<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106810</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง วอนถ่ายทอด “ฟุตบอลยูโร 2020” ควบคู่รณรงค์ “ลด ละ เลิก” พนัน ห่วงกลุ่มเด็กเยาวชนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หลงเชื่อโฆษณาเว็บไซต์พนันบอล ย้ำ ‘เจ็บจากโควิดก็เกินพอ อย่าเจ็บต่อเพราะพนัน’ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ที่กรมประชาสัมพันธ์ ตัวแทนจากเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย &amp;nbsp;สมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งประเทศไทยฯ และเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน พร้อมด้วยตัวแทนจากมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน และกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้เข้าพบ นางพิชญา เมืองเนาว์ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อนำเสนอสถานการณ์การพนันฟุตบอลซึ่งเป็นภัยร้ายใกล้ตัวเด็กและเยาวชน พร้อมทั้งยื่นหนังสือขอความอนุเคราะห์เผยแพร่ภาพยนตร์โฆษณารณรงค์และสื่อสนับสนุนต่าง ๆ ที่เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง และภาคีเครือข่ายได้สร้างสรรค์และผลิตขึ้น ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT2HD ได้รับมอบหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์ให้แพร่ภาพออกอากาศการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 16 หรือ EURO 2020 ในประเทศไทย ในช่วงการถ่ายทอดสดการแข่งขัน&amp;nbsp; รวมถึงในช่วงข่าวกีฬา และช่วงอื่น ๆ ตามความเหมาะสม &amp;nbsp;เพื่อรณรงค์ลด ละ เลิก การพนันทายผลฟุตบอล ในช่วงการแข่งขันฟุตบอล EURO 2020&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน &amp;ndash; 11 กรกฎาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายโยธิน ทองพะวา ประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง มีความประสงค์ให้หน่วยงานของรัฐ ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนดูฟุตบอลยูโรฯ ให้สนุก โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับการพนัน เนื่องจากจำนวนเว็บพนันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และมีกลยุทธ์ล่อลวงให้เด็กและเยาวชนเข้าไปเล่นพนัน รวมถึงเป็นผู้โฆษณาให้เว็บพนันด้วยตนเองในรูปแบบที่หลากหลายบนโซเชียลมีเดียและช่องทางต่าง ๆ จึงร่วมกับมูลนิธิรณรงค์หยุดพนันสร้างสรรค์สื่อรณรงค์ในรูปแบบต่าง ๆ ตามความถนัดของแต่ละเครือข่าย&amp;nbsp; เพื่อมีส่วนร่วมช่วยลดปัญหาการพนันในสังคมไทย&amp;nbsp; โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า ข้อมูลจากผลสำรวจของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2562 พบว่า คนไทย 3.5 ล้านคน เล่นพนันฟุตบอล&amp;nbsp; โดย 1 ใน 4 เป็นกลุ่มเด็กและเยาวชน ช่องทางหลักที่เล่นพนันมีทั้งผ่านเว็บพนัน และผ่านโต๊ะรับแทงพนัน เล่นสูงสุด 30 ครั้งต่อเดือน เงินพนัน 30,000 บาทต่อสัปดาห์ &amp;nbsp;ภายในระยะเวลา 2 ปี การพนันทายผลฟุตบอลขยายตัวเกือบร้อยละ 40 จากปี 2560 ถึง 2562 มีปริมาณเงินหมุนเวียนสูงถึง 160,542 ล้านบาทต่อปี&amp;nbsp; ทั้งนี้ &amp;nbsp;ในช่วงการแข่งขันที่สำคัญ เช่น ฟุตบอลโลกหรือยูโร จะมีนักพนันหน้าใหม่ราว 2 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้ร้อยละ 25 จะกลายเป็นนักพนันต่อเนื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่น่าเป็นห่วงเพราะการพนันส่งผลกระทบในหลายด้าน มูลนิธิรณรงค์หยุดพนันจึงจัดแคมเปญรณรงค์ในแนวคิด &amp;lsquo;เจ็บจากโควิดก็เกินพอ อย่าเจ็บต่อเพราะพนัน&amp;rsquo; เพื่อมุ่งเน้นสกัดคนเริ่มและลดคนเล่นการพนันทายผลฟุตบอล ป้องกันนักพนันหน้าใหม่โดยเฉพาะที่เป็นเด็กและเยาวชน&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายธนากร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางพิชญา เมืองเนาว์ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า ขอบคุณและชื่นชมในความคิดสร้างสรรค์และการผลิตสื่อดี ๆ ของเครือข่ายเยาวชนและ สสส.&amp;nbsp; ทางกรมประชาสัมพันธ์ซึ่งเป็นสื่อของรัฐก็พร้อมที่จะเผยแพร่&amp;nbsp; สิ่งที่ดีเราต้องช่วยกันรณรงค์ ช่วยกันสร้างสังคมที่ดี ช่วยกันปลูกฝังสิ่งดี ๆ ให้กับสังคม ถือเป็นภารกิจหน้าที่ของเรา ขอรับเรื่องและสื่อจากเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบสื่อจากฝ่ายลิขสิทธิ์ และหากได้รับการอนุญาตจะดำเนินการเผยแพร่อย่างเร็วที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106810</URL_LINK>
