<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2021 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2021 15:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯทรงเปิดงานออกร้านคณะภริยาทูตครั้งที่ 54</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.64 - สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกา ผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด &amp;ldquo;งานออกร้านคณะภริยาทูตครั้งที่ 54&amp;rdquo; จัดโดยสภากาชาดไทย ร่วมกับ คณะภริยาทูตจากประเทศต่างๆ กว่า 55 ประเทศ รายได้โดยเสด็จพระราชกุศล บำรุงสภากาชาดไทย ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97456</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, คณะภริยาทูต, สภากาชาดไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210327/image_big_605ef1ba09096.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2021 20:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2021 20:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แถลงการณ์สำนักพระราชวัง &#039;กรมสมเด็จพระเทพฯ&#039; ทรงล้ม บาดเจ็บข้อพระบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ม.ค.64 - แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ &amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี ทรงพระประชวร&amp;nbsp; &amp;nbsp; เนื่องจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงประสบอุบัติเหตุ ทรงล้มระหว่างทรงพระดำเนินออกกำลังพระวรกายตามปกติ ในเวลาเช้า เมื่อวันจันทร์ ที่ 11 มกราคม พุทธศักราช 2564 ทรงได้รับบาดเจ็บที่ข้อพระบาททั้งข้างซ้ายและข้างขวา เป็นเหตุให้ทรงพระดำเนินไม่สะดวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าได้ถวายการรักษา และถวายความเห็นว่า ควรจะทรงงดพระราชกรณียกิจต่าง ๆ เป็นเวลาประมาณ 2 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักพระราชวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มกราคม พุทธศักราช 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89487</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสมเด็จพระเทพ, กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สำนักพระราชวัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e0862e320c79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2020 20:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จากแพร่ถึงเชียงราย ไม่ยอมพ่ายแก่โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เรื่องราวในตอนที่ 2 ซึ่งเป็นตอนจบของทริปเที่ยวเหนือเมื่อช่วงวันพ่อแห่งชาติที่ผ่านมา เริ่มต้นด้วยการออกเดินทางจากโรงแรมในตัวเมืองแพร่ไปแวะคุ้มเจ้าหลวง หรือ &amp;ldquo;คุ้มหลวงนครแพร่&amp;rdquo; ที่ประทับของเจ้าพิริยเทพวงษ์ เจ้าผู้ครองนครแพร่องค์สุดท้าย หัวหน้าคณะของเราซึ่งเป็นอดีตนักข่าวผู้อาวุโสสูงยิ่ง มีเชื้อสายมาจากท่านเจ้าหลวงเมื่อสืบย้อนไป 5 รุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คราวเกิดเหตุ &amp;ldquo;เงี้ยวปล้นเมืองแพร่&amp;rdquo; เมื่อ พ.ศ.2445 เจ้าหลวงพิริยเทพวงษ์ไม่สามารถจัดการกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นได้ ก่อนที่ทางกรุงเทพฯ จะส่งกองทหารม้ามาปราบกบฏเงี้ยวและรักษาความสงบ เจ้าหลวงตัดสินใจหนีออกจากเมืองแพร่ไปจนถึงเมืองหลวงพระบาง ราชอาณาจักรลาว ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเจ้ามหาชีวิตลาวและเจ้าอุปราช อีกทั้งยังได้หลานสาวของเจ้าอุปราชเป็นภริยา วาระท้ายๆ ของชีวิตย้ายไปพำนักที่แขวงซำเหนือจนกระทั่งถึงพิราลัยในปี พ.ศ.2452
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตนักข่าวอาวุโสเล่าให้ฟังว่า ก่อนหนีออกจากเมืองแพร่ไปคนละทิศละทาง เจ้าหลวงได้บอกแก่เทียดหรือปู่ทวดของผู้อาวุโส ซึ่งเป็นหนึ่งในบุตรจำนวนหลายคนของท่านให้หนีไปทางภาคอีสาน โดยเอาย่ามใส่ข้าวของให้ 1 ใบ สะพายเดินทางไกลแต่เพียงผู้เดียว จนสุดท้ายไปเป็นนายฮ้อยอยู่ทางนั้นและได้แต่งงานกับสตรีที่ราบสูง ตั้งรกรากและสร้างครอบครัว ให้กำเนิดบุตรหลานจนมาถึงรุ่นอดีตนักข่าวอาวุโส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุ้มเจ้าหลวงแห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 5 ยุคต้น มีลักษณะสถาปัตยกรรมไทยผสมยุโรป เรียกว่า &amp;ldquo;ทรงขนมปังขิง&amp;rdquo; สร้างด้วยอิฐถือปูน 2 ชั้น หลังเหตุการณ์กบฏเงี้ยวก็ได้กลายเป็นจวนข้าหลวงหรือบ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในหลวงรัชกาลที่ 7 และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี รวมถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เคยประทับแรมเมื่อคราวเสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรจังหวัดแพร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปี พ.