<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 20:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดบ้าน3ศิลปินแห่งชาติลำตัดคณะ’หวังเต๊ะ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แม่ศรีนวล ขำอาจ ศิลปินแห่งชาติ ผู้สืบทอดลำตัดคณะ&amp;rdquo;หวังเต๊ะ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วงการลำตัดยังไม่สูญหาย แม่ศรีนวล ขำอาจ ศิลปินแห่งชาติ ผู้สืบทอดลำตัดคณะดังพ่อหวังเต๊ะ แม่ประยูร&amp;nbsp; ยังเป็นกำลังหลักร่วมรันวงการ ทุกวันนี้แม่ศรีนวลแสดงลำตัดเป็นอาชีพ&amp;nbsp; รับหน้าดูแลควบคุมคณะลำตัด&amp;rdquo;หวังเต๊ะ&amp;rdquo; สร้างสรรค์บทร้องให้ทันสมัยที่จะเข้าถึงคนรุ่นใหม่ และมีส่วนสำคัญทำให้ลำตัดก้าวสู่วงการบันเทิง ทำให้ผู้ชมไม่พลาดดูการแสดงสนุก &amp;nbsp;ที่สำคัญเป็นครูเพลงถ่ายทอดความรู้ด้านการแสดงลำตัดและเพลงพื้นบ้านภาคกลางอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา ทางกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.)&amp;nbsp; กระทรวงวัฒนธรรม ได้เปิด&amp;rdquo;บ้านศิลปินแห่งชาติ นางศรีนวล ขำอาจ &amp;nbsp;&amp;ldquo; ที่ ต.ลำลูกบัว อ.ดอนตูม จ.นครปฐม &amp;nbsp;และแม่ศรีนวล พร้อมชาวคณะลำตัด&amp;rdquo;หวังเต๊ะ&amp;rdquo; ได้ขึ้นมาโชว์ลำตัดร้องเพลงโต้ตอบระหว่างชาย-หญิง ด้วยสำนวนโวหารโดดเด่น เล่นกับภาษา และช่วงชิงไหวพริบกันถึงใจผู้ชมที่มาร่วมงานเปิดบ้านลำตัดคณะหวังเต๊ะครั้งสำคัญ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแสดงลำตัดคณะ&amp;rdquo;หวังเต๊ะ&amp;rdquo;ในวันเปิดบ้านแม่ศรีนวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มาบ้านศิลปินแห่งชาติแม่ศรีนวล ขำอาจ นอกจากจะได้รู้จักเส้นทางชีวิตของแม่ครูเพลงผู้นี้แล้ว ยังเพลิดเพลินกับการตามรอยเรื่องราวของสองศิลปินแห่งชาติ นายหวังดี นิมา หรือ&amp;rdquo;หวังเต๊ะ&amp;rdquo; ผู้เชี่ยวชาญเพลงลำตัด เจ้าของคณะลำตัด&amp;rdquo;หวังเต๊ะ&amp;rdquo; ที่ทุ่มเททำงานมาตลอดชีวิตเพื่ออนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาไทย และนางประยูร ยมเยี่ยม หรือ&amp;rdquo;แม่ประยูร&amp;rdquo; ราชินีลำตัด ผู้ฟื้นฟูเพลงลำตัดของไทยในยุคสมัยที่ลำตัดเกือบจะเป็นการแสดงที่ตายแล้วกลับมาคืนมา ถ้าจำกันได้แม่ประยูรเป็นแขกรับเชิญขึ้นคอนเสิร์ตแบบเบิร์ด เบิร์ด ให้กับเบิร์ด- ธงไชย แมคอินไตย์ ถึง 2 ครั้ง จนโด่งดังเป็นที่กล่าวขาน &amp;nbsp;ทั้งยังส่งเสริมการเผยแพร่ลำตัดไทยสู่นานาชาติและใช้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวังดี นิมา หรือ&amp;rdquo;หวังเต๊ะ&amp;quot; ศิลปินแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3 ครูเพลงลำตัดศิลปินแห่งชาติควรค่าแก่การเชิดชู บ้านศิลปินแห่งชาติแห่งนี้จึงรวบรวมประวัติที่น่าสนใจผลงานภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าทั้ง 3 ศิลปินแห่งชาติไว้ในที่เดียวกัน โดยจัดเก็บและจัดแสดงทั้งเอกสารต้นฉบับลายมือของ 3 ศิลปินแห่งชาติ&amp;nbsp; สื่อการแสดงลำตัดในรูปแบบต่างๆ เช่น เทปคาสเซ็ต และวีดิทัศน์ชุดดังตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตลอดจนเครื่องแต่งกายพื้นบ้านในการแสดงลำตัดที่เป็นเอกลักษณ์ เครื่องดนตรีสำคัญของการแสดง อย่างกลองรำมะนา ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ลำตัดและเพลงพื้นบ้านของคนไทยที่ครบเครื่อง &amp;nbsp;และสามารถเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมใน อ.บางเลน และ อ.ดอนตูม นครปฐม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวบรวมเส้นทางชีวิต 3 ศิลปินแห่งชาติลำตัดไว้สถานที่เดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชาย นครชัย&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า สวธ.ขึ้นทะเบียนลำตัดเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ในประเภทศิลปะการแสดงพื้นบ้าน ประกาศเมื่อปี 2556 การเปิดบ้านศิลปินแห่งชาตินางศรีนวล ขำอาจ สาขาศิลปะการแสดง เป็นการอนุรักษ์และสนับสนุนให้เพลงพื้นบ้านไม่เลือนหายไปตามกาลเวลา และเป็นแหล่งเรียนรู้และให้คำปรึกษาแนะนำถ้ามีผู้สนใจในเพลงพื้นบ้านลำตัด โดยเฉพาะนิสิต นักศึกษา สวธ.จะพัฒนาศักยภาพบ้านศิลปินแห่งชาติให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; แม่ศรีนวลเป็นครูเพลงลำตัดที่มีปฏิภาณไหวพริบ และลีลาการร้องการรำสวยงาม&amp;nbsp; พัฒนาฝีมือการแสดงมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้รับคำแนะนำเทคนิคแสดงลำตัดจากพ่อหวังเต๊ะ&amp;nbsp; หัวหน้าคณะซึ่งเป็นทั้งครูและคู่ชีวิต ในช่วง 60 ปี&amp;nbsp; แม่ศรีนวลสร้างสรรค์ผลงานลำตัดไม่หยุด ยืนหยัดสืบสานปณิธานคณะลำตัดหวังเต๊ะ เผยแพร่การแสดงผ่านสื่อที่ทันสมัย เปิดบ้านพักให้เป็นแหล่งเรียนรู้เพลงพื้นบ้านภาคกลางพ่อหวังเต๊ะ แม่ศรีนวล&amp;nbsp; ถ่ายทอดความรู้ให้คนรุ่นใหม่ นอกจากนี้ ยังเปิดบ้านศิลปินแห่งชาติแม่ศรีนวล มีการปรับปรุงและจัดการองค์ความรู้เป็นระบบ&amp;nbsp; ภายในบ้านจัดกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้ลำตัดไทย ประสานความร่วมมือกับเครือข่าย &amp;nbsp;โดยเป็นบ้านลำดับที่ 30 ของโครงการ &amp;nbsp;&amp;ldquo; ชาย กล่าวในท้าย พร้อมเชิญชวนมาเยือนบ้านศิลปินแห่งชาติแหล่งเรียนรู้ใหม่ที่นครปฐม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117316</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, บ้านลำตัดคณะหวังเต๊ะ3ศิลปินแห่งชาติ, ลำตัดมรดกภูมิปัญญา, หวังเต๊ะ, แม่ประยูร, แม่ศรีนวลขำอาจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_6148833367854.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116701</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 18:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาหารไทย”ยาอร่อยที่สุดในโลก”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมนูอาหารไทยเป็นยาที่เหล่าเซเลบริตี้เชฟระดับเวิลด์คลาสรังสรรค์ขึ้นใหม่ อาทิ &amp;nbsp;ข้าวขยำมันกุ้งที่เต็มไปด้วยสมุนไพรไทย พริก หอมแดง มะม่วง ขิง ตะไคร้ ผักชี&amp;nbsp; กระเทียม บำรุงสุขภาพ &amp;nbsp;,สปาเก็ตตี้น้ำพริกอ่องกระชายต้านอนุมูลอิสระ &amp;nbsp;&amp;nbsp;,ต้มยำกุ้งแม่น้ำสูตรสมุนไพรดีต่อสุขภาพ,กุ้งซอสมะขามสมุนไพรไทย จานอร่อยครบรสเสริมสมดุลร่างกาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือเมนูข้าวมันตะไคร้หมูย่างซอสพริกไทยดำไข่ดองน้ำปลา มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงสมอง &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้เราเห็นภาพความมหัศจรรย์อาหารไทยที่ไม่ได้แค่อร่อย แต่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ&amp;nbsp; ซึ่งหยิบยกมาแนะนำบางส่วนจากโครงการใหม่แกะกล่อง ไทยเทสเทอราปี (Thai Taste Therapy)  ที่ตั้งใจทำให้ทั่วโลกทึ่งและรู้จักว่า &amp;ldquo;อาหารไทยคือยาที่อร่อยที่สุดในโลก&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าวมันตะไคร้หมูย่างซอสพริกไทยดำไข่ดองน้ำปลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวานนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข  และพันธมิตรภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา จัดแถลงข่าวออนไลน์เปิดโครงการไทยเทสเทอราปี  โดยมีเหล่านักวิชาการร่วมเสนองานวิจัย ทำให้ตะลึงอาหารไทยป้องกันโควิด &amp;nbsp;ขณะเดียวกันแนะนำฮาวทูรับประทานอาหารอย่างไรให้มีประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด นอกจากนี้ มีไลฟ์สดจากโรงแรมแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ระดมเชฟชื่อดังโชว์เมนูอาหารไทยลดโรค อย่างเชฟอรรถพล ไนโต ถังทอง,เชฟแอนดี้ ยัง และเชฟนิค วิพิธิจักษ์  &amp;nbsp; งานนี้ เสริ์ฟเมนูอาหารสำหรับผู้ร่วมงานแถลงข่าวลองชิมถึงบ้านอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาย นครชัย อธิบดี สวธ. &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;สวธ.มีหน้าที่สืบสาน รักษาและต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมให้ยั่งยืน ที่ผ่านมากรม ฯ ได้ขึ้นทะเบียนอาหารไทย 20 รายการ เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม อาทิ ต้มยำกุ้ง แกงเผ็ด แกงพุงปลา แกงเขียวหวาน ส้มตำ เป็นต้น ในอนาคตเราตั้งใจที่จะขึ้นทะเบียนอาหารไทยอีกหลายรายการ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; &amp;nbsp;การจะสืบสานวัฒนธรรมให้ยั่งยืนนั้นต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย เช่น มรดกภูมิปัญญาก็ต้องมีชุมชนหรือชาวบ้านที่เป็นเจ้าของมรดกมาต่อยอด เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่าง สวธ.กับพันธมิตรจัดโครงการไทยเทสเทอราปีขึ้น เพื่อยกระดับวัฒนธรรมอาหารไทยสู่นานาชาติด้วยการนำเสนอคุณประโยชน์ของอาหารไทยในมิติของสรรพคุณทางยาที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งสอดรับกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่ทุกคนใส่ใจเรื่องการกินมากขึ้น อาหารไทยคือ Soft Power ที่มีศักยภาพในการเข้าถึงนานาประเทศ &amp;ldquo; ชาย กล่าว และมั่นใจว่าไทยเทสเทอราปีจะตอกย้ำให้ทั่วโลกเชื่อมั่นเรื่องความอร่อยของอาหารไทยและยังสร้างมุมมองใหม่อาหารไทยเป็น &amp;ldquo;ยาที่อร่อยที่สุดในโลก&amp;quot; ได้แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เชฟชื่อดังโชว์เมนูอาหารไทยลดโรค เสริมภูมิคุ้มกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า อาหารไทยมีองค์ประกอบเป็นสมุนไพรไทยพื้นบ้านอยู่มากมายทั้งอร่อยและมีคุณค่าต่อสุขภาพ ทำให้อาหารไทยเป็นยาที่อร่อยที่สุดในโลก และมีความสุขเมื่อได้รับประทาน &amp;nbsp;เป็นที่ทราบกันสมุนไพรมีแคลอรี่ต่ำ &amp;nbsp;ช่วยลดการเจ็บป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง มีสารสำคัญช่วยส่งเสริมดูแลสุขภาพ เช่น กระชายขาว จากผลศึกษาวิจัยสามารถต้านไวรัส โดยเฉพาะโควิด-19 สมุนไพรภูมิปัญญาไทยที่น่าสนใจประกอบอาหาร อย่างขิง มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ กินแล้วดีต่อสุขภาพ &amp;nbsp;แก้ปัญหาทางเดินอาหาร ผู้ป่วยเคมีบำบัดกินขิงมีส่วนช่วยเจริญอาหาร ขณะที่กระเพรา พริกไทย พริก มีสารช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า และสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรง &amp;nbsp; ฝากทุกคนอย่าลืมดูแลให้มีสมุนไพรในมื้ออาหาร  เพื่อจะพาเรื่องราวอาหารไทยเป็นยาชั้นเลิศไปไกลทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าวขยำมันกุ้งที่เต็มไปด้วยสมุนไพรไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แกงไทยต้านมะเร็ง ความอร่อยที่สู้โรคภัยได้เป็นอีกความน่าทึ่ง&amp;nbsp; ศ.รศ.ดร.เรวดี จงสุวัฒน์ ภาควิชาโภชนาวิทยา คณะสาธารณสุข ม.มหิดล &amp;nbsp;ที่ปรึกษาโครงการฯ กล่าวว่า มีงานวิจัยรับรอง เครื่องแกงไทยสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ผล&amp;nbsp; ซึ่งมีสมุนไพรอย่างพริก กระเทียม &amp;nbsp;สามารถลดไขมันในเลือดได้ อาหารไทยเป็นยา อยากสุขภาพดีคำนึงถึงอาหารและโภชนาการ โครงการไทยเทสเทอราปีเน้นวิธีทำอาหารให้เป็นยา ทำความเข้าใจเรื่องสารอาหารและสารประกอบจากธรรมชาติ  ให้เวลากับการทำเมนูอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น ทำให้สามารถจัดอาหารที่เป็นยาป้องกันและรักษาโรคให้กับตัวเองและคนที่ห่วงใยได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อาหารไทยใส่กัญชาอีกสุดยอดความอร่อย นำเสนอผ่าน รศ.ดร.นพ.ธวัชชัย กมลธรรม สาขาวิชากัญชาเวชศาสตร์ มรฏ.