<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟ้าผ่า!กรมปทุมวัน เด้ง‘วิระชัย-ชัยวัฒน์’เข้ากรุ/บิ๊กตู่คาดโทษ‘โจ๊ก’ห้ามประพฤติชั่ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ฟ้าผ่า &amp;quot;กรมปทุมวัน&amp;quot; สั่งเด้ง 2 รอง ผบ.ตร.เข้ากรุ &amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; แจงเหตุ &amp;quot;วิระชัย&amp;quot; ไปปฏิบัติราชการสำนักนายกฯ เซ่นคลิปเสียง &amp;quot;ชัยวัฒน์&amp;quot; โดนประจำ ศปก.ตร. เพื่อความเหมาะสม &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เซ็นคำสั่งกำราบ &amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ ฮึ่ม!ต้องไม่กระทำการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง หุ้น &amp;quot;เอซีอี&amp;quot; ร่วงหลัง &amp;quot;วิระชัย&amp;quot; ผู้ถือหุ้นใหญ่โดนย้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 22/2563 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจมาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เนื้อหาระบุว่า ด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติรายงานว่า พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) มีพฤติการณ์และการกระทำซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในการอำนวยการยุติธรรม กระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการปฏิบัติราชการของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นเหตุให้ราชการเสียหาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 24/2563 ลงวันที่ 21 มกราคม 2563 แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อประโยชน์แก่การตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและเรื่องอื่นๆ ในมูลกรณีที่ประชาชนร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ระหว่างตรวจสอบให้เป็นไปอย่างโปร่งใส มีความน่าเชื่อถือ และเพื่อให้เป็นที่ยอมรับแก่ประชาชนและผู้ร้องเรียน สมควรพิจารณาสั่งการให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ไปปฏิบัติราชการนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (4) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 จึงมีคำสั่งให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยไม่ขาดจากอัตราเงินเดือนทางสังกัดเดิม และให้ได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่มพิเศษและสิทธิประโยชน์อื่นใดไม่ต่ำกว่าที่ได้รับอยู่เดิม โดยเบิกจ่ายจากสังกัดเดิม ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประการอื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงนามในคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 28/2563 เรื่อง ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ คำสั่งดังกล่าวระบุว่า เพื่อให้การปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 1 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และข้อ 8(1) แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงให้ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) อาคาร 1 ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมาย ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ มีคำสั่งที่ 29/2563 เรื่องกำหนดลักษณะงานและมอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบให้จเรตำรวจแห่งชาติ รอง ผบ.ตร. ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รองจเรตำรวจ และผู้บัญชาการประจำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาระบุว่า ตามที่มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 22/2563 ลงวันที่ 23 ม.ค.2563 ให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 28/2563 ลงวันที่ 23 ม.ค. ให้พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม
เด้ง&amp;#39;วิระชัย&amp;#39;เซ่นคลิปเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีคำสั่งยกเลิกการมอบหมายอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบกำกับดูแลรวมทั้งสั่งและปฏิบัติราชการ ในส่วนงานที่อยู่ในงานด้านกฎหมายและคดี งานด้านปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ในส่วนรับผิดชอบของ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. และยกเลิกงานด้านสืบสวนสอบสวน ในส่วนของ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำสั่งยังระบุว่า มีคำสั่งมอบหมายให้ พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร จเรตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบงานด้านกฎหมายและคดี และงานปราบปรามด้านละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบส่วนงานด้านสืบสวนสอบสวน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนเแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ให้สัมภาษณ์ถึงคำสั่งโยกย้าย พล.ต.อ.วิระชัยและ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ ว่าไม่ได้หนักใจในการเซ็นคำสั่งโยกย้ายดังกล่าวแต่อย่างใด โดยกรณีของ พล.ต.อ.วิระชัยนั้น ตนได้เสนอไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีให้มีการพิจารณากรณีดังกล่าว จริงๆ แล้วเป็นเรื่องของการมีเอกภาพในการตรวจสอบข้อเท็จจริงของรอง ผบ.ตร.ดังกล่าว หากดำรงตำแหน่งเกรงว่าจะมีอุปสรรคปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าสาเหตุในการเด้ง พล.