<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 18:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิบดีกรมฝนหลวงคนใหม่ ลุยปรับแผนปฏิบัติการฝนหลวง ให้สอดรับกับสถานการณ์น้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อธิบดีกรมฝนหลวงคนใหม่ เข้าปฏิบัติหน้าที่วันแรก รุกปรับแผนปฏิบัติการฝนหลวงคงเหลือ 5หน่วยฯ ให้สอดรับกับสถานการณ์น้ำปัจจุบัน พร้อมผนึกกำลังร่วมกองทัพอากาศและกองทัพบก เตรียมวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือในพื้นที่ที่ต้องการน้ำอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ที่ได้รับปริมาณน้ำฝนเพียงพอและหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขัง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสำเริง &amp;nbsp;&amp;nbsp;แสงภู่วงค์&amp;nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;แม้ปัจจุบันฝนจะตกจนเกิดน้ำท่วมใหญ่ในหลายพื้นที่ของประเทศ แต่จากการติดตามสถานการณ์น้ำภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;&amp;nbsp;พบว่าในขณะนี้หลายพื้นที่ยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมขังและบางพื้นที่มีปริมาณน้ำสำหรับการเกษตร และการอุปโภค-บริโภค รวมถึงปริมาณน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ต่างๆเพียงพอแล้ว แต่ก็ยังมีหลายพื้นที่ที่พบว่าอ่างเก็บน้ำที่ยังมีปริมาณน้ำต้นทุนเก็บกักน้อย รวมไปถึงไปถึงพื้นที่การเกษตรบางส่วนที่ยังมีความต้องการน้ำอีกจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนั้น กรมฝนหลวงฯจึงได้มีการปรับแผนจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ประจำเดือนตุลาคม 2564 ให้คงเหลือจำนวน 5 หน่วยปฏิบัติการ ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.เชียงใหม่ ตาก พิษณุโลก ขอนแก่น และปรับแผนเพิ่มหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.อุดรธานี เพื่อให้การปฏิบัติการฝนหลวงเกิดประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน โดยจะเน้นช่วยเหลือในพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนและอ่างเก็บน้ำที่ยังมีปริมาณน้ำต้นทุนเก็บกักน้อย รวมไปถึงไปถึงพื้นที่การเกษตรที่ปริมาณน้ำยังไม่เพียงพอ โดยร่วมกับกองทัพอากาศและกองทัพบก จะวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือในพื้นที่ที่ต้องการน้ำอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ที่ได้รับปริมาณน้ำฝนเพียงพอ และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังอีกทางหนึ่งด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากรายงานข้อมูลการขอรับบริการฝนหลวง (30 ก.ย. 2564) พบว่ามีจำนวนรวม 42 แห่ง ครอบคลุม 10 จังหวัด 28 ได้แก่ บริเวณพื้นที่ภาคเหนือตอนบน จำนวน 15 แห่ง ภาคเหนือตอนล่าง จำนวน 2 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 13 แห่ง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จำนวน 12 แห่ง โดยจากผลการปฏิบัติการฝนหลวงเมื่อวันที่ 31 กันยายนที่ผ่านมาได้ขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง จำนวน 3 หน่วยปฏิบัติการ ทำให้มีฝนตกบริเวณพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล จ.เชียงใหม่ เขื่อนกิ่วคอหมา จ.ลำปาง เขื่อนภูมิพล จ.ตาก และ เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายภักดี จันทร์เกษ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับการติดตามสภาพอากาศเพื่อวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงในที่ 1 ตค.