<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117996</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 15:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 15:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์เผยบริษัทตั้งใหม่เดือนส.ค.64  ลด 2% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย. 2564 นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า เดือนส.ค.2564 มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศ จำนวน 5,553 ราย เทียบกับก.ค.2564 ลดลง 2% และเทียบกับส.ค.2563 เพิ่มขึ้น 0.3% มีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 11,833.29 ล้านบาท โดยประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจขนส่งและขนถ่ายสินค้ารวมถึง คนโดยสาร ที่ติดอันดับ 3 ต่อเนื่องมาแล้ว 4 เดือนติดต่อกัน ตามการขยายตัวของธุรกิจโลจิสติกส์และการค้าออนไลน์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนธุรกิจเลิกประกอบกิจการ มีจำนวน 1,176 ราย เทียบกับก.ค.2564 เพิ่ม 3% และเทียบกับส.ค.2563 ลดลง 12% มีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 4,832.30 ล้านบาท โดยประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจการให้คำปรึกษาด้านบริหารจัดการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับยอดรวมธุรกิจตั้งใหม่ในช่วง 8 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-ส.ค.) มีจำนวน 52,236 ราย เพิ่มขึ้น 17% ทุนจดทะเบียน 158,584.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% ส่วนธุรกิจเลิกกิจการ 7,246 ราย ลดลง 18% ทุนจดทะเบียน 39,443.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.04%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทศพลกล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้การจดทะเบียนตั้งบริษัทใหม่ในเดือนส.ค.2564 ลดลง เมื่อเทียบกับเดือนก.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังเข้มข้นต่อเนื่อง และยังมีการจำกัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ เช่น การงดรับประทานอาหารในร้านอาหาร และมาตรการล็อกดาวน์ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ที่มีผลใช้บังคับจนถึงวันที่ 31 ส.ค.2564 ส่งผลให้การจดทะเบียนตั้งใหม่ชะลอตัวลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การลดลงของการจดตั้งบริษัทใหม่ ยังเป็นไปในทิศทางเดียวกับดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของธนาคารแห่งประเทศไทย ในเดือนส.ค.2564 ซึ่งอยู่ที่ 40 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าถึง 4% เพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบธุรกิจที่มีการชะลอตัว เพื่อติดตามสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จากการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.2564 และจำนวนผู้ได้รับวัคซีนในประเทศที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และวัคซีนมีเพียงพอ จะเป็นปัจจัยที่สร้างความเชื่อมั่นที่ดีในช่วงครึ่งปีหลัง รวมทั้งการฟื้นตัวของการส่งออก และมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่จะเป็นปัจจัยเสริมช่วยให้ความเชื่อมั่นในการจดทะเบียนตั้งบริษัทใหม่ขยายตัวเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน มีธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ทั้งสิ้น (ณ วันที่ 31 ส.ค.2564) จำนวน 807,531 ราย &amp;nbsp;มูลค่าทุน 19.31 ล้านล้านบาท จำแนกเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จำนวน 197,063 ราย คิดเป็น 24.40% บริษัทจำกัด จำนวน 609,161 ราย คิดเป็น 75.43% และบริษัทมหาชนจำกัด จำนวน 1,307 ราย คิดเป็น 0.16% ตามลำดับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117996</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, จดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศ, ทศพล ทังสุบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_61517d7ab3bfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมพัฒน์ฯผนึก