<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2020 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2020 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่รอด!ตำรวจรวบแล้ว แก๊งทมิฬ สังหาร กำนันหญิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.พ. 63 &amp;nbsp;- ความคืบหน้ากรณีคนร้ายสวมหมวกกันน็อคขับขี่รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีแดง บุกยิงนางกรรณิการ์ วงค์ศิริ อายุ 52 ปี กำนันตำบลผาตั้ง หรือ กำนันเตี้ย ที่บ้านเลขที่ 152 หมู่ 6 บ้านดงต้อง ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย เสียชีวิตคาห้องครัว เหตุเมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดวันนี้ มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกองปราบปรามสามารถจับกุมกลุ่มคนร้ายที่ยิงนางกรรณิการ์ ได้แล้ว ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 5 คน โดยมือปืนจับกุมได้ขณะหลบหนีอยู่ในที่กรุงเทพฯ ส่วนคนจัดหามือปืนตามไปรวบได้ที่จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมหลักฐานเป็นพาหนะของกลุ่มคนร้ายที่ใช้ลงมือสังหารเหยื่อ ทั้งนี้จะมีการนำตัวกลุ่มคนร้ายมาแถลงข่าวที่กองปราบปรามวันนี้ในเวลา 16.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 3 ก.พ.63 เจ้าหน้าที่ได้พบรถจักรยานยนต์ และหมวกกันน็อกของคนร้ายถูกทิ้งในอ่างเก็บน้ำห้วยสระคลองใหญ่ ต.คำด้วง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ต่อมาในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ บก.ภ.จว.หนองคาย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ รองผบช.สส.ภ.4 ได้เดินทางลงพื้นที่ไปติดตามความคืบหน้าของคดีด้วยตัวเอง จนสามารถนำไปสู่การจับกุมคนร้ายกลุ่มนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57262</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรณิการ์ วงค์ศิริ, กำนันเตี้ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200215/image_big_5e47abf399f99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แป๊ะ&#039;ลั่นไม่ตายฟรี ตีวงฆ่ากำนันเตี้ย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ตร.บุกหนองคาย ติดตามคดีฆ่ากำนันเตี้ย เผยตำรวจกำลังทำงานเต็มที่ มีความคืบหน้าแล้ว 50 เปอร์เซ็นต์ มุ่งประเด็นพิทักษ์ผลประโยชน์ส่วนรวม ขัดแย้งส่วนตัว ลั่นคนดีต้องไม่ตายฟรี พบแล้วล้อจักรยานยนต์ของคนร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้ ที่กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร., พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ รอง ผบช.สส.ภ.4 เดินทางไปติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกยิงนางกรรณิการ์ วงค์ศิริ หรือกำนันเตี้ย กำนันตำบลผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย โดยมี พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์ ผบก.ภ.จ.หนองคาย นำเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน พิสูจน์หลักฐาน รายงานผลการปฏิบัติงาน โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังด้วย ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ประเด็นที่ตำรวจทำการสืบสวนมุ่งไปที่เรื่องการขัดแย้งเรื่องที่ดิน, เรื่องเกี่ยวกับการร้องเรียนวัดถ้ำศรีมงคล หรือวัดถ้ำดินเพียง, เรื่องการทวงคืนผืนป่า 120 ไร่ และเรื่องชู้สาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์เปิดเผยว่า วันนี้มาฟังรายงานการดำเนินการสืบสวน ที่มาที่ไปของคดี โดยทราบว่ากำนันเตี้ยเป็นคนตรงไปตรงมา ประเด็นของการฆาตกรรมน่าจะเกิดจากความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับสาธารณะ 3-4 ประเด็น ทั้งที่ดิน ส.ป.