<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116285</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 15:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสก.3 จ.ระยอง ขยายผลสร้างเครือข่ายศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน ภาคตะวันออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สสก.3 จ.ระยองเดินหน้าขยายผล เฝ้าระวัง ป้องกัน และจัดการแมลงศัตรูพืชอย่างเป็นระบบ เปิดแนวทางการบริหารจัดการแบบเข้าถึงจากนักส่งเสริมสู่เกษตรกร จัดตั้ง ศจช. 236 ศูนย์ ครอบคลุมพื้นที่ 9 จังหวัดภาคตะวันออก ภายใต้แนวคิด ชุมชนจะเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ต้องปฎิบัติโดยเกษตรกรเพื่อเกษตรกร &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายปิยะ สมัครพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ( สสก. 3 ) เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากสถานการณ์การระบาดของศัตรูพืชในปัจจุบันมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทั้งชนิด และปริมาณ และมีการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ยากต่อการป้องกันและกำจัด ซึ่งการระบาดของศัตรูพืชเหล่านี้สร้างความเสียหายให้กับผลผลิตทางการเกษตร เป็นจำนวนมาก &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เกษตรกรต้องสูญเสียโอกาสที่จะมีรายได้จากการขายผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ กรมส่งเสริมการเกษตร จึงส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการจัดตั้งศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) เพื่อลดความเสี่ยงของการระบาดศัตรูพืชแก่เกษตรกร ทั้งเป็นจุดเฝ้าระวังและแจ้งเตือนการระบาดของศัตรูพืช ให้มีการจัดตั้ง ศจช. ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อเป็นศูนย์กลางการป้องกันกำจัดศัตรูพืช และถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยีด้านการจัดการศัตรูพืชอย่างถูกต้องเหมาะสม ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ชุมชนจะเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ต้องปฏิบัติโดยเกษตรกรเพื่อเกษตรกร&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในพื้นที่ความรับผิดชอบของ สสก.3 จ.ระยอง นั้นได้มีการจัดตั้งศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) ขึ้นซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของเกษตรกรเพื่อจัดการศัตรูพืชในพื้นที่ของตนเองและชุมชน โดยสมาชิกศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนจะได้รับการถ่ายทอดความรู้จากเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร และนำความรู้ไปดำเนินการจัดการศัตรูพืชด้วยตนเอง ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรจะใช้ ศจช. เป็นกลไกและเครือข่ายของการจัดการศัตรูพืช ในการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรจากการระบาดของศัตรูพืชและเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเกษตรกร ชุมชน และท้องถิ่น เพื่อให้สามารถจัดการศัตรูพืชได้ด้วยตนเอง อย่างครบวงจรและยั่งยืน&amp;rdquo; นายปิยะ สมัครพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ( สสก. 3 ) เปิดเผยเพิ่มเติมด้วยว่าจะมีการใช้เทคโนโลยีการควบคุมศัตรูพืชที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้ ซึ่งจะนำไปสู่ความเข้มแข็งในอาชีพเกษตรกรรม และรักษาสมดุลของระบบนิเวศทางการเกษตร พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดีขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง เป็นหน่วยปฏิบัติการขับเคลื่อน ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน ในการเชื่อมโยงเครือข่ายการดำเนินงานด้านการจัดการศัตรูพืช เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์การระบาดของศัตรูพืชในระดับภูมิภาค เชื่อมโยงเครือข่ายในการดำเนินงาน 9 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง สมุทรปราการ สระแก้ว และจังหวัดตราด ซึ่งมีการจัดตั้ง ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) ทั้งหมดกว่า 236 ศูนย์ โดยล่าสุดทางกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สสก.3 จ.ระยอง &amp;nbsp;ได้ดำเนินการสัมมนาเครือข่ายคณะกรรมการศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน ระดับเขต ปี 2564 ขึ้นในระหว่างวันที่ 26 &amp;ndash; 27 สิงหาคม 2564&amp;nbsp; ที่ผ่านมา โดยผ่านระบบออนไลน์ (Zoom Meeting) เพื่อสรุปผล พร้อมทบทวนการดำเนินงานการพัฒนา และขับเคลื่อนศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน และแลกเปลี่ยนความรู้ มีการเชื่อมโยงเครือข่ายการดำเนินงานด้านการจัดการศัตรูพืช และเครือข่ายการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์การระบาดของศัตรูพืชในระดับภูมิภาค และให้สมาชิก ศจช. ตลอดถึงเจ้าหน้าที่ ได้มีการสื่อสารระหว่างกันแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านอารักขาพืช ทำให้เกิดเครือข่าย ศจช. ที่มีการเชื่อมโยงการติดต่อสื่อสารในระดับภูมิภาคที่ชัดเจน ทั้งนี้เพื่อการเฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์การระบาดของศัตรูพืชที่มีประสิทธิภาพในระดับภูมิภาค &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เป็นการติดอาวุธ เสริมความรู้เรื่องการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน (Integrate Pest Management : IPM) และโรคแมลงศัตรูพืชสำคัญและการป้องกันกำจัด โดย อาจารย์สุเทพ สหายา ผู้ที่มีความชำนาญเฉพาะด้านการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน สารป้องกัน กำจัดแมลงและไรศัตรูพืช ซึ่งผลการสัมมนาเครือข่าย ศจช. ระดับเขต ปี 2564 ครั้งนี้ ได้ช่วยให้ผู้เข้าร่วมสัมมนา ฯ ได้รับความรู้และร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ถึงวิธีการป้องกัน เทคนิควิธีการกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน รวมถึงการวินิจฉัยโรคพืช&amp;rdquo; นายปิยะ สมัครพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้พืชที่วิทยากรนำมาประกอบการบรรยายในการสัมมนาครั้งนี้ประกอบด้วย&amp;nbsp; ไม้ผล ไม้ยืนต้น ข้าวและพืชผัก เช่นทุเรียน มะม่วง มะพร้าว ข้าว พืชผัก มันสำปะหลัง และลำไย ฯลฯ ซึ่งเป็นพืชที่มีการปลูกกันมากในพื้นที่ภาคตะวันออก และมีจำนวนหนึ่งที่เป็นแปลงพยากรณ์แมลงศัตรูพืชของ ศจช. นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนผลการดำเนินงาน และแนวทางการพัฒนา ศจช. เพื่อจัดตั้งคณะกรรมการศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนในระดับเขตขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดการเชื่อมโยงการทำงาน ตลอดถึงการกำหนดแผนการพัฒนา ศจช. พื้นที่ภาคตะวันออกร่วมกันต่อไปอีกด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116285</URL_LINK>
                <HASHTAG>Integrate Pest Management : IPM, กรมส่งเสริมการเกษตร, การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน, จัดการแมลงศัตรูพืช, นักส่งเสริม, นายปิยะ สมัครพงศ์, ระยอง, ศจช. 236 ศูนย์, ศัตรูพืช, ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.), สสก.3, สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3, อาจารย์สุเทพ สหายา, เกษตรกร, เดินหน้าขยายผล, เฝ้าระวัง ป้องกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613b2090c64c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 22:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Young Smart Farmer หนุ่มสถาปนิก พลิกวิกฤตโควิดเป็นโอกาส   สร้างรายได้ จากการแปรรูปผลิตภัณฑ์ส้มโอขาวแตงกวา จ.ชัยนาท   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวีระชัย เข็มวงษ์&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (สสก.1) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่จังหวัดชัยนาท ภายใต้กิจกรรม &amp;quot;สื่อมวลชนสัญจร Young Smart Farmer ต้นแบบ สสก.1 จ.ชัยนาท&amp;quot; เพื่อเยี่ยมชมความสำเร็จของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ Young Smart Farmer นายสุทธิพจน์ เชื้ออภัยวงษ์ สวนส้มโออำนวย ตำบลนางลือ อ.เมืองชัยนาท จ.ชัยนาท เจ้าของแบรนด์ Herblab.th&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ นายวีระชัย เข็มวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (สสก.1) เปิดเผยว่า สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (สสก.1) ได้ดำเนินนโยบายขับเคลื่อนงานพัฒนาการเกษตรตามนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตรอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer ในพื้นที่รับผิดชอบทั้ง 9 จังหวัดภาคกลาง จนประสบความสำเร็จ สามารถพัฒนาให้ Young Smart Farmer ที่สมัครเข้าร่วม เกิดการพัฒนาจนกลายเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรรุ่นใหม่ และที่สำคัญคือการเพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยการนำแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ตรงกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุทธิพจน์ เชื้ออภัยวงษ์ กล่าวว่า จากผลกระทบของสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด &amp;ndash; 19 ทำให้งานที่ทำอยู่ไม่สามารถทำต่อได้ จึงตัดสินใจกลับมายังบ้านเกิดที่จังหวัดชัยนาท เห็นว่าญาติพี่น้องทำสวนส้มโอ จึงคิดพัฒนาต่อยอดผลผลิตด้วยการแปรรูปออกจำหน่าย แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องมีความรู้เกี่ยวกับการเกษตรสมัยใหม่ นั่นจึงเป็นที่มาของการสมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer จากองค์ความรู้และข้อแนะนำส่งผลให้เกิดแนวคิดและช่องทางของการก้าวเป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ สร้างแบรนด์ Herblab.th เลือกที่จะทำเกษตรสุขภาพควบคู่กับการแปรรูป แบบ ZERO WASTE ที่เน้นจุดขายที่ว่า &amp;ldquo;ปลูกสุขภาพจากดิน ส่งสุขภาพถึงมือคุณ&amp;rdquo; ทั้งนี้ในการแปรรูปแบบ ZERO WASTE นั้นจะนำทุกส่วนของผลส้มโอมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า โดยเริ่มจากส่วนของผลและกุ้ง นำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์น้ำส้มโอสกัดเย็น, ไอศกรีมส้มโอ, แยมส้มโอ, น้ำส้มโอแบบผงชงดื่ม และวิตามินเม็ดฟูละลายน้ำจากส้มโอ ขณะที่ส่วนของเยื่อสำลีส้มโอ จะนำมาแปรรูปเป็นกระดาษจากเยื่อสำลีส้มโอ, แผ่นมาร์คหน้าส้มโอและครีมมาร์คหน้าส้มโอ สำหรับในส่วนของผิว จะนำมาแปรรูปเป็นน้ำมันหอมระเหยเปลือกส้มโอชนิดต่าง ๆ ชาเปลือกส้มโอ เซรั่มส้มโอ, แคปซูลจากเปลือกส้มโอ และเปลือกส้มโออบบ๊วยอบแห้ง และช่วงนี้มีการระบาดของโควิด-19 เราก็มีน้ำส้มโอกระชายขาวสกัดเย็น และแอลกอฮอล์และสเปรย์ส้มโอออกจำหน่ายเพื่อให้ทุกท่านไปดูแลสุขภาพกันครับ ผู้ที่สนใจก็ติดต่อได้ที่เบอร์โทร 092 391 5228 หรือ LINE OFFICE @herb.lab.th &amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสุทธิพจน์ กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112648</URL_LINK>
