<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 17:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สามหนุ่มสามสไตล์ ฟิลลิปส์ เดอะเฟส- ดุ๊ก ภานุเดช- เอ็มดี ณัฐพงศ์ แท็กทีมเชิญชวนร่วมงาน  “The Marché by STYLE Bangkok” 6-10 ตุลาคมนี้ ที่เซ็นทรัลเวิลด์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ฟิลลิปส์ ทินโรจน์&amp;rdquo; หรือ ฟิลลิปส์ เดอะเฟส พระเอกหนุ่มสุดฮอต เจ้าของวลีฮิต &amp;ldquo;ไอจะขยี้ยูว์ให้แหลกคึ&amp;rdquo; จาก ธิดาซาตาน แท็กทีม หนุ่มรุ่นใหญ่สุดเก๋า ดุ๊ก ภาณุเดช วัฒนสุชาติ นักแสดง พิธีกร และนักออกแบบ ตกแต่งภายในมากความสามารถ พร้อมด้วยนักแสดงน้องใหม่มาแรง เอ็มดี ณัฐพงศ์ พิบูลธนเกียรติ เชิญชวนร่วมงาน &amp;ldquo;The March&amp;eacute; by STYLE Bangkok&amp;rdquo; จัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อสนับสนุนผู้ส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ณ ห้องเวิลด์ บอลรูม ซี (ชั้น 23) โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในงานจะมีการจัดแสดงสินค้าจากแบรนด์สินค้าคุณภาพส่งออกชั้นนำ ผู้ผลิตตัวจริง 123 ราย ครอบคลุมสินค้าแฟชั่น เคหะสิ่งทอ เครื่องหนัง ของขวัญ ของชำร่วย ของตกแต่งบ้าน เครื่องใช้ในครัวเรือน เฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์สปา สินค้ามีดีไซน์ ตลอดจนสินค้าของเล่น และในช่วงที่ใกล้เทศกาลปีใหม่ ใครที่กำลังมองหาของขวัญพรีเมี่ยม ของขวัญปีใหม่ก็สามารถเลือกซื้อเลือกชมได้ภายในงาน โดย The Marche&amp;rsquo; by STYLE Bangkok จัดภายใต้มาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยมีการรักษาระยะห่าง มาตรการสุขอนามัย การจัดเตรียมจุดตรวจเช็คอุณหภูมิ จุดตรวจคัดกรอง เพื่อความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจแก่ผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งาน The Marche&amp;rsquo; by STYLE Bangkok จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-10 ตุลาคมนี้ ณ เซ็นทรัลเวิลด์ ผู้สนใจสามารถเข้าชมงานแสดงสินค้าที่เซ็นทรัลเวิลด์หรือชมถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ ชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.stylebangkokfair.com Facebook และ Instagram Style Bangkok Fair หรือโทรสายตรงกรมการค้าระหว่างประเทศ 1169&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118462</URL_LINK>
                <HASHTAG>The Marché by STYLE Bangkok, กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, ดุ๊ก ภาณุเดช วัฒนสุชาติ, ฟิลลิปส์ ทินโรจน์, ฟิลลิปส์ เดอะเฟส, สนับสนุนผู้ส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น, เอ็มดี ณัฐพงศ์ พิบูลธนเกียรติ, ไอจะขยี้ยูว์ให้แหลกคึ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_6156ddfb77b0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;พาณิชย์&quot;จัดเจรจาออนไลน์ ช่วยอาหาร เครื่อมดื่มขายสินค้า งาน THAIFEX </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประกาศความพร้อมจัดการเจรจาธุรกิจออนไลน์สินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ผ่านแพลตฟอร์ม www.thaifex-vts.com วันที่ 29 ก.ย.-3 ต.ค.นี้ ช่วยเพิ่มยอดขายให้ผู้ประกอบการ หลังเผชิญสถานการณ์โควิด-19 ตั้งเป้านำเงินเข้าประเทศไม่ต่ำกว่า 830 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กำหนดจัดการเจรจาธุรกิจออนไลน์ ในรูปแบบ Virtual - Online Business Matching หรือ V-OBM ซึ่งเป็นกิจกรรมพิเศษที่จะจัดขึ้นในงานแสดงสินค้าอาหารเสมือนจริง THAIFEX - Virtual Trade Show (THAIFEX-VTS) ซึ่งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มของไทย รวมถึงธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ได้นำเสนอสินค้า บริการ และร่วมเจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อ ผู้นำเข้าจากต่างประเทศ ผ่านแพลตฟอร์ม www.thaifex-vts.com ระหว่างวันที่ 29 ก.