<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119907</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 15:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงห์อมควันอ้วก!! ยสท.ขึ้นราคาบุหรี่ 66-102 บาทต่อซอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค. 64 -&amp;nbsp; รายงานข่าวจากกรมสรรพสามิต ระบุว่า การยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) ได้ส่งราคาขายปลีกบุหรี่ยี่ห้อต่าง ๆ ของ ยสท. ทั้งหมด ให้กรมสรรพสามิตเพื่อเสียภาษีตามอัตราใหม่ที่มีผลบังคับใช้ โดยภาษีใหม่มีการปรับทั้งหมด ในส่วนการจัดเก็บตามตามปริมาณจาก 1.20 บาทต่อมวน เป็น 1.25 บาทต่อมวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเก็บภาษีตามมูลค่ายังเป็น 2 อัตรา จากที่เก็บ 20% ของราคาขายปลีกซองละไม่เกิน 60 บาท และ 40% สำหรับราคาขายปลีกที่เกิน 60 บาท เป็น 25% ของราคาขายปลีกซองละไม่เกิน 72 บาท และ 42% สำหรับราคาขายปลีกที่เกิน 72 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อัตราภาษีบุหรี่ใหม่ ทำให้ ยสท. ต้องปรับราคาบุหรี่ที่ขายดีในตลาดบน จากเดิมซองละ 95 บาท เป็นซองละ 102 บาท หรือ เพิ่มขึ้นซองละ 7 บาท ส่วนบุหรี่ที่มีส่วนแบ่งตลาดล่างจำนวนมากได้ปรับราคาจากซองละ 60 บาท เป็นซองละ 66 บาท หรือ เพิ่มขึ้น 6 บาท โดยราคาขายปลีกบุหรี่ใหม่ของ ยสท. มีผลตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. 2564 โดยการปรับขึ้นราคาบุหรี่ของ ยสท. ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่คิดจะขายที่ราคาซองละ 110 บาท และ&amp;nbsp; 68 บาท เพื่อรักษากำไรที่มีน้อยอยู่แล้วให้อยู่เท่าเดิม แต่การกำหนดราคาที่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ส่งผลให้มีการประเมินกันว่าผลประกอบการของ ยสท. จะออกมาไม่ดีกว่าปีที่่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบุหรี่นำเข้าต่างประเทศ รายใหญ่ ยังไม่มีการปรับขึ้นราคาขายปลีกใหม่ คาดว่าจะขยับขึ้นภายในสิ้นเดือนนี้ หรือ ต้นเดือนหน้าเป็นยังเร็วที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119907</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพสามิต, การยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.), ขึ้นราคาภาษีบุหรี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211016/image_big_616a90c2b778b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118355</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 17:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 17:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรรพสามิตตั้งโต๊ะแจง&#039;ภาษียาสูบใหม่&#039; เพิ่มรายได้รัฐอีก 4,500 ล้านบาทต่อปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย. 2564 นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตามที่ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เสนอให้กำหนดโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยาสูบใหม่ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564

อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าวว่า ในปัจจุบันโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยาสูบจัดเก็บภาษีตามมูลค่า 2 อัตรา คือ 20% และ 40% ของราคาขายปลีกแนะนำซองละไม่เกิน 60 บาท และที่เกิน 60 บาท และจัดเก็บภาษีตามปริมาณ 1.20 บาทต่อมวน โดยในวันที่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป จะจัดเก็บภาษีตามมูลค่าอัตราเดียว คือ 40% และภาษีตามปริมาณ 1.20 บาทต่อมวน และยาเส้นจะมีอัตราภาษีตามมูลค่าร้อยละ 0 และภาษีตามปริมาณ 0.10 บาทต่อกรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่ออุตสาหกรรมยาสูบโดยเฉพาะเกษตรกรผู้เพาะปลูกใบยาสูบ ดังนั้น เพื่อเป็นการฟื้นฟูเยียวยาจากการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว และให้มีระยะเวลาในการปรับตัวเพื่อรองรับกับโครงสร้างภาษีบุหรี่ซิกาแรตตามมูลค่าแบบอัตราเดียวที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จึงมีความจำเป็นต้องกำหนดโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยาสูบใหม่และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. อัตราภาษีบุหรี่ซิกาแรต จัดเก็บภาษีตามมูลค่า 25% ของราคาขายปลีกแนะนำ&amp;nbsp;ซองละไม่เกิน 72 บาท และ 42% ของราคาขายปลีกแนะนำที่เกินซองละ 72 บาท และจัดเก็บภาษีตามปริมาณ 1.25 บาทต่อมวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. อัตราภาษียาเส้นที่มีปริมาณการผลิตไม่เกิน 12,000 กิโลกรัมต่อปี จัดเก็บอัตราภาษีตามปริมาณที่ 0.025 บาทต่อกรัม และยาเส้นที่มีปริมาณการผลิตเกิน 12,000 กิโลกรัม จัดเก็บอัตราภาษีตามปริมาณที่ 0.10 บาทต่อกรัม

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังได้มีมติมอบหมายให้กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพสามิต พิจารณาศึกษาทบทวนโครงสร้างและอัตราภาษียาสูบทั้งในระยะปานกลางและระยะยาวเพื่อนำไปสู่โครงสร้างแบบอัตราเดียวในอนาคตที่เหมาะสม เป็นธรรม และคำนึงถึงการแข่งขันในตลาดรวมทั้งการดูแลสุขภาพของประชาชน พร้อมทั้ง มอบหมายให้การยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลเกษตรกรผู้เพาะปลูกยาสูบทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้เกษตรกรผู้เพาะปลูกยาสูบเปลี่ยนมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปลูกพืชทดแทนและให้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สร้างองค์ความรู้หรือสนับสนุนทางวิชาการให้กับเกษตรกรในการปลูกพืชทดแทนเพื่อลดพื้นที่การเพาะปลูกยาสูบอีกด้วย

อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าวต่อว่า โครงสร้างภาษีสรรพสามิตยาสูบใหม่คาดว่าจะลดการบริโภคยาสูบได้ประมาณร้อยละ 2 - 3 และการปรับเพิ่มชั้นราคาบุหรี่ซิกาแรต (Threshold) ทำให้ตลาดบุหรี่ซิกาแรตมีการแข่งขันด้านราคามากขึ้นเป็นการเพิ่มโอกาสรับซื้อใบยาสูบจากเกษตรกรเพิ่มขึ้น อีกทั้ง โครงสร้างภาษีสรรพสามิตยาสูบใหม่ทำให้ภาครัฐสามารถจัดเก็บรายได้ภาษีเพิ่มขึ้นประมาณ 3,500-4,500 ล้านบาทต่อปี แต่อาจทำให้มีสินค้ายาสูบหนีภาษีเพิ่มขึ้น ซึ่งกรมสรรพสามิตจะดำเนินการปราบปรามอย่างเข้มงวดต่อเนื่องโดยจัดตั้งศูนย์ปราบปรามสินค้าออนไลน์ นอกจากนี้ ประชาชนยังสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดและตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าที่ซื้อได้ด้วยตนเอง โดยใช้ Smartphone สแกน QR code บนดวงแสตมป์ รายละเอียดของสินค้าและข้อมูลการชำระภาษีก็จะปรากฏขึ้นมาทันที หรือหากพบการกระทำผิดจากการจำหน่ายสินค้ายาสูบ สามารถแจ้งผ่านสายด่วนกรมสรรพสามิต 1713

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคกรมสรรพสามิตได้ประสานไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กรมสรรพากร กรมการค้าภายใน เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสในการขึ้นราคาจำหน่ายอีกด้วย นอกจากนี้ กรมสรรพสามิตได้นำเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น ระบบการติดตามและแกะรอย (Tracking and Tracing) และ E-Stamp เป็นต้น เข้ามาช่วยในการป้องกันสินค้ายาสูบที่หนีภาษีและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตยาสูบ

อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าวทิ้งท้ายว่า คณะรัฐมนตรียังได้เห็นชอบในหลักการโครงการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะปลูกยาสูบและผู้บ่มอิสระที่ได้รับผลกระทบจากการลดปริมาณการรับซื้อใบยาสูบของการยาสูบแห่งประเทศไทยฤดูการผลิต 2562/2563 โครงการดังกล่าวจะใช้งบประมาณจำนวน 159.59 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เพาะปลูกยาสูบและผู้บ่มอิสระประมาณ 14,200 ราย ทั้งนี้ กรมสรรพสามิตจะประสานการยาสูบแห่งประเทศไทยและสำนักงบประมาณ เพื่อจ่ายเงินชดเชยให้แก่เกษตรกรผู้เพาะปลูกยาสูบและผู้บ่มอิสระต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118355</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพสามิต, ขึ้นภาษีบุหรี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_61558e833b600.