<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120344</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 17:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 17:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิบดีกรมโยธาฯ รุดตรวจสอบตลิ่งริมแม่น้ำป่าสัก จ.สระบุรี ทรุดตัวพังทลาย เร่งวางมาตรการช่วยเหลือด่วน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนริมน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (20 ตุลาคม 2564 ) เวลา 13.00 น. นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง พร้อมด้วย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง รองอธิบดี นายชาญวิชญ์ สิริสุนทรานนท์ ผู้ตรวจราชการกรม นายสุวพงษ์ ภูนาคพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนและพัฒนาตามผังเมือง และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสระบุรี เพื่อตรวจสอบสภาพตลิ่งสไลด์ทรุดตัวพังทลาย บริเวณวัดบ้านกอก หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านแก้ง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และวัดหงษ์ดาราวาส หมู่ที่ 1 ตำบลนาโฉง อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี หลังจากแม่น้ำป่าสักลดระดับลง พร้อมวางมาตรการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนโดยเร่งด่วน โดยมีนายสมภพ สมิตะสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นางสาวสถาพร ลิ่มพันธ์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสระบุรี นายประทีป บริบูรณ์รัตน์หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรี ว่าที่เรือตรี ศรัณยวัชร พูลสวัสดิ์ นายอำเภอเมืองสระบุรี และนายวรวิทย์ ยอแสง นายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ร่วมลงพื้นที่และให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผยว่า พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน รวมทั้งอาคาร บ้านเรือน สถานที่ราชการ ศาสนสถาน ทรัพย์สินของประชาชน สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำ หลังจากเกิดเหตุการณ์พื้นที่ตลิ่งริมแม่น้ำป่าสัก จังหวัดสระบุรี เกิดการทรุดตัวพังทลาย สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของวัดและประชาชน จึงสั่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมือง เร่งตรวจสอบหาสาเหตุและความเสียหายที่เกิดขึ้น และกำหนดมาตรการเข้าช่วยเหลือวัดและประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำป่าสักบริเวณดังกล่าว พร้อมกำชับให้กรมฯ เฝ้าระวังพื้นที่ตลิ่งริมแม่น้ำทั่วประเทศ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดี กล่าวว่าหลังจากกรมฯ ได้ตรวจสอบสาเหตุและความเสียหายของพื้นที่ตลิ่งริมแม่น้ำป่าสักในบริเวณที่เกิดการทรุดตัวพังทลาย สาเหตุเบื้องต้นพบว่าที่ผ่านมาฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักเพิ่มสูงขึ้นเป็นเวลาต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ทำให้ดินบริเวณริมตลิ่งซึ่งเป็นดินปนทราย อุ้มน้ำไว้ปริมาณมากและเกิดความอ่อนตัว ต่อมาระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักลดลงอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ดินในบริเวณพื้นที่ตลิ่งริมแม่น้ำป่าสัก เช่น บริเวณวัดบ้านกอก หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านแก้ง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ เกิดการสไลด์ทรุดตัวพังทลาย ส่งผลให้อาคาร บ้านเรือน ที่พักอาศัยของประชาชน ศาสนสถานของวัด ได้รับความเสียหาย โดยมีพื้นที่ริมตลิ่งได้รับความเสียหาย รวมความยาวประมาณ 180 เมตร และบริเวณวัดหงษ์ดาราวาส หมู่ที่ 1 ตำบลนาโฉง อำเภอเมือง มีพื้นที่ริมตลิ่งได้รับความเสียหาย รวมความยาวประมาณ 130 เมตร ซึ่งหลังจากสำรวจสภาพพื้นที่ริมตลิ่งแล้ว กรมฯ ได้กำหนดมาตรการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ด้วยการจัดสรรงบประมาณปี 2565 คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 สำหรับแผนระยะยาวนั้น กรมฯ จะดำเนินการสำรวจสภาพพื้นที่ริมตลิ่งบริเวณริมแม่น้ำป่าสักที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด เพื่อนำไปออกแบบเขื่อนป้องกันตลิ่ง และนำเข้าแผนงานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งในปีงบประมาณ 