<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 17:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 17:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวง พม. ลงพื้นที่มอบ ‘ถุงกำลังใจ สู้โควิด’ ให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางในกรุงเทพฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้แทนสำนักงานเขตสะพานสูงและผู้บริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ลงพื้นที่มอบถุงกำลังใจที่ชุมชนวังหนับอุทิศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวง พม./ ผู้บริหาร 8 หน่วยงานในกระทรวง พม.ลงพื้นที่ชุมชนมอบถุงยังชีพ &amp;lsquo;ถุงกำลังใจสู้โควิด&amp;rsquo; ที่ได้รับมอบจากสำนักงานสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี 6,796 ชุด ให้แก่ผู้ป่วยติดเตียงที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในกรุงเทพฯ 28 เขต&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 6-8 สิงหาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;ถุงน้ำใจ&amp;rsquo; จากรัฐบาลและกระทรวง พม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ (5 ส.ค. 64) เวลา 12.00 น. ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) &amp;nbsp;&amp;nbsp;ถนนกรุงเกษม กรุงเทพฯ &amp;nbsp;นางพัชรี อาระยะกุล &amp;nbsp;ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;ได้ส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมต่อประชาชนในวงกว้างทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp; กระทรวง พม. มีความห่วงใยประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย &amp;nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง &amp;nbsp;ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ &amp;nbsp;คนเร่ร่อน &amp;nbsp;คนไร้บ้าน &amp;nbsp;ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ด้อยโอกาส &amp;nbsp;ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางพัชรี อาระยะกุล &amp;nbsp;ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;จากผลกระทบดังกล่าว&amp;nbsp; กระทรวง พม. ได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการบริหารจัดการเงินบริจาคและทรัพย์สิน&amp;nbsp; สำนักงานสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; เพื่อสนับสนุนการดำเนินการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;จัดทำถุงยังชีพ จำนวน 6,796 ชุด เพื่อนำไปส่งต่อความช่วยเหลือให้ผู้ป่วยติดเตียงที่กำลังประสบปัญหาความเดือดร้อนและความยากลำบากในพื้นที่ กทม. ซึ่งเป็นจังหวัดพื้นที่ควบคุมเข้มงวดและสูงสุด &amp;nbsp;โดยกระทรวง พม. จะนำถุงยังชีพไปมอบให้แก่ประชาชนในระหว่งวันที่ 6 - 8 สิงหาคมนี้&amp;rdquo; ปลัดกระทรวง พม.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ในการลงพื้นที่แต่ละวันจะมีการแบ่งออกเป็น 8 ทีมๆ ละ 1 เขต ซึ่ง 8 ทีมจากหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวง พม. กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) การเคหะแห่งชาติ (กคช.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยวันที่ 6 สิงหาคม &amp;nbsp;จะลงพื้นที่ 8 เขต ได้แก่ &amp;nbsp;เขตคลองเตย &amp;nbsp;ธนบุรี &amp;nbsp;บางกอกน้อย &amp;nbsp;ภาษีเจริญ &amp;nbsp;ดินแดง &amp;nbsp;ลาดพร้าวสะพานสูง และหนองจอก &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมมอบถุงยังชีพ จำนวน 1,891 ถุง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 7 สิงหาคม จะลงพื้นที่ 8 เขต ได้แก่ เขตพระโขนง &amp;nbsp;คลองสาน &amp;nbsp;ตลิ่งชัน &amp;nbsp;บางแค &amp;nbsp;ห้วยขวาง &amp;nbsp;หลักสี่ &amp;nbsp;คันนายาว และคลองสามวา &amp;nbsp;รวมมอบถุงยังชีพจำนวน 929 ถุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 8 สิงหาคม&amp;nbsp; จะลงพื้นที่ 8 เขต ได้แก่ &amp;nbsp;เขตสวนหลวง &amp;nbsp;บางกอกใหญ่ &amp;nbsp;ทวีวัฒนา &amp;nbsp;บางบอน &amp;nbsp;พญาไท &amp;nbsp;ดอนเมือง ประเวศ &amp;nbsp;และมีนบุรี &amp;nbsp;รวมมอบถุงยังชีพ จำนวน 745 ถุง &amp;nbsp;รวม 3 วันจะมอบถุงยังชีพให้ผู้ป่วยติดเตียงได้ทั้งสิ้น จำนวน 3,565 ถุง &amp;nbsp;แต่ละถุงประกอบด้วย&amp;nbsp; ข้าวสาร 5 กิโลกรัม&amp;nbsp; ปลากระป๋อง&amp;nbsp; ผักกาดกระป๋อง&amp;nbsp; แอลกอฮอล์เจล&amp;nbsp; หน้ากากอนามัย&amp;nbsp; ยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้หากประชาชนกลุ่มเปราะบางประสบปัญหาทางสังคมและได้รับความเดือดร้อนในช่วงโควิดสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่&amp;nbsp; 1.ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. โทร.1300 &amp;nbsp;&amp;nbsp;2.สายด่วนคนพิการ โทร. 1479 &amp;nbsp;&amp;nbsp;และ 3. อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.พอช.ลงมอบถุงน้ำใจ 3 พื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ (6 สิงหาคม)&amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ และผู้แทนจากสำนักงานเขตสะพานสูงได้ลงพื้นที่ที่ชุมวังหนับอุทิศ&amp;nbsp; เขตสะพานสูง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เพื่อมอบถุงยังชีพ&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;ถุงกำลังใจสู้โควิด&amp;rsquo; จากสำนักนายกรัฐมนตรีให้แก่ผู้แทนชุมชนในเขตสะพานสูงจำนวน 10 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 81 ถุง&amp;nbsp; เพื่อมอบต่อให้แก่ผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนต่างๆ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; เยี่ยมชาวชุมชนวังหนับอุทิศ&amp;nbsp; เขตสะพานสูง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้นายสมชาติและผู้แทนสำนักงานเขตสะพานสูงยังได้เยี่ยมผู้ป่วยและมอบถุงยังชีพ&amp;nbsp; ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและป่วยติดเตียง&amp;nbsp; ไม่สามารถเดินหรือลุกนั่งได้สะดวกจำนวน 5 ราย&amp;nbsp; ได้แก่ 1.นางมะลิ&amp;nbsp; วงศ์หวังจันทร์&amp;nbsp; อายุ&amp;nbsp; 78 ปี&amp;nbsp; ป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้&amp;nbsp; 2.นายบุญธรรม&amp;nbsp; ชุ่มชื่น&amp;nbsp; อายุ 77 ปี&amp;nbsp; เส้นเลือดหัวใจตีบ&amp;nbsp; 3.ครอบครัวนางแฉล้ม&amp;nbsp; มาลีพันธ์&amp;nbsp; อายุ 61 ปี&amp;nbsp; ลูกชาย 2 คน&amp;nbsp; มีอาการพิการทางประสาท&amp;nbsp; 4.นางสมจิตร&amp;nbsp; หวังพิทักษ์&amp;nbsp; อายุ 80 ปี&amp;nbsp; เส้นเลือดสมองตีบ&amp;nbsp; และ 5.นายมูหะหมัด&amp;nbsp; แซะวิเศษ&amp;nbsp; อายุ 86 ปี&amp;nbsp; โรคชรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การลงพื้นที่เยี่ยมเยียนประชาชนกลุ่มเปราะบางและมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้เดือดร้อนในครั้งนี้เป็นความห่วงใยของรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; จึงมอบหมายให้ผู้แทนแต่ละหน่วยงานในสังกัดกระทรวง พม.ลงมาเยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp; รวมทั้งชวนสำนักงานเขตแต่ละเขตร่วมลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นอกจากนี้ต้องขอขอบคุณ อพม.(อาสาพัฒนาชุมชน)&amp;nbsp; และ อสส. (อาสาสมัครสาธารณสุข) ในแต่ละชุมชนที่ช่วยดูแลกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; คนป่วย&amp;nbsp; ผู้สูงอายุติดเตียง&amp;nbsp; เพราะอาสาสมัครเหล่านี้เป็นคนในชุมชนจะรู้ดีว่าครอบครัวไหนมีความเดือดร้อน&amp;nbsp; ต้องการความช่วยเหลืออย่างไรเพื่อให้ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางได้ตรงเป้าหมาย&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายสมชาติกล่าว&amp;nbsp; และบอกว่าในวันที่ 7 สิงหาคมจะลงพื้นที่เยี่ยมกลุ่มเปราะบางที่ชุมชนในเขตคันนายาว&amp;nbsp; และวันที่ 8 สิงหาคมที่ชุมชนในเขตประเวศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวสะรีย๊ะ&amp;nbsp; มาลีพันธ์&amp;nbsp; อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) และอาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) เขตสะพานสูง&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ในแต่ละชุมชนจะมีอาสาสมัครต่างๆ ช่วยกันดูแลคนป่วย&amp;nbsp; กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; คล้ายกับ อสม.