<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120334</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2026 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยคืบหน้าบูรณะ &#039;วัดราชบพิธ&#039; จัดสร้างรูปกระเบื้องโมเสกประดับพระอุโบสถ สนองพระราชดำริในรัชกาลที่ 5 , 7</HEADLINE>
                <CONTENT>
&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.64 - เพจเฟซบุ๊ก สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เปิดเผยว่า วันอังคารที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๔ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงห้องประชุมสำนักงานวัดราชบพิธ ทรงเป็นประธานในการประชุมคณะทำงานจัดสร้างรูปกระเบื้องโมเสก สนองพระราชดำริในรัชกาลที่ ๕ และรัชกาลที่ ๗ เพื่อประดับพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม&amp;nbsp;
โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการบูรณปฏิสังขรณ์วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เนื่องในศุภวารสมโภช ๑๕๐ ปีแห่งการสถาปนาพระอาราม ๒๒ มกราคม ๒๕๖๓ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นประธานกิตติมศักดิ์ของโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์จะให้ประดับผนังภายในพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามด้วยรูปกระเบื้องโมเสกพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระองค์ แต่ยังไม่ทันดำเนินการให้ลุล่วง กระทั่งถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงสืบสานพระราชดำริ กะเตรียมการสนองพระราชประสงค์ของสมเด็จพระบรมชนกนาถ ร่วมกับพระมติของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ กำหนดแบบให้สร้างเป็นรูปพระคุณ ๑๐ ประการในรัชกาลที่ ๕ แต่ยังขาดงบประมาณ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ระงับไว้ก่อน และทรงพระราชปรารภถึงอนาคตกาลว่าอาจมีผู้ทำให้สำเร็จได้&amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้นถึงศุภวารสมโภช ๑๕๐ ปีแห่งการสถาปนาพระอาราม เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช จึงทรงเห็นชอบด้วยดำริของคณะพุทธบริษัทวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ในอันที่จะดำเนินการสนองพระราชดำริในรัชกาลที่ ๕ และรัชกาลที่ ๗ ให้แล้วเสร็จลุล่วง ทั้งนี้ ภายใต้การควบคุมกำกับของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120334</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, กระทรวงวัฒนธรรม, รัชกาลที่ 5, รัชกาลที่ 7, วัดราชบพิธ, สมเด็จพระสังฆราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fdb4f063ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118225</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 14:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัดไชยวัฒนารามฯ ยังสู้ได้ พิพิธภัณฑ์ฯพิมายกระทบน้ำมูลล้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-left:36.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:36.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:36.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:36.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 29 ก.ย.นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า สถานการณ์ล่าสุดหลังเกิดน้ำท่วมอย่างฉับพลันในหลายพื้นที่ ซึ่งกรมศิลปากรได้เน้นย้ำให้หน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในจังหวัด ปกป้องโบราณสถานสำคัญและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย รายงานพื้นที่แหล่งมรดกโลก ได้แก่ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย, อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย และอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ซึ่งอยู่ในพื้นที่บริเวณประเทศไทยตอนบนที่ได้รับอิทธิพลพายุโซนร้อนเตี้ยนหมู่ ทำให้มีปริมาณน้ำฝนสะสมเป็นจำนวนมากและเกิดน้ำท่วมขังรอการระบายภายในบริเวณโบราณสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประทีป กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปัจจุบันภาพรวมของสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย เนื่องจากปริมาณฝนตกสะสมลดน้อยลงในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย พบว่า มีปริมาณน้ำฝนที่ท่วมขังไม่มากนักรอการระบายออกจากพื้นที่ ส่วนอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรได้รับผลกระทบจากพายุฝน มีต้นไม้บางส่วนล้มทับทำให้โบราณสถานเสียหายเล็กน้อย ได้แก่ แนวกำแพงศิลาแลงวัดพระนอน และป้อมทุ่งเศรษฐีซึ่งมีน้ำฝนที่ท่วมขังรอการระบาย อย่างไรก็ตาม การเดินทางท่องเที่ยวในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ทั้ง 3 แห่ง นักท่องเที่ยวยังคงสามารถเดินทางมาเที่ยวชมโบราณสถานภายในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ได้ตามปกติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัดธรรมาราม อยุธยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายประทีป กล่าวต่อว่า ส่วนสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถือว่ามีความเสี่ยงระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อประเมินแล้วพบว่า จะมีผลกระทบกับโบราณสถานที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำบริเวณภายในและภายนอกเกาะเมืองทั้งหมด ดังเช่น วัดเชิงท่า วัดธรรมาราม วัดกษัตราธิราชวรวิหาร&amp;nbsp; วัดไชยวัฒนาราม ป้อมเพชร บ้านโปรตุเกสและบ้านฮอลันดา &amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่ 17 &amp;nbsp;กันยายน ที่ผ่านมา กรมศิลปากรจึงติดตั้งแผงป้องกันน้ำในจุดแรกคือวัดไชยวัฒนาราม เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีระดับต่ำสุด และดำเนินการในโบราณสถานอื่นๆ ตามลำดับ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดเมื่อเวลา 06.00 &amp;nbsp;น. ของวันที่ &amp;nbsp;29 &amp;nbsp;กันยายน 2564 &amp;nbsp;เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำท้ายเขื่อน 2,749 &amp;nbsp;ลบ.ม. ต่อวินาที ทำให้ขณะนี้ระดับน้ำสูงกว่าสันเขื่อนแล้วในโบราณสถานบางแห่ง เช่น วัดไชยวัฒนารามและวัดธรรมาราม ในระดับ 30-40 &amp;nbsp;เซนติเมตร อย่างไรก็ตาม แผงป้องกันน้ำของโบราณสถานทั้งสองแห่งสามารถป้องกันน้ำได้ถึงระดับ 2-2.5 &amp;nbsp;เมตร ต่อจากนี้กรมศิลปากรได้มีการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด &amp;nbsp;พร้อมจัดเตรียมกำลังคนและวัสดุอุปกรณ์ โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เช่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เทศบาลฯ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนผลกระทบจากอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่างเสียหายในพื้นที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา นายประทีป กล่าวว่า วันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ชำรุดของเขื่อนลำเชียงไกรตอนล่าง ทำให้มวลน้ำจำนวนมากเริ่มไหลทะลักลงมายังพื้นที่ท้ายเขื่อน บางส่วนของอำเภอเมือง อำเภอโนนไทย อำเภอโนนสูง อำเภอพิมาย ทำให้เกิดผลกระทบอย่างต่อเนื่องกับโบราณสถาน และแหล่งเรียนรู้ของกรมศิลปากรในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยปริมาณน้ำในแม่น้ำมูลได้เพิ่มระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว และเริ่มเอ่อล้นเข้าในพื้นที่ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย มากขึ้น ทำให้สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ต้องเร่งบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานในสังกัดและส่วนราชการต่างๆ เพื่อป้องกันน้ำท่วม โดยระดมเจ้าหน้าที่ทั้งจากสำนักศิลปากรที่ 10 &amp;nbsp;นครราชสีมา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย หน่วยทหารจากกรมทหารช่างที่ 2 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ และจิตอาสาพระราชทาน 904 &amp;nbsp;ชุดปฎิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติ อบต.