Shopee จัดโปรกระตุ้นซื้อสินค้า OTOP</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย. 2564 นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้แนวโน้มสถานการณ์ตลาดเปลี่ยนแปลงสู่ตลาดวิถีใหม่ New Normal ผู้บริโภคนิยมซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ไม่สามารถดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในช่องทางออฟไลน์ได้ กรมพัฒน์ฯ จึงได้ปรับแผนแนวทางการส่งเสริมการตลาดผลิตภัณฑ์ OTOP เพื่อช่วยเหลือสนับสนุนผู้ประกอบการชุมชนให้ขับเคลื่อนฝ่าวิกฤติโควิด-19 เน้นผลักดันตลาดผลิตภัณฑ์ OTOP เข้าสู่ช่องทางการตลาดออนไลน์ให้มากขึ้น โดยประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์ Shopee จัดแคมเปญ &amp;ldquo;สุขใจช้อปของท็อป OTOP&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 9-15 กันยายน 2564 มอบโค้ดส่วนลดพิเศษ 15% สำหรับผลิตภัณฑ์ OTOP Select ที่ผ่านการคัดสรรจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กว่า 50 ร้านค้า บนแพลตฟอร์ม Shopee รวมกว่า 2,000 ผลิตภัณฑ์ ทั้งผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก ผ้าและเครื่องแต่งกาย รวมถึงสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร&amp;nbsp;ที่กรมพัฒน์ฯ เลือกมาแล้วว่าดี โดยสามารถเลือกช้อปรับส่วนลดง่ายๆ เพียงกรอก Code &amp;ldquo;OTOPSELECT&amp;rdquo; ผ่านช่องทาง https://shopee.co.th/dbdonline หรือทางแอปพลิเคชั่น Shopee&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการชุมชน อุดหนุนผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพ OTOP Select ในแคมเปญ &amp;ldquo;สุขใจช้อปของท็อป OTOP&amp;rdquo;&amp;nbsp;
บนแพลตฟอร์ม Shopee ระหว่างวันที่ 9-15 กันยายน นี้ เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการชุมชนในการก้าวผ่านวิกฤติโควิด-19 นี้ไปพร้อมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116680</URL_LINK>
                <HASHTAG>SHOPEE, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, สุขใจช้อปของท็อป OTOP</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_614063d6e8c63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 17:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคบริการ สนับสนุนนโยบาย ครัวไทยสู่ครัวโลก พร้อมเปิดรับสมัครร้านอาหารไทยรายใหม่เพื่อรับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ถึงวันที่ 15 ก.ค. 64</HEADLINE>
                <CONTENT>



&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศสู่ภาคบริการมากขึ้น สนับสนุนนโยบาย ครัวไทยสู่ครัวโลก สร้างฐานการผลิตอาหารโลกเป็นที่หนึ่ง คำนึงมาตรฐานสากลเป็นหลัก มีคุณภาพได้มาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่นระยะยาวให้ธุรกิจอาหารไทย พร้อมจับมือ 6 เดลิเวอรี และเพจรีวิวอาหารชื่อดังช่วยผู้ประกอบการประชาสัมพันธ์ร้านอาหารกระตุ้นตลาดอีกทางหนึ่ง ดีเดย์!!! เปิดรับสมัครร้านอาหารไทยรายใหม่เพื่อรับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ตั้งแต่บัดนี้ - 15 กรกฎาคม 2564 นี้ ทาง www.dbd.go.th และ Facebook : Thai select thailand&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) มีนโยบายสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศไปสู่ภาคบริการมากขึ้น รวมทั้ง ให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลกมาอย่างต่อเนื่องโดยส่งเสริมและผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตอาหารอันดับ 1 ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกที่คำนึงถึงมาตรฐานสากลเป็นหลักไม่ว่าจะอยู่ต่างประเทศหรือในประเทศไทยก็สามารถหาอาหารไทยที่มีคุณภาพได้มาตรฐานรับประทานได้ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์มีการส่งเสริมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารไทยให้ใส่ใจด้านการบริการ รสชาติ และความมีคุณภาพ จึงได้กำหนดให้มีตราสัญลักษณ์ Thai SELECT เพื่อสร้างการจดจำและเป็นสัญลักษณ์ที่การันตีถึงคุณภาพมาตรฐานของอาหารไทย