&amp;nbsp; โดยแต่ละคนจะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ด้านสุขภาพ&amp;nbsp; อนามัย&amp;nbsp; เพื่อนำความรู้ไปให้คำแนะนำแก่กลุ่มเปราะบางในชุมชน&amp;nbsp; โดยในเขตสะพานสูงมีอาสาสมัครต่างๆ เหล่านี้&amp;nbsp; รวมกันประมาณ 100 คน&amp;nbsp; กระจายอยู่ในชุมชนต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในช่วงโควิดนี้&amp;nbsp; อาสาสมัครจะให้ความรู้เพื่อป้องกันโรคแก่ประชาชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การเว้นระยะห่าง&amp;nbsp; ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย&amp;nbsp; ต้องล้างมือบ่อยๆ&amp;nbsp; หากใครป่วยจะแยกมากักตัว&amp;nbsp; โดยทางอาสาสมัครจะเข้าไปให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยและครอบครัว&amp;nbsp; เพื่อป้องกันการติดเชื้อ&amp;nbsp; และประสานไปทางสำนักงานเขตและศูนย์สาธารณสุขในพื้นที่เพื่อมาช่วยดูแล&amp;nbsp; และนำผู้ป่วยเข้าสู่ระบบของ สปสช. เพื่อให้ได้รับยาและติดตามอาการจนกว่าจะหายเป็นปกติ&amp;rdquo; นางสาวสะรีย๊ะบอกถึงบทบาทของอาสาสมัครในช่วงโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112435</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมกิจการผู้สูงอายุ, กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว, กรมกิจการเด็กและเยาวชน, กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ, กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, การเคหะแห่งชาติ, ถุงกำลังใจ สู้โควิด, นางพัชรี อาระยะกุล, นางสาวสะรีย๊ะ  มาลีพันธ์, นายจุติ  ไกรฤกษ์, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, ประชาชนกลุ่มเปราะบาง, พม., มอบถุงยังชีพ, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สำนักงานสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี, อพม., อสส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610d1311452aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2020 17:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2020 17:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยผลสำรวจคนไร้บ้านทั่วประเทศพบ 2,719 ราย เสนอรัฐสนับสนุนสร้างบ้านกลางให้คนตกงาน-ผู้ป่วยมีที่อยู่อาศัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวง พม./ เผยผลสำรวจพบคนไร้บ้านทั่วประเทศ 2,719 ราย เป็นชายมากกว่าหญิง&amp;nbsp; อยู่ในกรุงเทพฯ มากที่สุด ขณะเดียวกันพบว่าคนไร้บ้านมีอายุคาดเฉลี่ยเสียชีวิตที่ 60 ปี&amp;nbsp; ต่ำกว่าอายุคาดเฉลี่ยคนไทยทั่วไปที่ 75 ปี&amp;nbsp; กระทรวง พม.และภาคีเครือข่ายจัด &amp;lsquo;เวทีเสวนาสาธารณะผลการสำรวจแจงนับคนไร้บ้านสู่การขยายผลเชิงปฏิบัติการและนโยบาย&amp;rsquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นำข้อมูลการจากสำรวจมาแก้ไขปัญหาเชิงนโยบาย&amp;nbsp; ส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น&amp;nbsp; นายกสมาคมคนไร้บ้านเสนอให้รัฐสนับสนุนการสร้างบ้านกลางในชุมชนทั่วประเทศเพื่อให้คนตกงาน คนป่วยติดเตียง ไม่มีค่าเงินจ่ายเช่าบ้านได้มีที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ไม่ต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (24 มกราคม) ระหว่างเวลา 9.00-16.00 น. ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; มีการจัด &amp;lsquo;เวทีเสวนาสาธารณะผลการสำรวจแจงนับคนไร้บ้านสู่การขยายผลเชิงปฏิบัติการและนโยบาย&amp;rsquo; ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ โดยมีนายสุทธิ&amp;nbsp; จันทรวงษ์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวง พม. เป็นประธาน&amp;nbsp; มีผู้บริหารหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)&amp;nbsp; กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส.&amp;nbsp; สมาคมคนไร้บ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; สถาบันวิจัยสังคม &amp;nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งหมดประมาณ 120 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิ&amp;nbsp; จันทรวงษ์&amp;nbsp; อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; รัฐบาลมีนโยบายลดความเหลื่อมล้ำในสังคม&amp;nbsp; โดยเฉพาะในกลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและด้อยโอกาส&amp;nbsp; โดยให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ในกลุ่มประชากรที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มคนไร้บ้าน&amp;nbsp; โดยการจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านในจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp; ขอนแก่น&amp;nbsp; และปทุมธานี&amp;nbsp; แต่ยังมีกลุ่มคนไร้บ้านที่ยังใช้ชีวิตเร่ร่อนในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดต่างๆ&amp;nbsp; กระทรวง พม.จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายสำรวจข้อมูลกลุ่มคนไร้บ้านในปี 2562 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และกำหนดเป็นนโยบายในการแก้ไขปัญหากลุ่มคนไร้บ้านในทุกมิติ&amp;nbsp; เช่น การคุ้มครองสิทธิ&amp;nbsp; การฟื้นฟู&amp;nbsp; และการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวนพพรรณ&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรหมศรี&amp;nbsp; เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; กระบวนการสำรวจข้อมูลคนไร้บ้านมีการพูดคุยสร้างความเข้าใจกับภาคีและหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; ในเดือนเมษายน 2562 &amp;nbsp;หลังจากนั้นจึงมีการลงนามร่วมกันของ 9 หน่วยงานเพื่อร่วมกันสำรวจข้อมูล&amp;nbsp; คือ 1.สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 2.กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ 3.กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น 4.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 5.สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 6. สมาคมคนไร้บ้าน 7.มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; 8.เครือข่ายสลัม&amp;nbsp; 4 ภาค&amp;nbsp; และ 9. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินการสำรวจแจงนับคนไร้บ้าน&amp;nbsp; เริ่มต้นในเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2562&amp;nbsp; โดยเก็บข้อมูลในเขตเทศบาลขนาดเล็กและขนาดกลางในแต่ละจังหวัด &amp;nbsp;รวมทั้งหมด 124 อำเภอ&amp;nbsp; 77 จังหวัด&amp;nbsp; โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีเส้นทางรถไฟผ่าน&amp;nbsp; เพราะคนไร้บ้านมักจะใช้รถไฟในการเดินทาง&amp;nbsp; โดยใช้ผู้เก็บข้อมูลจำนวนมากกว่า 500 คน&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากองค์กรและหน่วยงานระดับพื้นที่ในการร่วมสำรวจแจงนับ จำนวน 86 องค์กร/หน่วยงาน &amp;nbsp;ทั้งสถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถื่น และภาคประชาสังคมในระดับพื้นที่ &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักงานโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต&amp;nbsp; สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ จ.นครสวรรค์ &amp;nbsp;คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัยสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่ายพัฒนาสิทธิชุมชนภาคใต้&amp;nbsp; กลุ่มเพื่อนฅนไร้บ้าน ขอนแก่น, เครือข่ายครูข้างถนน จ.