<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118022</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 19:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 19:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“วราวุธ” ชู ทส.2+4 สานพลังขับเคลื่อนเครือข่ายอาสาสมัครทรัพยากรธรรมชาติฯ  เครือข่ายฯจากทั่วประเทศ พร้อมใจเข้ารับฟังกว่า 100,000 คน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;วราวุธ ศิลปอาชา&amp;rdquo; รมว.ทส. ชูนโยบาย ทส.2+4 สานพลังขับเคลื่อนเครือข่ายอาสาสมัครทรัพยากรธรรมชาติเครือข่ายฯจากทั่วประเทศ พร้อมใจเข้ารับฟังกว่า 100,000 คน &amp;nbsp;แนะให้เป็นกองหนุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยพายุดีเปรสชันเตี้ยนหมู่ อย่างเต็มกำลัง&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;วันจันทร์ที่ 27 กันยายน 2564 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบนโยบายการส่งเสริมและสนับสนุนเครือข่ายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายอนุชา สะสมทรัพย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมรับฟัง โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายการส่งเสริมและสนับสนุนเครือข่ายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผ่านระบบการประชุมออนไลน์ Microsoft team และถ่ายทอดสดผ่าน Facebook กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยมีเครือข่ายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั่วประเทศ เข้าร่วมกว่า 100,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีเครือข่ายอาสาสมัครด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ทั่วประเทศกว่า 677,150 คน ประกอบด้วย เครือข่าย ทสม. จำนวน 259,262 คน, เครือข่ายราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) และเครือข่ายป่าชุมชน จำนวน 196,523 คน, เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.อส.) และเครือข่ายราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) จำนวน 122,000 คน, เครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนธรณีพิบัติภัย จำนวน 40,000 คน, เครือข่ายผู้ใช้น้ำ จำนวน 38,019 คน และเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จำนวน 21,346 คน ซึ่งถือเป็นกลไกเชิงพื้นที่ที่เป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญในการอนุรักษ์ เฝ้าระวัง ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงรายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อม สะท้อนปัญหาในท้องถิ่นตั้งแต่ผืนป่าจนถึงท้องทะเล เครือข่ายอาสาสมัครด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงเป็น หุ้นส่วนความร่วมมือภาคประชาชนระหว่างกระทรวงทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ และประชาชนในทุกพื้นที่&amp;nbsp; และได้เกิดผลงานเป็นที่ประจักษ์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo; วันนี้ประเทศไทย และโลกของเราอยู่ในสถานการณ์ไม่ปกติ ทุกอย่างต้องมีการปรับเปลี่ยน และสิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องตระหนักคือ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่อย่างจำกัดให้สามารถอยู่อย่างยั่งยืนจนถึงชั่วลูกชั่วหลาน ดังนั้นแนวทางการทำงานต่อไปของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะอยู่ภายใต้นโยบาย&amp;ldquo;ทส. หนึ่งเดียว&amp;rdquo; และนโยบาย&amp;nbsp; ทส.2+4 ซึ่ง &amp;ldquo;ทส.2 &amp;rdquo; หมายถึง การยกระดับคุณภาพการทำงานเป็น 2 เท่า และ &amp;ldquo;+4&amp;rdquo; หมายถึง การเพิ่มศักยภาพของการปฏิบัติงาน โดย บวกที่ 1 คือ การเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ การน้อมนำแนวทางพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน บวกที่ 2 คือ การมีส่วนร่วมของประชาชน โดยประชาชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา มีการรับรู้ ตระหนัก ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และมีส่วนร่วมในกิจกรรมของ ทส. บวกที่ 3 คือ การแสวงหาความรู้เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆมาใช้ในการเพิ่มศักยภาพการทำงานอยู่เสมอ และบวกที่ 4 คือ มีหลักธรรมาภิบาลในการทำงาน โดยยึดหลักนิติธรรม คุณธรรม ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ และความคุ้มค่า ที่เป็นการยกระดับคุณภาพการทำงานเป็น 2 เท่า และการเพิ่มศักยภาพของการปฏิบัติงาน เพื่อนำไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และประชาชนมีคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมให้การสนับสนุนการทำงานของพี่น้องเครือข่ายในทุกด้าน ไม่ว่า ด้านเครื่องมือ กฎหมาย ระเบียบต่าง ๆ ที่ได้ปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้พี่น้อง ในพื้นที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมได้ดียิ่งขึ้น เช่น พรบ. ป่าชุมชน พ.ศ. 2562 พรบ.ป่าไม้ พ.ศ. 2562 ที่เปิดทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปลูกไม้มีค่า เพื่อใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนมากขึ้น เป็นต้น ขณะที่ ด้านงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อม ได้เปิดโอกาสให้พี่เครือข่ายได้พัฒนาการทำงานในพื้นที่ให้เกิดความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น เช่น โครงการจัดการไฟป่าและลดหมอกควัน โครงการส่งเสริม โคก หนอง นา โมเดล และการทำเกษตรกรรมยั่งยืน และโครงการอื่น ๆ ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และด้านมลพิษ เป็นต้น และในด้านบุคลากร เจ้าหน้าที่กระทรวงฯ พร้อมสนับสนุนการทำงานและร่วมทำงานกับพี่น้องเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และที่สำคัญอีกประการที่ต้องการให้เครือข่ายในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมเป็นพลังสำคัญดำเนินการ คือ การส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกต้นไม้วันละ 1 ต้น เพื่อคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับป่าไม้และเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศ และหลังปลูกแล้วขอให้ช่วยกันดูแลเพื่อให้เติบโตต่อไป ด้วยการที่มีป่าไม้เพิ่มขึ้นจะช่วยแก้ไขปัญหาภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น ไม่ว่า อุทกภัย ภัยแล้ง