ย.-3 ต.ค.2564 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การเข้าร่วมกิจกรรม V-OBM นั้น ผู้ซื้อ ผู้นำเข้า สามารถเลือกผู้ประกอบการตามหมวดหมู่ ชื่อบริษัท หรือสินค้าที่สนใจ เพื่อทำการนัดหมายเจรจาธุรกิจผ่านระบบ โดยเลือกช่วงเวลานัดหมายตามวันเวลาที่เหมาะสมกับไทม์โซนที่ต่างกันของแต่ละประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ V-OBM ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่ม เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; มีผู้ประกอบการสินค้าอาหารกลุ่มใหม่ๆ เข้าร่วมเพิ่มจากเดิม ได้แก่ สินค้าอาหารฮาลาล สินค้าอาหารออแกนิกส์ และสินค้าอาหารแห่งอนาคต (Future Food) รวมถึงสินค้าที่ได้รับเครื่องหมายสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สะท้อนให้เห็นการจัดงาน ได้รับการตอบรับจากผู้ค้าอย่างกว้างขวาง เนื่องจากขณะนี้ไม่สามารถจัดงานในรูปแบบออฟไลน์ได้ตามปกติจากสถานการณ์โควิด-19 การจัดงานแบบออนไลน์จึงเป็นช่องทางที่จะทำให้ผู้ขายได้พบกับผู้ซื้อ ผู้นำเข้า โดยมีผู้ประกอบการไทยสมัครเข้าร่วมการเจรจาธุรกิจออนไลน์แล้วจำนวน 368 บริษัท มีผู้ซื้อ ผู้นำเข้าลงทะเบียนเข้าชมงานและนัดหมายเพื่อเจรจาธุรกิจล่วงหน้ากว่า 1,433 ราย จาก 99 ประเทศ โดยตั้งเป้าหมายว่างานนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มของไทยได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น สามารถนำเงินเข้าประเทศได้กว่า 830 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในช่วงการจัดงาน ผู้ซื้อ ผู้นำเข้าที่ลงทะเบียนร่วมงาน THAIFEX&amp;ndash;VTS บนแพลตฟอร์ม www.thaifex-vts.com ยังสามารถเข้าชมงานและเยี่ยมชมบูธที่สนใจได้เสมือนกับการเดินงานแสดงสินค้าที่จัดขึ้นในสถานที่จริง สามารถดูรายละเอียดสินค้าแบบ 360 องศา รวมทั้งพูดคุยกับผู้ประกอบการที่จัดแสดงสินค้าผ่าน V-OBM และการ VDO Call หรือทางข้อความได้ 24 ชั่วโมงผ่านการ Chat และมากไปกว่านั้น มีระบบกระดานสนทนาสำหรับประกาศซื้อ-ขายให้ติดต่อกลับได้ รวมถึงระบบแนะนำสินค้าและบริษัทให้กับผู้ซื้อ ผู้นำเข้า สามารถค้นหากันได้ง่ายขึ้น จึงนับได้ว่า THAIFEX&amp;ndash;VTS เป็นงานที่มีบทบาทสำคัญสำหรับผู้ส่งออกของไทยที่กำลังมองหาผู้ซื้อต่างประเทศ และ www.thaifex-vts.com ก็นับเป็นแพลตฟอร์มแห่งอนาคตของสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ที่พร้อมสำหรับการเจรจาธุรกิจได้เต็มศักยภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประกอบการที่สนใจธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม สามารถลงทะเบียนเข้าชมงาน THAIFEX&amp;ndash;VTS ได้ที่ www.thaifex-vts.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ ได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) โทร.1169 หรือ www.ditp.go.th&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117990</URL_LINK>
                <HASHTAG>THAIFEX - Virtual Trade Show, THAIFEX-VTS, V-OBM, Virtual - Online Business Matching, กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, กระทรวงพาณิชย์, การเจรจาธุรกิจออนไลน์สินค้าอาหารและเครื่องดื่ม, งานแสดงสินค้าอาหารเสมือนจริง, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_61516ec16a025.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116791</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 14:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>DITP ประกาศศักยภาพแบรนด์ไทย ‘Idea Lab Festival 2021’ เพื่อความสำเร็จในตลาดโลกที่ไม่ไกลเกินรอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จัดกิจกรรม &amp;lsquo;IDEA LAB FESTIVAL 2021&amp;rsquo; โครงการต่อเนื่องจาก โครงการส่งเสริมแบรนด์สินค้าและบริการไทยสู่ตลาดโลก (MOC 4i : Thai Brand Heroes Program) โดยความมุ่งมั่นของ เพื่อเติมศักยภาพแก่ผู้ประกอบการไทยยุคดิจิทัล สร้างความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการสามารถนำองค์ความรู้และทักษะต่างๆ จาก &amp;lsquo;ห้องเรียนการค้า&amp;rsquo; มาใช้จริง รวมถึงเวทีจริงที่ได้พบปะกับผู้นำเข้าจากต่างประเทศ (Business Matching) ในช่วงวันที่ 14 &amp;ndash; 16 กันยายน พร้อมพลักดันสู่ตลาดโลกที่เป็นไปได้จริง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มล.