กระชอนและตำบลชีวาน กว่า 50 &amp;nbsp;ชีวิต เร่งวางแนวกระสอบทรายเพื่อเสริมความสูงของแนวกระสอบทรายบริเวณริมตลิ่งด้านหลังพิพิธภัณฑ์ที่ติดกับแม่น้ำมูล ซึ่งมีระยะทางยาวกว่า 180&amp;nbsp; เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้สามารถวางแนวกระสอบทรายได้ที่ความสูงเหนือจากพื้นตลิ่งโดยเฉลี่ยประมาณ 60-70 &amp;nbsp;เซนติเมตร ตลอดแนวความยาวตลิ่ง ทำให้ปัจจุบันระดับน้ำในแม่น้ำมูลยังอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดของแนวกระสอบทรายประมาณ 30-40 &amp;nbsp;เซนติเมตร นอกจากนี้ ยังทำการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อคอยสูบน้ำที่ซึมเข้ามาตามแนวท่อ และพื้นของสนามที่อยู่ติดริมแม่น้ำมูล อีก 2 เครื่อง โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยควบคุมตลอด &amp;nbsp;24 ชั่วโมง รวมถึงยังมีการเสริมแนวกระสอบทรายเพื่อป้องกันโดยรอบตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ บริเวณทางเข้าออก เตรียมการขนย้ายเอกสาร หนังสือ และสิ่งของสำคัญภายในอาคารพิพิธภัณฑ์อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อว่า ด้านอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ขณะนี้สถานการณ์โดยทั่วไปเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ เนื่องจากช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา สภาพอากาศปลอดโปร่งและไม่มีฝนตก ทำให้ไม่มีปัญหาน้ำท่วมขัง อย่างไรก็ดี ทางอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำประจำจุดเสี่ยงในบริเวณโดยรอบปราสาทพิมาย เพื่อเตรียมการรองรับสถานการณ์หากเกิดฝนตกติดต่อกันหลายวัน นอกจากนี้ ยังได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อเตรียมพร้อมและติดตามสถานการณ์ตลอด 24 &amp;nbsp;ชั่วโมง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกจุดหนึ่งที่สำคัญของพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย คือบริเวณประตูเมืองด้านทิศเหนือ หรือประตูผี ซึ่งติดกับคลองคูเมืองพิมาย และแนวของลำน้ำมูลเก่า ทางอุทยานประวัติศาสตร์พิมายได้จัดวางแนวกระสอบทรายสูงประมาณ 60-70 &amp;nbsp;เซนติเมตร ตลอดความยาวแนวประตูเพื่อป้องกันน้ำเอ่อล้นเข้ามาในพื้นที่ของเมืองพิมาย ซึ่งในปัจจุบันระดับน้ำยังคงอยู่ต่ำกว่าแนวกระสอบทรายที่จุดสูงสุดอยู่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโบราณสถานท่านางสระผม และที่ตั้งของสำนักศิลปากรที่ 10 &amp;nbsp;นครราชสีมา ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งลำน้ำเค็มทางทิศใต้ของประตูชัย ห่างจากตัวปราสาทพิมายประมาณ 1 &amp;nbsp;กิโลเมตร เหนือขึ้นไปจากจุดที่เป็นที่ตั้งโบราณสถานท่านางสระผม และสำนักศิลปากรที่ 10 &amp;nbsp;นครราชสีมา ประมาณ 500&amp;nbsp; เมตร เป็นประตูระบายน้ำ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลำน้ำเค็มของกรมชลประทาน ซึ่งลำน้ำเค็มนี้เป็นลำน้ำสาขาที่เชื่อมต่อกับลำจักราช และแม่น้ำมูล ทำหน้าที่รับน้ำที่ระบายมาจากอ่างลำเชียงไกรล่างที่อยู่ตอนบนเป็นระยะ ทำให้ขณะนี้พื้นที่บริเวณนี้มีความเสี่ยงจากระดับน้ำของลำน้ำเค็มที่เพิ่มสูงขึ้นอยู่ตลอดเวลา และบางส่วนของโบราณสถานท่านางสระผมก็เริ่มถูกน้ำท่วมบ้างแล้ว&amp;nbsp; จึงได้เริ่มตั้งแนวกระสอบทรายตลอดแนวอาคารสำนักงาน และบ้านพักเจ้าหน้าที่ รวมถึงเริ่มมีการขนย้ายวัสดุ อุปกรณ์ ครุภัณฑ์ ตลอดจนเอกสารต่างๆ ขึ้นที่สูงเพื่อเป็นการระวังป้องกันน้ำที่อาจจะเอ่อล้นตลิ่งขึ้นมาได้ตลอดเวลา พร้อมจัดเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าระวังระดับน้ำอยู่ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:36.