<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2025 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>20ต.ค.บิ๊กป้อมลงกาญจน์ ประภัตรชี้สุพรรณอย่าตน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปภ.สรุปผลพวงพายุ &amp;quot;คมปาซุ&amp;quot; 5 จว. 7 อำเภอ 59 หมู่บ้านจมน้ำ &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; เตรียมคิวลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี 20 ต.ค.นี้ ติดตามบริหารจัดการน้ำเขื่อนศรีนครินทร์-เขื่อนวชิราลงกรณ &amp;quot;ประภัตร&amp;quot; ตรวจอ่างเก็บน้ำกระเสียวหลังล้นสปิลเวย์ในรอบ 10 ปี ย้ำคนสุพรรณอย่าตื่นตูม ได้เก็บเกี่ยวข้าวแน่ &amp;quot;พท.&amp;quot; ซัด &amp;quot;2 ป.&amp;quot; เดินสายสร้างภาระเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 ต.ค. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานสถานการณ์อุทกภัยจากอิทธิพลพายุคมปาซุ และร่องมรสุมพาดผ่านตั้งแต่วันที่ 15-17 ต.ค.64ว่าส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ ลพบุรี ปราจีนบุรี และนครนายก รวม 7 อำเภอ 22 ตำบล 59 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,698 ครัวเรือน ขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 2 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 3 จังหวัด 5 อำเภอ 14 ตำบล 38 หมู่บ้าน 1,848 ครัวเรือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ จ.ลพบุรี น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสระโบสถ์ &amp;nbsp;และอำเภอโคกสำโรง ระดับน้ำลดลง จ.ปราจีนบุรี น้ำป่าไหลหลากและน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปราจีนบุรี และอำเภอประจันตคาม ระดับน้ำลดลง จ.นครนายก น้ำจากคลองสันทรีย์เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมอำเภอปากพลี ระดับน้ำลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภาพรวมสถานการณ์คลี่คลายในหลายพื้นที่ แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ อยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำ ซึ่งปภ.ได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังต่อไป&amp;quot; ปภ.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในวันที่ 20 ต.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีกำหนดลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.กาญจนบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่และแนวทางการบริหารจัดการน้ำ &amp;nbsp; เตรียมพื้นที่รับน้ำหลากในปี 2564 และการเตรียมการฤดูแล้งปีถัดไปของกรมชลประทาน และแนวทางการบริหารจัดการเขื่อนแม่กลองและคลองจระเข้สามพัน ติดตามศักยภาพและการพัฒนาทรัพยากรน้ำบาดาล จ.กาญจนบุรี รวมถึงกดปุ่มเปิดน้ำชุมชน ต.ทุ่งกระบ่ำ อ.เลาขวัญ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ แล้วรับมอบสุขาลอยน้ำจากนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ จะไปติดตามภาพรวมการเตรียมการรับมือฤดูฝนปี 2564 และความก้าวหน้าโครงการผันน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ โดยเลขาธิการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) การนำเสนอแนวโน้มสถานการณ์น้ำของเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ รวมถึงรับทราบแนวทางการจัดการและความปลอดภัยของเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ ก่อนมอบนโยบายและไปติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณสันเขื่อนศรีนครินทร์และพบปะผู้นำชุมชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตรลงพื้นที่ไปแล้ว 4 จังหวัด คือ จ.พระนครศรีอยุธยา นครราชสีมา สระแก้ว และขอนแก่น ซึ่งกาญจนบุรีจะเป็นจังหวัดที่ 5&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เดินทางลงพื้นที่ตรวจดูปริมาณน้ำที่อ่างเก็บน้ำกระเสียว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาการระบายน้ำว่า เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำกระเสียวมีปริมาณ 100% และยังจะมีปริมาณน้ำจาก อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ที่จะเข้ามาอีกจำนวนมาก ทำให้น้ำล้นสปิลเวย์ในรอบ 10 ปี ซึ่งน้ำที่ไหลออกจากอ่างเก็บน้ำกระเสียว ส่งผลกระทบกับแม่น้ำท่าจีน ซึ่งมีระดับน้ำที่สูงอยู่แล้ว นอกจากนี้ได้รับรายงานจาก อ.บางปลาม้า อ.สองพี่น้อง ว่าน้ำจาก จ.