ศ.2540 กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นประเภทอาคารสถาบันและสาธารณะ ปัจจุบันคุ้มเจ้าหลวงมีชื่อว่า พิพิธภัณฑ์เมืองแพร่ &amp;ldquo;คุ้มเจ้าหลวง&amp;rdquo; มีอนุสาวรีย์เจ้าหลวงพิริยเทพวงษ์อยู่ด้านหน้า เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงนิทรรศการประวัติเจ้าหลวงเมืองแพร่และชายา ข้าวของเครื่องใช้ทั้งที่เคยเป็นของเจ้าหลวงและของโบราณที่พบในจังหวัดแพร่ ไม่เก็บค่าเข้าชม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเคยเดินทางมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนและได้ถ่ายภาพอาคารไว้ เมื่อกลับมาค้นในคอมพิวเตอร์ไม่พบภาพเก่านั้นเสียแล้ว จึงน่าเสียดายที่ไม่มีภาพอาคารให้ชม เพราะครั้งนี้ไม่มีจังหวะกดชัตเตอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีความขัดแย้งกันในข้อมูลเรื่องคุกภายในอาคารซึ่งอยู่ชั้นล่างสุด สูงจากพื้นไม่มาก ทางหนึ่งบอกว่าเป็นคุกคุมขังนักโทษที่กระทำความผิดในสมัยโน้น ข้อมูลอีกทางคือตึกนี้แรกเริ่มได้สร้างขึ้น 3 ชั้น แต่ชั้นล่างเตี้ยประมาณ 2 เมตร นัยว่าจะเป็นชั้นใต้ถุนมากกว่า และว่าในเวลานั้นมีคุกคุมขังนักโทษอยู่แล้วในบริเวณคุ้ม แต่แยกจากตัวอาคาร และตามหนังสือแจ้งกระทรวงมหาดไทยเพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูล เมื่อปี 2444 มีใจความว่าคุกเดิมเป็นที่คับแคบ เจ้าหลวงพิริยเทพวงษ์จึงได้ออกเงินส่วนตัว 637 บาทสร้างคุกใหม่ อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้ว่าห้องชั้นล่างสุดนี้ใช้เป็นที่คุมขังเฉพาะข้าทาสบริวารของเจ้าหลวงเอง ส่วนคุกสำหรับคนทั่วไปก็ขังแยกออกไปอีกแห่ง และก็เป็นไปได้เช่นกันว่ามีการใช้ห้องชั้นล่างนี้สำหรับเก็บเงินและอัฐทองแดงตามการตั้งข้อสังเกตในหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทยบางฉบับในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ที่พักและคาเฟ่ในอาคารเดียวกัน ภาพน่ามองบนถนนไตรรัตน์อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คณะของเราใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ออกจากคุ้มเจ้าหลวงในเวลาเกือบๆ 10 โมงเช้า เดินทางต่อด้วยรถยนต์แบบ SUV จำนวน 2 คัน ผ่านจังหวัดพะเยาโดยไม่ได้พักจอด แวะกินมื้อเที่ยงที่ร้านอาหารริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน อ้อมตัวจังหวัดเชียงราย ตรงขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ หากไม่เลี้ยวที่ไหนก็จะเข้าอำเภอแม่สาย และจังหวัดท่าขี้เหล็กของสาธารณรัฐแห่งสภาพเมียนมา แต่ใครคิดทำเช่นนั้นก็บ้าเต็มที เมื่อถึงอำเภอแม่จัน คณะของเราเลี้ยวซ้ายและขึ้นสู่ดอยแม่สลอง ถึงที่พักเวลาบ่าย 3 นิดๆ เช็กอินแล้วก็ออกไปพบปะสังสรรค์กับอดีตคนข่าวผู้ผันตัวมารับใช้สังคมคนชายขอบ ท่านพี่ผู้นี้ทิ้งเมืองหลวงมาอยู่จังหวัดเชียงรายเสียนานหลายปีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อากาศช่วงเชื่อมต่อระหว่างก่อนและหลังพระอาทิตย์ตกดินต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แจ็กเกตธรรมดาถึงกับเอาไม่อยู่ หากว่าไม่มีซิงเกิลมอลต์และกองไฟเล็กๆ แล้วคงยากจะรับมือกับความหนาวบนดอย และสถานที่ซึ่งท่านพี่อดีตคนข่าวและภรรยาจัดเตรียมไว้ต้อนรับพวกเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันต่อมา คนที่ตื่นตั้งแต่ช่วงพระอาทิตย์ขึ้นรายงานให้ทราบว่า หมอกที่แลเห็นดูจะเป็นหมอกผสมควันไฟอยู่ในปริมาณมากพอสมควร เพราะจมูกรู้สึกได้ การเผาเพื่อเตรียมการเพาะปลูกฤดูใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมแยกตัวจากคณะผู้อาวุโสไปกับท่านพี่อดีตคนข่าวลงไปยังตัวเมืองเชียงราย เพราะได้จองตั๋วบินกลับกรุงเทพฯ จากท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงในวันถัดไป ฝ่ายคณะหลักเดินทางต่อไปดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านพี่อดีตคนข่าวแนะนำโรงแรมให้และขับรถไปส่งถึงที่ โรงแรมอยู่ไม่ไกลจากวัดมิ่งเมืองและหอนาฬิกา มีห้องว่างอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะเวลานี้คือช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานของโควิดนำเข้าจากท่าขี้เหล็ก เช่นเดียวกับเป็นช่วงไฮซีซั่นเที่ยวเหนือ ทำให้มีผู้จองห้องพักแจ้งยกเลิกเฉลี่ยแต่ละแห่งประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนแวะดื่มชาเลือดมังกรและหอมหมื่นลี้ระหว่างทางลงดอย หนุ่มเจ้าของคาเฟ่ผู้ช่างเจรจาบอกว่าหญิงงามเมืองผู้เสี่ยงเข้าไปรับเชื้อโควิดในโรงแรมฝั่งท่าขี้เหล็ก รับเงินกันคนละประมาณ 250,000 ต่อเดือน ขณะที่การท่องเที่ยวเสียหายทันทีคงจะหลายร้อยล้านบาทหลังมีข่าวว่าพวกหล่อนนำเชื้อกลับเข้าประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเช็กอินแล้วออกไปกินมื้อเที่ยง