<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106974</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2021 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2021 14:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุทยานฯพร้อมซ่อมแซมบ้านชาวบ้านโดนช้างป่าบุกพังครัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.64-เพจประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โพสต์ข้อความระบุว่า จากกรณีช้างป่าเข้าพังครัวชาวบ้านตามที่มีการแชร์ในสื่อออนไลน์ เบื้องต้นนายสัตวแพทย์ ภัทรพล มณีอ่อน นายสัตว์แพทย์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ประสานไปยังเจ้าของบ้านที่ได้รับความเสียหายดังกล่าว และลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือก่อนในเบื้องต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้ก็เคยเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้ ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติฯ ก็ได้ร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่เข้าช่วยเหลือ และในครั้งนี้ มี อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ฉก.จงอางศึก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมหารือเพื่อช่วยเหลือเยียวยา ก่อนที่จะเข้าซ่อมแซมบ้านเรือนผู้ได้รับความเสียหายโดยเร็วที่สุด
สำหรับสาเหตุที่ช้างเข้ามาพังห้องครัวในครั้งนี้เนื่องจากได้กลิ่นอาหาร ช้างเป็นสัตว์กินพืชจึงต้องการแร่ธาตุจากความเค็ม ที่จำเป็นต่อร่างกาย จึงออกหาแร่ธาตุมาทดแทน ทั้งนี้ได้สร้างความรู้ความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ รวมถึงแนวทางในการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับชาวบ้านและช้างต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106974</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ, ช้างป่า, พังบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210620/image_big_60cef14123759.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79409</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2020 20:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2020 20:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ท็อป&#039;บุก&#039;ถ้ำนาคา&#039; ลั่นใครทำลายธรรมชาติ ส่งดำเนินคดีทาง กม.-สั่งปิดถ้ำทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 3 ต.ค.&amp;nbsp; -&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้บริการระดับสูงของกระทรวง ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)&amp;nbsp; มอบแนวทางการป้องกัน ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู (หินสามวาฬ) และถ้ำนาคา อุทยานแห่งชาติภูลังกา พร้อมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ณ จังหวัดบึงกาฬ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานรองรับนักท่องเที่ยวบริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู (หินสามวาฬ) และมอบนโยบายเรื่องการป้องกันดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหินสามวาฬ โดยเน้นย้ำการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อรักษาความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจากนั้น นายวราวุธ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ติดตามการซ่อมแซมถ้ำนาคา&amp;nbsp;โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับกรมทรัพยากรธรณี ได้ดำเนินการซ่อมแซมรอยขีดเขียนด้วยสี ถ่าน และรอยเซาะร่องเป็นตัวหนังสือบนผนังถ้ำนาคาด้วยวิธีการประยุกต์ใช้หลักการอนุรักษ์และซ่อมแซมซากดึกดำบรรพ์ รวมดำเนินการไปแล้วจำนวน 92 จุด โดยใช้ตัวทำละลายและตัวเชื่อมประสาน ซึ่งสามารถลบร่องรอยออกจนหมด อาทิ การนำหินชนิดเดียวกันมาบดเป็นผงทรายเติมตัวเชื่อมประสาน นำไปอุดร่องหินที่ถูกเซาะทำลาย พร้อมตกแต่งผิวให้มีสภาพใกล้เคียงกับพื้นผิวหินเดิมมากที่สุด หลังจากนั้นจะให้กระบวนการทางธรรมชาติฟื้นฟูตัวเองให้มีสภาพสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทส. ได้จัดทำมาตรการเร่งด่วนเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวและป้องกันผลกระทบที่เกิดจากการท่องเที่ยว เช่น จัดเจ้าหน้าที่ประจำเส้นทาง การติดตั้งกล้อง NCAPS การติดตั้งป้ายสื่อความหมาย และการจัดทำแนวกั้นระหว่างเส้นทางเดินและผนังถ้ำ รวมทั้งให้ประชาชนในพื้นที่เป็นมัคคุเทศก์ท้องถิ่น เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน พร้อมมีกฎระเบียบการท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติที่นักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ในการรักษาสภาพธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของถ้ำนาคา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การนี้ นายวราวุธเน้นย้ำหากเกิดเหตุการณ์ทำลายถ้ำนาคาอีกครั้งจะดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้กระทำความผิด นอกจากนี้ ได้เตรียมแผนการเปิดการท่องเที่ยวถ้ำนาคาให้ประชาชนได้เข้าไปเที่ยวชมความสวยงามของธรรมชาติอีกครั้ง โดยเน้นการท่องเที่ยวควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งหากถ้ำนาคาได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยว นายวราวุธจะสั่งปิดถ้ำนาคาทันที เพื่ออนุรักษ์ให้ถ้ำนาคาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดบึงกาฬต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79409</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพยากรธรณี, กรมอุทยานแห่งชาติ, จังหวัดบึงกาฬ, ถ้ำนาคา, ทส., ท็อป วราวุธ, นสพ.ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201003/image_big_5f787e051da8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72729</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2020 18:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2020 17:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุทยานแห่งชาติ ฯ เปิดโครงการฯ ปลูกป่า ป้องกันไฟป่าทั่วประเทศ ร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน จัดทำโครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า ขึ้น เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขแก่ราษฎร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยในวันที่ 26 กรกฎาคม 2563 ได้มีพิธีเปิดโครงการฯ อย่างเป็นทางการ ณ บริเวณป่าบ้านดงนคร เขตอุทยานแห่งชาติดอยหลวง สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) มี &amp;nbsp;นายธัญญา เนติธรรมกุล &amp;nbsp;อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นประธานเปิดงาน และนายจงคล้าย &amp;nbsp;วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวรายงาน มีผู้บริหารส่วนงานต่างๆ และจิตอาสากว่า 1,200 คนเข้าร่วมงาน ซึ่งจะมีการปลูกป่าบนพื้นที่ 100 ไร่ ด้วยการน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการปลูกฟื้นฟูป่าด้วยพันธุ์ไม้ท้องถิ่นมาดำเนินการประกอบด้วย สัก ประดู่ พะยูง หว้า ยางนา ตะเคียนทอง อินทนิลน้ำ กฤษณา มะชัก มะไฟ เสี้ยว มะเกี๋ยง มะขาม คูณ มะกอกน้ำ ขี้เหล็ก มาปลูกโดยเลียนแบบป่าธรรมชาติ &amp;nbsp;พร้อมทำแผงดักหมอกในช่วงกลางคืนและเป็นร่มเงานในเวลากลางวันเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ต้นไม้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช &amp;nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยสำนักงานสนองงานพระราชดำริ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์พืช จะดำเนินการโครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า พร้อมประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งประชาชนจิตอาสา ร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 68 พรรษา 28 กรกฎาคม 2563 และฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธารที่เสื่อมโทรม นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และลดปัญหาการบุกรุกทำลายป่า ให้สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์ ทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 2.68 ล้านไร่ ใน 76 จังหวัด จำนวน 20,000 ต้น พร้อมจัดทำฝายชะลอความชุ่มชื้น จำนวน &amp;nbsp;3 แห่งในพื้นที่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันที่ 24 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมาได้มีพิธีเปิดโครงการฯ อย่างเป็นทางการ &amp;nbsp;ณ บริเวณบ้านด่านโง เขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี พื้นที่ 10 ไร่ &amp;nbsp;ณ บริเวณบ้านควนชิง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง พื้นที่ 10 ไร่ &amp;nbsp;วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 ณ บริเวณบ้านนางอย เขตอุทยานแห่งชาติภูผายล จังหวัดสกลนคร พื้นที่ 17 ไร่ และวันที่ &amp;nbsp;26 กรกฎาคม 2563 ณ บริเวณป่าบ้านดงนคร เขตอุทยานแห่งชาติดอยหลวง จังหวัดเชียงราย พื้นที่ 100 ไร่