                <HASHTAG>Herblab.th, ZERO WASTE, กรมส่งเสริมการเกษตร, การส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่, จังหวัดชัยนาท, ธุรกิจเกษตรรุ่นใหม่, นายวีระชัย เข็มวงษ์, นายสุทธิพจน์ เชื้ออภัยวงษ์, ปลูกสุขภาพจากดิน ส่งสุขภาพถึงมือคุณ, สวนส้มโออำนวย, สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1, สื่อมวลชนสัญจร Young Smart Farmer ต้นแบบ สสก.1 จ.ชัยนาท, เกษตรสุขภาพ, โครงการ Young Smart Farmer</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610ffa39c83d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2021 18:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2021 18:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสก.1 จ.ชัยนาท ชู Young Smart Farmer  หนุนแนวคิด สร้างโอกาสทำเงิน จากผลิตภัณฑ์แปรรูป </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ ( 7 ส.ค. 64 ) นายวีระชัย เข็มวงษ์&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (สสก.1) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่จังหวัดชัยนาท ภายใต้กิจกรรม &amp;quot;สื่อมวลชนสัญจร Young Smart Farmer ต้นแบบ สสก.1 จ.ชัยนาท&amp;quot; เพื่อเยี่ยมชมความสำเร็จของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ Young Smart Farmer&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประกอบด้วย เปี่ยมสุขฟาร์ม ต.วังไก่เถื่อน อ.หันคา และ สวนส้มโออำนวย ตำบลนางลือ อ.เมืองชัยนาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ นายวีระชัย เข็มวงษ์&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (สสก.1) เปิดเผยว่า สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (สสก.1) ได้ดำเนินนโยบายขับเคลื่อนงานพัฒนาการเกษตรตามนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตรอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer ในพื้นที่รับผิดชอบทั้ง 9 จังหวัดภาคกลาง ประกอบด้วย จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี สระบุรี ลพบุรี และกรุงเทพมหานคร จนประสบความสำเร็จ สามารถพัฒนาให้ Young Smart Farmer ที่สมัครเข้าร่วม เกิดการพัฒนาจนกลายเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรรุ่นใหม่ ที่มีความรู้อย่างถ่องแท้เกี่ยวกับการประกอบอาชีพเกษตรกรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน ในยุคเกษตร 4.0 ด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ตลอดถึงนวัตกรรมตามหลักการธุรกิจเกษตร การนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการผลิตและการตลาด และที่สำคัญคือ การเพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยการนำแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ตรงกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวีระชัย กล่าวต่อไปว่า&amp;nbsp; วันนี้ Young Smart Farmer ภายใต้การส่งเสริมและพัฒนาของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท สามารถเป็นต้นแบบ และเป็นผู้นำในการพัฒนาการเกษตรของชุมชนได้ตามเป้าหมายที่กำหนด ดังเช่นเปี่ยมสุขฟาร์ม ต.วังไก่เถื่อน อ.หันคา จ.ชัยนาท &amp;nbsp;ของ นายณธัชพงศ์ รักศรี และนายธนเดช ไชยพัฒรัตนา ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักด้านการเกษตร และใช้เวลาว่างจากงานประจำมาทำการเกษตร ภายใต้แนวคิด เกษตรกรวันหยุด โดยทั้งสองคนได้สมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer ของจังหวัดชัยนาทในปี 2562 จากการสนับสนุนในด้านต่าง ๆ ของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท วันนี้จึงได้ประสบความสำเร็จในการทำสวนเกษตร ที่เน้นการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นหนึ่งในกิจกรรมหลัก อีกทั้งยังเพิ่มมูลค่าด้วยการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จนเป็นอีกหนึ่งต้นแบบที่น่าสนใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; ขณะที่ นายสุทธิพจน์ เชื้ออภัยวงษ์ ซึ่งได้สมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer ของจังหวัดชัยนาทในปี 2564 ถือเป็นอีกหนึ่ง Young Smart Farmer ต้นแบบจากการพัฒนาของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท จนประสบความสำเร็จในการนำผลผลิตส้มโอมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีคุณภาพและปลอดภัยตรงตามที่ตลาดต้องการ ดังนั้นในวันนี้สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด -19 และต้องการกลับบ้านเกิดเพื่อมาประกอบอาชีพการเกษตร การสมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะมีส่วนช่วยให้ประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมาย ซึ่งผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดต่าง ๆได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอหรือจังหวัดที่อยู่ใกล้บ้าน&amp;rdquo; นายวีระชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ นายณธัชพงศ์ รักศรี&amp;nbsp; กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;การสมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer &amp;nbsp;ถือเป็นการเติมเต็มความสำเร็จให้เกิดขึ้น จากเดิมที่มีแนวคิดเพียงอยากทำเพราะใจรัก มีความสุขกับการทำเกษตร ด้วยสิ่งต่างๆที่ได้รับช่วยทำให้เกิดการพัฒนาแนวคิดด้านธุรกิจเกษตร