กาญจนบุรีก็ยังมีมาอีก และน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาก็เอ่อล้นเข้ามาในเขตทุ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;น้ำในปีนี้มาประดังพร้อมกันไปหมด แต่หากไม่มีพายุฝนมาเพิ่มอีก สถานการณ์ก็จะค่อยๆ ดีขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวแล้ว เชื่อว่าสถานการณ์จะทรงอยู่อย่างนี้อย่างน้อย 3 วัน ขอชาวนาอย่าตื่นตระหนก เก็บเกี่ยวได้แน่นอน เรากำลังช่วยกันปรับทุกๆ สายน้ำไม่ให้มากไปกว่านี้&amp;quot; รมช.เกษตรและสหกรณ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค พท. กล่าวถึงการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ว่านอกจาก 2 ป. จะใช้การลงพื้นที่เป็นการประลองกำลังวัดกันว่า ส.ส.จะตบเท้าตามแห่ใครมากกว่ากัน ยังอาจต้องวัดกันด้วยว่าการลงพื้นที่ของแต่ละคน ใครถูกประชาชนต่อต้านหนักกว่ากัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เดือดร้อนตำรวจต้องแจ้งเตือนประชาชน ห้ามด่า-ห้ามปาไข่-ห้ามเผารูป ห้ามสารพัด แต่ไปลงพื้นที่ไหนก็ถูกขับไล่ &amp;nbsp; การลงพื้นที่แบบนี้เป็นการสร้างภาระ &amp;nbsp;ประชาชน ไม่ได้ประโยชน์ เพราะไม่ได้เปิดพื้นที่รับฟังสภาพปัญหาที่แท้จริง&amp;quot; รองหัวหน้าพรรค พท.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม​ และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ​ (พปชร.) กล่าวว่า การลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร รวมทั้ง ร.อ.ธรรมนัส &amp;nbsp;พรหมเผ่า​ เลขาธิการพรรค พปชร. ​มักจะมีมวลชนบางส่วนออกต่อต้านว่า​ โดยหลักแล้วทุกคนมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็น​ เพียงแต่ในบริเวณที่มีการจัดงาน หรือมีกิจกรรมของผู้นำประเทศก็ไม่ควรเข้ามาวุ่นวาย​ เพราะมีเรื่องของความปลอดภัยด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;h25thth
tga365th
gslotz999th
betflik88th
betup888th
kinggame365th
sb888
wowslot818th
bar4bets
livewin1688th
imba96
wowgame1234
ufa100
gg168th
wingame99th
pxjth
dk7th
sands999th
ufa365day
ufa191th
ufa168th
ufa800th
ufa289th
ufa656th
ufa345th
lagalaxy1th
legalaxy88
sbobetth
ufa747th
ufa25hrth
ufa888th
ufa24hth
ufa350th
ufa777th
ufa4kth
askmebetth
ambbet
Betflik28
betwayth
databet88
wowslot1688th
wowslot369th
wowslot007th
wowslot191
wowslot888th
wowslot345th
joker123
joker123th
jokerslotz999
live22
pg888th
pg789
pg888asia
xoslotz
188bet
1ufabet
123plus
123play
123maxx
168pg
bet365
fun88
ib888
818king
77evo
imi689
ezslot
123up
hengjing168
allslot
ufa888goal
ufa888goal
ufa888goal
ivip9
allcasino
8xbet
hydra888
k9win
faz123
777pg
lucabet168
beo555
bozz777
gembet99
brazil999
918kissme
123vip
joker999
369superslot
bitbet69
g2g24time
123auto
huc99
fox88
ezcasino
123vega
goodbet711
fafa888
g2g789t
akbet

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120026</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, นครนายก, บิ๊กป้อม, ปราจีนบุรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211012/image_big_61653f674b4d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.รายงานมี16จังหวัดกว่าแสนครัวเรือนจมน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.64- &amp;nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากอิทธิพลพายุเตี้ยนหมู่ ซึ่งเคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. 64 &amp;ndash; ปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ 32 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร เลย ขอนแก่น ชัยภูมิ ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนครปฐม รวม 208 อำเภอ 1,130 ตำบล 7,618 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 298,901 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 9 ราย (ลพบุรี 6 ราย เพชรบูรณ์ 2 ราย ชัยนาท 1 ราย)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 16 จังหวัด (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พิจิตร เพชรบูรณ์ ตาก กำแพงเพชร บุรีรัมย์ นครปฐม ยโสธร สุรินทร์ เลย ศรีสะเกษ สระแก้ว จันทบุรี ปราจีนบุรี) ยังคงมีสถานการณ์ 16 จังหวัด รวม 74 อำเภอ 410 ตำบล 2,176 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 101,005 ครัวเรือน ดังนี้สุโขทัย น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสุโขทัย อำเภอศรีสำโรง และอำเภอคีรีมาศ ระดับน้ำลดลง พิษณุโลก น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ &amp;nbsp;ได้แก่ อำเภอวังทอง อำเภอพรหมพิราม และอำเภอบางระกำ ระดับน้ำลดลง ขอนแก่น น้ำท่วมขังในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแวงน้อย