สวนสุนันทา วิทยาเขตสมุทรสงคราม &amp;nbsp;เผยว่า ประโยชน์กัญชานำมาปรุงแต่งอาหาร ใช้สารสกัดจากราก ใบ ดอกกัญชา &amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือบดใบเป็นผงพร้อมใช้เป็นส่วนผสมปรุงอาหาร แล้วการปรุงอาหารรูปแบบใบสด ใบหยาบ&amp;nbsp; ซึ่ง CBD สารสกัดสำคัญ ช่วยบรรเทาอาการอักเสบกล้ามเนื้อ ลดการอักเสบ บำรุงประสาท กระตุ้นภูมิคุ้มกัน และเพิ่มความอร่อยเมื่อนำไปผสมอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศ. ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ ผอ.หน่วยวิจัยความเป็นเลิศวิศวกรรมเนื้อเยื่อและเซลล์ต้นกำเนิด คณะแพทย์ศาสตร์ ม.เชียงใหม่ บอกถึงเมนูอาหารจากผลไม้ว่า &amp;nbsp;ไทยเป็นประเทศเขตร้อนมีความหลากหลายทางชีวภาพมาก ตนวิจัยเรื่องสารอาหารในไทย พบว่ามีสารอาหารรอบตัว&amp;nbsp;  โดยเฉพาะผลไม้ ตระกูลส้ม มะนาว ชาเขียว ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และองุ่น ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายสู้โรคโควิด &amp;nbsp;การนำทั้งผลไม้และสมุนไพรมาปรุงอาหารเป็นยาที่ดีและป้องกันโรคดีกว่ามากินยารักษาภายหลัง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไอริณ ฤกษะสาร ผู้บริหารโครงการไทยเทสเทอราปี &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ไอริณ ฤกษะสาร ผู้บริหารโครงการไทยเทสเทอราปี กล่าวว่า โครงการฯ มุ่งให้คนทั่วโลกเห็นความมหัศจรรย์ของอาหารไทยที่เป็นยาที่ดีที่สุด เฟสที่ 1 &amp;nbsp;เชิญเชฟระดับเวิลด์คลาสรังสรรค์เมนูอาหารไทยที่มีคุณประโยชน์ทางยา &amp;nbsp;ร่วมกับร้านอาหารไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศเปิดขายเมนูอาหารไทยเทสเทอราปี 3 เมนู ได้แก่ เมนูเสริมภูมิคุ้มกันต้านโควิด เมนูอาหารจากกัญชาและกระท่อม และเมนูสมุนไพรพื้นถิ่นของไทย สามารถเยี่ยมชมและสั่งร้านอาหาร Thai Taste Therapy และสินค้าสุขภาพจากสมุนไพรไทยที่เข้าร่วมโครงการผ่านทางไลน์ @thaitastetherapy นอกจากนี้ โรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์ ห้องอาหาร พระยา คิทเช่น จัดบุฟเฟต์เมนู อาหารไทยเป็น &amp;ldquo;ยาที่อร่อยที่สุดในโลก&amp;rdquo; ตลอดเดือน ก.ย.และเดือน ต.ค.สอบถามได้ที่ Line OA: @marriottsurawongse&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เร็วๆนี้ จะเปิดแพลตฟอร์ม ThaiTasteTherapy.com  จัดคอร์สสอนทำอาหารไทยเป็นยาผ่านออนไลน์ส่งต่อสูตรอาหารไทย พร้อมส่งออกวัตถุดิบเครื่องปรุงสมุนไพรไทยให้ทั่วโลกสั่งซื้อทางออนไลน์ ส่วนเฟส 2 จะประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวสุขภาพภายในเดือน พ.ย.นี้ สนใจติดตามที่www.thaitastetherapy.com หรือ เฟสบุ๊กwww.facebook.com/thaitastetherapy&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116701</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, ไทยเทสเทอราปี (Thai Taste Therapy)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_6140879a903f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 20:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 20:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวธ. ร่อนหนังสือถอดศิลปินแห่งชาติถึง &#039;สุชาติ&#039; แล้ว พร้อมระงับจ่ายเงินเดือน-สวัสดิการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค.64 - นางสาวอัจฉราพร พงษ์ฉวี รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ตามที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้รับแจ้งจากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติในคราวประชุมครั้งที่ 3/2564 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา เรื่องที่ประชุมได้พิจารณาในวาระการประชุมลับ เรื่องนายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจําปีพุทธศักราช 2554 ว่า &amp;ldquo;คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ โดยมติด้วยคะแนนเสียงมากกว่าสองในสามของจํานวนคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติที่เข้าร่วมประชุมให้ยกเลิก การยกย่องเชิดชูเกียรติ นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ เนื่องจากมีความประพฤติเสื่อมเสียต่อการเป็นศิลปินแห่งชาติ ตามข้อ 10 วรรคสอง ของกฎกระทรวงกําหนดสาขา คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือก และประโยชน์ตอบแทนของศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2555 และแก้ไขเพิ่มเติมในกฎกระทรวงกําหนดสาขา คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือก และประโยชน์ตอบแทนของศิลปินแห่งชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563 ข้อ 2&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) จึงได้มีหนังสือลงวันที่ 30 สิงหาคม 2564 แจ้งมติข้างต้นแก่นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี และหากไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าวให้นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี มีหนังสือชี้แจงต่อคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ณ สํานักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับหนังสือแจ้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115078</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.), ปลดศิลปินแห่งชาติ, ศิลปินแห่งชาติ, สุชาติ สวัสดิ์ศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_61221e86874d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 18:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 18:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนึ่งในน้ำพระทัย &quot;เจ้าฟ้าหญิงสิริวัณณวรีฯ&quot; พระราชทานแบบลายผ้าบาติก สู่ชาวไทย พช.