<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 17:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมกับ จ.สระบุรี และซีพี-เมจิ ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ จังหวัดสระบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร่วมกับจังหวัดสระบุรี และ บริษัท ซีพี &amp;ndash; เมจิ จำกัด จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ บริเวณอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น ต.ห้วยแห้ง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี สานต่อความร่วมมือเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ประเทศไทย เดินหน้าลดโลกร้อนอย่างยั่งยืน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(27 พ.ค.) นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายสมภพ สมิตะสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นายสมหวัง เรืองนิวัติศัย รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ ฯ นายอนันต์ ปิ่นน้อย ผู้อำนวยการสำนักฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ นายนิธิ อาจสมรรถ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรี นางสาวสลิลรัตน์ พงษ์พานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด เครือข่ายจิตอาสา และประชาชนในพื้นที่ ร่วมปลูกต้นไม้ ภายใต้โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่าจังหวัดสระบุรี ประจำปี 2564 และเนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2563 และเป็นการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น บ้านบุใหญ่ ต.ห้วยแห้ง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า การดำเนินโครงการในวันนี้ เป็นการบูรณาการระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติฯ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จังหวัดสระบุรี ภาคเอกชน และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตามโครงการปลูกป่าป้องกันไฟป่าในพื้นที่จังหวัดสระบุรี โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยราชการต่างๆ จิตอาสา904 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน คือ บริษัท ซีพี - เมจิ จำกัด ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีส่วนร่วมฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมให้กลับมาเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งให้การสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือในการปฏิบัติงาน ร่วมดำเนินการแก้ปัญหาไฟป่าแบบบูรณาการ สร้างฝายผสมผสานจำนวน 10 แห่ง จัดทำแนวกันไฟ สนับสนุนอุปกรณ์ดับไฟป่า และสร้างเครือข่ายชุมชน พร้อมทั้งให้การสนับสนุนกองทุนสวัสดิการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กิจกรรมครั้งนี้ เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ป่าร้อยละ 55 ของประเทศ ภายในปี พ.ศ. 2570 &amp;nbsp;โดยจังหวัดสระบุรีมีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ปลูกป่ามากกว่า 1.6 หมื่นไร่ เพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธารที่เสื่อมโทรม แก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม สร้างจิตสำนึกของการมีส่วนร่วมในการปลูกป่า&amp;quot; อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้าน นางสาวสลิลรัตน์ พงษ์พานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด กล่าวว่า ซีพี-เมจิ รู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในวันนี้ ซึ่งเป็นการสานความร่วมมือในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว และลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ &amp;nbsp;จากเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางกรมอุทยานแห่งชาติ ฯได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Understanding) กับ บริษัท ซีพี &amp;ndash; เมจิ จำกัด ในโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น จังหวัดสระบุรี ซึ่งเราทุกคนตระหนักดีว่า &amp;nbsp;ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นเรื่องเร่งด่วนและเป็นสัญญาณเตือนให้ร่วมกันฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน คืนสมดุลระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีความสำคัญต่อทุกชีวิตบนโลก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ความร่วมมือในวันนี้ &amp;nbsp;ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะนำมาสู่ความร่วมมือของทุกภาคส่วน