<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108661</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุริยะ&#039;เร่งสอบเหตุโรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้ !ลุยคลอดมาตรการความปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค. 2564 -&amp;nbsp;นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงกรณีโรงงานกรณีไฟไหม้โรงงานบริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตโฟม และเม็ดพลาสติก ภายในซอยกิ่งแก้ว 21 ถนนกิ่งแก้ว ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการไฟไหม้ว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ (5 ก.ค.) ได้สั่งการให้นายประกอบ&amp;nbsp;วิวิธจินดา&amp;nbsp;อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ให้เจ้าหน้าที่กรมโรงงานฯ ลงพื้นที่ด่วน เพื่อไปติดตามสถานการณ์โรงงานไฟไหม้&amp;nbsp; และขณะนี้นายประกอบ ประชุมร่วมกับทีมผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการแล้ว

อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวทางพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้แสดงความเป็นห่วงอย่างมาก ได้สั่งการตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุ ให้ไปตรวจสอบทั้งหมดว่า โรงงานประเภทดังกล่าวทั่วประเทศมีกี่โรงงาน อยู่พื้นที่ไหนบ้าง มีหลักเกณฑ์เงื่อนไขอนุญาตโรงงานดังกล่าวอย่างไรบ้าง มีวิธีการตรวจสอบการประกอบกิจการโรงงานอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะในเรื่องความปลอดภัย &amp;nbsp;ต่อไปต้องมีความเข้มข้นมากขึ้นอย่างไรบ้าง โดยในช่วงบ่ายวันนี้ (5 ก.ค.) จะลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์อีกครั้ง โดยระหว่างนี้ได้ประสานงานร่วมกับอธิบดี กรอ. อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108661</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมโรงงาน, กระทรวงอุตสาหกรรม, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b46b5611370.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108416</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 17:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรอ. เผยมูลค่าลงทุนโรงงานใหม่พุ่ง คุยตัวเลขปิดกิจการน้อยลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค. 2564 - นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้รับการรายงานผลการดำเนินงานในช่วง 3 ไตรมาสของกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) โดยเฉพาะในด้านการส่งเสริมการประกอบกิจการโรงงาน ตั้งใหม่ ขยาย และการตั้งเขตประกอบการ ในปีงบประมาณ 2564 (1 ต.ค.63 &amp;ndash; 30 มิ.ย.64) ภาพรวมทั่วประเทศมีการประกอบกิจการโรงงานใหม่ จำนวน 1,894 โรงงาน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.33% ที่มี 2,022 โรงงาน แต่มีมูลค่าการลงทุนที่เพิ่มขึ้นโดยในปีนี้สามารถทำได้ 225,710.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.24% จากปีก่อนที่สามารถทำได้ 139,124.90 ล้านบาท เนื่องจากบางโรงงานแจ้งขยายในช่วงปีก่อน แต่ยังไม่ได้ลงทุนจึงมาทำการขยายและลงทุนในปีนี้แทนืจึงส่งผลให้มูลค่าการลงทุนโดยรวมสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ในส่วนของการขยายโรงงานใหม่มีจำนวน 209 โรงงาน ลดลง 70.23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีการขยาย 702 โรงงาน ด้านมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 69,083.30 ล้านบาท ลดลง 54.28% จากมูลค่าที่มำได้ 151,107.85 ล้านบาทในปีก่อน โดยในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการประกอบกิจการใหม่สูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อโลหะ อุตสาหกรรมอาหาร และผลิตภัณฑ์โลหะ ตามลำดับ ขณะเดียวกันมีการเลิกประกอบกิจการโรงงานจำนวน&amp;nbsp; 567 โรงงาน คิดเป็นมูลค่าการลงทุน จำนวน 29,541.10 ล้านบาท ลดลง9.72% จากปีก่อนที่มีการเลิกกิจการที่ 628 โรงงาน มูลค่ารวม 45,179.21 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาแม้ว่าจะมีสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อีกระลอกนั้น แต่ในภาพรวมของการประกอบกิจการโรงงานยังสามารถไปต่อได้ ซึ่งผมรู้สึกพอใจกับตัวเลขของโรงงานอุตสาหกรรมทั้งที่มีการตั้งโรงงานใหม่ หรือการขยายโรงงาน เพราะส่งผลให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัวขึ้นจากการเริ่มฉีดวัคซีนโควิดในหลาย ๆ ประเทศ โดยในส่วนของประเทศไทย คาดว่าน่าจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงปลายปีนี้ เนื่องจากรัฐบาลเร่งรัดการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ประชาชน ซึ่งปัจจัยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศทำให้เกิดการลงทุนเพิ่มขึ้น&amp;rdquo;นายสุริยะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดี กรอ. กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 กรอ.