ชวนประทับใจ ยกระดับความร่วมสมัย ก้าวไกลสู่ระดับสากล เพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;วันที่ 10 มิถุนายน 2564&amp;nbsp;ปิติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาพระราชทานลายผ้าบาติก ในโอกาสเปิดการประกวดผ้าลายพระราชทาน&amp;ldquo;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรมประกวดผ้าลายพระราชทาน ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวีฯ โครงการส่งเสริมภูมิปัญญาและพัฒนาศักยภาพผ้าไทย ระดับภาค พื้นที่ภาคกลาง โดยมี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน เป็นประธานในการประกวด ฯ ร่วมด้วย นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม ทีมคณะกรรมการ นำโดย นายศิริชัย ทหรานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย นายกุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหารของนิตยสารโว้ก ประเทศไทย นางสาวรติรส ภู่วิภาดาวรรธน์ และคณะ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ&amp;nbsp; โรงแรมแคนทารี โฮเทล อยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการประกวดในวันนี้ ถือเป็นปฐมฤกษ์ โดยเริ่มต้นจากภาคกลาง เพื่อคัดเลือก 75 ผ้าพื้นถิ่น จาก 4 ภูมิภาค เข้าตัดสินในระดับประเทศ โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธานการตัดสิน ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2564 และนับเป็นมิ่งมงคลยิ่งต่อการเริ่มต้นกิจกรรมการประกวดในครั้งนี้ โดยพระองค์ได้พระราชทาน แบบผ้าบาติกลายพระราชทาน 3 ลาย เป็นดังของขวัญพระราชทานอันมีนัยยะถึงความรักและความห่วงใยในพสกนิกรไทย ที่สะท้อนมาจากพระอัจฉริยภาพในการสร้างสรรค์ศิลปะ วัฒนธรรมอันงดงามของไทย กับความเป็นสากล ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งทุกลวดลาย สีสัน ล้วนสื่อความหมาย ได้แก่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้าบาติกลายพระราชทาน &amp;ldquo;ปาเต๊ะร่วมใจเทิดไท้เจ้าหญิง&amp;rdquo; สื่อถึงธรรมชาติอันบริสุทธิ์ วิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่งดงาม ลวดลายประกอบด้วย ลายนกยูง หมายถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ,ลายคลื่นน้ำ หมายถึง ท้องทะเลภาคใต้ ที่มีธรรมชาติอันสวยงาม ,ลายเรือกอและ หมายถึง วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของภาคใต้ที่ควรรักษาไว้ ,ลายดอกไม้โปรย สื่อถึงมิตรภาพและความจริงใจที่ประชาชนชาวภาคใต้มอบให้กับพระองค์ ลายพระอาทิตย์ หมายถึง พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ,ลายกรอบตัว S อักษรพระนามาภิไธย S หมายถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้าบาติกลายพระราชทาน &amp;ldquo;ท้องทะเลไทย&amp;rdquo; ด้วยแรงบันดาลพระทัยในการอนุรักษ์สัตว์ทะเลและสิ่งแวดล้อมของท้องทะเลไทย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงออกแบบลายผ้าบาติกพระราชทาน &amp;lsquo;ท้องทะเลไทย&amp;rsquo; ด้วยทรงพระดำริ ให้เป็นการจุดประกายความคิดเพื่อให้ ผู้คนเกิดจิตสำนึกในการหวงแหนและรักษาทรัพยากรทางทะเลไทยอันมีค่า ลวดลายประกอบด้วย ลายกะละปังหา หมายถึง ต้นกะละปังหาที่แตกกิ่งก้านออกเป็นรูปพัด เป็นบ้านของสัตว์ทะเลหลายชนิด ,ลายม้าน้ำ ม้าน้ำที่ขดตัวเป็นอักษรพระนามาภิไธย S หมายถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ,ลายคลื่น ลูกคลื่นที่ล้อไปกับอักษรพระนามาภิไธย S หมายถึง ความห่วงใยใน สิ่งแวดล้อมของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ,ลายดาวทะเล หมายถึง สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลไทย ,ลายขอบตัว S อักษรพระนามาภิไธย S หมายถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้าบาติกลายพระราชทาน &amp;lsquo;ป่าแดนใต้&amp;rsquo; สื่อถึงวิถีชีวิตและธรรมชาติของภาคใต้ที่มีเอกลักษณ์ จึงได้ทรงออกแบบผ้าบาติกลายพระราชทาน &amp;lsquo;ป่าแดนใต้&amp;rsquo; ด้วยทรงพระดำริให้เป็นการจุดประกายความคิด ในเรื่องของการอนุรักษ์ป่าฝนเขตร้อนที่มีระบบนิเวศอันอุดม ลวดลายประกอบด้วย ลายดอกดาหลาสัญลักษณ์ของดอกไม้พื้นถิ่นภาคใต้ ,ลายนกเงือก 10 ตัว หมายถึง พระบาทสมเด็จ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และยังหมายถึงความรักที่ซื่อสัตย์ ,ลายเถาไม้รูปตัว S หมายถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ,ลายคลื่นตัว S และลายลูกปลากุเลา หมายถึง ความห่วงใยในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของภาคใต้ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ,ลายปารังและลายต้นข้าว สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ของภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยทรงมีพระประสงค์ให้ประชาชนใช้เวลาว่างในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ต้องทำงานอยู่ที่บ้านให้เป็นประโยชน์&amp;nbsp; มีรายได้เสริม และสร้างสรรค์งานศิลปะ เพื่อจรรโลงจิตใจ ในยามวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า &amp;ldquo;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านและภูมิปัญญาไทย เพื่อฟื้นฟูมรดกงานศิลป์ล้ำค่าของแผ่นดินไทยอย่างแท้จริง ด้วยพระอัจฉริยภาพ พระองค์ทรงต่อยอดผสมผสานมุมมองด้านแฟชั่นที่ร่วมสมัย แต่ยังคงไว้ซึ่งการสืบสานอัตลักษณ์ เรื่องราวประจำภูมิภาค เป็นคุณูปการอย่างยิ่งแก่ปวงชนคนไทยไม่ว่าจะในชนบทและเมือง ทรงพระราชทานแบบลายผ้า ชื่อลาย &amp;ldquo;ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; แก่พสกนิกรชาวไทย อันเป็นสิ่งที่ประจักษ์ชัดถึงพระปรีชาสามารถในด้านการออกแบบ ตอกย้ำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าความงดงามของผ้าไทยจะคงอยู่คู่กับสังคมไทย ทำให้พี่น้องทั้งหลาย กล้าที่จะออกจากกรอบความคิดที่มีต่อผ้าไทยแบบดั่งเดิม ในวันนี้คุณูปการที่เกิดขึ้นจึงไม่เพียงแต่วงการทอผ้าเท่านั้น แต่ยังต่อยอดไปถึงการสร้างคุณค่าในงานหัตถกรรม หัตถศิลป์ประเภทอื่นๆ อีกด้วย ด้วยพระทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา หนุนให้พี่น้องช่างฝีมือ กลุ่มทอผ้า ผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP ยังคงสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนเลี้ยงดูครอบครัว แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้ฝ่าฟันไปได้อย่างมั่นคง จึงนำมาซึ่งความซาบซึ้งจนมีคำกล่าวถึงสิ่งที่พระองค์ทรงพระราชทานว่า &amp;ldquo;เปรียบเสมือนน้ำทิพย์ที่หยาดลงในทะเลทราย&amp;rdquo; และด้วยพระวิริยะอุตสาหะของพระองค์ที่ทรงเสด็จไปยังหัวเมืองทั้ง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ถึง 2 รอบ พระองค์ได้มีพระกรุณาแนะแนวทางการพัฒนา ยกระดับ ให้กลุ่มหัตถกรรมทั้งหลายได้เพิ่มความประณีต ใส่ฝีมือ ใส่ลูกเล่นลงไป ผลงานที่ปรากฏในวันนี้จำนวน 197 ผืนในส่วนของภาคกลาง และ 3,215 ผืนจากทั่วประเทศ จึงเป็นดังดอกผล ของความมหัศจรรย์ที่พระองค์ได้ทรงพระราชทาน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับเป็นนิมิตรหมายอันดีสำหรับการประกวดในวันนี้ โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้พระราชทาน แบบผ้าบาติกลายพระราชทาน 3 ลาย &amp;ldquo;ปาเต๊ะร่วมใจเทิดไท้เจ้าหญิง&amp;rdquo; &amp;ldquo;ท้องทะเลไทย&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ป่าแดนใต้&amp;rdquo; ที่พระองค์ได้แรงบันดาลพระทัยจากการเสด็จไปทอดพระเนตรงานศิลปหัตถกรรมจากภูมิปัญญาพื้นถิ่นในภาคใต้หลายครั้ง ทรงพบเห็นวิถีชีวิตและธรรมชาติของภาคใต้ที่มีเอกลักษณ์ พระดำริทั้งหมดถูกถ่ายทอดลงบนผ้าลายบาติกพระราชทานนี้ เพื่อพระราชทานให้กับช่างฝีมือบาติก เป็นของขวัญตอบแทนมิตรภาพ และความจริงใจที่ประชาชนชาวภาคใต้มอบให้กับพระองค์ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มคุณค่าและมูลค่าของผลิตภัณฑ์ด้วยเรื่องราวและความหมายชวนประทับใจเป็นการยกระดับผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย สามารถก้าวสู่ระดับสากล เพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประกวดผ้าลายพระราชทาน&amp;ldquo;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; ตามโครงการส่งเสริมภูมิปัญญาและพัฒนาศักยภาพผ้าไทย ระดับภาค ในวันนี้เป็นสิ่งที่นำมาซึ่งความภาคภูมิใจที่กรมการพัฒนาชุมชน ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์&amp;nbsp; และทุกภาคีเครือข่าย ได้มีโอกาสน้อมนำเอาแนวพระราชดำริในวิถีของการการวิจัยและพัฒนา หรือ R&amp;amp;D ผ้าไทยให้ได้รับการยกระดับ และคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อกระตุ้นให้พี่น้องกลุ่มทอผ้าทั้งหลาย ได้พัฒนาฝีมือ ค้นหาเทคนิควิธีการในการผลิตผ้าไทยให้ดีขึ้นเหมาะสมแก่การตัดเย็บเสื้อผ้าสมัยใหม่ เหนือล้ำไปกว่าการมุ่งหวังผลแพ้ชนะ คือการการสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์อุปถัมภ์แห่งศิลปาชีพไทย ที่ทรงริเริ่มนำหัตถกรรมพื้นถิ่น เสน่ห์ของงานฝีมือดั้งเดิม และวิถีชีวิตให้กลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้ชาวบ้านอย่างมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับจากนี้ ตลอดทั้งเดือนมิถุนายนจนถึงเดือนกรกฎาคม 2564 กรมการพัฒนาชุมชน จะมีการดำเนินการประกวดโดยเริ่มจากระดับภาค ไปสู่ระดับประเทศ ทั้งนี้ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในพื้นที่ภาคกลางเป็นจุดแรก จากนั้นไปภาคใต้ เป็นจุดที่ 2 ระหว่างวันที่ 13 - 14 มิถุนายน 2564 จังหวัดนครศรีธรรมราช จุดที่ 3 ภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 17 - 18 มิถุนายน 2564 จังหวัดเชียงใหม่ และสุดท้ายจุดที่ 4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุดรธานี ต่อด้วยการประกวดในรอบ Semi Final รอบตัดสิน 75 ผืนสุดท้าย ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ณ โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร และประกาศผลรอบตัดสิน 75 ผืนสุดท้าย ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 สำหรับการประกวดในระดับประเทศ รอบตัดสินรางวัล ดำเนินการ ระหว่างวันที่ 27 &amp;ndash; 29 กรกฎาคม 2564 ณ ทรูไอคอนฮอลล์ ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม กรมการพัฒนาชุมชน และสภาสตรีแห่งชาติ ในพระราชินูปถัมน์ ได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในการตัดสิน นับว่าเป็นสิ่งที่เป็นขวัญและกำลังใจอย่างยิ่งกับพี่น้องวงการผ้าไทย ปลุกกระแสวงการผ้าไหม ให้เกิดการสืบสาน รักษา ต่อยอด ภูมิปัญญาให้ดำรงเอกลักษณ์ไทยไว้ได้อย่างสมบูรณ์งดงาม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการพัฒนาชุมชน ขอน้อมนำพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการเพิ่มคุณค่า และมูลค่ายกระดับผลิตภัณฑ์ผ้าไทย ให้สามารถก้าวสู่ระดับสากล เพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน โดยพระราชทาน &amp;ldquo;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&amp;rdquo; และผ้าบาติกลายพระราชทาน ทั้ง 3 ลวดลาย เปรียบดังแสงสว่างแห่งวิถีความงดงามของอัตลักษณ์ไทย ส่งผ่านไปสู่พี่น้องประชาชน นำทางให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนเศรษฐกิจฐานราก อันเป็นพลังที่จะสืบสานความเป็นไทยให้คงอยู่สืบไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105951</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการพัฒนาชุมชน, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, กรมหม่อนไหม, กระทรวงมหาดไทย, การประกวดผ้าลายพระราชทาน, ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ, ท้องทะเลไทย, นางสาวรติรส ภู่วิภาดาวรรธน์, นายกุลวิทย์ เลาสุขศรี, นายชาย นครชัย, นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์, นายปราโมทย์ ยาใจ, นายภานุ แย้มศรี, นายศิริชัย ทหรานนท์, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, บรรณาธิการบริหารของนิตยสารโว้ก ประเทศไทย, ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน, ประธานสภาสตรีแห่งชาติ, ปาเต๊ะร่วมใจเทิดไท้เจ้าหญิง, ป่าแดนใต้, ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ผ้าบาติกลายพระราชทาน, ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ, พระราชทานลายผ้าบาติก, ลายกรอบตัว S, ลายคลื่นน้ำ, ลายดอกไม้โปรย, ลายพระอาทิตย์, ลายเรือกอ, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา, โครงการส่งเสริมภูมิปัญญาและพัฒนาศักยภาพผ้าไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210610/image_big_60c1f80bee60f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91786</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2021 19:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 10:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สวธ.