<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2021 19:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2021 19:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมสุขภาพจิตย้ำติดโควิดไม่ใช่โรคน่ารังเกียจต้องช่วยกันสร้างกำลังใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.64 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ทำให้ผู้ติดเชื้อและประชาชนเกิดความเครียดในการดำรงชีวิต บางรายถึงกับคิดสั้นตามที่นำเสนอในข่าวดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า&amp;nbsp; ขอให้คำแนะนำหากเป็นผู้ป่วยโควิด-19 ที่รู้สึกตัวเองเป็นต้นเหตุให้คนในครอบครัว คนใกล้ชิด และสังคมเสี่ยงติดเชื้อโควิด&amp;nbsp; ทุกคนต้องเข้าใจว่าโรคโควิด-19 แม้จะมีการติดต่อง่าย แต่ไม่ใช่โรคที่น่ารังเกียจ สามารถรักษาให้หายได้ เพราะฉะนั้นเมื่อคนที่เป็นโควิด-19 ต้องไปพักรักษาตัวในโรงพยาบาลหรือที่โรงพยาบาลสนาม เพื่อเป็นการไปพักรักษาและสังเกตุอาการ คือ 1.ป้องกันตัวเอง เพราะมีการติดตามอาการทุกวัน หากผู้ป่วยมีอาการที่รุนแรงจะสามารถทำการรักษาได้ทัน 2.ป้องกันคนในครอบครัว ซึ่งหลายเคสมีการแพร่กระจายเชื้อสู่คนในครอบครัวที่จะทำให้เกิดความเครียดทั้งครอบครัว&amp;nbsp; 3.ปกป้องสังคมในการเข้ารับการกักตัว 14 วัน เพื่อไม่ให้แพร่กระจายเชื้อในวงกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการบูลลี่คนที่ติดเชื้อโควิด-19 จากคนในสังคม โฆษกกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ประเทศต้องการความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน เพราะจะมีคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่รับรู้เรื่องการแพร่ระบาด ซึ่งก็ต้องทำความเข้าใจเขา เพราะทุกคนก็กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ และคนอีกกลุ่มเมื่อเกิดการแพร่ระบาดที่มีจำนวนผู้ติดเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ระมัดระวัง ก็ยังใช้ชีวิตด้วยความเสี่ยง&amp;nbsp; ซึ่งอาจจะสร้างความโกรธให้กับสังคม เพราะต้องยอมรับว่าโควิด-19 ระลอกใหม่นี้มีการแพร่กระจายเชื้อไวรัสที่เร็วและติดง่ายมากกว่ารอบก่อน ทำให้การดูแลป้องกันยากขึ้น แต่สุดท้ายก็ต้องเข้าใจว่าไม่ได้มีใครอยากติด ทำให้ต้องทำความเข้าใจกัน ให้กำลังใจกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; กรมสุขภาพจิตได้ติดตามความเครียดที่เกิดขึ้นในประชาชน เมื่อมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงมากขึ้น ความเครียดจึงสูงขึ้น หากสถานการณ์ดีขึ้นความเครียดก็จะลดลง เปรียบเสมือนกับระลอกคลื่น ดังนั้น ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโควิด-19 เป็นส่วนสำคัญ เพราะผ่านมาหลายระลอก ระวังเรื่องข่าวเท็จหรือข่าวลือต่างๆ เพราะเราไม่ได้ต้องการให้คนตระหนก แต่อยากให้ตระหนัก และทำความเข้าใจกับคนใกล้ชิด เพื่อน หรือคนในครอบครัว หากเขาลืมใส่หน้ากาก หรือไปสถานที่เสี่ยง ก็อย่าเพิ่งไปต่อว่า พยายามเตือนด้วยความหวังดี ความห่วงใยต่อกันและกัน และทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย อย่าจดจ่อกับข่าวโควิด-19 มากจนเกินไป&amp;rdquo; โฆษกกรมสุขภาพจิต กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100354</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสุขภาพจิต, ผู้ป่วยโควิด, อย่ารังเกียจ, เห็นอกเห็นใจ, โรคเครียด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_60816c839ebb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 17:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2021 17:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ก้าวไกล โวยลั่นสังคมโหดร้าย &#039;อแมนด้า&#039; ถูกปลดพ้นทูตสุขภาพจิต สะท้อนคนคิดต่างไม่มีที่ยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.64 -นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณี น.