แก้ปัญหาและบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ สร้างประโยชน์กับคนในพื้นที่และประเทศชาติ ซึ่งเป็นไปในแนวทางเดียวกับปรัชญา 3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืน ที่ทุกบริษัทในเครือซีพียึดปฏิบัติมาโดยตลอด คือ ประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และมองประโยชน์ต่อบริษัทเป็นลำดับสุดท้าย&amp;quot; นางสาวสลิลรัตน์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ &amp;nbsp;ในปี 2564 นี้ บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด จะร่วมฟื้นฟูผืนป่าที่เสื่อมโทรม ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น จำนวน 50 ไร่ โดยมีเป้าหมายปลูกต้นไม้ทั้งหมด 10,000 กล้า ประกอบด้วย ต้นพะยูง สมอพิเภก แคนา ประดู่ป่า พะยอม กาญจนิการ์ และขี้เหล็ก เป็นต้น ซึ่งจะทะยอยปลูกต้นไม้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงนี้ซึ่งเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ที่รับจ้างปลูกต้นไม้ และเป็นการปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนมีส่วนร่วมดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104383</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, บริษัท ซีพี – เมจิ จำกัด, โรงพยาบาลจังหวัดสระบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af7376de324.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96495</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 16:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 16:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทัพเรือ เรียกคืนที่ดินทรงสงวนเขาเปล้า 40 ไร่ ตัดปัญหาขัดแย้งรัฐ-ประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.64 - ฝ่ายกองทัพเรือ สังกัดฐานทัพเรือสัตหีบ นำโดย นาวาเอก เฉลิมพร คล้ายทอง ผู้อำนวยการกองอสังหาริมทรัพย์ พร้อมด้วย ปลัดอำเภอสัตหีบ ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน สำนักงานที่ดินสาขาสัตหีบ เทศบาลตำบลเขาชีจรรย์ แต่ยังขาดเจ้าหน้าที่จากโครงการป่าสิริเจริญวรรษ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 ศรีราชา สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 (ชลบุรี) ไม่ได้เข้าร่วมตรวจสอบและสำรวจแนวเขตที่ดินพิพาทระหว่างรัฐ-ราษฎร บริเวณเขาเปล้า ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้น ฝ่ายทหารเรือได้ทำความเข้าใจกับหน่วยงานภาครัฐที่ไม่ได้เข้าร่วมสำรวจและประชุมข้อสรุป เพื่อให้ทราบแนวทางการปฏิบัติ ตลอดจนการแก้ไขปัญหา ขณะนี้ฐานทัพเรือสัตหีบได้เรียกคืนที่ดินพิพาทกับประชาชนคืน 40 ไร่ พร้อมกั้นแนวเขตไม่ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเข้าไปดำเนินกิจกรรมใดๆทั้งสิ้น จนกว่าสิ้นสุดกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาวาเอกเฉลิมพร กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย เจ้าหน้าที่กั้นแนวเขต พร้อมส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย เข้ามาในพื้นที่เขาเปล้า ซึ่งเกิดข้อพิพาทระหว่างรัฐกับราษฎร เนื่องจากได้มีผู้ร้องเรียนไปยังคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบ และเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภาฯ เพื่อขอความเป็นธรรม และให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย พร้อมขอให้กองทัพเรือ เพิกถอนใบอนุญาตการให้ใช้พื้นที่ทรงสงวน โครงการป่าสิริเจริญวรรษ บริเวณเขาเปล้า จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาได้มีการประชุมร่วมหลายฝ่าย ทางด้านคณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2&amp;nbsp;ได้ขออนุญาตจับจองทำประโยชน์ที่ดินในเขตทรงสงวน บริเวณเขาเปล้า เนื้อที่ทั้งหมด 1,873 ไร่ โดยใช้แผนที่แสดงแนวเขตพื้นที่ โครงการป่าสิริเจริญวรรษ ที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 ได้จัดทำขึ้นฝ่ายเดียว โดยไม่มีการเดินสำรวจ และประกาศให้ผู้ครอบครองที่ดินข้างเคียงมาระวังแนวเขต ก่อให้เกิดปัญหาพื้นที่ทับซ้อนกับผู้ครอบครองที่ดิน จึงขอให้กองทัพเรือ ในฐานะเป็นผู้มีอำนาจอนุญาตให้ราษฎรเข้าไปครอบครองที่ดินในเขตทรงสงวน ตามพระบรมราชโองการ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการสำรวจ และจัดทำแผนที่แสดงแนวเขตพื้นที่โครงการป่าสิริเจริญวรรษ โดยให้ราษฎรที่มีส่วนได้เสียเข้าร่วมสำรวจ และระวังชี้แนวเขตที่ดินครอบครองของตนเองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาวาเอกเฉลิมพร กล่าวอีกว่า การมาสำรวจ ไม่ใช่การมาชี้แนวเขตว่า พื้นที่พิพาทแห่งนี้เป็นของผู้ใดที่จะสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ต่อไปอีกได้ เป็นเพียงกั้นแนวเขตพื้นที่พิพาทบนเนื้อที่ 40 ไร่ พร้อมไม่อนุญาตให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเข้ามาใช้ประโยชน์ เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาความรุนแรงระหว่าง 2 ฝ่าย เพราะที่ผ่านมาได้เกิดข้อพิพาทหลายครั้ง ส่งผลให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องต้องมีคดี และเกิดมลทิน กองทัพเรือ โดย ฐานทัพเรือสัตหีบ เกรงว่าจะเกิดความรุนแรงขณะเผชิญหน้ากัน จึงได้ขอกั้นแนวเขตพื้นที่ไว้ก่อน จนกว่าจะได้การพิสูจน์ทราบในเรื่องของเอกสารสิทธิ์ พยานบุคคล ซึ่งทุกฝ่ายต้องยอมรับการตัดสินของกระบวนการยุติธรรม อันจะเป็นที่สิ้นสุดของปัญหานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96495</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, กองทัพเรือ, จังหวัดชลบุรี, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา), เขาชีจรรย์, โครงการป่าสิริเจริญวรรษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_60531fb4ac223.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2021 20:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2021 20:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พญาเสือ&#039; รวบโจ๋ลอบค้าสัตว์ป่าออนไลน์ พร้อมลูกนากเล็กเล็บสั้น 3 ตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ม.ค.64 - นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หน.หน่วยพญาเสือ เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ตามนโยบายของนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. ได้มอบหมายให้ ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษา รมว.ทส. นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดี อส. สั่งการให้ หน่วยฯพญาเสือ ปฎิบัติการกวาดล้าง ขบวนการ ล่า ครอบครอง และค้าสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ทางสื่อออนไลน์อย่างเฉียบขาดต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หน.หน่วยพญาเสือ นายมงคล ไชยภักดี รองหน.หน่วยพญาเสือ นางสาวเนตรนภา งามเนตร จนท.พญาเสือ/หน.วนอุทยานฯเขานางพันธุรัต ได้ทำการสืบสวน การลักลอบค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ทางสื่อออนไลน์ (เฟสบุ๊ก) โดยโพสต์ข้อความประกาศขาย และรูปภาพของสัตว์ป่าคุ้มครอง เช่น นกเค้า, นกหกเล็กปากดำ, ลิงลมหรือนางอาย, ลิงแสม, กระจงเล็ก, นากเล็ก เล็บสั้น, นกทึดทือมลายู ในเฟสบุ๊กชื่อ &amp;ldquo;บังโต สัตว์เลี้ยง&amp;rdquo; ซึ่งเป็นเฟสบุ๊กของนายสัญชัย ไม่มีนามสกุล อายุ 17 ปี (มีบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย) ภูมิลำเนาเป็นคนอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายสัญชัยฯ ได้ประกาศขายลูกนากเล็กเล็บสั้นในเฟสบุ๊ก จนท.จึงดำเนินการติดต่อขอซื้อ โดยนายสัญชัยฯ เสนอขายนากเล็กเล็บสั้น จำนวน 3 ตัวในราคา 9,000 บาท และนัดหมายรับส่ง ที่บริเวณหน้าร้าน Seventeen salon &amp;amp; Massage ถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี โดยนายสัญชัยฯ ได้นำนากเล็กเล็บสั้น บรรจุใส่ในกล่องกระดาษสีน้ำตาล เจาะรูบายอากาศ ปิดมิดชิด มาส่งให้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวนายสัญชัยฯ เพื่อทำการขยายผล หาผู้ร่วมขบวนการค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นทราบว่า นายสัญชัยฯ สั่งซื้อสัตว์ป่าคุ้มครองทั้งหมด มาจากนายรุสลาน หะแว และนำมาประกาศขายในเฟสบุ๊ก ชื่อ &amp;ldquo;บังโต สัตว์เลี้ยง&amp;rdquo; ซึ่งเป็นเฟสบุ๊กของนายสัญชัยฯ เอง โดยนายรุสลาน หะแว จะส่งสัตว์ป่าคุ้มครองมาให้ ทางรถโดยสารประจำทาง สถานีขนส่งสายใต้ เพื่อนำมาจำหน่าย ซึ่งนายสัญชัยฯ เคยรับสัตว์ป่าคุ้มครอง จากนายรุสลาน หะแว แล้วทั้งสิ้นจำนวน 9 ตัว ประกอบด้วย นากเล็กเล็บสั้น 3 ตัว, นกหกเล็กปากดำ 3 ตัว, นกเค้า 1 ตัว, นางอายหรือลิงลม 1 ตัว และนกทึดทือมลายู 1 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ เห็นว่า พฤติกรรมการลักลอบครอบครอง ซากสัตว์ป่าคุ้มครองดังกล่าวของนายสัญชัยฯ เป็นการกระทำความผิดกฎหมาย ว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ฐาน &amp;ldquo;มีไว้ในครอบครอง ซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่&amp;rdquo; ตามมาตรา 17 และ มาตรา 92 แห่งพระราชบัญญัติสงวน และคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ฐาน &amp;ldquo;ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จากพนักงานเจ้าหน้าที่&amp;rdquo; ตามมาตรา 29 และมาตรา 89 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสงวน และคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือ ปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ จึงได้ ตรวจยึดสัตว์ป่าคุ้มครอง นากเล็กเล็บสั้น จำนวน 3 ตัว มูลค่าของกลาง ประมาณ 9,000 บาท ไว้เป็นของกลาง นำไปเลี้ยงอนุบาล ที่กลุ่มงานสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า และจัดทำบันทึกการตรวจยึด พร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง แจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปากเกร็ด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88557</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, ค้าสัตว์ป่า, หน่วยพญาเสือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210101/image_big_5fef206658bd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2020 14:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2020 14:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุทยานฯ ลุยแม่ฮ่องสอน ถก &#039;พรบ.อุทยาน-คุ้มครองสัตว์ป่า&#039; ฉบับใหม่มุ่งปชช.มีส่วนร่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมอุทยานแห่งชาติฯ ลุยแม่ฮ่องสอน สร้างความเข้าใจ รับรู้ต่อ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 (ฉบับใหม่) และพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 (ฉบับใหม่) เน้นประชาชนมีส่วนร่วมใช้ประโยชน์จากป่าได้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ธ.ค.63 - ที่โรงเรียนบ้านไม้สะเป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมสัญจรโครงการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารโดยมีนายคมกริช เศรษบุบผา ผู้อำนวยการส่วนจัดการท่องเที่ยวและนันทนาการ สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติฯ&amp;nbsp;เป็นประธานกล่าวเปิดงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคมกริช กล่าวว่า เนื่องจากพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)อุทยานแห่งชาติที่มีอยู่เดิมมีผลบังคับใช้มาเป็นเวลานาน ตั้งแต่ พ.ศ. 2504 ทำให้บทบัญญัติบางประการไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงได้มีการปรับปรุงให้เหมาะสม และตราพ.ร.บ.ใหม่ขึ้นในปี พ.ศ. 2562 เพื่อทำให้การปฏิบัติตามภารกิจมีประสิทธิภาพ และประชาชนยังใช้ประโยชน์จากทรัพยากรได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนด โดยเป็นความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและประชาชนในการดูแลพื้นที่ป่าให้เป็นประโยชน์ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ดำเนินประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลข่าวสารที่สำคัญเกี่ยวกับกฎหมาย ภายใต้แนวคิด คนสมดุล ป่าสมบูรณ์ โดยการจัดเวทีเสวนาในครั้งนี้ นับเป็นกิจกรรมที่สำคัญในการสร้างการรับรู้ต่อภาคประชาชนโดยเฉพาะชุมชนโดยรอบพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ทำให้มีการสร้างการมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติให้มีความยั่งยืน เก็บไว้ให้ลูกหลานของพวกเราได้ใช้ประโยชน์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคมกริช กล่าวด้วยว่า พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 &amp;nbsp;ที่ได้มีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่&amp;nbsp;25 พฤศจิกายน 2562 เจตนารมณ์ที่สำคัญ คือ เป็นกฎหมายที่ทำให้เราอยู่รวมกันได้ &amp;ldquo;ป่าอยู่ได้... คนอยู่ได้&amp;rdquo; ตัวอย่างเช่น ในมาตรา 64 แห่งพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ให้มีการสำรวจการถือครองที่ดินของประชาชนที่อยู่อาศัย หรือทำกินในอุทยานแห่งชาติ ที่ได้มีการประกาศมาก่อนวันที่พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ เพื่อนำไปสู่การจัดทำโครงการเกี่ยวกับการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติ โดยมิได้สิทธิในที่ดินนั้น หากแต่สามารถอยู่อาศัย ทำกินได้ตามกรอบที่กฎหมายกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ชุมชน หมู่บ้านทั้งที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ หรืออยู่โดยรอบอุทยานแห่งชาติ และชุมชนที่เกี่ยวข้อง