อุดรธานี&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนรรฆ พิทักษ์ธานิน&amp;nbsp; แผนงานพัฒนาองค์ความรู้คนไร้บ้าน เพื่อการสร้างเสริมสุขภาวะคนไร้บ้าน&amp;nbsp; สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การสำรวจแจงนับคนไร้บ้านครั้งนี้ &amp;nbsp;ใช้วิธีการแจงนับ (counting) ในแต่ละพื้นที่ในคืนเดียว &amp;nbsp;หรือเรียกในภาษาอังกฤษว่า &amp;ldquo;One Night Count&amp;rdquo; (ONC) หรือ &amp;ldquo;The Point-in-Time&amp;rdquo; &amp;nbsp;(PIT) &amp;nbsp;ซึ่งเป็นวิธีการที่ลดความเสี่ยงในการนับซ้ำคนไร้บ้านในแต่เมือง &amp;nbsp;ผ่านการกำหนดเส้นทางการสำรวจแจงนับของแต่ละทีมที่มีความชัดเจนและไม่ทับซ้อน &amp;nbsp;และดำเนินการแจงนับในช่วงเวลากลางคืนอันเป็นช่วงที่คนไร้บ้านมีการเคลื่อนย้ายต่ำและปรากฎให้เห็นได้ชัดในพื้นที่สาธารณะหรือในศูนย์พักที่คนไร้บ้านพักพิง วิธีการแจงนับดังกล่าวนี้ถูกนำมาใช้ในการแจงนับคนไร้บ้านในหลายเมืองของโลก อาทิ ซาสฟราซิสโก &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชิคาโก &amp;nbsp;ซีแอตเติล &amp;nbsp;และปารีส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การสำรวจแจงนับคนไร้บ้านทั้งประเทศในครั้งนี้ &amp;nbsp;พบคนไร้บ้านทั้งในพื้นที่สาธารณะและศูนย์พักคนไร้บ้านแบบเปิดของทั้งภาคประชาสังคมและภาครัฐ (บ้านอิ่มใจ กรุงเทพมหานคร) จำนวนทั้งสิ้น 2,719 คน &amp;nbsp;จำแนกเป็นเพศชายร้อยละ 86 และเพศหญิงร้อยละ 14 &amp;nbsp;&amp;nbsp;ช่วงอายุที่พบส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 57 อยู่ในช่วงวัยแรงงานตอนปลาย (อายุ 40-59 ปี) และมีสัดส่วนผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) อยู่ที่ร้อยละ 18 ในประเด็นของการอยู่อาศัยส่วนใหญ่จะเป็นการอยู่ตัวคนเดียว ประมาณร้อยละ 52&amp;rdquo; นายอนรรฆเผยผลสำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลจากการสำรวจในครั้งนี้ได้นำมาวิเคราะห์และพบข้อมูลที่น่าสนใจ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.การกระจายตัวของคนไร้บ้านในแต่ละจังหวัด&amp;nbsp; พบว่า &amp;nbsp;คนไร้บ้านส่วนใหญ่จะอาศัยใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่ในระดับประเทศและระดับภูมิภาค &amp;nbsp;ซึ่งกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;เป็นจังหวัดที่มีคนไร้บ้านมากที่สุด (ประมาณร้อยละ 38) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองลงมา คือ นครราชสีมา (ร้อยละ 5) เชียงใหม่ (ร้อยละ 4) สงขลา (ร้อยละ 4) ชลบุรี (ร้อยละ 3) และขอนแก่น (ร้อยละ 3) &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าสนใจว่าการแจงนับในครั้งนี้ พบคนไร้บ้านในพื้นที่ของทุกจังหวัด &amp;nbsp;นอกจากนี้การแจงนับยังพบว่ามีคนไร้บ้านที่มีความพิการที่เห็นได้ชัด &amp;nbsp;ประมาณร้อยละ 4 &amp;nbsp;และมีปัญหาสุขภาพจิตที่เห็นได้ชัด ประมาณร้อยละ 7.60 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.คนไร้บ้านสูงอายุมีสัดส่วนการอยู่คนเดียว (ร้อยละ 60) มากกว่าคนไร้บ้านกลุ่มอื่นอย่างเห็นได้ชัด &amp;nbsp;ส่วนหนึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการไม่มีที่พึ่งพิงในภาวะหรือช่วงวัยที่ต้องการพึ่งพิง &amp;nbsp;ในทางเดียวกัน &amp;nbsp;มีความเป็นไปได้ว่าการไร้บ้านของผู้สูงอายุหรือผู้สูงอายุไร้บ้านอาจมีลักษณะของการไร้บ้านแบบตัวคนเดียว (ซึ่งต้องมีการศึกษาต่อไปในอนาคต)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.คนไร้บ้านเพศหญิงส่วนใหญ่จะมีลักษณะการอยู่เป็นครอบครัวหรืออยู่รวมกับคนไร้บ้านคนอื่นมากกว่าคนไร้บ้านเพศชาย &amp;nbsp;ส่วนหนึ่งอาจจะมีสาเหตุมาจากการต้องการความปกป้องหรือพึ่งพิง &amp;nbsp;นอกจากนี้ &amp;nbsp;ข้อมูลการสำรวจประชากรคนไร้บ้านในกรุงเทพมหานครของ สสส. เมื่อปี 2558 &amp;nbsp;ยังพบข้อมูลที่สอดคล้องกัน &amp;nbsp;รวมถึงสัดส่วนคนไร้บ้านในศูนย์พักคนไร้บ้านแบบเปิดของภาคประชาสังคมและบ้านอิ่มใจ (ศูนย์พักของ กทม.) ที่จะมีสัดส่วนของเพศหญิงมากกว่าเพศชาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จำนวนคนไร้บ้าน การผันแปร ความเหลื่อมล้ำ และการเสียชีวิตของคนไร้บ้าน&amp;nbsp; การแจงนับของคนไร้บ้านได้ชี้ให้เห็นว่าภาวะไร้บ้านเป็นเพียงช่วงหนึ่งของชีวิตของคนไร้บ้านแต่ละคน &amp;nbsp;ในทางเดียวกัน &amp;nbsp;ประเด็นคนไร้บ้านอาจมิใช่ปัญหาในตนเอง &amp;nbsp;หากแต่ประเด็นคนไร้บ้านสะท้อนให้เห็นหรือเป็นผลลัพธ์ของปัญหาทางสังคม&amp;nbsp; ทั้งความเหลื่อมล้ำทางสังคม ปัญหาความยากจน &amp;nbsp;หลักประกันทางสังคมที่ไม่เพียงพอ &amp;nbsp;และปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่เป็นเงื่อนไขให้คนกลุ่มหนึ่งเข้าสู่ภาวะไร้บ้าน&amp;rdquo; นายอนรรฆกล่าวสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีงานศึกษาของชญานิศวร์ &amp;nbsp;โคโนะ &amp;nbsp;ชี้ให้เห็นว่าอายุเฉลี่ยหรืออายุคาดเฉลี่ยอันเป็นตัวชี้วัดคุณภาพชีวิตที่สำคัญของคนไร้บ้านอยู่ต่ำกว่าอายุคาดเฉลี่ยของประชากรทั่วไปในหลายประเทศ &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;สหราชอาณาจักร และในประเทศไทย&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คนไร้บ้านมีอายุเฉลี่ยที่เสียชีวิตประมาณ 60 ปี &amp;nbsp;ต่ำกว่าอายุคาดเฉลี่ยของประชากรไทยที่อยู่ที่ 75 ปีถึงประมาณ 15 ปี&amp;nbsp; และต่ำกว่าอายุคาดเฉลี่ยของภูมิภาคอาเซียนที่อยู่ที่&amp;nbsp; 71 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชิน&amp;nbsp; เอี่ยมอินทร์&amp;nbsp; นายกสมาคมคนไร้บ้าน&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ถ้าเศรษฐกิจไม่ดี&amp;nbsp; โรงงานปิด&amp;nbsp; คนจะตกงานมากขึ้น&amp;nbsp; ดังนั้นจึงเป็นไปได้หรือไม่&amp;nbsp; ที่จะให้ชุมชนต่างๆ ที่มีโครงการบ้านมั่นคงสร้างบ้านกลางขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อให้คนที่ไม่เงินค่าเช่าบ้าน&amp;nbsp; คนตกงานได้เข้าไปอยู่อาศัย&amp;nbsp; โดยหน่วยงานรัฐเข้าไปสนับสนุน&amp;nbsp; เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้คนเหล่านี้กลายเป็นคนไร้บ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีปัญหากลุ่มผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียง&amp;nbsp; แต่ครอบครัวต้องมีภาระในการดูแล&amp;nbsp; และต้องทำงานเลี้ยงชีพ&amp;nbsp; จึงไม่มีเวลาที่จะดูแลผู้สูงอายุ&amp;nbsp; จึงนำผู้สูงอายุมาไว้ที่ศูนย์คนไร้บ้าน&amp;nbsp; หรือบางทีโรงพยาบาลก็เอาผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียงมาไว้ที่ศูนย์คนไร้บ้าน&amp;nbsp; ทำให้ศูนย์มีภาระแต่ก็ต้องรับเอาไว้เพื่อมนุษยธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นจึงอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนการดูแลครอบครัวผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียง&amp;nbsp; เพื่อไม่ให้ครอบครัวเป็นภาระ&amp;nbsp; และปล่อยให้ผู้สูงอายุกลายเป็นคนไร้บ้าน&amp;nbsp; รวมทั้งอยากให้หน่วยงานรัฐสนับสนุนเรื่องการสร้างบ้านกลางเพื่อรองรับคนที่ตกงาน&amp;nbsp; คนที่ไม่มีรายได้&amp;nbsp; ไม่มีค่าเช่าบ้าน&amp;nbsp; เพื่อไม่ให้กลายเป็นคนไร้บ้านเพิ่มขึ้นอีก&amp;nbsp; นอกจากนี้ก็อยากให้มีแต่งตั้งคณะทำงานจากหน่วยงานต่างๆ เข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาคนไร้บ้านอย่างจริงจังต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายกสมาคมคนไร้บ้านเสนอทางออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวพรรณทิพย์&amp;nbsp; เพชรมาก&amp;nbsp; รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช.สนับสนุนให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยรวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหาตามโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; ส่วนกลุ่มคนไร้บ้าน&amp;nbsp; รัฐบาลได้ให้การสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้าน 3 แห่ง&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; เชียงใหม่&amp;nbsp; ขอนแก่น&amp;nbsp; และปทุมธานี&amp;nbsp; ส่วนจังหวัดที่ยังไม่มีศูนย์คนไร้บ้านนั้น&amp;nbsp; หากจังหวัดใดมีคนไร้บ้านจำนวนมาก&amp;nbsp; ก็อาจจะสำรวจข้อมูลเพื่อขอใช้สถานที่ที่เป็นอาคารรกร้างของรัฐนำมาให้คนไร้บ้านได้ใช้ประโยชน์&amp;nbsp; โดยการประสานความร่วมมือและความช่วยเหลือของหลายฝ่าย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อบจ.&amp;nbsp; โรงพยาบาล&amp;nbsp; อสม.