ส.อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 แสดงจุดยืนทางการเมือง ส่งผลให้กรมสุขภาพจิตปลดออกจากตำแหน่งทูตด้านสุขภาพจิต ว่า การตัดสินใจในการปลดอแมนด้านั้น ตนเชื่อว่าผลที่กรมสุขภาพจิตได้รับน่าจะเป็นสิ่งตรงกันข้ามที่กรมสุขภาพจิตกังวล เพราะนี่คือการแสดงให้เห็นว่า คนคิดต่างไม่มีที่ยืนในสังคม และแสดงถึงความใจแคบของผู้บริหารที่ออกแถลงการณ์แบบนี้ เพราะพื้นที่สำหรับคนคิดต่างนั้นควรได้รับการรับฟังและเปิดพื้นที่ให้แสดงความคิดเห็นนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในทุกๆ ด้าน การปลดตำแหน่งไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาแต่เป็นการซ้ำเติม ยิ่งทำให้เห็นชัดว่าสังคมไทยมีหน้าตาและความโหดร้ายอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่มีความขัดแย้ง เชื่อว่าประชาชนต้องการเห็นการทำงานของกรมสุขภาพจิตในด้านการสื่อสารให้ความรู้ความเข้าใจทางการเมืองในครอบครัวที่มีความไม่เข้าใจกัน หรือแก้ปัญหา ให้คำปรึกษา ในครอบครัวที่มีความแตกต่างในด้านยุคสมัย หรือวิธีการจัดการความขัดแย้งทางการเมืองในครอบครัว เพื่อเป้าหมายและส่งเสริมการยอมรับกันในความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่กรมสุขภาพจิตกลับทำสิ่งนี้เสียเองคือ การไม่ยอมรับกัน&amp;rdquo; นายธัญวัจน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธัญวัจน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนขอฝากถึงอแมนด้า มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 ว่า จงยึดมั่นในความยุติธรรม และไม่จำเป็นต้องเกรงกลัว เพราะเรามีสิทธิอันชอบธรรมที่จะแสดงความคิดเห็นด้านการเมือง และขอให้กำลังในสิ่งที่เกิดขึ้นจากการกระทำอันใจแคบต่ออแมนด้า และตนว่าเมื่ออแมนด้าเดินทางไปประกวดนางงามจักรวาลที่ต่างประเทศ เธอคงได้แบ่งปันเรื่องราวทางการเมืองและสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอ ที่อาจจะทำให้กรมสุขภาพจิตต้องมานั่งปรึกษาแพทย์กันเอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94773</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสุขภาพจิต, ทูตด้านสุขภาพจิต, ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020, อแมนด้า – ชาลิสา ออบดัม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603e102b34e27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 13:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2021 13:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน! กรมสุขภาพจิต ประกาศขอยุติบทบาท &#039;อแมนด้า&#039; เป็นทูตด้านสุขภาพจิตแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.64 -&amp;nbsp;แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ทางกรมสุขภาพจิตได้รับทราบถึงข้อกังวลของประชาชนต่อการมอบหมายภารกิจด้านสุขภาพจิตแก่ นางสาวอแมนด้า ชาลิสา ออบดัม เจ้าของตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งการมอบหมายภารกิจทูตด้านสุขภาพจิตที่ได้นั้นไม่ได้เป็นการมอบหมายอภิสิทธิพิเศษแต่อย่างใด เป็นเพียงหน้าที่และภารกิจการช่วยเหลืองานด้านสุขภาพจิตเท่านั้น ซึ่งมีหน้าที่ได้แก่ 1.