<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2018 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2018 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พพ.หนุนเอกชนติดฉลากประหยัดพลังงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พพ.หนุนเอกชนติดฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง ตั้งเป้าปีนี้ 7 ล้านใบ เผยปัจจุบันมีผู้ประกอบการติดฉลากแล้ว 19 ผลิตภัณฑ์ รวมกว่า 30 ล้านใบ ผลประหยัดกว่า 23,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย. 2561 - นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า พพ.ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมภาคเอกชนให้มีการผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐาน โดยเดินหน้าโครงการ &amp;ldquo;ฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง&amp;rdquo; ซึ่งในปี 2561 นี้ พพ. ได้มีการติดฉลากเพิ่มอีก 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ เครื่องเชื่อมไฟฟ้า เครื่องดูดควัน เครื่องทอดน้ำมันท่วม รวมเป็น 19 ผลิตภัณฑ์ และตั้งเป้าการติดฉลากประมาณ 7 ล้านใบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ผลการดำเนินงานตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยพพ.ได้เริ่มออกฉลากครั้งแรกเมื่อปี 2550 ให้กับผลิตภัณฑ์แรก คือ เตาแก๊สหุงต้มในครัวเรือน จากข้อมูลของ พพ. ณ สิ้นปี 2560 พบว่า ติดฉลากไปแล้วกว่า 30 ล้านใบ ซึ่งโครงการนี้สร้างผลประหยัดพลังงานสูงกว่า 739 พันตันน้ำมันดิบ (Ktoe) คิดเป็นมูลค่าผลประหยัดกว่า 23,000 ล้านบาท ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 3.8 ล้านตัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ พพ. ได้มีการปรับปรุงตัวฉลากใหม่ เพิ่ม QR Code สะดวกต่อการรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมผ่านทาง QR Code ในอนาคตคาดว่าจะมีผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงเข้าสู่ตลาดอีกเป็นจำนวนมาก ทางผู้บริโภคจะมีทางเลือกในการเลือกใช้อุปกรณ์ได้มากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11362</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน, ฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสู, ประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ, เครื่องดูดควัน, เครื่องทอดน้ำมันท่วม, เครื่องเชื่อมไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180402/image_big_5ac2314a1ac68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8751</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2018 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2018 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พพ.ดึงเอกชนติดฉลากพลังงานในตึกตั้งเป้า 50 แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;พพ.ลุยดึงเอกชนติดฉลากแสดงข้อมูลใช้พลังงานในอาคาร ตั้งเป้า 50 แห่งในปี 61 เอื้อผุ้ซื้อ ผู้เช่า และผู้ใช้อาคารรับทราบข้อมูลก่อนการตัดสินใจใช้พื้นที่อาคาร กำหนด 3 กลุ่มเป้าหมายได้แก่สำนักงาน โรงแรมและห้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค. 2561 - นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ พพ. ได้มีโครงการขยายผลติดฉลากข้อมูลการใช้พลังงานสำหรับอาคารธุรกิจ ตามแผนอนุรักษ์พลังงาน(อีอีพี 2015) โดยโครงการฯ จะส่งเสริมให้มีการติดฉลากการใช้พลังงานสำหรับอาคาร เพื่อแสดงระดับการใช้พลังงานของอาคาร ให้ผู้ซื้อ ผู้เช่า ผู้ใช้อาคารทั่วไป ได้รับทราบข้อมูลก่อนการตัดสินใจ ทั้งนี้ พพ.ตั้งเป้าหมายขยายผลติดฉลากแสดงข้อมูลการใช้พลังงานในอาคาร 50 แห่งในปี 2561 นี้ จากที่ได้ดำเนินการในปี 2559- 2560 ติดฉลากอาคาร 17 แห่ง ซึ่งจะเกิดการติดฉลากฯ อาคารรวมทั้งสิ้น 67 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พพ. จะขอเชิญชวนอาคารธุรกิจภาคเอกชนหรือภาครัฐ ที่มีความพร้อมเข้าร่วมโครงการ ฯ ใน 3 กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ กลุ่มอาคารสำนักงาน กลุ่มอาคารโรงแรม และกลุ่มอาคารห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้า ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งมีอาคารก่อสร้างใหม่เพิ่มเติมมากขึ้นทุกปี และอาคารเก่าที่ใช้งานแล้วจำนวนมาก แต่ยังไม่การบริหารจัดการอนุรักษ์พลังงานที่ดีตามมาตรฐานประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคาร&amp;rdquo;นายประพนธ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8751</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน, ฉลาก, ประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ, พลังงาน, อนุรักษ์พลังงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180402/image_big_5ac2314a1ac68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2018 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พพ.ติดอินเตอร์เน็ตออฟธิงส์ใน 6 รพ.หวังประหยัดเงินกว่า 23 ล้านบาท/ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พพ.ร่วม 6 โรงพยาบาลรัฐ นำร่องพัฒนาระบบอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ เพิ่มประสิทธิภาพการอนุรักษ์พลังงานในอาคาร ตั้งเป้าลดใช้พลังงานใช้ไฟฟ้า 5.8 ล้านหน่วย/ปี ประหยัดเงินกว่า 23 ล้านบาท/ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​09 เม.