ก. การทวงคืนผืนป่า ส่วนประเด็นที่ตำรวจตัดไปคือเรื่องชู้สาว ในส่วนของคนร้ายขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวได้ ส่วนรถจักรยานยนต์ที่ถูกนำไปทิ้งน้ำและเจ้าหน้าที่ยึดมาได้นั้น น่าเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับคดีอยู่แล้ว แต่ต้องรอให้รถแห้งก่อน เพราะรถจมน้ำอยู่ ต้องใช้เวลาจึงจะพิสูจน์ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ตร.กล่าวว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสาวไปถึงคนร้ายและผู้บงการ หลักฐานบางอย่างยังพูดไม่ได้ก็ต้องขอสงวนไว้ อย่างไรก็ตาม การทำงานไม่ได้กำหนดเวลา แต่จะทำให้ดีที่สุด ส่วนความขัดแย้งเกี่ยวกับประเด็นสาธารณะก็ยังไม่ทราบชัดเจนว่าจะไปเกี่ยวข้องกับบุคคลใด เพียงแต่ตั้งประเด็นไว้เฉยๆ ยังไม่มีการลงลึกไปที่ตัวบุคคล ส่วนการสอบปากคำ หากพบว่ามีใครเกี่ยวข้องก็ให้เรียกมาสอบสวน สำหรับประเด็นที่ญาติให้น้ำหนักไปที่การขัดแย้งที่ดิน ส.ป.ก. ทางตำรวจก็รับฟังไว้ เพราะเป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ตายมากที่สุด แต่ประเด็นอื่นๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถหาได้ วันนี้คืบหน้าไปพอสมควรประมาณ 40-50 เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเวลาให้ตำรวจทำงานก่อน &amp;nbsp;พฤติกรรมของคนร้ายที่พบจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดซึ่งบางตัวก็เสียในจุดที่สำคัญ แต่ตำรวจก็มีวิธีการทำงานอยู่แล้ว เนื่องจากพื้นที่ที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ชายแดน ก็ได้ประสานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว ขณะนี้มีแต่ดูสาเหตุและประเด็นต่างๆ ที่พอจะเป็นไปได้ มันต้องไปทีละขั้นตอน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ยังกล่าวถึงกระแสข่าวการฆาตกรรมกำนันเตี้ย อาจจะโยงไปถึงคดีจับกุมข้าราชการเรื่องทำบัตรประชาชนปลอมในพื้นที่ ต.ผาตั้ง อ.สังคม ด้วยหรือไม่ ว่าตนยังไม่ทราบประเด็นนี้ แต่จะลองประสานกับกองปราบปรามดูอีกที ซึ่งอาจจะเป็นประเด็นใหม่ก็ได้ แต่เท่าที่ฟังรายงานมาไม่มีเรื่องนี้ ส่วนจะเป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัวก็ยังให้ข้อมูลไมได้ โดยขณะนี้ได้มอบนโยบายให้พนักงานสอบสวนรีบติดตามคนร้ายให้เร็วที่สุด เพื่อเป็นการให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าคนดีอย่างกำนันเตี้ยไม่ควรต้องตายฟรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ตร.กล่าวว่า อาจจะต้องลงพื้นที่จังหวัดหนองคายติดตามคดีนี้อีกครั้ง อะไรที่เกี่ยวข้องกับคดี ตำรวจทำเต็มที่ อย่างคดีชิงทองที่ลพบุรีก็ทำเต็มที่ คดีนี้ง่ายกว่าคดีที่ลพบุรีเยอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเดินทางกลับถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ให้สัมภาษณ์อีกครั้ง ว่าคดีนี้มีความคืบหน้าไปกว่า 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว ตอนนี้ได้มุ่งปมไปที่ความขัดแย้งส่วนตัว และขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ แต่สามารถตัดประเด็นชู้สาวทิ้งไปได้ จากการสืบสวนเบื้องต้น คนร้ายที่ก่อเหตุลงมือเพียงคนเดียว เชื่อว่ามือปืนอาจจะไม่รู้จักกับผู้ตาย แต่เคยมาดูลาดเลาก่อนลงมือก่อเหตุ อย่างไรก็ตาม คดีที่เกิดขึ้นทุกคดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฆาตกรรม หรือชิงทอง ปล้นธนาคาร เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการจับกุมคนร้ายให้ได้อยู่แล้ว พยายามสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน แต่ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานด้วย เพราะความยากง่ายแต่ละคดีไม่เหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวในพื้นที่ หลังจากตำรวจพบรถจักรยานยนต์ถูกถอดล้อทั้งสองล้อ ชิ้นส่วนอื่นๆ เช่น ท่อไอเสีย กระจกมองข้างซ้ายหายไป ชุดประดาน้ำกู้ภัยประจักษ์หนองคายได้ดำน้ำค้นหาพบกระจกมองข้างและดุมล้อ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดไล่ล่าคนร้ายได้พบหลักฐานสำคัญที่หายไป คือล้อรถจักรยานยนต์ของคนร้ายทั้งสองล้อ โดยเป็นกลุ่มวัยรุ่นในละแวกบ้านใกล้กับอ่างเก็บน้ำ มาเจอรถจักรยานยนต์ของคนร้ายในช่วงเย็นวันที่ 2 ก.