ได้มีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 &amp;ndash; 2564 อาทิ การยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีให้แก่ผู้ประกอบกิจการโรงงาน จำพวกที่ 2 และจำพวกที่ 3 กว่า 56,000 โรงงาน ซึ่งเบื้องต้นผ่านมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภายใต้บริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ผู้ประกอบการจึงมีแนวโน้มจะเผชิญความท้าทายใหม่ ๆ ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ไม่เคยเผชิญมาก่อน เช่น สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 การ&amp;ldquo;ปรับตัวแล้วรอด&amp;rdquo; คือการก้าวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก และนำมาปรับใช้หรือต่อยอดกับธุรกิจของตนเอง เพื่อลดปัญหาการหยุด หรือเลิกกิจการ ตลอดจนการเลิกจ้างแรงงาน ลดปัญหาการว่างงานจากภาคอุตสาหกรรม&amp;nbsp; โดย กรอ.พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัวและสามารถประกอบกิจการต่อไปได้ตามปกติ&amp;rdquo;นายประกอบ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108416</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมโรงงาน, ก่อตั้งโรงงานใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60dee63f165e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101246</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรอ.ยกระดับการตรวจโรงงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เปิดมิติใหม่รับยุค New Normal นำร่องกว่า 5,000 โรงงานทั่ว กทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>
&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สุริยะ&amp;rdquo;สั่งการกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ยกระดับการตรวจโรงงานและสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายแบบทางไกล (Remote Inspection) เน้นอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ ภายใต้วิถีปกติใหม่ (New Normal) โดยเริ่มให้บริการนำร่องโรงงานกว่า 5,000 โรงงาน พื้นที่ กทม. ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการทำงาน เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ ตามนโยบาย Ease of Doing Business ของรัฐบาล&amp;nbsp; ซึ่งกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจด้านการออกใบอนุญาต และได้นำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการออกใบอนุญาตโรงงาน ล่าสุดได้สั่งการให้ กรอ.ยกระดับการให้บริการด้วยการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาใช้ตรวจโรงงานทางออนไลน์ เพื่อให้การกำกับดูแลการบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลของเจ้าหน้าที่&amp;nbsp; ได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งยังสามารถอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยให้บริการนำร่องโรงงานอุตสาหกรรมในเขตพื้นที่ กทม. กว่า 5,000 โรงงาน&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการตั้งเดือนมีนาคม 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;ด้าน นายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้ดำเนินการตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ด้วยการออกประกาศ&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมโรงงานอุตสาหกรรม ว่าด้วยการตรวจสอบโรงงานและสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายแบบทางไกล (Remote&amp;nbsp; Inspection) โดยการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการตรวจโรงงานแทนการลงพื้นที่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ภัยธรรมชาติ หรือจากสถานการณ์อื่น ๆ โดยเจ้าหน้าที่จะประสานงานการตรวจแบบทางไกลผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ บนเว็บไซต์ และสมาร์ทโฟน เป็นต้น &lt;/p&gt;