ล้วนมีความสำคัญต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งด้านการคุ้มครอง บำรุง ดูแลรักษา และใช้ประโยชน์ภายใต้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขของการได้รับอนุญาตเพื่อการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่า โดยไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ หรือทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อความสมดุลและยั่งยืน ตลอดจนการมีส่วนร่วมจัดทำแผนบริหารจัดการพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ต้องมีการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงประชาชนและชุมชนที่เกี่ยวข้องด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากสาระสำคัญเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดิน และทรัพยากรธรรมชาติ รวมไปถึงการสร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชนในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแล้ว พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 และพ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ได้มีการเพิ่มบทกำหนดโทษ อัตราโทษที่มากขึ้นหลายเท่าตัวเมื่อเทียบจาก พ.ร.บ. ฉบับเดิม และอีกหนึ่งเรื่องที่ได้เพิ่มเติมเข้ามาใน พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 คือ การจัดสรรรายได้ของอุทยานแห่งชาติส่วนหนึ่งจะใช้เพื่อการส่งเสริมการปฏิบัติงานและการพัฒนาพื้นที่ชุมชนรอบอุทยานแห่งชาตินั้นๆ &amp;nbsp;ที่สำคัญรายได้ที่จัดเก็บก็เพื่อประโยชน์ในการรักษาสภาพความปลอดภัย ความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย การให้บริการ &amp;nbsp;และการอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ ในอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน สวนพฤกษศาสตร์ หรือสวนรุกขชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคมกริช กล่าวอีกว่า หนึ่งในหัวใจสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากร นั่นคือ &amp;ldquo;ผู้พิทักษ์ป่า&amp;rdquo; หรือเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทุกคน ที่ต้องเผชิญความเสี่ยงหลากหลายรูปแบบในการปฏิบัติหน้าที่ ข้อบัญญัติในกฎหมายใหม่ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 จะทำให้พนักงานเจ้าหน้าที่ หรืออาสาสมัคร ได้รับสวัสดิการเพิ่มมากขึ้น ทำให้คุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่ได้รับการดูแลช่วยเหลือในทุก ๆ ด้าน เช่น การเยียวยา หากเกิดการบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ หรือแม้แต่การสนับสนุนเงินเพื่อการสู้คดี หากมีการฟ้องร้องจากคู่กรณี ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมีขวัญและกำลังใจที่ดีในการทำงานอนุรักษ์ผืนป่าของเมืองไทยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฎหมายเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญของการจะปกป้องผืนป่า สัตว์ป่า รวมไปถึงทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ มันคือการที่คนไทยทุกคน ได้เรียนรู้ว่า ป่านั้นสำคัญกับทุกคนมากแค่ไหน เมื่อเข้าใจเราก็จะรู้คุณค่าของป่า และจะไม่ทำลายมัน เพราะทุกคนจะเป็นผู้ดูและช่วยกันเป็นหูเป็นตา คอยสอดส่องแจ้งเบาะแสการกระทำผิดให้เจ้าหน้าที่ทราบเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเกียรติศักดิ์ วังวล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ สำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง กรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวว่า เนื่องจากพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติที่มีอยู่เดิมไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงได้มีการปรับปรุงให้เหมาะสมเพื่อทำให้การปฏิบัติการตามภารกิจมีประสิทธิภาพและประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากร ตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดโดยเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและประชาชน ในการดูแลพื้นที่ป่าให้เป็นประโยชน์ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;คนสมดุล ป่าสมบูรณ์&amp;rdquo; ปัจจุบันทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้มีการจัดกำลังออกลาดตระเวนแนะนําระบบ สมาร์ท พาโทรล เข้าไปดำเนินการ เพื่อตรวจสอบ สถานการณ์ พันธุ์พืชและสัตว์ป่า ว่าอยู่ในภาวะอันตรายหรือไม่อย่างไรหรือบางพื้นที่อยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงที่จะถูกทำลายหรือไม่ เพื่อที่จะได้มีการเข้าไปวางมาตรการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางกนกพร จรรยาขจรกุล ผู้ใหญ่บ้านบ้านไม้สะเป่ หมู่ที่ 9 ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ชาวบ้านบางส่วนในพื้นที่อยู่แบบไม่รู้ข้อกฎหมาย ในการใช้สิทธิพื้นที่ทำกินรวมถึงการล่าสัตว์หาของป่าในเขตอุทยานแห่งชาติ แต่เมื่อมีเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานเข้ามาพูดคุยสร้างความเข้าใจ ทำให้คลายความกังวลต่อเรื่องการทำผิดกฎหมาย เนื่องจากกฎหมายใหม่นี้มีความชัดเจนและเอื้อประโยชน์ต่อชาวบ้านมากขึ้น เช่น การกำหนดพื้นที่ทำกิน 3 แปลงต่อครัวเรือน ขณะเดียวกันชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจอนุรักษ์ป่าด้วยการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การบวชป่า การอนุรักษ์พันธุ์ปลา รวมถึงการเฝ้าระวังไฟป่าและการตัดไม้ทำลายป่าร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังได้ชี้แจงชาวบ้านแต่ละครัวเรือน เพื่อสร้างความเข้าใจและความชัดเจนในการใช้พื้นที่ โดยกำหนดเขตรางวัดร่วมกันเพื่อป้องกันการรุกล้ำเขตป่าสงวน ทำให้ชาวบ้านมีความมั่นใจมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87338</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562, พรบ.อุทยานแห่งชาติ, แม่ฮ่องสอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201219/image_big_5fdda348ca274.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85871</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2020 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2020 17:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คดีแรกของประเทศ &#039;รีสอร์ทหรู 40 ล้าน&#039; รุกอุทยานฯเขาแหลม ไม่รื้อถอนโดนหนักรับกม.ใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุทยานฯเขาแหลม เร่งฟื้นฟูป่าหลังรีสอร์ทในพื้นที่ อ.ทองผาภูมิ ผวากฎหมายใหม่โทษหนัก ยอมรื้อ ส่วนโรงแรมหรูชื่อดังสังขละบุรี 40 ล้าน ยังเล่นบทดื้อไม่รื้อโดนจัดเต็ม &amp;quot;ฝ่าฝืนคำสั่งไม่รื้อถอน&amp;quot; โทษจำคุก3 ปี ปรับ 3 แสน แถมอีกวันละ 1 หมื่น จนรื้อเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ธ.ค.63 - นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่าตามนโยบายของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด กับนายทุนผู้บุกรุกป่า และนำพื้นที่ป่า ที่ยึดคืนมาได้จากนายทุน ดำเนินการฟื้นฟูเป็นสภาพป่าธรรมชาติดังเดิมโดยเร็ว เพื่อเป็นประโยชน์ของประชาชนทุกๆคน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม พร้อมกำลังได้เดินทางไปยังรีสอร์ท &amp;quot;กระท่อมริมธาร&amp;quot; บ้านเกริงกระเวีย อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เพื่อติดตามตรวจสอบ พบว่าเจ้าของรีสอร์ทกระท่อมริมธารได้ยินยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 4 หลังไปจนหมด เมื่อเป็นดังนั้น นายเทวินทร์จึงได้นำรถไถมาทำการปรับพื้นที่ เพื่อเตรียมทำการฟื้นฟูป่าให้มีสภาพธรรมชาติดังเดิม เป็นสมบัติของคนไทยทุกๆคน ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายนิพนธ์ นายเทวินทร์ และนายสุภาพเดินทางไปยังสภ.สังขละบุรี เข้าพบพนักงานสอบสวน พร้อมแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของโรงแรมหรู &amp;quot;พรไพลิน รีเวอร์ไซด์ รีสอร์ท&amp;quot; มูลค่า 40 ล้าน ที่ตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ์ ม.1 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ในข้อหาฝ่าฝืนไม่ยอมรื้อถอน ตามมาตรา 35 (2) พรบ.อุทยานแห่งชาติ 2562 &amp;nbsp;ซึ่งมีโทษจำคุก 1 ถึง 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท และปรับรายวันวันละ 1 หมื่นบาท จนกว่าจะรื้อถอนโรงแรมดังกล่าวเสร็จสิ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยโรงแรมหรูมูลค่า 40 ล้าน &amp;quot;พรไพลิน รีเวอร์ไซด์ &amp;nbsp;รีสอร์ท&amp;quot; บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม เนื้อที่ 2 ไร่ 3 งาน 8 ตารางวา โดยที่ผ่านมาจนท.ได้ติดประกาศคำสั่งรื้อถอน ไปครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2563 ให้รื้อถอนภายใน 30 วัน และได้ปิดประกาศคำเตือนครั้งที่ 2 ในวันที่ 2 ต.ค.2563 ให้รื้อถอนโรงแรมหรูดังกล่าวภายใน 15 วัน และได้ติดประกาศคำเตือนครั้งที่ 3 ครั้งสุดท้าย วันที่ 24 พ.