กลับโรงแรมไปงีบหลับตามสูตรสุขภาพดีของชาวลาติน (ทั้งยุโรปและอเมริกา) เมื่อเรี่ยวแรงกลับมาเต็มร้อยก็พร้อมเดินชมวัดในระยะทางที่พอเดินได้ โดยเริ่มต้นที่วัดมิ่งเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ขนาดไม่ใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ แต่โบราณสถานทั้งวิหารและเจดีย์มีความงดงามยิ่ง เป็นศิลปะผสมล้านนาและพม่า ประวัติการสร้างวัดตามเว็บไซต์ต่างๆ ดูจะขัดแย้งกันอยู่ ข้อมูลที่ตรงกันคือเคยถูกเรียกว่าวัดช้างมูบ (ช้างหมอบ) และวัดเงี้ยว (ไทใหญ่) คราวหนึ่งในการบูรณะเจดีย์ของวัดได้พบจารึกบนแผ่นเงินเป็นภาษาพม่า หากเป็นความจริงอย่างจารึกว่า วัดนี้ก็มีอายุเท่ากับเมืองเชียงราย (ราว 750 ปี) นอกจากนี้องค์พระประธานปูนปั้นศิลปะเชียงแสนสิงห์ 1 ยุคต้น มีอายุมากกว่า 400 ปี ผ่านการซ่อมแซมมาแล้วหลายครั้ง นามว่า &amp;ldquo;หลวงพ่อพระศรีมิ่งเมือง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(มุมหนึ่งในวัดมิ่งเมือง จังหวัดเชียงราย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จากวัดมิ่งเมืองผมเดินขึ้นเหนือไปกิโลกว่าๆ ผ่านทางขึ้นวัดดอยงำเมืองไปไม่ไกลก็ถึงทางขึ้นวัดพระธาตุดอยจอมทอง หนึ่งใน &amp;ldquo;พระธาตุ 9 จอม&amp;rdquo; ของจังหวัดเชียงรายซึ่งกระจายอยู่ในหลายอำเภอ สันนิษฐานว่าวัดสร้างขึ้นก่อนพญามังรายเสด็จมาและบัญชาให้สร้างเมืองเชียงรายในปี พ.ศ.1805 องค์พระเจดีย์ประธานของวัดสร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่พระมหาเถระชาวลังกานำมาถวายแด่กษัตริย์ของแคว้นโยนกราว 300 ปีก่อนการสร้างเมืองเชียงราย ผมกราบพระธาตุแล้วเข้าไปกราบพระพุทธรูปในวิหาร พระสงฆ์รูปหนึ่งนำไม้เรียวหวดเข้าที่ก้นของสามเณรประมาณ 5 ครั้ง ซึ่งคงทำผิดวินัยอะไรบางอย่าง เห็นภาพนี้เข้าผมก็รีบเดินลงจากวิหาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พระเจดีย์ประธานของวัดพระธาตุดอยจอมทอง จังหวัดเชียงราย ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ติดกับวัดพระธาตุดอยจอมทองมีเสาสะดือเมืองเชียงราย (เสาหลักเมือง) สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2530 ป้ายข้อมูลเขียนไว้ว่า &amp;ldquo;...เสาสะดือเมืองเชียงราย สร้างในรูปแบบศิลปะขอมแบบพนมบาแกง โดยยึดตามรูปแบบสมมติของจักรวาล หันหน้าไปสู่ทิศตะวันออก ...ตัวเสาสะดือเมืองตั้งโดดเด่นดั่งเขาพระสุเมรุ อยู่บนฐานสามเหลี่ยมยกพื้นสูง ซึ่งเปรียบเสมือนตรีกูฏบรรพต หรือผา 3 เส้า มีเสาบริวารล้อมรอบจำนวน 108 ต้น โดยตัวเสาสะดือเมืองมีขนาดใหญ่เท่ากับ 5 กำพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ซึ่งเป็นไปตามคติความเชื่อของล้านนาโบราณที่จะต้องสร้างเสาสะดือเมืองให้มีขนาดใหญ่เท่ากับ 5 กำพระหัตถ์ และมีความสูงเท่ากับส่วนสูงของพระวรกายของพระมหากษัตริย์&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสร็จจากสักการะเสาสะดือเมืองแล้ว ผมเดินย้อนกลับทิศทางเดิมไปสัก 300 เมตร ก็เลี้ยวไปทางใหม่เพื่อเข้า &amp;ldquo;วัดพระแก้ว&amp;rdquo; บนถนนไตรรัตน์ ป้ายบริเวณทางเข้าวัดเขียนไว้ว่า &amp;ldquo;ชื่อเดิม &amp;ldquo;ญรุกขวนาราม&amp;rdquo; ซึ่งแปลว่าวัดป่าญะหรือป่าเยียะ (ป่าไผ่ชนิดหนึ่ง) เป็นวัดสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยได้พบพระแก้วมรกตหลังจากที่ฟ้าได้ผ่าองค์พระเจดีย์พังทลายลงในปี พ.ศ.1977 วัดนี้จึงได้ชื่อใหม่ว่าวัดพระแก้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกป้ายใกล้ๆ กันเขียนประวัติพระแก้วมรกต &amp;ldquo;ตำนานรัตนพิมพ์วงศ์ กล่าวไว้ว่า เมื่อประมาณ พ.ศ.300 เทวดาได้สร้างพระแก้วมรกตถวายพระนาคเสนเถระที่เมืองปาฏลีบุตร (ปัจจุบันเรียก ปัตนะ) ประเทศอินเดีย ต่อมาได้อัญเชิญไปไว้ที่เมืองลังกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในสมัยพระเจ้าอโนรธามังช่อ (พระเจ้าอนุรุทธะ) แห่งเมืองพุกามได้ส่งสมณทูตไปขอจากเจ้าเมืองลังกาซึ่งถูกพวกทมิฬรุกราน จึงมอบพระแก้วมรกตพร้อมพระไตรปิฎกให้ แต่สำเภาที่บรรทุกได้พลัดหลงไปเกยอยู่ที่อ่าวเมืองกัมพูชา พระแก้วมรกตจึงตกเป็นของกัมพูชา และต่อมาได้ถูกนำไปไว้ที่เมืองอินทาปัฐ (นครวัด) กรุงศรีอยุธยา และกำแพงเพชร ตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อประมาณ พ.ศ.1933 พระเจ้ามหาพรหม เจ้าเมืองเชียงรายได้ไปอัญเชิญพระแก้วมรกตมาจากเมืองกำแพงเพชร และนำมาซ่อนไว้ที่เจดีย์วัดป่าเยียะ เมืองเชียงราย กระทั่ง พ.ศ.1977 อสนีบาต (ฟ้าผ่า) เจดีย์ จึงได้ค้นพบพระแก้วมรกต ต่อมาได้ถูกอัญเชิญไปไว้เมืองต่างๆ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมืองเชียงราย พ.ศ.1934-1979, เมืองลำปาง พ.ศ.1979-2011, เมืองเชียงใหม่ พ.ศ.2011-2096, เมืองลาว (หลวงพระบางและเวียงจันทน์) พ.