&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อเป็นการเริ่มต้นหรือการนำร่องก่อนที่จะดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัด &amp;lsquo;เวทีเสวนาสาธารณะผลการสำรวจแจงนับคนไร้บ้านสู่การขยายผลเชิงปฏิบัติการและนโยบาย&amp;rsquo;&amp;nbsp; เป็นการดำเนินงานตามโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มคนไร้บ้าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ของกระทรวง พม.&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยรัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณเพื่อก่อสร้างศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านจำนวน 3 แห่ง (เชียงใหม่&amp;nbsp; ขอนแก่น&amp;nbsp; ปทุมธานี) งบประมาณรวม&amp;nbsp; 118 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; ขณะนี้เปิดดำเนินการแล้วที่จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp; และขอนแก่น&amp;nbsp; ส่วนที่จังหวัดปทุมธานีอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง&amp;nbsp; มีเป้าหมายเพื่อเป็นศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านจำนวน 698 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศูนย์คนไร้บ้านที่ จ.ขอนแก่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55403</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ, กระทรวง พม., คนไร้บ้าน, ที่อยู่อาศัย, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., สุทธิ  จันทรวงษ์  ฃ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200124/image_big_5e2ac412659bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2018 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2018 10:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;น้องแบม&#039;แฉหมดเปลือกถูกหัวหน้าภาควิชาทุบหลังเหตุไม่พอใจจับทุจริตโกงเงินคนจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค.61- &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีการออกมาปิดเผยข้อมูลการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และผู้ป่วยโรคเดอส์ ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น กรมพัฒนาสังคมและสัวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ของ น.ส.ปณิดา &amp;nbsp;ยศปัญญา หรือน้องแบม นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาพัฒนาชุมชน คณะมุนษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม( มมส.) จนมีการสอบสวนข้อเท็จจริงจาก คสช.และ ป.ป.ท.จนพบมูลความผิด และมีการขยายการสอบสวนในโครงการดังกล่าวไปยังศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทั่วประเทศ ขณะที่สภาคณาจารย์ มมส.ได้ตั้งงคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว รวมทั้งการสอบสวนกรณีคณาจารย์ที่รับผิดชอบนักศึกษาในหลักสูตรดังกล่าว ที่ไม่ออกมาปกป้องหรือทำหน้าที่ที่ตนเองนั้นรับผิดชอบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.ปณิดา เผยได้นำส่งเอกสารหลักฐานทั้งหมดตามที่สภาคณาจารย์ มมส.และคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่แต่งตั้งขึ้นโดยสภามหาวิทยาลัยฯ แล้ว ทั้งนี้โดยส่วนตัวมั่นใจว่าคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นนั้นจะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาและสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวทั้งหมด ท่ากลางกระแสความกดดันและเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในรั้วมหาวิทยาลัย วันนี้ในการดำเนินชีวิตต้องแยกแยะว่าอะไรคืออะไร เพราะเข้าสู่ช่วงของการทำวิจัยซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการสำเร็จการศึกษา ยอมรับว่าช้ากว่าเพื่อนมากเพราะอาจารย์สั่งให้เปลี่ยนหัวข้อการทำวิจัยซึ่งต้องทำใหม่ทั้งหมด ทำให้ในขณะนี้ต้องมุ่งเน้นไปที่การเรียนเพื่อให้สำเร็จการศึกษาให้ได้ภายในเทอมนี้ ขณะที่การให้ความร่วมมือกับ ค.ส.ช.,ป.ป.ท.และหน่วยงานต่างๆที่สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องของการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และผู้ป่วยโรคเอดส์นั้น ก็ทำไปอย่างคู่ขนาน ทุกครั้งที่มีการเรียกสอบปากคำหรือให้ข้อมูลใดๆก็ให้ความร่วมมือมาเป็นอย่างดี โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง คอยรักษาความปลอดภัยตลอดทั้ง 24 ชม.