คฑาทอง ทองใหญ่ นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กิจกรรมโครงการ &amp;lsquo;IDEA LAB FESTIVAL 2021&amp;rsquo; ในครั้งนี้ จัดขึ้น ในรูปแบบออนไลน์ 100 เปอร์เซ็นต์ ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปของโลก ขณะเดียวกันก็เพื่อชูรูปแบบการจัดงานที่สอดคล้องกับบริบทแห่งการเรียนรู้ในปัจจุบัน และเน้นย้ำว่า แนวทางเหล่านี้เป็นหนึ่งในความมุ่งตั้งใจ เพื่อส่งเสริมและผลักดันให้ผู้ประกอบการแบรนด์ไทย เดินไปถึงฝั่งฝันให้สำเร็จ แม้สถานการณ์โลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ตาม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรมมุ่งหวังอยากเห็นผู้ประกอบการแบรนด์ไทย ก้าวเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก ทั้งวันนี้และอนาคต ดังนั้นนอกจากจะมุ่งเน้นส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าใจตลาด ตามนโยบายของ ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ &amp;lsquo;จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์&amp;rsquo; เรื่อง &amp;lsquo;ตลาดนำการผลิต&amp;rsquo; แล้ว ก็ยังมุ่งไปที่การให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ และการเพิ่มเติมองค์ความรู้ จนถึงทักษะต่างๆ เพื่อการทำการค้าในรูปแบบดิจิทัลที่มีทิศทางในการเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยโดยกิจกรรม Idea Lab Festival 2021 ในครั้งนี้หวังจะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการได้ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างมูลค่าเพิ่ม ไปจนถึงสร้างความแตกต่างในการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลผ่านเครื่องมือต่างๆ อันจะเป็นแนวทางสู่ความสำเร็จบนเวทีโลกที่เกิดขึ้นได้จริง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการ &amp;lsquo;IDEA LAB FESTIVAL 2021&amp;rsquo; ในครั้งนี้ มีผู้ประกอบการผ่านเข้าร่วมโครงการ 22 แบรนด์ จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ใน 3 กลุ่มสินค้า ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม สุขภาพและความงาม และไลฟ์สไตล์และหัตถกรรม พร้อมได้ฝึกฝนทักษะต่างๆ ในห้องเรียนการค้าในเวลากว่า 2 เดือน ก่อนเข้าสู่กิจกรรมสำคัญในส่วนต่างๆ &amp;nbsp;เพื่อนำองค์ความรู้และทักษะที่ได้รับเหล่านั้นมาใช้งานจริง ทั้งการเพิ่มทักษะในการนำเสนอในเวลาจำกัด (Elevator Pitch) ด้วยการเข้าร่วมรายการเกมส์โชว์แบบ Live Streaming ทางไทยรัฐ ออนไลน์ รวมถึงนำเสนอขายสินค้าบนแพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง Lazada และเซ็นทรัล ผ่านการ Live Streaming ของผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด หรือ KOL พร้อมกับการจับคู่เจรจาธุรกิจออนไลน์ Online Business Matching (OBM) ระหว่างผู้ปะกอบการกับผู้นำเข้าจากทั่วโลก &amp;lsquo;IDEA LAB FESTIVAL 2021&amp;rsquo; จึงนับเป็นอีกหนึ่งเวทีใหญ่ที่ได้เผยให้เห็นศักยภาพของผู้ประกอบการไทย แบรนด์ไทย อย่างมาก ขณะเดียวกันก็ถือเครื่องยืนยันได้ว่า โอกาสในการประสบความสำเร็จบนเวทีโลกของแบรนด์ไทย ก็อยู่ไม่ไกลเกินรอ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116791</URL_LINK>