ส่งเสริมภาพลักษณ์การทำงานด้านสุขภาพจิต 2.ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเพื่อช่วยให้คนไทยมีสุขภาพจิตที่ดี 3.ปฏิบัติงานจิตอาสากรมสุขภาพจิต และ 4.ขยายเครือข่ายจิตอาสาเพื่อสร้างกระแสการเป็นผู้รับฟังที่ดี เช่นเดียวกับความร่วมมือของกรมสุขภาพจิตกับกองประกวดมิสไทยแลนด์เวิล์ดในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการมอบหมายภารกิจทูตด้านสุขภาพจิตเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมสุขภาพจิตมีเป้าหมายในการสร้างความสุขให้แก่ประชาชนและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมาโดยตลอด แต่อย่างไรก็ดี กรมสุขภาพจิตรับทราบถึงความกังวลใจของประชาชนในขณะนี้ และกรมสุขภาพจิตไม่สามารถดำเนินภารกิจที่อาจจะก่อให้เกิดความขัดแย้งและสร้างความไม่สบายใจแก่ประชาชนในสังคมได้ ทั้งนี้กรมสุขภาพจิตได้มีการปรึกษาหารือกับกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์และรับทราบร่วมกันถึงความกังวลใจของประชาชน ทางกรมสุขภาพจิตจึงขอยุติบทบาทภารกิจทูตด้านสุขภาพจิตดังกล่าวตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94744</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสุขภาพจิต, ทูตด้านสุขภาพจิต, นางงาม3นิ้ว, อแมนด้า – ชาลิสา ออบดัม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603ddb1763819.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94660</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 19:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 19:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทูตนริศโรจน์&#039; ค้านตั้งนางงามหนุนม็อบ 3 นิ้วเป็น &#039;ทูตด้านสุขภาพจิต&#039; ใช้เฟกนิวส์ทำสังคมขัดแย้งหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค.64 - นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp;การจะประกาศแต่งตั้งใครให้เป็น &amp;ldquo;ทูตกิตติมศักดิ์&amp;rdquo; ในตำแหน่งสาขาด้านใดด้านหนึ่ง บุคคลนั้นจะต้องมีประวัติและพฤติกรรมที่ เคลียร์ สมเป็นตัวแทนประเทศจริงๆ&amp;nbsp;แต่ถ้าไปเอาคนที่ประวัติและพฤติกรรมไม่เคลียร์มาเป็น &amp;ldquo;ทูตกิตติมศักดิ์&amp;rdquo; แล้ว ดันมีคนไปขุดคุ้ยเจอเรื่องราวการแสดงออกทั้งวาจาและคำพูดของบุคคลนั้นๆ ซึ่งไม่เหมาะสมกับการเป็น บุคคลสาธารณะ (public figure) เพราะบุคคลนั้นๆขาดการไตร่ตรอง ไม่มองให้รอบด้าน ไม่เป็นกลาง หรือใช้ fake news นำไปเผยแพร่ขยายความเพื่อประจานประเทศตัวเอง ก็ย่อมก่อให้เกิดปัญหาขัดแย้งทางสังคมตามมาอย่างช่วยไม่ได้ !&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบบนี้ไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง ทำให้คนที่ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยทะเลาะกันวุ่นวายจน &amp;ldquo;เสียสุขภาพจิต&amp;rdquo; กันไปหมด นี่เป็นข้อพิสูจน์ได้อย่างดีว่าตำแหน่งกิตติมศักดิ์ที่งุบงิบยัดเยียดแต่งตั้งกันเพื่อหวังผลประดับ profile ของบุคคลนั้นๆ fail ไม่สง่างามและไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนริศโรจน์ โพสต์ข้อความอีกว่า โพสต์นี้ นางงามคนหนึ่งเคยโพสต์ไว้โดยมีตราสัญลักษณ์ 3 ขีด เมื่อตอนม็อบโดนฉีดน้ำ โดยใช้ข้อมูลที่บิดเบือนหลายอย่าง เรียกร้องให้ต่างชาติมาช่วยม็อบ 3 นิ้วที่ได้กระทำการหลายอย่างที่ผิดกฏหมายและดูหมิ่นสถาบัน ดังปรากฏหลักฐานเชิงประจักษ์ในตอนนี้มากมาย ถึงแม้ต่อมาเธอจะลบไป แต่สิ่งที่เธอโพสท์มันสำเร็จแล้ว และมีคนแคปไว้ทัน และแล้วหน่วยงานหนึ่งก็มอบตำแหน่ง &amp;ldquo;ทูตกิตติมศักดิ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพจิต&amp;rdquo; ให้เธอ !