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117477</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 08:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 08:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้สรรพสามิตคุมกักตุนบุหรี่หลังผู้ค้าตื่นข่าว“ขยับภาษี”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 ก.ย.2564 นายอาคม เติมพิทยาไพศิฐ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตกำลังดูแลสถานการณ์การกักตุนบุหรี่ โดยการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ขณะนี้ยังเป็นเพียงการคาดเดาของผู้ประกอบการ ผู้ค้าเท่านั้น ดังนั้น กรมสรรพสามิตคงต้องลงไปตรวจตราเรื่องการกักตุนมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ความคืบหน้าเรื่องอีแสตมป์ ถือเป็นโครงการที่กรมสรรพสามิตกำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งมีเป้าหมายที่จะนำมาใช้กับทั้งสินค้าประเภทเครื่องดื่ม บุหรี่ แต่คงไม่ทันในการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ ที่จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ คงดำเนินการตามขั้นตอน เป็นโครงการที่จะเกิดขึ้นตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางวราภรณ์ นะมาตร์ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมการค้ายาสูบไทย เปิดเผยว่า กระแสข่าวที่กระทรวงการคลังเตรียมปรับภาษีบุหรี่ ส่งผลทำให้ร้านค้าส่งรายใหญ่ หรือ ยี่ปั๊ว เริ่มกักตุนบุหรี่ เพื่อรอการปรับภาษีที่อาจจะมีผล 1 ต.ค.นี้ ขณะเดียวกัน ยังพบว่า บางร้านได้เริ่มวางขายในราคาที่บวกขึ้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การปรับขึ้นราคาถือเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่กังวลมากที่สุดคือ บุหรี่หนีภาษีที่จะทะลักเข้ามาในตลาดที่ขณะนี้ มีจำนวนมาก&amp;quot; นางวราภรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น สมาคมจึงขอร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งติดตาม และจับกุมผู้ค้าบุหรี่หนีภาษี เพราะเมื่อมีการปรับขึ้นภาษี ก็จะส่งผลให้ราคาบุหรี่แพงขึ้น ก็ทำผู้สูบอาจจะหันไปบริโภคเพราะประหยัดกว่า สุดท้ายก็จะกระทบต่อรายได้ของร้านค้าและการจัดเก็บรายได้ภาษีของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในช่วงที่ผ่านมาจากการติดตามข้อมูลจากร้านค้าส่ง พบว่า เริ่มมีตัวแทนจำหน่ายส่งบุหรี่ให้น้อยลง จากเดิมที่เคยสั่งได้รอบละ 3-5 ลัง ก็ลดลงเรื่อย ๆ จนไม่มีมาส่ง ทำให้ทางร้านไม่มีบุหรี่มากพอที่จะขายส่งได้ จึงเหลือไว้เพียงขายปลีกให้ลูกค้าเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า หากมีการปรับภาษีบุหรี่ปัจจุบันจาก 20% สำหรับบุหรี่ราคาไม่เกินซองละ 60 บาท เป็น 40% จะส่งผลให้ราคาขยับขึ้นอีก 15-20 บาทต่อซอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ยืนยันว่ากรมสรรพสามิตได้มีการพิจารณาการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่อย่างรอบคอบแล้ว ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เคยเกิดในอดีต โดยยังบอกไม่ได้ว่าโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่จะเป็นอัตราเดียว หรือ2อัตราเหมือนที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่โดยภาพรวมภาระภาษีจะปรับเพิ่มขึ้น เพราะภาษีใหม่ต้องตอบโจทย์ทั้ง4เรื่องสำคัญ และกรมสรรพสามิตรู้ดีกว่าจุดยืนของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เป็นอย่างไร เช่น ในด้านสาธารณสุขก็จะมีความเป็นห่วงเรื่องสุขภาพ จึงอยากให้ขึ้นภาษีสูง ๆ ซึ่งกรมฯ จะมองด้านสุขภาพอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมองด้านอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย เพื่อให้อุตสาหกรรมบุหรี่ทั้งอุตสาหกรรมยังเดินหน้าต่อไปได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117477</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพสามิต, กักตุนบุหรี่, อาคม เติมพิทยาไพศิฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210303/image_big_603f4e15565ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังเคาะภาษีบุหรี่ใหม่ ขี้ยาอ่วมขึ้น8บาท/ซอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิงห์อมควันร้องจ๊าก! &amp;ldquo;คลัง&amp;rdquo; ชง ครม.เคาะโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่ คาดทำราคาขายปลีกพุ่งซองละ 6-8 บาท จัดเก็บตามมูลค่า 2 อัตราเหมือนเดิม แต่จะปรับเพิ่มส่วนของอัตราล่างให้สูงขึ้น ด้านผู้ค้าตื่นตูมทยอยกักตุนอื้อ นักวิชาการควบคุมยาสูบผิดหวังกรมศุลฯเตรียมสั่งลดภาษีนำเข้าซิการ์ ไวน์ สุรา แนะเอาอย่างฟิลิปปินส์ขึ้นภาษีบุหรี่ทุกปี 4% จัดเก็บภาษีอัตราเดียวช่วยลดคนสูบ-บุหรี่เถื่อน ก.คลังต้องรู้ทันไม่หลงกล บ.บุหรี่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตได้เสนอแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่ให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลังพิจารณาแล้ว หลังจากนี้คาดว่านายอาคมจะนำเรื่องการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่เสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบภายในเดือนนี้ เนื่องจากว่าโครงสร้างภาษีใหม่จะต้องมีผลบังคับใช้ภายในวันที่ 1 ต.ค.2564&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ยืนยันว่ากรมสรรพสามิตได้มีการพิจารณาการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่อย่างรอบคอบแล้ว ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เคยเกิดในอดีต และตอบโจทย์ใน 4 เรื่องหลักคือ 1. ด้านสาธารณสุข 2.ด้านเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบ จะต้องได้รับผลกระทบน้อยที่สุด 3.ด้านรายได้ของรัฐบาลจะต้องไม่ลดลง และ 4.ด้านการดูแลบริหารจัดการบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ปลอม ภายใต้โจทย์ทั้ง 4 เรื่องนี้ โครงสร้างภาษีใหม่อาจจะไม่ใช่สิ่งที่กลุ่มผู้ค้าบุหรี่บางกลุ่มต้องการ เพราะว่ามีข้อเสนอที่สุดโต่งเกินไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยังบอกไม่ได้ว่าโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่จะเป็นอัตราเดียวหรือ 2 อัตราเหมือนที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่โดยภาพรวมภาระภาษีจะปรับเพิ่มขึ้น เพราะภาษีใหม่ต้องตอบโจทย์ทั้ง 4 เรื่องหลักดังกล่าว และกรมสรรพสามิตรู้ดีว่าจุดยืนของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เป็นอย่างไร เช่น ในด้านสาธารณสุข ก็จะมีความเป็นห่วงเรื่องสุขภาพ จึงอยากให้ขึ้นภาษีสูงๆ ซึ่งกรมจะมองด้านสุขภาพอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมองด้านอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย เพื่อให้อุตสาหกรรมบุหรี่ทั้งอุตสาหกรรมยังเดินหน้าต่อไปได้&amp;rdquo; นายลวรณกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวระบุว่า กรมสรรพสามิตได้เสนอให้กระทรวงการคลังนำโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่เสนอให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาในวันที่ 21 ก.ย.2564 เพื่อจะได้มีเวลาให้ ครม.พิจารณาตัดสินใจ หากมีข้อปัญหาที่จะต้องเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุง ก็จะมีเวลาพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไปได้ทัน และให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ต.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากผู้ค้าบุหรี่เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ขณะนี้ตลาดบุหรี่ได้เริ่มมีการกักตุนสินค้ามานานหลายเดือนแล้ว เพราะเป็นที่คาดการณ์กันว่าอัตราภาษีตามโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่จะมีการปรับเพิ่มขึ้นแน่นอน ถึงแม้มูลค่าจะไม่ปรับขึ้นจาก 20% เป็น 40% ตามกฎหมายเดิม แต่อัตราการจัดเก็บขั้นต่ำตามมูลค่าของโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่จะมากกว่า 20% แน่นอน แต่คงไม่ถึง 40% เบื้องต้นมีการคาดการณ์กันในตลาดผู้ค้าบุหรี่ว่าราคาบุหรี่หลังโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่มีผลบังคับใช้ ราคาขายปลีกบุหรี่อาจจะมีการปรับเพิ่มขึ้น 6-8 บาทต่อซอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม โครงสร้างภาษีบุหรี่ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน มีการเก็บตามปริมาณที่มวนละ 1.20 บาท บวกกับตามมูลค่า 20% สำหรับบุหรี่ที่ราคาขายปลีกไม่เกิน 60 บาทต่อซอง และ 40% สำหรับบุหรี่ที่ราคาขายปลีกที่ราคาเกิน 60 บาทต่อซอง โดยตามกฎหมายเดิม ในวันที่ 1 ต.