และเป็นจุดที่ทำให้ก้าวมาสู่การเพาะเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจ อย่างจิ้งหรีด &amp;nbsp;ซึ่งองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization: FAO) &amp;nbsp;ได้เลือกให้แมลงเป็นสินค้าอาหารทางเลือกใหม่ โดยคาดว่าในปี 2023 ตลาดแมลงจะมีขนาดถึง 37,900 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;&amp;nbsp;การที่จะทำฟาร์มจิ้งหรีดให้ประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องให้ความสำคัญกับการศึกษาเรียนรู้ให้ถ่องแท้ ตั้งแต่เรื่องของช่องทางการตลาด ต้นทุนการผลิตและผลตอบแทน ปัจจัยต่อการเจริญเติบโตของจิ้งหรีด ขั้นตอนการเลี้ยงและวัสดุที่ใช้ และที่สำคัญคือ การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เพราะจะทำให้เกิดรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นจากปกติ ที่จะจำหน่ายจิ้งหรีดสดในราคากิโลกรัมละ 150 บาท เพิ่มขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 4,000 บาทได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อนำมาแปรรูปผงโปรตีน แป้งโปรตีน และสารสกัดจากจิ้งหรีด&amp;rdquo; นายณธัชพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วน นายสุทธิพจน์ เชื้ออภัยวงษ์ กล่าวว่า จากผลกระทบของสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด &amp;ndash; 19&amp;nbsp; ทำให้ธุรกิจส่วนตัวที่ทำไม่สามารถไปต่อไป จึงตัดสินใจกลับมายังบ้านเกิดที่จังหวัดชัยนาท เริ่มต้นใหม่ด้วยการทำสวนส้มโอ โดยวางแผนที่จะพัฒนาให้มีการต่อยอดผลผลิตด้วยการแปรรูปออกจำหน่าย แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องมีความรู้เกี่ยวกับการเกษตรสมัยใหม่ นั่นจึงเป็นที่มาของการสมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer จากองค์ความรู้จากข้อแนะนำทั้งแนวทางและแนวคิด ส่งผลให้เกิดแนวคิดและช่องทางของการก้าวเป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; การเข้าร่วม Young Smart Farmer ทำให้ผมตกผลึกทางความคิด และเลือกที่จะทำเกษตรสุขภาพควบคู่กับการแปรรูป แบบ ZERO WASTE ที่เน้นจุดขายที่ว่า ปลูกสุขภาพจากดิน ส่งสุขภาพถึงมือคุณ ทั้งนี้ในการแปรรูปแบบ ZERO WASTE นั้นจะนำทุกส่วนของผลส้มโอมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า โดยเริ่มจากส่วนของผลและกุ้ง นำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์น้ำส้มโอสกัดเย็น, ไอศกรีมส้มโอ, แยมส้มโอ, น้ำส้มโอแบบผงชงดื่ม และวิตามินเม็ดฟูละลายน้ำจากส้มโอ ขณะที่ส่วนของเยื่อสำลีส้มโอ จะนำมาแปรรูปเป็นกระดาษจากเยื่อสำลีส้มโอ, แผ่นมาร์คหน้าส้มโอและครีมมาร์คหน้าส้มโอ สำหรับในส่วนของผิว จะนำมาแปรรูปเป็นน้ำมันหอมระเหยเปลือกส้มโอชนิดต่าง ๆ ชาเปลือกส้มโอ เซรั่มส้มโอ, แคปซูลจากเปลือกส้มโอ และเปลือกส้มโออบบ๊วยอบแห้ง&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสุทธิพจน์ กล่าวในที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112522</URL_LINK>
                <HASHTAG>Chula Zero Waste, Food and Agriculture Organization: FAO, Young Smart Farmer, กรมส่งเสริมการเกษตร, การส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่, จังหวัดชัยนาท, นายวีระชัย เข็มวงษ์, ผลส้มโอ, ผลิตภัณฑ์แปรรูป, ฟาร์มจิ้งหรีด, สร้างโอกาสทำเงิน, สสก.1, สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1, สื่อมวลชนสัญจร Young Smart Farmer ต้นแบบ สสก.1 จ.ชัยนาท, องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210807/image_big_610e6c3eb52ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110406</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสก. 3 จ.ระยอง ขยายผลปลูกอ้อยโรงงานแบบลดต้นทุนสู่ ศพก. และเกษตรกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นายปิยะ สมัครพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง (สสก. 3 จ.ระยอง ) เปิดเผยว่าศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp; ( ศพก. ) ต.วัดสุวรรณ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี&amp;nbsp; โดยมี นายดิเรก แซ่ฮ้อ อายุ 38 ปี เป็นผู้จัดการศูนย์ฯ เกษตรกรผลิตอ้อยโรงงานรวมพื้นที่ 1,567 ไร่ เกษตรกร 50 ราย โดยส่งโรงงานแปรรูปผลิตเป็นน้ำตาลทราย เพื่อส่งออกและบริโภคภายในประเทศ ที่ผ่านมาเกษตรกรมีปัญหาพันธุ์อ้อยที่ต้านทานโรคต่ำ ดินไม่สมบูรณ์ ปัจจัยการผลิตราคาสูง ปุ๋ยเคมีสารเคมีราคาแพง &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp; กรมส่งเสริมการเกษตรจึงร่วมกับหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หาแนวทางแก้ไขให้ลดต้นทุนการผลิตให้ได้ไร่ละ 2,364 บาท จากไร่ละ 13,768 บาท&amp;nbsp; และใช้ ศพก. อ.บ่อทอง ถ่ายทอดสู่เกษตรกร&amp;nbsp; เช่น ผลิตปุ๋ยเอง และใช้รถตัดอ้อยเป็นต้น โดยสำนักงานเกษตร อ.บ่อทอง สำนักงานเกษตร จ.ชลบุรี และ สสก. 3 จ.ระยอง สนับสนุนความรู้การเกษตรสมัยใหม่ให้ ตั้งแต่ฝึกอบรมแนวทางการฟื้นฟูดิน การตรวจวิเคราะห์ดิน การใช้ปุ๋ยและวัสดุปรับปรุงดิน การวางแผนการผลิต และนำเกษตรกรศึกษาดูงาน &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ทั้งนี้จะอยู่ใต้หลักคิด หากลดต้นทุนต่ำลงได้ก็จะเพิ่มกำไรให้กับเกษตรกรได้มากขึ้น&amp;nbsp; จึงเป็นที่มาของการใช้ต้นทุนที่ประหยัด คุ้มค่าและได้ประโยชน์สูงสุด โดยเริ่มจากผลิตปุ๋ยคอกใช้ในไร่ เลี้ยงไก่ไข่ และไก่เนื้อ&amp;nbsp; นำมูลมาเป็นปุ๋ยบำรุงดิน &amp;nbsp;ซึ่งมูลไก่เนื้อเหมาะกับมันสำปะหลังและอ้อย เพราะมีไนโตรเจนมาก&amp;nbsp; และผลิตปุ๋ยใช้เองแล้ว การใช้เทคโนโลยีก็ลดต้นทุนได้ด้วย&amp;nbsp; เช่น ใช้ต้นพันธุ์ที่เหมาะสม การใช้เครื่องจักรกลทางช่วยให้ได้งานเพิ่ม ลดเวลาทำงานทำให้ลดแรงงานในช่วงฤดูกาลผลิตได้&amp;rdquo; นายปิยะ สมัครพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ผอ. สสก. 3 จ.