                <HASHTAG>Business Matching, Elevator Pitch, IDEA LAB FESTIVAL 2021, KOL, MOC 4i : Thai Brand Heroes Program, กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, กระทรวงพาณิชย์, การนำเสนอในเวลาจำกัด, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ตลาดนำการผลิต, ผู้ประกอบการแบรนด์ไทย, มล.คฑาทอง ทองใหญ่, สำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า, เติมศักยภาพแก่ผู้ประกอบการไทยยุคดิจิทัล, โครงการส่งเสริมแบรนด์สินค้าและบริการไทยสู่ตลาดโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_61419fb1c9127.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 11:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมุนไพรไทยมาแรงหลังโควิด พาณิชย์ชี้โอกาสส่งออกสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 ก.ย. 2564 นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้บริโภคมีวิถีชีวิตและพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป หันมาสนใจและนิยมการดูแลรักษาสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงการใช้ สารเคมี ทำให้สมุนไพรกลายเป็นหนึ่งในวัตถุดิบจากธรรมชาติที่ภาคธุรกิจในกลุ่ม HEALTH &amp;amp; WELNESS ทั่วโลกกำลังต้องการ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าธุรกิจ HEALTH &amp;amp; WELNESS ที่นำสมุนไพรไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต อาทิ เครื่องสำอาง อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์สปา จะมีมูลค่าตลาดสูงถึง 166 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 5.63 ล้านล้านบาท ในปี 2573 และมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เล็งเห็นถึงแนวโน้มการเติบโตของสินค้าสมุนไพร และต้องการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ HEALTH &amp;amp; WELNESS ของไทยที่มีสมุนไพรเป็นส่วนประกอบ จึงได้จัดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพรสู่ตลาดต่างประเทศขึ้นเป็นปีแรก เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทยในกลุ่ม HEALTH &amp;amp; WELNESS ผ่านการมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม หรือ BCG Model ด้วยการการอบรมให้ความรู้ การให้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด การสร้างคุณค่าและบรรจุภัณฑ์ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถให้แก่ ผู้ประกอบการ ตลอดจนยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์&amp;rdquo; นายเอกฉัตร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพรสู่ตลาดต่างประเทศ จัดขึ้นเป็นปีแรก ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;THE NEW ERA OF THAI HERB, Next Image and New Opportunities for Your Brand&amp;rdquo; มีผู้ประกอบการสมุนไพรไทยผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรมการให้คำแนะนำในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย จำนวน &amp;nbsp;31 ราย โดยมุ่งเน้นตลาดกลุ่มของขวัญ ของฝาก และของที่ระลึกในช่วงเทศกาล โดยมี 10 แบรนด์ที่เป็นไฮไลท์สำคัญ ได้แก่ STERLING ยาสีฟันที่มีสารสกัดจากสมุนไพรไทยอย่างขมิ้นนำมาผสมผสานกับมังคุดและน้ำมันมะพร้าว, G&amp;amp;T ORGANIC แฮร์โทนิคที่มีส่วนผสมหลักจากว่านหางจระเข้ มะหาด ดอกอัญชัน, PINMISA แชมพูที่มีสารสกัดจากสมุนไพรไทยรวม 20 ชนิด, NAROES แชมพูที่มีสารสกัดจากมะคําดีควาย บอระเพ็ด มะรุม ใบย่านาง และสะเดา, SAKUNA ผลิตภัณฑ์สำหรับ ผิวหน้าที่มีสารสกัดจากรังไหมสายพันธุ์หลืองไพโรจน์, MADAME ESTHER สบู่สำหรับผิวกายที่มาจากสารสกัดใบพลู, &amp;nbsp;PATOM ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายจากกุหลาบมอญอินทรีย์, KHUNPHAT HERBAL ผลิตภัณฑ์อโรมากลิ่นตะไคร้, AROM ผลิตภัณฑ์อโรมาที่มีส่วนผสมและกลิ่นจากสมุนไพร เช่น ขมิ้นชัน กลิ่นมะลิ และ TEVADA JAI DEE BRAND น้ำมันนวดสมุนไพรที่มาจากสมุนไพรไทยนานาชนิด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยกลุ่มของขวัญ ของฝาก ของที่ระลึก ที่ได้รับการพัฒนาบรรจุภัณฑ์จากการเข้าร่วมโครงการ ทั้ง 31 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แบรนด์ จะถูกนำมาจัดแสดง ณ FACTOPIA ถ.