ศ.2096-2321, กรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ.2321-ปัจจุบัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พระหยกเชียงราย หรือพระแก้วมรกตจำลอง วัดพระแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเข้ากราบ &amp;ldquo;พระหยกเชียงราย&amp;rdquo; หรือพระแก้วมรกตจำลองที่ประดิษฐานในหอพระหยก เดินชมภายในบริเวณวัดอยู่ครู่หนึ่ง ขณะนี้เวลาเย็นมากแล้วจึงไม่ได้เดินไปยังวัดพระสิงห์ อีกวัดสำคัญของชาวเชียงรายที่อยู่ไม่ไกลกัน แต่เลือกเดินลงใต้ไปตามถนนไตรรัตน์แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนอุตรกิจ เลี้ยวขวาที่หอนาฬิกาเก่าผ่านตลาดสด ผัก ผลไม้ และอาหารพร้อมรับประทาน ลงใต้ไปอีก 350 เมตรถึงหอนาฬิกาใหม่ ท้องก็หิวพอดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากพินิจร้านอาหารบนถนนบรรพปราการอยู่ครู่หนึ่งก็ปล่อยผ่านไป เพราะดูๆ แล้วออกไปทางร้านเหล้ามากกว่า อีกทั้งช่วงย่ำสนธยายังแทบไม่มีลูกค้า จึงเดินต่อไปอีกราวครึ่งกิโลเมตรถึงเชียงรายไนท์บาซาร์ เข้าโซนร้านอาหารลักษณะคล้ายฟู้ดคอร์ตขนาดใหญ่ หลังคาเปิดโล่งบริเวณตรงกลางที่เต็มไปด้วยโต๊ะนั่ง แต่แทบไม่มีคน อาจเป็นเพราะว่ายังหัววันเกินไป ผมซื้อสตรอว์เบอร์รีตัดแต่งในแก้วพลาสติกมานั่งกิน 1 แก้วแล้วก็เดินออกมา สำรวจโซนดื่มกินใกล้ๆ โรงแรมวังคำที่ขึ้นป้ายลดราคาเหลือคืนละ 600 บาท โซนนี้เต็มไปด้วยร้านนวด บรรดาคุณหมอส่งเสียงเรียกผมเป็นภาษาอังกฤษให้ระงม คงคิดว่าใบหน้าที่ซ่อนไว้หลังหน้ากากอนามัยเป็นฝรั่งตัวเล็ก ไม่ก็ชาวญี่ปุ่นหรือเกาหลี มีกล้องถ่ายรูปห้อยคอและหมวกแก๊ปบนศีรษะเป็นอุปกรณ์เสริมที่ทำให้เหล่าคุณหมอคิดเช่นนั้น พอผมเปิดหน้ากากเฉลย พวกเธอก็เปลี่ยนเสียงร้องเรียกเป็นภาษาไทยและระดับเสียงยิ่งดังขึ้นกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(หอนาฬิกา (ใหม่) บนถนนบรรพปราการ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผมเดินออกไปยังถนนเจ็ดยอดซึ่งพุ่งตรงลงทิศใต้มาจากหอนาฬิกา เพื่อสำรวจบาร์ที่ตั้งเรียงกันอยู่เป็นแถวริมถนน ปกติบริเวณนี้เป็นย่านของนักดื่มต่างชาติ มันจึงดูเงียบเหงาวังเวง ไร้พลังงานและสีสัน ผมตัดสินใจแวะกินมื้อเย็นในร้านอาหารข้าวแกงขนาดใหญ่ร้านหนึ่งบนถนนบรรพปราการ แล้วเดินกลับโรงแรม อาบน้ำ ดูข่าวสารในทีวี แล้วคิดจะนอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาทบทวนดู เราจะยอมจำนนให้กับโควิด-19 ด้วยการเก็บตัวในห้องพักเมื่อยามเดินทางมาต่างเมืองเช่นนี้ได้ลงคอเชียวหรือ? ถ้าเราเกรงกลัว มันก็จะชนะเราโดยที่ไม่ต้องทำให้เราติดเชื้อด้วยซ้ำ คิดได้ดังนี้ก็สวมเสื้อตัวหนาแขนยาว ใส่หน้ากากออกจากโรงแรม แล้วพบตัวเองในซอยพิสิทธิ์สงวน ใกล้ๆ หอนาฬิกา เลือกร้านดื่มกินที่ลูกค้าไม่หนาแน่น ความจริงแทบไม่มีร้านไหนเลยที่คนหนาแน่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หญิงสาวเสิร์ฟเบียร์แล้วหยุดยืนคุยเมื่อทราบว่าผมเป็นนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ เธอบอกว่าช่วงนี้มีลูกค้าเฉพาะคนในพื้นที่และขอให้ผมไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องโควิด ร้านแถวนี้มีแต่ลูกค้าวัยทำงาน เป็นคนที่ระมัดระวังตัว หากดื่มในละแวกนี้ถือว่าไม่มีความเสี่ยง ไม่เหมือนกับโซนที่เรียกว่าซอยโลกีย์ ใกล้ห้างใหญ่ แถวนั้นเด็กวัยรุ่นเที่ยวกันเยอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้านของเธอมีหุ้นส่วนหลายคน ล้วนเป็นเพื่อนที่เรียนหนังสือมาด้วยกัน ทุกคนอายุเท่ากัน จึงนำปีเกิดคริสต์ศักราชมาตั้งเป็นชื่อร้าน เธอยืนคุยอยู่หลายนาทีจนผมเผลอพูดออกไปว่า &amp;ldquo;เชิญน้องดูแลโต๊ะอื่นตามสบายเลยนะ&amp;rdquo; หลังจากนั้นเธอก็ไม่แวะมาที่โต๊ะผมอีกเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หมดขวดที่ 2 ผมเรียกเก็บเงินแล้วเดินไปอีกร้านที่อยู่ใกล้ๆ กัน หนุ่มนักดนตรีเล่นกีตาร์อะคูสติกและมีเสียงร้องที่ไพเราะมาก น่าเสียดายที่เขาประกาศออกมาว่าเพลงที่เล่นอยู่เป็นเพลงสุดท้าย ผมให้กำลังใจไป 100 บาท นึกว่าเขาจะแถมให้สักเพลง แต่พอจบเพลงเขาก็เก็บเครื่องดนตรีเดินมาขอบคุณแล้วออกจากร้านไปตอนที่วิสกี้ไฮบอลจากญี่ปุ่นของผมพร่องลงไปยังไม่ถึงครึ่งแก้ว ลังเลว่าหมดแก้วนี้ก็จะกลับ แต่พอได้ฟังเพลงที่เปิดต่อเนื่องกันสองสามเพลงก็ตัดสินใจนั่งต่อพร้อมกับเบอร์เบินออนเดอะร็อกอีก 1 แก้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันต่อมาหลังมื้อเช้าและกาแฟ ผมก็เช็กเอาต์จากโรงแรม เรียก Grab ไปยังสนามบิน โดยเที่ยวบินกลับกรุงเทพฯ ช่วงสายๆ วันที่ 8 ธันวาคม มีผู้โดยสารประมาณ 30 คนเท่านั้น หลายคนคงยกเลิกทั้งเที่ยวบินมายังเชียงรายและเชียงรายกลับกรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุเพราะมีแก๊งหญิงไทยใจกล้าข้ามช่องทางธรรมชาติไปหาโควิด-19.