และอื่นๆ ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo; สำหรับปัญหาการเกิดอุทกภัยจากพายุดีเปรสชันเตี้ยนหมู่ในจังหวัดต่าง ๆที่เกิดขึ้นขณะนี้ ได้มอบนโยบายให้กับทุกหน่วยงานในสังกัด ได้เข้าดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในทุกพื้นที่รับผิดชอบอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งต้องขอฝากให้เครือข่ายอาสาสมัครด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ช่วยประสานในด้านเกี่ยวกับข้อมูลความเดือดร้อนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น รวมถึงสิ่งจำเป็นที่ต้องการได้รับการสนับสนุน เพื่อทางกระทรวงฯ จะได้เร่งจัดหาให้ เช่น เครื่องใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค น้ำดื่ม รวมถึงยานพานะเช่นเรือ หรือ กำลังเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าไปช่วยเหลือในการขนของ หรือเคลื่อนย้ายผู้ป่วย คนชรา และอื่นๆ&amp;rdquo;นายวราวุธ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติมว่า &amp;ldquo;เครือข่ายอาสาสมัครด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถือเป็นหนึ่งในพลังสำคัญที่ทำงานร่วมกับส่วนราชการในการทำงานให้เกิดผลสำเร็จตามเป้าหมายนโยบายของของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐบาล โดยเน้นหลักการทำงานอย่าง HAPPY หรือมีความสุข อันเป็นเป้าหมายสำคัญของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยพร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานของเครือข่ายอาสาสมัครด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการรับฟังข้อคิดเห็นเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาการทำงาน อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในทุกพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน นายสมศักดิ์ สันธินาค ประธานเครือข่าย ทสม. พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า &amp;ldquo;นับเป็นครั้งแรกที่ผู้บริหารสูงสุดของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้พูดคุยกับเครือข่าย ทสม. และเครือข่ายอื่นๆในสังกัดที่มีคนฟังจำนวนมากเป็นหลักแสนคน รู้สึกดีใจและเป็นขวัญกำลังใจให้เครือข่ายทุกเครือข่ายมีความมุ่งมั่นในการช่วยดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และขอให้สัญญาว่าพวกเราพร้อมที่จะทำงานร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตลอดไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118022</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายจตุพร บุรุษพัฒน์, นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์, นายยุทธพล อังกินันทน์, นายวราวุธ ศิลปอาชา, นายอนุชา สะสมทรัพย์, นโยบายการส่งเสริมและสนับสนุนเครือข่ายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, เครือข่ายป่าชุมชน, เครือข่ายราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_6151ba694043b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116935</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 18:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 18:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สส.จับมือ ตาวิเศษ ชูกิจกรรม “เยาวชนรักษ์น้ำ คืนความใสให้ลำคลอง” ฟื้นคืนชีวิตใหม่คลองแสนแสบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;s10&quot; style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) เผยผลสำเร็จโครงการ &amp;ldquo;กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความใสให้ลำคลอง&amp;rdquo; ปี 64 ที่รวมพลัง 8 โรงเรียนร่วมฟื้นชีวิตให้คลองแสนแสบ ตามนโยบาย &amp;ldquo;พลเอกประวิตร&amp;rdquo; ชู เยาวชนคืออนาคตที่จะช่วยรักษาดูแลสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;s10&quot; style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;s10&quot; style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;s10&quot; style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;s10&quot; style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ (17 ก.ย. 64) นายสุรชัย อจลบุญ  อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.)&amp;nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานพร้อมมอบโอวาทให้กับนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เครือข่ายเยาวชนโครงการ &amp;ldquo;กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความใสให้ลำคลอง&amp;rdquo; และเชิดชูการดำเนินงานแก่ครูและเยาวชน ในรูปแบบออนไลน์จากห้องประชุม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;s10&quot; style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;s10&quot; style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;s10&quot; style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;s10&quot; style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะอนุกรรมการบริหาร พัฒนา อนุรักษ์และฟื้นฟูคลองแสนแสบ ได้ให้ความสำคัญ และเล็งเห็นถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับทั้งตัวเยาวชน สภาพแวดล้อม และ คุณภาพน้ำในคลองแสนแสบ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในฐานะคณะอนุกรรมการบริหารพัฒนา อนุรักษ์และฟื้นฟูคลองแสนแสบ จึงร่วมกับสมาคมสร้างสรรค์ไทย หรือตาวิเศษ จัดกิจกรรม&amp;ldquo;กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความใสให้ลำคลอง&amp;rdquo; ขึ้น ซึ่งเป็นการดำเนินงานตามแผนการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน ในระยะเร่งด่วน ปี 2564 ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13  สิงหาคม 2563 ในการเร่งรัดการดำเนินงานปรับปรุงแนวทาง เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในการสัญจรทางน้ำของประชาชน รวมทั้งปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ การแก้ไขปัญหามลภาวะและคุณภาพน้ำในคลองแสนแสบให้กับประชาชนในพื้นที่ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;s10&quot; style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;s10&quot; style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;s10&quot; style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;s10&quot; style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; สำหรับผลการดำเนินโครงการฯ ในปีงบประมาณ 2564 ที่ดำเนินการมารวม 4 เดือน ในระหว่างเดือนมิถุนายน - กันยายน 2564&amp;nbsp; ในรูปแบบออนไลน์ เพื่อให้เหมาะสมกับ สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 และความปลอดภัยของสุขภาวะเป็นสําคัญ ได้มีโรงเรียนที่ตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำของคลองแสนแสบ ที่สมัครใจและสนใจเข้าร่วม ทั้งสิ้น 8 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนวัดบรมนิวาส เขตปทุมวัน,โรงเรียนสุเหร่าบ้านดอน เขตวัฒนา,โรงเรียนสุเหร่าดอนสะแก เขตวังทองหลาง , โรงเรียนสามแยกคลองหลอแหล เขตสะพานสูง , โรงเรียนวัดบําเพ็ญเหนือ เขตมีนบุรี น , โรงเรียนวัดแสนสุข เขตมีนบุรี &amp;nbsp;, โรงเรียนวัดใหม่ลํานกแขวก เขตมีนบุรี และโรงเรียนวัดปลูกศรัทธา เขตลาดกระบัง &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;s10&quot; style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;s10&quot; style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;s10&quot; style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;s3&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวต่อไปว่า จากที่ผู้บริหารโรงเรียนทั้ง 8 โรงเรียน ได้ร่วมเป็นคณะทํางาน พร้อมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการอบรมครู และเยาวชนตลอดระยะเวลาการดําเนินโครงการ สามารถสร้างผลสัมฤทธิ์ให้เกิดขึ้นแก่เยาวชนตามวัตถุประสงค์โครงการฯในทุกด้าน คือ หนึ่ง &amp;nbsp;รู้จักและเข้าใจคลองแสนแสบมากขึ้น สอง ได้ตระหนักถึงความสําคัญของน้ำและผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อแหล่งน้ําที่มาจากการกระทำของมนุษย์มากขึ้น โดยเฉพาะผลกระทบจากการจัดการขยะที่ไม่ถูกต้อง การใช้และการทิ้งอย่างไม่ระวัง และการปล่อยน้ำทิ้งและน้ำเสียลงแหล่งน้ำ ทั้งที่มาจากบ้านเรือนของตนเอง และจากร้านค้า โรงงานอุตสาหกรรม สาม เยาวชนสามารถสํารวจคุณภาพน้ำด้วยวิธีการสํารวจอย่างง่ายทางกายภาพและจากสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่อยู่ในน้ำ และบริเวณแหล่งน้ำได้ สี่ เยาวชนตระหนักถึงความสําคัญของการดําเนินชีวิตของตนเองที่มีผลกระทบต่อคุณภาพน้ำในลําคลอง โดยสรุปสิ่งที่เยาวชนจะทําเพื่อช่วยดูแลคลอง แหล่งน้ำ และสิ่งแวดล้อม เช่น การเก็บขยะ และชวนคนในบ้านเก็บขยะ และไม่ทิ้งขยะลงคลองและทิ้งขยะเรี่ยราด อีกทั้งยังมีการคัดแยกขยะ แยกทิ้งเศษอาหารที่เหลือก่อนล้างจาน แล้วนําไปทําปุ๋ย หลีกเลี่ยงการใช้โฟมใส่อาหาร ไม่ใช้ถุงพลาสติก และ ทิ้งขยะให้ถูกที่ ไม่ทิ้งขยะลงคลอง พร้อมทั้งร่วมกันทําความสะอาดลําคลอง ช่วยกันคีบขยะออกจากคลอง และเก็บขยะที่พบตามพื้นไปทิ้งถังขยะ และการจัดทำป้ายรณรงค์ประหยัดน้ำ &amp;nbsp;เขียนป้ายไม่ให้คนทิ้งขยะลงคลอง ติดตามบริเวณที่มีคนทิ้งขยะ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;s3&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;จากความร่วมมือของสมาคมสร้างสรรค์ไทย และโรงเรียนทั้ง 8 แห่ง อย่างเต็มที่และทุ่มเท จึงส่งให้กิจกรรม&amp;ldquo;กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความใสให้ลำคลอง&amp;rdquo; ประสบผลสำเร็จ เกิดการนำกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษา มาใช้ในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ อันนำไปสู่การปลูกฝังจิตสํานึกรับผิดชอบต่อตนเอง สังคม และสิ่งแวดล้อม ให้เกิดขึ้นกับนักเรียน ที่จะจะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมต่อไป&amp;rdquo;  นายสุรชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;s3&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;s3&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;s3&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;s3&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช นายกสมาคมสร้างสรรค์ไทย หรือตาวิเศษ กล่าวเพิ่มเติมว่า สมาคมสร้างสรรค์ไทย รู้สึกเป็นเกียรติ และยินดีอย่างมากที่ได้มีร่วมกับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมดำเนินโครงการ &amp;ldquo;กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความใสให้ลำคลอง&amp;rdquo; &amp;nbsp;ด้วยเป็นโครงการที่ก่อให้เกิดประโยชน์ในการกระตุ้นเตือนให้นักเรียนที่เป็นผู้นำเกิดความตระหนักและเห็นความสำคัญในการดำเนินชีวิตขอบตนเองที่มีต่อสิ่งแวดล้อม และลำคลอง ซึ่งจะเป็นการจุดประกายให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และเป็นผู้นำให้แก่เยาวชนอื่น ๆ เพื่อนำไปสู่การสร้างเครือข่ายเยาวชนที่ร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม และรักษาลำคลองให้กลับมาใสดั่งเดิมต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116935</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความใสให้ลำคลอง, คุณภาพน้ำในคลองแสนแสบ, คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช, นายสุรชัย อจลบุญ, พลเอกประวิตร, ฟื้นชีวิตให้คลองแสนแสบ, สมาคมสร้างสรรค์ไทย (ตาวิเศษ), สส., เยาวชนคืออนาคตที่จะช่วยรักษาดูแลสิ่งแวดล้อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210916/image_big_614327e63b036.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 16:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 16:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส. จับมือสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผลักดันผู้ผลิตสินค้าและบริการพัฒนาฉลากสิ่งแวดล้อม สร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าที่ได้มาตรฐานสากล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;วันนี้ (6 กันยายน 2564) กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ &amp;ldquo;การส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานพัฒนาฉลากสิ่งแวดล้อมและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมประเภทรับรองตนเอง&amp;rdquo; รูปแบบออนไลน์ ผลักดันผู้ผลิตสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้ได้รับการรับรองฉลากสิ่งแวดล้อม ได้นำเสนอสินค้าของตนเองแก่ผู้บริโภค หวังสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคสินค้าอย่างยั่งยืน ช่วยลดการใช้ทรัพยากร ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรชัย&amp;nbsp; อจลบุญ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ประเทศด้านการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และแผนขับเคลื่อนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน หรือ SCP Roadmap พ.