ต.อ.วิระชัยคือคลิปเสียงที่มีการสนทนาระหว่างผู้ใหญ่ 2 ท่านคุยกันใช่หรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวสั้นๆ ว่า ใช่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการโยกย้าย พล.ต.อ.ชัยวัฒน์นั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวเพียงว่า เพื่อความเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ห้องทำงาน พล.ต.อ.วิระชัย ภายหลังมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีให้ไปปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น ค่อนข้างเงียบเหงา มีตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสำนักงานเพียง 3 นาย ทุกคนมีสีหน้าเรียบเฉย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจภายในสำนักงาน ตอบเพียงสั้นๆ ว่า &amp;quot;นายไม่เข้าสำนักงาน มีประชุมข้างนอก&amp;quot; โดยไม่ได้เข้ามาที่สำนักงานมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ สอดคล้องกับมีข่าวลือในกลุ่มข้าราชการตำรวจที่ซุบซิบกันมาหลายวันว่า พล.ต.อ.วิระชัยจะถูกสั่งย้าย กระทั่งมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีออกมาดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อไปยัง พล.ต.อ.วิระชัย เมื่อมีผู้รับสายแต่ไม่ใช่ พล.ต.อ.วิระชัย บอกเพียงว่า &amp;ldquo;นายไม่สะดวกรับสาย อยู่ระหว่างการบรรยายพิเศษหลักสูตรผู้บริหารกระบวนการระดับสูง&amp;quot; ก่อนจะวางสายไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า คลิปเสียงที่ถูกนำมาเผยแพร่ทางโซเชียล ซึ่งเป็นการสนทนาระหว่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ขณะไปปฏิบัติราชการอยู่ที่ต่างประเทศ กับ พล.ต.อ.วิระชัย ซึ่งรักษาราชการแทน ผบ.ตร. โดยเนื้อหาเกี่ยวกับการทำคดีคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์ยี่ห้อเล็กซัส สีขาว หมายเลขทะเบียน 9 กจ 351 กทม. ของบิ๊กโจ๊ก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นักบริหารระดับสูง) และอดีต ผบช.สตม. ฝั่งประตูรถมุมล่างด้านซ้าย บริเวณลานจอดรถหน้าร้านนวดแผนโบราณแห่งหนึ่ง ถนนสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กทม. เมื่อเวลา 21.40 น. วันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่น 36 รุ่นเดียวกับ ผบ.ตร. รวมทั้งเพิ่งร่วมกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์คลี่คลายคดีนายประสิทธิชัย เขาแก้ว ผอ.โรงเรียนวัดโพธิ์ชัย ผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทองที่ จ.ลพบุรี โดยมีข่าวระบุว่า การโยกย้าย พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ อาจจะเกี่ยวข้องกับกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่บริเวณบ้านโคกมะยม ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ว่าพบตู้ม้า 5 ตู้ พร้อมทั้งระบุว่าเจ้าของตู้ม้าได้รับสัมปทานจากคนมีสีชื่อ &amp;ldquo;นายช้าง&amp;rdquo; นอกจากนี้ยังมีสาเหตุมาจากการปฏิบัติหน้าที่ศูนย์ปราบปรามน้ำมันเถื่อนด้วย
เตือน&amp;#39;โจ๊ก&amp;#39;รักษาจรรยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ลงนามในหนังสือ คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 6/2563 เรื่อง ให้ข้าราชการรักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ เนื้อหาระบุว่า ตามที่ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 2/2562 ลงวันที่ 9 เม.ย.2562 สั่งให้ พล.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ขาดจากการเป็นข้าราชการตำรวจ และให้โอนไปเป็นข้าราชการพลเรือนเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษในสำนักนายกรัฐมนตรี ตามมาตรการแก้ไขปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบซึ่งเป็นตำแหน่งที่ได้รับเฉพาะเงินเดือน โดยไม่ได้รับเงินประจำตำแหน่งและสิทธิประโยชน์ประจำตำแหน่งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ และเพื่อให้การปฏิบัติงานของข้าราชการดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง อาศัยอำนาจตามข้อ 1(1) ของบัญชีห้าท้ายคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 9/2562 ลงวันที่ 9 ก.ค.2562 มาตรา 87 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 และหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1011/ว 12 ลงวันที่ 21 ส.ค.2556 นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง จึงเห็นสมควรกำชับให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเหตุดังต่อไปนี้ 1.ไม่กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ไม่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่ราชการโดยทุจริต ไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา ไม่ปฏิบัติราชการอันเป็นการกระทำการข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน ไม่อาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนหาประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น ไม่ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ ไม่ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ ไม่กระทำการอันเป็นการกลั่นแกล้ง กดขี่ ข่มเหงกันในการปฏิบัติราชการ ไม่ดูหมิ่น เหยียดหยามประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบ ของทางราชการ ด้วยความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ อุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ รักษาความลับของทางราชการ มีความสุภาพ เรียบร้อย รักษาความสามัคคี ช่วยเหลือการปฏิบัติราชการระหว่างข้าราชการด้วยกันและผู้ร่วมปฏิบัติราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายหนังสือระบุว่า ทั้งนี้ ให้ข้าราชการดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ แต่ให้งดการมอบหมายงานพิเศษและสำคัญ และหากมีกรณีไม่รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยต่อไป ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 24 ม.