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87362</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, ทรงขนมปังขิง, เบื้องหน้าที่ปรากฎ, แพร่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088baf5c3e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86815</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2020 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2020 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ชีวิตยามอยู่บ้าน”ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ชุดใหม่กรมสมเด็จพระเทพฯ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ชุดใหม่กว่า&amp;nbsp;700&amp;nbsp;ภาพ ทรงบันทึกไว้ระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ในช่วงปี&amp;nbsp;2561-2562&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปีนี้ได้จัดภายใต้ชื่อนิทรรศการ&amp;quot;ชีวิตยามอยู่บ้าน :&amp;nbsp;Life@Home&amp;quot;&amp;nbsp;ให้ประชาชนได้มีโอกาสชื่นชมพระอัจฉริยะภาพของกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ หอศิลปวัฒนธรรม แห่งกรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดนิทรรศการครั้งนี้นับเป็นครั้งที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ที่ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ให้สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มาจัดแสดง แม้จะทรงงานหนักเพียงใด ก็ยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณไม่เคยขาด ประชาชนรอคอยทุกๆ ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเปิดนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์&amp;rdquo;ยามอยู่บ้าน:Life @Home&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดงานนิทรรศการและทรงบรรยายภาพถ่ายฝีพระหัตถ์&amp;rdquo;ชีวิตยามอยู่บ้าน&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยมีคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี รองประธานกรรมการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน),&amp;nbsp;ฐาปน สิริวัฒนะภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟฯ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ดาว วาสิกศิริ นายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยฯ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นิติกร กรัยวิเชียร เลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมการถ่ายภาพและภัณฑารักษ์ของงาน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เฝ้าฯ รับเสด็จ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในนิทรรศการภาพถ่ายประกอบไปด้วยภาพแขวนผนัง&amp;nbsp;145&amp;nbsp;ภาพ ภาพขนาดเล็กในห้อง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เหลี่ยม จำลองบรรยากาศสวนและเสียงนก จำนวน&amp;nbsp;546&amp;nbsp;ภาพ และภาพขนาดใหญ่ (Art wall) จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ภาพ แต่ละภาพนอกจากสวยงามทรงคุณค่าทางศิลปะการถ่ายภาพแล้ว ยังสะท้อนถึงมุมมองจากสายพระเนตรที่ทรงประสบพบเห็นสิ่งต่างๆ ที่ทรงสนพระราชหฤทัยถ่ายทอดบอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย อีกทั้งให้ข้อคิดเตือนใจแก่ทุกคนที่ได้ชมภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การนี้ ทรงบรรยายภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ประจำปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ความว่า หนังสือภาพถ่ายเล่มนี้ตั้งชื่อว่า &amp;ldquo;ชีวิตยามอยู่บ้าน&amp;rdquo; &amp;nbsp; ปีนี้มีโอกาสไปต่างประเทศ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง คือ สิงค์โปรและอินเดีย&amp;nbsp; แต่สิงค์โปรไม่มีภาพในนิทรรศการครั้งนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อกลับเมืองไทยโรคโควิดกำลังแพร่ ไม่ได้ออกนอกบ้านประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือน หลังจากเดือนพฤษภาคมแล้ว แพทย์บอกว่า พอให้ออกไปข้างนอกหรือพบผู้คนได้ &amp;nbsp;ส่วนที่วางแผนไปต่างประเทศไว้มากมายเป็นอันว่า จบสิ้นกันไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทรงบรรยายว่า ปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ช่วงปลายเดือนกันยายนถึงเดือนมกราคมได้ไปที่สาธารณรัฐประชาชนจีน รับเครื่องอิสริยาภรณ์ รัฐมิตราภรณ์ เป็นเครื่องอิสริยาภรณ์ที่ให้แก่มิตรหรือเพื่อนที่สำคัญ ไปรับเสร็จแล้ว ต้องให้มาร่วมงานวันสถาปนาสาธารณรัฐจีนครบ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ปี อยู่จนกระทั่งถึงวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตุลาคม วันสถาปนา เป็นเกียรติที่ได้รับเชิญไปร่วมงาน แต่ว่าไม่ค่อยจะเห็นอะไร คนที่ดูทีวีอยู่บ้านจะเห็นขั้นตอนและมีคำบรรยาย จะรู้ชัดมากกว่า เอากล้องกดไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภาพ &amp;quot;ไปดูการสวนสนามวันชาติจีน