จากนั้นหน่วยงานโครงการพระราชดำริ อุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช &amp;nbsp;จะดูแลบำรุงรักษาต้นไม้ที่ปลูกต่อไปอีก 3-5 ปี &amp;nbsp;พร้อมป้องกันไฟป่าและหากต้นไม้ที่ปลูกตายจะทำการปลูกเสริมใหม่ เพื่อให้ต้นไม้จริญเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ได้ตามธรรมชาติ &amp;nbsp; อันจะเอื้อประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมให้แก่ระบบนิเวศน์ของพื้นที่และประชาชนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72729</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ, ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200728/image_big_5f2004af49026.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61069</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯจี้ผู้ว่าฯ ดับไฟดอยสุเทพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ไฟป่าไหม้อุทยานดอยสุเทพ-ดอยปุย ล่วงเข้าวันที่ 3 ยังไม่มีทีท่าจะสงบ ทั้งที่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายร่วมกับชาวบ้านออกสกัดทั้งวันทั้งคืน นายกฯ ห่วงสถานการณ์ สั่ง ทบ.และกระทรวงทรัพยากรส่ง ฮ.บรรทุกน้ำไปช่วย ชี้เหตุมาจากคนจุดไฟเผา เชียงใหม่จมฝุ่น PM 2.5 ค่าสูงแตะ 1 พันไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เชียงรายก็ย่ำแย่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ขณะนี้ได้เกิดไฟป่าที่ดอยสุเทพขยายวงกว้างติดต่อกันหลายวันแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ทั้งจากกรมอุทยานแห่งชาติ อส. หน่วยกู้ภัย ทหารและชาวบ้านจะช่วยกันเข้าสกัดไฟทั้งวันทั้งคืน แต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมได้ บางจุดดับลง แต่กลับปะทุขึ้นใหม่อีกหลายรอบ ส่วนหนึ่งนอกจากอุปสรรคด้านสภาพภูมิประเทศที่เป็นเขาสูงแล้ว เชื้อไฟจากเศษซากใบไม้กิ่งไม้แห้ง ความแห้งแล้ง รวมไปถึงกระแสลม ทำให้ไฟป่าลุกโหมไหม้ขึ้นมาอีก ทั้งเขตรอยต่อของอำเภอเมืองและอำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่แนวป่าของตำบลแม่เหียะ อ.เมือง และตำบลบ้านปง อ.หางดง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพถ่ายจากกลุ่มโดรนจิตอาสาพบว่า เมื่อวันพุธเกิดไฟป่าลุกลามต่อเนื่องมาถึงด้านหลังวัดดอยคำ จนเกิดภาพเปลวไฟโอบล้อมด้านหลังวัดพระธาตุดอยคำ และด้านหน้าคือตัวเมืองเชียงใหม่ที่อยู่ด้านล่าง จนชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ต่างร้องขอให้ใช้เฮลิคอปเตอร์ หรือเครื่องบินในการช่วยโปรยน้ำสกัดไฟป่าร่วมกับการทำงานของภาคพื้นดิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. วันที่ 26 มีนาคมนี้ จังหวัดเชียงใหม่ได้ประสานขอกำลังทีมโดรนอาสาบินสำรวจเพื่อชี้พิกัดให้เฮลิคอปเตอร์ MI-17 จากกองทัพบก ในการเข้าดับไฟ รวมทั้งจะนำเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อ รวม 3 ลำ ช่วยสนับสนุนในภารกิจด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันเดียวกัน จังหวัดเชียงใหม่ตรวจพบจุดฮอตสปอต ระบบ VIIRS ตามข้อมูล GISTDA จำนวน 286 จุด ในพื้นที่ 19 อำเภอ 53 ตำบล ลุกลามจากจุดเดิมรอบบ่ายวันที่ 25 มี.ค. 16 จุด โดยไฟไหม้ป่าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาเกือบ 1 สัปดาห์ พบว่าควันไฟจากไฟป่าลอยเข้ามาสะสมในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นแอ่งกระทะ จนค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานมาอยู่ในระดับวิกฤติ แม้บางช่วงของวันจะมีกระแสลมช่วยพัดผ่าน แต่พอกลางคืนอากาศเย็นที่กดทับทำให้เกิดการสะสมตัวของฝุ่นควันอีก ซึ่งวันที่ 26 มี.ค. ข้อมูลจากแอปพลิเคชัน AirCMI ของจังหวัดเชียงใหม่รายงานว่า ค่าฝุ่น PM 2.5 ในตัวเมืองเชียงใหม่เมื่อเวลา 07.00 น. พุ่งสูงถึง 1,000 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามสถานการณ์ไฟไหม้บนอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยความห่วงใย พร้อมสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ลงพื้นที่บัญชาการแก้ไขสถานการณ์บริเวณจุดเกิดเหตุไฟไหม้บนอุทยานแห่งชาติ ดอยสุเทพ-ดอนปุย อย่างใกล้ชิด เบื้องต้นช่วงเช้าวันที่ 26 มี.ค.63 มีการรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานและประชาชนร่วมกันเข้าไปดับไฟบริเวณที่เกิดเหตุ แต่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้เป็นวงจำกัด นายกรัฐมนตรีจึงได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยและกองทัพเร่งจัดกำลังสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจดับไฟ รวมทั้งให้นำเฮลิคอปเตอร์ MI-17 ของกองทัพบก และเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าไปช่วยสนับสนุนภารกิจเพื่อทำการดับไฟซ้ำด้วยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขอให้เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว รวมถึงประชาชนที่ไม่มีกิจจำเป็น อยู่บ้านหรือในที่พัก เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสฝุ่นละอองและมลพิษต่างๆ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ร่วมกับทหารทุกหน่วย และประชาชน ได้ช่วยกันดับไฟที่ลุกไหม้ติดต่อกัน 3 วัน จนสามารถควบคุมไฟป่าได้บางจุดให้อยู่ในวงจำกัด ยกเว้นบริเวณพื้นที่หอดูดาวดอยสุเทพ (กม.17) และดอยหัวหมูบ้านม้งดอยปุย ไฟป่ายังลุกไหม้อยู่ จึงส่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดับไฟแล้วกว่า 60 นาย ภาพรวมประเมินเกิดความเสียหายรอบใหม่ประมาณ 200 ไร่ ส่วนใหญ่เกิดไฟไหม้ช่วงพื้นที่ล่างและต้นไม้ใหญ่ไม่ได้รับความเสียหายจากไฟป่า สาเหตุเกิดจากมีคนลักลอบจุดไฟในเขตป่าแล้วลุกลามเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว เนื่องจากกระแสลมแรงยิ่งพัดให้ลูกไฟสูงแล้วกระโดดไหม้กระจายไปตามพื้นที่อื่นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษรายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ ประจำวันที่ 26 มีนาคมนี้ เวลา 14.00 น. พบว่าพื้นที่ที่มีค่าฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน (ไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชียงราย ต.เวียง อ.เมือง 118 มคก./ลบ.ม. ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 228 มคก./ลบ.ม., เชียงใหม่ ต.ช้างเผือก อ.เมือง 101 มคก./ลบ.ม. ต.ศรีภูมิ อ.เมือง 91 มคก./ลบ.ม.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม 62 มคก./ลบ.ม. ต.สุเทพ อ.เมือง 114 มคก./ลบ.ม. ประตูท่าแพ อ.เมือง 74 มคก./ลบ.ม. ต.เมืองคอง อ.เชียงดาว 143 มคก./ลบ.ม., ลำปาง ต.พระบาท อ.เมือง 72 มคก./ลบ.ม. ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ 63 มคก./ลบ.ม. ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ 62 มคก./ลบ.ม. ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ 60 มคก./ลบ.ม., แม่ฮ่องสอน ต.จองคำ อ.เมือง 135 มคก./ลบ.ม., น่าน ต.ในเวียง อ.เมือง 68 มคก./ลบ.ม. ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;95 มคก./ลบ.ม., แพร่ ต.นาจักร อ.เมือง 54 มคก./ลบ.ม., พะเยา ต.บ้านต๋อม อ.เมือง 81 มคก./ลบ.ม., ตาก ต.แม่ปะ อ.แม่สอด 80 มคก./ลบ.ม., กำแพงเพชร ต.ในเมือง อ.เมือง 58 มคก./ลบ.ม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61069</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ, ขยายวงกว้าง, อุทยานดอยสุเทพ, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไฟป่า, ไฟป่าไหม้อุทยานดอยสุเทพ-ดอยปุย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200326/image_big_5e7cb2e92e40b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55546</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2020 19:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2020 19:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สวนเสือศรีราชา&#039; ยุติโชว์แม่เสือเลี้ยงลูกหมู หลังถูกร้องทารุณสัตว์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.63 - นายเผด็จ ลายทอง ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายนริศ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารการปกครอง อำเภอศรีราชา นายชวนะ ทองเย็น ปศุสัตว์อำเภอศรีราชา ได้ร่วมกันตรวจสอบกรณีมีผู้ร้องเรียนว่าเกิดการทารุณกรรมสัตว์ โดยนำลูกหมูไปขังไว้ในกรงเสือ ที่สวนเสือศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับนักท่องเที่ยวอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่าที่เกิดเหตุเป็นห้องโชว์เสือพี่เลี้ยง โดยจัดให้มีการแสดงการอยู่ร่วมกันของเสือและหมู โดยเสือที่เลี้ยงชื่อสายไหม อายุ 1 ปี 9 เดือน ส่วนลูกหมูอายุประมาณ 2 เดือน จำนวน 2 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามข้อมูลจากนายมะตอเฮ เจะอาแว ผู้จัดการฝ่ายสวนสัตว์ สวนเสือศรีราชา ได้ให้ข้อมูลว่าการแสดงโชว์นี้มีเป็นระยะเวลานานแล้ว และหมูไม่ได้เป็นอันตรายแต่อย่างใด คลิปที่ออกไปเป็นการเล่นกันของเสือและหมู โดยเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปตรวจสอบได้ชี้แจงให้เห็นถึงความไม่เหมาะสมและภาพที่นำเสนอออกไปอาจเข้าข่ายทารุณกรรมสัตว์ได้ ซึ่งทางสวนเสือศรีราชาก็ได้ยกเลิกการแสดงโชว์ดังกล่าวทันที และทำการแยกหมูออกจากห้องแสดงโชว์เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;สวนเสือศรีราชา Sriracha Tiger Zoo&amp;quot; โพสต์ข้อความว่า &amp;quot;ประกาศปิด สายไหมแม่เสือเลี้ยงลูกหมู สวนเสือศรีราชา ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 08.00 น. วันที่ 26 ม.