ค.2563&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน มีความเคลื่อนไหวจากตลาดหลักทรัพย์ โดยเฉพาะราคาหุ้น บมจ.แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ (เอซีอี) ซึ่งมี พล.ต.อ.วิระชัยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ อันดับที่ 1 ของ บมจ.แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ ที่ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น ที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำและธุรกิจอื่นที่สนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่อง โดยมีหุ้นอยู่ที่ 2,282 ล้านหุ้น คิดเป็น 22.43% ตลอดวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา เคลื่อนไหวในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนเกิดความกังวลและขายออกมา หลังคำสั่งให้ พล.ต.อ.วิระชัยมาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเผยแพร่ ส่งผลให้ราคาปิดตลาดหุ้นเช้าอยู่ในระดับต่ำสุดที่ซื้อได้ระหว่างวัน (ฟลอร์) จากราคาหุ้นละ 4.32 บาท ลงมาอยู่ที่หุ้นละ 3.04 บาท ก่อนที่ช่วงบ่ายจะมีแรงซื้อเข้ามาบ้าง ทำให้ปิดตลาดหุ้นราคาหุ้นเอซีอีอยู่ที่ 3.20 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนะชัย บัณฑิตวรภูมิ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ (เอซีอี) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กรณีการโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ ขอชี้แจงว่า บริษัทไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากเหตุการณ์ดังกล่าว เพราะไม่ได้เป็นผู้บริหาร หรือกรรมการของบริษัท หรือตัวแทนของบริษัทแต่อย่างใด ที่สำคัญบริษัทมีการบริหารงานด้วยระบบมืออาชีพ ตามหลักธรรมาภิบาล โดยคณะกรรมการ คณะผู้บริหาร และบุคลากรของบริษัท ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญทั้งในอุตสาหกรรมพลังงานและการลงทุนเป็นอย่างดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเรียนให้ความเชื่อมั่นต่อผู้ลงทุนว่า การดำเนินธุรกิจ การพัฒนาโครงการ รวมทั้งการขยายกิจการในอนาคตของบริษัท ยังคงดำเนินไปอย่างปกติตามแผนการที่วางไว้ทุกประการ&amp;quot; นายธนะชัยกล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55425</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมปทุมวัน, คลิปเสียง, จรรยาและวินัยข้าราชการ, พล.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200124/image_big_5e2b08d42376f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถอด‘เทพโจ๊ก’พ้นอนุก.ตร. อึ้งเพิ่งรู้ย้ายสำนักนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;กรมปทุมวัน&amp;quot; ระอุ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; เซ็นตั้ง &amp;quot;อนุกรรมการ ก.ตร.ด้านกฎหมาย&amp;quot; มีชื่อ &amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; เป็นหนึ่งใน &amp;quot;อนุกรรมการฯ&amp;quot; เจอเสียงวิจารณ์กระหึ่ม ต้องเรียกประชุม ก.ตร.ด่วน! สุดท้ายยอมถอนชื่อออก &amp;quot;วิระชัย&amp;quot; อ้างเพิ่งได้ข้อมูลโอนไปสำนักนายกฯ ไม่สะดวกมาร่วมประชุม ต้องเปลี่ยนคนใหม่แทน &amp;quot;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์&amp;quot; โผล่ครั้งแรก ยันอยู่ตรงไหนก็ทำงานได้ แจงภาพไปไหว้พระขอพรให้พ่อ-แม่หายป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 26 มิ.ย. มีการเผยแพร่ประกาศคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ลงนามโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะประธาน ก.ตร. เรื่องการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ ก.ตร. เกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบ มี พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นประธานอนุกรรมการฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในคณะอนุกรรมการ ก.ตร.ดังกล่าว ปรากฏว่ามีชื่อของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (อดีต ผบช.สตม.) เป็นอนุกรรมการ ก.ตร.ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากมีชื่อ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ในประกาศแต่งตั้งอนุกรรมการ ก.ตร.ดังกล่าว ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขว้าง เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ถูกคำสั่งโอนย้ายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกไปเป็นที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และให้ขาดจากการรับราชการตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 08.30 น. พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงการลงนามแต่งตั้งอนุกรรมการ ก.