<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2020 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2020 11:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดสถิติ วัยรุ่นไทยขอคำปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 มากสุด ปัญหาความเครียดอันดับ1 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;10ก.พ.63-นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า สังคมปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเกิดขึ้นมากมาย ความเร่งรีบมีมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิต การเรียน การทำงาน เศรษฐกิจ การเมือง ค่านิยม และวัฒนธรรม ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเครียด หากความเครียดที่เกิดขึ้นอยู่ในระดับที่มากจนเกินไปย่อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของบุคคล โดยเฉพาะวัยรุ่น ซึ่งถือเป็นวัยที่มีการเจริญเติบโตจากเด็กเป็นผู้ใหญ่ ที่มีการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย จิตใจ และอารมณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงกล่าวได้ว่า วัยรุ่นเป็นช่วงวัยที่สำคัญของชีวิต การเปลี่ยนแปลงของสังคม และสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัววัยรุ่น ทำให้วัยรุ่นมีความเครียด และบางครั้งไม่สามารถปรับตัวให้เผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ หากวัยรุ่นมีความเครียดสะสมในระดับที่มากเกินไปจะส่งผลกระทบทางด้านลบต่อปัญหาสุขภาพกาย ได้แก่ นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดท้อง ปวดหลัง ใจสั่น และส่งผลต่อสุขภาพจิต ได้แก่ หงุดหงิด โกรธง่าย เบื่อหน่าย คิดมาก วิตกกังวล เศร้าหมอง ไม่มีสมาธิ รวมทั้งทางพฤติกรรม ได้แก่ เงียบขรึม เก็บตัว สูบบุหรี่หรือดื่มสุรามากขึ้น ชวนทะเลาะ มีเรื่องขัดแย้งกับผู้อื่นบ่อยๆ อาจใช้สารเสพติด หากวัยรุ่นมีภาวะเครียดรุนแรงมากยิ่งขึ้น อาจถึงขั้นเกิดภาวะซึมเศร้า หรือเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายได้ นำมาซึ่งความสูญเสียเป็นอย่างมาก ดังนั้น การทำความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันความเครียดในวัยรุ่นตั้งแต่ในระยะเริ่มแรกจะช่วยลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า ปัจจุบันภาวะเครียดในกลุ่มวัยรุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับผลการให้บริการปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตทางโทรศัพท์สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ในปีงบประมาณ 2562 จากสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ พบว่า มีวัยรุ่นโทรเข้ามาขอรับบริการปรึกษาในเรื่องความเครียดสูงสุด โดยกลุ่มของวัยรุ่น อายุ 11-19 ปี โทรมาขอรับบริการปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต ประมาณ 10,000 สาย ซึ่งปัญหาสุขภาพจิตที่พบมากที่สุด 3 อันดับแรกสำหรับวัยรุ่น ได้แก่ อันดับที่ 1 ความเครียด/วิตกกังวล ร้อยละ 51.36 อันดับที่ 2 ปัญหาความรัก ร้อยละ 21.39 และอันดับที่ 3 ซึมเศร้า ร้อยละ 9.82&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมสุขภาพจิต จึงขอแนะนำเทคนิควิธีการจัดการกับความเครียดที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น ซึ่งวัยรุ่นแต่ละคนนั้น จะมีความคิด ความรู้สึก การรับรู้ ความคาดหวัง ความเป็นตัวตน และอารมณ์ที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้ 1. ฝึกแก้ปัญหา โดยให้วัยรุ่นมุ่งจัดการปัญหาเป็นลำดับแรก ฝึกแก้ปัญหาเมื่อเริ่มเกิดปัญหาก่อนที่จะรู้สึกเครียดมากเกินไป แนะนำแหล่งให้ข้อมูลที่เหมาะสมกับปัญหา การช่วยเหลือวัยรุ่นปรับมุมมองต่อปัญหาหรือสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความตึงเครียด การสร้างความคิดเชิงบวก และมองเห็นข้อดีของตนเอง รวมทั้งการมีเวลาให้กันภายในครอบครัว รับฟังทุกข์สุขของกันและกัน สร้างความสุขด้วยการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทุกโอกาสที่ทำได้ 2. ฝึกผ่อนคลายความตึงเครียด การใช้วิธีการผ่อนคลายความตึงเครียด เช่น การฝึกสมาธิ การฝึกหายใจ การคลายกล้ามเนื้อ การจินตนาการถึงบรรยากาศที่ทำให้เกิดความสุข การฟังเพลง ออกกำลังกาย ท่องเที่ยว เล่นดนตรี รวมทั้งหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือ ดื่มสุราและการใช้สารเสพติด 3. การใช้เทคโนโลยีในการดูแลความเครียด เป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยรับมือและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาได้ในอนาคต โดยในปัจจุบันมีการใช้ Mobile Application เข้ามาช่วยในการดูแลความเครียดของวัยรุ่น เช่น แอปพลิเคชัน Mental health Check Up 6 Packages พัฒนาโดยกรมสุขภาพจิตร่วมกับสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้วัยรุ่นสามารถประเมินความเครียดเบื้องต้น และคัดกรองความเสี่ยงต่อปัญหาความเครียดที่วัยรุ่นสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรมสุขภาพจิตได้จัดให้มีบริการคลินิกคลายเครียด เพื่อแนะนำเทคนิคและวิธีการในการคลายเครียดให้กับผู้รับบริการ หรือสามารถโทรขอรับคำปรึกษาได้ที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ การป้องกันความเครียดในวัยรุ่นต้องอาศัยความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ ในสังคม เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลเฝ้าระวังความเครียดในวัยรุ่น รวมถึงการให้วัยรุ่นได้มีความรู้ในการตระหนักเกี่ยวกับภาวะเครียด เพื่อสามารถดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสม อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56782</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสุขภ่าพจิต, นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, วัยรุ่นโทรสายด่วนปรึกษาสุขภาพจิต, สายด่วน1323</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200210/image_big_5e40da431b8f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17485</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2018 15:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2018 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมสุขภาพจิต สั่งทุกรพ.