&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:8.0pt; padding:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ประกาศของ กรอ. ในเรื่องดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทันที โดยกำหนดให้ผู้ประกอบกิจการโรงงาน หรือผู้ที่ครอบครองวัตถุอันตราย ต้องจัดส่งรายงานการตรวจประเมินแบบทางไกล หรือแบบฟอร์มการตรวจติดตามสถานที่เก็บวัตถุอันตรายทาง E-mail , Line ซึ่งหาก กรอ. พิจารณาแล้วเห็นว่ารายงานดังกล่าว มีความคลุมเครือไม่ชัดเจน หรือ การประกอบกิจการไม่สอดคล้องตามที่กฎหมายกำหนด อาจให้มีการประชุมทางไกลผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่น Zoom , Skype , Microsoft Teams , Line VDO&amp;nbsp; Call เพื่อให้สามารถเห็นภาพการประกอบกิจการได้ชัดเจน หรือหากมีข้อสงสัยก็จะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว โดยเริ่มนำร่องในโรงงานอุตสาหกรรมพื้นที่ กทม. จำนวน 5,592 โรงงานก่อน และจะขยายผลไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศต่อไป&amp;rdquo; อธิบดีกรมโรงงานฯ กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:8.0pt; padding:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101246</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ภาคอุตสาหกรรม, กรมโรงงาน, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608b6a5ec4f1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 09:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 09:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรอ.เข้มดึง35 โรงงานเข้าโครงการแก้น้ำเสียคลองเปรมประชากร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เมษายน 2564 นายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายจัดทำแผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานระบบคลองและการพัฒนาชุมชนริมคลองเปรมประชากร โดยการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ชุมชนเมืองและพัฒนา ปรับปรุง และแก้ไขปัญหาน้ำเสีย กรอ. ได้จัดทำโครงการบริหารจัดการน้ำเสียแก่โรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่คลองเปรมประชากร โดยมีโรงงานในพื้นที่เป้าหมาย 150 โรงงาน และให้คำปรึกษาเชิงลึกแก่โรงงานอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมโครงการ ตั้งเป้าหมายปีนี้ซึ่งเป็นปีแรกของการดำเนินโครงการ จำนวน 35 โรงงาน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประกาศรับสมัคร โดยผู้เข้าร่วมโครงการเป็นโรงงานอุตสาหกรรมทุกประเภท ทุกขนาด ที่ประกอบกิจการตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานและอยู่ในพื้นที่คลองเปรมประชากร


&amp;ldquo;กรอ. ได้ผลักดันให้โรงงานอุตสาหกรรมให้ความสำคัญในมาตรการลดมลพิษน้ำจากการประกอบกิจการ และร่วมรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป เพื่อให้อุตสาหกรรมอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างเป็นสุข โดยการดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำเสียแก่โรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่คลองเปรมประชากร เป้าหมายคือสร้างความร่วมมือระหว่าง กรอ.และผู้ประกอบการโรงงานในพื้นที่ การดำเนินงานจะมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเข้าไปให้คำแนะนำ ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสีย กฎหมายมลพิษน้ำ การให้คำแนะนำเรื่องการจัดการน้ำเสีย ศึกษากระบวนการที่ก่อให้เกิดน้ำเสีย การจำแนกแหล่งกำเนิดน้ำเสีย และประเมินปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้น พร้อมจัดทำสมดุลมวลน้ำใช้และน้ำเสีย&amp;rdquo;นายประกอบ กล่าว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98346</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมโรงงาน, ประกอบ วิวิธจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606a728777250.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2020 11:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2020 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรอ.เผยครม.ไฟเขียวเว้นค่าธรรมเนียมโรงงาน 56,598 แห่งเป็นเวลา 1 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค. 2563 นายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ที่ประชุม ครม. มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีให้แก่ผู้ประกอบกิจการโรงงาน พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ โดยให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีที่เรียกเก็บตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้แก่ผู้ประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2 และจำพวกที่ 3 ทุกขนาด เป็นเวลา 1 ปี โดยให้มีผลใช้บังคับในวันที่พ้นกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือคาดว่ากฎกระทรวงฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้เร็วที่สุดประมาณต้นเดือน มิ.ย. 63 เบื้องต้นมีโรงงานที่ได้รับอานิสงส์ 56,598 ราย และคาดว่าภาครัฐจะเสียรายได้ประมาณ 231 ล้านบาท