อำเภอแวงใหญ่ อำเภอโคกโพธิ์ชัย อำเภอชนบท อำเภอมัญจาคีรี อำเภอโนนศิลา อำเภอพระยืน อำเภอบ้านแฮด และอำเภอบ้านไผ่ ระดับน้ำเพิ่มขึ้น ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ชัยภูมิ น้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภอคอนสวรรค์ ระดับน้ำลดลง นครราชสีมา น้ำท่วมขังในพื้นที่ &amp;nbsp;9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสูงเนิน อำเภอโนนสูง อำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอพิมาย อำเภอปักธงชัย อำเภอโนนไทย อำเภอคง อำเภอจักราช และอำเภอแก้งสนามนาง ระดับน้ำลดลง จังหวัดได้จัดตั้งจุดอพยพ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโนนสูง อำเภอโนนไทย อำเภอแก้งสนามนาง และอำเภอเมืองนครราชสีมา ผู้อพยพ 544 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุบลราชธานี น้ำท่วมขังในพื้นที่ &amp;nbsp;2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี และอำเภอวารินชำราบ ระดับน้ำลดลง จังหวัดได้จัดตั้งจุดอพยพ 16 จุด รวม 405 ครัวเรือน 1,644 คน นครสวรรค์ น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอพยุหะคีรี และอำเภอโกรกพระ ระดับน้ำลดลง อุทัยธานี น้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภอเมืองอุทัยธานี ระดับน้ำลดลง ชัยนาท น้ำท่วมขังในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอมโนรมย์ อำเภอวัดสิงห์ อำเภอเนินขาม อำเภอหันคา อำเภอสรรคบุรี อำเภอสรรพยา อำเภอเมืองชัยนาท และอำเภอหนองมะโมง ระดับน้ำลดลง ลพบุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองลพบุรี อำเภอชัยบาดาล และอำเภอบ้านหมี่ ระดับน้ำลดลง สระบุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่ อำเภอวังม่วง อำเภอแก่งคอย อำเภอเมืองสระบุรี อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอเสาไห้ อำเภอหนองโดน อำเภอบ้านหมอ อำเภอดอนพุด อำเภอหนองแซง และอำเภอหนองแค ระดับน้ำลดลง จังหวัดได้จัดตั้งจุดอพยพ 6 จุด รวม 307 ครัวเรือน สุพรรณบุรี ปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางปลาม้า และอำเภอสองพี่น้อง ระดับน้ำลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิงห์บุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภออินทร์บุรี อำเภอค่ายบางระจัน อำเภอเมืองสิงห์บุรี และอำเภอพรหมบุรี ระดับน้ำลดลง อ่างทอง น้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอ่างทอง อำเภอไชโย อำเภอป่าโมก อำเภอวิเศษชัยชาญ และอำเภอสามโก้ ระดับน้ำเพิ่มขึ้น พระนครศรีอยุธยา น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 9 ได้แก่ อำเภอผักไห่ อำเภอเสนา อำเภอบางบาล อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางไทร อำเภอบางปะอิน อำเภอท่าเรือ อำเภอนครหลวง และอำเภอบางปะหัน ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และคลองโผงเผงซึ่งอยู่นอกคันกั้นน้ำ ระดับน้ำลดลงปทุมธานี น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปทุมธานี และอำเภอสามโคก ระดับน้ำลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพรวมสถานการณ์ปัจจุบันหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ อยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำ ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ฯ สำหรับประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ &amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118934</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง, กอปภ.ก., น้ำท่วม, ปภ., พายุเตี้ยนหมู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d13d8ae148.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114136</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 13:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 13:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“บิ๊กป้อม-ธรรมนัส”ห่วงฝนตกหนัก-น้ำป่าไหลหลากเหนือ-ใต้ ประสาน”ส.ส.”เกาะติดพร้อมช่วยปชช.ป้องซ้ำเติมโควิด-19  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ห่วงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เฝ้าระวังโดยเฉพาะภาคเหนือ และภาคใต้ตอนล่างบางแห่งหลังปภ. ออกประกาศเฝ้าระวังน้ำไหลหลาก หวั่นซ้ำเติมประชาชนที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 อยู่แล้ว มอบหมาย&amp;rdquo;ธรรมนัส&amp;rdquo; กำชับส.ส.