2566 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ตระหนักถึงปัญหาการพังทลายของตลิ่งริมแม่น้ำ เพราะทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชนและส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม สภาพแวดล้อม จึงมีความจำเป็นที่จะต้องป้องกันและแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อลดความเสียหายและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน จึงสั่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ประสานจังหวัดดำเนินการสำรวจตรวจสอบสภาพพื้นที่ตลิ่งริมแม่น้ำที่ถูกกัดเซาะและพังทลาย และอาจจะเป็นอันตรายต่อประชาชน พร้อมรายงานผลการสำรวจตรวจสอบสภาพพื้นที่ที่ถูกกัดเซาะและพังทลายเพื่อเป็นข้อมูลในการเตรียมความพร้อมและจัดทำแผนงาน/โครงการที่จะดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งเพื่อป้องกันปัญหาการพังทลายของตลิ่งริมแม่น้ำและลดการสูญเสียทรัพย์สินของประชาชน วัด และสถานที่ราชการ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรมโยธาธิการและผังเมือง ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการ และกรมอุตุนิยมวิทยา การแจ้งเตือนภัยของจังหวัด จะได้เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับปัญหาภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที พร้อมทั้งสังเกตและสำรวจพื้นที่ตลิ่งริมแม่น้ำ หากพบรอยร้าวแยกและการทรุดตัวที่ผิดปกติ สามารถแจ้งไปยังสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อเข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีตลิ่งริมแม่น้ำพังทลายให้เร็วที่สุด...&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120344</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมโยธาธิการและผังเมือง, ตรวจสอบสภาพตลิ่งสไลด์ทรุดตัวพังทลาย, ตลิ่งริมแม่น้ำ, นายพรพจน์ เพ็ญพาส, สระบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616ff23b25882.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 19:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 19:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมโยธาฯลุยจัดรูปที่ดิน ‘สมุทรสงคราม’เพิ่มมูลค่าสร้างการเติบโตให้เมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค. 2564 นายพรพจน์ เพ็ญพาส&amp;nbsp; อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง&amp;nbsp; เปิดเผยว่าโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ถือเป็นหนึ่งในพันธกิจสำคัญที่ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตามแนวทางของพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. 2547&amp;nbsp; โดยส่งเสริมให้ประชาชนนำที่ดินตาบอดรกร้างว่างเปล่ามาร่วมพัฒนา สร้างโครงข่ายคมนาคมและระบบสาธารณูปโภคให้สามารถใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าที่ดินโดยเจ้าของที่ดินยังคงกรรมสิทธิ์ไว้โดยไม่จำเป็นต้องมีการเวนคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจังหวัดสมุทรสงครามถือเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยแต่ประสบปัญหาการขยายตัวของเมืองและการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ส่งผลกระทบต่อชุมชมและวิถีชีวิตดั้งเดิม ด้วยเหตุนี้สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสงครามจึงได้คัดเลือกพื้นที่เป้าหมายบริเวณเทศบาลเมืองสมุทรสงครามและตำบลบางแก้วเข้าดำเนินโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ สองฟากถนนโครงการผังเมืองรวมเมืองสมุทรสงคราม สาย ข 5 เขตเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม และตำบลบางแก้ว จังหวัดสมุทรสงคราม มีพื้นที่โครงการประมาณ 178 ไร่ เจ้าของที่ดิน 53 ราย เอกสารสิทธิแปลงที่ดิน 70 แปลง เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (สีเหลือง)&amp;nbsp; และที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (สีเขียว) สิ่งก่อสร้างประกอบด้วย ถนนสายหลัก 2 สาย คือ ข5 และ ข6 เป็นถนน 4 ช่องจราจรพร้อมทางเท้า ระบบระบายน้ำ พื้นที่สาธารณะ รวมทั้งระบบสาธารณูปโภค ต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งเครื่องกั้นถนนชนิดคานทำงานอัตโนมัติแบบไม่มีพนักงานควบคุม โดยได้รับอนุญาตจากการรถไฟแห่งประเทศไทย และการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ กรมโยธาธิการและผังเมือง มีกำหนดระยะเวลาโครงการฯไม่เกิน 10 ปี ซึ่งภายหลังดำเนินโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสงครามได้ทำการสำรวจ รังวัด สอบเขตที่ดินเพื่อออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินแปลงใหม่ และสามารถจำหน่ายที่ดินจัดหาประโยชน์ได้ จำนวน 1 แปลง จากทั้งหมด 8 แปลง ขนาดเนื้อที่ 51 ตารางวา ในราคา 1,040,400 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ จังหวัดสมุทรสงครามนอกจากจะช่วยเพิ่มศักยภาพของเมืองและสร้างประโยชน์ในด้านต่างๆ ให้กับที่ดินที่เข้าร่วมโครงการฯ แล้ว ยังมีส่วนสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดในด้านเส้นทางคมนาคม ส่งเสริมให้สมุทรสงครามเป็นแหล่งพักผ่อนท่องเที่ยวยอดนิยมที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ต่อยอดจากต้นทุนทรัพยากรที่มีอยู่เดิม ไม่ว่าจะเป็นสภาพพื้นที่ในฐานะเมือง 3 น้ำ, วิถีชึวิต, และหลากหลายเรื่องราวที่มีเอกลักษณ์&amp;nbsp; เติบโตเป็นเมืองแห่งอนาคตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวหมุนเวียนสู่ชุมชนด้วยด้วยแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคตต่อไป สามารถรับชมวิดีทัศน์โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ จังหวัดสมุทรสงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชมคลิป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112878</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมโยธาธิการและผังเมือง, จัดรูปที่ดิน, ที่ดินตาบอด, สมุทรสงคราม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_611275b188287.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 10:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 10:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลเอก ประวิตร ติดตาม-กำชับทุกหน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหาผักตบชวาให้เป็นรูปธรรม เปิดทางน้ำ ป้องกันน้ำท่วมพื้นที่เกษตรและบ้านเรือนประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 19 ก.ค. 64 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมวิจิตรวาทการ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;&amp;nbsp; พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการ เพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวา ครั้งที่ 2/2564 ผ่านระบบ Video Conference โดยมีคณะกรรมการอำนวยการฯ และผู้ว่าราชการจังหวัด ประธานคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการแก้ไขปัญหาผักตบชวา ระดับจังหวัด เข้าร่วมประชุมฯ หารือแนวทางในการแก้ไขปัญหาผักตบชวาและวัชพืชให้เป็นรูปธรรม ภายใต้การบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อเปิดทางน้ำ ให้การสัญจรสะดวก และป้องกันน้ำท่วมสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่เกษตรและบ้านเรือนของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) และประธานคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการ เพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวา กล่าวว่า ผักตบชวาและวัชพืชในแม่น้ำ ลำคลอง แหล่งน้ำสาธารณะต่างๆ เป็นปัญหาที่รัฐบาลให้ความสำคัญและเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรมและยั่งยืน&amp;nbsp;โดยการประชุมในวันนี้ เพื่อหารือแนวทางและเร่งให้การแก้ไขปัญหาผักตบชวา ระดับจังหวัด เป็นรูปธรรมมากขึ้น พร้อมกันนี้ยังได้ติดตามผลการดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืช ประจำปี 2564 ของทุกหน่วยงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการ&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวา ได้มอบหมายให้นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการฯ เข้าร่วมประชุมรายงานผลการดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในแหล่งน้ำเปิด แหล่งน้ำเชื่อมโยงและในแหล่งน้ำปิดสาธารณะทั่วประเทศ ประจำปีงบประมาณ 2564 ของหน่วยงานหลัก 5 หน่วยงาน ดังนี้ กรมโยธาธิการและผังเมือง ดำเนินการจัดเก็บผักตบชวา ได้จำนวน 848,878 ตัน กรมเจ้าท่า ได้จำนวน 329,542 ตัน กรมชลประทาน ได้จำนวน 2,687,688 ตัน กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ได้จำนวน 