ทั้งนี้การยกเลิกค่าธรรมเนียมให้แก่เจ้าของกิจการโรงงานถือเป็น1 ในมาตรการให้ความช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ผู้ประกอบกิจการโรงงานที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ต้องการลดภาระและบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบกิจการโรงงานจากสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งมั่นใจว่ามาตรการดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งในการพยุงสถานะของโรงงานให้มีการประกอบกิจการอย่างต่อเนื่อง และจะเกิดผลดีต่อภาคอุตสาหกรรมมากกว่ารายได้ที่รัฐจะต้องสูญเสียไป

&amp;ldquo;การระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ลุกลามไปทั่วโลกได้เกิดผลกระทบในด้านต่าง ๆ หลายประการ เช่น ด้านการท่องเที่ยว, ด้านสุขภาพอนามัย รวมถึงด้านการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม เป็นต้น โดยผลกระทบดังกล่าวไม่ส่งผลดีต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผู้ประกอบกิจการโรงงานด้วย โดยเฉพาะผลกระทบต่อรายได้ที่ตกต่ำ และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ดังนั้นการลดค่าธรรมเนียมถือเป็นแนวทางหนึ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมต้องการลดภาระ และบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบการโรงงาน อย่างไรก็ตามขั้นตอนนี้หลัง ครม.อนุมัติแล้ว ก็จะส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเป็นเรื่องด่วนต่อไป&amp;rdquo; นายประกอบ กล่าว

นายประกอบ กล่าวต่อว่า สำหรับในส่วนของโรงงานที่ยังไม่จ่ายค่าธรรมเนียมในปีนี้ ก็คงไม่ต้องจ่ายตามมาตรการเยียวยา แต่หากโรงงานใดที่ได้มีการจ่ายค่าธรรมเนียมไปแล้วก่อนที่กฎกระทรวงจะมีผลบังคับใช้ ทาง กรอ. ก็จะยกเว้นโดยไม่ต้องจ่ายในปี 64 แทน ซึ่งค่าธรรมเนียมประกอบกิจการรายปีที่โรงงานจำพวก2 และ3 หรือโรงงานที่มีเครื่องจักรกำลังรวมตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไปนั้น จะมีการจ่ายที่อัตราแตกต่างกัน โดยโรงงานที่มีเครื่องจักรตั้งแต่50 แรงม้า แต่ไม่ถึง100 แรงม้า จะจ่ายที่ 900 บาท, แรงม้าตั้งแต่ 100 แต่ไม่ถึง 200 แรงม้า จ่าย 1,500 บาท, ตั้งแต่ 200 แต่ไม่ถึง 300 แรงม้า จ่าย 2,100 บาท, ตั้งแต่ 300 แต่ไม่ถึง 400 แรงม้า จ่าย 2,700 บาท, ตั้งแต่ 400 แต่ไม่ถึง 500 แรงม้า จ่าย 3,600 บาท , ตั้งแต่ 500 แต่ไม่ถึง 600 แรงม้า จ่าย 4,500 บาท, ตั้งแต่600 แต่ไม่เกิน 700 แรงม้า จ่าย 5,400 บาท