ในพื้นที่เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์และให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนทันที &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp; เปิดเผยว่า ตามที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ออกประกาศเฝ้าระวังภัยพิบัติ ว่า ระยะนี้ ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกต่อเนื่อง และตกหนักบางพื้นที่ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้น ๆ พื้นที่ลาดเชิงเขาอาจน้ำท่วมโดยฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งพื้นที่ต้องเฝ้าระวังผลกระทบจากฝนตกหนัก ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน&amp;nbsp; เป็นต้น ส่วนภาคใต้ตอนล่าง มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักไว้ด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ทางพรรคพลังประชารัฐ โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคฯ ที่ได้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว และไม่อยากให้มีเหตุการณ์ที่จะสร้างความเดือดร้อนซ้ำเติมประชาชนจากสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในขณะนี้ ดังนั้น จึงได้กำชับให้ตน เร่งประสานส.ส.เร่งลงพื้นที่และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนอย่างทันท่วงที &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ณ เวลานี้ ทางภาคเหนือ น่าเป็นห่วง ซึ่งหลายพื้นที่ตนเองได้เคยลงไปพบปะประชาชน การเดินทางสัญจรเข้าแต่ละหมู่บ้านที่ห่างไกล ของหลายอำเภอยากลำบากอยู่แล้ว&amp;nbsp; หากเกิดน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก ประชาชนก็จะเดือดร้อนยิ่งขึ้น&amp;nbsp; ซึ่งล่าสุด ได้รับรายงานว่า มีฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากแล้ว คือ จ. ลำปาง และ จ.เชียงใหม่ ซึ่งทางปภ.และหน่วยงานพื้นที่ได้เข้าตรวจสอบและแก้ไขปัญหาแล้ว โดยตนเอง ได้เร่งประสานให้ ส.ส.ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม หากยังติดภารกิจ ประชุมสภาฯ วาระพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญต่อพี่น้องประชาชนเช่นเดียวกัน ก็ให้ส.ส.ประสานตัวแทน ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนต่อไป&amp;rdquo; ร.อ.ธรรมนัส&amp;nbsp; กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.อ.ธรรมนัส&amp;nbsp; ยังกล่าวว่า ในส่วนของ ส.ส ในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ก็ขอให้ติดตามสถานการณ์ความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 และ กรณีเกิดอุกทกภัย วาตภัย&amp;nbsp; รวมถึงปัญหาเรื่องปากท้องประชาชน ที่เราจะต้องไม่นิ่งดูดาย และหาทางช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถแจ้งความประสงค์มาที่ ศปฉ.พปชร.ผ่านสายด่วน Call Center 02-939-1111 จำนวน 30 คู่สาย หรือ InboxมาในเพจFacebookของพรรคได้ที่ https://www.facebook.com/PPRPThailand/ ซึ่งทางพรรคพร้อมดำเนินการช่วยเหลือต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114136</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กระทรวงมหาดไทย, บิ๊กป้อม, ปภ., พรรคพลังประชารัฐ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พื้นที่เฝ้าระวัง, ภาคเหนือ, ภาคใต้ตอนล่าง, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า, สถานการณ์น้ำท่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_6121f0688fc8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.รายงานเกิดสถานการณ์ภัยใน3จังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค. 64 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเกิดอุทกภัย 1 จังหวัด ได้แก่ ตาก เกิดน้ำไหลหลากและล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่อำเภอ &amp;nbsp;ท่าสองยาง อำเภอพบพระ อำเภอแม่ระมาด และอำเภอแม่สอด รวม 6 ตำบล 9 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 143 หลัง และพื้นที่เกิดวาตภัย 2 จังหวัด ได้แก่ ตราด เกิดวาตภัยในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลไม้รูด อำเภอคลองใหญ่ ผู้เสียชีวิต 1 ราย และสระบุรี เกิดวาตภัยในพื้นที่หมู่ที่ 11 ตำบลหน้าพระลาน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายนี้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ &amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111372</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง, กอปภ.ก., ปภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210404/image_big_6069a8330b74b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110466</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 18:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 18:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ. เตือน 7 จังหวัดชายฝั่งทะเล รับมือคลื่นลมแรง 20-23 ก.