ศ. 2560 &amp;ndash; 2580 มุ่งเน้นกสนบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และตอบสนองต่อการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวบนพื้นฐานการสร้างความสมดุลของการพัฒนาทั้ง 3 มิติ คือ ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ได้นำโมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งมุ่งเน้นหลักการของเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy มาปรับใช้ เกิดการใช้ทรัพยากรสูงสุด พร้อมทั้งสร้างจิตสำนึกและความตระหนักรู้ของประชาชนทั่วไป รวมถึงการส่งเสริมช่องทางในการเข้าถึงสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมผ่าน Green Card Application และช่องทางการตลาดออนไลน์ หรือ Green Market Place ซึ่งกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้ให้ความสำคัญกับทุกภาคส่วนในการดำเนินงานเพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวต่อว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการดำเนินงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน ซึ่งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างนโยบายของภาครัฐ ไปสู่ผู้ประกอบการต่างๆ ที่เป็นสมาชิกเครือข่าย ทำให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม สามารถขอรับรองฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทรับรองตนเอง ส่งเสริมตลาดสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างกว้างขวาง ได้นำเสนอสินค้าของตนเองแก่ผู้บริโภค เป็นแรงจูงใจในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการที่มีประสิทธิภาพ สามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้สะดวก ราคาไม่แพง เป็นการสร้างทางเลือกให้กับผู้บริโภคอีกทางหนึ่งด้วย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้เล็งเห็นความสำคัญกับการขับเคลื่อนการผลิตและการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกัน จึงเกิดความร่วมมือในการดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ ฉบับนี้ เพื่อร่วมกันผลักดันและสนับสนุนการพัฒนาแนวทางการแสดงความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของสินค้าและบริการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพันธุ์&amp;nbsp; มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. มีการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในระดับประเทศ โดยเฉพาะกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ที่เป็นพันธมิตรหลักในการร่วมงานมาโดยตลอด โดยการสนับสนุนทั้งทางด้านเทคนิค และงบประมาณ ซึ่งผลงานที่ร่วมกันพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ การร่วมกันพัฒนา Green Card Application ที่เป็นเครื่องมือในการให้ข้อมูลสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการสะสมคะแนนจากการซื้อสินค้า Eco &amp;ndash; Product เกิดการกระตุ้นการบริโภคสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของประชาชนได้เป็นอย่างดี ซึ่งการพัฒนา Green Card Application นั้น เป็นการพัฒนายุทธศาสตร์ด้านหนึ่งของ ส.อ.ท. คือ ยุทธศาสตร์ด้าน Demand ซึ่งได้แก่การส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และในวันนี้ ถือเป็นอีกความร่วมมือหนึ่ง โดยเป็นก้าวที่สำคัญของทั้ง 2 ฝ่ายในการร่วมกันสร้างมาตรฐานและระบบอำนวยความสำดวกในการขึ้นทะเบียนฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทรับรองตนเอง ซึ่งเป็นอีกกลไกที่สำคัญในการส่งเสริมการผลิตสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อกระตุ้นยุทธศาสตร์ด้าน Supply ซึ่งทำให้ผู้ผลิตโดยเฉพาะผู้ผลิตกลุ่ม SMEs ได้ปรับเปลี่ยนการผลิตตั้งแต่การออกแบบ จัดหาวัตถุดิบ และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อการประกอบกิจการที่ยั่งยืน และสนองต่อยุทธศาสตร์และนโยบายต่างๆ ของประเทศ โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน และเป้าหมายการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืน รวมทั้งการสร้าง Green Supply Chain เพื่อสร้างศักยภาพการแข่งขันที่ยั่งยืนของผู้ประกอบการอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวต่อว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ จะทำให้สินค้าประเภท Eco &amp;ndash; Products มีประเภทและปริมาณเพิ่มมากขึ้น จนเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะในหน่วยงานภาครัฐและบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ซึ่งเป็นผู้นำในการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญรัฐควรมีมาตรการจูงใจให้ภาคเอกชนได้รับการลดหย่อนภาษี 200% จากการผลิตและซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกลไกที่สำคัญให้ผู้ผลิตและผู้บริโภค ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และเป็นการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;โดยการดำเนินงานของบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ฯ นั้น เป็นความร่วมมือในการผลักดันและสนับสนุนการพัฒนาแนวทางการแสดงความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของสินค้าและบริการและจัดทำระบบรับรองการรายงานการเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมด้วยตนเองตามระบบมาตรฐาน ISO 14021 Environmental labels and declarations &amp;mdash; Self-declared environmental claims ให้มีความทันสมัย ชัดเจน เหมาะกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ มีการพัฒนาระบบการขึ้นทะเบียนสินค้าและการบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับผู้ประกอบการในการยื่นขึ้นทะเบียนสินค้าและบริการ โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาข้อมูลและเอกสารในการขึ้นทะเบียนสินค้าและบริการ มีการพัฒนาและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการและผู้สนใจขอขึ้นทะเบียนสินค้าและบริการ เช่น การอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับข้อกำหนดฉลากสิ่งแวดล้อม จัดทำรายงานข้อมูลและเอกสารต่างๆ ส่งเสริมสิทธิประโยชน์หรือแรงจูงใจให้กับผู้ประกอบการที่ขอรับรองฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทนี้ ร่วมกันเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั้งแบบออฟไลน์ และออนไลน์ รวมทั้งการดำเนินกิจกรรมอื่นๆ ตามที่ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115802</URL_LINK>