ค. 2564 การเก็บภาษีบุหรี่ตามมูลค่าจะต้องเหลืออัตราเดียวที่ 40% ทุกชนิดราคาบุหรี่ ซึ่งทั้งผู้ค้าบุหรี่และชาวไร่ยาสูบไม่เห็นด้วย เนื่องจากจะทำให้ราคาบุหรี่ปรับขึ้นสูงอย่างมาก โดยมีการคาดการณ์ว่าโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่จะคงการจัดเก็บตามมูลค่าไว้ 2 อัตราเหมือนเดิม แต่จะปรับเพิ่มส่วนของอัตราล่างให้สูงขึ้น จากปัจจุบันที่เก็บ 20% รวมถึงอาจจะปรับจุดตัดช่วงราคาขายปลีกบุหรี่ จากปัจจุบันที่ 60 บาท เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้บุหรี่ที่เสียภาษีในอัตราขั้นต่ำมีกำไรมากขึ้น และสามารถอยู่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช อาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และหัวหน้าโครงการวิจัยติดตามและเฝ้าระวังอุตสาหกรรมยาสูบในประเทศไทย กล่าวว่า จากกรณีที่กรมศุลกากรเตรียมพิจารณาปรับลดพิกัดอัตราขาเข้าสินค้าประเภทไวน์ สุรา และยาสูบประเภทซิการ์ลงกึ่งหนึ่ง เป็นเวลา 5 ปี ตามมติของ ครม.เมื่อวันที่ 14 ก.ย.2564 เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงเข้ามาพำนักและลงทุนในประเทศ ถือว่าผิดความคาดหมายของภาคีเครือข่ายนักวิชาการควบคุมยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างมาก ซึ่งทราบกันดีว่า ก.คลังจะเสนออัตราภาษีบุหรี่ใหม่ให้กับ ครม. &amp;nbsp;เพื่อมาแทน ระบบภาษีปัจจุบันที่ใช้ระบบ 2 อัตรา ให้ทันวันที่ 1 ต.ค.2564 ซึ่งข้อเสนอของภาคนักวิชาการควบคุมยาสูบ เสนอให้ใช้อัตราภาษีเดียวในบุหรี่ทุกประเภท และภาษีอัตราใหม่จะต้องมีผลให้บุหรี่ทุกประเภทมีราคาไม่ถูกลงจากราคาปัจจุบัน เพื่อป้องกันนักสูบหน้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน วัยรุ่น ไม่ให้เข้าถึงบุหรี่ได้ง่าย ที่สำคัญภาครัฐจะมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีเพิ่มมากขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเทศฟิลิปปินส์เป็นตัวอย่างของประเทศที่มีการปฏิรูประบบภาษีบุหรี่ที่ดี โดยรัฐบาลมีนโยบายการปรับขึ้นภาษีทุกปี ปีละ 4% มาตั้งแต่ปี 2555 มีการปรับโครงสร้างภาษีจากที่เคยมี 4 ระดับ จนปัจจุบันลดลงมาเหลือเพียงระดับเดียว จากที่เคยเก็บภาษีในอัตรา 2.72 เปโซต่อซอง ในบุหรี่กลุ่มราคาถูกที่สุด ปรับเพิ่มมาเก็บภาษีในอัตรา 30 เปโซต่อซอง ซึ่งจัดเก็บอัตราภาษีบุหรี่เท่ากันทุกกลุ่มราคา ผลที่ตามมาคือรัฐบาลได้รายได้จากภาษีบุหรี่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อัตราการสูบบุหรี่ลดลง และยังส่งผลให้ปริมาณบุหรี่เถื่อนลดลงด้วย&amp;quot; ดร.พญ.เริงฤดีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า ก.คลังและ ครม.จะรู้ทันบริษัทบุหรี่ ไม่หลงกลการนำบุหรี่เถื่อนมาเป็นข้ออ้างไม่ให้ขึ้นภาษี ขอให้ ครม.เห็นชอบอัตราภาษีบุหรี่ใหม่ที่คำนึงถึงสุขภาพและชีวิตของคนไทย โดยอัตราภาษีใหม่ควรเป็นอัตราเดียว และต้องทำให้ราคาบุหรี่ขายปลีกมีราคาสูงขึ้นกว่าปัจจุบัน เพื่อสร้างเงื่อนไขที่จะทำให้คนเลิกสูบหรือสูบน้อยลงและป้องกันไม่ให้เด็กเยาวชนเข้ามาเสพติดบุหรี่.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117211</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพสามิต, ครม.เคาะโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่, นายลวรณ แสงสนิท, สิงห์อมควันร้องจ๊าก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_60701a3450fb4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 10:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สรรพสามิต&#039;วางมาตรการเข้มคุมป้องกันการลักลอบบุหรี่เถื่อน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย. 2564 นายเกรียงไกร พัฒนาภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักแผนภาษี &amp;nbsp; ในฐานะรองโฆษกกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า &amp;nbsp;จากการที่บุหรี่ในประเทศปรับราคาสูงขึ้นและสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ผู้บริโภคส่วนหนึ่งจึงหันไปสูบบุหรี่ที่มีราคาถูกหรือยาเส้นม้วนเอง สำหรับในพื้นที่ภาคใต้ผู้บริโภคส่วนใหญ่หันไปสูบบุหรี่หนีภาษีหรือบุหรี่เถื่อนซึ่งมีราคาที่ถูกกว่า ส่งผลให้เกิดการลักลอบนำเข้าบุหรี่หนีภาษีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันมีเส้นทางการค้าบุหรี่หนีภาษีจากประเทศเพื่อนบ้านที่ติดต่อกับชายแดนของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องผ่านทางด่านชายแดน เช่น สระแก้ว ปัตตานี จันทบุรี สตูล สงขลาและจังหวัดต่าง ๆ ที่เป็นศูนย์กลางทางการค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมสรรพสามิตได้ให้ความสำคัญกับปัญหาการลักลอบนำเข้าบุหรี่หนีภาษีที่เกิดขึ้น จึงได้มีมาตรการป้องกันและปราบปรามบุหรี่หนีภาษี ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. จัดทำแผนประจำปีอย่างต่อเนื่องภายใต้โครงการป้องกันและปราบปราบบุหรี่เถื่อน และทำแผนเฉพาะกิจในการปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมาย ซึ่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบปราบปรามบริเวณชายแดน พร้อมให้ความช่วยเหลือในการปฏิบัติงานของสำนักงานสรรพสามิตภาคและสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. จัดตั้งศูนย์ปราบปรามสินค้าออนไลน์ เพื่อเฝ้าระวังและติดตามจับกุมผู้กระทำผิดและผู้ต้องสงสัยทางอินเตอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามบุหรี่หนีภาษี เช่น กรมศุลกากร ตำรวจ ทหาร เพื่อสกัดกั้นการลักลอบบุหรี่หนีภาษี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116129</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพสามิต, บุหรี่เถื่อน, เกรียงไกร พัฒนาภรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_613984b9b252a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106728</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 23:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งกก.สอบ6จนท. ปมแม่ค้า‘น้ำส้มคั้น’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมสรรพสามิตเผยปมสั่งย้าย 6 เจ้าหน้าที่ล่อซื้อน้ำส้ม 500 ขวด พร้อมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง 15 วันต้องรู้ผล! &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; ร้อง ป.ป.ช.ไต่สวน ชี้ส่อเจตนาทุจริตต่อหน้าที่ แม่ค้าถูกลวงให้เชื่อ ไม่ได้ตั้งใจทำผิด กม.แต่ต้น&amp;nbsp;
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งระบุว่า มีเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตเข้าทำการจับกุมผู้ขายน้ำส้ม จำนวน&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ขวด และมีการเรียกค่าปรับเป็นเงินจำนวน&amp;nbsp;12,000&amp;nbsp;บาท จนมีคนวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมในการทำงานของกรมสรรพมิตอย่างกว้างขวาง ต่อมากรมสรรพสามิตชี้แจงยืนยันว่าไม่ได้มีการเรียกค่าปรับเป็นจำนวนเงิน&amp;nbsp;12,000&amp;nbsp;บาท ทุกอย่างมีหลักฐาน กล้องวงจรปิดของร้าน ยืนยันข้อเท็จจริงได้ทั้งหมด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มิ.ย.2564&amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต ได้เซ็นคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;นาย จากสรรพสามิตเขต&amp;nbsp;5&amp;nbsp;และคนรถ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นาย รวมทั้งหมดเป็น&amp;nbsp;6&amp;nbsp;นาย มาปฏิบัติงานที่สำนักงานสรรพสามิตภาคที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบข้อจริงเกี่ยวกับเรื่องราวดังกล่าวแล้ว
