<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115924</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 17:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 17:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สบส.ฟันคลินิก ย่านวังทองหลาง&quot;ไลฟ์สด&quot; รีแพร์ช่องคลอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
7ก.ย.64- นพ. ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วงที่ผ่านมาสื่อโซเชียลถือว่ามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของประชาชนเป็นอย่างมาก ด้วยเป็นสื่อที่สามารถเข้าถึงง่ายและสามารถส่งผ่านข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การถ่ายทอดสถานการณ์ผ่านแอปพลิเคชั่นเฟซบุ๊ก (Facebook) หรือที่เรารู้จักกันว่าการ &amp;ldquo;ไลฟ์สด&amp;rdquo; นั้น เป็นกระแสที่กำลังมาแรง ซึ่งหากใช้ในเชิงสร้างสรรค์แล้วย่อมเป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่หากเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ทางการค้าหรือเพียงแค่ต้องการเพิ่มจำนวนผู้ติดตามหรือยอดไลค์ก็อาจจะเกิดผลเสียต่อผู้รับบริการและสังคม &amp;nbsp;อย่างกรณี ที่ปรากฏในสื่อโซเชียลว่ามีคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่ง ย่านวังทองหลาง ทำการไลฟ์สดระหว่างให้บริการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด หรือที่ประชาชนเรียกติดปากกันว่าการรีแพร์ (Repair) กรม สบส.ก็มิได้นิ่งนอนใจ สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้วยการไลฟ์สดในลักษณะดังกล่าวอาจจะมีการแอบแฝงโฆษณา หรือมีการแสดงภาพที่ไม่เหมาะสมในระหว่างการรับบริการ ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 มาตรา 38 ในฐานโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุมัติ และโฆษณาโดยใช้ข้อความ เสียง หรือภาพอันเป็นเท็จ โอ้อวดเกินความจริง หรือน่าจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับการประกอบกิจการของสถานพยาบาล ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ โดยพนักงานเจ้าหน้าที่จะเรียกผู้เกี่ยวข้องของคลินิกมาให้ถ้อยคำที่กรม สบส.ก่อนดำเนินการลงโทษตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธเรศ กล่าวต่อว่า การไลฟ์สดรีวิว (Review) บริการของสถานพยาบาลนั้น หลายคนอาจคิดว่าเป็นการให้ความรู้หรือข้อแนะนำบริการมิได้เป็นการกระทำผิดกฎหมาย แต่จากการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่พบว่าในการไลฟ์สดที่ผ่านมานั้น ไม่ว่าจะกระทำโดยบุคลากรของสถานพยาบาลหรือผู้รับบริการก็มักจะมีการแอบแฝงคำพูดโฆษณาเชิญชวนให้เข้ารับบริการกับสถานพยาบาล หรือมีการแสดงภาพที่ไม่เหมาะสม ผิดวัฒนธรรม ศีลธรรมอันดีงาม จึงขอเน้นย้ำให้สถานพยาบาลเอกชนทุกแห่งปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบว่าผู้ให้บริการ หรือผู้รับบริการทำการไลฟ์สดระหว่างรับบริการ หรือรีวิวบริการในสถานพยาบาล จะต้องห้ามปรามหรือทักท้วงให้หยุดการกระทำดังกล่าว หากปล่อยปละละเลยมิห้ามปรามแล้วสถานพยาบาลเองก็จะเข้าข่ายความผิดในฐานยินยอมให้บุคคลอื่นโฆษณาสถานพยาบาลแทนโดยมิได้รับอนุญาต หรือโฆษณาเป็นเท็จ โอ้อวดเกินจริง อีกทั้งแพทย์ผู้ให้บริการก็อาจจะมีความผิดในฐานละเมิดสิทธิ์ของผู้ป่วย และผิดจรรยาบรรณทางการแพทย์อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นเบาะแสการโฆษณาสถานพยาบาลในลักษณะที่เป็นเท็จ โอ้อวดเกินจริง หรือมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมขัดต่อศีลธรรม สามารถแจ้งเบาะแสการกระทำผิดได้ที่สายด่วน กรม สบส. 1426 แต่หากอยู่ในส่วนภูมิภาคก็สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115924</URL_LINK>
                <HASHTAG>-นพ.ธเรศ  กรัษนัยรวิวงค์, กรมสบส., ผู้ประกอบการคลินิกเสริมความงาม, รีแพร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_613190c3590f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สบส.สั่งสอบรพ.เอกชน ย่านสมุทรปราการ เรียกค่าจองเตียงผู้ป่วยโควิดหลักแสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18ก.ค.64-นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า การระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ส่งผลให้เกิดผู้ป่วยรายใหม่อย่างต่อเนื่อง การที่ประเทศไทยจะก้าวผ่านวิกฤติการณ์ในครั้งนี้ ไปได้ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ซึ่งที่ผ่านมาภาครัฐก็ได้มีประกาศให้สถานพยาบาลเอกชน ให้บริการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่่ยง และหากพบผู้ป่วยโรคโควิด 19 ก็ให้ดำเนินการรักษาพยาบาลทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และเมื่อกรม สบส.ได้รับข้อมูลคลืปเสียงว่ามีโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เรียกเก็บเงินหลักแสน เพื่อจองเตียงสำหรับผู้ป่วยโรคโควิด 19 โดยที่ยังไม่มีการรักษาพยาบาลใดๆ จึงมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ของกรม สบส. ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยจากการตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้น กรม สบส.สืบทราบว่าโรงพยาบาลเอกชนดังกล่าว ตั้งอยู่ในย่านเทพารักษ์ จังหวัดสมุทรปราการ จึงมีการประสานงานร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการตรวจสอบข้อมูล และได้มีคำสั่งไปถึงโรงพยาบาลฯ ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำที่ กรม สบส.ภายในสัปดาห์หน้า หากพบว่ามีการเรียกเก็บเงินค่าจองเตียงจริงตามที่ถูกกล่าวอ้าง ผู้รับอนุญาตและผู้ดําเนินการสถานพยาบาลก็จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 มาตรา 36 ในฐานที่ไม่ควบคุมดูแลให้มีการช่วยเหลือเยียวยาผู้ป่วยซึ่งอยู่ในสภาพอันตราย จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีคำสั่งให้ระงับการดำเนินการในลักษณะของกาาเรียกเก็บเงินเพื่อจองเตียงผู้ป่วยโควิด 19 ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ กฎหมายกำหนดให้ประชาชนไทยที่ป่วยด้วยโรคโควิด 19 เป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน ซึ่งสามารถเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลใดก็ได้ทั้งรัฐ และเอกชน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ กรม สบส.จึงขอกำชับให้สถานพยาบาลเอกชนทุกแห่ง ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ให้การรักษาพยาบาลผู้ป่วยโควิด 19 อย่างเต็มความสามารถ ห้ามเอาค่าใช้จ่ายมาเป็นเงื่อนไขในการรักษา โดยเมื่อมีการรักษาพยาบาลผู้ป่วยด้วยโรคโควิด 19 ขอให้สถานพยาบาลจัดเก็บเอกสารหลักฐานค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มาเบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และหากประชาชนประสบปัญหาหรือข้อสงสัยในการเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลของสถานพยาบาลเอกชน ก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วน กรม สบส. 1426&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110176</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, กรมสบส., คลินิก/รพ.เอกชน, จองเตียง, นพ.ธเรศ กรัษนัยรววิวงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210718/image_big_60f3bf0d50aef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