-ม.ศิลปากร&#039;ผนึกกำลัง&#039;เปิดตำนานสุวรรณภูมิ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เพียงรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอย่างเข้มเข้น อีกทั้งยังเปิดหน้างานขยายความร่วมมือใหม่ๆ เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางศิลปวัฒนธรรมในทุกแพลตฟอร์ม &amp;nbsp; ล่าสุด กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) &amp;nbsp;กระทรวงวัฒนธรรม ได้ทำบันทึกข้อตกลง แลกเปลี่ยนความรู้กับสถาบันการศึกษาอย่างมหาวิทยาลัยศิลปากร &amp;nbsp;โดยเชิญชวนให้สถาบันการศึกษามาช่วยกันขับเคลื่อนงานศิลปวัฒนธรรม เพื่อสร้างความหลากหลายแง่มุมให้กับวงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม &amp;nbsp;เปิดเผยว่าทางสวธ.ได้ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางศิลปะและวัฒนธรรม กับ ผศ.ชัยชาญ &amp;nbsp;ถาวรเวช อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยมี อัจราพร พงษ์ฉวี รองอธิบดี สวธ. และ อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมลงนามเป็นพยาน เอ็มโอยูครั้งนี้มีหลายเป้าหมายที่น่าสนใจ เน้นการมีส่วนร่วมทางวัฒนธรรมของทุกภาคส่วน ส่งเสริมการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมให้มีศักยภาพและเผยแพร่มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมไทยสู่นานาชาติ เสริมสร้างความร่วมมือและพัฒนากิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมกัน &amp;nbsp;เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐเกี่ยวกับการพัฒนาทางด้านศิลปวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน &amp;nbsp; &amp;nbsp;กำหนดความร่วมมือระยะเวลา 3 ปี และอาจขยายเวลาความร่วมมือตามความเหมาะสมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ตามบันทึกความร่วมมือนี้ทางมหาวิทยาลัยศิลปากรจะดำเนินการบริหารจัดการโครงการด้านศิลปวัฒนธรรมเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนไปยังทุกภาคส่วน จัดกิจกรรมที่เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมกัน จะมีการทำงานใน 5 ด้าน ตั้งแต่แลกเปลี่ยนข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ต่อโครงการทางด้านศิลปวัฒนธรรมที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว ร่วมกันศึกษาแนวทางเพื่อพัฒนาโครงการศิลปวัฒนธรรมเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศในระดับนานาชาติ ศึกษาวิเคราะห์และรวบรวมข้อมูลพื้นฐานในการสร้างกิจกรรมทางด้านวัฒนธรรม และจับมือกันค้นหาแนวทางการแก้ไขปัญหาโครงการและกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมต่างๆ &amp;rdquo; ชายย้ำจุดยืนความร่วมมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดพื้นที่ส่งเสริมศิลปินไทยในระดับนานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝั่งมหาวิทยาลัยศิลปากร อาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร &amp;nbsp;เผยว่า เอ็มโอยูฉบับนี้เป็นอีกก้าวการพัฒนาและส่งเสริมความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม &amp;nbsp; มีโปรเจ็คสร้างสรรค์ที่ถือว่าเป็นโครงการใหญ่ ที่จะเกิดขึ้น &amp;nbsp;โดยทางมหาวิทยาลัยศิลปากรจะชวน สวธ. ศึกษา ค้นคว้า เจาะลึก และเผยแพร่เรื่องราวของดินแดนสุวรรณภูมิในมิติที่ครอบคลุมสังคมไทยและสังคมโลก &amp;nbsp; ซึ่งในฐานะที่ศิลปากรเป็นสถาบันการศึกษา ที่ดำเนินการเรียนการสอน ครอบคลุมทุกศาสตร์และทุกศิลป์ &amp;nbsp;จะนำจุดเด่นนี้มาต่อยอดเผยแพร่ความรู้เรื่องราวดินแดนสุวรรณภูมิ ปลุกการเรียนรู้ ขบคิด และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; เส้นทางศิลปะและวัฒนธรรมสุวรรณภูมิยังขาดการศึกษาค้นคว้าอย่างละเอียด เส้นทางวัฒนธรรมโบราณนี้เชื่อมโยงอินเดีย ศรีลังกา ไทย กัมพูชา และเวียดนาม &amp;nbsp;มีองค์ความรู้ด้านดนตรี ศิลปะ วัฒนธรรม วรรณกรรม และโบราณคดีที่สำคัญ &amp;nbsp;สุวรรณภูมิเป็นดินแดนสำคัญระดับโลก &amp;ldquo; อำมฤทธิ์ ย้ำอีกว่าเป้าหมายภารกิจที่ว่านี้ ทำให้ต้องมีการผนึกกำลังกันศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พัฒนาโครงการศิลปวัฒนธรรมมุ่งสู่ความเป็นเลิศในระดับสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกโปรเจ็กต์ ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์ที่ผลักดันให้เกิดศิลปินรุ่นใหม่ อ.อำมฤทธิ์ บอกว่า การส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมไทยไปต่างประเทศเป็นงานที่สำคัญ ย้อนไปปี 2562 โครงการสงขลา พาวิลเลี่ยน ศาลาใหม่ &amp;nbsp;เกิดขึ้นเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี กลุ่มศิลปินไทย รวมถึงตนร่วมผลักดันเพื่อเปิดพื้นที่แสดงผลงานศิลปินไทย และประสานกับ สวธ.