ขนาดตั้งแต่ 700 แต่ไม่ถึง 800 แรงม้า จ่าย 6,600 บาท, ตั้งแต่ 800 แต่ไม่ถึง 900 แรงม้า จ่าย7,800 บาท,&amp;nbsp; ตั้งแต่ 900 แต่ไม่ถึง 1,000 แรงม้า จ่าย 9,000 บาท, ตั้งแต่ 1,000 แต่ไม่ถึง 2,000&amp;nbsp; แรงม้า จ่าย 10,500 บาท, ตั้งแต่ 2,000 แต่ไม่ถึง 3,000 แรงม้า จ่าย 12,000 บาท, ตั้งแต่ 3,000 แต่ไม่ถึง 4,000 แรงม้า จ่าย 13,500 บาท, ตั้งแต่ 4,000 แต่ไม่ถึง 5,000 แรงม้า จ่าย 15,000 บาท , ตั้งแต่ 5,000 แต่ไม่ถึง 6,000&amp;nbsp; แรงม้าจ่าย 16,500 บาท และ 6,000 แรงม้าขึ้นไปจ่าย 18,000 บาท เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65011</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมโรงงาน, ลดค่าธรรมเนียม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200504/image_big_5eaf9ac4c181b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2019 15:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2019 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรอ. เตือนโรงงานทั่วกรุงเทพฯ เข้มงวดรักษาความปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;3 ส.ค. 2562 นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้กรอ. ได้แจ้งเตือนไปยังโรงงานขนาดใหญ่ที่มีกำลังเครื่องจักรกว่า 1000 แรงม้า ที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครประมาณ 567 แห่ง ให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในโรงงาน และบริเวณโดยรอบโรงงาน และแจ้งเตือนสถานประกอบการวัตถุอันตรายในกรุงเทพฯ 140 แห่งขอให้ระมัดระวังและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายเป็นพิเศษ ตามนโบบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ให้หน่วยงานต่างๆ ในสังกัด เตรียมแผนป้องกันและการรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์เหตุความไม่สงบ และเหตุระเบิดในกรุงเทพมหานครหลายจุด ตั้งแต่วันที่ 1-2 สิงหาคม ที่ผ่านมา

&amp;ldquo;ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมมีความเป็นห่วงเรื่องนี้อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงงานที่สามารถส่งผลกระทบในวงกว้างต่อประชาชน เช่น โรงกลั่นน้ำมัน และโรงงานเคมีภัณฑ์ เป็นต้น พร้อมทั้งกำชับให้มีการเพิ่มความเข้มงวดเป็นพิเศษในการตรวจสอบผู้ผลิต และผู้นำเข้าวัตถุอันตราย ที่สามารถนำไปใช้เป็นองค์ประกอบทำวัตถุระเบิดได้ด้วย โดยในส่วนของวัตถุอันตรายนั้นทาง กรอ.ได้แจ้งเตือนสถานประกอบการที่มีวัตถุอันตรายในกรุงเทพฯ ขอให้ระมัดระวังและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตราย&amp;rdquo; นายทองชัย กล่าว
นอกจากนี้สถานประกอบการวัตถุอันตรายต้องเพิ่มมาตรการเข้มงวดในการป้องกันการลักลอบจำหน่ายหรือนำวัตถุอันตรายไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ รวมถึงขอให้เข้มงวด เพื่อไม่ให้ผู้ไม่หวังดีมาดำเนินการให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่สถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายของผู้ประกอบการด้วย อย่างไรก็ตามหากผู้ประกอบการมีปัญหาเกี่ยวกับการจัดเก็บรักษาวัตถุอันตรายหรือความไม่ปลอดภัยใดๆ ขอให้ผู้ประกอบการแจ้งให้กรมโรงงานฯ ทราบเป็นการด่วน เพื่อที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาต่อไป