&amp;nbsp;ถามความรู้สึกเพื่อนๆหน่อยครับว่า รับได้มั้ย ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนริศโรจน์ ได้เขียนในคอมเม้นท์ว่า ประโยคเด็ดของนางคือ &amp;rdquo;not to mention the power behind the curtain that sustains it&amp;ldquo; นางหมายถึงใคร !!!!????&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆนี้ กรมสุขภาพจิตและกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ได้ตกลงร่วมมือกันด้านการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์การทำงานด้านสุขภาพจิตของกระทรวงสาธารณสุข รวมไปถึงสนับสนุนการดำเนินงานด้านสุขภาพจิตของกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ โดยเบื้องต้นมอบหมายให้ อแมนด้า - ชาลิสา ออบดัม เจ้าของตำแหน่ง มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 ขึ้นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของกรมสุขภาพจิต หรือ ทูตด้านสุขภาพจิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94660</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสุขภาพจิต, ทูตด้านสุขภาพจิต, นริศโรจน์ เฟื่องระบิล, อแมนด้า – ชาลิสา ออบดัม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f58ed7bed876.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2020 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2020 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยงยุทธ&#039;วิเคราะห์ความสนใจการเมืองของนักเรียนและทางออกของสังคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค.63 -นายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์&amp;nbsp; ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต โพสต์ข้อความผ่านดฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง การเมืองกับสังคมไทยในปัจจุบันและจิตวิทยาคนหนุ่มสาว มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากปรากฏการณ์ชูสามนิ้ว และผูกริบบิ้นขาวของเยาวชนไทยและกลุ่มคนหนุ่มสาวในระดับโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ในมุมมองทางจิตวิทยานั้น ผมได้สรุปมาเป็นการแลกเปลี่ยนเพื่อการพัฒนาการเมืองกับสังคมไทยในปัจจุบันและจิตวิทยาคนหนุ่มสาว ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความสนใจทางการเมืองของนักเรียนนักศึกษาสะท้อนอะไร
- ท่าทีสังคมพึงมีต่อนักเรียนนักศึกษา
- ความเห็นต่างเป็นโอกาสที่ดีของการพัฒนาประชาธิปไตยที่มีวุฒิภาวะ
- ข้อเสนอแนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) การที่นักเรียนนักศึกษามีบทบาททางสังคมและการเมืองครั้งนี้สะท้อนถึงพัฒนาการของวัยในการค้นหาอัตลักษณ์ซึ่งรวมถึงอัตลักษณ์ทางสังคมและการเมืองด้วยจึงไม่ควรมอบทางลบ เช่น วาทกรรม &amp;ldquo;ชังชาติ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเรียนรู้ของวัยนี้ที่สามารถหาข้อมูลและแนวคิดเพื่อการเรียนรู้และตัดสินใจ
จึงไม่ควรกล่าวหาว่าเด็กถูกครอบงำสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;การสื่อสารที่สามารถทำให้เกิดพลังและการรวมตัวอย่างรวดเร็ว