ย.2563 ให้รื้อถอนโรงแรมหรูดังกล่าวภายใน 7 วัน ปรากฏว่าเจ้าของก็ยังดื้อแพ่ง ไม่ยอมรื้อถอนโรงแรมดังกล่าวแต่อย่างใด รวมทั้งไม่มีคำสั่งจากศาลปกครองชั้นต้นคุ้มครองชั่วคราว ไม่ให้รื้อถอนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์&amp;nbsp;กล่าวต่อว่า คดีข้อหาฝ่าฝืนไม่ยอมรื้อถอน ตามประกาศคำสั่ง ของหัวหน้าอุทยานเขาแหลมในครั้งนี้ นับได้ว่าเป็นคดีแรกของประเทศไทย ตามกฎหมายอุทยานแห่งชาติฉบับใหม่พ.ศ. 2562 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย. 2562 เป็นต้นมา นับจากวันนี้ไม่เกิน 6 เดือนโรงแรมแห่งนี้ก็ต้องถูกรื้อถอน และเมื่อถึงเวลานั้น เจ้าของจะต้องเสียค่าใช้จ่าย ในการรื้อถอนให้ทางราชการ &amp;nbsp;เป็นจำนวนเงิน 1ล้าน 2 แสนบาท ค่าปรับคดีอีก 3 แสนบาท ค่าปรับรายวันรวม 6 เดือน ประมาณ 1ล้าน 8 แสนบาท รวมทั้งต้องถูกดำเนินคดี ในข้อหา&amp;quot;ฝ่าฝืนไม่ยอมรื้อถอน&amp;quot;อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายสุด ผอ.นิพนธ์ ได้ฝากเตือนบรรดาเจ้าของรีสอร์ท หรือเจ้าของโรงแรมทั้งหลาย ที่ปลูกสร้างบุกรุกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ หรือในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือในเขตห้ามล่าสัตว์ป่า โดยมิชอบโดยกฎหมาย ให้ทำการรื้อถอนด้วยตนเองดีที่สุด เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติส่วนรวม และประโยชน์ต่อตัวเจ้าของรีสอร์ท หรือเจ้าของโรงแรมเอง ที่จะต้องไม่ถูกดำเนินคดีซ้ำอีก ในข้อหาฝ่าฝืน และต้องเสียค่าปรับเพิ่มขึ้นอีก เป็นเงินจำนวนมากอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85871</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, จังหวัดกาญจนบุรี, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง), อุทยานแห่งชาติเขาแหลม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201203/image_big_5fc8bd9c100a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80357</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2020 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2020 14:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พญาเสือ&#039; ลุยตรวจลูกชายอดีตรองผู้การตำรวจ รุกป่าเขาแหลมสิงห์เมืองจันทบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมอุทยานฯ ส่งชุดพญาเสือลุยสอบพื้นที่ป่าแหลมสิงห์ ลูกชายอดีตรองผบก.ภ.จว.แห่งหนึ่งใช้รถแบ็กโฮปรับพื้นที่รุกป่าสงวนและวนอุทยานฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.63 - นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หน.หน่วยเฉพาะกิจพญาเสือ เปิดเผยว่า ตามนโยบายของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส.​ ได้มอบหมายให้ ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษา รมว.ทส.​ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดี อส. สั่งการให้ หน่วยเฉพาะกิจ ปฏิบัติการพิเศษ ผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติ และสัตว์ป่า (หน่วยพญาเสือ) ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ตามที่ได้รับการร้องเรียนว่า มีลูกชายอดีตรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแห่งหนึ่งใช้รถแบ็กโฮบุกรุกแผ้วถางป่าอยู่บริเวณใกล้กับวัดแหลมสิงห์ ห่างจากสำนักงานที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขากระทิง ประมาณ 600 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายพนัชกร พร้อมด้วย จนท.วนอุทยานเขาแหลมสิงห์ จนท.หน่วยเฉพาะกิจพญาเสือ จนท.สนง.ที่ดินจ.จันทบุรี ส่วนแยกแหลมสิงห์ จนท.อบต.กะไชย จนท.ทหาร มทบ.19จนท.ปกครอง อ.แหลมสิงห์ จนท. กอ.รมน.จ.จันทบุรี และผู้นำชุมชน ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบ พื้นที่บริเวณ ม.1ต.บางกะไชย อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี ตามที่ได้รับการร้องเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงบริเวณดังกล่าว พบว่าสภาพพื้นที่ทั่วไป เป็นที่ลาดเชิงเขา สภาพต้นไม้ป่า กิ่งไม้ หักโค่นทั่วพื้นที่ พื้นดินมีร่องรอย การปรับพื้นที่โดยเครื่องจักร เป็นบริเวณกว้าง พื้นที่ข้างเคียงยังมีสภาพเป็นป่าธรรมชาติ เบื้องต้นคณะ จนท. ได้ใช้จีพีเอสจับพิกัดขอบเขตพื้นที่ที่เปิดโล่งทั้งหมด คำนวณเนื้อที่ได้ประมาณ 4-1-17 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าเขาแหลมสิงห์ เป็นพื้นที่ป่า ตาม พรบ.ป่าไม้ 2484 และเป็นพื้นที่วนอุทยานเขาแหลมสิงห์ ตาม พรบ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ซึ่งอยู่ในเขตวนอุทยานเขาแหลมสิงห์ ประมาณ 0-3-34 ไร่​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานที่ดินจังหวัดจันทบุรี ส่วนแยกแหลมสิงห์ แจ้งว่าในวันที่ 15 ต.