โดยอาหารไทยได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ซึ่งใช้รับรองมาตรฐานคุณภาพร้านอาหารไทยในต่างประเทศได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคในต่างประเทศยาวนานกว่า 20 ปี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ต่อยอดตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ที่ได้รับความนิยมจากต่างประเทศมาดำเนินการต่อในประเทศไทย จนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 4 ที่ได้ใช้ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ในประเทศ โดยมีร้านอาหารที่ได้รับตราสัญลักษณ์ฯ แล้วจำนวน 940 ร้าน กระจายอยู่ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ และมีการบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมพัฒนาและขับเคลื่อนธุรกิจอาหารไทยให้มีความแข็งแกร่งเป็นที่ยอมรับแก่สาธารณชนทั่วไปมาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ธุรกิจร้านอาหารของไทยได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ส่วนหนึ่งจำต้องปิดกิจการไป อีกส่วนหนึ่งแม้จะสามารถประคับประคองให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ และกลับมาเปิดร้านได้อีกครั้ง แต่ก็จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการร้านค้าตามแนววิถีชีวิตใหม่ (New Normal) และต้องเร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์ร้านค้าให้กลับมามียอดขายที่ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลถึงความอยู่รอดของธุรกิจในอนาคต กรมฯ จึงได้ร่วมมือกับธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี 6 ราย ประกอบด้วย LINEMAN, Foodpanda, Grab, Gojek, True ID และ Robinhood รวมทั้ง เพจรีวิวอาหารชื่อดังที่ได้รับความนิยม มียอดผู้ติดตามกว่า 1,000,000 คน ช่วยประชาสัมพันธ์ร้านอาหาร Thai SELECT เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นตลาดอีกทางหนึ่ง รวมทั้งจัดแคมเปญพิเศษในการกระตุ้นยอดขายให้แก่ร้านอาหารด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ในประเทศ มีทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่ 1) Thai SELECT SIGNATURE มอบให้แก่ร้านอาหารไทยที่มีคุณภาพยอดเยี่ยม จำหน่ายอาหารไทยแท้ ตกแต่งร้านสวยงาม และมีการบริการที่เป็นเลิศ โดยต้องได้รับคะแนนการประเมินมากกว่า 90 คะแนน 2) Thai SELECT CLASSIC มอบให้แก่ร้านอาหารไทยที่มีคุณภาพดีเยี่ยม และจำหน่ายอาหารไทยต้นตำรับคุณภาพดี โดยต้องได้รับคะแนนการประเมินระหว่าง 75 - 89 คะแนน 3) Thai SELECT UNIQUE มอบให้แก่ร้านอาหารไทยที่มีคุณภาพดีเยี่ยม จำหน่ายอาหารไทยต้นตำรับคุณภาพดี และมีรายการอาหารที่อนุรักษ์อัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยต้องได้รับคะแนนการประเมินระหว่าง 75 - 89 คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ กรมฯ กำลังเปิดรับสมัครร้านอาหารไทยรายใหม่เพื่อรับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ประจำปี 2564 โดยคุณสมบัติร้านอาหารไทยที่จะเข้ารับการประเมินเพื่อรับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ประกอบด้วย 1) เปิดให้บริการมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน 2) เป็นร้านอาหารที่มีจำนวนที่นั่งภายในร้านไม่ต่ำกว่า 40 ที่นั่งและมีพนักงานให้บริการ 3) มีรายการอาหารไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของรายการอาหารทั้งหมด โดยร้านอาหารไทยในประเทศที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT แล้ว จะมีอายุการใช้ตราสัญลักษณ์เป็นเวลา 3 ปี และสามารถสมัครต่ออายุตราสัญลักษณ์ได้อีกคราวละ 3 ปี โดยหากร้านอาหารมีมากกว่า 1 สาขา แต่ละสาขาต้องแยกยื่นขอเข้ารับการประเมินฯ เพื่อรับตราสัญลักษณ์ฯ จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการร้านอาหารไทยสมัครเข้ารับตราสัญลักษณ์ฯ ได้ตั้งแต่บัดนี้ - วันที่ 15 กรกฎาคม 2564 ทาง www.dbd.go.th และ Facebook :Thai select Thailand สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองธุรกิจบริการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทรศัพท์ 