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:36.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118225</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, น้ำท่วมโบราณสถาน, วัดไชยวัฒนาราม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_6154124a2a593.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2021 20:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2021 20:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมศิลป์สั่งรับมือ&#039;เตี้ยนหมู่&#039;ป้องกันมวลน้ำทะลักเมืองมรดกโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 25 ก.ย. นายประทีป&amp;nbsp; เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า จากเหตุการณ์พายุโซนร้อน &amp;ldquo;เตี้ยนหมู่&amp;rdquo; ที่ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักทั่วประเทศในขณะนี้ ได้สั่งการให้สำนักศิลปากรทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับโบราณสถาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่แหล่งมรดกโลก ในความดูแลของกรมศิลปากร ได้แก่ นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร(สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร) และแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง(อุดรธานี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประทีป กล่าวว่า จากข้อมูลรายงานของกองโบราณคดีและสำนักศิลปากรที่ 1-12&amp;nbsp;&amp;nbsp;โบราณสถานส่วนใหญ่ของทั่วประเทศยังไม่ได้รับผลกระทบขั้นวิกฤต ในส่วนของแหล่งมรดกโลก มีอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองปัจจุบันที่ถูกน้ำท่วมหนักกว่า 12&amp;nbsp;&amp;nbsp;กิโลเมตร รวมถึงตั้งอยู่บนพื้นที่สูงและเพิ่งมีการขุดลอกเขื่อนสรีดภงส์จึงสามารถกักเก็บน้ำได้ปริมาณมาก ขณะนี้มีเพียงน้ำท่วมขังรอการระบาย อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย มีน้ำขังเล็กน้อยรอการระบาย และอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรมีโบราณสถานได้รับความเสียหายเล็กน้อยจากลมพายุ ทั้งหมดยังอยู่ภายใต้การดูแลจัดการตามปกติของสำนักศิลปากรที่ 6&amp;nbsp;&amp;nbsp;สุโขทัย ส่วนแหล่งมรดกโลกบ้านเชียง ทั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง แหล่งโบราณคดีวัดโพธิ์ศรีใน และแหล่งโบราณคดีบ้านอ้อมแก้ว สำนักศิลปากรที่ 8&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขอนแก่น รายงานว่ายังไม่มีผลกระทบใดๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัดไชยวัฒนาราม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายประทีป กล่าวว่า ส่วนในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาที่มีความเสี่ยงมากกว่าพื้นที่อื่นๆ ได้สั่งการให้สำนักศิลปากรที่ 3&amp;nbsp;พระนครศรีอยุธยา เร่งเตรียมพร้อมรับมืออย่างเต็มที่ โบราณสถานสำคัญที่อยู่ในความเสี่ยงได้รับผลกระทบมาก ได้แก่ วัดไชยวัฒนาราม ในวันนี้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีระดับต่ำกว่าสันเขื่อนประมาณ 40&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซม. ขณะนี้ได้ทำการตั้งแผงป้องกันน้ำเรียบร้อยแล้ว ส่วนโบราณสถานอื่นๆ ระดับน้ำยังอยู่ต่ำกว่าสันเขื่อนเฉลี่ย 50-80 &amp;nbsp;ซม. เช่น วัดธรรมมาราม วัดกษัตราธิราชวรวิหาร ที่กำลังตั้งแผงกันน้ำจะแล้วเสร็จในวันพรุ่งนี้ รวมถึงเร่งดำเนินการตั้งแผงกันน้ำที่หมู่บ้านโปรตุเกสจะแล้วเสร็จในเวลาไล่เลี่ยกัน ส่วนโบราณสถานป้อมเพชรและหมู่บ้านฮอลันดายังอยู่สูงกว่าระดับน้ำประมาณ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมตร วัดเชิงท่าระดับน้ำในแม่น้ำลพบุรียังมีระดับต่ำกว่าสันเขื่อนประมาณ&amp;nbsp; 1.20 &amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot; จากที่คาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 26&amp;nbsp;&amp;nbsp;กันยายน