<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดเกมแก๊งเงินบุญฟ้าประทาน &#039;ช.เล็ก&#039; ดีเอสไอบุกจับถึงบ้านสุโขทัย พร้อมอายัดทรัพย์สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.64 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;น. วันนี้ เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ&amp;nbsp;ภาค&amp;nbsp;6&amp;nbsp;บุกรวบ &amp;ldquo;ช.เล็ก สุโขทัย&amp;rdquo; หรือนายธีรธัชช์ ธรกนก ได้ที่บ้านพักในพื้นที่ หมู่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต.แม่สิน อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ในฐานความผิดร่วมกันกู้ยืมเพื่อการฉ้อโกงประชาชน พร้อมอายัดทรัพย์สินอย่างบ้านพักมูลค่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;โน้ตบุ๊ค&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;โทรศัพท์มือถือ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เครื่อง ขณะที่แม่ของ ช.เล็ก สุโขทัย ไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าหน้าที่ต้องยึดบ้าน พร้อมกับบอกว่าบ้านหลังนี้ใช้เงินของแม่และญาติในการสร้างมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านเจ้าตัวให้การภาคเสธ ระบุว่า ลงทุนกับอาจารย์ท่านหนึ่ง&amp;nbsp;(ถูกออกหมายไปก่อนหน้านี้) ในโครงการเมกกะโปรเจคของเจ้าสัวรายหนึ่ง และบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งเป็นโครงการที่มีอยู่จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ&amp;nbsp;เปิดเผยว่าจากการตรวจสอบพบเอกสารโครงการเมกกะโปรเจ็คต์ 4&amp;nbsp;แสนล้านนั้นเป็นเอกสารปลอมทั้งหมด และเตรียมเอาผิดฐานปลอมแปลงเอกสารอีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ข้อหา โดยจะนำตัว ช.เล็ก ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ แจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ตลอดจนคัดค้านการประกันตัว พร้อมนำตัวฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครในขั้นตอนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การจับกุม &amp;quot;ช.เล็ก สุโขทัย&amp;quot; ก่อนนี้เมื่อวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ตร.สภ.ศรีสัชนาลัย จับกุมตัวนายธีรธัชช์&amp;nbsp;ธรกนก หรือ ช.เล็ก สุโขทัย ได้ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งย่าน สน.ธรรมศาลา พร้อมแจ้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน และ พรบ.คอมพิวเตอร์ หลังมีผู้เสียหาย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คน เดินทางมาร้องทุกข์กล่าวโทษ โดยมีมูลค่าความเสียหายประมาณ&amp;nbsp;4,000&amp;nbsp;กว่าบาท พร้อมนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดสวรรคโลก ก่อนจะได้รับการประกันตัวมาสู้คดีในเวลาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อเดือนเมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;พนักงานสอบสวน สภ.ศรีสัชนาลัย ส่งสำนวนทั้งหมดให้กับ&amp;nbsp;DSI&amp;nbsp;พร้อมโอนเป็นคดีพิเศษทันที มีการสอบปากคำผู้ร่วมขบวนการระดับหัวสาย และผู้เสียหายกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ราย จนพบเครือข่ายขบวนการทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;พนักงานสอบสวน&amp;nbsp;DSI&amp;nbsp;ภาค&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดินทางไปขออำนาจศาลอาญาฯรัชดา เพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาแก๊งเงินบุญฟ้าประทาน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ในนั้น คือ นายธีรธัชช์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธรกนก หรือ ช.เล็ก ในฐานความผิดร่วมกันกู้ยืมเพื่อการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันปลอมแปลงเอกสารนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นพบว่า ช.