พ.63 ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นได้พากันขี่รถจักรยานยนต์จะนำไปล้างที่อ่างเก็บน้ำ แล้วไปพบรถจักรยานยนต์ของคนร้ายถูกทิ้งอยู่ในน้ำก่อนแล้ว จึงพากันนำรถขึ้นมาจากน้ำ โดยเห็นว่าล้อรถทั้งสองข้างเป็นล้อแต่งซิ่ง จึงได้ถอดล้อทั้งสองข้างออก พร้อมเอาท่อไอเสียของรถจักรยานยนต์ไปด้วย จากนั้นก็นำรถจักรยานยนต์คนร้ายทิ้งไว้ในน้ำตามเดิม โดยขณะนี้ตำรวจได้เก็บล้อของกลางและท่อไอเสียไว้ที่ สภ.สังคม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56401</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรณิการ์ วงค์ศิริ, พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ, พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์, พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3ac1fac30a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 10:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2020 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จักรทิพย์&#039;ลงหนองคายแล้วสางคดียิงกำนันเตี้ย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ.2563 - &amp;nbsp;จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืน 11 มม.ยิงนางกรรณิการ์ วงค์ศิริ อายุ 52 ปี กำนันตำบลผาตั้ง หรือ กำนันเตี้ย ที่บ้านเลขที่ 152 หมู่ 6 บ้านดงต้อง ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย เมื่อวันที่ 1 ก.พ.นั้น ล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. , พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ รองผบช.สส..ภ.4 ได้ติดตามความคืบหน้าของคดี โดยมี พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์ ผบก.ภ.จ.หนองคาย นำเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน พิสูจน์หลักฐาน รายงานผลการปฏิบัติงาน โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีรายงานว่า ประเด็นที่ตำรวจทำการสืบสวน มุ่งไปที่เรื่องการขัดแย้งเรื่องที่ดิน, เรื่องเกี่ยวกับการร้องเรียนวัดถ้ำศรีมงคล หรือ วัดถ้ำดินเพียง, เรื่องการทวงคืนผืนป่า 120 ไร่ และเรื่องชู้สาว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56338</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรณิการ์ วงค์ศิริ, กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย, กำนันเตี้ย, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, หนองคาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3a3b1d0febd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตีวงแคบบุกฆ่ากำนันเตี้ย งมพบเพิ่มชิ้นส่วนจยย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประดาน้ำปูพรมงมหาหลักฐานเพิ่มในอ่างเก็บน้ำที่อุดรธานี หลังพบจักรยานยนต์ของมือปืนยิงกำนันเตี้ยถูกนำไปทิ้งไว้ รู้ตัวเจ้าของแล้ว บิ๊กแป๊ะนัดลงพื้นที่ติดตามคดี ลูกสาวยันจะไม่เผาศพแม่จนกว่าจะจับคนร้ายได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกยิงนางกรรณิการ์ วงค์ศิริ อายุ 52 ปี หรือกำนันเตี้ย กำนันตำบลผาตั้ง ที่บ้านพักซึ่งเปิดเป็นร้านขายของชำ เลขที่ 152 หมู่ 6 บ้านดงต้อง ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย ซึ่งเมื่อบ่ายวันจันทร์ เจ้าหน้าที่ได้พบรถจักรยานยนต์และหมวกกันน็อกของคนร้ายถูกทิ้งในอ่างเก็บน้ำห้วยสระคลองใหญ่ หมู่ 3 ต.คำด้วง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ซึ่งเมื่อบ่ายวันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้ พ.ต.อ.ไพรวัลย์ ท้าวพรม ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และหน่วยกู้ภัยประจักษ์หนองคาย ได้สำรวจพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยสระคลองใหญ่ ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยชุดประดาน้ำจะลงดำน้ำค้นหาหลักฐานเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวแจ้งว่า รถจักรยานยนต์ของคนร้ายที่เจ้าหน้าที่พบได้นำไปเก็บไว้ที่ สภ.สังคม โดยมีการระดมเจ้าหน้าที่ออกติดตามหาคนที่ครอบครองรถเป็นคนสุดท้าย เพื่อจะเชื่อมโยงหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ ซึ่งในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ตัวเจ้าของรถจักรยานยนต์คนแรกแล้ว ส่วนเป้าที่ตำรวจตั้งไว้ 3-4 เป้า ก็จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยประกบติดตามความเคลื่อนไหวอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ในส่วนการสอบปากคำญาติผู้ตายและผู้ใกล้ชิดกับเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ได้สอบแล้วรวม 7 ปาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ไพรวัลย์ ท้าวพรม ผกก.สส.ภ.จ.หนองคาย กล่าวว่า เนื่องจากคนร้ายได้นำรถจักรยานยนต์มาทิ้งไว้ในอ่างเก็บน้ำ โดยได้ถอดล้อออกสองข้าง จึงคาดว่าคนร้ายอาจจะทิ้งหลักฐานสำคัญของคดีภายในอ่างเก็บน้ำอีก จึงให้เจ้าหน้าที่ชุดประดำน้ำค้นหาอาวุธปืน, ล้อรถจักรยานยนต์ทั้งสองข้าง, กระจกมองข้างรถ และท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ หรืออุปกรณ์รถ หากพบชิ้นส่วนใดให้ตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะเกี่ยวพันกับคดีเอาไว้ก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ลงดำน้ำค้นหา โดยจัดวางกำลังเป็นหน้ากระดานค้นหาในรัศมี 500 เมตรก่อน โดยสภาพภายในอ่างเก็บน้ำ ระดับน้ำประมาณ 1-3 เมตร ขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานที่ค้นหา ท่ามกลางความสนใจของชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงที่ทราบข่าวได้มาดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้เป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญประชาชน และประชาชนให้ความสนใจมาก โดยในเวลา 10.00 น. วันที่ 5 ก.พ.นี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จะลงพื้นที่ติดตามคดีด้วยตัวเอง ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่บ้านของกำนันเตี้ย สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพกำนันเตี้ยซึ่งอยู่กลางบ้าน นายพิเดช วงค์ศิริ อายุ 53 ปี สามีของกำนันเตี้ย ได้จุดธูปและเคาะโลงศพบอกภรรยาให้รับรู้ว่าตำรวจพบหลักฐานสำคัญของคดีบ้างแล้ว พร้อมขอให้ดวงวิญญาณของภรรยาช่วยตำรวจตามจับผู้ร้ายที่ก่อเหตุได้ในเร็ววัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิเดชกล่าวว่า ขณะนี้ได้ขอกำลัง ชรบ.6 นายมาช่วยดูแลความปลอดภัย มากินนอนอยู่ที่บ้านด้วย หากเจ้าหน้าที่จับคนร้ายได้ ตนก็อยากให้เขามาขอขมาดวงวิญาณของภรรยา ก่อนที่จะได้รับโทษประหารชีวิตต่อไป การทำรุนแรงกับผู้หญิงแบบนี้ถือว่าโหดร้ายมาก ทำไมต้องทำถึงขั้นฆ่ากันตายด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.ศศิภา วงค์ศิริ ลูกสาวกำนันเตี้ย กล่าวว่า ตนได้ยินชาวบ้านพูดกันว่าก่อนเกิดเหตุมีชายรายหนึ่ง สวมหมวกไอ้โม่งแล้วสวมทับด้วยหมวกกันน็อกเต็มใบ ขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนสอบถามเส้นทางว่าถนนเส้นนี้ไปไหนได้บ้าง ในละแวกนี้มีบ่อตกปลาที่เจ้าของที่ไม่หวงหรือไม่ ซึ่งชาวบ้านยืนยันว่าชายคนดังกล่าวพูดภาษากลางชัดเจน ลักษณะใกล้เคียงกับคนร้ายตามภาพกล้องวงจรปิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนรู้สึกดีใจที่มีความคืบหน้าในทางคดี ซึ่งหากตำรวจจับคนร้ายได้ก็อยากถามถึงสาเหตุที่ทำกับแม่ของตนเช่นนี้ และจะยังไม่เผาศพแม่จนกว่าจะจับคนร้ายได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56296</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรณิการ์ วงค์ศิริ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200204/image_big_5e397110a56a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