0 2547 5158 และ e-Mail : Thaiselectdbd@gmail.com อธิบดีฯ กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108698</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thai SELECT CLASSIC, Thai SELECT SIGNATURE, Thai SELECT UNIQUE, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, กระทรวงพาณิชย์, ครัวไทยสู่ครัวโลก, จับมือ 6 เดลิเวอรี, ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT, ธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, นายทศพล ทังสุบุตร, มาตรฐานสากล, อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า, เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e2dae272bda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 19:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 18:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซื้อง่าย ถูกใจ ใกล้ชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าว&amp;nbsp; &amp;ldquo;ซื้อง่าย ถูกใจ ใกล้ชุมชน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยมีผู้แทนจาก สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ&amp;nbsp; ผู้แทนจากบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) และคณะผู้บริหารเข้าร่วม วานนี้&amp;nbsp; ณ ห้องฉลาดลบเลอสรรค์ ชั้น 4 สำนักปลัดกระทรวงพาณิชย์ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108201</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, ซื้อง่าย ถูกใจ ใกล้ชุมชน, นายทศพล ทังสุบุตร, บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน), สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ, อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc5d03b9c2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2021 09:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2021 09:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039;สั่งโฟกัสธุรกิจแฟรนไชส์ สร้างอาชีพให้คนไทย หลังโควิด-19 คลี่คลาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค. 2564 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้กับประชาชนด้วยโครงการ &amp;ldquo;แฟรนไชส์สร้างอาชีพ&amp;rdquo; ทันทีที่การแพร่ระบาดคลี่คลายลง ซึ่งล่าสุดกรมฯ ได้กำหนดแนวทางการดำเนินโครงการแล้ว โดยจะจัดโรดโชว์นำแฟรนไชส์ที่อยู่ในการส่งเสริมของกรมฯ ไปจัดแสดงทั้งในกรุงเทพฯ และส่วนภูมิภาครวม 15 จังหวัดเป้าหมาย เพื่อให้ผู้ที่ว่างงาน หรือตกงาน ได้เลือกซื้อแฟรนไชส์ไปประกอบอาชีพ และมีรายได้เลี้ยงตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในส่วนกลางกำหนดจัดที่อิมแพค เมืองทองธานี หรือไบเทค บางนา และในต่างจังหวัด 15 จังหวัด กำหนดจัดในห้างสรรพสินค้าหรือแหล่งชุมชน ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง พิษณุโลก เชียงราย อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา อุบลราชธานี นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา ระยอง กาญจนบุรี ชลบุรี และนครสวรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพูนพงษ์กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ กรมฯ มีเป้าหมายนำแฟรนไชส์ไปจัดแสดงรวม 500 ราย แยกเป็นส่วนกลาง 400 ราย และต่างจังหวัด 100 ราย และจะมีการให้ส่วนลดค่าธรรมเนียมเป็นพิเศษกับผู้ที่ซื้อแฟรนไชส์ 10-50% เมื่อมีการตกลงซื้อขายในงานนี้ และได้ตั้งเป้าหมายมีผู้ซื้อแฟรนไชส์ไปประกอบอาชีพรวม 10,000 ราย แยกเป็นการซื้อขายในทันทีช่วงการจัดงาน 5,400 ราย และต่อเนื่องอีก 4,600 ราย คาดว่าจะเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 4,606.80 ล้านบาท ทั้งการจำหน่ายผลิตภัณฑ์และเพิ่มการขยายธุรกิจด้วยแฟรนไชส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ยังได้ประสานไปยังสถาบันการเงิน เช่น ธนาคารออมสิน , SME D Bank และธนาคารกสิกรไทย เพื่อให้คําแนะนํา และสนับสนุนเงินทุนอัตราดอกเบี้ยพิเศษสําหรับผู้ที่มีเงินลงทุนไม่เพียงพอ ให้มีโอกาสในการลงทุนทำธุรกิจด้วยแฟรนไชส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพูนพงษ์กล่าวว่า การประกอบธุรกิจด้วยการซื้อแฟรนไชส์ มีประโยชน์สำหรับผู้ที่ไม่รู้ว่าจะทำธุรกิจอะไร เพราะมีคนคิดไว้ให้แล้ว เมื่อซื้อไปก็สามารถเริ่มทำธุรกิจได้ทันที และที่สำคัญ ผู้ที่เป็นเจ้าของแฟรนไชส์ก็พร้อมที่จะเป็นพี่เลี้ยงให้กับผู้ซื้อ ทำให้การเริ่มต้นทำธุรกิจ ไม่มีปัญหา อุปสรรค และยังสามารถเลือกซื้อแฟรนไชส์ที่เหมาะสมกับตัวเอง มีขนาดธุรกิจให้เลือกตั้งแต่ราคาถูก จนถึงราคาแพง โดยธุรกิจที่มองว่ามีโอกาสในช่วงสถานการณ์เช่นนี้ ส่วนใหญ่เป็นแฟรนไชส์อาหารและเครื่องดื่ม ที่ทำได้ง่ายและเริ่มทำธุรกิจได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติโครงการสร้างรายได้ด้วยแฟรนไชส์ฝ่าโควิด-19 ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อช่วยเหลือและสร้างอาชีพแก่คนว่างงานและคนตกงาน เพื่อกระตุ้นและฟื้นฟูธุรกิจแฟรนไชส์ และธุรกิจ SMEs ขนาดเล็ก ให้กลับมาดำเนินธุรกิจในตลาดเป็นปกติ เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์และการขยายการลงทุนในธุรกิจให้กับแฟรนไชส์มากขึ้น และเพื่อเพิ่มช่องทางการหารายได้และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไทย โดยอนุมัติงบประมาณวงเงิน 68 ล้านบาท จากพ.ร.ก.กู้เงิน ที่เน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากผลกระทบของโควิด-19&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102367</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์, แฟรนไชส์สร้างอาชีพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210510/image_big_60989e0e0a4b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมพัฒนาธุรกิจการค้าดีเดย์ 26 เม.ย.นี้เปิดจองชื่อบริษัทด้วยระบบ AI</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เมษายน 2564 น.ส.ปัทมาวดี บุญโญภาส รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย.2564 เป็นต้นไป กรมฯ จะเปิดใช้งานระบบการจองชื่อนิติบุคคล โดยนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการตรวจสอบ ทำให้ทราบผลการอนุมัติการจองชื่อได้ทันทีว่าชื่อที่จอง เป็นชื่อซ้ำหรือไม่ซ้ำ และสามารถนำไปใช้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นชื่อนิติบุคคลได้หรือไม่ และถ้าจดไม่ได้ ระบบก็จะแสดงเหตุผลให้ และสามารถเปลี่ยนหรือเปลี่ยนชื่อที่ขอจองใหม่ได้ทันที ทำให้ช่วยประหยัดเวลา และช่วยให้การจดทะเบียนทำได้เร็วขึ้น เพราะเดิมต้องใช้เวลาในการจองชื่อและตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ประมาณครึ่งวันถึงจะทราบผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ระบบจองชื่อนิติบุคคลโดย AI กรมฯ ได้นำรายชื่อนิติบุคคลที่มีอยู่ในระบบ 1.6 ล้านชื่อ ซึ่งมีการจดทะเบียนเอาไว้เดิม และชื่อที่เป็นชื่อต้องห้ามในการนำมาจดตั้งบริษัท เช่น ชื่อกระทรวง ทบวง กรม ชื่อที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ เอาไปใส่ไว้ในระบบ เมื่อมีผู้มายื่นขอจองชื่อ ระบบก็จะทำการตรวจสอบทันทีว่าชื่อซ้ำหรือไม่ซ้ำ และตรงกับชื่อที่ต้องห้ามนำมาใช้จดทะเบียนหรือไม่ ถ้าไม่ ก็อนุมัติให้นำไปใช้ได้ โดยปกติในแต่ละปี จะมีคนเข้ามาจองชื่อประมาณปีละ 3 แสนราย และนำไปใช้จดทะเบียนจริง 7-8 หมื่นราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ปัทมาวดีกล่าวว่า กรมฯ ยังได้พัฒนาระบบการยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) โดยผู้ที่ต้องการเข้ามาใช้งานระบบจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Registration) จะต้องทำการลงทะเบียนและยืนยันตัวตน เพื่อรับ Username และ Password ในการเข้าใช้ระบบและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.dbd.go.th และยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยการถ่ายภาพบัตรประชาชน ภาพใบหน้าตนเอง และอัดวิดีโอ โดยพูดคำที่ระบบกำหนด เมื่อทำเสร็จแล้ว ก็สามารถเข้ามาใช้งานระบบได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นั่นหมายความว่า การยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล สามารถทำผ่านออนไลน์ได้ทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การจองชื่อนิติบุคคล การกรอกแบบฟอร์มยื่นจดทะเบียน การแนบเอกสารหลักฐาน การลงลายมือชื่อ และการชำระเงินค่าธรรมเนียม เมื่อทำเสร็จ ก็จะได้หนังสือรับรองการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลเลย&amp;rdquo;น.