นี้ว่าจากผลการตรวจสภาพอากาศจากสถานีเรดาห์ฝนหลวงทั่วประเทศพบว่า สภาพอากาศยังไม่เข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ทั้ง 5 หน่วยฯ ในช่วงเช้านี้จึงยังคงมีการติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง หากสภาพอากาศเข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง พร้อมจะช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทันที โดยเกษตรกร และพี่น้องประชาชน สามารถขอรับบริการฝนหลวงและติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางการติดต่อของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ทาง เพจ Facebook, Instagram, Twitter, Line Official Account, เว็บไซต์กรมฝนหลวงและการบินเกษตร และติดตามรับชมรายการ &amp;ldquo;ใต้ปีกฝนหลวง&amp;rdquo; ทางช่อง YouTube ใต้ปีกฝนหลวง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118469</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมฝนหลวง, กรมฝนหลวงและการบินเกษตร, กองทัพบก, กองทัพอากาศ, นายภักดี จันทร์เกษ, นายสำเริง   แสงภู่วงค์, ปัญหาน้ำท่วมขัง, ฝนหลวง, สถานการณ์น้ำ, อธิบดีกรมฝนหลวงคนใหม่, แผนปฏิบัติการฝนหลวง, ใต้ปีกฝนหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_6156f16b7bb1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2020 20:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2020 20:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทีมนักล่าเมฆ&#039; สืบสานเทคนิคซูปเปอร์แซนด์วิช &#039;ในหลวง ร.9&#039; ทำฝนหลวงคลายทุกข์หมอกควัน-ภัยแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย.63 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;quot; โพสต์บทความเรื่องเล่าของเจ้า &amp;quot;ซูเปอร์แซนด์วิช&amp;quot; มีเนื้อหาระบุว่า หลังจากทานแซนด์วิชเป็นอาหารเช้าวันนี้ (23 เมษายน 2563) แล้ว เลยอยากเล่าให้ทุกท่านฟังเกี่ยวกับการโจมตีเมฆด้วยเทคนิคแซนด์วิชและซุปเปอร์แซนด์วิชในตำราฝนหลวงพระราชทานกันครับ ตามที่เคยเล่าให้ฟังมาก่อนแล้วว่า ขั้นตอนการปฏิบัติการฝนหลวงที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงคิดค้นขึ้นมานั้น มีขั้นตอนหลักๆ 3 ขั้นตอนด้วยกันคือ ก่อกวนหรือก่อเมฆ เลี้ยงให้อ้วน และโจมตี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การโจมตีเมฆ จะมี 2 รูปแบบด้วยกัน แล้วมันต่างกันอย่างไรลองมาฟังกันครับ การโจมตีแบบแซนด์วิช จะใช้กับกรณีเมฆอุ่น เมฆอุ่นจะเป็นเมฆที่ลอยอยู่ในระดับ 6000 - 18000 ฟุต และมีอุณหภูมิในเมฆสูงกว่า 0 องศาเซลเซียส โดยใช้เครื่องบินเมฆอุ่น 2 เครื่อง เครื่องบินเมฆอุ่นไม่ต้องเป็นชนิดปรับความดัน หรือเครื่องบินที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศต้องเปิดหน้าต่างเอานั่นเอง เพราะจะบินที่เพดานบินไม่สูงมาก สามารถใช้สภาพอากาศปกติในเครื่องได้ โดยให้เครื่องหนึ่งโปรยผงโซเดียมคลอไรด์ หรือเกลือแกง ทับยอดเมฆ หรือไหล่เมฆที่ระดับไม่เกิน 10,000 ฟุต ทำด้านเหนือลม อีกเครื่องหนึ่งโปรยผง ยูเรีย ที่ระดับฐานเมฆด้านใต้ลม ให้แนวโปรยทั้งสองทำมุมเยื้องกัน 45 องศา ทำให้เม็ดน้ำในเมฆมีขนาดใหญ่ขึ้น และปริมาณมากขึ้น จนร่วงหล่นลงสู่ฐานเมฆ และตกเป็นฝนในพื้นที่เป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการโจมตีแบบซุปเปอร์แซนด์วิชนั้น จะเป็นการโจมตีทั้งเมฆอุ่นและเมฆเย็นพร้อมกันทีเดียว นั่นหมายความว่าในบริเวณที่โจมตีจะต้องมีทั้งเมฆอุ่นและเมฆเย็นอยู่ด้วยกัน แล้วหน้าตาเมฆเย็นเป็นอย่างไรล่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมฆเย็นจะเป็นเมฆที่ลอยอยู่ตั้งแต่ระดับประมาณ 