นำผลงานศิลปินแห่งชาติร่วมแสดงนิทรรศการ Trans-Synthesis : ทวิลักษณ์และการข้ามผ่าน ด้วย จัดในช่วงเวลาเดียวกับงานเวนิส เบียนนาเล่ เทศกาลศิลปะระดับโลกที่มีผู้ชมนับแสนคน นำมาสู่ความร่วมมือฉบับนี้ &amp;nbsp;ซึ่งในการทำงานทั้งสองหน่วยงานในกรอบปี 64 อีกงานคือ การส่งเสริมกิจกรรมศิลปะของศิลปินระดับเยาวชน เริ่มจากคัดสรรนิสิตและนักศึกษาระดับอุดมศึกษาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ จากนั้นคัดเลือกผลงานที่โดดเด่นเพื่อจัดแสดงนิทรรศการที่ จ. สงขลา เมืองเก่าที่มีมรดกทางวัฒนธรรมมากมาย ต่อจากนั้นจะเชื้อเชิญศิลปินเยาวชนระดับภูมิภาคอาเซียนร่วมแสดงผลงานในนิทรรศการ &amp;nbsp;ตามแผนจะมีทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์โควิด ถ้าออฟไลน์จะต้องลงทะเบียนล่วงหน้า จำกัดจำนวนผู้ชม และลดความแออัดของกิจกรรม &amp;nbsp;ค้นหามิติใหม่แสดงงานไปด้วยกัน คาดว่าจะเริ่มเดือน มี.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; เดิมโครงการส่วนมากคัดศิลปินมืออาชีพ &amp;nbsp;ศิลปินรุ่นใหญ่ แต่ในความเป็นจริง ไม่มีใครย้อนกลับมาที่ตรงนี้จะเป็นจุดเริ่มต้น สร้างพื้นที่ให้เยาวชนได้พัฒนาศักยภาพ มีโอกาสทำงาน ก็เหมือนการแข่งขันกีฬาระดับเยาวชนเป็นเครื่องมือสร้างตัวจริงสู่ทีมชาติในอนาคต &amp;nbsp;โปรเจ็คนี้สร้างเยาวชนที่แข็งแกร่งสู่วงการ สร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจประเทศ&amp;rdquo; รองคณบดีฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แผนงานพัฒนาศิลปะและวัฒนธรรมด้วยองค์ความรู้ด้านการออกแบบ ซึ่งศิลปากรมีความโดดเด่นด้านนี้ รองอธิการบดี บอกว่า หาก สวธ.จะจัดมหกรรมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมตามภูมิภาคต่างๆ ทางมหาวิทยาลัยศิลปากร จะร่วมออกบูธแสดงผลงานออกแบบ ทั้งแฟชั่นเสื้อผ้า เครื่องประดับ งานคราฟ ฯลฯ เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านศิลปะร่วมสมัย หากสถาบันการศึกษาและชุมชนเครือข่ายวัฒนธรรมสนใจต่อยอด จะนำไปสู่การพัฒนาความร่วมมือเชิงพื้นที่ต่อไป &amp;nbsp;ตรงตามเป้าหมายเอ็มโอยูพัฒนาต่อยอดและสร้างการพัฒนาศิลปวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91786</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, ชัยชาญ  ถาวรเวช, ชาย นครชัย, นสพ.ไทยโพสต์, มหาวิทยาลัยศิลปากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL> https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210202/image_big_601936c8d3a67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2020 18:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2020 18:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาพิจารณ์&#039;ต้มยำกุ้ง&#039;ขึ้นมรดกโลกของยูเนสโก เห็นด้วยเป็นภูมิปัญญาโดดเด่น-ใช้สมุนไพรเพื่อสุขภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ - นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า ตามที่ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม(สวธ.)&amp;nbsp; กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้ผลักดันต้มยำกุ้งเข้าสู่บัญชีรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์การยูเนสโกต่อจากโขนและนวดไทย&amp;nbsp; ล่าสุด ได้มีการประชุมประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะทั้งทางตรงและทางอ้อมจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งชุมชนผู้ถือครองภูมิปัญญา ผู้ปฏิบัติ และผู้สืบทอด ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้ประกอบการ บริษัทผลิตอาหาร ร้านอาหาร&amp;nbsp; เพื่อให้ได้รับรู้ รับทราบ ยินยอม และเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำข้อมูล เอกสาร นำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พิจารณา ระหว่างเดือน พ.ย.- ธ.ค. นี้ จากนั้นจะนำเสนอต่อไปยังที่ประชุมคณะกรรมการร่วมระหว่างรัฐบาลเพื่อการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก ภายในเดือน มี.ค.&amp;nbsp; 2564
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาย กล่าวอีกว่า จากการประชาพิจารณ์ทุกฝ่ายได้เห็นพ้องในการเสนอต้มยำกุ้งเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ตามมาตรา 2 ของอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก ด้วยลักษณะธรรมเนียมและการแสดงออก การปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม และงานเทศกาล ตลอดจนความรู้และการปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล โดยต้มยำกุ้งเป็นภูมิปัญญาการทำอาหารที่ได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นอย่างต่อเนื่องของชุมชนภาคกลางที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ ซึ่งมีวัฒนธรรมการบริโภคอาหารผ่านการสังเกตและเรียนรู้จากธรรมชาติ โดยนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาสร้างสรรค์ให้เป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ที่สำคัญได้มีการนำเสนอถึงสมุนไพรไทย องค์ประกอบสำคัญของการปรุงอาหารต้มยำกุ้ง ได้แก่ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พริก และมะนาว ซึ่งนิยมปลูกตามพื้นที่ว่างภายในบริเวณบ้านหรือตามสวนไร่นาแบบวิถีไทย สมุนไพรเหล่านี้มีสรรพคุณช่วยบำบัดรักษาอาการเจ็บป่วยหรือความผิดปกติของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงเปลี่ยนฤดูกาลซึ่งร่างกายมักจะมีไข้ ปวดเมื่อย ครั่นเนื้อครั่นตัว การได้รับประทานต้มยำกุ้งซึ่งมีสมุนไพรจะช่วยให้เลือดลมหมุนเวียนดี และปรับสมดุลร่างกายให้ธาตุทั้งสี่เดินเป็นปกติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; &amp;nbsp;สูตรต้มยำกุ้งยังสามารถประยุกต์ได้มากมายเพื่อตอบสนองต่อสภาพทางภูมิศาสตร์ วิถีชีวิต และรสนิยมทางอาหารที่แตกต่างกันไปของคนกลุ่มต่างๆ จนต้มยำกุ้งเป็นที่รู้จักและยอมรับของคนทั่วโลก อย่างไรก็ตาม หากต้มยำกุ้งได้รับการขึ้นทะเบียนจะส่งผลให้เกิดการสืบสานและพัฒนายกระดับอาหารไทยสู่สากล สร้างความภาคภูมิใจ และสร้างรายได้ให้แก่อุตสาหกรรมอาหารที่เกี่ยวข้องในทุกระดับ ตั้งแต่ชุมชน ผู้ประกอบการ ร้านอาหาร ผู้ผลิต และผู้ส่งออกวัตถุดิบ&amp;rdquo; นายชาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครดิตภาพ : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81374</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, ชาย นครชัย, เสนอต้มยำกุ้งขึ้นมรดกโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201021/image_big_5f900c3662de7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 13:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 13:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วธ.