ระยอง เปิดเผยเพิ่มเติมว่าใช้รถตัดอ้อยแทนแรงงานคนจะลดต้นทุนได้ &amp;nbsp;28%&amp;nbsp; ลดการบรรทุกได้ 13% ต่อผลผลิต 1 ตัน ส่วนการใช้เครื่องจักรจะยึดหลัก Utilization Rate คือ การใช้เต็มประสิทธิภาพด้วยการรวมกลุ่มเพื่อแชร์เครื่องจักรกัน จะลดค่าซ่อมบำรุง และการใช้เครื่องตัดใบอ้อยจะเพิ่มอินทรียวัตถุในดินใบอ้อยนำมาทำปุ๋ยหมัก เป็นการเพิ่มรายได้จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;สสก.3 จ.ระยอง ได้นำวิธีปฏิบัติการใช้เทคโนโลยีการผลิตของนายดิเรก แซ่ฮ้อ เกษตรกรต้นแบบ ผู้จัดการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี ขยายผลสู่เกษตรกรรายอื่นๆ ในภาคตะวันออก เพื่อให้เกษตรกรได้นำวิธีการผลิตนี้ไปปรับใช้ตามความเหมาะสม &amp;nbsp;ด้านเจ้าหน้าที่ได้นำไปขยายผลสู่เกษตรกรตลอดถึง ศพก. อื่นๆ&amp;nbsp; เพื่อให้เป็นแหล่งสร้างนวัตกรรมบ่มเพาะเกษตรกรและให้บริการด้านการเกษตรเพื่อยกระดับเกษตรกร
สู่ผู้ประกอบการและชุมชนเกษตรสู่ความยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ที่ได้ตั้งไว้ ต่อไป&amp;rdquo; ผู้อำนวยการ สสก. 3 จ.ระยอง กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110406</URL_LINK>
                <HASHTAG>Utilization Rate, กรมส่งเสริมการเกษตร, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, จังหวัดระยอง, นายดิเรก แซ่ฮ้อ, นายปิยะ สมัครพงศ์, น้ำตาลทราย, ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.), สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f649ae60800.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 09:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกษตรดึงมือทหารกู้วิกฤติผลผลิตเกษตรกรล้นตลาด    </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกษตรดึงมือทหารกู้วิกฤติผลผลิตเกษตรกรล้นตลาด ช่วยรับซื้อผลผลิต &amp;ndash;สนับสนุนพื้นที่จำหน่ายและกระจายผลผลิตทางการเกษตร นำร่องหน้าค่ายทหาร-หน่วยงานในสังกัด 42 แห่ง 25 จังหวัดเป็นตลาดซื้อ-ขายสินค้าเกษตร หวังแบ่งเบาความเดือดร้อนเกษตรกรช่วงวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019(โควิด-19)ที่ต่อเนื่องมาถึงระลอก 3 ส่งผลกระทบให้ผลผลิตเกษตรที่กำลังจะทยอยออกสู่ตลาดทั้งไม้ผล ไม้ดอก และพืชผักต่างๆ ไม่สามารถส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศได้ อีกทั้งภาคธุรกิจและสถานบริการหลายแห่งปิดตัวลงทำให้ลดจำนวนการสั่งซื้อสินค้าเกษตรลง ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรปีนี้ของไทยทั้งระบบไม่ว่าจะเป็นผลผลิตปศุสัตว์ ประมง ผัก ผลิตภัณฑ์นม ไข่ สินค้าเกษตรอินทรีย์ และผลผลิตทางการเกษตรรวมไปถึงผลไม้ตามฤดูกาลประสบปัญหาล้นตลาด ราคาตกต่ำลงอย่างมาก ทั้งหมดจึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการเร่งหามาตรการและช่องทางตลาดใหม่ๆเพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรไทยให้รอดพ้นภาวะวิกฤติช่วงนี้ไปให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ทองเปลว กองจันทร์  ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์วิกฤติที่เกิดขึ้น กระทรวงเกษตรฯได้ระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการผนึกกำลังในการคิดค้นมาตรการและสร้างกลไก เครือข่ายทางการตลาดใหม่ๆที่สอดคล้องกับภาวะวิกฤติโควิดและความเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งการบริหารจัดการตลาดสินค้าเกษตรไทยให้อยู่รอดแบบยั่งยืน มีการกระจายสินค้าเกษตรสู่ตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญล่าสุดคือ การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(เอ็มโอยู) ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงกลาโหม ในการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกรตามความต้องการและศักยภาพของหน่วย เช่น ผลผลิตปศุสัตว์ ประมง ผักและผลไม้ตามฤดูกาล ผลิตภัณฑ์นม ไข่ สินค้าเกษตรอินทรีย์ และผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญอื่นๆ เป็นต้น และการสนับสนุนพื้นที่จำหน่ายและกระจายผลผลิตทางการเกษตร เพื่อให้ข้าราชการทหารและครอบครัว รวมถึงประชาชนในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ มีโอกาสได้เข้าถึงผลผลิตทางการเกษตรและอาหารที่มีคุณภาพในราคาที่เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือฯจะมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดในระดับพื้นที่ร่วมกันสำรวจความต้องการรับซื้อและความพร้อม/ศักยภาพพื้นที่ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหม อาทิ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ โดยเบื้องต้นจะมีการนำร่องจำนวน 42 แห่งครอบคลุมพื้นที่ 25 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับตัวอย่างสินค้าผลผลิตทางการเกษตรที่คาดว่าจะมีผลผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก ในช่วง 6 เดือนนี้ (กรกฎาคม - ธันวาคม 2564) ได้แก่ ผลไม้-ลำไยสด มะม่วงมหาชนก มะม่วงเขียวมรกต แก้วมังกร พืชผัก-พริก กระเทียม กะหล่ำปลี สินค้าปศุสัตว์-ไข่ไก่ ไข่เป็ด และสินค้าประมง-กุ้งขาวแวนนาไม กุ้งก้ามกราม ปลากะพง เป็นต้น โดยได้มอบหมายกรมการข้าว กรมปศุสัตว์ กรมหม่อนไหม กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด จัดทำข้อมูลผลผลิตทางการเกษตร ในปี 2564 ที่ประสงค์ให้กระทรวงกลาโหมรับซื้อและจัดจุดจำหน่ายและมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานหลักจัดทำข้อมูลและแผนปฏิบัติการที่จะดำเนินงานร่วมกับกระทรวงกลาโหม&amp;rdquo; ดร.