รัตนาธิเบศร์ ภายใต้กิจกรรม &amp;ldquo;Shift to the New Market&amp;rdquo; กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 17-19 กันยายนนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อ (Buyers) นักธุรกิจ &amp;nbsp;สื่อมวลชน และผู้สนใจ ได้เข้าชมผลิตภัณฑ์ ตลอดจนมีการทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ ในรูปแบบไลฟ์สตรีมมิง (Live Streaming) เพื่อเปิดโอกาสทั้งตลาดในประเทศ และตลาดต่างประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116773</URL_LINK>
                <HASHTAG>)กระทรวงพาณิชย์, กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, สมุนไพรไทย, ส่งออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_61417978dafff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110714</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 14:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วธ.เผย“ทีมคอนเทนท์ไทยแลนด์”ร่วมงานตลาดภาพยนตร์เมืองคานส์ออนไลน์  ได้กระแสตอบรับที่ดีจากนานาชาติ  พร้อมแสดงความชื่นชม“อภิชาติพงศ์   วีระเศรษฐกุล”และทีมงานไทยได้รับรางวัล Jury Prize </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.)ได้บูรณาการความร่วมมือกับกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ในนามทีมประเทศไทย ภายใต้ชื่อ &amp;quot;Content Thailand&amp;quot; เพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันและยุทธศาสตร์การส่งเสริมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ระยะที่ 3 (พ.ศ.2560 - 2564) ในการพัฒนาขีดความสามารถของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์โดยสนับสนุน เผยแพร่ และสร้างรายได้จากอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ของไทยในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริมเผยแพร่อุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ในต่างประเทศ ประจำปี 2564 ณ เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส รูปแบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ 6 &amp;ndash; 15 กรกฎาคม 2564&amp;nbsp; ผ่านตลาดภาพยนตร์เมืองคานส์ออนไลน์ หรือ March&amp;eacute; du Film Online ทางเว็บไซต์ www.cinando.com/marchedufilm หรือ marchedufilm.online นั้น ผลปรากฏว่ากิจกรรมต่างๆของประเทศไทยได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้เข้าร่วมงานที่มีทั้งผู้แทนหน่วยงานรัฐ องค์กร เอกชนและบุคคลที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์จากทั่วโลก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รัฐมนตรีว่ากระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอีกว่า สำหรับกิจกรรมที่ประเทศไทยเข้าร่วมในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์รูปแบบออนไลน์ ได้แก่ 1.การออกคูหาประชาสัมพันธ์การส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ไทย เช่น ข้อมูลหนังสือทำเนียบภาพยนตร์ไทย, ข้อมูลหนังสือทำเนียบละครโทรทัศน์ไทย, ข้อมูลการขออนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย รวมถึงมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย , ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติตามมาตรการผ่อนปรนกิจการและกิจกรรมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) การถ่ายทำรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ของประเทศไทย หรือมาตรการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; 2.การนำผู้ประกอบการด้านภาพยนตร์ 20 บริษัทไปจัดจำหน่ายคอนเทนท์ไทยพร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการเจรจาจับคู่ธุรกิจ และ3.