ตร. ที่มีชื่อ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ว่า เป็นเรื่องภายในของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ซึ่งจะให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในเรื่องดังกล่าวสามารถให้บุคคลภายนอกที่ปัจจุบันไม่ได้เป็นข้าราชการตำรวจเข้ามาเป็นคณะอนุกรรมการ ก.ตร.ได้ ซึ่งการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดังกล่าวอยู่ในอำนาจของคณะกรรมการ ก.ตร.ชุดใหญ่ ส่วนผมมีหน้าที่ลงนาม&amp;quot; พล.อ.ประวิตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า สังคมสงสัยเรื่องการโยกย้าย พล.ต.สุรเชษฐ์ออกจากตำแหน่งอดีต ผบช.สตม. มาเป็นข้าราชการพลเรือน เหตุใดจึงมาเป็นคณะอนุกรรมการดังกล่าวได้ รองนายกฯ กล่าวว่า ในช่วงบ่ายวันที่ 26 มิ.ย. จะมีการประชุม ก.ตร.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.อ.วิระชัย ในฐานะประธานอนุกรรมการ ก.ตร. เกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบ ได้เดินทางมาเข้าพบ พล.อ.ประวิตร ที่กระทรวงกลาโหม เพื่อชี้แจงคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เป็นอนุกรรมการฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ดำรงตำแหน่งอนุกรรมการ ก.ตร.มาหลายปีแล้ว และก็ไม่ได้มีความเสียหายอะไร จึงได้คงชื่อไว้ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวเกิดจากมีการพิจารณาเปลี่ยนแปลงอนุกรรมการคนเดียวคือ พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ ที่ออกไป จึงได้แต่งตั้ง พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน เข้ามาแทน ชื่อ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ก็เป็นเพียงชื่อที่คาไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 15.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.อ.ประวิตรเป็นประธานการประชุม ก.ตร. วาระเร่งด่วน โดยคาดว่าเป็นการพิจารณาเรื่องการถอดถอนรายชื่อ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วิระชัยแถลงผลการประชุม ก.ตร.ว่า ที่ประชุม ก.ตร.มีการรายงานให้ทราบถึงการแต่งตั้งอนุ ก.ตร.ด้านกฎหมาย ที่มี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เป็นอนุ ก.ตร. ตนในฐานะที่เป็นประธาน ได้รับทราบข้อมูลจากที่ประชุม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้โอนย้ายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปดำรงตำแหน่งในสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นเหตุอันเกิดความไม่สะดวกในการเข้าร่วมประชุมอนุ ก.ตร.กฎหมาย เพื่อประสิทธิภาพของอนุ ก.ตร.กฎหมาย จึงเสนอให้ พ.ต.อ.ดร.มานะ เผาะช่วย รอง ผบก.น.8 มาทำหน้าที่แทน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าการถอดถอน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เป็นการลดกระแสสังคมใช่หรือไม่ ประธานอนุกรรมการ ก.ตร.ระบุว่า ไม่ เพราะเป็นการเสนอเพื่อความเหมาะสม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ให้สัมภาษณ์ว่า ที่มีชื่ออยู่ในคำสั่งแต่งตั้งเป็นคณะอนุกรรมการ ก.ตร.ดังกล่าว เพราะเป็นชุดทำงานชุดเดิม เพียงแต่เปลี่ยนประธาน เนื่องจากเกษียณอายุราชการ จึงต้องมีการลงนามคำสั่งใหม่อีกครั้ง ไม่ใช่การแต่งตั้งตำแหน่งใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมยืนยันไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด ก็พร้อมที่จะทำงานเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp; และจะทุ่มเททั้งกำลังกายและกำลังใจ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพัฒนาประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาล&amp;quot; พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงภาพการไปไหว้พระที่ จ.นครศรีธรรมราช พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า เป็นภาพเรื่องจริง เพราะเป็นชาวพุทธและนับถือในพระพุทธศาสนา ที่ผ่านมาก็มีโอกาสเดินสายทำบุญเช่นนี้มาตลอด เพียงแต่ช่วงก่อนหน้านี้ภาระงานค่อนข้างหนักหน่วง จึงทำให้เวลาในการตระเวนไหว้พระมีน้อยลง แต่หลังจากที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นข้าราชการพลเรือน ไม่ได้ออกไปปราบปรามปัญหาอาชญากรรมเหมือนที่ผ่านมา จึงพอมีเวลามากขึ้นในการปฏิบัติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่เคยมีครั้งใดที่คิดจะประกอบพิธีกรรมใหญ่โต ไหว้พระทำบุญตามปรกติ ประกอบกับช่วงนี้ทั้งคุณพ่อและคุณแม่สุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง โดยเฉพาะคุณแม่หกล้มต้องพักฟื้นอยู่เป็นสัปดาห์ จริงคิดว่าน่าจะหาโอกาสที่เหมาะสมไปไหว้พระขอพรเพื่อให้คุณแม่หายป่วย ซึ่งการทำงานในช่วงนี้ก็เป็นเหมือนข้าราชการคนหนึ่ง เมื่อได้รับมอบหมายภารกิจก็มุ่งมั่นที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ และมุ่งหวังว่างานที่ทำจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง และยังยืนยันว่าจะยืนหยัดทำหน้าที่เป็นข้าราชการเพื่อทดแทนคุณแผ่นดินต่อไป&amp;quot; พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39567</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ตร., กรมปทุมวัน, บิ๊กโจ๊ก, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์  หักพาล, หนังสือพิมพ์, อนุกรรมการ ก.ตร.ด้านกฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d13879405c1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