ทองเปลว กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ทองเปลว กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯได้เตรียมมาตรการในการบริหารจัดการตลาดสินค้าเกษตรทั้งในภาวะปกติและในช่วงภาวะวิกฤติของการแพร่ระบาดของโรค COVID-19ไว้อย่างครบวงจรตั้งแต่ก่อนถึงฤดูกาลผลผลิตออกสู่ตลาด อาทิ การจัดทำแผนบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออก (ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง) แผนบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ(ลิ้นจี่) การจัดทำแผนบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ การจัดทำโครงการพัฒนาEcosystemเพื่อจำหน่ายผลไม้ไทยครบวงจรบนแพลตฟอร์มออนไลน์ การจัดหาช่องทางจำหน่ายและกระจายสินค้าด้านการเกษตรต่างๆ ให้กับเกษตรกร ได้แก่ ตลาด Modern trade เช่น Tesco Lotus, Big C และ Makro ตลาดกลางค้าส่งขนาดใหญ่ เช่น ตลาดไท ตลาดเฉพาะกิจ เช่น จำหน่ายสินค้าในรูปแบบค้าส่งร่วมกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เป็นต้น แต่ด้วยแนวโน้มของสถานการณ์ของโรคโควิด-19ยังคงวิกฤติอย่างต่อเนื่อง กระทรวงเกษตรฯจำเป็นที่จะต้องเร่งหามาตรการเพิ่มเติมเพื่อขยายช่องทางตลาดในการระบายสินค้าเกษตรออกสู่ตลาดให้มากที่สุดเพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรและเศรษฐกิจของประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสาวรัฐรินทร์ สว่างสาลีรัฐ ประธาน Young Smart Farmer จังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า การจับมือระหว่างกระทรวงเกษตรและกระทรวงกลาโหมในครั้งนี้ถือเป็นแนวคิดที่ดีที่ทหารช่วยซื้อผลผลิตของเกษตรกรและเปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าให้เกษตรกรได้มีตลาดจำหน่ายและลดปัญหาความเดือดร้อนจากการหาตลาดไม่ได้ คนซื้อน้อยลง ซึ่งตนมองว่ากระทรวงกลาโหมมีหน่วยงานในสังกัดกระจายอยู่ทุกจังหวัด จึงถือเป็นตลาดที่ใหญ่มีครอบครัวทหารทั่วประเทศหลายล้านคนซึ่งจะช่วยระบายสินค้าเกษตรได้เป็นจำนวนมาก และหวังว่าในอนาคตกระทรวงเกษตรฯจะหาแนวทางในการจับมือกับกระทรวงอื่นๆเพิ่มเติม อาทิ กระทรวงสาธารณสุขซึ่งมีหน่วยงานและบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาลทั่วประเทศหลายสิบล้านคน หรือแม้แต่โรงเรียนและสถานบันการศึกษา หากสามารถเข้าไปเจาะช่องทางตลาดหน่วยงานตรงเพิ่มเติมได้ ก็จะแก้ไขปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำได้อย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจังหวัดสระแก้ว ปัจจุบันเป็นแหล่งผลิตสินค้าทางการเกษตรที่สำคัญหลายชนิด เช่น พืชผักอินทรีย์ มะม่วง กระท้อน และลำไย โดยเกษตรกรได้มีการรวมตัวเป็นกลุ่มแปลงใหญ่ปลูกผักเกษตรอินทรีย์จังหวัดสระแก้ว และกลุ่มเครือข่ายYoung Smart Farmer กว่า400 ราย มีผลผลิตออกสู่ตลาดปีละหลายพันตัน เช่น ผักอินทรีย์ มีผลผลิตประมาณ 5 ตัน/เดือน มะม่วง ผลิตปีละ 3 ครั้ง มีผลผลิตประมาณ 400-500 ตัน/รอบการผลิต กระท้อน 200 ตัน/ปี เป็นต้น ซึ่งก่อนเกิดวิกฤติมีตลาดจำหน่ายหลักๆ คือ ตลาดชุมชน ตลาดไท และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ส่วนมะม่วงก็ส่งเข้าโรงงานเพื่อแปรรูป แต่หลังจากเกิดวิกฤติโรงงานปิดและหยุดรับซื้อ ตลาดค้าส่งและห้างสรรพสินค้าก็สั่งซื้อน้อยลง ทำให้ผลผลิตล้นตลาดจำนวนมาก เลยหันมาเปลี่ยนช่องทางตลาดแบบขายปลีกแทนเพื่อประคองสถานการณ์ให้ผ่านวิกฤติในช่วงนี้ไปให้ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดถือเป็นอีกหนึ่งความพยายามของกระทรวงเกษตรฯ ในการเดินหน้าสร้างมาตรการและสร้างเครือข่ายทางการตลาดใหม่ ๆ ในการหาทางออกให้กับเกษตรกรที่ประสบปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาดจากภาวะวิกฤติต่างๆ รวมทั้งภาวะวิกฤติโควิด-19 ได้บรรเทาความเดือดร้อน ทั้งนี้ นอกจากมาตรการดังกล่าวแล้ว เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรที่ประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด ยังสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือไปยังสำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ทั่วประเทศได้โดยตรงอีกทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108899</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมการเกษตร, กระจายผลผลิตทางการเกษตร, กระทรวงกลาโหม, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กองทัพบก, กองทัพอากาศ, กองทัพเรือ, กองบัญชาการกองทัพไทย, ดร.