จึงไม่ควรระแวงว่าได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ) เมื่อเข้าใจธรรมชาติทางจิตวิทยาดังกล่าว สังคมควรมีท่าทีอย่างไร
&amp;nbsp;เริ่มจากความเข้าใจว่าเยาวชนคนหนุ่มสาวมีแนวคิดออกไปทางอุดมคติ (idealistic) ที่สะท้อนการพัฒนาอัตลักษณ์ ขณะที่ผู้ใหญ่จะมีลักษณะเชิงปฏิบัติ (practical)ที่มาจากประสบการณ์ ดังนั้นการเรียนรู้จากกันและกันจะทำให้ผู้ใหญ่เข้าใจความตั้งใจของเยาวชน และเยาวชนก็ยอมรับผู้ใหญ่มากขึ้น แม้จะไม่เห็นด้วยกับ ความคิดเห็นกันทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;มีท่าทีรับฟัง โดยไม่ใช้อำนาจ การกดดัน หรือกระทำความรุนแรงใดๆ เพราะเป็นทั้งสิทธิของเยาวชนที่จะเรียนรู้ความคิดเห็น และเป็นเรื่องดีที่เยาวชนมีความคิดเห็น ความสนใจและความตื่นตัวทางสังคมและการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) ความเห็นต่างทางสังคม เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในวงกว้างสังคมไทย และเป็นสัญญาณการพัฒนาไปสู่ประชาธิปไตยที่มีวุฒิภาวะ
ความเห็นต่างเป็นไปอย่างกว้างขวาง ไม่ใช่แค่เยาวชนกับผู้ใหญ่ แม้ในหมู่ผู้ใหญ่เองก็มีความเห็นต่างกัน แสดงว่าสังคมกำลังมีปัญหาและต้องการทางออก ความเห็นต่างจึงเป็นต้นทุนทางสังคมที่ทำให้มีทางเลือกและทางออก ที่หลากหลายโดยประชาชนทุกระดับมีส่วนร่วม
&amp;nbsp;บทเรียนของไทยเราและทั่วโลก ล้วนชี้ว่าการสร้างความเกลียดชังความเห็นต่างด้วยวาทกรรมลบจะนำ ไปสู่การใช้ความรุนแรง ทำให้เกิดวิกฤตและความถดถอยของสังคมขนานใหญ่ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องเปิดใจกว้างรับฟังและเรียนรู้จากกันและกันโดยไม่สร้างความเกลียดชัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเสนอแนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สังคมไทยกำลังอยู่บนทาง 2 แพร่ง ระหว่างการถอยหลัง หากมีการสร้างความเกลียดชังและใช้ความรุนแรงโดยเฉพาะกับเยาวชนคนหนุ่มสาว กับการก้าวหน้าไปสู่ประชาธิปไตยที่มีวุฒิภาวะซึ่งเป็นพื้นฐานที่มั่นคงในการพัฒนาไทยไปเท่าเทียมอารยประเทศ การจะไปข้างหน้าได้จึงควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) มองความแตกต่างของวัยเป็นเรื่อง idealistic vs practical ที่ต้องเรียนรู้จากกันและกันมากกว่าสร้างhate speech ให้เกลียดชังกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) ผู้ปกครองและครูเป็นผู้ที่ใกล้ชิดและรู้จักเยาวชนเป็นอย่างดี ควรเป็นบุคคลแรกที่แสดงถึงความเปิดใจกว้าง รับฟัง ให้โอกาส ซึ่งในมุมกลับก็จะช่วยให้เยาวชนได้เรียนรู้ที่จะมีบทบาททางสังคมและการเมือง อย่างสร้างสรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) ช่วยกันลดกระแสการสร้างความเกลียดชัง โดยเฉพาะที่ผ่านสื่อสังคมทั้งหลายด้วยวิธี 2 ไม่ 1 เตือน (ไม่ผลิตและไม่ส่งต่อ ข้อความสร้างความเกลียดชัง และเตือนการสื่อสารเหล่านี้ด้วยเหตุผล) เพื่อป้องกันความรุนแรงที่จะทำให้สังคมไทยถอยหลังครั้งใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) รัฐควรรับฟังและเปิดรับทั้งกับเยาวชนและความเห็นต่างของฝ่ายต่างๆอย่างแท้จริงไม่ใช่แค่ลดกระแสเฉพาะหน้าอันจะนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นในอนาคต เพราะรัฐไม่ได้รับความไว้วางใจว่าตั้งใจจะแก้ปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75137</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสุขภาพจิต, นายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์, อุดมคติ, เยาชนปลดแอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200821/image_big_5f3f8e3f12896.