<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2018 19:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2018 19:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โคก-หนอง -นา&#039; ยกระดับสู่นโยบายรัฐ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวคิด&amp;quot;โคก หนอง นา&amp;quot;ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากโครงการในพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ &amp;nbsp;9 ซึ่งทรงห่วงใยต่อสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะในปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง ได้ถูกนำมาปรับใช้ในการบริหารจัดการน้ำ &amp;nbsp;เพื่อการดำรงชีวิตและประกอบอาชีพของประชาชนทั่วไป ได้รับการผลักดันจาก สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ &amp;nbsp;ภายใต้โครงการ&amp;quot;พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยของแผ่นดิน&amp;quot; ซึ่งได้รับการการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากบริษัทเชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในการก้าวสู่ปีที่ 6 ของการเผยแพร่แนวคิด โคก หนอง นา ดำเนินการภายใต้กิจกรรม&amp;quot;แตกตัวทั่วไป เอามื้อสามัคคี&amp;quot; &amp;nbsp;อันเป็นวิธีการทำการเกษตรเก่าแก่ดั้งเดิมของสังคมไทยมาดำเนินการต่อเนื่อง ด้วยการส่งต่อแรงบันดาลใจผ่านการถ่ายทอดเรื่องราวความสำเร็จของผู้นำศาสตร์พระราชามาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมตามสภาพภูมิสังคม พร้อมขยายผลสำเร็จของโครงการฯ จากลุ่มน้ำป่าสักสู่ลุ่มน้ำอื่นๆ ครอบคลุม 25 ลุ่มน้ำทั่วประเทศไทย สู่การแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งอย่างยั่งยืน &amp;nbsp;มี 4 กิจกรรมที่ตั้งเป้าไว้ &amp;nbsp; โดยมีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) &amp;nbsp;มาช่วยขับเคลื่อนและเป็นกำลังหลักอีกแรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อดีตประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวว่า &amp;nbsp;โครงการฯ นี้ ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จนเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมของคนที่นำแนวทางศาสตร์พระราชาไปลงมือปฏิบัติ ส่งผลให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จนสามารถพึ่งพาตนเองได้ นั่นนับเป็นผลสำเร็จของโครงการฯ &amp;nbsp;ส่วนแนวทางการขับเคลื่อน &amp;nbsp; คือการสร้างและพัฒนาคนให้มีคุณภาพมีองค์ความรู้เป็น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;lsquo;คนมีใจ&amp;rsquo; ที่เมื่อรวมตัวกันก็จะเป็น &amp;lsquo;เครือข่ายที่เข้มแข็ง&amp;rsquo; นำไปสู่การสร้าง &amp;lsquo;ศูนย์เรียนรู้&amp;rsquo; เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่องค์ความรู้ศาสตร์พระราชาสู่การลงมือปฏิบัติ สร้างคนมีใจต่อไปไม่สิ้นสุด จนบรรลุผล หยุดท่วม-หยุดแล้งอย่างยั่งยืนตามเป้าหมาย ซึ่งโครงการฯ ในปัจจุบันได้ขยายผลออกไปถึง 24 ลุ่มน้ำแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปีนี้มาถึงปีสุดท้ายเฟส 2ของโครงการ เชื่อมั่นว่าแนวทางพระราชดำริ หลักการทรงงานของพระเจ้าอยู่หัวฯรัชกาลที่ 9 จะแก้ปัญหาโลกได้ และเราสามารถเผยแพร่แนวคิดตามแนวทางศาสตร์พระราชาได้ 6,000 หลุม ใน 24ลุ่มน้ำ และตั้งใจที่จะขยายต่อไปและจะเริ่มเฟส 3 ต่อไปอีกแน่นอน &amp;quot;อาจารย์ยักษ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด แกนนำภาคเอกชน กล่าวว่าเชฟรอนให้การสนับสนุนโครงการอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 แล้ว เนื่องจากตรงกับแนวคิดการทำโครงการเพื่อสังคมของเรา ที่มุ่งเน้นการสร้างคน องค์ความรู้ และจิตสำนึก ส่วนใหญ่จึงทำกันในระยะยาว โครงการนี้ตอบโจทย์ทั้งเรื่องของการพัฒนาอย่างยั่งยืน &amp;nbsp;หรือ Sustainable Development &amp;nbsp;และสอดคล้องกับนโยบายเพื่อสังคมทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านการศึกษา ด้วยการเผยแพร่องค์ความรู้ศาสตร์พระราชาสู่การลงมือปฏิบัติ ด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต ที่ช่วยสร้างชุมชนเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้ ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม นั่นคือการฟื้นฟู ดิน น้ำ ป่า และด้านการส่งเสริมให้พนักงานมีจิตสำนึกที่ดีต่อสังคม ซึ่งพนักงานเราได้เข้าร่วมกิจกรรมในทุกๆ ปีเป็นจำนวนหลายร้อยคน เหนือสิ่งอื่นใดคือความมุ่งมั่นในการสืบสานพระราชปณิธานต่อไป &amp;nbsp;นับเป็นการสร้างความยั่งยืน ทั้งชาวบ้านและคนเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ เชฟรอนฯ กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;โดยตามแนวคิดของปีนี้ โครงการฯ จึงจะกระจายตัวจัดกิจกรรมใน 4 พื้นที่ คือ กรุงเทพฯ จันทบุรี สระบุรี และน่าน โดยนำเสนอผ่าน &amp;lsquo;คนต้นแบบ&amp;rsquo; ที่ใช้ศาสตร์พระราชาแก้ปัญหาในพื้นที่ของตนเองจนประสบความสำเร็จ เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจแก่คนรุ่นต่อๆ ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าถามถึงความมุ่งหวังชองโครงการคืออะไร ผมว่าอยากให้เกิดการรับรู้ในวงกว้างว่าเ เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่ทางเลือกรอง แต่เป็นหนึ่งในทางเลือกหลัก อยากให้คนทำแบบนี้กันเยอะๆ อยากให้แนวคิดนี้มีที่ยืนในสังคม อยากให้เรื่องเเศรษฐกิจพอเพียงกลายเป็นเรื่องธรรมดาในสังคม &amp;nbsp;ที่ใครๆก็ทำกัน และหมายถึงเกษตรกร พึ่งพาตัวเองได้ มองว่า 5-6ปีมานี้ของโครงการ เราทำได้ขนาดนี้ ก็น่าจะเป็นความภาคภูมิใจ &amp;nbsp; เพราะมีคนสนใจอยากทำตามเยอะมาก แต่เราไปให้คำแนะนำ หรือคำปรึกษาไม่ทันกับความต้องการ&amp;quot; ผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ เชฟรอนฯกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ.ไตรภพ โคตรวงษา ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และตัวแทนสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง เครือข่ายภาควิชาการกล่าวว่า ปีนี้เป็นปีสุดท้ายของระยะที่ 2 คือ การขยายผลในระดับทวีคูณ หรือ แตกตัว เพื่อสร้างคน สร้างครู สร้างเครื่องมือยกระดับศูนย์เรียนรู้สู่การศึกษาตลอดชีวิต (บ้าน วัด โรงเรียน) โครงการฯ จึงยังคงดำเนินงานต่อเนื่องด้วยแนวคิด &amp;lsquo;แตกตัวทั่วไทย เอามื้อสามัคคี&amp;rsquo; เพื่อชี้ให้เห็นตัวอย่างการ &amp;lsquo;แตกตัว&amp;rsquo; ขยายผลจากลุ่มน้ำป่าสักไปยังลุ่มน้ำอื่นๆ โดยนำกลยุทธ์การ &amp;lsquo;เอามื้อสามัคคี&amp;rsquo; หรือ การลงแขกตามประเพณีดั้งเดิมของคนไทยมาเป็นกลวิธีในการขับเคลื่อน เพื่อประสานความสามัคคีเชื่อมโยงและขยายเครือข่ายต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้น ยังเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ในสภาพภูมิสังคมที่แตกต่างกัน โดยในปีหน้าที่จะผลักดันให้ไปสู่การขับเคลื่อนในระดับนโยบาย สู่เป้าหมายการขยายผลจากลุ่มน้ำป่าสักครอบคลุม 25 ลุ่มน้ำทั่วในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลังจากเราเปิดตัวโครงการ เอามื้อสามัคคี ด้วยแนวคิดโคก หนอง นา ปรากฎว่ามีผู้สนใจความต้องการที่จะนำโมเดลนี้ไปใช้เยอะมาก จนเราจัดทำให้ไม่ทัน ดังนั้น ในปีนี้ เราจึงตั้งใจที่จะยกระดับโครงการไปสู่นโยบายระดับประเทศ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงกันทั้งระบบลุ่มน้ำทั้งหมด &amp;nbsp;และให้เป็นที่พึ่งของประชาชน&amp;quot;อ.ไตรภพกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านผศ.พิเชษ โสวิทยสกุล คณะทำงาน รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าศูนย์บูรณาการเทคโนโลยีเพื่อการแก้ปัญหาประเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)กล่าวว่า การขยับขยายโครงการ แตกตัวทั่วไทย เอามื้อสามัคคีในปีนี้ นอกจากจะมี 4พื้นที่ ต้นแบบ ในการเรียนรู้โคก หนองนา โมเดล &amp;nbsp;ศาสตร์พระราชา เรายังร่วมมือกับกรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน &amp;nbsp;ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงหมาดไทย &amp;nbsp;ในการเผยแพร่แบบมาตรฐาน&amp;quot;โคก หนอง นา โมเดล&amp;quot; ออกไปสู่ประชาชนโดยตรง เบื้องต้นได้มอบแบบมาตรฐาน โคก หนอง นา โมเดล จำนวนประมาณ 40แบบให้กับกรมพัฒนาที่ดินไว้แจกจ่ายประชาชน ทั้ง &amp;nbsp;40แบบ จะเป็นโมเดลต้นแบบสำหรับที่ดินขนาดแบบ &amp;nbsp;3ไร่ 5 ไร่ หรือ 10-15ไร่ &amp;nbsp;ที่เป็นโมเดลพื้นที่ขนาดเล็กก็เพราะ แนวคิดเรื่อง งโคก หนอง นา นั้นที่จริงก็คือ เป็นการแปลงมาจากเกษตรทฤษฎีใหม่ เป็นการทำเกษตรในพื้นที่ขนาดจำกัด หรือขนาดเล็ก &amp;nbsp; จะได้ไปขอจากกรมพัฒนาที่ดินได้ แล้วนำไปใช้กับที่ดินของตนเองได้เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; แบบมันเสร็จหมดแล้ว ส่งให้กรมพัฒนาที่ดินแล้ว &amp;nbsp;ใครที่สนใจอย่าเพิ่งไปทำทั้งขนาด 100ไร่ เริ่มจาก 3ไร่ หรือ5ไร่ก่อน หยิบไปใช้ได้เลยจากแบบมาตรฐาน ที่เป็นต้นแบบ ที่เราทำไว้ให้ แล้วกรมพัฒนาที่ดินเขาจะทำเรื่องให้มันเป็นการสนับสนุนจากภาครัฐเลย เราเริ่มที่กรมพัฒนาที่ดินก่อน แต่ที่คุยไว้มี 3กรม กรมพัฒนาที่ดินกรมอุทยานฯ และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น &amp;nbsp;แต่ของกรมพัฒนาที่ดิน &amp;nbsp;ออกแบบเสร็จแล้วมีทั้งหมด 40แปลง&amp;quot;ผศ.พิเชษกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกับอธิบายอีกว่า การที่แบบมาตรฐานมีเยอะมากถึง 40แบบก็เพราะที่ดินมันมี 3-4ขนาดคือ 3ไร่ 5 ไร่ 10 หรือ 15ไร่ &amp;nbsp;แต่ละแบบมาตรฐานจะมีรูปทรงที่ดินหลากหลายมาก &amp;nbsp;เช่น บางคนมีที่ดินทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส บางคนสี่เหลื่อมผืนผ้า หรือมีสัดส่วน 1ต่อ 2 หรือบางที่ยาวสัดส่วน 1ต่อ3 หรือบางคนมีทรงแบบอ้วน ๆ 2 ต่อ3 การออกแบบจึงต้องมี 4ขนาดและ 4รูปแบบแปลน &amp;nbsp;ทั้งที่จริงๆแล้วาตั้งใจจะให้มากกว่านี้ &amp;nbsp; แต่เป้าหมายจริงๆคือจะทำแบบให้ได้ 96แบบ &amp;nbsp;ซึ่งจะมีพื้นที่แบบแปลงที่ลาดไหล่เขา หรือแปลงที่อยู่ในหุบเขาด้วย &amp;nbsp; แต่เราเริ่มที่ราบก่อนเพราะปัญหาที่ราบเยอะกว่าที่ภูเขา &amp;nbsp;ซึ่งแบบที่ราบ ที่มอบให้กับกรมพัฒนาที่ดินทำสำเร็จหมดแล้ว และกำลังออกแบบให้กรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น อบต. ซึ่งจะเป็นในส่วนของพื้นที่ขนาดเล็ก 4ตารางเมตร หรือ 8ตารางเมตร &amp;nbsp;หมายรวมถึงพื้นที่คอนโด ทาวน์เฮ้าส์ &amp;nbsp;เป็นการออกแบบเชิงรั้วกินได้ &amp;nbsp;หรือในพื้นที่ขนาด 100 ตารางวา หรือ 200 ตารางวา &amp;nbsp; ก็จะมีแบบมาตรฐานให้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น มีงบฯที่จะหนุนดำเนินการ ท่านอธิบดีฯก็เร่งให้ทำเรื่องนี้ ส่วนกรมสุดท้ายที่กำลังคุยอยู่คือกรมอุทยาน ฯซึ่งจะทำในพื้นที่เชิงเขา พื้นที่ป่าที่ต้องฟื้นฟู แต่ของกรมอุทยานมีข้อแม้ว่า เราจะเริ่มในพื้นที่ 10 หรือ 15ไร่ เพราะพอเป็นพื้นที่ภูเขา พื้นที่ขนาดเล็กมันไม่พอทำเกษตรผลิตได้ จึงต้องเริ่ม 10 ไร่ 15ไร่ หรือ 20ไร่ &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.