ทองเปลว กองจันทร์, ตลาดสินค้าเกษตรไทย, ทหาร, นางสาวรัฐรินทร์ สว่างสาลีรัฐ, ประธาน Young Smart Farmer, ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(เอ็มโอยู), วิกฤติผลผลิตเกษตรกรล้นตลาด, เกษตร, โครงการพัฒนาEcosystem</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210707/image_big_60e513ce1e00a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 10:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 09:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสก.1 ชัยนาท ทำงานเชิงรุก เชื่อมตลาดช่วยเกษตรกร สู้วิกฤตโควิด-19 จัดแสดง “สินค้าดี สินค้าเด่น  9 จังหวัดภาคกลาง” คัดสุดยอด 41 สินค้า ขายผ่านออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายวีระชัย&amp;nbsp; เข็มวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 (สสก.1) จังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด &amp;ndash; 19 ได้ส่งผลให้กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน ที่อยู่ภายใต้การส่งเสริมดูแลของกรมส่งเสริมการเกษตร ไม่สามารถดำเนินกิจกรรมด้านการตลาดได้ตามปกติ ดังนั้นเพื่อช่วยลดผลกระทบ และสร้างแนวทางการตลาดใหม่ที่สอดคล้องกับวิถีการดำเนินชีวิตแบบ New Normal สสก.1จังหวัดชัยนาท ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงกำหนดจัดกิจกรรมแสดง &amp;ldquo;สินค้าดี สินค้าเด่น 9จังหวัดภาคกลาง&amp;rdquo; ภายใต้โครงการแสดงผลงานและผลิตภัณฑ์เด่นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ระดับเขต และโครงการส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรแปรรูปวิสาหกิจชุมชน ระดับเขต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ในการจัดแสดงสินค้าดี สินค้าเด่น 9 จังหวัดภาคกลาง มีเป้าหมายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าผู้ประกอบการสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกสบายเร็วยิ่งขึ้น ด้วยการเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ หรือติดต่อกับเกษตรกรผู้ผลิตโดยตรง &amp;nbsp;อีกทั้งยังช่วยสร้างโอกาสในการซื้อขายสินค้าและสร้างรายได้กับกลุ่มแม่บ้าน เกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน ทดแทนรายได้ที่ขาดหายในช่วงวิกฤตโควิด-19 ซื้อผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางออนไลน์ หรือการซื้อโดยติดต่อกับเกษตรกรหรือผู้ผลิตโดยตรง ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;อาหารแปรรูป ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร และของใช้และเครื่องประดับ ที่อยู่ในกิจจกรรมจัดแสดงสินค้าดี สินค้าเด่น 9 จังหวัดภาคกลาง เป็นผลงานการพัฒนาที่สำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอ ภายใต้การกำกับดูแลของ สสก.1จังหวัดชัยนาท ได้เข้าไปช่วยสนับสนุนความรู้เกี่ยวกับกระบวนการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม คุณภาพ และมาตรฐานการผลิต การบริหารจัดการกลุ่ม จนออกมาเป็นสินค้าเกรดพรีเมียม ประชาชนที่สนใจต้องการช่วยอุดหนุน ซื้อสินค้า ทำให้วิสาหกิจชุมชน หรือกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร มีรายได้สามารถนำมาจุนเจือครอบครัว เกิดงานเกิดรายได้ ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น สามารถเข้าไปดูข้อมูลต่างๆ ได้โดยผ่านทาง QR Code และที่เว็บไซต์ www.cdoae.doae.go.th&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ในส่วนของ QR Code และเว็บไซต์ www.cdoae.doae.go.th จะมีข้อมูลต่าง ๆ ของ สินค้าทั้ง 41 รายการ&amp;nbsp; ตั้งแต่ ข้อมูลชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อเกษตรตัวแทนกลุ่ม ช่องทางการติดต่อ ราคาขายปลีก-ส่ง รวมถึงสตอรี่&amp;nbsp; ที่เป็นเรื่องราวของสินค้าแต่ละชนิด ให้ผู้สนใจได้รับทราบเพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ผู้อำนวยการ สสก.1 จังหวัดชัยนาท กล่าวต่อไปว่า สำหรับในพื้นที่รับผิดชอบ 9 จังหวัดภาคกลาง ประกอบด้วย จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี สระบุรี ลพบุรี และกรุงเทพมหนคร สสก.1จังหวัดชัยนาท ได้มีการสนับสนุนให้เกิดการจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน จำนวน 3,331 วิสาหกิจชุมชน และกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร อีกจำนวน 504 กลุ่ม และมีแนวทางในการดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาภายใต้แนวคิด Chai Nat (Zone 1) Agro Model &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo; Chai Nat (Zone 1) Agro Model เป็นรูปแบบการส่งเสริมการเกษตรเชิงรุก ซึ่ง 1 ใน Model&amp;nbsp;ดังกล่าวคือ กำหนดให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ 1 คน ดำเนินงาน 1 วิสาหกิจชุมชนเข้มแข็ง หรือ 1 กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเข้มแข็ง เพื่อให้เกิดการเข้าถึงความช่วยเหลือและสนับสนุน ทั้งด้านปัจจัยการผลิต ด้านแหล่งเงินทุน หรือด้านการตลาด จากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จนเกิดการพัฒนาที่เข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้&amp;rdquo;นายวีระชัย &amp;nbsp;กล่าวปิดท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108632</URL_LINK>