ส.ปัทมาวดีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ปัทมาวดีกล่าวว่า กรมฯ ยังได้อำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล โดยได้เพิ่มช่องทางให้ผู้แทน 6 ประเภท ได้แก่ ผู้ทำบัญชี หัวหน้าสำนักงานบัญชีคุณภาพ ผู้รับรองลายมือชื่อจดทะเบียนบริษัทมหาชนจำกัด ผู้บังคับหลักประกัน ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และผู้ที่เป็นสามัญสมาชิกและสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา สามารถจัดทำและยื่นคำขอจดทะเบียนแทนผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นหุ้นส่วน หุ้นส่วนผู้จัดการในกรณีคำขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน หรือผู้เริ่มก่อการ กรรมการ ผู้ถือหุ้น ในกรณีคำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ยังได้ขยายระยะเวลาและเพิ่มส่วนลดอัตราค่าธรรมเนียมแก่ห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดที่จดทะเบียนผ่านระบบจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ จากเดิมลดให้ 30% เป็นลดให้ 50% เป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2564 ถึง 31 ธ.ค.2566 ซึ่งผลการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ ทำให้สถิติการจดทะเบียนผ่านออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 56% ถือว่าตอบโจทย์การทำงานในยุคนี้ ที่เน้นช่องทางออนไลน์ และแม้จะไม่มีวิกฤตโควิด-19 ก็ถือเป็นช่องทางที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและผู้ประกอบการ เพราะช่วยประหยัดเวลา ค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100744</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, ปัทมาวดี บุญโญภาส, ระบบการจองชื่อนิติบุคคล, เทคโนโลยี AI</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_60863e4325d3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2021 15:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 15:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมพัฒนาธุรกิจการค้าชวนประชาชนใช้บริการออนไลน์ช่วงโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เมษายน 2564 นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ดำเนินการตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้กำหนดนโยบายการให้บริการประชาชนและภาคธุรกิจ จะต้องไม่หยุดชะงัก แม้ว่าเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจะทำงานที่บ้าน (Work From Home) เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยล่าสุดสามารถใช้บริการงานต่างๆ ของกรมฯ ผ่านช่องทางออนไลน์จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ด้าน ได้แก่ การจดทะเบียนธุรกิจ การขอข้อมูลธุรกิจ การส่งงบการเงิน และการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจ จึงขอเชิญชวนประชาชนและภาคธุรกิจเข้ามาใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยการให้บริการจดทะเบียนธุรกิจ สามารถขอรับบริการผ่านทางเว็บไซต์ของกรมฯ&amp;nbsp;www.dbd.go.th&amp;nbsp;ได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การจองชื่อนิติบุคคลออนไลน์ การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Registration)&amp;nbsp;การจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ (e-Secured)&amp;nbsp;และการเชื่อมโยงข้อมูลการออกหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่ได้รับการส่งเสริมจาก&amp;nbsp;BOI (e-Foreign Certificate)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การให้บริการข้อมูลธุรกิจ ครอบคลุมการให้บริการข้อมูลแก่ภาคธุรกิจและประชาชนในด้านต่างๆ ได้แก่ การให้บริการหนังสือรับรอง รับรองสำเนานิติบุคคลผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งในรูปแบบของเอกสารและอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์ (e-Service / e-Certificate / e-Certificate File)&amp;nbsp;การให้บริการคลังข้อมูลธุรกิจ (DBD Datawarehouse+)&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;DBD e-Service&amp;nbsp;ทั้งระบบ&amp;nbsp;Android&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;IOS&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การให้บริการด้านงบการเงินของนิติบุคคล ได้แก่ การให้บริการนำส่งงบการเงินและสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นทางอิเล็กทรอนิกส์ (DBD e-Filing)&amp;nbsp;ซึ่งบริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัด สามารถจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี ผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ เสมือนการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีที่ได้เดินทางไปยังสถานที่จัดประชุม โดยปฏิบัติตามพ.ร.ก.ว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563&amp;nbsp;ที่ได้ออกประกาศใช้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;เม.ย.2563&amp;nbsp;เป็นต้นมา (รายละเอียดดูได้จาก &amp;nbsp;http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/A/030/T_0020.PDF)&amp;nbsp;ดังนั้น หากบริษัทใดที่ยังไม่ได้จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ก็สามารถจัดประชุมผู้ถือหุ้นผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ และเมื่อดำเนินการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ขอให้นิติบุคคลนำส่งงบการเงินผ่านระบบ&amp;nbsp;DBD e-filing&amp;nbsp;ของกรมฯ เพื่อความสะดวกรวดเร็ว และสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าทางธุรกิจ ซึ่งสามารถนำข้อมูลที่ได้นำส่งไปใช้ประโยชน์ได้ในเชิงธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การให้บริการส่งเสริมธุรกิจ ครอบคลุมธุรกิจทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เช่น การให้บริการรับการอบรมออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์&amp;nbsp;DBD Academy (www.dbdacademy.com)&amp;nbsp;และการขอเครื่องหมายรับรองผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;DBD Registered&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;DBD Verified&amp;nbsp;ผ่านทาง&amp;nbsp;www.Trustmarkthai.com&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรมฯ ได้เปิดช่องทางการติดต่อทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ภาคธุรกิจและประชาชนสามารถสอบถามรายละเอียดต่างๆ ได้ ประกอบด้วยงานบริการข้อมูลธุรกิจ document@dbd.go.th&amp;nbsp;งานการจดทะเบียนนิติบุคคล &amp;nbsp;regis@dbd.go.th&amp;nbsp;งานทะเบียนบริษัทมหาชน bservice@dbd.go.th&amp;nbsp;งานการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ foreign@dbd.go.th&amp;nbsp;งานด้านกฎหมาย law.dbd.15@gmail.com&amp;nbsp;และงานทะเบียนหลักประกันทางธุรกิจ&amp;nbsp;stro@dbd.go.th&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;การให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ภาคธุรกิจและประชาชน ตลอดจนเป็นการพัฒนาการให้บริการอิเล็กทรอนิกส์ตามนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp;e-Government&amp;nbsp;ที่ทำให้เกิดความสะดวกในการตรวจสอบ การจัดเก็บเอกสาร ลดการใช้กระดาษและลดพื้นที่จัดเก็บ ช่วยประหยัดงบประมาณรายจ่ายภาครัฐ รวมถึงช่วยให้ภาคธุรกิจและประชาชนไม่ต้องเดินทางมาขอรับบริการ ณ สำนักงานของกรมฯ เป็นการอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ท่ามกลางสถานการณ์ที่โรคโควิด-19&amp;nbsp;กำลังระบาดอยู่ขณะนี้&amp;rdquo;นายทศพลกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99969</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, ทศพล ทังสุบุตร, บริการออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606ac87c84f55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