ค.63 ทางคณะผู้บริหารได้มีคำสั่งให้ปิดการแสดงในส่วนของแม่เสือเลี้ยงลูกหมูตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และขออภัยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ลูกหมูปลอดภัยสบายดีทุกตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55546</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ, จังหวัดชลบุรี, ทารุณสัตว์, ปศุสัตว์อำเภอศรีราชา, ร้องเรียน, สวนเสือศรีราชา, แม่เสือเลี้ยงลูกหมู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200126/image_big_5e2d7f497c2b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2020 16:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2020 16:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หน่วยพญาเสือ&#039; ลุยยึดที่นายทุนรุกอุทยานฯดอยสุเทพ-ปุย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ม.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าชุดหน่วยพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมกันเข้าตรวจสอบพื้นที่นายทุนบุกรุก ยึดถือ ครอบครองภายในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ที่บริเวณบ้านช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 2 แปลง​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แปลงแรกที่ร้านกาแฟนีโอ คาเฟ่ บ้านเลขที่ 116/23 หมู่ที่ 1 ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ บุกรุกอุทยานฯดอยสุเทพ-ปุย เพื่อประกอบกิจการ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ พบนางสาวบุศรารัตน์ เรือนแก้ว​ ลูกจ้างร้านบอกว่า ร้านกาแฟแห่งนี้มีนายต่อศักดิ์ ลักษณ์ศิริ อายุ 46 ปี เป็นเจ้าของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดินแต่อย่างใด โดยมีราษฎรแจ้งครอบครองที่ดินเพื่อรอการพิสูจน์สิทธิ์ตามมติ ครม. 30 มิ.ย. 2541 เนื้อที่ 1-0-19 ไร่ ในชื่อ​ นางสุดาพร​ ลักษณ์ศิริ​ และได้ใช้เครื่องมือตรวจวัดพิกัดจากดาวเทียมความละเอียดสูง (GNSS) ยี่ห้อ Hemisphere S321 ตรวจวัดพื้นที่ที่ยึดถือครอบครอง โดยมี น.ส.บุศรารัตน์ ซึ่งรับมอบอำนาจจากนายต่อศักดิ์ เป็นผู้นำชี้พื้นที่ เนื้อที่ 1-1-97.6 ไร่ พบว่าครอบครองเนื้อที่เกิน 0-2-03 ไร่ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการบุกรุกป่าใหม่ เพิ่มจากพื้นที่ทำกินเดิม จึงทำการตรวจยึดคืนผืนป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเข้าแปลงที่สองตรวจสอบร้านตัดผม ร้านกาแฟ ชื่อร้าน &amp;ldquo;Wild Coffee and Bristro&amp;rdquo; เลขที่ 259/2 หมู่ที่ 1 ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ มีการแจ้งครอบครองที่ดินเพื่อรอการพิสูจน์สิทธิตามครม. 30 มิ.ย. 41 แปลง CN 55 ในชื่อของนางพรรณลักษณ์ (วิวรณ์) วาณิชบำรุง เนื้อที่ 1-0-30 ไร่ พบกับนายอนุพงษ์ หลักมั่น เป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์และประกอบธุรกิจ พร้อมทั้งเป็นผู้นำตรวจสอบพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่ดังกล่าวไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดินแต่อย่างใด​ ซึ่งนายอนุพงษ์ เจ้าของกิจการ และนางธัญญ์ฐิตา มนัสรัตนพงศ์ (ผู้ขอใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) ไม่ใช่ทายาทโดยชอบธรรม ของนางพรรณลักษณ์ (วิวรณ์) วาณิชบำรุง ถือเป็นการโอนสิทธิหรือซื้อขายที่ดิน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงผู้ครอบครองทำประโยชน์ ในที่ดินแปลงสำรวจถือครองตามมติ ครม. 30 มิ.ย.41&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำของผู้ครอบครองพื้นที่ปัจจุบันทั้ง 2 แปลง เป็นการทำผิดเงื่อนไขตามมติ ครม. 30 มิ.ย. 41 และกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ จึงได้จัดทำบันทึกแจ้งความกล่าวโทษและตรวจยึดพื้นที่ จำนวน 2 แปลง รวมเนื้อที่ 2-2-1.7 ไร่ นำเรื่องกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54721</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ, หน่วยพญาเสือ, อุทยานฯดอยสุเทพ-ปุย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200116/image_big_5e20209a57352.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2019 08:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2019 08:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศูนย์เฝ้าระวังช้างป่าเตือนภัยล่วงหน้า อีกขั้นความสำเร็จ &quot;กุยบุรีโมเดล&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในหลวงร.9 ทรงมีพระราชดำริให้คนกับช้างสามารถอยู่ร่วมกันได้