การจัดสัมมนาออนไลน์ 3 หัวข้อประกอบด้วย &amp;ldquo;การส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ดิจิทัลคอนเทนต์ไทย&amp;rdquo; ,&amp;ldquo;การส่งเสริมการร่วมลงทุนและการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;การส่งเสริมคอนเทนต์ไทยสำหรับผู้ประกอบการ&amp;rdquo; ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกได้ให้ความสนใจเข้าชมคูหาประชาสัมพันธ์ของประเทศไทย การเข้าเจรจาและสอบถามข้อมูลและการเข้าฟังสัมมนาออนไลน์เป็นจำนวนมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายอิทธิพล กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันวธ.ขอแสดงความชื่นชมกับความสำเร็จของนายอภิชาติพงศ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; วีระเศรษฐกุลและทีมงานไทยที่ได้รับรางวัล &amp;lsquo;Jury Prize&amp;rsquo; หรือรางวัลขวัญใจคณะกรรมการ จากผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่อง &amp;lsquo;Memoria&amp;rsquo;&amp;nbsp; ในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 74&amp;nbsp; สำหรับการที่ประเทศไทยเข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์ครั้งนี้&amp;nbsp; ส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ของไทย ทำให้ตลาดภาพยนตร์และวีดิทัศน์ไทยได้รับการยอมรับและแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ไทยในเวทีระดับโลกทั้งด้านการส่งออกเพื่อจัดจำหน่ายภาพยนตร์ การส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย และใช้มาตรการคืนภาษีให้กองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศ ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการและยังเป็นการกระตุ้นอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์เติบโตมากยิ่งขึ้น แม้อยู่ในช่วงเกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110714</URL_LINK>
                <HASHTAG>Content Thailand, Marché du Film Online, Memoria, กรมการท่องเที่ยว, กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงวัฒนธรรม, การส่งเสริมภาพยนตร์และวีดิทัศน์, ตลาดภาพยนตร์, ทีมคอนเทนท์ไทยแลนด์, นายอภิชาติพงศ์   วีระเศรษฐกุล, นายอิทธิพล คุณปลื้ม, รางวัล Jury Prize, รางวัลขวัญใจคณะกรรมการ, วธ., เมืองคานส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f919d2234f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซ็นแล้ว! Mini FTA ฉบับแรกพาณิชย์ไทย-โคฟุญี่ปุ่นร่วมมือค้าอัญมณี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 12 ก.ค.2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และนายยูอิชิ ฮิงุชิ นายกเทศมนตรีเมืองโคฟุ ประเทศญี่ปุ่น ได้ร่วมในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการเป็นพันธมิตรในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และเมืองโคฟุ จังหวัดยามานาชิ ประเทศญี่ปุ่น เป็นการ MOU แบบ Online ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 สํานักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการลงนามครั้งนี้ นายจุรินทร์ได้เป็นประธานและสักขีพยาน พร้อมกล่าวถึงความสำคัญของการลงนาม ใน MOU ฉบับนี้ ว่า การลงนามระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับเมืองโคฟุ จังหวัดยามานาชิ ถือเป็นก้าวสำคัญของการเริ่มต้นนโยบายขยายความสัมพันธ์การค้าเชิงลึกของกระทรวงพาณิชย์ ประเทศไทย กับเมืองโคฟุ ญี่ปุ่น โดยเป็นการลงนามตามนโยบายเป็นครั้งแรก ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะได้ประโยชน์ร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยประการที่หนึ่ง มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางด้านการพัฒนาธุรกิจการผลิตอัญมณีเครื่องประดับทางการตลาดและการถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างการในส่วนของ SMEs ของทั้งสองฝ่าย