18,000 ฟุตขึ้นไป และมีอุณหภูมิในเมฆต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส เม็ดน้ำในเมฆเย็นจะเป็นเม็ดน้ำเย็นยิ่งยวด คือ เป็นเม็ดน้ำที่เย็นจัดแต่ยังไม่เป็นน้ำแข็ง การโจมตีเมฆเย็นจะต้องใช้ซิลเวอร์ไอโอไดด์ เพราะผลึกของซิลเวอร์จะมีรูปร่างคล้ายผลึกน้ำแข็ง เพื่อไปหลอกให้เม็ดน้ำเย็นยิ่งยวดเหล่านั้น มาเกาะทำให้เม็ดน้ำมีขนาดใหญ่ขึ้น และหนักมากขึ้น จนตกลงมากลายเป็นฝน ซึ่งเราใช้วิธีการนี้ในการสลายลูกเห็บด้วยเช่นเดียวกัน เครื่องบินที่ใช้ต้องเป็นเครื่องบินที่ปรับความดันได้ เพราะจะต้องบินขึ้นไปสูงกว่า 20000 ฟุต เหนือยอดเมฆ เพื่อยิงพลุซิลเวอร์ไอโอไดด์เข้าไปในเมฆ ที่ระดับนั้นอากาศจะเบาบางมาก ทำให้ไม่เพียงพอต่อการหายใจ โดยกรมฝนหลวงจะมีเครื่องประเภทนี้จำนวน 3 เครื่อง เป็นเครื่องบินSuper King Air และกองทัพอากาศสนับสนุนเครื่อง Alfa jet จำนวน 2 เครื่อง สำหรับภารกิจนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การโจมตีแบบซุปเปอร์แซนด์วิชจึงต้องใช้เครื่องบินเมฆอุ่น 2 ลำเปรียบเสมือนขนมปัง 2 แผ่นแรก โจมตีเมฆอุ่น ที่เหมือนไส้ในขนมปัง และใช้เครื่องบินเมฆเย็นอีก 1 ลำ เปรียบเสมือนขนมปังแผ่นที่ 3 โจมตีเมฆเย็น ที่เหมือนไส้ชั้นที่ 2 ของแซนวิชนั่นเอง ขึ้นทำงานพร้อมกัน และจะต้องมีการทำงานเป็นทีมอย่างดีเพื่อความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่เชียงใหม่ ได้ติดตามสภาพอากาศแล้วพบว่า เงื่อนไขของสภาพอากาศค่อนข้างเอื้อต่อการทำฝน ทีมทำฝนเมฆอุ่นประกอบด้วย 2 หนุ่มน้อยหน้ามนได้แก่ นายนุกูล แสนหมื่นแก้ว และนายรัชชานนท์ รักชีพ จึงได้ขึ้นก่อเมฆเพื่อช่วยเหลือพื้นที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ขณะที่ทีมทำฝนเมฆเย็น ประกอบด้วยสาวสวยเมืองเหนือ หนึ่งเดียวในหน่วยเชียงใหม่ น.ส. สุมามาศ ไชยวงศ์ และหนุ่มผิวสีหมึก นายสรจักร ปลั่งดี ได้ติดตามข้อมูลจากเรดาร์ตรวจสภาพอากาศ พบเมฆกลุ่มบริเวณ อ.แม่แตง เข้าเงื่อนไขเมฆเย็น จึงได้สั่งการให้นักบินทีมกองทัพอากาศใช้เครื่องบินแอลฟ่าเจ็ท ไปยิงพลุซิลเวอร์ไอโอไดด์ใส่เมฆเย็น พร้อมกับทีมนักทำฝนเมฆอุ่นขึ้นโจมตี กลุ่มเมฆที่ได้ไปก่อเอาไว้ด้วยพร้อมกัน ในพื้นที่นั้น ทำให้มีฝนตกลงมาได้ 6 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณมากในพื้นที่ภาคเหนือในช่วงฤดูแบบนี้ ที่ได้คลายทุกข์ทั้งในเรื่องหมอกควันและภัยแล้งแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งทีมเมฆอุ่นและเมฆเย็นวันนั้นต่างร้องไชโย และยิ้มกันอย่างมีความสุขมาก ที่ปฏิบัติการได้สำเร็จตามเป้าหมาย เพราะน้อยครั้งที่จะมีโอกาสใช้เทคนิคซุปเปอร์แซนด์วิชของพระองค์ท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับได้ว่าเป็นทีมนักล่าเมฆรุ่นใหม่ ที่ได้สืบสานและรักษา ศาสตร์ตำราฝนหลวงพระราชทาน ในการใช้เทคนิคซุปเปอร์แซนด์วิชโจมตีทั้งเมฆอุ่นและเมฆเย็นลงมาเป็นฝนพร้อมกัน ได้อย่างอย่างน่าชื่นชม และเทคนิคซุปเปอร์แซนด์วิชนี้เป็นเทคนิคใหม่ที่เกิดขึ้นในโลกนี้ ซึ่งได้มีการจดสิทธิบัตร และได้รับการถวายรางวัลในระดับโลกเพราะด้วยพระปรีชาสามารถของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่พระองค์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64245</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมฝนหลวงและการบินเกษตร, จังหวัดเชียงใหม่, ปัญหาหมอกควัน, ฝนหลวง, หมอกควัน-ภัยแล้ง, ในหลวง รัชกาลที่ 9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200425/image_big_5ea43ad55cd68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งค้นสาเหตุเครื่องบินทำฝนเทียมตกดับ 2 ราย เผยช่วงเกิดเหตุหมอกหนาจัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครื่องบินปีกแข็งทำฝนเทียมตกที่กาญจน์ ครูฝึกและนักเรียนฝึกบินเสียชีวิตคาซาก 2 ศพ บินขึ้นจากสนามบินพล ร.9 ค่ายสุรสีห์ฯ ได้เพียง 1 ชม.