                <HASHTAG>Circular Economy, Eco – Products, Green Card Application, SCP Roadmap, Self-declared environmental claims, กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว, การส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานพัฒนาฉลากสิ่งแวดล้อมและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมประเภทรับรองตนเอง, นายสุพันธุ์  มงคลสุธี, นายสุรชัย  อจลบุญ, พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ, ระบบมาตรฐาน ISO 14021 Environmental labels and declarations, ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก, ส.อ.ท., สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, เศรษฐกิจหมุนเวียน, แผนขับเคลื่อนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135db25000bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“วราวุธ” ปลุกจิตสำนึกคนไทยร่วมแก้โจทย์ใหญ่ประเทศจากวิกฤตขยะปีละ 27 ล้านตัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รมว.ทส. &amp;ldquo;วราวุธ ศิลปอาชา&amp;rdquo; โชว์วิสัยทัศน์แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากขยะ ผ่านเฟสกรมส่งเสริมสิ่งแวดล้อม ชี้คนไทยต้องร่วมมือร่วมใจ แก้ปัญหาขยะที่มีมากถึง 27 ล้านตันต่อปี ขอให้คัดแยก บริจาคเพื่อรีไซเคิล และทิ้งให้ถูกที่ถูกทางโดยเฉพาะมูลฝอยติดเชื้อ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเร็ว ๆนี้ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้จัดให้มีกิจกรรมไลฟ์สด ผ่าน facebook กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในหัวข้อ multiple-use การใช้ซ้ำได้ ที่เน้นการนำเสนอแนวคิดและวิธีง่ายๆ ที่จะเปลี่ยนวิธีการใช้พลาสติกให้คุ้มค่ายิ่งขึ้น ในการนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) &amp;nbsp;ได้กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณขยะรวม 27 ล้านตันต่อปี โดยมีขยะที่สามารถนำกลับไปใช้ใหม่ ประมาณ 12 ล้านตัน และขยะที่เข้าสู่กระบวนการกำจัดอย่างถูกสุขลักษณะ เช่น การเผากำจัด หรือฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล ประมาณ 11 ล้านตัน และเหลืออีกประมาณ 4-5 ล้าน เป็นขยะที่ยังถูกทิ้งขวาง ไม่ได้รับการกำจัดอย่างถูกต้อง อีกทั้งช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือ โควิด &amp;ndash; 19 ส่งผลให้มีปริมาณขยะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะขยะพลาสติก ที่เพิ่มขึ้นถึง 15 เปอร์เซนต์ จากเดิมที่มีวันละ 5,500 ตัน เป็น 6,300 กว่าตัน รวมถึงขยะจากหน้ากากอนามัยใช้แล้วเพิ่มด้วยเช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สำหรับแนวทางจัดการขยะให้มีปริมาณลดลง โดยเฉพาะขยะพลาสติก ทางทส.ได้ขอความร่วมมือไปยังภาคเอกชน ผู้ประกอบการ รวมถึงพี่น้องประชาชน ดำเนินการในมาตรการต่าง ๆ เช่น ในสถานประกอบการเริ่มมี Green Hotel, Green Restaurant, Green Coffee Shop หรือแม้แต่ศาสนสถานที่เป็นสีเขียว เป็นต้น รวมถึงส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ เช่น&amp;nbsp;ร้านกาแฟให้ดำเนินการตามแนวทาง Green Coffee Shop&amp;nbsp;ซึ่งได้รับตอบรับเป็นอย่างดีในปรับเปลี่ยนให้เกิดปริมาณขยะน้อยที่สุด เช่น เลิกการใช้น้ำตาลซอง เปลี่ยนมาเป็นถ้วยใส่น้ำตาลไว้ให้แทน ยกเลิกการใช้หลอด หรือในโรงแรมที่ส่งเสริมให้เกิด Green Hotel ที่ลดปริมาณขยะให้มากที่สุด เช่น เปลี่ยนมาใช้ขวดแชมพูใส่ยาสระผมแทนการใช้แบบซองพลาสติก &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงสร้างความร่วมมือกับห้างสรรพสินค้าในการงดให้ ลดให้ หรือ เลิกให้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทั้งผู้ให้บริการ และพี่น้องประชาชน ทำให้ช่วยลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกที่จะกลายเป็นขยะลงได้อย่างมาก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19 ในช่วงเวลานี้ ทส. ได้มีโครงการดีๆ หลายโครงการ เช่น &amp;ldquo;เปลี่ยนพลาสติกเป็นบุญ&amp;rdquo; (เมื่อคุณหมุนเวียน) ด้วยการนำพลาสติกมาอัพไซเคิลเป็นวัสดุที่นำมาใช้ใหม่ได้ เช่น&amp;nbsp; นำขวดเพ็ท หรือพลาสติกที่ใช้แล้ว แปรสภาพเป็นจีวรพระ หรือบางที่นำไปทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น อีกทั้งได้นำกระป๋องเครื่องดื่มอลูมิเนียมใช้แล้ว มาผลิตเป็นน้ำดื่มกระป๋องใหม่ แจกจ่ายไปยังโรงพยาบาลสนาม และศูนย์พักคอย เป็นจำนวนรวมกว่า 50,000 กระป๋อง อีกทั้งได้นำลังกระดาษที่ใช้แล้ว ซึ่งร่วมมือกับเครือเอสซีจี แปรสภาพลังกระดาษกว่า 40 ตัน เป็นเตียงกระดาษแข็งมอบให้โรงพยาบาลสนามแล้วกว่า 3,900 เตียง สิ่งเหล่านี้ คือความพยายามของ ทส. ในลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้น และนำมาแปรสภาพเป็นวัสดุที่นำกลับมาใช้ได้อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp; ในช่วงของการเกิดสถานการณ์ระบาดนี้เกี่ยวกับการทิ้งขยะ รวมถึงขยะเสี่ยงการติดเชื้อต่าง ๆ ขอให้ทิ้งในถังขยะที่แบ่งตามประเภท ซึ่งประกอบด้วย ถังขยะสีเขียวสำหรับขยะที่เน่าเสียและย่อยสลายได้เร็ว, สีเหลืองสำหรับขยะที่สามารถนำมารีไซเคิลได้, สีแดงสำหรับขยะที่เป็นอันตราย เช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์, สีส้ม สำหรับขยะติดเชื้อ และสีน้ำเงิน สำหรับขยะทั่วไป ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นต้องมีถังขยะทั้ง 5 สีไว้ใช้ในบ้าน แต่สิ่งที่จำเป็นและอยากขอความร่วมมือคือ การทิ้งหน้ากากอนามัย ที่ต้องขอความกรุณาทิ้งกันอย่างให้ถูกต้อง ไม่ควรทิ้งด้วยการใส่ในขวดพลาสติก ซึ่งนอกจากไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้แล้ว ยังทำให้ขวดพลาสติกเหล่านั้นกลายเป็นขยะติดเชื้ออีกด้วย ดังนั้นการกำจัดหน้ากากอนามัยใช้แล้ว ควรใส่ลงในถุงพลาสติก แล้วทำการมัดปากถุงพ่นฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์ พร้อมเขียนหรือติดป้ายว่าเป็นขยะติดเชื้อ ก่อนนำไปทิ้งยังจุดทิ้งตามที่กำหนดไว้ เช่น โรงพยาบาล หรือนำมาที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้จัดจุดทิ้งไว้ให้บริการ ดังนั้นหัวใจสำคัญในช่วงเวลานี้ คือ การทิ้งขยะอย่างถูกต้อง&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ปัญหาขยะที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ถือว่าหนักหนาสากรรจ์มากขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะช่วงโควิด &amp;ndash; 19 ซึ่งต้องเรียนว่า สถานที่ที่ใช้ในการฝังกลบ หรือกำจัดด้วยการเผา&amp;nbsp; มีน้อยลงทุกวัน เมื่อเทียบกับปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือ ทำอย่างไรถึงลดปริมาณขยะ แนวทางที่ทำได้คือ นำสิ่งที่ทิ้งกลับมาใช้ใหม่ เช่น ถุงพลาสติก แทนจะใช้ครั้งเดียว ขอความกรุณาใช้แล้วใช้ซ้ำอีก เพราะถ้าใช้ถุงพลาสติกนั้น 1 ใบ ซ้ำกัน 10 ครั้ง จะช่วยลดขยะไปได้ 10 ชิ้น หรือนำขยะเหล่านั้นไปอัพไซเคิล หรือรีไซเคิล เป็นทางหนึ่งที่ช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัดได้อีกเป็นจำนวนมาก วันนี้ต้องขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคนว่า ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ขอให้คัดแยกขยะ และลดปริมาณการทิ้งลง และต้องทิ้งขยะให้ถูกขั้นตอน ถูกวิธี&amp;rdquo; นายวราวุธ กล่าวทิ้งท้าย &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115302</URL_LINK>
                <HASHTAG>Green Coffee Shop, Green Hotel, Green Restaurant, multiple-use, กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), กระบวนการกำจัดอย่างถูกสุขลักษณะ, ทส., นำพลาสติกมาอัพไซเคิล, วราวุธ ศิลปอาชา, เครือเอสซีจี, เตียงกระดาษ, เปลี่ยนพลาสติกเป็นบุญ, เมื่อคุณหมุนเวียน, โชว์วิสัยทัศน์แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากขยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f3c39c7c97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114719</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส. ชู G-Green ตอบโจทย์ BCG Model พร้อมโชว์เคส G ทอง สบู่สมุนไพรไทยรู้รักษ์สิ่งแวดล้อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชูโครงการ G-Green ของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ช่วยตอบโจทย์ วาระแห่งชาติ BCG Model ยุคเทรนด์ธุรกิจรักษ์โลก พร้อมโชว์เคส G ทอง ปี 64 บริษัทผลิตสบู่และแชมพูสมุนไพรไทย สร้างจุดขายจากรู้รักษ์สิ่งแวดล้อม แถมมุ่งเป้ายกระดับสู่มาตรฐานสากล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio Economy Circular Economy Green Economy ) หรือ BCG Model ให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีการผลักดันการพัฒนาดังกล่าวให้ไปสู่ในระดับชุมชน และประชาชน โดยมุ่งให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ที่มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรให้คุ้มค่า และมากที่สุด ตั้งแต่การผลิต การออกแบบ ที่ให้เกิดของเสียน้อยที่สุด การใช้วัสดุทางเลือก ตลอดจนการนำวัสดุมาใช้ซ้ำ และแปรสภาพกลับมาใช้ใหม่ สร้างจิตสำนึกและความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมให้กับประชาชนเป็นหัวใจสำคัญ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวต่อไปว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การทำงานตามนโยบายของรัฐบาลในเรื่องการผลิต การบริการและการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมภายใต้โครงการ G-Green ที่ประกอบด้วย โครงการ Green Product , Green Hotel , Green Office , Green National Park , Green Restaurant, Green Airport และ Green Coffee Shop เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายในภาคการผลิต ได้แก่ สถานประกอบการขนาดเล็ก ภาคบริการ ได้แก่ สำนักงาน โรงแรม ร้านอาหารอุทยานแห่งชาติ และผู้บริโภคระดับประชาชน ปรับพฤติกรรมมุ่งสู่สังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การขับเคลื่อน G - Green ด้วยวิถีชีวิตใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางของ Circular Economy&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน โครงการ G-Green ได้การตรวจประเมินและรับรอง พร้อมมอบตราสัญลักษณ์ G - Green ที่แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ระดับดีเยี่ยม (G ทอง) ระดับดีมาก (G เงิน) และระดับดี (G ทองแดง) ซึ่งมีอายุการรับรอง 3 ปี ให้สถานประกอบการ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน มากกว่า 1,854 แห่ง ครอบคลุม 76 จังหวัดทั่วประเทศ ส่งผลให้สามารถลดการใช้ พลังงานและทรัพยากร ลดการเกิดของเสีย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Green House Gases: GHG) ออกสู่บรรยากาศ&amp;nbsp; เห็นผลอย่างชัดเจน ส่งผลให้เกิดการนำแบบอย่างที่ดีสู่การขยายผลไปยังสถานประกอบการ และหน่วยงานอื่นๆ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ร่วมกัน ต่อยอดยกระดับสู่มาตรฐานในระดับสากล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รมว.ทส. กล่าวถึงความสำเร็จจากตัวอย่างของโครงการฯ ว่า บริษัท จี เอซ ซัพพลาย จำกัด เป็นผู้ผลิตสบู่ และแชมพูจากสมุนไพรไทย เช่น ขมิ้นและใบบัวบก ภายใต้เครื่องหมายการค้า Goldy Herb เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่เห็นความสำคัญและได้เข้าร่วมโครงการฯกับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ดำเนินพัฒนาเพื่อก้าวเป็นองค์กรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ภายใต้เป้าหมายที่ชัดเจน และดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; จนประสบความสำเร็จ สามารถผ่านการตรวจประเมินและรับรอง จนได้รับตราสัญลักษณ์ G - Green ระดับดีเยี่ยม&amp;nbsp; หรือ G ทอง ปี 2564 นับเป็นแบบอย่างของปรับพฤติกรรมมุ่งสู่สังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามวัตถุประสงค์ของ G &amp;ndash; Green ทั้งนี้ บริษัทได้ให้ความสำคัญกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;โดยกำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งในด้านการควบคุมคุณภาพผลิตตามมาตรฐาน ระบบการจัดการน้ำเสียจากกระบวนการผลิตเพื่อป้องกันผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมให้พนักงานตระหนักและร่วมมือดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเน้นถึงการควบคุมคุณภาพการผลิต&amp;nbsp; พร้อมดำเนินการจัดการน้ำเสียที่เกิดขึ้นในผลิตอย่างได้มาตรฐาน และผ่านกระบวนการบำบัดเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; พร้อมกันนี้ ทางบริษัทยังได้ตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาการผลิตสู่มาตรฐานสากลต่อไป เป็นการชี้ให้เห็นชัดเจนว่า การเข้าร่วม G &amp;ndash; Green ได้สร้างประโยชน์ให้กับการดำเนินเนินธุรกิจ โดยเฉพาะด้านการเพิ่มภาพลักษณ์องค์กรในการเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสการเข้าถึงและขยายตลาดสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้กับผู้บริโภค และที่สำคัญสามารถลดต้นทุนจากการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ&amp;rdquo;นายวราวุธ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบการ และประชาชนที่สนใจ ต้องการเข้าร่วมโครงการ G-Green สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม โทรศัพท์ o 2298 5653, 0 2278 8400 ต่อ 1661 หรือทาง Facebook Fanpage กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และ เว็ปไซต์กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม www.deqp.go.th &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114719</URL_LINK>
                <HASHTAG>BCG Model, Bio Economy Circular Economy Green Economy, Circular Economy, Green Airport, Green Coffee Shop, Green Hotel, Green National Park, Green Office, Green Product, Green Restaurant, กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, การบริการและการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, นายวราวุธ ศิลปอาชา, บริษัท จี เอซ ซัพพลาย จำกัด, บริษัทผลิตสบู่และแชมพูสมุนไพรไทย, ภายใต้เครื่องหมายการค้า Goldy Herb, รมว.ทส., รักษ์สิ่งแวดล้อม, สส., เทรนด์ธุรกิจรักษ์โลก, เศรษฐกิจหมุนเวียน, แชมพูจากสมุนไพรไทย, โครงการ G-Green</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_61288598ca7e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 18:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 18:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“วราวุธ” เดินหน้าต่อ กิจกรรม“กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความสดใสให้ลำคลอง”  ไปได้สวย 8 โรงเรียนริมคลองแสนแสบ ส่ง 120 เยาวชน เข้าร่วมเรียนรู้เพื่อดูแลรักษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รมว.ทส.&amp;rdquo;วราวุธ ศิลปอาชา&amp;rdquo; ชื่นชมกิจกรรม&amp;ldquo;กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความสดใสให้ลำคลอง&amp;rdquo; ที่ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จับมือตาวิเศษไปได้สวย 120 เยาวชนจาก 8 โรงเรียนริมคลองแสนแสบและคลองสาขาพร้อมใจเข้าร่วมเรียนรู้ผ่านออนไลน์เป็นเครือข่ายเยาวชนจิตอาสาเฝ้าระวังรักษาคูคลอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนา อนุรักษ์ และฟื้นฟูคลองแสนแสบ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กลับมามีความสวยงาม น้ำใสสะอาด และการสัญจรมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รวมถึงการใช้เป็นคลองระบายน้ำ เพื่อป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่กทม. และปริมณฑล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงมีนโยบายให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยมีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) ในฐานะคณะอนุกรรมการบริหาร พัฒนา อนุรักษ์และฟื้นฟูคลองแสนแสบ โดยล่าสุดได้ร่วมมือกับสมาคมสร้างสรรค์ไทย (ตาวิเศษ) ดำเนินกิจกรรม &amp;ldquo;กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความสดใสให้ลำคลอง&amp;rdquo; เป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เกิดเยาวชนจิตอาสาเฝ้าระวังคูคลอง และดูแลสิ่งแวดล้อมริมฝั่งคลองแสนแสบหรือคลองสาขา เป็นการเตรียมความพร้อมในการสร้าง &amp;ldquo;เครือข่ายโรงเรียนรักคลองแสนแสบ&amp;rdquo; ตามแผนปฏิบัติการพัฒนาฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลองแสนแสบ ระยะกลาง ปี พ.ศ.2565-2570&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความสดใสให้ลำคลอง&amp;rdquo; นับเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์และควรแก่การสนับสนุนอย่างยิ่ง เพราะมีแนวทางที่ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ โดยใช้กระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อสร้างความตระหนัก และจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชน รวมถึงส่งเสริมการสร้างเครือข่ายเยาวชนจิตอาสาเฝ้าระวังรักษาคูคลอง ซึ่งกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้รายงานว่า มีโรงเรียนที่ตั้งอยู่แนวคลองแสนแสบและคลองสาขา ให้ความสนใจแจ้งความประสงค์เข้าร่วมถึง 8 โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายที่ตั้งไว้ในการนำร่อง &amp;nbsp;ประกอบด้วยโรงเรียนวัดบรมนิวาส โรงเรียนสุเหร่าบ้านดอน โรงเรียนสุเหร่าดอนสะแก โรงเรียนสามแยกคลองหลอแหล โรงเรียนวัดปลูกศรัทธา โรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ โรงเรียนวัดใหม่ลำนกแขวก และโรงเรียนวัดแสนสุข&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า &amp;nbsp;ล่าสุด ภายใต้กิจกรรม &amp;ldquo;กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความสดใสให้ลำคลอง&amp;rdquo; ได้จัดการอบรมตัวแทนเยาวชนจากทั้ง 8 โรงเรียนที่อยู่ในระดับชั้น ป.5-ม.3&amp;nbsp; จำนวน 120 คน ผ่านระบบออนไลน์ &amp;nbsp;จุดประสงค์เพื่อส่งเสริมแนวคิดของกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษากับการสร้างจิตสำนึก และส่งเสริมความพร้อมแก่เครือข่ายเยาวชนจิตอาสาในการเฝ้าระวัง และดูแลลำคลอง โดยมีหัวข้ออบรมที่น่าสนใจ เช่น ความสัมพันธ์สายน้ำกับชีวิตและสิ่งแวดล้อม, คลองแสนแสบ ความเป็นมา ความสัมพันธ์ ความสำคัญการใช้ประโยชน์ในอดีตและปัจจุบัน, มลพิษทางน้ำ ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ, ขยะและการจัดการขยะ,การเก็บข้อมูลชุมชนอย่างง่าย, การตรวจวัดคุณภาพน้ำ ทางกายภาพ และทางเคมี, แนะนำอุปกรณ์ เครื่องมือและการใช้เครื่องมือในการเก็บข้อมูล, การตรวจวัดคุณภาพน้ำ ทางชีวภาพ, แนะนำอุปกรณ์ เครื่องมือและการใช้เครื่องมือในการเก็บข้อมูล และทักษะการนำเสนอข้อมูล และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; นอกจากการเสริมสร้างความรู้ให้กับตัวแทนเยาวชนแล้ว ยังมีการจัดประชุมผู้บริหารโรงเรียนผ่านระบบออนไลน์ เพื่อชี้แจงปฏิทินดำเนินงาน รายละเอียดกิจกรรมฯ และบทบาทการมีส่วนร่วม รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และข้อเสนอแนะการดำเนินกิจกรรมที่เอื้อประโยชน์และอำนวยความสะดวกในทางปฏิบัติให้แก่โรงเรียน พร้อมทั้ง จัดอบรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครูพี่เลี้ยง จำนวน 14 คน ผ่านระบบออนไลน์เช่นกัน เพื่อส่งเสริมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีการการจัดกระบวนการเรียนรู้ผ่านกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษา ที่สำคัญยังได้เปิด Facebook Fanpage&amp;nbsp; &amp;ldquo;เครือข่ายเยาวชนรักคลองแสนแสบ&amp;rdquo; ขึ้น ให้เป็นช่องทางในการสื่อสาร เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมของเครือข่ายเยาวชนรักคลองแสนแสบออกไปสู่สาธารณชน อันจะนำมาถึงการรับรู้และความร่วมมือในกิจกรรมดังกล่าวต่อไป&amp;rdquo; นายวราวุธ กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114402</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความสดใสให้ลำคลอง, คลองระบายน้ำ, ความสัมพันธ์สายน้ำกับชีวิตและสิ่งแวดล้อม, จิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อม, นายวราวุธ ศิลปอาชา, ป้องกันน้ำท่วม, ฟื้นฟูคลองแสนแสบ, รมว.ทส., สมาคมสร้างสรรค์ไทย (ตาวิเศษ), เครือข่ายเยาวชนจิตอาสาเฝ้าระวังรักษาคูคลอง, เครือข่ายเยาวชนรักคลองแสนแสบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124d7688d0d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2021 19:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2021 19:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“วราวุธ” ห่วงวิกฤตขยะพุ่ง จัดติวเข้มผู้นำจิตอาสาลดแยกขยะที่ต้นทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;วราวุธ&amp;rdquo; รมว.ทส. ลุยสร้างสังคมปลอดขยะอย่างยั่งยืน หลังปริมาณขยะพุ่ง มอบกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเป็นแม่งานจัดโครงการอบรมออนไลน์ขับเคลื่อนผู้นำจิตอาสาลดแยกขยะที่ต้นทาง นำร่องพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี และนครปฐม พร้อมเร่งขยายผลทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยว่า การแก้ไขปัญหาการจัดการขยะมูลฝอย ถือเป็นหนึ่งนโยบายสำคัญของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยหนึ่งในแนวทางที่สำคัญ คือ การส่งเสริมการจัดการขยะที่ต้นทางภายใต้การมีส่วนร่วมของชุมชน และประชาชน ในการลดและคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง สามารถนำไปต่อยอด ขยายผล และเป็นต้นแบบการจัดการขยะมูลฝอยตั้งแต่ต้นทางให้กับหน่วยงานอื่น ๆ ด้วยในปัจจุบันปัญหาปริมาณขยะมูลฝอยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงวิกฤตสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เกิดขยะพลาสติกมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 60 จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการคัดแยกขยะจากต้นทาง เช่น กลุ่มของเศษอาหาร ขยะพลาสติก ขยะติดเชื้อ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&amp;ldquo; ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ ภายใต้ความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ 3 จังหวัด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลสูงสุด สำหรับผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยในขณะนี้ ได้เป็นไปตามแผนที่กำหนด โดยล่าสุด กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้มีการจัดกิจกรรมอบรม ภายใต้โครงการอบรมออนไลน์ขับเคลื่อนผู้นำจิตอาสาลดแยกขยะที่ต้นทางขึ้น ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้กิจกรรมจิตอาสาตามแนวพระราชดำริ เข้ามาช่วยในการพัฒนาทักษะการเป็นวิทยากรและขยายเครือข่ายจิตอาสาการจัดการขยะที่ต้นทาง และเกิดต้นแบบการขยายผลอย่างมีประสิทธิภาพครอบคลุมทั่วประเทศ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า&amp;nbsp; โครงการอบรมออนไลน์ขับเคลื่อนผู้นำจิตอาสาลดแยกขยะที่ต้นทาง จะประกอบด้วย การเสวนา : ผู้นำจิตอาสาสร้างวินัย ลด คัดแยกขยะที่ต้นทาง โดยมีผู้แทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตัวแทนภาคเอกชน และผู้นำชุมชน ร่วมเป็นวิทยากร พร้อมกันนี้มีการบรรยายจากนักวิชาการสิ่งแวดล้อม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในหัวข้อนวัตกรรมการจัดการขยะอินทรีย์ &amp;ldquo;หนอนแมลงวันลาย&amp;rdquo; ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่สามารถช่วยจัดการขยะอินทรีย์ได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ซึ่งการอบรมออนไลน์ดังกล่าว ได้นำมาซึ่งความรู้ความเข้าใจ และหันมาให้ความสำคัญในการกำจัดขยะ ตลอดจนทราบถึงแนวทาง และนวัตกรรมต่างๆ ที่มีส่วนในการลด และคัดแยกขยะที่ต้นทาง เพื่อนำไปสู่สังคมปลอดขยะอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&amp;ldquo; ขณะนี้ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งหามาตรการและวางแนวทางแก้ไข รวมถึงรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน ซึ่งโครงการอบรมออนไลน์ขับเคลื่อนผู้นำจิตอาสาลดแยกขยะที่ต้นทาง ที่ดำเนินการโดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จึงเป็นอีกความพยายามในการดำเนินการ เพื่อสร้างความร่วมมือช่วยกันลดปริมาณขยะได้ ดังนั้นขอให้ประชาชนคนไทยได้ช่วยคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อง่ายต่อการกำจัด เพื่อสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์ และระบบนิเวศที่ยั่งยืน&amp;rdquo; นายวราวุธ กล่าวทิ้งท้าย &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114087</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, การจัดการขยะมูลฝอย, คัดแยกขยะ, จัดการขยะอินทรีย์, นายวราวุธ ศิลปอาชา, สังคมปลอดขยะ, หนอนแมลงวันลาย, โครงการอบรมออนไลน์ขับเคลื่อนผู้นำจิตอาสาลดแยกขยะที่ต้นทาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_6120f70f38b94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