รับมือความเครียดของประชาชนที่เจอพายุบารีจัด -มังคุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;13 ก.ย.61-&amp;nbsp;นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำล้นตลิ่ง ในพื้นที่ทุกภาค&amp;nbsp; จากพายุโซนร้อน บารีจัต ( Barijat) และพายุไต้ฝุ่นมังคุด (Mangkhut ) ในช่วงวันที่ 13 -18 กันยายน 2561 ตามประกาศเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา ว่า กรมสุขภาพจิตมีความเป็นห่วงประชาชน เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วม ดินโคลนถล่มซึ่งเป็นภัยจากธรรมชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะมีผลกระทบต่อสภาพจิตใจประชาชน ส่วนใหญ่จะอยู่ในสภาวะเครียด&amp;nbsp; วิตกกังวล&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิธีการป้องกันผลกระทบดังกล่าวที่ดีที่สุด คือการเตรียมความพร้อมรับมือไว้ล่วงหน้าทั้งตนเองและครอบครัว&amp;nbsp; จะช่วยลดความสูญเสียต่างๆได้ หรือหากมีก็จะมีน้อยที่สุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยขอให้ประชาชนตั้งสติ และคิดถึงความปลอดภัยชีวิตไว้ก่อน&amp;nbsp; และให้ติดตามข่าวสารประกาศเตือนภัยจากทางราชการเป็นหลัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในส่วนของความพร้อมการจัดบริการดูแลประชาชน ได้ให้โรงพยาบาลจิตเวชและศูนย์สุขภาพจิตทั่วประเทศรวม 33 แห่ง จัดเตรียมทีมเยียวยาจิตใจหรือทีมสุขภาพจิตเอ็มแคทพร้อมเวชภัณฑ์ยาที่จำเป็นอย่างน้อยแห่งละ 3 ทีม เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของทีมเอ็มแคทในพื้นที่ ในการดูแลจิตใจผู้ประสบภัยในภาวะฉุกเฉินอย่างเต็มที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และให้โรงพยาบาลจิตเวชสำรองเตียงรับผู้ป่วยจิตเวชฉุกเฉิน&amp;nbsp; ทั้งนี้หากประชาชนไม่สบายใจ สามารถรับบริการปรึกษาได้ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน&amp;nbsp; หรืออสม. หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้านนายแพทย์กิตต์กวี&amp;nbsp; โพธิ์โน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์ จ.นครพนม กล่าวว่า&amp;nbsp; การเตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบจากฝนตกหนัก มีข้อแนะนำ 5 ประการดังนี้&amp;nbsp; 1.&amp;nbsp; ให้เตรียมความพร้อมร่วมกันในครอบครัว&amp;nbsp; กำหนดหน้าที่ของคนในครอบครัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และวางแผนการขนย้ายผู้ที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้หรือได้น้อย เช่นผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ รวมทั้งสิ่งของสำคัญไว้ให้พร้อม&amp;nbsp; หากเกิดสถานการณ์จริง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะสามารถดำเนินการตามแผนที่วางไว้ได้ทันที&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะช่วยลดความสับสน ตื่นตระหนกลงได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลกระทบความเครียดจะลดน้อยลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.&amp;nbsp; เตรียมแผนป้องกันความเสียหายและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในครัวเรือน เช่น การกั้นน้ำไม่ให้เข้าบ้าน ดูแลเรื่องไฟฟ้า ประปา ที่จอดรถ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3. ครอบครัวที่มีผู้มีโรคประจำตัวทุกโรคทั้งทางกายหรือทางจิต&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอให้จัดเตรียมยาที่กินประจำไว้ใกล้ตัว&amp;nbsp; เพื่อหยิบง่ายในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน&amp;nbsp; โดยเฉพาะผู้ป่วยจิตเวช ห้ามขาดยา เพราะอาการจะกำเริบได้&amp;nbsp; หากพบว่ายาใกล้หมด ขอให้ไปพบแพทย์ก่อนวันนัดได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4. จัดเตรียมอุปกรณ์&amp;nbsp; สิ่งของเพื่อยังชีพ เช่น เทียนไข&amp;nbsp; น้ำดื่มสะอาด ข้าวสาร อาหารแห้งเผื่อไว้อย่างน้อยอยู่ได้ 3 วัน&amp;nbsp; และ 5.&amp;nbsp; ควรจดเบอร์ฉุกเฉินของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะด้านสุขภาพและความปลอดภัยไว้ประจำบ้าน ได้แก่&amp;nbsp;&amp;nbsp; สายด่วนสุขภาพจิต 1323 , สายด่วนกู้ชีพ 1669&amp;nbsp; , สายด่วนนิรภัย 1784 ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp; เพื่อสามารถโทรขอรับความช่วยเหลือได้ทันทีหากเกิดภาวะจำเป็นเร่งด่วน .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17485</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสุขภ่าพจิต, พายุบารีจัด-มังคุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180709/image_big_5b431dd2db565.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