สัญญาณหายจากจอเรดาร์ ไม่สามารถติดต่อได้ ชาวบ้านที่ทำไร่ผักริมภูเขา ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดังมาก เงยหน้าดูพบหัวเครื่องบินต่ำลง&amp;nbsp;จากนั้นก็ร่อนลงและเชิดหัวขึ้นบินอ้อมซอกภูเขาและตกลงในไร่น้อยหน่า&amp;nbsp;ช่วงเกิดเหตุหมอกลงหนาจัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.62 - ร.ต.อ.อภิชัย พุ่มชัย รองสารวัตรสอบสวน สภ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp;ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่ไปทำไร่ผักในพื้นที่บ้านหนองเป็ด หมู่ 9 ต.ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค&amp;nbsp;ว่ามีเครืองบินตก หลังรับแจังจึงรีบรายงานให้ พ.ต.อ.วันชัย อ่อนละออ ผกก&amp;nbsp;สภ.ไทรโยค&amp;nbsp;และ พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผบช.ภ.7 พ.ต.อ.ชวลิต สุขสุวรรณ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรีทราบเรื่อง จากนั้นจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.บัญญัติ ไขยโกฎิ รอง ผกก.สอบสวนฯ และเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ ตชด.และหน่วยกู้ชีพอุทยานแห่งชาติไทรโยค กรมป่าไม้&amp;nbsp;ร่วมกับมูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ เจ้าหน้าที่กู้ภัย อพ.ปร อ.ไทรโยค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะเจ้าหน้าที่ที่เดินทางเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุตามเส้นทางที่เกิดเหตุเครื่องบินตกเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเส้นทางเป็นเส้นเกวียนแคบๆ ที่พื้นดินชื้นแฉะและลื่น รถธรรมดาวิ่งเข้าไม่ได้ ต้องเป็นรถกระบะโฟว์วิลล์อย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุในไร่น้อยหน่าพบซากเครื่องบินปีกแข็งยี่ห้อคาลาแวน ซี 208 &amp;nbsp;KASET ซี ใช้สำหรับทำฝนเทียมในสภาพพังยับ ภายในซากเครืองบินพบร่างผู้เสียชีวิต 2 นาย เป็นครูฝึกนักบิน 1 นาย ทราบชื่อ รอ.ตฤณ อัมระนันท์ อายุ 57 ปี ส่วนรายที่ 2 ชื่อนายสุขสันต์ จงเสถียรธรรม 25 ปี เป็นนักเรียนฝึกบิน ของกรมฝนหลวงการบินเกษตร ซึ่งตั้งฐานปฎิบัติอยู่ภายในกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ฯ กาญจนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากชาวบ้านซึ่งทำไร่ผักอยู่บริเวณเชิงภูเขาและเห็นเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่กำลังถอนหญ้า ได้ยินเสียงเครื่องบินเสียงดังมาก จึงเงยหน้าขึ้นดูพบว่า เครื่องบินบินต่ำมาก สักครู่เหมือนเสียการทรงตัว เนื่องจากสภาพอากาศมีหมอกหนาจัด จากนั้นเครื่องบินก็บินเชิดหัวขึ้นผ่านภูเขาไป และได้ยินเสียงระเบิดดังตูม จึงพากันเดินทางมาดูและพบว่า เครื่องบินตกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นแนวทางการสอบสวนทราบว่า เครื่องบินลำดังกล่าวบินขึ้นจากสนามบินกองพลทหารราบที่ 9 ในภาระกิจฝึกบิน เมื่อเวลา 10.00 น.จนกระทั่งเวลา 10.30 น.เครื่องบินได้หายไปจากจอเรดาร์ ไม่สามารถติดต่อได้ เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์การบินจึงได้วิทยุแจ้งหน่วยทหารในสังกัดพล ร.9 รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร มทบ.17 และหน่วยงานทุกหน่วยออกติดตามค้นหา โดยในส่วนของทหารได้นำเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ออกติดตามค้นหาทางอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสาเหตุเบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้ว่า อุบัติเหตุเครื่องบินตกครั้งนี้เกิดจากสาเหตุอะไร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการนำเครื่องตัดถ่างนำร่างของนักบินและนักบินฝึกหัตทั้ง 2 รายนำส่ง รพ.