แต่ถ่ายรูปออกมาไม่รู้เรื่องเลย&amp;quot; &amp;nbsp;รูปอะไรก็ไม่ทราบคล้ายกับแอร์โชว์ที่เขาโฆษณาในทีวี ก่อนหน้านี้ อยากดูมาก เขาจะทำไว้สวยงามมาก แต่พอถ่ายจริงๆ ออกมาเป็นอย่างนี้ เขาพ่นควันและมีเครื่องบินนิดหน่อย บางตอนก็ปล่อยนกออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ภาพ &amp;quot;ไปดูพาเหรดวันชาติ&amp;quot; &amp;nbsp;รูปนี้ข้างหน้าเป็นพวกผู้ใหญ่จีน มาทุกหน่วยงาน มีหน่วยรถถัง และยุทโธปกรณ์ต่างๆ เหมือนการสวนสนามของทหาร ใหญ่และใช้เวลานานมาก ก็ดีในช่วงเวลานั้นได้พบคนหลายคนที่เคยพบ ที่ไม่ได้เจอกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปีก็ได้เจอ ได้ทักทายกัน มีการแสดงของผู้คนของมณฑลต่างๆ ของนักเรียนเด็กๆ เป็นการสวนสนามที่ยิ่งใหญ่มาก อันนี้มีสัญลักษณ์โอลิมปิค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ&amp;rdquo;น้องละมุนละไมฉลองฮัลโลวีน&amp;rdquo; สุนัขทรงเลี้ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลุ่มภาพสุนัขและแมวทรงเลี้ยง รวมถึงสัตว์นานาชนิดในวังสระปทุม ทรงบรรยายว่า จะเห็นตลอดนิทรรศการนี้ เพราะว่าอยู่บ้านก็ถ่ายหมู หมา แมว แมลงไปเรื่อยๆ ต้นหมากรากไม้ แต่ว่าที่จริงตรงนั้นไม่ทำงานก็ไม่ใช่ ก็กังวลด้านการศึกษษ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะว่าเวลาทางการปิดทุกสิ่งทุกอย่าง ก็ปิดโรงเรียนไปด้วย เขาบอกห้ามเข้าโรงเรียน ทุกคนให้เรียนจากคอมพิวเตอร์ เรียนจากทีวี แต่ว่านักเรียนที่ดูแลอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ไม่มีคอมพิวเตอร์&amp;nbsp; ทีวี จะหาให้ ก็สัญญาณไม่มี ลำบาก อาหารการกินก็น่าห่วง ส่วนมากเด็กจะไปรับประทานอาหารที่โรงเรียน แต่ก็มีการเพาะปลูก ทำของเพื่อรับประทานเองที่บ้านก็ดีพอสมควร จะไปส่งเสริมในหมู่บ้านของนักเรียน ก็พยายามช่วยเรื่องเครื่องเขียน สมุดปากกา หนังสือ ก็มีคนบริจาคจัดเป็นชุดและรวมสื่อที่ทำไว้นานแล้ว หนังสือ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;พรรษา ก็เอามาบางส่วน ให้เรียนสหกรณ์ เรียนภาษา &amp;nbsp;บางคนพออ่านออกเขียนได้ก็ช่วยกันไป เท่าที่ช่วยกันทำได้ มีเมล็ดพันธุ์ให้เพาะปลูก หัดเพาะถั่วงอก ต้องคอยติดต่องานทางมือถือหรือไลน์ แต่ไม่ค่อยได้ จะกดผิดกดถูกตามประสาคนไม่ค่อยได้ใช้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนภาพ &amp;quot;น้องละมุนฉลองฮัลโลวีน&amp;quot; วันฮาโลวีนที่ถ่ายคุณละมุนละไม ใช่ว่าจะได้รูปอย่างนี้ง่ายๆ จะถ่ายรูปท่านพวกนี้ต้องมีขนม อย่างรูปนี้ก็ต้องถือกล้องและมีขนมปังเสียบไว้ตรงกล้องให้เขาดู เผื่อว่า พอถ่ายแล้วจะมีโอกาสได้ลิ้มรส ต้องมีของสังเวยกันตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาพ &amp;quot;น้องฮ้อเซียงโกวดมดอกไม้&amp;quot; มีน้องใหม่ชื่อน้องฮ้อเซียงโกวอายุไม่ถึงขวบ มาตั้งแต่สองเดือน เป็นหมาคอลลี่ ตอนแรกนึกว่า ละมุนจะโกรธที่มีหมาตัวใหม่ แต่ละมุนนี่เอาฮ้อนอนบนขาละมุน ตอนหลังละมุนหน้ายับ น่าแกล้ง กัดละมุนหน้ายืด คอยเดินหากัน เอาหัวจ่อมาปรึกษากัน ฮ้อเซียงโกว เป็นชื่อของหนึ่งในแปดเซียนซึ่งเป็นเซียนผู้หญิงท่านเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ภาพแมวทรงเลี้ยงจัดแสดงในรูปแบบ Art Wall&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพ &amp;quot;ป้ายชื่อที่เกาะเกร็ดคู่กับอีกป้ายว่า กูไม่ไหวแล้วโว้ย โปสเตอร์ท่องการกระจายกริยาไวยากรณ์เยอรมัน วังสระปทุม&amp;quot; มีป้ายซื้อมาอยู่นานแล้ว ซื้อมาจากเกาะเกร็ด เขามีป้ายอันนึงเขียนว่า &amp;ldquo;อะไรๆ ก็กู&amp;rdquo; ก็เลยซื้อมา แล้วมีอีกแผ่นเขียนว่า &amp;ldquo;กูไม่ไหวแล้วโว้ย &amp;rdquo; อยู่ด้านบน (ทรงพระสรวล) ส่วนข้างล่างเป็นโปสเตอร์ท่องการกระจายกริยาไวยกรณ์เยอรมัน แต่จำไม่ได้เพราะไม่ค่อยได้ดู ติดไว้เฉยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนภาพ &amp;quot;พระเอกตลอดกาลของเรา&amp;quot; เป็นรูปของ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล พระเอกใหญ่ประจำงาน แค่นี้ก็ดีใจที่ท่านมาอีก และได้เตรียมกล้องเพื่อมาถ่ายอีกครั้ง ตอนนี้ไม่แน่ใจว่ามีรูปท่านกับภาพพริกปู่เมธกี่ครั้ง กำลังดูว่าจะให้ยืนตรงไหน เพื่อไม่ให้บังกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ร่วมงานนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ที่ จ.อุทัยธานีในงานครั้งนี้ &amp;nbsp;ทรงบรรยายความว่า ภาพ &amp;quot;ฮกแซตึ๊ง บรรพบุรุษของเจ้าของ&amp;quot; ในนิทรรศการนี้ก็แปลก มีรูปมาจากอุทัยธานีหลายรูปอยู่เหมือนกัน รูปนี้อยู่ในร้านขายยาเก่าของอุทัยธานี ชื่อ&amp;rdquo;ฮกแซตึ๊ง&amp;rdquo; รู้จักมาแต่เด็กๆ แต่ตอนหลังไม่ได้ขายยาแล้ว ค่อนข้างทรุดโทรมเจ้าของตกลงจะยกให้ คิดว่า ถ้าซ่อมแล้วจะสวยงามและจะเป็นประโยชน์กับคนในจังหวัดอุทัยธานี ก่อนหน้านี้ มีศูนย์วงเดือนมาจากคุณป้าวงเดือน อาคมสุรฑัณฑ์ ถวายที่ดินเปล่ามาให้ ก็มาสร้างอาคารและอบรมกับ กศน.