ซึ่งทำให้เขื่อนเจ้าพระยาจะมีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนมากขึ้นถึง 2,500&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาสูงขึ้นจากเดิมอีก 0.3-1 &amp;nbsp;เมตร โดยภายในวันจันทร์ที่ 27&amp;nbsp;&amp;nbsp;กันยายนนี้ ระดับน้ำจะถึงสันเขื่อนโบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม และวันอังคารที่ 28&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระดับน้ำจะถึงสันเขื่อนโบราณสถานวัดธรรมาราม ซึ่งโบราณสถานทั้ง 2&amp;nbsp;&amp;nbsp;แห่งจะไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากได้ติดตั้งแผงป้องกันน้ำไว้แล้ว &amp;quot; นายประทีป กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ส่วนโบราณสถานแห่งอื่นๆ ที่อาจได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้ กรมศิลปากรได้เตรียมความพร้อมในการป้องกัน โดยการติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและวางแผนจัดลำดับการดำเนินการป้องกันโบราณที่จะได้รับผลกระทบ จัดเตรียมกำลังคนและวัสดุอุปกรณ์และประสานขอความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ภายในพื้นที่เพื่อป้องกันอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นกับโบราณสถานภายใต้การดูแลของกรมศิลปากรอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117836</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, น้ำท่วมโบราณสถาน, พายุโซนร้อนเตี้ยนหมู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210925/image_big_614f1c6433fa8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 10:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 10:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบจารึกอักษร-ภาพลายเส้นบนก้อนอิฐโบราณสถาน&#039;วัดส้มสุก&#039; เร่งสรุปผลศึกษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 1 ก.ย.นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า สำนักศิลปากรที่ 7&amp;nbsp;เชียงใหม่ ได้รายงานผลการขุดแต่งทางโบราณคดีโบราณสถานวัดส้มสุก ตำบลมะลิกา อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งโบราณสถานขนาดใหญ่ที่สุดในแอ่งที่ราบฝาง&amp;nbsp;พบหลักฐานยืนยันอิทธิพลวัฒนธรรมสุโขทัย&amp;nbsp;ที่แพร่หลายเข้าสู่ดินแดนล้านนาโบราณเมื่อกว่า 600 &amp;nbsp;ปีมาแล้วในปีงบประมาณ 2564 กรมศิลปากรได้ดำเนินโครงการขุดแต่งโบราณสถานวัดส้มสุก ตำบลมะลิกา อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;ต่อจากระยะแรกเมื่อปี 2558&amp;nbsp;ขณะนี้มีโบราณสถานที่ดำเนินการขุดค้นแล้วได้แก่&amp;nbsp;เจดีย์ประธานทรงระฆังมีช้างล้อมรอบฐาน&amp;nbsp;วิหารขนาดใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; พบร่องรอยการปฏิสังขรณ์ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp;ครั้ง ซุ้มประตูโขงและอาคารใหญ่น้อยอีกประมาณ 10&amp;nbsp;&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;พบโบราณวัตถุสำคัญ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;พระพิมพ์เนื้อชินมีจารึกคาถา &amp;ldquo;จะภะกะสะ&amp;rdquo; ซึ่งเป็นคาถาที่ปรากฏในคัมภีร์วิชรสารัตนสังคหะ&amp;nbsp;รจนาโดย&amp;nbsp;พระรัตนปัญญาเถระภิกษุในนิกายวัดสวนดอกเมื่อ พ.ศ. 2078&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายประทีป กล่าวต่อว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนั้น ยังพบจารึกอักษรฝักขามบนแผ่นอิฐหน้าวัวและอิฐรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีทั้งที่จารเป็นอักษร 1-2&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตัว &amp;nbsp;และเป็นข้อความหรือภาพลายเส้นเป็นลวดลายต่าง ๆ&amp;nbsp;มากกว่า 200&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก้อน&amp;nbsp;จนอาจกล่าวได้ว่า วัดส้มสุกเป็นวัดที่มีจารึกมากที่สุดในประเทศไทย