เมืองโคฟุเก่งเรื่องเทคโนโลยีการขึ้นตัวเรือนแต่ประเทศไทยเก่งในเรื่องการเจียระไนอัญมณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่สอง ร่วมมือกันทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดร่วมกันทั้งในประเทศไทยและญี่ปุ่นเพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่สาม มูลค่าการค้าระหว่างกันในเรื่องอัญมณีระหว่างไทยกับญี่ปุ่นในปี 2564 นี้ จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น โดยตัวเลขปีที่แล้วสามารถทำมูลค่าการค้าระหว่างกันไทย-ญี่ปุ่น ด้านอัญมณี 14,754 ล้านบาท เพิ่ม 2% ปี 2564 ตั้งเป้าว่าจะทำมูลค่าการค้าระหว่างกันด้านอัญมณีและเครื่องประดับให้ได้ไม่ต่ำกว่า 5% หรือมูลค่าไม่ต่ำกว่า 15,500 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอขอบคุณเมืองโคฟุ จังหวัดยามานาชิ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว ที่ร่วมกันผลักดันสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือระหว่างกันขึ้นในวันนี้ เชื่อว่าจะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการค้าและพัฒนาความร่วมมือระหว่างกันได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไปและขอให้พี่น้องชาวโคฟุประสบแต่ความสุขโดยทั่วกันด้วย&amp;rdquo;นายจุรินทร์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบรรยากาศในงานวันนี้ ช่วงหนึ่งทางนายยูอิชิ ฮิงุชิ นายกเทศมนตรีเมืองโคฟุ กล่าวผ่านระบบถ่ายทอดสัญญาณสดจากประเทศญี่ปุ่นว่า เมืองโคฟุมีประชากรราว 190,000 คน ถือเป็นศูนย์กลางด้านการเมืองเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของจังหวัดยามานาชิ เมืองโคฟุเป็นแหล่งผลิตผลึกแก้วคริสตัลที่มีการพัฒนาการเจียระไนและแปรรูปให้เป็นแหล่งแปรรูปอัญมณี เมืองโคฟุเป็นศูนย์กลางแห่งอัญมณีและเครื่องประดับ โดยก่อนนี้ในปี 2562 ตนได้มีโอกาสเดินทางมาประเทศไทยและได้ก็จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจที่กรุงเทพฯ เพื่อประชาสัมพันธ์เครื่องประดับของเมืองโคฟุให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น แม้ปัจจุบันจะมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลต่อการเดินทางระหว่างประเทศ แต่การลงนาม MOU ในวันนี้ จะช่วยเป็นแรงผลักดันในการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องประดับทั้งไทยและเมืองโคฟุมากยิ่งขึ้นต่อไป และหวังว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะคลี่คลายโดยเร็ว และอุตสาหกรรมจิวเวลรี่ของสองประเทศจะพัฒนามากยิ่งขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้น อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กับนายกเทศมนตรีเมืองโคฟุได้ลงนาม MOU ท่ามกลางสักขีพยาน เช่น นายสุริยน ศรีอรทัยกุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) นางประพีร์ สรไกรกิติกูล ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มอัญมณี เครื่องประดับและโลหะมีค่า สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นหลังเสร็จพิธี นายจุรินทร์กล่าวกับสื่อมวลชนอีกครั้งว่า การลงนามนี้ ถือเป็น Mini FTA ฉบับแรกที่ตนได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์สร้างความสัมพันธ์ทางการค้าเชิงลึก โดยเมืองโคฟุ เป็นศูนย์กลางการค้าด้านอัญมณีและเครื่องประดับของประเทศญี่ปุ่น การลงนามจะก่อให้เกิดประโยชน์หลายประการทั้งส่งเสริมภาคการผลิต ทำการตลาดร่วมกันระหว่างไทยกับญี่ปุ่นและถ่ายทอดเทคโนโลยีต่าง ๆ ระหว่างกัน ทั้งการเจียระไน ขึ้นตัวเรือนและซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ Mini FTA ฉบับต่อไป ที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้า คือ ทำกับมณฑลไหหลำของประเทศจีน และรัฐเตลังกานาของประเทศอินเดีย และอื่นๆ คาดว่าจะสามารถลงนามได้ในช่วงเดือนส.ค.2564 ที่จะถึงนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109465</URL_LINK>