ย. 61 - นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) เปิดเผยภายหลังร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือการศึกษา พัฒนา และสาธิตการนำระบบระบบอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (IoT) ร่วมกับโรงพยาบาลภาครัฐ จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาล(รพ.)รามาธิบดี รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย รพ.วชิรพยาบาล รพ.ราชวิถี รพ.พระมงกุฎเกล้า และรพ.สมุทรสาคร โดยมีเป้าหมายเพิ่มประสิทธิภาพการอนุรักษ์พลังงานในอาคารโรงพยาบาลภาครัฐ สร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับระบบอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิง เพื่อการอนุรักษ์พลังงานในอาคารอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งเป้าลดใช้พลังงานใช้ไฟฟ้า 5.8 ล้านหน่วยต่อปี ส่งผลให้ประหยัดเงินได้กว่า 23 ล้านบาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​สำหรับโรงพยาบาลรัฐที่อยู่ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าวได้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกตามข้อกำหนดของ พพ. ในด้านการออกแบบและติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิง ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่1.ด้านการใช้พลังงาน 2.ด้านความร่วมมือ 3.ด้านไอที และ4.ด้านความคุ้มค่าในการลงทุน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวใช้งบประมาณ 20 ล้านบาทต่อปี เพื่อติดตั้งอุปกรณ์ และออกแบบแพล็ตฟอร์มนำร่องเพื่อนำไปใช้กับโครงการในระยะต่อไป โดยจะเก็บข้อมูลเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่(บิ๊กดาต้า) ให้กับหน่วยงานอื่น ๆ ที่สนใจสามารถมาเข้ารับการปรึกษาได้ในอนาคต ทั้งนี้คาดว่าโครงการดังกล่าวจะเสร็จสิ้นภายในช่วงเดือนต.ค.-พ.ย. ปีนี้ และจะเห็นผลออกมาเป็นรูปธรรมในปีถัด ๆ ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การดำเนินการดังกล่าว เป็นการสนับสนุนให้โรงพยาบาลของรัฐและสามารถดำเนินการอนุรักษ์พลังงานได้อย่างจริงจัง นำมาสู่การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสร้างความยั่งยืนในด้านการอนุรักษ์พลังงานของประเทศ ซึ่งนอกจากจะช่วยอนุรักษ์พลังงานได้ตรงตามเป้าหมายที่ พพ.ได้วางไว้แล้ว ยังเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับโรงพยาบาลเพื่อการให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย&amp;rdquo; นายประพนธ์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6757</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน, พพ., พลังงาน, อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180402/image_big_5ac2314a1ac68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5255</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2018 14:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2018 14:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พพ.ยันเชื้อเพลิงชีวมวล 3 จังหวัดภาคใต้ เพียงพอทำโรงไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พพ.เผยผลศึกษา ยันวัตถุดิบป้อนผลิตไฟฟ้าชีวมวล 3 ชายแดนใต้ 300 เมกฯเพียงพอ เน้นรูปแบบประชารัฐ ดึงชุมชนมีส่วนร่วม ชี้ชาวบ้านจะมีรายได้เพิ่มจากการขายเชื้อเพลิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.2561 - นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการส่งเสริมโรงไฟฟ้า &amp;nbsp; ชีวมวล 300 เมกะวัตต์ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ &amp;nbsp;จ.ปัตตานี จ.ยะลา และจ.นราธิวาส ตามนโยบายของนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานว่า พพ.ได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยศิลปากร ศึกษาศักยภาพโรงไฟฟ้าชีวมวลและเชื้อเพลิงในพื้นที่ได้ผลสรุปเบื้องต้นว่ามีสถานที่ตั้งที่เหมาะสม และปริมาณเชื้อเพลิงเพียงพอที่สามารถป้อนโรงไฟฟ้าให้ได้ตามสัดส่วนของการผลิตไฟ ซึ่งพพ. จะเร่งพิจารณาในรายละเอียด เพื่อนำเสนอต่อกระทรวงพลังงานต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในเบื้องต้น พพ.จะใช้แนวทางส่งเสริมโรงไฟฟ้าชีวมวล 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในลักษณะ โรงไฟฟ้าประชารัฐ ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้มีเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงไฟฟ้า และชุมชนได้รับผลประโยชน์จากเงินกองทุนรอบโรงไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วนของ 10% ของผลกำไร อีกทั้งยังมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายเชื้อเพลิงเข้าโรงไฟฟ้าได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าแนวทางโรงไฟฟ้าประชารัฐ จะมีส่วนสนับสนุนให้ประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หันมาสนใจในโครงการผลิตไฟฟ้าชีวมวลมากขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5255</URL_LINK>
                <HASHTAG>3จังหวัดชายแดนภาคใต้, กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน, นราธิวาส, ประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ, ปัตตานี, พพ., ภาคใต้, ยะลา, อธิบดี, โรงไฟฟ้า, โรงไฟฟ้าชีวมวล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180318/image_big_5aae1b911c785.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