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; ล่าสุดหนูได้ส่งมอบข้อมูลหลักฐานตามที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในส่วนของมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งเชื่อว่าในเร็วๆนี้จะสรุปข้อมูลการสอบสวนและออกแถลงการณ์ได้ วันนี้มีคนมองหนูในหลายมุม โดยเฉพาะใน มมส. ทั้งที่มองว่าเป็นต้นเหตุจนมีเรื่องต่างๆ และมีผลกระทบกับคนเป็นวงกว้าง แต่ส่วนใหญ่ให้กำลังใจว่าหนูนั้นทำถูกต้องแล้วและทำหน้าที่ในการเป็นนิสิต มมส.สถาบันการศึกษาที่หนูรักและผูกพันแห่งนี้ได้อย่างเต็มที่เพราะสิ่งที่ไม่ถูกต้องและทำผิดกฎหมายผู้ที่กระทำก็ควรที่จะได้รับโทษ และที่สำคัญการกระทำที่ผ่านมาหนูยืนหยัดชัดเจนในการปกป้องศักดิ์ศรีของ มมส. ปกป้องศักศรีของคณาจารย์ ปกป้องศักดิ์ศรีของนิสิต มมส.ทุกคน เพราะเรื่องนี้มีการให้ข้อมูลกับอาจจารย์ที่ปรึกษาและรับรู้กันทั้งภาควิชาและ คณะมนุษยฯ แต่กลับเป็นว่านิสิตที่ฝึกงาน 4 คนและถูกสั่งให้ทำผิดต้องออกมารับผิดเสียเองโดยที่อาจารย์ของเรานั้นไม่สนใจหรือใส่ใจ หรือรับฟังอะไรแม้แต่น้อย&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.ปณิดา กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวมีการนำข้อมูลมาแจ้งกับอาจารย์แล้วตั้งแต่ที่เริ่มส่อไปในทางทุจริตและพบข้อมูลหรือการกระทำดังกล่าวแต่อาจารย์บอกว่านิสิตที่ไปฝึกงานที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่นนั้นเป็นเด็กเลี้ยงแกะ และเมื่อมีอาจารย์ได้ไปพบกับเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงก็ไม่รับฟังนักศึกษา สั่งให้เรากราบเท้าเจ้าหน้าที่ที่ทำผิดเพื่อให้เราขอโทษ และให้เรื่องจบลงไป แต่ด้วยความเป็นนิสิตที่ร่ำเรียนมาตลอดทั้ง 4 ปี &amp;nbsp;ได้รับการฝึกสอนจากคณาจารย์ที่ให้ยืนยันบนความถูกต้องและสู้เพื่อคนยากคนจนในการเป็นนักพัฒนาชุมชนที่ดี เรื่องนี้จึงมีการส่งเริ่องร้องเรียนไปยัง คสช. จนนำมาสู่การสอบสวนดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; เมื่อเจ้าหน้าที่จาก คสช.และ ป.ป.ท. เริ่มลงพื้นที่และเริ่มที่จะมาสอบปากคำนักศึกษาในมหาวิทยาลัยฯ หัวหน้าภาควิชาฯยังคงได้เรียกหนูเข้าไปในห้องเพื่อสอบถามว่าทำไมทำแบบนี้ ทำไมต้องทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น หัวหน้าภาควิชาฯยังบอกว่า ถ้าจะร้องเรียนทำไมไม่ให้เรียนจบก่อน ทำแบบนี้ทำไม หน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบทำอะไรไม่ได้หรอก จากนั้นหัวหน้าภาควิชา ยังได้ใช้มือทุบหลังหนู 2 ครั้งเหมือนจะระบายอารมณ์ ซึ่งหนูก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทุบตีหนูด้วย ทั้งที่เราทำในสิ่งที่ถูกต้อง&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.ปณิดา กล่าวต่ออีกว่า การสอบสวนข้อเท็จจริงตามอำนาจหน้าที่ของ คสช.,ป.ป.ท.และ ป.ป.ช. รวมไปถึงหน่วยงานต่างๆก็ดำเนินการไป ในขณะนี้การสอบสวนที่แต่งตั้งขึ้นเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงของ มหาวิทยาลัยฯ ในประเด้นี้หนูมั่นใจในคณะกรรมการทุกคนที่คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยฯได้ไว้ใจได้แต่งตั้งขึ้นเพื่อหาคำตอบและนำแสนอในสิ่งที่ถูกต้องและเป็นข้อเท็จจริง เพื่อแจ้งให้กับคณาจารย์ นิสิต รมไปถึงบุคลกรของมหาววิทยาลัยฯได้รับทราบ โดยมั่นใจว่าสภาคณาจารย และ คณะกรรมการที่ทำการตรวจสอบข้อเท็จจรืงนี้จะดำเนินการอย่างถูกต้อง ชัดเจน โปร่งใส เป็นธรรม จนนำไปสู่การหาคำตอบต่อสาธารณชนได้รับทราบและที่สำคัญคือการกู้ศักดิ์ศรีของมหาวิทยาลัยฯ สถาบันการศึกษาที่ตนเองรักอีกด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4241</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, น.ส.ปณิดา  ยศปัญญา, น้องแบม, พม., มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, อาจารย์ทุบตี, โกงเงินคนจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180304/image_big_5a9b650c34a50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