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.64 - เมื่อเวลา 16.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง พายุโซนร้อน &amp;quot;เจิมปากา&amp;quot;&amp;nbsp;ฉบับที่ 6 ระบุว่า&amp;nbsp;เมื่อเวลา 16.00 น.ของวันนี้ (20 ก.ค. 64) พายุโซนร้อนกำลังแรง &amp;ldquo;เจิมปากา&amp;rdquo; บริเวณชายฝั่งประเทศจีนตอนใต้ มีศูนย์กลางอยู่ห่างออกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะไหหลำ ประเทศเทศจีน ประมาณ 215 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 21.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.1 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกอย่างช้าๆ คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งที่เมืองเหมาหมิง มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีนในช่วงวันที่ 21-22 ก.ค. 64 พายุนี้ไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นไปมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน&amp;nbsp;นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะผู้อำนวยการกลาง กล่าวว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) ได้ติดตามสภาพอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสาน 7 จังหวัดชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์คลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 20-23 กรกฎาคม 2564 แยกเป็น ภาคตะวันออก 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี (อำเภอเมืองชลบุรี อำเภอศรีราชา อำเภอบางละมุง อำเภอสัตหีบ และอำเภอเกาะสีชัง) ระยอง (อำเภอเมืองระยอง อำเภอบ้านฉาง และอำเภอแกลง) จันทบุรี (อำเภอขลุง อำเภอท่าใหม่ อำเภอแหลมสิงห์ และอำเภอนายายอาม) และตราด (อำเภอเมืองตราด อำเภอคลองใหญ่ อำเภอแหลมงอบ อำเภอเกาะกูด และอำเภอเกาะช้าง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ 3 จังหวัด ได้แก่ ระนอง (อำเภอเมืองระนอง อำเภอกะเปอร์ อำเภอสุขสำราญ) พังงา (อำเภอเกาะยาว อำเภอตะกั่วป่า อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอคุระบุรี และอำเภอท้ายเหมือง) และภูเก็ต (อำเภอเมืองภูเก็ต อำเภอกะทู้ และอำเภอถลาง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงสั่งการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์คลื่นลมแรงในช่วงดังกล่าว โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ พร้อมวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและแนวโน้มสถานการณ์ภัย ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) รถปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัย ประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมทรัพยากรให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่อาศัยในบริเวณชายฝั่งทะเล ให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยพร้อมปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด พร้อมกำชับสถานประกอบการในพื้นที่ชายทะเลแจ้งนักท่องเที่ยวให้งดประกอบกิจกรรมทางทะเลในช่วงที่มีคลื่นลมแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ให้ประสานกรมเจ้าท่า กองทัพเรือ และตำรวจน้ำแจ้งเตือนการเดินเรือให้เป็นไปตามมาตรการเพื่อความปลอดภัย โดยให้เดินเรือด้วยความระมัดระวังและงดการเดินเรือหากทะเลมีคลื่นสูงและมีกำลังแรง สำหรับเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ &amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;พ้นภัย&amp;rdquo; รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110466</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนตกหนัก, พายุโซนร้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f6b426cb36d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108677</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 15:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 15:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ สั่งเร่งสืบหาสาเหตุโรงงานระเบิด กำชับ ปภ.-ท้องถิ่นช่วยเหลือปชช.อพยพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการด่วนให้เจ้าหน้าที่เร่งควบคุมสถานการณ์และสืบหาสาเหตุการระเบิดที่โรงงานหมิงตี้ เคมิคอล ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเม็ดโฟมพลาสติก ซอยกิ่งแก้ว 21 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ &amp;nbsp;เมื่อเวลา 03.10 ของคืนวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีขอให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง หลังรับทราบรายงานเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 1 รายเสียชีวิตและมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ด้วย &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ให้เจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมทั้งหน่วยงานท้องถิ่นเร่งเข้าช่วยเหลืออพยพประชาชนและผู้ได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดตั้งศูนย์อพยพ รองรับประชาชน ณ โรงเรียนเตรียมปริญญานุสรณ์ องค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ และวัดสลุด อ.บางพลีใหญ่ โดยขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่รัศมีโดยรอบไม่เกิน 5 กิโลเมตรเร่งอพยพออกจากพื้นที่โดยด่วน หากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต้องการขอความช่วยเหลือ หรือสอบถามข้อมูล สามารถโทรมายังสายด่วน 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีกำชับให้เจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมทั้งหน่วยงานท้องถิ่นเร่งเข้าดูแลประชาชนที่ศูนย์อพยพเพื่อให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108677</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, จังหวัดสมุทรปราการ, ไฟไหม้กิ่งแก้ว, ไฟไหม้โรงงานพลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e2b929d676d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101136</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.รายงานเกิดวาตภัย 5 จังหวัดในรอบ 24 ชม. บ้านเรือนเสียหาย 111 หลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย. 64 -&amp;nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานสถานการณ์หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศไทยตอนบนประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง โดยในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเกิดวาตภัยในพื้นที่ &amp;nbsp;5 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน มุกดาหาร ยโสธร ศรีสะเกษ และสุพรรณบุรี รวม 9 อำเภอ 14 ตำบล 31 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 111 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย 64 - ปัจจุบัน (วันที่ 29 เม.ย. 64 เวลา 06.00 น.) มีพื้นที่ประสบวาตภัย 40 จังหวัด รวม 108 อำเภอ 189 ตำบล 452 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 2,298 หลัง ผู้เสียชีวิต 1 ราย (นครศรีธรรมราช) ผู้บาดเจ็บ 1 ราย (สุพรรณบุรี)&amp;nbsp; ทั้งนี้แยกเป็น ภาคเหนือ 12 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน พะเยา น่าน ตาก พิษณุโลก กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ และพิจิตร รวม 37 อำเภอ 73 ตำบล 195 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 1,353 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 15 จังหวัด ได้แก่ บึงกาฬ หนองคาย อุดรธานี เลย สกลนคร หนองบัวลำภู ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ชัยภูมิ ยโสธร นครราชสีมา อุบลราชธานี สุรินทร์ และศรีสะเกษ รวม 48 อำเภอ 73 ตำบล 174 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 654 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง 10 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี อ่างทอง ราชบุรี นครปฐม และสมุทรปราการ รวม 16 อำเภอ 32 ตำบล 85 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 193 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก 1 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรารวม 2 อำเภอ 4 ตำบล 8 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 29 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ 2 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช และปัตตานี รวม 5 อำเภอ 6 ตำบล 10 หมู่บ้านบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 69 หลัง ผู้เสียชีวิต 1 ราย ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้างหรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม ท้ายนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์
&amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101136</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, ลมกระโชกแรง, วาตภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607e46b2a4cc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