                <HASHTAG>NBT2HD, กรมกิจการเด็กและเยาวชน, กรมประชาสัมพันธ์, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), นางพิชญา เมืองเนาว์, นายธนากร คมกฤส, นายโยธิน ทองพะวา, ประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย, มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน, รณรงค์ลด ละ เลิก การพนันทายผลฟุตบอล, รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์, ลดปัญหาการพนันในสังคมไทย, สถานการณ์การพนันฟุตบอล, สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย, สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย, สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย, สมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งประเทศไทยฯ, สสส., สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน, เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง, เจ็บจากโควิดก็เกินพอ อย่าเจ็บต่อเพราะพนัน, เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210618/image_big_60cc57fe73f52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89183</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2021 12:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2021 12:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุชา&#039;มึน!คำสั่งอธิบดีกรมประชาฯให้นักข่าวทุกคนสลับลงพื้นที่เสี่ยงก่อนให้กักตัว14วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 ม.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการสื่อสารของรัฐบาลในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ข้อมูลอาจไม่ชัดเจน จนสร้างความสับสนให้กับประชาชน ว่า การสื่อสารเกี่ยวกับข้อมูลในช่วงของสถานการณ์โควิด-19 โดยหลักแล้วจะเป็นการสื่อสารจาก ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.)&amp;nbsp; ซึ่งในการประชุมทุกครั้งก็จะเน้นย้ำให้ศบค.เป็นหน่วยงานหลักในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งทางกรมประชาสัมพันธ์เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ หากทำไปโดยเข้าใจผิด หรือเพียงแค่ประชาสัมพันธ์อย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานแบบบูรณาการกันหลายหน่วยงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมาการสื่อสารสร้างความสับสนทำให้ต้องออกมาแก้ไขความเข้าใจกันหลายครั้ง นายอนุชา กล่าวว่า บางครั้งอาจจะมีอะไรผิดพลาดอยู่บ้าง แต่ก็อยากให้สังคมได้พินิจพิเคราะห์ว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ และอะไรที่อยู่ในสถานะที่เราควรจะร่วมมือกันเพื่อแก้ไขสถานการณ์ ทั้งนี้ปัญหาในเรื่องของกระแสสังคมที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม หากเราช่วยกัน กรมประชาสัมพันธ์ ก็จะพยายามให้ข้อมูลข่าวสารตรงไปตรงมา ขออย่าเป็นกังวลในเรื่องการให้ข้อมูลของกรมประชาสัมพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อยากขอร้องเรื่องของกระแสสังคม เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญ หากเราช่วยกันประคับประคองให้กระแสไปในทิศทางที่ดี ใช้โอกาสนี้ร่วมมือกันสร้างพลังสามัคคีในการแก้ปัญหา เราก็จะไปในทิศทางที่ดีได้ และสถานการณ์ต่างๆ ก็จะบรรเทาเบาบางลง
เมื่อถามว่า พระสงฆ์ได้รับผลกระทบในช่วงสถานการณ์โควิด-19 หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ก็ได้รับบ้าง ทั้งนี้ต้องยอมรับว่า สถานการณ์โควิด-19 ช่วงแรกพระสงฆ์ได้รับผลกระทบมากกว่าช่วงนี้ เนื่องจากไม่มีการเตรียมพร้อมในมาตรการป้องกัน แต่ปัจจุบันนี้ ทางสำนักพระพุทธศานาแห่งชาติ (พศ.) ได้หารือถึงวิธีที่จะดูแลองค์กรสงฆ์ เพื่อให้เป็นหลักของบ้านเมืองต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึง กรณีที่มีข่าวว่าอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ มีคำสั่งให้ผู้สื่อข่าวกรมประชาสัมพันธ์ผลัดเปลี่ยนทำข่าวในพื้นที่สีแดงทุกคน คนละ 10 วัน โดยหลังจากกลับจากการปฏิบัติหน้าที่แล้วให้กักตัว 14 วัน นายอนุชา กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับรายงาน ขอกลับไปตรวจสอบก่อน ซึ่งคงจะต้องสอบถามผู้บริหารว่า ในเชิงความคิดหรือในเชิงประโยชน์ที่จะได้รับจากคำสั่งนี้จะมีมากน้อยแค่ไหนอย่างไร เพราะต้องมีการพิจารณาทุกด้าน ความเสี่ยงก็คือความเสี่ยง ความคุ้มค่าหรือความเป็นประโยชน์กับประชาชนมีหรือไม่ก็ต้องนำมาพิจารณากัน อย่างไรก็ตามสำหรับตนมีความเป็นห่วงและเป็นกังวลถึงทุกคนที่ต้องลงพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89183</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมประชาสัมพันธ์, การระบาดของไวรัสโควิด-19, นายอนุชา นาคาศัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210108/image_big_5ff7e9c656917.