นายทองชัย กล่าวต่อว่า ในส่วนของการเตรียมการรับมือกับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบในพื้นที่กรุงเทพฯ ของหน่วยงานอื่นๆ ที่สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมก็ได้สั่งการให้ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมแจ้งเตือนโรงงานในพื้นที่ต่างจังหวัดทั่วประเทศ อีกทั้งยังสั่งการให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ประสานไปยังโรงงานที่อยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ในการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในโรงงานและบริเวณรอบโรงงาน รวมถึงเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบผู้ผลิตและนำเข้าวัตถุอันตราย ที่สามารถนำไปใช้ทำเป็นวัตถุระเบิด พร้อมทั้งให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) แจ้งเตือนผู้ประกอบกิจการเหมืองแร่ ทำการตรวจสอบและควบคุมการใช้วัตถุระเบิดในเหมืองแร่ โดยให้มีการใช้วัตถุระเบิดเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับการอนุญาตเท่านั้น และให้สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) สำรวจและประเมินผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเชิงภาพรวมในทางเศรษฐกิจ เป็นต้น
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42625</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมโรงงาน, กรอ., ระเบิดป่วนกรุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf118946f7eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2019 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2019 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรอ.มั่นใจอีอีซีบูมมากลงทุนโรงงานโตกว่าเท่าตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค. 2562 นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบตัวเลขการตั้งและขยายโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) พบว่าปีนี้มูลค่าการลงทุนรวมใน 3 จังหวัดอีอีซี ประกอบด้วย ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา สูงถึง 75,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของ 2 ปีย้อนหลังพบว่าสูงขึ้นมาก เพราะปี 2560 มีการมูลค่าลงทุนรวม 33,000 ล้านบาท และปี 2561 มีมูลค่าลงทุนรวม 25,000 ล้านบาท เนื่องจากนักลงทุนให้ความสนใจหลังรัฐบาลเดินหน้านโยบายอีอีซี โดยตลอดทั้งปีนี้คาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนรวมทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 430,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 20% และในมูลค่าลงทุนรวมนี้คาดว่าจะเป็นเงินทุนเฉพาะพื้นที่อีอีซีไม่ต่ำกว่า 60%

รายงานข่าวแจ้งว่า ยอดการขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน(ร.ง.4)และขยายกิจการในอีอีซี ช่วงเดือนม.ค. - 11 ก.ค.

2562 มีจำนวนโรงงานทั้งสิ้น 272 โรงงาน ลดลง 13.37% จากช่วงเดียวกันในปี 2561 ที่มีอยู่ 314 โรงงาน มูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 75,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 190.69% จากช่วงเดียวกันของปี 2561 อยู่ที่ 25,800ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการเปิดกิจการใหม่ มีจำนวน&amp;nbsp;

206 โรงงาน ลดลง 15.91% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีอยู่ 245 โรงงาน มูลค่าการลงทุน 38,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;

118.39% เมื่อเทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 17,400 ล้านบาท การขยายกิจการมีจำนวน 66 โรงงาน ลดลง 4.34% จากช่วงเดียวกันของปีที่

ผ่านมาที่มีอยู่ 69 โรงงาน มูลค่าการลงทุน 37,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 344.71% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 8,320 ล้านบาท

ทั้งนี้อุตสาหกรรมที่มีจำนวนเปิดกิจการใหม่และขยายกิจการที่มีมูลค่ามากที่สุดในช่วงดังกล่าว ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากแหล่งปิโตรเลียม 21,700 ล้านบาท อุตฯผลิตยานพาหนะและอุปกรณ์รวมทั้งการซ่อมยานพาหนะและอุปกรณ์ มูลค่า

การลงทุน 4,930 ล้านบาท อุตฯเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ 4,410 ล้านบาท อุตฯผลิตภัณฑ์พลาสติก 2,690 ล้านบาท&amp;nbsp; อุตฯผลิตภัณฑ์โลหะ 958 ล้านบาท&amp;nbsp;

&amp;quot;จ.ชลบุรีมีการการขอใบอนุญาตประกอบกิจการ ร.ง.4 และขยายกิจการมากที่สุด จำนวน 149 โรงงาน จ.ระยอง จำนวน 74 โรงงาน จ

.ฉะเชิงเทรา จำนวน 49 โรงงาน ขณะที่มูลค่าการลงทุนสูงสูดอยู่ที่ จ.ชลบุรี 45,800 ล้านบาท จ.ระยอง 18,900 ล้านบาท และ จ.ฉะเชิงเทรา 10,200 ล้านบาท&amp;quot;รายงานข่าวระบุ
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41570</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมโรงงาน, ทองชัย  ชวลิตพิเชฐ, ลงทุนอีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf118946f7eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