ไทรโยค ก่อนจะส่งต่อไปยังสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อให้แพทย์ทำการผ่าพิสูจน์สาเหตุการตายอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในส่วนของสาเหตุ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารได้ทำการค้นหากล่องดำที่อยู่ในซากเครื่องบินเพื่อนำไปตรวจสอบสาเหตุการประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกครั้งนี้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46491</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมฝนหลวงและการบินเกษตร, กาญจนบุรี, ฝนหลวง, สภ.ไทรโยค, เครื่องบินตก, เครื่องบินฝนหลวงตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190924/image_big_5d89d3ce260ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26508</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2019 13:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2019 13:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้น!กรมฝนหลวงฯทำฝนเทียมช่วยลดฝุ่นPM2.5อังคารนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 ม.ค.62-นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวถึงการแก้ปัญหาปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพว่า พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งให้ คพ.ประสานแก้ไขปัญหาร่วมกับกรุงเทพมหานคร จังหวัดปริมณฑล กรมอนามัย กรมควบคุมโรค กองบังคับการตำรวจจราจร กรมการขนส่งทางบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามมาตรการและแนวทางการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหา PM2.5 ซึ่งจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีการติดตามตรวจสอบและรายงานสถานการณ์ PM2.5 ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล การคาดการณ์และแจ้งเตือนประชาชนรับทราบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คพ.ได้ประสานหน่วยงานต่างๆเช่น กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งให้ความช่วยเหลือในการทำฝนเทียมเพื่อลดฝุ่นมาตลอด ทราบว่าทางกรมฝนหลวงฯก็ติดตามปัญหาเพื่อดำเนินการช่วยเหลืออยู่ ซึ่งมีปัจจัยทั้งด้านความชื้นและทิศทางลม หากในอากาศมีความชื้นไม่เพียงพอไม่สามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้ คาดว่าในวันที่ 15 ม.ค. อาจมีโอกาสจะทำฝนเทียมได้ ในส่วนอื่นๆได้ประสานกองบัญชาการตำรวจจราจร ในการตรวจจับรถควันดำบนเส้นทางจราจร &amp;nbsp;ร่วม ขสมก.ตรวจรถโดยสาร ขสมก.ในอู่ต่างๆ พร้อมร่วมประชุมและประสาน กทม. เพื่อดำเนินการตามมาตรการและแนวทางการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหา PM2.5 ทั้งให้ทุกเขตกวาดล้างถนนอย่างเข้มข้นทุกวัน รวมทั้งการประสานกระทรวงสาธารณสุขในการเตรียมการและแจกหน้ากากอนามัยให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26508</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมฝนหลวงและการบินเกษตร, ค่าฝนละอองPM2.5, นายประลอง ดำรงค์ไทย, อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190114/image_big_5c3c2d4846add.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