เบื้องต้นนักโบราณคดีได้จำแนกจารึกบนก้อนอิฐที่พบออกเป็น 2&amp;nbsp;กลุ่ม คือ&amp;nbsp;กลุ่มที่เขียนเป็นข้อความ ส่วนใหญ่ระบุชื่อบุคคลที่อาจหมายถึงผู้ปั้นหรือผู้บริจาคอิฐก้อนนั้น ๆ และกลุ่มที่เขียนเป็นตัวอักษร 1-2 &amp;nbsp;ตัว ซึ่งส่วนใหญ่พบบนอิฐหน้าวัวที่ประกอบกันเป็นเสาอาคาร มีข้อสังเกตว่า ในเสาต้นเดียวกันส่วนใหญ่จะเป็นการจารึกตัวอักษรตัวเดียวกัน&amp;nbsp;เบื้องต้นนักโบราณคดีสันนิษฐานว่า อาจเกี่ยวข้องกับการให้รหัสสำหรับการก่อสร้าง&amp;nbsp;หรือเทคนิคการผลิต&amp;nbsp;หรืออาจหมายถึงกลุ่มบุคคล&amp;nbsp;กลุ่มข้าวัด หัววัด หรือศรัทธาวัดแต่ละหมู่บ้าน ที่ร่วมแรงร่วมใจกันซ่อมสร้างวัดโบราณแห่งนี้ขึ้น อย่างไร&amp;nbsp;ก็ตามจารึกทั้งหมดยังอยู่ระหว่างการศึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาโบราณ ซึ่งจะมีสรุปรายงานผลการศึกษาทั้งหมดอย่างเป็นทางการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดี ศก. กล่าวต่อว่า สำหรับการขุดแต่งโบราณสถานวัดส้มสุกเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างกรมศิลปากรและชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในตำบลมะลิกาที่ต้องการอนุรักษ์และพัฒนามรดกทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าของท้องถิ่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยในปีงบประมาณเดียวกันนี้ กรมศิลปากรยังได้อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมอีก 1.1&amp;nbsp;ล้านบาท สำหรับการขุดค้นและดำเนินการทางโบราณคดีให้ครบถ้วน&amp;nbsp;เพื่อขยายผลการศึกษาเชิงประวัติศาสตร์และโบราณคดีให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น&amp;nbsp;อีกทั้งจะนำไปสู่การต่อยอดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ชาวอำเภอแม่อายได้ต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115244</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, จารึกอักษรโบราณ, โบราณสถานวัดส้มสุก อ.ฝาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612ef49b1f18b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114233</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฉมใหม่พิพิธภัณฑ์&#039;พระปฐมเจดีย์-บ้านเก่า&#039; เล็งเปิด19ก.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 23 ส.ค. นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร &amp;nbsp;กล่าวว่า กรมศิลปากรมีนโยบายเร่งรัดการปรับปรุงเพื่อพัฒนาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติให้มีความทันสมัยและดึงดูดผู้เข้าชมทั่วประเทศ ล่าสุด ได้เปิดอาคารประติมากรรมขุนหลวงพะงั่วและประวัติศาสตร์สุพรรณบุรีผ่านระบบ smart museum ของกรมศิลปากร ให้ประชาชนสามารถเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์รูปแบบออนไลน์ &amp;nbsp;หรือ &amp;nbsp;Virtual Museum ขณะเดียวกันกำลังเร่งรัดดำเนินการเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอีก &amp;nbsp;2 &amp;nbsp;แห่ง ซึ่งปัจจุบันบูรณะเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้แก่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ จ. นครปฐม และ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า จ.กาญจนบุรี ซึ่งกำหนดเปิดในช่วงวันพิพิธภัณฑ์ไทย วันที่ 19 &amp;nbsp;ก.