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87793</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มึน!ศูนย์ข้อมูลโควิดวอนผู้ว่าฯทุกจังหวัดแจ้งสถานการณ์ติดเชื้อก่อนแถลงข่าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;เพจศูนย์ข้อมูล COVID-19 ของกรมประชาสัมพันธ์ ได้ขึ้นอินโฟรกราฟฟิกล่าสุดระบุว่า ขอความร่วมมือ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด ก่อนรายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ต่อสื่อมวลชน ขอให้แจ้งข้อมูลเข้าระบบรายงานของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค โทร.1422
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87793</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, กรมประชาสัมพันธ์, เพจศูนย์ข้อมูล COVID-19, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe2e3ce3dbb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87792</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มึน!ศูนย์ข้อมูลโควิดวอนผู้ว่าฯทุกจังหวัดแจ้งสถานการณ์ติดเชื้อก่อนแถลงข่าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;เพจศูนย์ข้อมูล COVID-19 ของกรมประชาสัมพันธ์ ได้ขึ้นอินโฟรกราฟฟิกล่าสุดระบุว่า ขอความร่วมมือ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด ก่อนรายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ต่อสื่อมวลชน ขอให้แจ้งข้อมูลเข้าระบบรายงานของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค โทร.1422
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87792</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, กรมประชาสัมพันธ์, เพจศูนย์ข้อมูล COVID-19, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe2e3ce3dbb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2020 08:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2020 07:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมประชาสัมพันธ์ จับมือ อสม. เดินหน้า สร้างเครือข่ายสู้ข่าวปลอม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางพิชญา เมืองเนาว์ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการสัมมนา &amp;quot;สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังข่าวปลอมชีวิตวิถีใหม่ (New Normal)&amp;quot; ว่า ปัจจุบันข่าวปลอม (Fake News) ในโซเชียลมีเดียกำลังเป็นปัญหาใหญ่ ส่งผลให้ประชาชนเกิดความสับสนและตื่นตระหนกในการรับข่าวสาร รวมทั้งทำให้เกิดผลเสียทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงได้จัดทำโครงการสร้างเครือข่ายป้องกันข่าวปลอม โดยนำอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ทั่วประเทศกว่า 1.05 ล้านคน เข้ามาเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังข่าวปลอม โดยมีการกรองข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจเฟสบุ๊ค &amp;quot;ข่าวจริงประเทศไทย&amp;quot; จัดโดยกรมประชาสัมพันธ์ หรือผ่านทางแอพพลิเคชันไลน์ ซึ่งจะมีการตั้งไลน์กลุ่มโดยเฉพาะสำหรับรับมือกับข่าวปลอม โดย อสส. และ อสม. ที่เข้ารับการอบรมจะได้เข้าเป็นสมาชิกไลน์กลุ่มดังกล่าว ซึ่งสามารถตรวจสอบข่าวสารที่ได้รับมาจากแหล่งต่าง ๆ ได้ว่าเป็นข่าวจริงหรือไม่ ผ่านทางแอดมินไลน์กลุ่ม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน สามารถตรวจสอบข่าวสารกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) หรือทั้ง 20 กระทรวงที่เกี่ยวข้องได้ โดย อสส. หรือ อสม. 1 คนสามารถสร้างเครือข่ายได้ถึง 100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในปีนี้จัดขึ้น เป็นปีที่2 โดยมี ผู้นำอสม.จากหลายจังหวัดในภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมโครงการ กว่า400คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายจำรัส คำรอด ประธานชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประเทศไทย เปิดเผยว่า คาดว่าสมาชิก อสส. และ อสม. ที่เข้ารับการอบรมในครั้งนี้จะได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้และนำไปสู่การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ครบถ้วนให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่ได้จริง รวมทั้งเกิดการตื่นตัวและรับรู้ถึงสิ่งที่จะนำไปเผยแพร่ต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79359</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมประชาสัมพันธ์, พิชญา เมืองเนาว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201003/image_big_5f77cda8ec370.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75325</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2020 19:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2020 19:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไก่อู&#039;ตรวจความพร้อมอู่ตะเภาต้อนรับบิ๊กตู่พร้อมเยี่ยมชมศูนย์ฉุกเฉินโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค.63- &amp;nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และกรมประชาสัมพันธ์ นำโดย พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ พร้อมคณะได้เดินทางมายัง อาคารที่พักผู้โดยสาร แห่งที่ 2 การท่าอากาศยานอู่ตะเภา ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง โดยมี พลเรือโท กฤชพล เรียงเล็กจำนงค์ ผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานอู่ตะเภา พร้อมด้วย นาวาเอก อคเรศ ยิ้มมาก และคณะทำงาน ให้การต้อนรับ พร้อมนำคณะตรวจความพร้อมของสถานที่ เพื่อต้อนรับ ฯพณฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ที่ร่วมเดินทางมาในวันที่ 24 ส.ค.63 เวลา 12.45 น. ตามกำหนดการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ การเดินทางของคณะ นายกรัฐมนตรี โดยเครื่องบินลำเลียง SUKHOI SUPER JET &amp;nbsp;100 ออกจากท่าอากาศยานที่ 2 กองบิน 6 (บน.6) กองทัพอากาศ ในเวลา 11.45 น. มาถึงการท่าอากาศยานอู่ตะเภา เวลา 12.45 น. โดย นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะจะเข้าตรวจชมความพร้อมของ ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และจุดคัดกรองผู้โดยสารทั้งขาเข้า-ออก เพื่อสร้างมั่นใจให้กับผู้มาใช้บริการ ถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีมาตรฐานสากล และมีประสิทธิภาพสูง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75325</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมประชาสัมพันธ์, สนามบินอู่ตะเภา, สรรเสริญ แก้วกำเนิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200823/image_big_5f4261374313a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63396</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2020 09:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2020 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทวัญ&#039;ยกด่านเคอร์ฟิวนวนครตัวอย่างจุดสกัดไวรัสโควิด-19คุมเข้ม24ชั่วโมง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;17 เม.ย.63 - เมื่อเวลา 22.30 น.วันที่ 16 เม.ย. ที่ด่านตรวจจุดคัดกรองเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 บริเวณถนนพหลโยธินขาออกกม.46+400 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมด่านเคอร์ฟิวจุดคัดกรองมอบสิ่งของ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานช่วงเคอร์ฟิวในจังหวัดปทุมธานี โดยมี ดร.พินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายชาธิป รุจนเสรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี นายนิติชัย วิริยานนท์ นายอําเภอคลองหลวง พ.ต.อ.เศรษฐณัณข์ ทิมวัฒน์ ผกก.สภ.คลองหลวง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน,เจ้าหน้าที่สาธารณสุข,เจ้าหน้าที่ขนส่ง ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จากนั้นได้ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์ โดยมีดร.พินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี และพล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี บรรยายสรุปสถานการณ์การดำเนินงานของด่านเคอร์ฟิวจุดคัดกรองเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp;นายเทวัญ &amp;nbsp;กล่าวว่าพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ตนเองออกตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ประจำด่านจุดคัดกรองต่างๆและขอชื่นชมในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ที่มีความพร้อมทั้งอุปกรณ์การคัดกรองต่างๆเพื่อดำเนินการคัดกรอง สุขภาพของประชาชน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อได้เป็นอย่างดี &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นายเทวัญ ระบุว่า โดยเฉพาะช่วงนี้ที่เป็นเทศกาลสงกรานต์ ที่ทางจังหวัดปทุมธานีมีมาตรการกวดขันอย่างจริงจัง เชื่อว่าสถานการณ์โควิด-19 ของ จังหวัดปทุมธานี จะดีขึ้นเรื่อย ๆ และควบคุมสถานการณ์ควบคุมโรคไว้ได้ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีได้อีกจังหวัดหนึ่ง และขอชื่นชมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่ประสานการทำงานอย่างเข้มแข็ง และถือเป็นด่านตัวอย่างการสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด- 19 ที่คุมเข้มทั้งกลางวันและกลางคืน ตลอด 24 ชม.อีกด้วย ทั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือของพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน สื่อสารทำความเข้าใจ ซึ่งกันและกันในการดำเนินการของภาครัฐ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดร.พินิจ กล่าวว่าจังหวัดปทุมธานี มีการตั้งจุดสกัด ดูแลการเดินทางเข้าออกพื้นที่จำนวน 3 จุด คือจุดที่ 1. ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัสนวนคร (ช่วงถนนพหลโยธินขาออก) ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จุดที่ 2. ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 305 (ถนนรังสิต &amp;ndash; นครนายก) บริเวณหน้าโรงพยาบาลธัญบุรี ตำบลรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี จุดที่ 3. ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 345 (ถนนปทุมธานี &amp;ndash; บางบัวทอง) บริเวณป้อมตำรวจ สี่แยกบางคูวัด ตำบลบางคูวัด อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี บูรณาการทุกภาคส่วน ปฏิบัติการตั้งจุดตรวจ จุดสกัดคัดกรองป้องกันโควิด-19 &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดร.พินิจ กล่าวว่า ซึ่งบริเวณด่านตรวจจุดนวนคร อำเภอคลองหลวงแห่งนี้เป็นเส้นทางเชื่อมต่อจากกรุงเทพฯผ่านจังหวัดปทุมธานีและเดินทางต่อไปยังจังหวัดอื่นๆทั้งพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน ทำให้ต้องเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจคัดกรองบุคคล โดยเฉพาะประชาชนที่เดินทางมากับรถโดยสารสาธารณะทั้งรถประจำทางระหว่างจังหวัด และรถตู้ จะเน้นตรวจบัตรประชาชน หากพบว่าประชาชนมาจากพื้นที่เสี่ยง หรือเป็นชาวต่างชาติ ก็จะ เชิญตัวลงมาซักถามข้อมูลทำประวัติและแนะนำข้อปฏิบัติ ในการป้องกัน โรคติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งที่จุดสกัดนี้มี กล้องวงจรปิดคอยบันทึกและตรวจสอบการคัดกรอง มีอ่างล่างมือ มีตู้ตรวจวัดไข้ มีบริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ และเจ้าหน้าที่คอยประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่เดินทางใช้หน้ากากอนามัย รวมถึงสอบถามประวัติการเดินทาง &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นอกจากนี้ได้ให้คำแนะนำกับผู้ขับรถโดยสารให้จัดที่นั่งเว้นระยะห่างกันเพื่อป้องกันการแพร่เชื้ออีกด้วย โดยในการตรวจวัดที่ผ่านมายังไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด19 โดยปริมาณการใช้รถก็ลดลงเรื่อยๆ เชื่อว่าการใช้มาตรการอย่างเข้มข้น จะช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้อย่างต่อเนื่องและกล่าวขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ขอประชาชนต้องอดทนเพื่อผ่านพ้นวิกฤติโรคโควิด-19 นี้ไปให้ได้.&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63396</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมประชาสัมพันธ์, ตรวจด่านเคอร์ฟิว, เทวัญ ลิปตพัลลภ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e9909c1b6faa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