เล็ก เป็นระดับคนระดมทุน ส่งเงินให้กับนางสาวสรวีย์ ชัยเลิศ หรือแม่ครู ที่ยอมรับสารภาพกับ&amp;nbsp;DSI&amp;nbsp;ไปก่อนหน้านี้ว่า บัญชีเงิน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แสนล้านบาท นั้นเป็นฝีมือตนปลอมแปลงด้วยตัวเอง การจับกุม ช.เล็ก สุโขทัย ในครั้งนี้ ทาง&amp;nbsp;DSI&amp;nbsp;ภาค&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จึงได้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ทั้งบ้านที่เพิ่งสร้างเสร็จ ราคา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านบาท และโทรศัพท์มือถือ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เครื่อง พร้อมโน้ตบุ๊ก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เครื่อง โดยเบื้องต้นเจ้าตัวให้การปฏิเสธ และขอต่อสู้คดีในชั้นศาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119643</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสอบสวนคดีพิเศษ, คดีฉ้อโกงประชาชน, จังหวัดสุโขทัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_61668b3bb0a3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 20:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 20:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดีเอสไอ&#039; รับคดีขโมยรังนกพัทลุง เป็นคดีพิเศษแล้ว ปปช.พร้อมรับข้อมูลจากทุกภาคส่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.64 - รายงานข่าวเปิดเผยว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้รับคดีการขโมยรังนกและการทำลายทรัพยากรรังนกอีแอ่น ต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง ไว้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว เนื่องจากคดีมีมูลค่าความเสียหายเป็นจำนวนมาก และมีเจ้าหน้าที่รัฐต้องสงสัยเข้ามาเกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และจะได้ลงพื้นที่ดำเนินการสืบสวนหากพบการกระทำความผิดก็จะส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จะมีการสืบสวนขยายผลไปยังกลุ่มขโมยรังนกอีแอ่น กลุ่มบุคคล และขบวนการการขโมยรังนกอีแอ่น รวมทั้งบุคคลผู้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งในขณะนี้มีข้อมูลสำคัญอยู่ในมือของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)&amp;nbsp;เป็นจำนวนมากแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนะ อาษาวุธ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า ทางสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดพัทลุง ได้ติดตามตรวจสอบเชิงลึกมาอย่างต่อเนื่องและได้จัดเก็บข้อมูลข่าวสารเชิงลึกไว้แล้ว ในขณะเดียวกันหากประชาชน องค์กร ภาคเอกชน ฯลฯ จะยื่นเรื่องให้ทางสำนักงาน เพื่อให้ตรวจสอบกรณีมีการขโมยรังนกและทำลายพันธุ์นกอีแอ่น ก็พร้อมที่จะรับเรื่องร้องเรียนเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่รายหนึ่ง เปิดเผยว่า การเก็บหลักฐานคือการตรวจสอบโทรศัพท์ระหว่างผู้อยู่บนเกาะรังนกอีแอ่น ต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง กับบุคคลภายใน และภายนอกเกาะถ้ำรังนกอีแอ่น ทั้งทางทะเล และทางบก และเชื่อมโยงยังบุคคลภายนอกพื้นที่ ตลอดจนถึงรังนกอีแอ่นที่จะลงไปถึงเป้าหมายรังนกอีแอ่นที่ถูกขโมยไป น่าจะเชื่อมโยงไปยังพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา&amp;nbsp;จ.สตูล และกรุงเทพฯ&amp;nbsp;ก่อนส่งไปจำหน่ายยังตลาดต่างประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118370</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสอบสวนคดีพิเศษ, จังหวัดพัทลุง, ดีเอสไอ, เกาะรังนกอีแอ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_6155b541aed34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยายยื่นDSIทหารขืนใจ ข่มขู่หลานสาววัย11ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยายชาวร้อยเอ็ดร้องดีเอสไอตรวจสอบหลานสาววัย 11 ขวบ ถูกทหารคุกคามทางเพศ อวัยวะเพศฉีกขาด แจ้งความ ตร.ร้อยเอ็ดแต่คดีไม่คืบ หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม ทนายเกิดผลแฉโดนข่มขู่จากคนมีสีจนเด็กหวาดกลัว&amp;nbsp;
เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา พร้อมทนายเกิดผล แก้วเกิด และทนายกฤษฎา โลหิตดี หรือทนายโนบิตะ &amp;nbsp;พานางไพบูลย์ กรีนวู๊ด ยายของหลานสาวอายุ 11 ขวบ &amp;nbsp;ผู้เสียหาย เข้าร้องทุกข์ต่อ พ.ต.อ.อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ &amp;nbsp;รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หลังตำรวจ สภ.เมืองร้อยเอ็ดไม่รับแจ้งความกรณีพลทหารข่มขืนหลานสาว ทำเพียงลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น ญาติเหยื่อเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในคดีดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางไพบูลย์กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ก.ย.64 เวลาประมาณ 18.00 น. ตนพักอาศัยใน อ.เมืองร้อยเอ็ด ใกล้ค่ายทหาร โดยทราบว่ามีพลทหารรายหนึ่งซึ่งรู้จักกับหลานสาวผ่านโซเชียลมีเดียมากว่า 1 &amp;nbsp;เดือน ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาหาหลานสาวซึ่งเป็นช่วงจังหวะที่ตนใช้หลานสาวไปซื้อน้ำแข็ง ก่อนทั้งคู่จะหายกันไปหลายชั่วโมงจนผิดสังเกต จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ สภ.เมืองร้อยเอ็ด แต่ตำรวจให้ลงแค่บันทึกประจำวัน อ้างว่าคนหายต้องครบ 24 ชั่วโมงก่อนถึงจะแจ้งความได้&amp;nbsp;
นางไพบูลย์เล่าต่อว่า ต่อมาวันที่ 23 ก.ย. เวลา &amp;nbsp;09.45 น. พลทหารรายดังกล่าวได้ขี่รถจักรยานยนต์มาส่งหลานสาว ซึ่งพบว่าหลานสาวมีสภาพอิดโรยและเดินเซ &amp;nbsp;จึงตัดสินใจสอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่หลานสาวกลับปฏิเสธที่จะตอบคำถาม จึงตัดสินใจพาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลและพบว่าอวัยวะเพศฉีกขาด มีร่องรอยฟกช้ำ &amp;nbsp;โดยแพทย์แจ้งว่าจะส่งผลตรวจอย่างละเอียดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจภายหลัง แต่เนื่องจากคดีไม่มีความคืบหน้า จึงต้องมาร้องเรียนให้หมอปลาช่วยเหลือ กระทั่งผ่านไป 6 วัน เจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่งจะโทรศัพท์ติดต่อมามาหาเพื่อรับทำคดีหลังจากเป็นข่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทนายเกิดผล แก้วเกิด กล่าวว่า คดีดังกล่าวมีการนำคนมีสีเข้ามาพูดจาข่มขู่เพื่อให้ผู้เสียหายเกรงกลัว &amp;nbsp;พร้อมระบุว่าผู้ก่อเหตุจะไม่ถูกดำเนินคดี ส่วนตัวเกรงผู้เสียหายจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงตัดสินใจร้องเรียนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118138</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสอบสวนคดีพิเศษ, ถูกทหารคุกคามทางเพศ อวัยวะเพศฉีกขาด, ทนายกฤษฎา โลหิตดี, นายจีรพันธ์ เพชรขาว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b427aa8b1c.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดีเอสไอ&#039; สอบลัมโบร์กินี &#039;ผกก.โจ้&#039; พบข้อมูลโยงคดีรถหรูเลี่ยงภาษีอยู่ในอัยการสูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;26 ส.ค.64 - เวลา 13.30 น. ที่อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน กรณี ดีเอสไอตรวจสอบพบรถยนต์ลัมโบร์กีนีของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ หรือ ผกก.โจ้ ซึ่งเป็นหนึ่งในรถจำนวน 29 คัน ที่อยู่ในความครอบครองของผู้ต้องหา&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;โดยพ.ต.ท.กร​วัช​ร์ กล่าวว่า ดีเอสไอขอชี้แจงว่าได้ตรวจสอบฐานข้อมูลในระบบบริหารคดีของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ พบว่า ในจำนวนรถหรู ยี่ห้อลัมโบร์กินี หมายเลขตัวรถ ZHWEC1ZD6ELA..