ย. นี้ &amp;nbsp;หากสถานการณ์โควิด-19 ยังไม่ดีขึ้นจะเปิดในรูปแบบออนไลน์ไปก่อนและทยอยลงข้อมูลองค์ความรู้ทางออนไลน์ เฟสบุ๊ก กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร เป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot; สำหรับจุดเด่นของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์ได้ออกแบบปรับปรุงการจัดแสดงภายใน มีการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์สมัยทวารวดี โดยมีโบราณวัตถุชิ้นสำคัญ เช่น พระพุทธรูป ภาพสลักเล่าเรื่องพุทธประวัติ ภาพปูนปั้นเรื่องชาดกประดับฐานเจดีย์และธรรมจักร&amp;nbsp; แล้วยังมีรูปจำลอง รูปสันนิษฐานของโบราณวัตถุเมืองทวารวดีนครปฐมด้วย ขณะที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า มีการปรับปรุงและสร้างอาคารจัดแสดงใหม่ ตลอดจนพัฒนาพิพิธภัณฑ์ในแหล่งโบราณคดีสัมพันธ์กับโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ในวัฒนธรรมบ้านเก่าที่มีชื่อเสียงตั้งแต่หลังสงครามโลก ถือว่าเป็นแหล่งโบราณคดียุคแรกของประเทศไทย&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอนาคตจะยกระดับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นศูนย์ศึกษาโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์วัฒนธรรมบ้านเก่า ขณะนี้ได้ขยายพื้นที่ด้านข้างพิพิธภัณฑ์มีหลุมขุดค้นจัดทำเป็น side museum ต่อเนื่องไปด้วย &amp;quot; นายประทีป กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114233</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์, อาคารประติมากรรมขุนหลวงพะงั่วและประวัติศาสตร์สุพรรณบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_61233fa58c097.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 11:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 11:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข้อมูลสมบูรณ์ดัน&#039;ศรีเทพ&#039;ขึ้นมรดกโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>

&amp;nbsp;

&amp;nbsp;

&amp;nbsp;

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 19 ส.ค. นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ได้มีการประชุมเตรียมความพร้อมข้อมูลเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครอง มรดกโลก คร้ังที่ 2/2564&amp;nbsp;ในวันนี้ ในส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับกรมศิลปากร เป็นการดำเนินงานข้อมูลอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งได้รับการรับรองการขึ้นทะเบียนในบัญชีรายชื่อเบื้องต้นมรดกโลก เมื่อปี 2562 และคณะรัฐมนตรีมีมติให้เสนอขึ้นเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ ในปี 2565 โดยศูนย์มรดกโลก กรุงปารีส มีข้อเสนอแนะให้ประเทศไทยปรับปรุงเอกสารเพื่อให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น ทั้งนี้ จึงได้ร่วมกับ จ.เพชรบูรณ์ ทำการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมให้มีความสมบูรณ์ ไม่ให้มีผลกระทบกับชุมชนหรือปัจจัยภายนอกในภายหลัง อีกทั้งมีการพัฒนาพื้นที่แนวเขตที่จะมีการกันแนวเขตของพื้นที่แหล่งมรดกโลก การปรับปรุงผังเมืองรวมเพชรบูรณ์รวมที่จะมีขอบเขตครอบคลุมแหล่งโบราณสถานด้วย

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประทีป กล่าวอีกว่า คณะทำงานขับเคลื่อนการนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพเป็นมรดกโลก ได้จัดทำข้อมูลเพิ่มเติม ตามความเห็นของศูนย์มรดกโลก ในประเด็นต่างๆ และจัดส่งให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อจัดส่งศูนย์มรดกโลกเรียบร้อยแล้ว โดยมีสาระสำคัญดังนี้ เมืองโบราณสถานศรีเทพ ได้รับการเสนอให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่เป็นแหล่งแบบต่อเนื่อง จำนวน 3 แหล่ง ประกอบด้วย เมืองโบราณศรีเทพ โบราณสถานเขาคลังนอก และโบราณสถานถ้ำเขาถมอรัตน์ ภายใต้เกณฑ์คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล ที่มีความเกี่ยวเนื่องและสัมพันธ์กันทางวัฒนธรรม ซึ่งคงความครบถ้วนสมบูรณ์และความเป็นของแท้ดั้งเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot; เสนอตามเกณฑ์การขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลก ได้แก่&amp;nbsp;เกณฑ์ข้อที่ 2 แสดงถึงความสำคัญของการแลกเปลี่ยนคุณค่าของมนุษย์ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือในพื้นที่ในวัฒนธรรมใดๆ ของโลกผ่านการพัฒนาด้านสถาปัตยกรรม หรือทางเทคโนโลยีอนุสรณ์ศิลป์ การวางแผนผังเมืองหรือการออกแบบภูมิทัศน์ และ&amp;nbsp;เกณฑ์ข้อที่ 3 เป็นพยานหลักฐานที่ยอดเยี่ยมหรือหาที่เสมอเหมือนไม่ได้ของประเพณีวัฒนธรรม หรือวัฒนธรรมที่ยังคงอยู่ หรือสูญหายไปแล้ว และได้รับการปกป้องคุ้มครอง ภายใต้พระราชบัญญัติโบราณสถานฯ โดยพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ และ และกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2560 ทั้งนี้ เมื่อคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองพิจารณา เรียบร้อยแล้ว จะส่งเอกสารไปยังศูนย์มรดกโลก ภายในวันที่ 30 ก.