สอนวิชาการต่างๆ ให้กับชาวบ้าน ทำกับข้าว ประดิษฐ์ ดนตรี มีครูจากกรุงเทพฯ อุทัยธานี นครสวรรค์มาสอน ชาวบ้านได้ความรู้ คนมาเยี่ยมเยอะแยะ อยากขยายมาทำที่ฮกแซตึ๊ง นอกจากที่ ก็มีตู้ยาจีนซึ่งสวยงามแบบดั้งเดิม ถ้าซ่อม เราคงไม่ขายยา แต่ขายยาหม่อง ลูกประคบ และหัดทำอะไรให้ชาวบ้าน ข้างหลังเป็นที่ว่างโล่ง เป็นสวนตะพาบน้ำหรือเต่า จะจัดสวนให้ดูดีให้คนมาศึกษา และพักผ่อนหย่อนใจ กำลังสำรวจและขุดดูรากฐานว่ามีความแข็งแรงอยู่หรือเปล่า พบเศษถ้วยชาม ของโบราณ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ภาพ &amp;quot;ฮกแซตึ๊ง บรรพบุรุษของเจ้าของ&amp;quot; ทรงบันทึกที่จ.อุทัยธานี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนภาพ&amp;rdquo;ร้านกาลครั้งหนึ่ง ณ อุทัยธานี &amp;ldquo; เดินไปเดินมาก็เจอ ร้านกาลครั้งหนึ่ง ณ อุทัยธานี เปิดดูข้อมูลในอินเตอร์เน็ต มีเล่าเรื่องของร้าน มีหนังสือต่างๆ น่าสนใจมาก เจ้าของนอนอยู่ในซอกตู้ ชะโงกดูคนขายอยู่หรือเปล่า เผอิญซื้อหนังสือที่ชอบมากอยู่เล่มหนึ่ง ชื่อ &amp;ldquo;ยังดีที่มีแมว&amp;rdquo;รู้สึกว่าตรงกับใจ อย่างน้อยยังมีแมวเก่าแก่ คือ ใบตอง ซึ่งร้ายชอบไล่แมวอื่น เป็นเจ้าถิ่น ใบตองเคยหายไปหนหนึ่ง เอาป้ายติด วันนั้นกลัวมาก ถ้าไม่ได้ใบตองคืนมา จะต้องมีคนหวังดี เอาแมวเทาๆ ลายๆ มาให้สักร้อยตัว ก็จะแย่แน่ แต่ได้ใบตองกลับมาเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทรงบรรยายภาพ &amp;quot;ดอกไม้สวนปทุมอก&amp;nbsp;Baobab Adansonia Digitata Flower&amp;quot;&amp;nbsp;เป็นรูปดอก&amp;nbsp;Baobab Adansonia Digitata Flower&amp;nbsp;ซึ่งมี&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ชนิด ที่สวนปทุมมีครบ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ชนิด หายากมาก ไปมาดากัสการ์ได้ต้นไม้หลายชนิดที่ห้ามเอาออก แต่ประธานธิบดีเซ็นออกให้เอง เพราะพูดภาษาฝรั่งเศสได้ มีประโยชน์แบบนี้ ต้นโตนี้เขาว่า อยู่ได้เป็นพันพันปี&amp;nbsp;,2,000 3,000&amp;nbsp;ปี ก็อยู่ได้ ต้น&amp;nbsp;Baobab&amp;nbsp;มีประโยชน์ในทุกส่วน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ภาพถ่ายทรงบันทึกไว้ครั้งเสด็จฯ ไปอินเดีย ทรงบรรยาย ความว่า ภาพ &amp;quot;Taj Falaknuma Palace&amp;nbsp;ไฮเดอราบัด&amp;quot; เพื่อนเที่ยวอินเดีย ถ่ายรูปส่งมาโชว์ว่า ไปพักที่โรงแรมนี้ สวยงามมาก&amp;nbsp;Taj Falaknuma Palace&amp;nbsp;อยู่ไฮเดอราบัด เป็นวังเก่าที่เจ้านายมีความรู้และความสามารถ ในนั้นจะมีห้องสมุด ห้องรับประทานข้าว ห้องรับแขก ห้องนอน ยังเก็บไว้ส่วนหนึ่งที่ไม่มีคนอยู่แล้ว เหมือนพิพิธภัณฑ์ อยากไปบ้าง ตั้งใจจะไปที่นี่โดยเฉพาะ เจ้าของใจดี อยากจะหยิบหนังสืออะไรในตู้ดูได้ทั้งนั้น มีหนังสือหลายภาษามาก ถ้ามีเวลาอีกเพลิดเพลิน ไม่ต้องไปท่องเที่ยวที่ไหน ดูแค่โรงแรมนี้ก็สนุกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับภาพ &amp;quot;โรงแรมรูปปลา&amp;quot; ตอนแรกบรรยายภาพเขียนว่า &amp;quot;โฮเต็ลรูปเครื่องบิน&amp;quot; ทีมงานบอกไม่ใช่ มันเป็นรูปปลา ก็ไปดูมาแล้ว ถ่ายรูปมาเหมือนกัน มันเป็นปลา ไม่ใช่เป็นเครื่องบิน ก็แน่ใจ สมัยเด็กจำได้ว่า เคยพรีเซ็นต์งาน ครูให้เลือกประเทศ ค้นคว้า พรีเซ็นต์งาน เลือกออสเตรเลีย ในรูปเห็นไกลๆ เป็นแกะเต็มทุ่งไปหมด ไม่ได้ทันศึกษาให้ดี&amp;nbsp; ก็บรรยายว่า นี่คือ รูป &amp;quot;แรด&amp;quot; ในที่สุดตอนเพื่อนวิจารณ์จะบรรยายหรือจะทำนิทรรศการ ควรจะศึกษาให้ดีเสียก่อน ไม่ใช่เห็นแกะเป็นแรดแบบนี้ นี่ก็กลับเหมือนเดิมเห็นปลาเป็นเครื่องบิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรงบรรยายว่า ที่ไปอินเดียเดินทางด้วยทางรถยนต์ไกลมาก โขยกเขยก อาหารต้องกินในรถ กว่าจะไปถึงหอดูดาว มีกล้องดูดาวที่ใหญ่กว่าของไทย กำลังคิดเรื่องของความสัมพันธ์ทางวิทยาศาสตร์กับอินเดีย และน่าจะได้ผลในเรื่องดาราศาสตร์นี้ ปีหน้ากะจะไปหอดูดาวอีก แต่ว่ายังฟาวล์เสียก่อน เพราะโรคโควิด ซึ่งเปรียบเสมือนควายขวิด ส่วนภาพ &amp;quot;พระอาทิตย์ตกดินที่หอดูดาวเทวาสถล&amp;quot; ไปถึงตอนพระอาทิตย์ตกดินที่หอดูดาวก็สวยงามมาก มีศาลพระศิวะ เขียนคำอ้อนวอนพระศิวะ เป็นภาษาสันสกฤต&amp;nbsp;&amp;nbsp;เชิญถ่ายภาพในนิทรรศการได้ตามสบาย หวังว่าจะสนุกกับการชมภาพ แม้ว่าจะล็อคดาวน์อยู่บ้าน แต่ก็ถ่ายๆ จำไม่ได้ว่า ถ่ายอะไร บรรยายผิดถูกไปบ้างก็คงให้อภัย เพราะเดี๋ยวนี้ความจำไม่ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ หัวข้อ &amp;ldquo;ชีวิตยามอยู่บ้าน:&amp;nbsp;Life@Home&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดให้เข้าชมถึวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ก.