พิเชษกล่าวอีกว่า การทำแบบมาตรฐาน โคก หนอง นา โมเดล จะมีการดำเนินการเป็นกทางการและขณะนี้อยู่ระหว่างการทำรายละเอียดเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบ เพื่อให้รัฐมีส่วนสนับสนุน โดยจะเป็นส่วนหนึ่งของ การขุดบ่อจิ๋ว ของกรมพัฒนาที่ดิน &amp;nbsp;จึงต้องมีการทำให้ถูกต้องตามระเบียบ &amp;nbsp;เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาการตรวจรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปัจจุบันการที่หน่วยงานรัฐไม่สามารถทำเรื่องโคก หนอง นา ได้เต็มที่เพราะมันยังไม่มีข้อมูลมาตรฐาน มีแต่ข้อมูลว่าต้องขุดสระน้ำเท่านั้นเท่านี้ กว้างคูณยาวเท่าไหร่ แค่นั้น &amp;nbsp;เราก็เลยออกแบบให้เป็นมาตรฐาน แต่ในทางอื่นที่ไม่ต้องรอกรมพัฒนาที่ดิน ผมก็แจกแบบไปแล้ว ทางเฟสบุ๊คของผม &amp;nbsp;แต่มัเงื่อนไขว่าคนที่ได้แบบไปแล้ว แต่ยังไม่ผ่านการอบรม &amp;nbsp;เราจะให้ทำไม่เกิน 3ไร่ แต่คนที่ผ่านการอบรมเรื่องศาสตร์พระราชาแล้ว เราจะให้ได้ถึง 15ไร่ เพราะเราไม่ต้องการให้คนที่ไม่ผ่านการอบรมแล้วไปทำ 15ไร่ &amp;nbsp;โดยที่ไม่มีความรู้ มันจะสำเร็จยาก ตอนนี้ก็ส่งไม่หวาดไม่ไหว &amp;nbsp;เป็น 40แบบที่แจกออกไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.พิเชษ บอกอีกว่า โคก หนอง นา โมเดล ได้รับความสนใจมาก เฉพาะเฟสบุ๊คของตนเองมีคนแชร์เรื่องแบบนี้ไป 600 กว่า คนอ่านประมาณ 3หมื่นกว่า แต่ติดปัญหาตรงที่ &amp;nbsp;ทีมงานส่งอีเมล์แบบมาตรฐานให้ไม่ทัน &amp;nbsp;เนื่องจาก การแจกโมเดลจะไม่ได้แจกมั่วๆ ต้องมีการตรวจสอบมีการเช็ค คนที่จะได้แบบ ต้องติดต่อเข้ามาแจ้งให้รู้ว่าจะทำที่ไหน &amp;nbsp;อะไร ยังไง ถ้าผ่านการอบรมแล้ว &amp;nbsp; อบรมรุ่นไหน ศูนย์ไหน มีความรู้ยังไงบ้าง แต่ถ้าไม่ผ่านการอบรมอย่างน้อยต้องแจ้งเบอร์ติดต่อ และสถานที่ที่จะทำ เพื่อที่เราจะได้ติดตามและวางแผนช่วยเขาได้ต่อ สมมุติบางคนทำที่สุรินทร์ เราก็มาดูว่า ดินของเขาอยู่ที่ไหน และพิกัดใกล้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ๆของเขามีเพื่้อนที่ทำด้วยหรือไม่ อย่างน้อยเขาก็จะได้ไปหาเพื่อน &amp;nbsp;เพราะเขาทำคนเดียวไม่ไหว &amp;nbsp;ส่วนแบบที่แจก เพราะไม่ต้องรอให้กรมพัฒนาที่ดินประกาศ &amp;nbsp;ใช้งบฯส่วนตัวลงมือทำขุดบ่อไปก่อน ก็ทำได้ หรือถ้าชาวบ้านคนไหนไม่มีเงิน อาจจะต้องรอกรมพัฒนาที่ดินเพื่อใช้งบฯขุดบ่อจิ๋ว . ซึ่งกรมพัฒนาที่ดิน มีงบฯ ฯขุดบ่อจิ๋วปีหนึ่งประมาณ 4-5พันล้าน เราแค่ปรับงบฯขุดบ่อจิ๋วมาช่วยทำโคก หนองนา แทน &amp;nbsp;เรียกว่าเป็นการเปิดให้กว้างการใใช้งบฯ ไม่ใช่การขุดบ่อจิ๋วอย่างเดียว การทำโคกหนองนา ก็เหมือนการใช้งบฯ เพื่อทำที่เก็บน้ำเหมือนกัน ซึ่งรัฐจะอุดหนุนให้เลยไม่เกิน 3ไร่ แต่กรมพัฒนาที่ดินจะเป็นคนลงมือมาขุดให้ &amp;nbsp;ไม่ได้ให้เงินโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้ ท่านอาจารย์ยักษ์ .ท่านก็เร่งรองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดินอยู่ &amp;nbsp;ส่วนเราเพิ่งส่งแบบให้เมื่อเดือนมี.ค.เอง &amp;nbsp;ส่วนกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นน่าจะเร็ว เพราะอธิบดีฯสนใจมาก และถ้าท้องถิ่นเห็นด้วย จะเร็วกว่า กรมพัฒนาที่ดิน เพราะใกล้ชิดกับประชาชนมากกว่า ดูทั่วประเทศ และเขาไม่ได้สนับสนุนพื้นที่ใหญ่ แค่มุมเล็กๆ &amp;nbsp;ถ้าทุกบ้านมีมุมเล็กๆทำแบบนี้ เชือว่าหมู่บ้านนั้นจะยั่งยืนแน่ เพียงแต่ต้องให้ความรู้และมีอะไรอื่นๆให้เขา &amp;nbsp;&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน4กิจกรรมแตกตัวทั่วไทย -เอามื้อสามัคคี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป้าหมายชองโครงการ แตกตัวทั่วไทย เอามื้อสามัคคี ในปีนี้ ที่จะกระจายตัวจัดกิจกรรมใน 4 พื้นที่ คือ กรุงเทพฯ จันทบุรี สระบุรี และน่าน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ &amp;nbsp; โครงการฯ เริ่มกิจกรรมแรกที่ฐานธรรมธุรกิจ พระราม 9 กรุงเทพฯ เพื่อสร้างศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชากลางเมืองหลวง &amp;nbsp;นายพิเชษฐ &amp;nbsp;โตนิติวงศ์ ผู้จัดการธรรมธุรกิจ เล่าถึงที่มาของโครงการว่า &amp;nbsp; หลังจากธุรกิจโรงสีล้มละลาย ก็ได้เข้าร่วมอบรมที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง และได้พูดคุยกับ อ.ยักษ์ -ดร.วิวัฒน์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศัลยกำธร และพี่โจน -โจน จันใด &amp;nbsp;จนเข้าใจในศาสตร์พระราชาที่ไม่เพียงช่วยแก้ปัญหาด้านการเกษตร แต่เป็นแนวทางการใช้ชีวิต จึงจัดตั้งโครงการ &amp;lsquo;ฐานธรรมธุรกิจ&amp;rsquo; เพื่อเป็นตลาดกลางกระจายสินค้าของเครือข่ายทั่วประเทศ ในราคาเป็นธรรมต่อผู้ซื้อและผู้ผลิต เดิมเราหมุนเวียนจัดทำตลาดนัดธรรมชาติไปในที่ต่างๆ จนได้รับความอนุเคราะห์สถานที่จากเจ้าของโรงเรียนชาญวิทย์เก่าจึงได้ปักหลักที่เดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น เรายังจัดเวิร์คช้อปต่างๆ ให้คนได้เรียนรู้จากการลงมือทำ &amp;nbsp; ซึ่งต่อไปวางแผนว่าจะทำร้านอาหารเพื่อแปรรูปผลผลิตจากเครือข่ายที่เหลือจากการขาย ตอบโจทย์คนเมืองที่ไม่ค่อยทำกับข้าวกินเอง เน้นเรื่องอาหารและสุขภาพเป็นหลัก กิจกรรมในวันนี้ &amp;nbsp;จึงเกี่ยวกับการย่ำก้อนดิน เพื่อสร้างบ้านดินสำหรับร้านอาหารแปรรูป สอนเพาะเมล็ดพันธุ์กล้าไม้และทำแปลงผักในภาชนะต่างๆ แบบคนเมือง และเรียนรู้การปรุงดิน ทำปุ๋ย และสร้างโมเดล โคก หนอง นา ขนาดเล็กในพื้นที่ให้เป็นตัวอย่างสำหรับคนที่มีพื้นที่จำกัด ในอนาคต ก็การวางแผนจะขยายงานไปที่เชียงใหม่ และบ้านศรีฐาน ยโสธรด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การทำฐานที่กรุงเทพฯ เพราะผมคิดไปถึงคนเมือง คิดไปถึงคนที่อยู่คอนโด พื้นที่แคบ ถ้าเขาอยากปลูกพืชผักจะทำยังไง ในขนาดพื้นที่ &amp;nbsp;1x2 เมตร หรือพื้นที่ในร่ม จะทำได้ยังไงปลูกแบบไหน &amp;nbsp; ส่วนตลาดนัดที่จะมีเสาร์ อาทิตย์ เป็นการทำให้คนในเมืองเขาได้รู้ว่าผักที่เขากินมาจากไหน &amp;nbsp; เพราะปัจจุบันเขาไม่รู้ว่าอาหารที่ซื้อจากตลาดมาจากไหน ซึ่งถือว่าเป็นการไม่ดูแลสุขภาพ นับว่าคนเมืองขาดโอกาสเชื่อมต่อระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค จึงอยากสร้างโอกาสนี้ &amp;quot;พิเชษฐ์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ พื้นที่ &amp;nbsp;จ.