                <HASHTAG>Mini FTA, MOU, กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, กระทรวงพาณิชย์, จังหวัดยามานาชิ, นายกเทศมนตรีเมืองโคฟุ, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร, นายยูอิชิ ฮิงุชิ, นายสมเด็จ สุสมบูรณ์, นายสุริยน ศรีอรทัยกุล, ประเทศญี่ปุ่น, ผลิตผลึกแก้วคริสตัล, พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ, รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, ศูนย์กลางการค้าด้านอัญมณีและเครื่องประดับ, อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210712/image_big_60ec0f66626d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107952</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 20:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 20:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ปลื้มโกยงานขายดิจิทัลคอนเทนต์1,580 ล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย. 64 - นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า &amp;nbsp;กรมฯ ได้เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จงานแสดงสินค้าและบริการด้านภาพยนตร์ออนไลน์ &amp;nbsp;MOVE 2021 ในรูปแบบเสมือนจริงต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ระหว่างวันที่ 23 มิถุนายน&amp;nbsp; &amp;ndash; 25 มิถุนายน 2564 ซึ่งโครงการดังกล่าวดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว ปรากฎว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีผู้เข้าเยี่ยมชมงานรวมกว่า 40,000 ราย โดยมีผู้ประกอบการที่มีศักยภาพต่างชาติจำนวน 80 ราย เข้าร่วมเจรจาธุรกิจกับไทยจำนวน 50 ราย รวมจำนวน 359 นัดหมาย เกิดการเจรจาการค้าออนไลน์ภายในงานมูลค่าถึง 1,586 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ประกอบการต่างประเทศที่ให้ความสนใจเข้าร่วมเจรจามากที่สุดได้แก่ จีน อาร์เจนตินา ญี่ปุ่น บราซิล และเวียดนาม ตามลำดับ โดยประเภทของธุรกิจและบริการที่ได้รับความสนใจสูงคือ ธุรกิจการจัดจำหน่ายภาพยนตร์และซีรีส์โทรทัศน์ ธุรกิจการผลิตคอนเทนต์ในรูปแบบภาพยนตร์และซีรีส์โทรทัศน์ และ ธุรกิจการบริการที่เกี่ยวเนื่องกับภาพยนตร์และวีดิทัศน์&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเจรจาธุรกิจที่น่าสนใจภายในงาน อาทิ บริษัท ฮอลลีวู้ด (ไทยแลนด์) &amp;nbsp;จำกัด ได้เจรจาการค้ากับแพลตฟอร์มออนไลน์รายสำคัญจากประเทศฟิลิปปินส์เพื่อให้สิทธิ์ภาพยนตร์จำนวนมากไปเผยแพร่ และเจรจาการค้ากับผู้สร้างภาพยนตร์จากประเทศจีน เพื่อการผลิตภาพยนตร์ร่วมกัน &amp;nbsp;บริษัท กันตนา ซาวด์ สตูดิโอ จำกัด ได้เจรจาการค้ากับแพลตฟอร์มออนไลน์จากสิงคโปร์ในการว่าจ้างผลิต Dubbing และ Mixing สำหรับงาน Localized Content และบริษัท เอเอสเอพี คอร์ปอเรชั่น จำกัด &amp;nbsp;ได้เจรจาการค้ากับบริษัทจากประเทศอังกฤษ ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอน Pre-Production&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน MOVE 2021 ยังได้เสริมแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการไทยด้วยการจัดไลฟ์สตรีมมิ่ง Presentation and Conferences โดยเชิญผู้คร่ำหวอดในวงการภาพยนตร์และแพลตฟอร์มออนไลน์มาร่วมแชร์ประสบการณ์ในหัวข้อต่าง ๆ อาทิ นางสาวลลิตา หอมแสงประดิษฐ์ จากบริษัท ฮอลลีวู้ด (ไทยแลนด์) จำกัด นางสาวกนกพร ปรัชญาเศรษฐ ผู้จัดการ WeTV ประจำประเทศไทย นายผ่านศึก ธงรบ จาก อ้ายฉีอี้ ประเทศไทย และนายธวัชชัย ฤกษ์สำราญ จากบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการไทยและต่างชาติเข้าร่วมกิจกรรมผ่านช่องทางออนไลน์กว่า 1,000 ราย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107952</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, จัดสัมมนาออนไลน์, ดิจิตัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d9c9e0d82cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