เป็นคดีพิเศษที่ 199/2560 ที่ดีเอสไอรับผิดชอบ และได้มีการดำเนินคดีกับขบวนการผู้ร่วมกันกระทำความผิด รวม 8 ราย ที่ร่วมกันนำรถยนต์ใหม่สำเร็จรูปจากต่างประเทศมาในราชอาณาจักรโดยสำแดงราคานำเข้าเป็นเท็จต่ำกว่าราคาซื้อขายที่แท้จริง เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี เป็นเหตุให้รัฐได้รับความเสียหายในความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560&amp;nbsp;(มาตรา 27 และมาตรา 115 จัตวา แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469) พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 (มาตรา 165 มาตรา 167 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527) และตามประมวลกฎหมายอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;กรณีนี้ทำให้รัฐเสียหายคิดเป็นราคาขาด 9,512,525.61 บาท อากรขาด 7,610,020.00 บาท ภาษีสรรพสามิตขาด 19,025,050.27 บาท ภาษีเพื่อมหาดไทยขาด 1,902,505.33 บาท และภาษีมูลค่าเพิ่มขาด 2,663,507.48 บาท ทำให้ภาษีอากรรวมขาด 31,201,083.08 บาท และได้ส่งสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษคดีดังกล่าวไปยังพนักงานอัยการแล้วเมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2562 สารบบระบุว่าปัจจุบันคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของอัยการสูงสุด (อสส.)&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ทั้งนี้ คดีพิเศษที่ดีเอสไอรับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวกับรถหรูความผิดที่เกี่ยวกับการสำแดงราคานำเข้าเป็นเท็จต่ำกว่าราคาซื้อขายที่แท้จริงทั้งหมด มีจำนวนทั้งสิ้น 216 คดี และได้สอบสวนเสร็จสิ้นส่งสำนวนการไปยังพนักงานอัยการแล้ว จำนวน 150 คดี และอยู่ระหว่างดำเนินการ จำนวน 66 คดี
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบโดยทั่วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114631</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสอบสวนคดีพิเศษ, ถุงคลุมหัวฆ่า, ผกก.โจ้, ผู้กำกับโจ้, พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร, รถหรู, ลัมโบร์กินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_61274d47b3cb7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101516</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2021 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2021 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พวกขบวนการเฟกนิวส์มีสะดุ้ง!DSIตั้งศูนย์สืบสวนฯมุ่งกวาดล้างยกก๊วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค.64-กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เผยแพร่เอกสารข่าวระบุว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19)&amp;nbsp; ในประเทศไทยที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากสถานการณ์ดังกล่าว ปรากฏมีบุคคลหรือคณะ บุคคล ได้นำเข้าข้อมูลข่าวสารสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยมีการบิดเบือน หรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน ความมั่นคงของประเทศ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp; และยังก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ส่งผลกระทบต่อการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและความเข้าใจที่ถูกต้องของประชาชน โดยในบางกรณีมีเจตนาแสวงหาผลประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใดจาก การส่งต่อข้อมูลอันเป็นเท็จเหล่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.กรวัชร์&amp;nbsp; ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มีนโยบายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษจัดตั้งศูนย์สืบสวนและต่อ ต้านข่าวสารอันเป็นเท็จในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) เพื่อให้กรมสอบสวนคดีพิเศษมีข้อมูลข้อเท็จจริง เพื่อสนับสนุนภารกิจในการสืบสวนสอบสวนตามพระราช บัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ในการพิจารณาดำเนินคดีพิเศษหรือคดีอาญาอื่นที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ โดยได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.สุภัทธ์ ธรรมธนารักษ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดี พิเศษ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ พ.