344,874.48 ตัน และทุกจังหวัดทั่วประเทศ ได้จำนวน 302,854.27 ตัน รวมถึงสิ้นเดือนมิถุนายน จำนวน 4,513,836.75 ตัน ส่วนลุ่มน้ำภาคกลางและภาคตะวันออก จำนวน 19 จังหวัด โดยใช้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) มีผลการดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืช ถึงวันที่ 25 มิถุนายน 2564 รวมทั้งสิ้น 511,912.65 ตัน และได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการจัดเก็บผักตบชวาและวัชพืชในส่วนที่เหลือโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับผลการดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชของ &amp;ldquo;ชมรมคนริมน้ำ&amp;rdquo; โดยกรมการปกครอง ประจำปีงบประมาณ 2564 &amp;nbsp;พบว่ามีการจัดตั้งชมรมคนริมน้ำแล้ว จำนวน 7,656 ชมรม มีสมาชิก จำนวน 1,424,531 คน ดำเนินการร่วมกับส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ หน่วยงานในพื้นที่ และจิตอาสา จัดกิจกรรมกำจัดผักตบชวาและวัชพืช จำนวน 20,871 กิจกรรม พร้อมส่งเสริมการสร้างประโยชน์ในทางเศรษฐกิจจากผักตบชวา เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ในส่วนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้จัดสรรเรือท้องแบนติดเครื่องยนต์ จำนวน 1,582 ลำ ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไปดำเนินการดูแลจัดเก็บผักตบชวาขนาดเล็กและวัชพืชตามแหล่งน้ำที่อยู่ในความรับผิดชอบ จำนวน 1,899 แหล่งน้ำ ด้านสารชีวภัณฑ์ในการกำจัดผักตบชวา ที่วิจัยและทดลองโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ปัจจุบันอยู่ในระหว่างขั้นตอนการยื่นขอขึ้นทะเบียนตาม พรบ.&amp;nbsp;&amp;nbsp; วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 กับกรมวิชาการเกษตร ซึ่งจะต้องตรวจสอบความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้งานต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในแหล่งน้ำที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ผักตบชวาและวัชพืชสะสมตัวสร้างปัญหาการสัญจรทางน้ำและการระบายน้ำ ทั้งนี้หากพื้นที่มีผักตบชวาและวัชพืชสะสม เป็นจำนวนมาก ขอให้หน่วยงานหลัก กรมชลประทาน กรมเจ้าท่า กรมโยธาธิการและผังเมือง นำเครื่องมือเครื่องจักรเข้าดำเนินการร่วมกัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในขณะเดียวกันก็หาแนวทางในการสนับสนุนการแปรรูปผักตบชวาเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาผักตบชวาที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และกำชับให้คณะอนุกรรมการฯ และคณะทำงานฯ ระดับจังหวัด ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาผักตบชวาและวัชพืช บูรณาการร่วมกันทั้งส่วนกลางและระดับจังหวัด เพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวาและวัชพืชให้เป็นรูปธรรมและมีความยั่งยืน...&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110402</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการปกครอง, กรมเจ้าท่า, กรมโยธาธิการและผังเมือง, กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ, กอนช., ชมรมคนริมน้ำ, นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง, นายพรพจน์ เพ็ญพาส, ป้องกันน้ำท่วม, พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รองนายกรัฐมนตรี, สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ, แก้ไขปัญหาผักตบชวา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f646896a274.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 19:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมโยธาธิการและผังเมือง บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งกำจัดผักตบชวาในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ และ จ.