<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 12:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวจริงแท้แน่นอน!สรรพากรยกเว้นภาษีให้บุคลากรทางการแพทย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.2564 - ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ชี้แจงผ่านไลน์ระบุว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับประเด็นเรื่อง สรรพากรยกเว้นภาษีเงินได้ จากค่าตอบแทนเสี่ยงภัยโควิด-19 ให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลจริง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เปิดเผยว่า &amp;ldquo;คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักการมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับค่าตอบแทนเสี่ยงภัยที่บุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขได้รับจากกระทรวงสาธารณสุขในปีภาษี 2564 เพื่อช่วยบรรเทาภาระภาษีและสร้างขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานสู้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID &amp;ndash; 19)&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกรมสรรพากรเห็นถึงความสำคัญของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้ออกร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. &amp;hellip;.) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (การยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ในการเฝ้าระวังสอบสวน ป้องกัน ควบคุม และรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019) เป็นการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับ 1. ค่าตอบแทนเสี่ยงภัยในการเฝ้าระวัง สอบสวน ป้องกัน และรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 2. ค่าตอบแทนในการให้คำปรึกษาด้านการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อรับมือกับสถานการณ์การระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และ3. ค่าตอบแทนในการให้บริการฉีดวัคซีนโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 นอกสถานพยาบาล ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้จ่ายให้ในปีภาษี 2564 ตามที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงสรุปได้ว่าการยกเว้นภาษีดังกล่าวจะช่วยบรรเทาภาระภาษีและสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขซึ่งปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เช่น แพทย์ พยาบาล นักเทคนิคการแพทย์ เจ้าหน้าที่สืบสวนโรค พนักงานขับรถรับส่งผู้ป่วย รวมทั้งบุคคลที่มิใช่ข้าราชการหรือข้าราชการที่มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาด้านสาธารณสุข เป็นต้น และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.rd.go.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศ หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร (RD Intelligence Center) หรือโทร. 1161
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118201</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพากร, กระทรวงการคลัง, บุคลากรทางการแพทย์, ภาษีเงินได้, ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_6153f31b1ea1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108024</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห้ามลืมเด็ดขาด 30 มิ.ย. ยื่นแบบภาษีเงินได้ &#039;ภ.ง.ด.90-ภ.ง.ด.91&#039; วันสุดท้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย. 2564 เหลือเวลาอีกเพียง 1 วัน สำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 ประจำปีภาษี 2563 ซึ่งกรมสรรพากรได้ขยายเวลาการยื่นแบบฯ ให้สำหรับการยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตถึงวันที่ 30 มิ.ย.64

ซึ่งเป็นผู้ที่มีรายได้ในปีภาษี 2563 แต่ยังไม่ได้ยื่นแบบฯ ขอให้ยื่นแบบฯ ผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ต ที่ www.rd.go.th ภายในวันที่ 30 มิ.ย.64 เพื่อไม่ต้องชำระค่าปรับและเงินเพิ่ม สำหรับผู้ที่มีภาษีที่ต้องชำระตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป ขอผ่อนชำระภาษีได้ 3 งวด และผู้เสียภาษีสามารถตรวจสอบรายการค่าลดหย่อนได้ด้วยตนเอง จากระบบ My Tax Account ได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108024</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพากร, ภาษีบุคคลธรรมดา, ยื่นภาษีเงินได้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60dab63dc218f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101695</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2021 10:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดทำพิษ!&#039;สรรพากร&#039;รับยอดคืนภาษีดิ่ง การันตีฐานะแกร่งไม่มีปัญหาเรื่องเงิน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค. 2564 นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมสรรพากรได้เร่งดำเนินการพิจารณาและอนุมัติคืนภาษีตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91ประจำปีภาษี 2563 ที่เปิดให้ยื่นขอคืนตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2564 โดยมีการยื่นแบบขอคืนภาษีรวม 2.87 ล้านแบบ โดยกรมสรรพากรได้อนุมัติและคืนภาษีไปแล้ว 2.36 ล้านแบบ คิดเป็น 83% หรือคิดเป็นเม็ดเงินประมาณ 22,500 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรมสรรพากรยืนยันว่าการคืนภาษีปี 2563 ยังเป็นไปตามปกติ ซึ่งส่วนใหญ่ที่ยื่นขอคืน จะได้รับคืนหมดแล้วภายใน 7 วัน ถ้ามีการยื่นเอกสารถูกต้อง ไม่ได้มีปัญหาการเงินอย่างที่หลายฝ่ายกังวล ว่ารัฐบาลจะไม่มีเงินคืนประชาชน เนื่องจากมีปัญหาเก็บภาษีได้น้อย ไม่ต้องกังวล ใครที่ถูกหักไว้และก็ขอยื่นคืน จะได้แน่นอน บางคนอาจได้ล่าช้าบ้าง แต่อาจะเป็นเพราะอยู่ระหว่างการพิจารณา การตรวจสอบเอกสารหรือข้อมูล บางรายอาจต้องมีการขอเอกสารเพิ่มเติมบ้าง&amp;rdquo; นางสมหมาย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสมหมาย กล่าวอีกว่า จากการติดตามข้อมูลผู้ที่ยื่นขอคืนภาษีแล้วยังล่าช้าอยู่ เนื่องจากไม่ได้ยื่นขอคืนผ่านบัญชีพร้อมเพย์ รวมทั้งยื่นรายได้เสียภาษีไม่ตรงกับข้อมูลที่กรมสรรพากรมี มีการยื่นหักค่าลดหย่อนไม่ตรงกับฐานข้อมูล มีการขอข้อมูลเพิ่มเติม โดยกรมสรรพากรขอให้ผู้ที่ต้องการขอคืนภาษี หากต้องการได้รับภาษีคืนเร็ว ให้ยื่นผ่านระบบออนไลน์ และคืนผ่านบัญชีพร้อมเพย์ หากตรวจสอบแล้วข้อมูลถูกต้อง ก็จะได้รับเงินภาษีคืนไม่เกิน 7 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยอมรับว่าการคืนภาษีในปี 2563 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2562 ถ้าพิจารณาในเรื่องของเม็ดเงิน จะมีจำนวนลดลง เนื่องจากเริ่มเห็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มส่งผลต่อธุรกิจ ทำให้มีรายได้ลดลง ก็เสียภาษีลดลง การขอคืนภาษีจึงลดลงตามไปด้วย ขณะที่ปีภาษี 2562 ยังไม่ได้รับผลกระทบในส่วนนี้&amp;rdquo; นางสมหมาย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี การยื่นแบบและขอคืนภาษีในปี 2563 ยังไม่สิ้นสุด โดยมีการขยายระยะเวลายื่นแบบและขอคืนไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย.2564 จึงคาดว่าจะมีการยื่นและขอคืนภาษีเพิ่มขึ้นอีกในช่วงใกล้ครบกำหนดการยื่นแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-18 เม.ย.2564 มีผู้เสียภาษียื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 ประจำปีภาษี 2563 แล้ว รวมจำนวน 7,428,132 ฉบับ แยกเป็นการยื่นผ่านอินเตอร์เน็ตจำนวน 6,707,208 ฉบับ คิดเป็น 90.29% และยื่นด้วยแบบกระดาษจำนวน 720,924 ฉบับ คิดเป็น 9.71%
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101695</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพากร, ยอดขอคืนภาษี, สมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_6090c05400139.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 17:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2021 17:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ได้กลิ่นดราม่า&#039;คลัง&#039;จ่อรีดภาษีคนรับเงินคนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ม.ค.2564 รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า ผู้บริหารของกรมสรรพากรกำลังพิจารณากรณีผู้ที่ได้รับเงินจากโครงการคนละครึ่ง จำนวน 3,500 บาท และโครงการเราเที่ยวด้วยกันที่ได้รับส่วนลดค่าพักโรงแรม 40% และได้รับคูปองค่าอาหารวันละ 600-900 บาท จะต้องคิดเป็นรายได้เพื่อยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2563 ที่ให้เริ่มยื่นแบบแสดงรายการภาษีตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. &amp;ndash; 31 มี.