สระบุรี ซึ่งอยู่ใน ลุ่มน้ำป่าสัก อันเป็นลุ่มที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงห่วงใย เพราะมีความลาดชันสูงทำให้จัดการได้ยากที่สุด และเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการ มีโครงการ&amp;quot;สวนสุขสมบูรณ์ &amp;quot; ขนาด32ไร่ &amp;nbsp;อยู่ที่อ.หนองแซง จ.สระบุรี เป็นการรวมตัวของคนเมือง &amp;nbsp;13 คนที่มีอาชีพหลากหลาย &amp;nbsp; ซึ่งในกลุ่มนี้ ยังมี บอย พิษณุ นิ่มสกุล นักแสดงหนุ่มเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มด้วย โดยบอยมีประสบการณ์เคยทำเกษตรอินทรีย์ ตามหลักโคก หนอง นา โมเดลที่จ.สุรินทร์มาแล้ว โดยหุ้นกับแพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ นางเอกสาว และกลายเป็นสวนต้นแบบที่กระตุ้นความสนใจคนในพื้นที่ได้อย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถัดมาที่ อ.ท่าใหม่ จ. จันทบุรี &amp;nbsp; ด้วยแรงบันดาลใจจากพระราชกรณียกิจของสมเด็จ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ที่ทรงห่วงใยประชาชนในจันทบุรีจากภัยแล้งและขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค โดยมีแววศิริ ฤทธิโยธี เจ้าของพื้นที่บ้านสวนอิสรี สวนเกษตรอินทรีย์และฟาร์มมาเมืองจันทน์ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เป็นโครงการต้นแบบ ของการเอามื้อสามัคคี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แววศิริกล่าวว่า 4ปีที่แล้วก็ทำเกษตรเคมี เหมือนคนอื่นๆ แต่มีปัญหาตลาด พอดีแม่ไม่สบายไปซื้อมะละกอมาให้แม่กิน แม่ไม่ยอมกิน บอกว่าอย่าซื้อมาฝากอีกเพราะเชาฉีดยาเยอะมาก &amp;nbsp;จึงคิดลดใช้สารเคมีหรือใช้น้อยที่สุด เพื่อจะได้ปลูกของดีๆให้แม่กิน &amp;nbsp;แต่พอลดใช้สารเคมีทำไปๆ สภาพดินกลับดีขึ้น อย่างเห็นได้ชัด ต้นไม้ก็ดีขึ้น ต่อมาจึงเลิกใช้สารเคมีทั้งหมด และทำเกษตรอินทรีย์เต็มรูปแบบ จึงเปิดเป็นสวนเกษตรอินทรีย์ เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พี่ขุดสระเก็บน้ำเอง ตอนแรก็รู้สึกเสียดายพื้นที่ แต่พบว่าดีกว่าไม่มีน้ำใช้ เพราะถ้าเราไปสูบมาจากที่อื่น ก็จะเป็นน้ำที่มีสารเคมี มียาฆ่าแมลง ที่มาจากสวนใกล้เคียง &amp;nbsp;เราใช้น้ำของเราเองทุเรียน ลองกอง มังคุดผลผลิตดีมาก รสชาติดี และที่ได้มาคิดอีกอย่างคือ ถ้าเราใช้สารเคมีเยอะๆ น้ำพวกนี้ก็จะไหลลงทะเล มีผลต่อสัตว์น้ำอาหารทะเลที่เรากิน &amp;quot;แววศิริกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และกิจกรรมสุดท้ายที่ จ. น่าน ในลุ่มน้ำน่าน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้วยแรงบันดาลใจจากโครงการในพระราชดำริหลายโครงการของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องด้วยทรงเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องเร่งฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าไม้ให้คืนสู่สมดุลโดยเร็วที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของพื้นที่ป่าไม้ในจังหวัดน่านอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัณฑิต &amp;nbsp;ฉิมชาติ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีน่าน จ.น่าน กล่าวว่า น่านมีปัญหาเขาหัวโล้นมานาน เพราะชาวบ้านรุกป่า เพื่อทำไร่ข้าวโพด แต่ปัญหาที่พบคือ นอกจากเสียพื้นที่ป่าแล้ว ชาวบ้านที่รุกป่า ปลูกข้าวโพดไป แต่กลับไมีข้าวกิน &amp;nbsp;เพราะเมื่อเขาปลูกข้าวโพด 3เดือน แต่ต้องอยู่ให้ได้ 9เดือน &amp;nbsp;สุดท้ายจึงไปคุยกับชาวบ้าน ชี้ให้เห็นว่าปลูกแล้วข้าวไม่มีกิน ปลูกทำไม &amp;nbsp;เอาศาสตร์พระราชาไปให้เขา ในที่สุดเขาก็กลับใจ เลิกปลูกข้าวโพด และทำตามศาสตร์พระราชา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านสุดาพร &amp;nbsp;พรหมรักษา ชาวบ้านอ.ศรีน่าน ที่เคยรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีน่านมาแล้ว เพื่อปลูกข้าวโพด ทำไร่เลื่อนลอย แต่พบว่าปลูกแล้วไม่ได้อะไร ต่อมาถูกเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ก็มายึดไร่ แต่ก็ไม่มีการให้ความรู้อื่นๆ แต่อย่างใด เล่าว่า หลังโดนยึดไร่ หัวหน้าบัณฑิต ฉิมชาติ ก็มาเป็นหัวหน้าอุทยาน &amp;nbsp;ได้เข้ามาพูดคุย ทำความเข้าใจ จึงเกิดความศรัทธา คิดเปลี่ยนแปลงตัวเอง &amp;nbsp;ตอนนี้เหลือพื้นที่ 14ไร่ จากเดิมมี 50ไร่ แต่พื้นที่แค่นี้ ก็สามารถอยู่ได้ ถ้าทำตามศาสตร์พระราชา ปัจจุบันมีรายได้พออยู่ พอกิน &amp;nbsp;ไม่มีหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คนกลุ่มนี้ จะเป็นต้นแบบการเลิกตัดไม้ทำลายป่า คนอยู่กับป่าได้ โดยไม่ทำลายป่า และเขาสามารถอยู่รอดได้ โดยทำตามศาสตร์พระราชา&amp;quot; หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีน่าน กล่าวเสริม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8363</URL_LINK>
                <HASHTAG>25ลุ่มน้ำ, กรมพัฒนาที่ดิน, กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น, กรมอุทยานแห่งชาติ, ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร, ตามรอยพ่อ, บริหารจัดการน้ำ, บ่อจิ๋ว, ศาสตร์พระราขา, อาทิตย์ กริชพิพรรธ, เชฟรอน, แก้ปัญหาน้ำทวมน้ำแล้ง, แตกตัวทั่วไทย เอามื้อสามัคคี, โคก หนอง นา, ในหลวงรัชกาลที่9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae86c0093c57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
