง, กระทรวงมหาดไทย, การทำบัตรประจำตัวประชาชน, ทำบัตรใหม่, บัตรประชาชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180525/image_big_5b07826807fe5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