นายณัฐกร อุเทนสุต ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางสรรพสามิต ในฐานะโฆษกกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริง กรอบระยะเวลาการสืบสวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;วัน เพื่อสรุปกรณีดังกล่าว หากพบว่ามีความผิด ไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบราชการจริง ก็จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบทางวินัยต่อไป โดยระหว่างนี้ให้เจ้าหน้าที่สรรพสามิตทั้ง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ราย มาปฏิบัติหน้าที่สำนักงานสรรพสามิตภาคที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเป็นธรรมของทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฝ่าย โดยจะยึดหลักความถูกต้องและข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยจะแถลงผลการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป
&amp;quot;การตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในชั้นนี้เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ยังไม่ได้มีการยืนยันความผิด ซึ่งเมื่อครบ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;วัน กรมจะชี้แจงผลการสืบสวนต่อสาธารณชนอีกครั้ง&amp;quot;&amp;nbsp;นายณัฐกรกล่าว
รายงานข่าวจากกรมสรรพสามิตระบุว่า การให้&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่มาปฏิบัติหน้าที่ที่สรรพสามิตภาค&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เป็นกรณีชั่วคราว หากผลการสอบสวนพบว่าไม่มีความผิดหรือขัดต่อระเบียบราชการ ก็กลับไปทำงานปกติที่สรรพสามิตเขต&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ได้ ยืนยันว่าคำสั่งไม่ได้เป็นการเด้งพ้นจากตำแหน่งหรือคำสั่งย้าย แต่ต้องดำเนินการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายก่อน
วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. กรณีที่สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียได้รายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Ni Pornnipa ถูกล่อซื้อน้ำส้ม จำนวน 500 ขวด ก่อนที่จะโดนถามหาใบอนุญาตพร้อมปรับเงิน 12,000 บาท แม้ต่อมากรมสรรพสามิตแถลงว่าไม่มีการเรียกรับเงิน เป็นเพียงการแนะนำแม่ค้า แต่พยานหลักฐานที่ปรากฏชี้ชัดได้ว่าเป็นพฤติการณ์ของการล่อซื้อสินค้าเพื่อให้ผู้ถูกจับกุมได้กระทำความผิดตามกฎหมายนั้น กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตทั้ง 5 คน ที่กระทำการล่อซื้อน้ำส้มจากแม่ค้าดังกล่าว ว่าเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ โดยเฉพาะในยุคที่ประชาชนต่างดิ้นรนขวนขวายหาเลี้ยงชีพในยามที่เศรษฐกิจตกต่ำ ในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อโควิด-19 หลายคน หลายครอบครัวต้องตกงาน ไร้อาชีพ ไร้รายได้ จนรัฐบาลต้องให้ความช่วยเหลือ ต้องออกพระราชกำหนดหลายครั้ง เพื่อกู้เงินมาช่วยเหลือผ่านนโยบายสวัสดิการต่างๆ แต่เจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตกลับไม่คำนึงถึงสถานการณ์ของปัญหาทางสังคม กลับมุ่งปฏิบัติและบังคับใช้กฎหมายในทางนิติศาสตร์โดยไม่พิจารณาถึงหลักรัฐศาสตร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การล่อซื้อน้ำส้มจากแม่ค้าน่าจะเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากการล่อซื้อเป็นการแสวงหาหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมาย เพราะเคยมีแนวทางการพิจารณาคดีของศาลปรากฏมาแล้วว่า การล่อซื้อที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจะถือว่าผู้ถูกจับไม่ได้กระทำความผิดกฎหมาย เป็นกรณีที่ผู้ถูกจับไม่ได้มีเจตนาจะทำผิดกฎหมายมาตั้งแต่ต้น แต่ถูกสายลับ สายสืบหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจจะออกอุบายล่อลวงให้หลงเชื่อ แล้วกระทำตามที่ถูกอุบายนั้นๆ ซึ่งศาลตีความว่าเป็นการกระทำผิด เพราะกลอุบายของเจ้าหน้าที่รัฐ หรือผู้ที่อ้างตนว่าเป็นผู้เสียหาย ล่อลวงให้ผู้ถูกจับกระทำผิดกฎหมาย ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4301/2543 ที่ 4077/2549 และที่ 9600/2554 จึงขอให้ ป.