ค. 63 จะนัดหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าทำการรังวัดแนวเขตที่ดิน ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1244/2563 ลว.13 มี.ค.63 ตามที่ผู้ครอบครอง ร้องต่อศาลว่า ครอบครองที่ดินตาม ส.ค.1เนื้อที่จำนวน 9-2-54 ไร่ ดังนั้น ในระหว่างการรังวัดและระบุตำแหน่งที่ดินไม่แล้วเสร็จ จึงขอให้งดการนำเครื่องจักร เข้ามาดำเนินการใดๆ ในพื้นที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าของผู้ครอบครองพื้นที่ แจ้งว่า จำเป็นต้องเปิดพื้นที่ต่อเฉพาะตามแนว ส.ค.1 ที่ครอบครอง ที่ จนท.ที่ดินได้ชี้แนวเบื้องต้นให้ โดยให้เหตุผลว่า จนท.ที่ดินแจ้งว่าจะได้ไม่เป็นอุปสรรคในการรังวัดพื้นที่ในวันที่ 15 ต.ค.63&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หน่วยฯพญา​เสือ​ พิจารณาแล้วเห็นว่า ในการรังวัดที่ดินของเจ้าพนักงานที่ดินฯ ในวันที่ 15 ต.ค. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ควรส่งช่างรังวัดจากสำนักฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ เข้าร่วมดำเนินการด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการตรวจสอบครั้งนี้ คณะเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะได้รวบรวมข้อมูลพื้นที่เกิดเหตุ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง นำส่งสำนักฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ เพื่ออ่านแปลผลภาพถ่ายเป็นหลักฐาน และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80357</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, จังหวัดกาญจนบุรี, พญาเสือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201013/image_big_5f8558ffad374.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79858</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าของรีสอร์ทดังเมืองกาญจน์ ยอมทุบทิ้งเอง17หลังรุกอุทยานฯเขาแหลม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.63 - นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า นางคณิสรา เชฐบัณฑิตย์ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ได้เดินทางเข้าตรวจสอบ &amp;quot;พัสสาพาฎา รีสอร์ท&amp;quot; ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี หลังจากได้ปิดประกาศคำเตือนครั้งสุดท้ายไปเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา ให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกของนางสาวจารุภา เดชจินดา ผู้เสียชีวิต เจ้าของรีสอร์ท &amp;quot;พัสสาพาฎา รีสอร์ท&amp;quot; ที่ปลูกสร้างบุกรุกอุทยานแห่งชาติเขาแหลม 2 ไร่ 3 งาน ให้รื้อถอนรีสอร์ทดังกล่าวจำนวน 17 หลัง รวมมูลค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างประมาณ 15 ล้าน บาท ไปให้พ้นจากอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ภายใน 7 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่า ทายาทของนางสาวจารุภาได้ยินยอมรื้อถอนรีสอร์ทดังกล่าวจำนวน 17 หลังไปให้พ้นจากอุทยานแห่งชาติเขาแหลม โดยได้ใช้รถขุดทุบทิ้งรีสอร์ทดังกล่าวออกไปจนหมด โดยเชื่อว่าคงเกรงกฏหมายใหม่ เพราะหากครบกำหนด 7 วันแล้ว เจ้าของรีสอร์ทยังดื้อแพ่ง ไม่ยอมรื้อถอน ทางอุทยานแห่งชาติเขาแหลมจะเข้าดำเนินการรื้อถอนรีสอร์ทดังกล่าวโดยทันที&amp;nbsp;และจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหา &amp;quot;ฝ่าฝืนประกาศคำสั่งรื้อถอนของหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ ตามกฎหมายอุทยานแห่งชาติฉบับใหม่ ซึ่งมีโทษจำคุก 1 ปีถึง 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท และปรับอีกวันละ 1 หมื่นบาทอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์&amp;nbsp;เปิดเผยต่อว่า หลังการทุบทิ้งรีสอร์ทดังกล่าวออกไปจนหมดแล้ว จะนำพื้นที่ของรีสอร์ทดังกล่าวมาปลูกฟื้นฟูป่าต่อไป โดยใช้ชื่อว่า &amp;quot;สวนป่าธรรมชาติเขาแหลม&amp;quot; เพื่อความยั่งยืนมั่นคงถาวร ในการฟื้นฟูป่าในพื้นที่ดังกล่าวตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79858</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, จังหวัดกาญจนบุรี, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่3 (บ้านโป่ง), อุทยานแห่งชาติเขาแหลม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201008/image_big_5f7ec45d2b82a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