ค. 2564 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขณะนี้มีผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเริ่มสอบถามเข้ามาที่กรมสรรพากรถึงความชัดเจนเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เพราะกังวลว่าหากไม่แจ้งรายได้ในส่วนนี้เพื่อเสียภาษีจะถูกเบี้ยปรับเงินเพิ่มย้อนหลังได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผู้บริหารของกรมสรรพากรกังวลเรื่องนี้อย่างมาก เพราะกลัวว่าจะถูกนำไปเป็นประเด็นทางการเมือง และได้มีการหารือเรื่องดังกล่าวมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา เพราะตามหลักการแล้วรายได้จากโครงการคนละครึ่ง และโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ต้องยื่นแบบแสดงเป็นรายได้เพื่อเสียภาษี หากเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นในปี 2563 จะต้องยื่นแบบในต้นปี 2564 แต่หากเป็นรายได้ในปี 2564 จะต้องยื่นในปี 2565&amp;rdquo; รายงานข่าว ระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้บริหารของกรมสรรพากร จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือกับนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง ว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร หากจะให้มีการยกเว้นภาษีก็ต้องมีการนำเรื่องเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบโดยด่วน เพราะการยื่นภาษีเงินได้ของปี 2563 ได้เริ่มขึ้นแล้ว และมีคนที่ได้สิทธิ์ในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1 กว่า 10 ล้านคน และระยะที่ 2 อีก 5 ล้านคน นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันอีกจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงาน เศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามที่โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 ได้เปิดให้ประชาชนได้เริ่มใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2564 นั้น จากข้อมูล ณ วันที่ 3 ม.ค. 2564 มีผู้ใช้สิทธิตามโครงการคนละครึ่งและโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 แล้วจำนวน 12,050,115 คน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเป็นการใช้จ่ายของกลุ่มผู้ได้รับสิทธิเดิมจำนวน 9,536,644 คน ใช้จ่ายสะสม 52,358.3 ล้านบาท และผู้ได้รับสิทธิใหม่จำนวน 2,513,471 คน ใช้จ่ายสะสม 1,073.6 ล้านบาท รวมยอดการใช้จ่ายสะสม 53,431.9 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 27,353.4 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 26,078.5 ล้านบาท โดยจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สงขลา ชลบุรี เชียงใหม่ และนครศรีธรรมราช &amp;nbsp;และมีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1.1 ล้านร้านค้า โดยผู้ประกอบการร้านค้าที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ที่มีการเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงการจองห้องพักนั้น ปัจจุบันกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) อยู่ระหว่างพิจารณานำเสนอ ครม. เพื่อขยายระยะเวลาโครงการเราเที่ยวด้วยกันออกไปจนถึงวันที่ 31 ต.ค. 2564 รวมทั้งกำหนดระบบการเลื่อนวันเข้าพักสำหรับประชาชนที่ได้จองโรงแรมที่พักเพื่อเข้าพักตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2563 เป็นต้นไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จะดำเนินการปรับปรุงระบบให้สอดรับกับการดำเนินการของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาโดยเร็วต่อไป ในระหว่างนี้ประชาชนที่ได้จองโรงแรมที่พักเพื่อเข้าพักตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2563 ที่มีความประสงค์จะเลื่อนการเข้าพักสามารถประสานโรงแรมได้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยโรงแรมสามารถรับเรื่องไว้ได้ก่อน และขอให้โรงแรมดำเนินการแจ้งการเลื่อนในระบบต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี โครงการเราเที่ยวด้วยกัน ได้เปิดให้ผู้ประกอบการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2563 และเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2563 มาจนถึงปัจจุบันมีประชาชนลงทะเบียนแล้วทั้งสิ้น 7.3 ล้านคน ผู้ประกอบการโรงแรมที่พักลงทะเบียนทั้งสิ้น 8,514 แห่ง ร้านอาหาร 67,527 แห่ง สถานที่ท่องเที่ยว 2,098 แห่ง ร้าน OTOP 1,383 แห่ง และสปาหรือร้านนวดเพื่อสุขภาพและบริการขนส่งเพื่อการท่องเที่ยว 204 แห่ง โดยข้อมูล ณ วันที่ 1 มกราคม 2564 มีการใช้สิทธิจองห้องพักผ่านโครงการ แล้วทั้งสิ้น 5,106,470 สิทธิ (จากทั้งหมด 6 ล้านสิทธิ) คิดเป็นมูลค่าประมาณ 13,634 ล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเป็นการจองผ่านโรงแรมทั้งหมด 5,274 แห่ง รวมถึงมีการใช้จ่ายผ่าน E &amp;ndash; Voucher ประมาณ 5,711.6 ล้านบาท และมูลค่าบัตรโดยสารเครื่องบินประมาณ 1,001.87 ล้านบาท โดยรวมแล้วมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจผ่านโครงการฯ แล้วไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88799</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพากร, ส่วนลดค่าพักโรงแรม, เก็บภาษี, โครงการคนละครึ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180124/image_big_5a689787d5d81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87589</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2020 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2020 17:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรรพากรประกาศปิดสำนักงานสมุทรสาครชั่วคราว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ธ.ค. 63 - นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพรร่ระบาดของไวรัสโควิด &amp;ndash; 19 ในท้องที่จังหวัดสมุทรสาครในขณะนี้ กรมสรรพากรจึงได้มีคำสั่งปิดสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาเมืองสมุทรสาคร 2 &amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. 2563 ถึง วันที่ 3 ม.ค. 2564 เพื่อความปลอดภัยและป้องกันความเสี่ยงด้านสุขภาพของผู้ประกอบการ ผู้เสียภาษี และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งผู้ประกอบการและผู้เสียภาษีสามารถทำธุรกรรมทางภาษี (TAX from Home) ได้ที่ www.rd.go.th หรือใช้บริการที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาเมืองสมุทรสาคร 1 หรือสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา ที่สะดวกแทน ทั้งนี้ กรมสรรพากรจะดำเนินการตามมาตรการป้องกันไวรัส COVID - 19 และแนวทางปฏิบัติของกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขโดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87589</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพากร, ปิดให้บริการชั่วคราว, สมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201221/image_big_5fe073f1c16a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2020 09:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2020 09:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาคม&#039;สั่งเปรี้ยงสรรพากรเร่งขยายฐานภาษีเร่งไล่ตามผู้หลบเลี่ยง 6 ล้านรายเข้าระบบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ย.2563 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ได้รับมอบนโยบายจากนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง ให้เร่งขยายฐานจัดเก็บภาษี โดยในปี 2564 กรมฯ ตั้งเป้าหมายผลการดำเนินงาน (Object to Key Result หรือ OKR) 2 เรื่อง คือ 1.ขยายฐานผู้เสียภาษีเพิ่มขึ้นอีก 5 แสนราย และ 2.จัดเก็บภาษีให้เข้าเป้าหมายที่วางไว้ 2.085 ล้านล้านบาท &amp;nbsp;จากปี 2563 ที่จัดเก็บภาษีได้ 1.83 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2.8 แสนล้านบาท เนื่องจากผลกระทบโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมฯ จะต้องเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ซึ่งคิดเป็นกว่า 40% ของรายได้ของกรมฯ ที่จะได้รับอานิสงส์จากมาตรการรัฐบาลที่ออกมาเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศทั้งมาตรการคนละครึ่ง ช้อปดีมีคืน ก็จะมีภาษีมูลค่าเพิ่มกลับคืนมา สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการขยายฐานภาษีเพิ่มอีก 5 แสนราย มาจากข้อมูลผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา พบว่า ยังมีอีกกว่า 6 ล้านรายที่ไม่เคยมายื่นแบบเสียภาษี ทั้งที่เป็นธุรกิจออนไลน์ และออฟไลน์ ซึ่งไม่เป็นธรรมกับผู้เสียภาษีถูกต้อง บางรายประกอบธุรกิจ เช่น ขายเคสโทรศัพท์มือถือออนไลน์ มีรายได้หลายแสนบาท มีเงินส่งให้ครอบครัว แต่ไม่รู้ว่าเป็นรายได้ที่ต้องยื่นแบบเสียภาษี ก็จะต้องเร่งดึงเข้าสู่ระบบให้ถูกต้อง ให้ความรู้ผู้เสียภาษี ซึ่งกรมมีข้อมูลทั้งหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในเดือน มี.ค.