ย. นี้ &amp;quot; นายประทีป กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113842</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, เสนออุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพมรดกโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611de1e685ec5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112419</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิบดีกรมศิลป์ตรวจรับ13โบราณวัตถุสหรัฐคืนไทยก่อนจัดแสดงให้ชม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 6 ส.ค.กรมศิลปากรได้รับมอบประติมากรรมรูปเคารพ จำนวน 13 &amp;nbsp;รายการ ซึ่งเป็นของที่ยึดได้จากการดำเนินคดีขบวนการลักลอบค้าโบราณวัตถุข้ามชาติในสหรัฐอเมริกา จากผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ โดยมี นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นประธาน ได้เดินทางมาตรวจรับและร่วมดำเนินการกับภัณฑารักษ์และนักวิทยาศาสตร์อย่างใกล้ชิด ในการตรวจสอบและตรวจพิสูจน์ตามขั้นตอนการรับมอบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ของกรมศิลปากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายประทีป กล่าวว่า วัตถุทั้ง 13 &amp;nbsp;รายการ เป็นรูปเคารพเนื่องในศาสนาพุทธทั้งหินยานและมหายาน ยึดได้จากขบวนการค้าโบราณวัตถุของนายสุภัช คาปูร์ ซึ่งลักลอบนำโบราณวัตถุจากประเทศต่าง ๆ เข้าสู่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยวิธีการที่ผิดกฎหมาย จำนวนทั้งสิ้นมากกว่า 2,500 &amp;nbsp;รายการ โดยหน่วยงานด้านกฎหมายของสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วย หน่วยงานต่อต้านการค้าโบราณวัตถุ สำนักงานอัยการเขตแมนฮัตตัน (Anti Trafficking Unit, Manhattan District Attorney) และสำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งสหรัฐอเมริกา ประจำนครนิวยอร์ก (HSI New York) ได้ร่วมกันดำเนินการสืบสวนคดีดังกล่าวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 &amp;nbsp;จนกระทั่งสิ้นสุดคดี จึงได้ดำเนินการส่งมอบโบราณวัตถุสู่ประเทศต้นทาง โดยได้มีพิธีส่งมอบให้กับฝ่ายไทย คือสำนักงานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 22 &amp;nbsp;เมษายน 2564 &amp;nbsp;การขนส่งประติมากรรมรูปเคารพดังกล่าวกลับสู่ประเทศไทย ได้รับความอนุเคราะห์จาก สำนักงานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก ช่วยดำเนินการบรรจุหีบห่อ และจัดส่งผ่านทางกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ถึงประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 16 &amp;nbsp;กรกฎาคมที่ผ่านมา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo; หลังจากที่กรมศิลปากรได้รับประติมากรรมรูปเคารพและดำเนินการตรวจพิสูจน์ พร้อมทั้งบันทึกสภาพตามขั้นตอนครบถ้วนแล้ว จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการเตรียมการเพื่อนำมาจัดแสดงให้ประชาชนได้เข้าชมศึกษาต่อไป &amp;ldquo; นายประทีป กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112419</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, ประทีป เพ็งตะโก, โบราณวัตถุ13รายการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610cf4e97d805.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