ต.ท.วิชัย สุวรรณประเสริฐ ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ เป็นรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ และนางสาวรัศมี สีตลวรางค์ ผู้อำนวยการส่วนคดี เทคโนโลยีและสารสนเทศ 2 เป็นเลขานุการศูนย์ฯ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย คณะทำงานประจำศูนย์ฯ จะดำเนินการภายใต้กรอบภารกิจ ดังนี้ (1) สืบสวนและแสวงหาข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาว่ามีบุคคลหรือคณะบุคคลร่วมกันเป็นขบวนการนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยมีข้อมูลที่บิดเบือนหรือปลอม ส่งผลกระทบต่อการรับรู้ข้อมูล ข่าวสารและความเข้าใจที่ถูกต้องของประชาชน อันอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดกฎหมายที่เป็นคดีพิเศษตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 หรือกฎหมายอื่น หรือไม่ อย่าง ไร&amp;nbsp; (2) รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล ที่ได้จากการสืบสวนหรือแสวงหาข้อเท็จจริงรายงานให้กระทรวงยุติธรรม เพื่อเป็นข้อมูลและรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นเพื่อทราบ&amp;nbsp; (3) สนับสนุนข้อมูลที่ได้จากการสืบสวนให้หน่วยงานภาครัฐหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง และประสานข้อมูลกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (Anti-Fake News Center Thailand)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101516</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสอบสวนคดีพิเศษ, ดีเอสไอ, ศูนย์สืบสวนต่อต้านเฟกนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608e68816ec5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อสส.อนุมัติ &#039;วัชรินทร์&#039; อัยการมือดีร่วมสอบคดีฟอกเงินสหกรณ์รถไฟ หลังดีเอสไอร้องขอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พิจารณาอนุมัติให้ทำการสืบสวนสอบสวนการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมของอดีตคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ จำกัด กับพวก เป็นคดีพิเศษ จึงขออนุญาตให้นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 2 เข้าร่วมเป็นที่ปรึกษาคดีพิเศษในคดีดังกล่าวนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2564 นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด (อสส.) ได้เซ็นคำสั่งอนุญาตให้ นายวัชรินทร์ ข้าราชการอัยการเป็นที่ปรึกษาคดีพิเศษในคดีการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ของอดีตคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ จำกัด กับพวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคดีอาญาฟอกเงิน (คดีอาญาที่ 41/2563) ทางดีเอสไอได้รับสำนวนการสอบสวนจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมทั้งตัวผู้ต้องหา คือ นายบุญส่ง หงษ์ทอง กับพวก รวม 9 คน ซึ่งเป็นการทุจริตของอดีตผู้บริหารสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ จำกัด เพื่อดำเนินการกับบุคคลที่กระทำความผิดในสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ เป็นคดีพิเศษ 21/2564 รวมมูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดประมาณ 2,285 ล้านบาท เป็นคดีพิเศษ ซึ่งดีเอสไอจะได้ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด และขอให้พนักงานอัยการมีคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดคืน หรือชดใช้คืนให้แก่ผู้เสียหาย ตลอดจนสมาชิกสหกรณ์จำนวนกว่า 6,000 ราย และสหกรณ์พันธมิตรอีก 15 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายวัชรินทร์ เป็นถือเป็นอัยการสอบสวนฝีมือดี เคยได้รางวัลอัยการดีเด่นจบหลักสูตร FBI จากสหรัฐฯ รุ่นเดียวกับ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีดีเอสไอ โดยมีผลงานสมัยอยู่สอบสวนลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนลุยคดีปล้นปืน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96465</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสอบสวนคดีพิเศษ, คดีฟอกเงิน, ดีเอสไอ, วัชรินทร์ ภาณุรัตน์, สหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_6052ebd37314d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดีเอสไอ&#039; ลงพื้นที่สอบปมขัดแย้งวัดหลวงพ่อเงิน แนะหาช่องเปิดเวทีเจรจาสงบศึก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าปัญหาความวุ่นวายภายในวัดหิรัญญาราม หรือ วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา ตลาดทั้งวัน&amp;nbsp;พ.