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69497</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2020 17:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2020 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ. จับมือกรมสุขภาพจิต จัดทำแอพ “Hero” เป็นกลไกช่วยดูแลสุขภาพจิตเด็กช่วงเปิดเทอมยุคโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23มิ.ย.63-นายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาฯ กพฐ.) ในฐานะที่ดูแลศูนย์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้รับมอบหมายจากนายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) ให้หารือกับกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อจัดทำแอพพลิเคชั่น &amp;ldquo;Hero&amp;rdquo; (Healt and Education Reintegrating Operation) ซึ่งแอพพลิเคชั่นดังกล่าวจะเป็นกลไกในการช่วยดูแลสุขภาพจิตเด็กนักเรียนในช่วงเปิดภาคเรียนภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 โดยในวันที่ 29 มิถุนายนนี้ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะมีพิธีลงนามความร่วมมือกับกรมสุขภาพจิต ซึ่งมีนายณัฐฏพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วยนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมช.สธ.) ร่วมเป็นสักขีพยาน ทั้งนี้แอพพลิเคชั่นดังกล่าวมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับ สพฐ.เพื่อลดภาระครูในการกรอกข้อมูลและประมวลผลภาพรวมสุขภาพจิตเด็กที่สามารถประเมินและติดตามได้ทุกภาคเรียน โดยประวัติของนักเรียนจะถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัยในระบบคลาวด์ เพื่อให้ครูได้ส่งต่อถึงทีมจิตแพทย์ครอบคลุมทั้งประเทศ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;สำหรับแอพพลิเคชั่น &amp;ldquo;Hero&amp;rdquo; จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยดูแลสุขภาพจิตนักเรียนได้ ตั้งแต่ในระยะเริ่มต้นและทันต่อสถานการณ์ โดยการเข้าใช้งานจะเริ่มจากครูที่ปรึกษาหรือครูแนะแนว โดยใช้แอพพลิเคชั่นเพื่อสังเกต เฝ้าระวังและคัดกรองเด็กในชั้นเรียน รวมทั้งได้เรียนรู้เทคนิคการปรับพฤติกรรมและให้คำปรึกษาเบื้องต้นผ่านแอพพลิเคชั่นดังกล่าว ซึ่งหน้าที่สำคัญของแอพพลิเคชั่น คือ การเชื่อมโยงการดูแลสุขภาพจิตนักเรียนระหว่างครูและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ&amp;rdquo;รองเลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69497</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., กรมสุขภาพจิต, สนิท แย้มเกษร, แอพลิเคชั่นHero</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190321/image_big_5c9351f1b74b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2020 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2020 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมสุขภาพจิตพบบุคลากรทางการแพทย์-ปชช.เครียดลดลงหลังคลายล็อก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค. 63 - ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต&amp;nbsp; กล่าวถึงสถานการณ์สุขภาพจิตในช่วงการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ว่า&amp;nbsp; ผลกระทบระยะยาวจากโรคโควิด-19 จะแบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ คลื่นลูกที่หนึ่ง ตั้งแต่ช่วง1-3 เดือนแรกที่มีโรคระบาด เป็นช่วงที่สร้างผลกระทบกับสุขภาพของคนและขีดความสามารถของโรงพยาบาล เพราะพบผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตต่อเนื่อง คลื่นลูกที่ 2 ช่วง 2-4 เดือนหลังเริ่มมีการระบาด โดยเป็นช่วงที่ผู้ป่วยเร่งด่วนที่ไม่ติดเชื้อโควิด-19 มาใช้บริการ ซึ่งอาจทำให้เกิดการล้นทะลักเพราะไม่สามารถให้บริการได้เพียงพอ คลื่นลูกที่ 3 ช่วง4-9 เดือนหลังเริ่มมีโรคระบาด เป็นช่วงที่ผู้ผ่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ต้องกลับมาโรงพยาบาล​เพื่อพบแพทย์หรือรับการรักษา และคลื่นลูกที่ 4 ช่วง2 เดือน ถึง 3 ปี หลังมีโรคระบาด ผลกระทบทางเศรษฐกิจยังเป็นลูกโซ่ ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต คนมีความเครียด ซึมเศร้า หรือฆ่าตัวตาย นอกจากนี้ การให้บริการในภาวะวิกฤตมาอย่างยาวนานยังส่งผลต่อสุขภาพจิตของบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งอาจมีภาวะเหนื่อยล้าและหมดไฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากการประเมินระดับความเครียดของบุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนทั่วไปนั้น ในเดือน พ.ค.มีความเครียดที่ลดอย่างเห็นได้ชัด โดยการสำรวจในช่วง 30 มี.ค.-5 เม.ย.63 บุคลากรทางการแพทย์มีความเครียดมาก คิดเป็นร้อยละ 9.4&amp;nbsp; &amp;nbsp;และประชาชนมีความเครียดมาก คิดเป็นร้อยละ 8.1 โดยเมื่อดูผลสำรวจในช่วง 27 เม.ย.-3 พ.ค.63 จะเห็นได้ว่าบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเครียดมาก มีเปอร์เซ็นต์ลดลงกว่า 5.6 เปอร์เซ็นต์ และประชาชนที่มีความเครียดมาก มีเปอร์เซ็นต์ลดลงกว่า 2.9 เปอร์เซ็นต์ โดยสาเหตุที่ความเครียดลดลงเพราะรัฐบาลได้มีการประกาศผ่อนคลายมาตรการ&amp;quot; นพ.เกียรติภูมิ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมสุขภาพจิตได้มีการเก็บสถิติอัตราการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย ในช่วงปี 2540 ซึ่งเป็นช่วงที่มีปัญหาเศรษฐกิจเกิดขึ้นพบว่า มีอัตราการฆ่าตัวตาย&amp;nbsp; 8.59 ต่อหนึ่งแสนประชากร หลังจากนั้นในช่วง 10 ปี หลังมีอัตราการฆ่าตัวตายลดลงมาโดยตลอด โดยปัจจุบันมีการฆ่าตัวตายกว่า 6.6 ต่อหนึ่งแสนประชากร โดยแนวโน้มการฆ่าตัวตายในปีนี้ถ้าไม่มีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวก็อาจจะมีการฆ่าตัวตายกว่า 8.8 ต่อหนึ่งแสนประชากร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กรมสุขภาพจิตจะดูแลทั้งหมด 4 กลุ่มคือ บุคลากรทางการแพทย์&amp;nbsp; ผู้กักกัน ประชาชนทั่วไป และกลุ่มเปราะบางต่อปัญหาสุขภาพจิต แม้ว่าขณะนี้ยังต้องรอวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แต่วัคซีนใจสามารถสร้างได้ก่อน ไม่ว่าจะเป็นในบุคคล ครอบครัว ที่ครอบครัวต้องดูแลสมาชิกในครอบครัว มองบวกมองเห็นทางออกในทุกปัญหา เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่วิถีชีวิตใหม่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66256</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสุขภาพจิต, คลายล็อก, นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, เครียด, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200518/image_big_5ec24c086f08c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