เมื่อช่วง 20กว่าปีก่อน ช้างป่าที่กุยบุรี ประจวบคีรีขันธ์ กับคนในพื้นที่กลายเป็นศัตรูเข่นเคี่ยวกัน เพราะช้างออกจากป่ามาทำลายพืชไร่ กินสับปะรดที่ชาวบ้านปลูก สร้างความเสียหายให้ชาวไร่ &amp;nbsp;จนปี . 2540ช้างป่าจำนวน 2 ตัว เสียชีวิต หนึ่งตัวได้รับสารพิษจากการทำไร่สับปะรดบริเวณพื้นที่บ้านรวมไทยหมู่ที่ 7 ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี และอีก 1 ตัว ถูกยิงเสียชีวิตและ ยังถูกเผาทิ้งด้วยยางรถยนต์บริเวณบ้านพุบอน หมู่ที่ 8 ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรีเนื่องจากเข้ามากินสับปะรดที่ชาวบ้านปลูกไว้&amp;nbsp;
เหตุการณ์ช้างป่าเสียชีวิตทั้ง 2ตัว ทำให้พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร&amp;quot; ในหลวง ร. 9 &amp;nbsp;ทรงมีพระราชดำริเมื่อวันที่19 มิ.ย. 2540 ว่า &amp;ldquo;ให้ดำเนินการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าบริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีโดยใช้รูปแบบในการฟื้นฟูเช่นเดียวกับการดำเนินงานของโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯจังหวัดเพชรบุรี และโครงการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มฯ จังหวัดราชบุรี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ต่อมาทรงมีพระราชดำริเมื่อวันที่&amp;nbsp;29พ.ค. 2541 ว่า ให้ปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูกโดยปล่อยให้ขึ้นเองตามธรรมชาติซึ่งจะทำให้ประหยัดงบประมาณไปได้มาก &amp;nbsp; ให้ปลูกสับปะรดที่คุณภาพไม่จำเป็นต้องดีนักสำหรับเป็นอาหารช้าง &amp;nbsp;เพื่อให้คนและช้างสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุข &amp;nbsp;ทรงแนะให้ดึงชาวบ้านมาช่วยดูแลพืชอาหารช้างพร้อมทั้งให้ค่าตอบแทนกับชาวบ้าน หรือไม่มีที่พักให้จัดที่พักอาศัยให้โดยไม่ต้องแพงนักและให้ปลูกผักสวนครัวในพื้นที่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ ยังทรงแนะให้มีการฟื้นฟูป่า ให้สมบูรณ์ขึ้น เพื่อแก้ปัญหาไม่ให้ช้างป่าออกมาหากินภายนอก &amp;nbsp;และยังทรงมีพระราชดำริอีกหลายครั้ง เกี่ยวกับการแก้ปัญหาช้างป่า แต่ครั้งสำคัญคือ ทรงมีพระราชริเมื่อวันที่5 กรกฎาคม พ.ศ. 2542ความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; ช้างควรอยู่ในป่า เพียงแต่ต้องทำให้ป่านั้นมีอาหารช้างให้เพียงพอการปฏิบัติ คือ ให้ไปสร้างอาหารในป่าเป็นแปลงเล็ก ๆ และกระจาย &amp;nbsp;กรณีช้างออกมาที่ชายป่า ต้องให้ความปลอดภัยกับช้างบ้าง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จากแนวพระราชดำริ ทำให้เป็นที่มาของโครงการอนุรักษ์ช้างป่ากุยบุรี ที่ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2542-2558 ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพปาสงวนแห่งชาติปากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (2542-2549) &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีโครงการอนุรักษ์ ตามมาอีก 2 โครงการ ซึ่งเป็นการขยายผลจากโครงการพระราชดำเริ&amp;nbsp;ได้แก่ โครงการ&amp;quot;ช้างป่า...บ้านพ่อ&amp;quot; (2553-2555) และ พันธะสัญญาเทือกเขาตะนาวศรี 2555 &amp;nbsp;
นอกจากนี้ยังมีการดำเนินงานต่อเนื่องของมูลนิธิช้างป้า...บ้านพ่อ 2555 ,โครงการ POWER of Kuiburi แผนยุทธศาสตร์&amp;quot;คน ข้าง ป้า&amp;quot; (2556 - 2556) &amp;nbsp; แผนยุทธศาสตร์ &amp;quot;คนข้าง ป้า&amp;quot;ระยะที่สอง ( 2556- 2558)ครอบคลุม3ยุทธศาสตร์ หลัก 11 กลยุทธ์ 22 กิจกรรม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนผังแปลงหญ้าที่ปลูกกระจายในป่า ตามแนวพระราชดำริ เพื่อให้ช้างมีแหล่งอาหารไม่ต้องออกจากป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จนมาถึงวันนี้ โครงการให้ช้างอยู่ร่วมกับคน หรือคนอยู่ร่วมกับช้าง หรือที่เรียกว่า&amp;quot;กุยบุรีโมเดล&amp;quot;นับว่าประสบความสำเร็จ สามารถลดปัญหาความขัดแย้ง ระหว่างคนกับช้างได้ ช้างออกมาทำลายพืชผลทางการเกษตรในพื้นให้น้อยลง ซึ่งช่วยทำให้ชาวบ้านมีทัศนะคติต่อช้างป่าดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในปี2560 มีการตั้งศูนย์เฝ้าระวังช้างป่าด้วยระบบเตือนภัยล่วงหน้า ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จับมือ กลุ่มบริษัททรู และองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล ประเทศไทย (WWF) &amp;nbsp;WWF โดยนำเทคโนโลยี IOT นำเทคโนโลยี IOT เสริมศักยภาพการบริหารจัดการลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยกลุ่มทรูได้ประยุกต์ใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีการสื่อสารร่วมกับการใช้กล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ (camera trap) และพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning System) ในคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนแบบเรียลไทม์ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในการเฝ้าระวังช้างป่าออกนอกพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสนับสนุนด้านพัฒนาระบบ Cloud / Application / Camera trap พร้อม SIM จำนวน 25 ชุด &amp;nbsp;เสาสัญญาณ3 จุด &amp;nbsp;โทรศัพท์มือถือ 16 เครื่อง &amp;nbsp; อาคารศูนย์ปฏิบัติการพร้อมระบบคอมพิวเตอร์ และยังมอบกรมธรรม์คุ้มครองอุบัติเหตุให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการผลักดันช้างป่า &amp;nbsp;ซึ่งนอกจากจะช่วยผลักดันช้างให้กลับเข้าป่าได้เกือบ 100% แล้วยังสามารถยืนยันหลักฐานการเพิ่มขึ้นของประชากรช้างป่าอย่างต่อเนื่องจาก 237 ตัว เป็น 400 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ ศิลปอาชา เปิดงานศูนย์เฝ้าระวังเตือนภัยช่างป่า ที่กลุ่มทรูสนับสนุนเทคโนโลยี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในพิธีเปิดศูนย์เฝ้าระวังช้างป่าด้วยระบบเตือนภัยล่วงหน้า อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 ก.ย.2562 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มาเป็นประธานเปิดงาน พร้อมกับกล่าวว่ากรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้น้อมนำพระราชดำรัสของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 ก.ค.2542 ว่าช้างป่าควรอยู่ในป่า เพียงแต่ต้องทำให้ป่านั้นมีอาหารเพียงพอ การปฎิบัติคือ ให้ไปสร้างอาหารในป่า เป็นแปลงเล็กๆ &amp;nbsp;และกระจายและถ้ามีช้างออกจากป่า ก็ควรดูแลให้ช้างปลอดภัย ทางกรมอุทยานฯจึงน้อมน้ำพระราชดำริมาแก้ปัญหา ส่งผลให้ปัญหาได้คลี่คลายไปแล้วระดับหนึ่ง และต่อมากรมอุทยานฯและกลุ่มทรู ได้ทำบันทึกความเข้าใจ ร่วมมือตามโครงการเฝ้าระวังช้างป่า ด้วยระบบเตือนภัยล่วงหน้าในพื้นที่อุทยานกุยบุรี พื้นที่รอยต่อระหว่างเขตอนุรักษ์กับพื้นที่เกษตรของชาวบ้าน &amp;nbsp;ซึ่งระบบนี้ได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร ร่วมกับการใช้กล้องดักถ่ายภาพอัติโนมัติ( Camera trap) &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน แบบReal time หากมีช้างป่าออกมา ก็จะมีเจ้าหน้าที่ชุดที่เตรียมไว้เฝ้าระวังผลักดันช้างกลับเข้าไปในป่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ผลของโครงการเฝ้าระวัง สามารถผลักดันช้างออกจากป่าจาก 25% เหลือ 5% &amp;nbsp;สามารถลดความเดือดร้อนของเกษตรกรได้ แต่การแก้ปัญหาระยะยาวคือ ต้องทำให้ป่าสมบูรณ์มีอาหาร &amp;nbsp;ช้างก็จะไม่ออกมา คนกับช้างก็จะอยู่ร่วมกันได้ ซึ่งถ้าป่าไม่มีอาหาร ช้างก็จะหิว ต้องออกมานอกพื้นที่ &amp;nbsp;ดังนั้นการแก้ปัญหาต้องคิดถึงใจของช้างบ้าง เพราะช้างไปบ่นกับใครไม่ได้ ซึ่งกระทรวงทรัพย์ฯเอง ก็มีนโยบายเพิ่มพื้นที่ป่านตอนนี้ เรามีอยู่ 30% ซึ่งเราตั้งเป้าอีก 20ปีช้างหน้าเราจะต้องมีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นให้ได้ในสัดส่วน 40%&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ์ ผู้บริหารจากกลุ่มทรู กล่าวอธิบายถึง &amp;nbsp;การทำงานของระบบ Elephant smart early &amp;nbsp;warning system จะติดตั้ง camera trap พร้อม Sim และSD card บริเวณด่านที่่ช้างออกมาทั้ง 25ด่าน เมื่อช้างหรือวัตถุใดๆ เคลื่อนไหวผ่าน กล้องจะทำการบันทึก และส่งภาพไปยังระบบ Cloud โดยเจ้าหน้าที่ห้องศูนย์ปฎิบัติการ จะทำการสกรีนภาพ และส่งภาพผ่านมือถือเข้า อีเมลล์ ของเจ้าหน้าผ่านระบบ Application Smart Ranger เพื่อแจ้งเตือนให้เจ้าที่ดำเนินการผลักดันช้างออกจากพื้นที่ &amp;nbsp;และเมื่อผลักดันสำเร็จจะต้องทำการบันทึกข้อมูลต่างๆ &amp;nbsp;เช่น พิกัดด่านที่ช้างออกมา จำนวนช้าง เวลา ความเสียหายเป็นต้น ซึ่งระบบCloud จะทำการประมวลผล เพื่อใช้ในการวิเคราะห์แก้ปัญหาต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่โชว์ระบบเตือนภัยช้างป่า ที่กลุ่มทรูสนับสนุนเทคโนโลยี และได้ผลสามารถผลักดันช้างกลับเข้าสู่ป่า ไม่ทำลายพืชผลเกษตรชาวบ้านได้อย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;เราเริ่มโครงการจริงๆเมื่อเดือนมี.ค.61 ในแผนความร่วมมือ 20เดือน &amp;nbsp;และเริ่มใช้งานของระบบเมื่อเดือนต.ค.ปีเดียวกัน ผลที่ได้ชัดเจน ลดความเสียหายพื้นที่ของเกษตรกรกว่า 168 ครั้ง หลังติดตั้งกล้องพบพื้นที่เกษตรเสียหายเพียง 2ครั้งเท่านั้น เกิดจากช้างป่าตัวนั้นไม่ได้เดินผ่านกล้่อง เทียบกับกลุ่มช้างป่าที่เดินผ่านกล้อง ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่เกษตรกรรม ทำให้ไม่พบความเสียหายเลย&amp;quot;ดร.ธีระพลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โชว์การปฎิบัติงานระบบเตือนภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า จากการรายงานในช่วงตั้งแต่เดือนพ.