ต.ท.สุภัทธ์ ธรรมธนารักษ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยกรมคุ้มครองสิทธิ์และเสรีภาพได้ลงพื้นที่มายังจังหวัดพิจิตร โดยได้ใช้ห้องประชุมของ สนง.ยุติธรรมจังหวัดพิจิตร เพื่อสอบสวนเรื่องความวุ่นวายของวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ต.บางคลาน อ.โพทะเล จ.พิจิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีกลุ่มของพระครูวิสิฐสีลาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัด หลวงพ่อเงินบางคลาน ไปร้องทุกข์ในเรื่องที่เกี่ยวกับการที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสและอีกหลายเรื่อง โดยในช่วงเช้า DSI ได้ทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริงจากฝ่ายผู้ร้องและผู้ที่เกี่ยวข้องรวมถึงชาวบ้านที่มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวนหลายสิบคนที่มาร่วมให้ข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในช่วงภาคบ่าย ได้ทำการสอบสวนเพื่อรับฟังข้อเท็จจริงจากฝ่ายของพระครูพิสุทธิวรากร ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม &amp;ldquo;วังตะโก&amp;rdquo; หรือ วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน โดยมีนายพร ปั้นเพ็ง รักษาการไวยาวัจกรวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน พร้อมที่ปรึกษากฎหมายของวัดฯ โดยใช้เวลา 4 ชั่วโมงเต็มในการดูหลักฐานที่เป็นคำพิพากษา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการฟ้องร้องของรักษาการเจ้าอาวาสกับอดีตเจ้าอาวาสและบริวารรวมถึงได้ดูภาพคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในวัด เมื่อเสร็จสิ้นการสอบสวนจึงได้มีการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย นายพร&amp;nbsp;ปั้นเพ็ง รักษาการไวยาวัจกรวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ได้เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจากตนเองเป็นผู้เริ่มต้นการร้องเรียน เหตุเกิดจากต้องการตรวจสอบเรื่องการเงินของพิธีมหาพุทธาภิเษกปี พ.ศ. 2555 ที่เกี่ยวข้องกับเบื้องสูง แต่พฤติกรรมของอดีตเจ้าอาวาสไม่โปร่งใส รวมถึงร้องเรียนอีก 25 เรื่องจนเป็นที่มาของคณะสงฆ์หรือพระชั้นผู้ใหญ่ตั้งกรรมการสอบสวนและปลดอดีตเจ้าอาวาสใช้อำนาจตามพ.ร.บ.คณะสงฆ์ ชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงมีคำพิพากษาให้อดีตเจ้าอาวาสต้องส่งมอบทรัพย์สินแต่ก็ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งศาล อีกทั้งก็มีบุคคลภายนอกซึ่งมีตำแหน่งทางการเมืองระดับสูงยุยงชาวบ้านให้กระด้างกระเดื่องไม่ปฏิบัติตามกฏหมายจนเป็นที่มาของความวุ่นวายมาจนถึงทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายชัชวาล ขันสำลี ทนายความ ซึ่งเป็นอดีต ผอ.สนง.บังคับคดี ได้เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่มีข้อร้องทุกข์กับ DSI ว่า มีชาวบ้านตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีต่างๆว่า ตามที่มีการออกหมายจับที่มีประชาวชนมาเกี่ยวข้องว่า&amp;nbsp;ถ้ามีการปิดประกาศของบังคับคดีแล้วคนที่มายุ่งเกี่ยวถือว่าเป็นบริวารของจำเลย หากคิดว่าไม่ใช่บริวารของจำเลยก็ต้องยื่นแสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายใน 15 วัน ปรากฏว่าคดีนี้ไม่มีการยื่นอำนาจพิเศษต่อศาล คนที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับกิจการของวัดก็ถือว่าเป็นบริวารของจำเลย เพราะฉะนั้น