พระนครศรีอยุธยา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กรมโยธาธิการและผังเมือง บูรณาการร่วมกับกรมชลประทาน กรมเจ้าท่า หน่วยงานท้องถิ่นเร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ และ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเปิดทางน้ำให้ประชาชนใช้ในการเกษตรและสัญจรได้สะดวก อีกทั้งยังช่วยการระบายน้ำในหน้าฝน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ส่งเรือกำจัดผักตบชวาและวัชพืชแบบสายพานลำเลียงและแบบตักหน้า จำนวน 2 ลำ เข้าดำเนินการร่วมกับเครื่องจักรรถแบ็คโฮขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยรถบรรทุกของกรมชลประทานเพื่อกำจัดผักตบชวาและวัชพืชบริเวณสะพานวงฆ้อง คลองวังขอน ตำบลด่านช้าง อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งมีผักตบชวาและวัชพืชสะสมในลำคลองและริมตลิ่งหนาแน่นเป็นระยะๆ โดยมีความยาวประมาณ 6 กิโลเมตร สะสมหนาแน่นกว่า 7,500 ตัน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม นอกจากนี้ยังได้ส่งเรือกำจัดผักตบชวาแบบสายพานลำเลียง จำนวน 1 ลำ ร่วมกับเรือกำจัดผักตบชวาและวัชพืชของกรมเจ้าท่า จำนวน 2 ลำ ดำเนินการกำจัดผักตบชวาบริเวณคลองบางบาล ตำบลวัดยม อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีผักตบชวาและวัชพืชสะสมหนาแน่นกว่า 3,700 ตัน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่องและบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในแหล่งน้ำทั่วประเทศ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้งการสัญจรทางน้ำและการเกษตร ช่วยระบายน้ำในหน้าฝนให้ไหลเวียนได้สะดวก นอกจากนี้ยังทำให้แม่น้ำลำคลองมีทัศนียภาพที่สวยงามได้อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105595</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมชลประทาน, กรมเจ้าท่า, กรมโยธาธิการและผังเมือง, การระบายน้ำในหน้าฝน, กำจัดผักตบชวาและวัชพืช, กำจัดผักตบชวาและวัชพืชในแหล่งน้ำทั่วประเทศ, จ.นครสวรรค์, จ.พระนครศรีอยุธยา, นายพรพจน์ เพ็ญพาส, บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน, บูรณาการ, หน่วยงานท้องถิ่น, องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์, อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง, เครื่องจักรรถแบ็คโฮ, เรือกำจัดผักตบชวา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60be0a05362d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2021 11:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2021 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมโยธาธิการและผังเมือง เร่งกำจัดผักตบชวาแม่น้ำท่าจีน เตรียมพร้อมรับฤดูน้ำหลาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กรมโยธาธิการและผังเมือง ระดมเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรเร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในแม่น้ำท่าจีน บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่สัญจรทางน้ำ พร้อมเปิดทางระบายน้ำรับฤดูฝน คาดจะแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ผักตบชวาและวัชพืชไหลลงมาสะสมบริเวณแม่น้ำท่าจีนเป็นจำนวนมาก ทำให้กีดขวางทางน้ำเป็นอุปสรรคในการเร่งระบายน้ำทั้งในฤดูแล้งและฤดูฝน ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ให้ความสำคัญกับปัญหานี้มาโดยตลอดจึงเร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืช พร้อมทั้งติดตามผลการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเปิดทางระบายน้ำให้สามารถไหลเวียนได้สะดวก บรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนที่สัญจรทางน้ำและยังเป็นการรักษาคุณภาพน้ำในแม่น้ำและแหล่งน้ำให้อยู่ในค่ามาตรฐานอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อธิบดี กล่าวว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว จึงได้สั่งการให้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่และเรือกำจัดผักตบชวาในแม่น้ำท่าจีน บริเวณเขตพื้นที่อำเภอบางปลาม้า อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 2 ลำ จากเดิม 3 ลำ รวมเป็น 5 ลำ และอำเภอนครชัยศรี อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม อำเภอละ 2 ลำ สำหรับอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐมเชื่อมต่อจังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 4 ลำ จากเดิม 3 ลำ รวมเป็น 7 ลำ ดำเนินการจัดเก็บผักตบชวาอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดการสะสมและเป็นอุปสรรคในการสัญจรทางน้ำของพี่น้องประชาชน ทั้งนี้กรมฯ ได้จัดตั้งสถานีจัดเก็บผักตบชวาตรงข้ามวัดบางช้างเหนือ ตำบลคลองใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม โดยมีกรมชลประทาน และองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม นำเรือกำจัดผักตบชวาและวัชพืชมาร่วมดำเนินการในบริเวณดังกล่าว เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีผักตบชวาและวัชพืชค่อนข้างหนาแน่น โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 ถึงปัจจุบัน กรมฯ สามารถกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในแม่น้ำท่าจีนไปแล้ว จำนวน 322,852 ตัน และทั่วประเทศจำนวน 568,076 ตัน และจะเร่งดำเนินการในส่วนที่เหลือให้แล้วเสร็จก่อนฤดูฝน โดยคาดว่าจะจัดเก็บให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับเครื่องจักรกำจัดผักตบชวาและวัชพืชของกรมโยธาธิการและผังเมือง มีทั้งหมดจำนวน 42 ลำ แบ่งเป็น เรือกำจัดผักตบชวาแบบสายพานลำเลียงจำนวน 27 ลำ เรือกำจัดผักตบชวาแบบตักหน้า จำนวน 10 ลำและเรือพอนทูนบรรทุกรถขุด จำนวน 5 ลำ ดูแลรับผิดชอบในแม่น้ำสายหลัก 2 สาย คือ แม่น้ำแม่กลอง ตั้งแต่ใต้เขื่อนแม่กลอง&amp;nbsp;ผ่านจังหวัดราชบุรีและจังหวัดสมุทรสงคราม ลงสู่อ่าวไทย และแม่น้ำท่าจีน ตั้งแต่ใต้ประตูระบายน้ำโพธิ์พระยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผ่านจังหวัดสุพรรณบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร ลงสู่อ่าวไทย และแหล่งน้ำอื่นๆ กว่า 20 แห่งทั่วประเทศ&amp;nbsp; ที่มีการขอความช่วยเหลือเข้ามายังกรมฯ&amp;nbsp; ทั้งนี้หากพี่น้องประชาชนประสบปัญหาเกี่ยวกับผักตบชวาและวัชพืช สามารถแจ้งมาที่กองบูรณะและบำรุงรักษา กรมโยธาธิการและผังเมือง (ส่วนกลาง) ติดต่อ 0 2299 4393 หรือสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดทุกจังหวัด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101587</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมโยธาธิการและผังเมือง, กำจัดผักตบชวา, นายพรพจน์ เพ็ญพาส, ฤดูน้ำหลาก, แม่น้ำท่าจีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f772979e6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 16:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 15:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยผ. น้อมรำลึก “นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม” ครบรอบ 158 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 28 เม.ย. 64 กรุงเทพมหานคร/... นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นประธานพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ ครบรอบ 158 ปี โดยมี นางจิรวรรณ เพ็ญพาส ประธานชมรมแม่บ้านกรมโยธาธิการและผังเมือง พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกรมฯ ร่วมพิธี&amp;nbsp; ณ กรมโยธาธิการและผังเมือง ถนนพระรามที่ 6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เป็นเสนาบดีพระองค์แรกของกระทรวงโยธาธิการ ซึ่งในปัจจุบัน คือ กรมโยธาธิการและผังเมือง พระองค์ทรงวางรากฐานระบบงานโยธา วางระเบียบระบบราชการภายในกรมฯ ทำหน้าที่ควบคุมดูแลงานโยธา และการก่อสร้างทั้งหมดของประเทศ ทำให้ต้องทรงศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมทั้งงานช่างแผนเก่า และแผนใหม่ เป็นเหตุให้ทรงได้รับการเรียกจากเจ้านายพระบรมวงศานุวงศ์ ว่า &amp;ldquo;นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม&amp;rdquo; ผลงานในช่วงเวลาที่ทรงรับราชการในกระทรวงโยธาธิการมีมากมาย อาทิ การพัฒนาคมนาคม &amp;ldquo;ระบบราง&amp;rdquo; ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งกรมรถไฟใน พ.ศ. 2433 สังกัดกระทรวงโยธาธิการ มีหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับการก่อสร้างทางรถไฟ ซึ่งเส้นทางรถไฟสายแรกที่ดำเนินการโดยรัฐบาล ได้แก่ กรุงเทพฯ &amp;ndash; นครราชสีมา สายที่ 2 คือรถไฟสายเหนือ จากลพบุรี-ปากน้ำโพ-พิษณุโลก ต่อมาได้มีการก่อสร้างทางรถไฟสายตะวันออกและเปิดเดินรถได้ถึงเมืองฉะเชิงเทรา สำหรับทางรถไฟสายใต้ในตอนนั้น มีการก่อสร้างจาก บางกอกน้อย &amp;ndash; เพชรบุรี การก่อสร้างทางรถไฟมิได้เป็นเพียงการวางเส้นทางคมนาคมเชื่อมต่อหัวเมืองที่ทุรกันดารห่างไกลเท่านั้น ยังช่วยย่นระยะเวลาและระยะทางการคมนาคมขนส่ง ช่วยเปิดพื้นที่สู่แหล่งทรัพยากรอันสมบูรณ์ รวมถึงเปิดพื้นที่ทุรกันดารให้อำนาจการปกครองราชธานีเข้าไปแทนที่ระบบกินเมืองในหัวเมืองต่าง ๆ ได้สำเร็จ และทรงเริ่มต้นการพัฒนากรุงเทพฯ ตามแบบสมัยใหม่ โดยวางรากฐานการก่อสร้างถนนและสะพานในกรุงเทพมหานคร ทรงกำหนดให้กรมโยธาธิการมีหน้าที่ออกแบบทำแผนที่ ปักปันที่ดิน กำหนดงบประมาณก่อสร้าง ดำเนินการก่อสร้างและควบคุมการก่อสร้างให้ถูกต้องตามหลักการ รวมถึงการดูแลซ่อมแซม ซึ่งผลงานสำคัญคือ โครงการถนนอำเภอสำเพ็ง จำนวน 18 สาย เช่น ถนนเยาวราช ถนนจักรวรรดิ ฯลฯ และถนนสำคัญอีกหลายสาย ได้แก่ ถนนราชดำเนินกลาง ถนนราชดำเนินนอก ในปี พ.