ป.ช.ไต่สวนและวินิจฉัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมเพื่อดำเนินการต่อไป&amp;quot; นายศรีสุวรรณกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106728</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพสามิต, ป.ป.ช., ล่อซื้อน้ำส้ม, สอบ6จนท., เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60cb43bdd111a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106669</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่พลาด &#039;พี่ศรี&#039; บุก ป.ป.ช.จี้สอบกรมสรรพสามิตล่อซื้อน้ำส้มเจตนาทุจริตต่อหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 มิ.ย. 2564 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่สื่อมวลชนและโชเชียลมีเดียได้รายงานตรงกันว่า เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2564 &amp;nbsp;ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Ni Pornnipa ได้โพสต์เผยแพร่เรื่องราวของตนหลังเจ้าตัวถูกล่อซื้อน้ำส้มจำนวน 500 ขวด ก่อนที่จะโดนถามหาใบอนุญาติพร้อมปรับเงิน 12,000 บาท แม้ต่อมากรมสรรพสามิตจะแถลงว่าไม่มีการเรียกรับเงินเป็นเพียงการแนะนำแม่ค้าเท่านั้นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เนื่องจากพยานหลักฐานที่ปรากฏ อาจชี้ชัดได้ว่าเป็นพฤติการณ์ของการล่อซื้อสินค้า เพื่อให้ผู้ถูกจับกุมได้กระทำความผิดตามกฎหมายนั้น กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตทั้ง 5 คนที่กระทำการล่อซื้อน้ำส้มจากแม่ค้าดังกล่าว ว่าเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ โดยเฉพาะในยุคที่ประชาชนต่างดิ้นรนขนขวายหาเลี้ยงชีพในยามที่เศรษฐกิจตกต่ำในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า หรือโควิด-19 อย่างมากในขณะนี้ หลายคน หลายครอบครัวต้องตกงาน ไร้อาชีพ ไร้รายได้ จนรัฐบาลต้องให้ความช่วยเหลือ ต้องออกพระราชกำหนดหลายต่อหลายครั้ง เพื่อกู้เงินมาช่วยเหลือผ่านนโยบายสวัสดิการต่าง ๆแต่เจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต กลับไม่คำนึงถึงสถานการณ์ของปัญหาทางสังคม แต่อย่างใด กลับมุ่งปฏิบัติและบังคับใช้กฎหมายในทางนิติศาสตร์ โดยไม่พิจารณาถึงหลักรัฐศาสตร์ในยามนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การล่อซื้อน้ำส้มจากแม่ค้า น่าจะเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากการล่อซื้อ เป็นการแสวงหาหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมาย เนื่องจากเคยมีแนวทางการพิจารณาคดีของศาลปรากฏมาแล้วว่า การล่อซื้อ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจะถือว่าผู้ถูกจับไม่ได้กระทำความผิดกฎหมาย &amp;nbsp;เป็นกรณีที่ผู้ถูกจับไม่ได้มีเจตนาจะทำผิดกฎหมายมาตั้งแต่ต้น แต่ถูกสายลับ สายสืบหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจจะออกอุบาย ล่อลวงให้หลงเชื่อ แล้วกนะทำตามที่ถูกอุบายนั้นๆ &amp;nbsp;ซึ่งศาลตีความว่า เป็นการกระทำผิดเพราะกลอุบายของเจ้าหน้าที่รัฐ หรือผู้ที่อ้างตนว่าเป็นผู้เสียหาย ล่อลวงให้ผู้ถูกจับกระทำผิดกฎหมาย ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4301/2543 &amp;nbsp;ที่4077/2549 และที่ 9600/2554&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงนำความมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ใช้อำนาจตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ 2560 ม.234(2) ประกอบ พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 ม.28(2) เพื่อไต่สวนและวินิจฉัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม เพื่อดำเนินการต่อไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตต่อไป นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106669</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ป.ป.ช., กรมสรรพสามิต, ล่อซื้อน้ำส้ม, ศรีสุวรรณ จรรยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60cad01880d01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