คนที่ถูกชักจูงเข้ามา ทนายความจึงต้องรายงานต่อศาลไต่สวนว่าคนที่มาสนับสนุน หรือ เป็นบริวารของจำเลย แล้วศาลก็เห็นภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิดและภาพถ่ายและตามกฏหมายบุคคลดังกล่าวจึงตกเป็นผู้ขัดขืนคำพิพากษาของศาลซึ่งต้องถูกจับและกักขังไม่ให้กระทำการฝ่าฝืนคำพิพากษาของศาล ซึ่งเรื่องดังกล่าวทนายส่งให้บังคับคดีจังหวัดพิจิตร และ บังคับคดีจังหวัดพิจิตร เป็นผู้ส่งหลักฐานและเรื่องดังกล่าวให้ศาลพิจารณา ซึ่งเป็นเรื่องหรือคดีแค่คดีเดียวแต่มีผู้กระทำผิดหลายคน ซึ่งเหตุเกิดจากไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลเท่านั้นเอง ไม่ได้กลั่นแกล้งแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.สุภัทธ์ ธรรมธนารักษ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องข้อพิพาทวัดกับชาวบ้านและชาวบ้านกับวัด ทั้งสองฝ่ายมีประเด็นหลัก 3 เรื่องคือ 1.ข้อพิพาทที่เกิดขึ้น 40 กว่าเรื่อง 2.การแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาส 3.เงินรายได้ของวัด นอกจากนี้ชาวบ้านก็ร้องว่าไม่สามารถไปประกอบศาสนกิจภายในวัดำได้ในบางเรื่อง จึงทำให้ DSI ต้องเข้ามาสอบสวนหาข้อเท็จจริงและได้ข้อมูลดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ในส่วนข้อพิพาททางคดีเนื่องจากเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายหลังจากมีการแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสเป็นต้นมา อาจมีก่อนหน้านี้ที่มีเหตุให้มีการเปลี่ยนตัวเจ้าอาวาสรูปเดิม จนกระทั่งหลังจากการแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสแล้วก็ยังมีเหตุข้อพิพาทกันอยู่ไป-มา ขอไม่ก้าวล่วงในคดี เพราะว่าในคดีส่วนหนึ่งตัดสินแล้วและอีกส่วนหนึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาและอีกส่วนหนึ่งอยู่ระหว่างพนักงานสอบสวน สภ.โพทะเล ดำเนินการอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เรื่องของการแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสทางฝ่ายรักษาการเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อเงินบางคลานได้ชี้แจงว่าในเรื่องการแต่งตั้งเป็นอำนาจของเจ้าคณะตำบลที่แต่งตั้งมา ส่วนที่มีคำถามว่าการแต่งตั้งรักษาการวัดหลวงพ่อเงินบางคลานอยู่มา 7 ปีแล้ว ทำไมไม่แต่งตั้งให้สำเร็จให้เป็นตัวจริงเสียที ซึ่งทนายความฝ่ายรักษาการ ก็ได้ชี้แจงว่าอาจมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่รักษาการเจ้าอาวาสมีการฟ้องร้องต่อศาลเพื่อให้อดีตเจ้าอาวาสรูปเดิมส่งมอบทรัพย์สินให้กับทางวัด ดังนั้นรักษาการก็ยังคงเป็นคู่ความในคดีอยู่ การบังคับคดีในเรื่องดังกล่าวยังไม่สำเร็จลุล่วง เพราะฉะนั้นจึงอาจเป็นเหตุผลที่ฝ่ายพระผู้ใหญ่ที่มีอำนาจก็ยังไม่แต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสตัวจริง ก็อาจรอเรื่องนี้ให้สำเร็จลุล่วงไป ซึ่งเป็นมุมที่ทนายความของรักษาการชี้แจงมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เรื่องความโปร่งใสรักษากรชี้แจงว่ามีกการตรวจสอบทรัพย์สิน ในเบื้องต้นที่ได้มาก็ได้มีการปิดประกาศให้ชาวบ้านทราบอยู่แล้ว ในส่วนที่ชาวบ้านร้องว่าเดือดร้อนว่าเข้าไปประกอบศาสนกิจยากลำบากหรือเอาบุตรหลานไปบวชในวัดก็ทำไม่ได้นั้น ฝ่ายรักษาการก็ชี้แจงว่าไม่ได้ปิดกั้นในเรื่องนี้ ซึ่ง DSI ได้ฟังข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.สุภัทธ์ ธรรมธนารักษ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในความคิดเห็นส่วนตัวอาจจะต้องมีข้อเท็จจริงบางอย่างที่จะต้องไปหาเพิ่มเติมก็จะดำเนินการในส่วนนั้นและคิดว่าอาจจะต้องมีการเปิดเวทีให้พูดคุยกันระหว่างสองฝ่าย ซึ่งฝ่ายรักษาการก็บอกว่ามีความพยายามอยู่แต่ไม่สามารถที่จะจบลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96439</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสอบสวนคดีพิเศษ, จังหวัดพิจิตร, ดีเอสไอ, วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_6052b0de7bec5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