ย.61 ถึงปัจจุบัน หรือในช่วง 10เดือน พบว่ากล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าอัติโนมัติ สามารถบันทึกภาพช้างป่าได้ 518ครั้ง รวม 1,826ภาพ ส่วนพื้นที่ ได้พบข้างป่าบางแห่ง ได้ก่อให้เกิดความเสียหายพืชผลเกษตรกรเพียงจขำนวน 27ครั้ง หากเปรียบเทียบเชิงสถิติ ในก่อนมีการติดตั้งกล้อง ในช่วง พ.ย.60-ส.ค.61 พบว่าช้างป่าออกมาทำลายพืชผลเกษตร 628ครั้ง และสร้างความเสียหายพืชผลทางการเกษตร 217ครั้ง แสดงให้เห็นผลสำเร็จการติดตั้งกล้องดักถ่ายอัติโนมัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.ทส.ดูงานห้องปฎิบัติการเฝ้าระวังเตือนภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โครงการดึงช้างกลับเข้าป่า และให้คนอยู่กับช้างได้ ตามแบบของ&amp;quot;กุยบุรีโมเดล &amp;quot;เป็นการทำตามแนวพระราชดำริ คือ &amp;nbsp; การสร้างแหล่งอาหารให้ช้างด้วยการทำแปลงหญ้ากว่า 200 ชนิด ในป่า และออกแบบให้เป็นแปลงเล็กๆ กระจายตามที่ต่างๆ &amp;nbsp; และการแบ่งแนวบัฟเฟอร์ ระหว่างพื้นที่ป่า กับพื้นที่ชาวบ้าน &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังสร้างแหล่งน้ำ ไว้ตามจุดต่างๆ &amp;nbsp;ซึ่งในหน้าแล้งช้างจะได้มีน้ำกิน &amp;nbsp;แหล่งน้ำนี้ มีเครือข่ายฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง ร่วมมือนำน้ำมาเติม &amp;nbsp;โดยมีการทำบ่อบาดาลไว้พื้นที่ใกล้เคียง และใช้พลังงานจากโซลาร์เซลล์ สูบน้ำมาเติมให้ช้าง &amp;nbsp;ทางโครงการยังมีแผนที่จะทำแหล่งอาหารให้ช้างลึกเข้าไปในป่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเป็นการดึงช้างกลับเข้าป่าไม่ออกมาพื้นที่ภายนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิทรรศการในงานบอกเล่าพระราชดำริ ในหลวง ร.9 ก่อนมาเป็นกุยบุรีโมเดล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กำนันศรีสวัสดิ์ บุญมา กำนันต.หาดขาม อ.กุยบุรี กล่าวว่า การดำเนินงานของกุยบุรีโมเดล ซึ่งมี13หน่วยงานที่ได้มาร่วมกันทำโครงการพระราชดำริ เพื่อให้สัตว์ป่ามีที่อยู่ ที่อาศัย ที่กิน &amp;nbsp;เพราะถ้ามีแหล่งอาหารครบเขาก็จะไม่ออกมาทำลายพืชไร่ &amp;nbsp;ซึ่งการที่มีบางคน ที่เป็นส่วนน้อยออกมาเรียกร้อง ให้มีการสร้างรั้วป้องกันช้างออกมาไปเหมือนที่ป่าละอูทำอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา &amp;nbsp;พวกผู้นำชุมชนและหลายหน่วยงานที่ร่วมทำโครงการพระราชดำริ จะดำเนินรอยตามในหลวงร.9 เท่านั้น &amp;nbsp;คือการทำให้ป่าสมบูรณ์ &amp;nbsp;และการผลักดันช้างออกไป ไม่สร้างผลกระทบกับสัตว์ป่าไม่ใช่การทำร้ายสัตว์ &amp;nbsp;เพราะในความเป็นจริง ถ้าคนไปกดดันช้างมากๆ สร้างรั้ว ช้างกลับออกไปไม่ได้ ช้างจะมีความเครียด พฤติกรรมเขาจะเปลี่ยน จะหันมาสู้ หรือทำร้ายคน ดังนั้น การทำป่าให้เป็นบ้านของช้างจึงเป็นวิธีที่ถูกต้องที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ความพยายามที่ผ่านมาตั้งแต่ปี2542-2558 ของกุยบุรีโมเดล ถือว่าประสบความสำเร็จ แม้แต่ต่างชาติก็มาดูงาน &amp;nbsp; พระราชดำริของในหลวงร. 9 &amp;nbsp;ทรงขอพื้นที่ให้ช้างอยู่ได้ ถ้าไม่ทรงขอ คนจะบุกรุกหมด &amp;nbsp;และทรงพยายามทำให้ะช้างอยู่ได้ คนอยู่ได้ ตอนนี้ การท่องเที่ยวกุยบุรีสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ ความเกลียดชังช้างของคนก็ลดลงไป &amp;nbsp;ช้างออกมาเดินให้นักท่องเที่ยวได้ดู &amp;quot;กำนันศรีสวัสดิ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
---------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ในหลวงร.9 ทรงมีพระราชดำริให้คนกับช้างสามารถอยู่ร่วมกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.-3.ช้างป่ากุยบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ภาพนิทรรศการ บอกเล่าความเป็นมาของโครงการกุยบุรีโมเดล ที่ประสบความสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.แผนผังแปลงหญ้าที่กระจายปลูกในป่า เพื่อให้ช้างมีแหล่งอาหารไม่ต้องออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.นายวราวุธ ศิลปอาชา เปิดงานศูนย์เฝ้าระวังเตือนภัยช่างป่า ที่กลุ่มทรูสนับสนุนเทคโนโลยี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.รมว.ทส.ดูงานห้องปฎิบัติการเฝ้าระวังเตือนภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.การทำงานของเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46383</URL_LINK>
                <HASHTAG>Elephant smart early  warning system, กรมอุทยานแห่งชาติ, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), กุยบุรีโมเดล, ธัญญา เนติธรรมกุล, ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ์, วราวุธ ศิลปอาชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d8822262d4d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