ศ. 2442 ได้ดำเนินการก่อสร้างถนนเข้าในเขตชุมชนการค้า สถานที่ราชการ ชุมทางคมนาคมต่าง ๆ ซึ่งอำนวยประโยชน์ในการไปมาหาสู่ค้าขายกันได้สะดวก พัฒนาประเทศชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ และบุคลากรกรมโยธาธิการและผังเมืองทุกคน ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ผู้เป็นต้นแบบในการทำความดีงามเพื่อสังคมส่วนรวม โดยได้จัดงานวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันพุธที่ 28 เมษายน 2564 ครบรอบ 158 ปี ข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานราชการ ขอตั้งจิตมั่นดำเนินตามรอยพระบาทในหลักด้านช่าง และศิลปะวิทยาการ ตามแบบอย่าง &amp;ldquo;สมเด็จครู&amp;rdquo; ที่ได้ทรงริเริ่มไว้ และขอสืบสานพระปณิธานเพื่อร่วมกันสร้างสรรค์พัฒนาเมืองให้มีความงดงาม และเจริญรุ่งเรืองสืบไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101063</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมโยธาธิการและผังเมือง, ครบรอบ 158 ปี, ชมรมแม่บ้านกรมโยธาธิการและผังเมือง, นางจิรวรรณ เพ็ญพาส, นายพรพจน์ เพ็ญพาส, ยผ., สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6089197959bcd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98764</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 12:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การประชุมเชิงปฏิบัติการ การวางผังนโยบายระดับภาค ภาคตะวันออก ครั้งที่ 3 (จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และจังหวัดตราด)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ (8 เมษายน 2564) เวลา 09.00 น. ว่าที่ร้อยตรี พิรุณ เหมาะรักษ์&amp;nbsp; รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธาน เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ การวางผังนโยบายระดับภาค ภาคตะวันออก ครั้งที่ 3 (จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และจังหวัดตราด) และการประชุมกลุ่มย่อยระดับกลุ่มจังหวัด กลุ่มที่ 2 (จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และจังหวัดระยอง) โดยมี นางสาววิชัญญา บำรุงชล นักผังเมืองชำนาญการพิเศษ สำนักผังประเทศและผังภาค กล่าวรายงาน มี นายฤหัส ไชยศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นายดนัย สุนันทารอด หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมโยธาธิการและผังเมือง นายอิธิพงศ์ ตันมณี ผู้ตรวจราชการกรมโยธาธิการและผังเมือง โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด และส่วนราชการต่าง ๆ ร่วมประชุม สำหรับการประชุมดังกล่าวถือเป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ และภาค ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 โดยกำหนดให้ระบบการผังเมืองของประเทศ ต้องมีกรอบนโยบายการใช้ประโยชน์พื้นที่ ตั้งแต่ระดับประเทศ ระดับภาค และระดับจังหวัด โดยให้หน่วยงานของรัฐ ใช้ดำเนินการร่วมกัน เพื่อให้การวางและจัดทำผังเมืองและการใช้ประโยชน์พื้นที่และที่ดินในทุกระดับเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะเป็นประโยชน์แก่เศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งประโยชน์แก่สาธารณะ ณ โรงแรมโกลเด้น ซิตี้ ระยอง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98764</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมโยธาธิการและผังเมือง, การวางผังนโยบายระดับภาค ภาคตะวันออก ครั้งที่ 3, จังหวัดจันทบุรี, นางสาววิชัญญา บำรุงชล, นายดนัย สุนันทารอด, นายฤหัส ไชยศักดิ์, นายอิธิพงศ์ ตันมณี, ผังเมือง, ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง, ว่าที่ร้อยตรี พิรุณ เหมาะรักษ์, สำนักผังประเทศและผังภาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210408/image_big_606e97f5c3c98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