                <HASHTAG>Chai Nat (Zone 1) Agro Model, New Normal, www.cdoae.doae.go.th, กรมส่งเสริมการเกษตร, กรุงเทพมหนคร, กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร, การส่งเสริมการเกษตรเชิงรุก, ของใช้และเครื่องประดับ, จังหวัดชัยนาท, นนทบุรี, นายวีระชัย  เข็มวงษ์, ปทุมธานี, ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร, ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1, พระนครศรีอยุธยา, ลพบุรี, วิสาหกิจชุมชน, สระบุรี, สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1, สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน, สำนักงานเกษตรอำเภอ, สิงห์บุรี, สินค้าดี สินค้าเด่น 9จังหวัดภาคกลาง, อาหารแปรรูป, อ่างทอง, แนวทางการตลาดใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e26a4956a06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 17:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสก.3 ระยอง จับมือศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จ.ระยอง ผลิตต้นพันธุ์ทุเรียนหมอนทองพันธุ์ดีมีมาตรฐานกระจายสู่เกษตรกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นายปิยะ สมัครพงศ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง เปิดเผยว่า สสก.3 ระยอง ได้ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดระยอง&amp;nbsp; ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง มีหน้าที่ในการผลิตและขยายพืชพันธุ์ดีสำหรับให้บริการแก่เกษตรกร ดำเนินโครงการผลิตขยายและส่งเสริมการใช้ต้นพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ซึ่งศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดระยองมีความพร้อมทั้งบุคลากร และสถานที่ ในการผลิตต้นพันธุ์ทุเรียนหมอนทองพันธุ์ดีมีมาตรฐานกระจายให้แก่สมาชิกของสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออก และเกษตรกรทั่วไปโดยจะจำหน่ายให้ในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้เกษตรกรนำไปปลูกทดแทนต้นที่มีอายุมากให้ผลผลิตน้อยคุณภาพต่ำ และพื้นที่เพิ่มใหม่ โดยในปี 2564 ได้ดำเนินการผลิตต้นพันธุ์ทุเรียนหมอนทอง จำนวน 2,000 ต้น ที่พร้อมจำหน่ายให้เกษตรกร &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo; สสก.3 ระยอง ยังได้ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดระยอง&amp;nbsp; จัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มทักษะความรู้ในการขยายกิ่งพันธุ์ทุเรียนให้ได้มาตรฐาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุเรียน ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออก จะมีการบรรยายให้ความรู้และฝึกปฏิบัติในกระบวนการผลิตพันธุ์ทุเรียนเพื่อการค้าด้วยวิธีการต่อกิ่งแบบเสียบลิ่ม ที่สามารถทำได้รวดเร็วและได้ครั้งละจำนวนมาก ให้กับเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ สมาชิกสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออก และเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกทุเรียน&amp;nbsp; จะทำให้เกษตรกรมีความรู้ความสามารถนำไปต่อยอดในการปลูกทุเรียนในพื้นที่ของตนเองต่อไป&amp;rdquo; นายปิยะ สมัครพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ผู้อำนวยการ&amp;nbsp; สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง เปิดเผยเพิ่มเติมด้วยว่าในปัจจุบันความต้องการทุเรียนของผู้บริโภคสูงทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ ทำให้เกิดกระแสการปลูกทุเรียนกระจายสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นแหล่งผลิตทุเรียนที่สำคัญ เช่น ภาคตะวันออก ซึ่งมีจังหวัดที่เป็นแหล่งผลิต คือ จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด และจังหวัดระยอง ยังผลให้มีอัตราการขยายพื้นที่ปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 5 &amp;ndash; 10 ต่อปี&amp;nbsp; โดยที่หนึ่งในปัจจัยสำคัญของการผลิตทุเรียนที่จะประสบผลสำเร็จ คือ ต้นพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ดี มีมาตรฐาน และใช้ต้นตอที่ทนทานต่อโรครากเน่าโคนเน่า ที่เกิดจากเชื้อรา Phytophthora palmivora ซึ่งส่งผลกระทบต่อทุเรียนมาก และถ้าหากบริหารจัดการไม่ถูกต้องจะส่งผลต่อต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและเกิดความเสียหายถึงเกือบร้อยละ 100 จากสถานการณ์ดังกล่าว จึงทำให้เกิดการขาดแคลนต้นพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ดีในปัจจุบัน และราคาต้นพันธุ์ดีขยับขึ้นมาสูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยองได้มีการจัดตั้งสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออกขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนมีการรวมกลุ่มอย่างเข้มแข็งสามารถเข้าถึงขบวนการพัฒนาด้านการผลิตได้ทั้งระบบ ซึ่งสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออกประกอบด้วยเกษตรกรชาวสวนทุเรียนจังหวัดจันทบุรี ตราด ระยอง ปราจีนบุรี นครนายก และชลบุรี มีสมาชิกทั้งสิ้นกว่า 700 ราย&amp;nbsp; ซึ่งสมาชิกมีการปลูกทุเรียนเพิ่มมากขึ้นทั้งปลูกใหม่และปลูกทดแทนต้นเดิมอย่างต่อเนื่อง แต่สมาชิกยังขาดแคลนต้นพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ดีในราคาที่เป็นธรรม ฉะนั้นโครงการผลิตขยายและส่งเสริมการใช้ต้นพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ดี จึงนับเป็นทางออกในการเพิ่มปริมาณทุเรียนพันธุ์ดีมีคุณภาพของไทยสู่ตลาดได้มากขึ้น&amp;rdquo; ผู้อำนวยการ&amp;nbsp; สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106602</URL_LINK>
                <HASHTAG>Phytophthora palmivora, กรมส่งเสริมการเกษตร, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระแสการปลูกทุเรียน, จังหวัดระยอง, ต้นพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ดี, นายปิยะ สมัครพงศ์, ผลิตต้นพันธุ์ทุเรียนหมอนทองพันธุ์ดี, ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร, สมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออก, สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60c9d8687197f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
