<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2026 16:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2021 10:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิบดีกรมพินิจฯคุมเข้มกันโควิดห้ามจนท.ไปพื้นที่เสี่ยงฟันวินัยคนปกปิดไทม์ไลน์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย.64- พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวถึงมาตรการป้องกันโควิด-19 ว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม มีความห่วงใยถึงสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิดระลอก 3 จึงสั่งกำชับหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ให้ปฏิบัติตาม 5 ข้อ ดังนี้ 1. ให้เจ้าหน้าที่งดออกนอกพื้นที่หรือเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงทุกกรณี ยกเว้นมีความจำเป็นเร่งด่วน 2. ให้หน่วยงานจัดซื้อและจัดหาอุปกรณ์ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคตามความเหมาะสม และแจ้งผลการดำเนินงานมายังกรมฯ 3. บุคคลภายนอก งดเว้นการเข้าทำกิจกรรมในศูนย์ฝึกและอบรมฯ ทุกกรณี รวมถึงการจัดส่งอาหารสด หรือห้ามมิให้บุคคลภายนอก หรือผู้ทำหน้าที่ฝึกสอนเด็กและเยาวชนเข้ามาภายในเขตควบคุมด้วย&amp;nbsp; 4. เจ้าหน้าที่ของกรมฯ ที่ไม่มีภาระหน้าที่ภายในสถานควบคุม ให้งดเข้าสถานควบคุมทุกกรณี 5. เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานภายในสถานที่ควบคุมต้องทำรายงานไทม์ไลน์ประจำวัน เป็นรายชั่วโมงตามแบบรายงานที่กรมฯกำหนด หากเจ้าหน้าที่จงใจปกปิดไทม์ไลน์ของตนเองจะใช้มาตรการลงโทษขั้นเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท. วรรณพงษ์ฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; ได้เน้นย้ำให้หัวหน้าหน่วยงานทุกคนทำความเข้าใจกับผู้ใต้บังคับบัญชาในรายละเอียด สร้างการรับรู้ในการระวังป้องกันอย่างสูงสุด โดยเฉพาะสิ่งใดที่ห้ามและเกิดความเสี่ยงให้งดเว้น และให้ผู้อำนวยการมีอำนาจในการบริหารจัดการบุคลากรอย่างเต็มที่ หากต้องมีการกักตัวเจ้าหน้าที่เพื่อเฝ้าระวังโรค หรือดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ที่ฝ่าฝืน ซึ่งมาตราการเข้มงวดนี้มีกำหนด 30 วัน ตั้งแต่ 16 เม.ย. - 15 พ.ค. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดกรมฯ ปฏิบัติตนเสมือนว่าทุกพื้นที่เป็นพื้นที่สีแดง ยกระดับการระวังภัยขั้นสูงสุด และปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขของแต่ละจังหวัดอย่างเคร่งครัด หากพบเจ้าหน้าที่มีการสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ หรือมีคนใกล้ชิดสัมผัสกับผู้ติดเชื้อให้แจ้งผู้อำนวยการและกักตัวสังเกตอาการทันที โดยให้ผู้อำนวยการหน่วยงานในสังกัดแต่ละแห่ง พิจารณาเตรียมพื้นที่เปลี่ยนเป็นโรงพยาบาลสนาม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
ufa007
ufa350
ufa356
sbobet888
ufalion168
ufa369
ufaland
ufasa
ufa169
ufascr</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100048</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน, พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607e4a6fb5d18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73035</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2020 15:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2020 15:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รมว.ยุติธรรม&#039; เผยหนุนเยาวชนในสถานพินิจฝึกอบรมวิชาชีพ ติดตามคนที่ปล่อยตัวให้ได้รับการศึกษาต่อเนื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค.63 - นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ข้อมูลการจัดการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชน ของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ทั่วประเทศ ประจำปีงบประมาณ 2563 ภาคเรียนที่ 1 มีเด็กและเยาวชนทั้งหมด 6,564 คน ได้รับการลงทะเบียนเรียน 3,868 คน คิดเป็นร้อยละ 58.93 ส่วนเด็กและเยาวชนที่เหลือ คือ กลุ่มที่เข้ามาหลังการปิดลงทะเบียนแล้ว แต่จะได้รับการส่งเสริมให้เข้าเรียนทุกราย โดยเป็นการทบทวนและปรับพื้นฐานความรู้ เพื่อรอลงทะเบียนในภาคเรียนถัดไป ซึ่งต้องมีการเพิ่มเติมในส่วนคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ที่ตนให้ความสำคัญเข้าไปด้วย ส่วนในรายละเอียดของการศึกษา กรมพินิจฯได้จัดการศึกษาในรูปแบบต่างๆ คือ 1.การศึกษาขั้นพื้นฐานนอกระบบ แบ่งเป็น 4 ระดับ คือ ผู้ไม่รู้หนังสือ ประถมศึกษา ม.ต้น และม.ปลาย 2.หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ 3.การศึกษาระดับอุดมศึกษา คือ ระดับปริญญาตรี และระบบ Pre-degree ของ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และ ระบบสัมฤทธิบัตร ของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมากรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จะส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนที่ได้รับการฝึกวิชาชีพระยะสั้น เข้ารับการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานกับทางสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงาน และเตรียมความพร้อมเข้าทำงานในสถานประกอบการ ประกอบด้วยหลักสูตรช่างเชื่อมโลหะ ช่างไฟฟ้าในอาคาร ช่างซ่อมเครื่องยนต์และช่างซ่อมเครื่องปรับอากาศ โดยขณะนี้มีผู้ที่เข้าฝึกการอบรมและผ่านการอบรมแล้ว 18 คน และมีการฝึกวิชาชีพเพื่อเตรียมเข้าทำงานและฝึกยกระดับฝีมือแรงงานผ่านการฝึกอบรมแล้ว 475 ราย และมีผู้ที่ฝึกวิชาชีพระยะสั้น ภูมิปัญญาท้องถิ่น หลักสูตรมี 7 ประเภท ได้แก่ ช่างอุตสาหกรรม เกษตรกรรม ศิลปกรรม คหกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ บันเทิงและดนตรี และประเภทกีฬา มีผู้เข้ารับการอบรม 9,063 คน ผ่านการอบรม 8,778 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมให้ความสำคัญกับการศึกษาของเด็กและเยาวชน แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในสถานพินิจ แต่ก็ยังจำเป็นต้องเรียน เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะต่างๆ ให้สามารถนำไปประกอบอาชีพได้ในอนาคต สำหรับกรณีของเด็กและเยาวชนที่ได้รับการปล่อยตัว แต่ยังอยู่ในระหว่างการเรียนกับทางกศน. กรมพินิจฯจะดำเนินการนัดหมายให้เยาวชนทำงานให้ครบหลักสูตรและติดตามกลับมาสอบไล่ ที่ศูนย์ฝึก หรือกรณีที่บางคนไม่สะดวก จะมีการประสานกับทาง กศน.ในภูมิลำเนาของเยาวชน เพื่อให้เขาได้รับการเรียนอย่างต่อเนื่อง และเข้ารับการสอบเพื่อเลื่อนระดับต่อไป&amp;quot; นายสมศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73035</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200731/image_big_5f23cfe90f712.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