นี้ ถึงกำหนดยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรมฯ ก็จะเร่งไปติดตามผู้อยู่นอกฐานเสียภาษี เข้าข่ายหลบเลี่ยงอีกกว่า 6 ล้านราย มาเสียภาษีให้ถูกต้อง ซึ่งยอมรับว่าที่ผ่านมา เริ่มมีผู้ประกอบการร้องเรียนมาที่กรมฯ ว่า คู่แข่งทำไมไม่เข้าสู่ระบบภาษี&amp;rdquo; นายเอกนิติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกนิติ กล่าวว่า การยื่นภาษีเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2562 ที่ยื่นในปี 2563 มีจำนวนผู้ยื่นแบบรวม 9.55 ล้านราย เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.5 แสนราย แต่มีผู้เสียภาษีจริง โดยพิจารณาจากฐานรายได้ 25,000 บาทต่อเดือน ต้องเสียภาษี มีผู้เสียภาษีแค่ 3.3 ล้านรายเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จะต้องเร่งขยายฐานภาษีในส่วนภาษเงินได้นิติบุคคล ซึ่งปัจจุบันมีการจดทะเบียนที่กระทรวงพาณิชย์กว่า 6 แสนราย แต่มาเสียภาษี (ภ.ง.ด.50/51) เพียง 4.5 แสนรายเท่านั้น จำเป็นต้องนำมาอยู่ในฐานภาษีให้หมด เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ผู้เสียภาษี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83961</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพากร, ขยายฐานภาษี, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8e39da3d18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2020 08:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2020 08:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ร้องสรรพากรสอบบัญชีบริจาค&#039;ฌอน&#039; ส่อฉ้อโกงปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย. 63 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จากกรณีที่สังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก กรณีนักสร้างแรงบันดาลใจชื่อดัง &amp;#39;ฌอน บูรณะหิรัญ&amp;#39; แสดงการรับเงินบริจาคกว่า 8 แสนบาท แต่ปรากฏว่ามีการนำไปใช้บริจาคช่วยโควิด-19 ไม่ช่วยไฟป่าตามวัตถุประสงค์ขอรับเงินบริจาค และนำเงินไปผลิตสื่อเพื่อประโยชน์ส่วนตนกว่า 2.5 แสนบาท อีกทั้งยังไม่มีการเปิดเผยยอดบัญชีรายรับเงินบริจาคนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีการตั้งข้อสังเกตของประชาชนทั่วไปว่าเอกสารหลักฐานที่ฌอนนำออกมาชี้แจงนั้น ส่วนใหญ่เน้นที่การจัดทำสื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ตนเอง และการซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อนำไปช่วยโควิด-19 โดยช่วยโรงพยาบาลต่างๆ หลายจังหวัด ไปจนถึง อ.แว้ง จ.นราธิวาส มิได้เป็นการนำเงินบริจาคไปเพื่อวัตถุประสงค์ของการช่วยดับไฟป่าที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นการเฉพาะตามที่แจ้งในเพจส่วนตัวตอนขอรับบริจาคแต่อย่างใด การกระทำดังกล่าวจึงไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการรับบริจาค อาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา (ปอ.) มาตรา 341&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น รายการค่าใช้จ่ายตามหลักฐานใบเสร็จที่นำมาแสดง ปรากฏว่าบางบิลเป็นชื่อบริษัท ด๊อท ลีดเดอร์ส จำกัด อยู่ด้วย ซึ่งอาจจะเป็นการนำไปแอบอ้างการเคลมภาษีเพื่อขอยกเว้นภาษีหรือลดประจำปีของบริษัทดังกล่าวได้ ซึ่งหากทำเช่นนั้นจริงย่อมมีความผิดฐานแจ้งความเท็จตาม ปอ.มาตรา 172 ประกอบ พ.ร.บ.ประมวลรัษฎากร 2481 ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้ที่จะต้องตรวจสอบการใช้จ่ายเงินบริจาคดังกล่าว ว่ามีการรับ-การจ่ายเงินเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการรับบริจาคทุกบาท ทุกสตางค์หรือไม่นั้น คือ กรมสรรพากร ซึ่งจะสามารถชี้ให้เห็นว่าเงินบริจาคทั้งหมดมีแค่ 8 แสนกว่าบาทจริงหรือมีมากกว่านั้น มีการนำเงินบริจาคไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวและหรือใช้ในนามบริษัท ด๊อท ลีดเดอร์ส จำกัด แล้วนำมาแอบอ้างเป็นการบริจาคส่วนตัวหรือบริจาคโดยบริษัท มิได้กล่าวถึงการรับบริจาคมาหรือไม่ อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงได้ทำคำร้องเป็นหนังสือส่งไปยังอธิบดีกรมสรรพากร เพื่อขอให้ใช้อำนาจตามกฎหมาย ในการตรวจสอบการยื่นแบบรายได้ประจำปีของ &amp;#39;ฌอน บูรณะหิรัญ&amp;#39; และบริษัท ด๊อท ลีดเดอร์ส จำกัด ว่ามีการแสดงแบบรายได้-รายจ่ายเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง หรือมีการแอบอ้างการใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ส่วนตัวที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการรับบริจาคดังกล่าวหรือไม่ต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69989</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพากร, ฉ้อโกง, ฌอน บูรณะหิรัญ, ศรีสุวรรณ จรรยา, เงินบริจาคฐ, ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200629/image_big_5ef940807dc73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