พ. (หยุดทุกวันจันทร์)&amp;nbsp; เวลา&amp;nbsp;10.00-19.00&amp;nbsp;น. และมีการจำหน่ายหนังสือภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ &amp;ldquo;ชีวิตยามอยู่บ้าน:&amp;nbsp;Life@Home&amp;rdquo;เล่มละ&amp;nbsp;900&amp;nbsp;บาท ณ ห้องนิทรรศการ ชั้น&amp;nbsp;9&amp;nbsp;หอศิลป์ กทม.&amp;nbsp;&amp;nbsp;และศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งนี้ รายได้ทั้งหมดนำขึ้นทูลเกล้าถวาย โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86815</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, ชีวิตยามอยู่บ้าน, นสพ.ไทยโพสต์, นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์, สมาคมภาพถ่ายแห่งประเทศไทยฯ, ไทยเบฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201214/image_big_5fd70e6c940e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พระเทพ’พระราชทานพรปีใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานพรปีใหม่แก่ชาวไทย &amp;ldquo;สวัสดีปีฉลูวัว พ.ศ.๒๕๖๔&amp;rdquo; เชิญภาพฝีพระหัตถ์ &amp;ldquo;ปีฉลู&amp;rdquo; มาปักบนกระเป๋าเสื้อโปโลและทีเชิ้ตทั้ง 9 สี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในปีฉลู พ.ศ.2564 นี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานภาพฝีพระหัตถ์รูปวัว หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส มาปักบนกระเป๋าเสื้อโปโล 5 สี และเสื้อทีเชิ้ต 4 สี เสื้อทั้งหมดจะออกจำหน่ายเป็นของขวัญปีใหม่ พ.ศ.2564 นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากพระราชทานภาพฝีพระหัตถ์แล้ว สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพรปีใหม่แก่ชาวไทยทุกท่าน &amp;ldquo;สวัสดีปีฉลูวัว พ.ศ.๒๕๖๔&amp;rdquo; ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปีที่แล้วโรคร้ายหมายชีวิต มีคนติดทั่วโลกอยู่มากมาย คนยังอยู่จนยากลำบากกาย ที่ทุกข์คลายเพราะความรักสามัคคี ปีฉลูวัวใจดีเข้ามาหา มีนมมาให้ดื่มเป็นสุขี สุขภาพของเด็กเติบโตดี&amp;nbsp; ผู้ใหญ่ที่ดื่มนมก็แข็งแรง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อนึกถึง &amp;ldquo;วัว&amp;rdquo; ผู้คนจะนึกถึงสัตว์สี่เท้า ที่ยังประโยชน์ต่อมนุษยชาติอย่างใหญ่หลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อวัวและนมวัว&amp;nbsp; ซึ่งเป็นอาหารโปรตีนอันโอชะและอิ่มเอมของมวลมนุษย์ โดยสามารถนำมาเป็นอาหารนานาชนิด นำมาเป็นเครื่องดื่มบำรุงร่างกายได้หลากหลาย ทำให้มนุษย์เติบโตแข็งแรง สมบูรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อได้เชิญภาพฝีพระหัตถ์ &amp;ldquo;ปีฉลู&amp;rdquo; มาปักบนกระเป๋าเสื้อโปโล และทีเชิ้ตทั้ง 9 สี ทางร้านภูฟ้าจึงได้นำคำว่า &amp;ldquo;อิ่ม&amp;rdquo; มาขึ้นต้นกับเสื้อทั้ง 9 สี&amp;nbsp; มีความหมายถึงความอิ่มเอม เปรมใจ และมีความสุขยิ่ง ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสื้อโปโลทั้ง 5 จะมีชื่อสีต่างๆ ที่มีความหมายของคำว่า &amp;ldquo;อิ่ม&amp;rdquo; ทั้งสิ้น ดังนี้&amp;nbsp; สีฟ้า อิ่มใจ, สีน้ำเงิน อิ่มบุญ, สีแสด อิ่มเอิบ, สีขาว อิ่มอุ่น, สีเขียว อิ่มโอษฐ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรพระราชทานข้างต้นที่กล่าวมาแล้วจะปรากฏบนด้านหน้าของเสื้อทีเชิ้ต 2&amp;nbsp; สีคือ สีครีม อิ่มเอม, สีชมพู อิ่มสุข&amp;nbsp; ถ้าชอบใส่เสื้อคอกลมแบบมีกระเป๋า ทางร้านภูฟ้าจะมีเสื้อให้เลือกซื้อ 2&amp;nbsp; สี คือ สีเขียว อิ่มจิต, สีม่วง อิ่มทิพย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากเสื้อโปโล เสื้อคอกลม และทีเชิ้ตดังกล่าว ยังมีสินค้าอื่นๆ ที่จะเลือกซื้อเป็นของขวัญปีใหม่ ได้แก่ บัตรอวยพรปีใหม่ สมุดบันทึก ปากกา กระบอกน้ำเก็บความร้อน-เย็น และเครื่องใช้อื่นๆ รวมทั้งยังจัดจำหน่ายกระเป๋าผ้าต่างๆ ทั้งนี้ ทางร้านได้รับเกียรติจากผู้ออกแบบจากแบรนด์ THEATRE เป็นที่ปรึกษาในการให้สีสำหรับผลิตภัณฑ์ นอกจากนั้นทางร้านยังมีสินค้าผ้าไหม ผ้าห่มทอมือ และสินค้าที่แปรรูปมาจากผ้าปกากะญอ อันเป็นสินค้าจากภูมิปัญญาชาวบ้านมาจัดจำหน่ายอย่างมากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;?สินค้าชุดนี้เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและเลือกซื้อสินค้าได้ที่ร้านภูฟ้าทั้ง 20 สาขา และสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ h ttp://www.phufa.org/shop และติดตามข่าวสารทาง Facebook: PHUFA.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86542</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ, กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, พระราชทานพรปีใหม่, พระราชทานพรปีใหม่แก่ชาวไทย, สวัสดีปีฉลูวัว พ.ศ.๒๕๖๔, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201210/image_big_5fd23279ef04d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