เตรียมดัน&#039;ผ้าทอไทย&#039;ขึ้นทะเบียนยูเนสโก ปลุกนักวิจัยสร้างนวัตกรรมเส้นด้ายโดนใจตลาด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ -&amp;nbsp; กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จัดประชุมวิชาการทางวัฒนธรรมแห่งชาติ วิจัยวัฒนธรรม ครั้งที่ 10 &amp;nbsp;&amp;ldquo;นวัตศิลป์ ถิ่นผ้า ในวิถีวัฒนธรรม&amp;rdquo; ที่อาคารนวัตกรรม ศ.ดร.สาโรช บัวศรี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กรุงเทพฯ โดยมี นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธาน &amp;nbsp; โอกาสนี้ นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม รศ.ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ และผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เรื่องผ้าไทย ร่วมงาน โดยการจัดประชุมดำเนินการตามมาตรการรักษาการเว้นระยะห่างทางสังคมในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วธ. กล่าวว่า ผ้าของไทยเป็นมรดกภูมิปัญญาที่มีคุณค่าของคนไทย ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงพระวิริยะอุตสาหะส่งเสริมและสนับสนุนให้ผ้าทอจากภูมิปัญญาและฝีมือของคนไทยเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก อีกทั้งทรงโปรดให้ให้ช่างทอผ้าเข้าเฝ้าและพระราชทานคำแนะนำต่างๆพัฒนาผ้าทอให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า สามารถสร้างรายได้ และเป็นอาชีพเสริมแก่ครอบครัว ทรงรับซื้อผ้าทอของราษฎรด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ทรงเป็นผู้นำการใช้ผ้าทอของไทยในทุกโอกาส ทั้งการเสด็จพระราชดำเนินประกอบพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ และโปรดให้ข้าราชบริพารใช้ด้วยเพื่อช่วยเหลือและส่งเสริมให้ราษฎรมีรายได้เพิ่มขึ้น ทรงโปรดเกล้าฯ ให้นำผลิตภัณฑ์ผ้าทอและศิลปหัตถกรรมไทยโครงการศิลปาชีพไปจัดแสดงในกิจกรรมและงานเทศกาลทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้ผ้าทอจากฝีมือคนไทยเป็นที่ประจักษ์และได้รับการยกย่องว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความสวยงามและมีอัตลักษณ์ที่โดดเด่นไม่แพ้ชาติใดในโลก วธ.ดำเนินรอยตามเบื้องพระยุคลบาท  ทำโครงการอนุรักษ์ ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาการทอผ้า&amp;nbsp; สนับสนุนให้ชุมชนสร้างสินค้าทางวัฒนธรรมที่เรียกว่า CPOT (Cultural Product of Thailand) สนับสนุนให้นักออกแบบรุ่นใหม่นำผ้าทอจากภูมิปัญญาของคนไทยมาออกแบบตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าตามแฟชั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; วธ. ประกาศขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติที่เกี่ยวกับผ้าหลายรายการ และจะพยายามผลักดันให้รายการผ้าทอของไทยได้ขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโกด้วย ปัจจุบันผ้าผืนและเส้นด้ายของไทยได้กลายเป็นสินค้าส่งออกของประเทศที่สำคัญ ข้อมูลของกรมการค้าระหว่างประเทศปี 2562 ระบุว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าผ้าผืนและเส้นด้ายของไทยประมาณ 15,000 ล้านบาท ไทยสามารถขยายมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นได้อีกด้วยการเน้นการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าผืนและเส้นด้ายให้ตรงกับความต้องการของตลาดผู้บริโภค เช่น ทำอย่างไรให้เส้นใยผ้ามีความแข็งแรงคงทน ทำอย่างไรให้มีสีย้อมผ้าซึ่งได้จากวัตถุดิบธรรมชาติที่ให้เฉดสีที่หลากหลาย ย้อมแล้วไม่ตกสี หรือทำอย่างไรให้ผืนผ้ามีลวดลายที่ดึงดูดใจของผู้ซื้อ เป็นต้น ซึ่งประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้เป็นความท้าทายที่อยากจะเชิญชวนนักวิจัยทุกท่านมาทำการศึกษาเพื่อพัฒนาหรือสร้างนวัตกรรมให้กับวงการผ้าทอของไทยให้ก้าวไกล &amp;quot; นายอิทธิพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมวิชาการทางวัฒนธรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อน้อมระลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาผ้าทอชนิดต่าง ๆ ของท้องถิ่นไทย จนทำให้ผ้าไทยเป็นที่รู้จักและนิยมอย่างแพร่หลาย และเพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยที่ได้รับทุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และหน่วยงานสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ให้เป็นที่รับรู้แก่สาธารณะและนำไปใช้ประโยชน์ เช่น งานวิจัยองค์ความรู้ภูมิปัญญาผ้าปักของกลุ่มชาติพันธุ์ อิ้วเมี่ยน ม้ง และอาข่าในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ที่ถ่ายทอดให้ชุมชน ส่งต่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ และตระหนักคุณค่า หวงแหนองค์ความรู้กลุ่มชาติพันธุ์ตนเอง แล้วยังมีงานวิจัยการออกแบบลวดลายเรขศิลป์บนผ้าภูอัคนีที่สะท้อนอัตลักษณ์วัตถุธรรม วัดเขาพระอังคารเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และงานวิจัยผ้ายก ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	
		
			&amp;nbsp;
			&amp;nbsp;
		
	


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74418</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, ชาย นครชัย, ผ้าทอไทย, อิทธิพล คุณปลื้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f362d6aa121f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
