<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101295</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 15:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 15:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.ป.ป.ช 54 คนกักตัวหลังมีคนติดเชื้อโควิด เลขาฯสั่งเข้ม WFH ถึง21พ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 เม.ย.64 - แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะทำงานกำหนดมาตรการในการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่มีนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. ในฐานะประธานคณะทำงานฯ เป็นประธานการประชุม เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ว่า คณะทำงานได้มีมติขยายเวลาการให้ทำงานที่บ้าน หรือเวิร์คฟอร์มโฮม ไปจนถึงวันที่ 21 พ.ค.นี้ ยึดสัดส่วน 90% อย่างเคร่งครัด ส่วนอีก 10% ที่จะมาปฎิบัติหน้าที่ จะต้องชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นต่อผู้บังคับบัญชา อีกทั้งหากจะมีการจัดประชุมขอให้ยึดมาตรการของทางจังหวัดนนทบุรีคือประชุมได้ครั้งละไม่เกิน 10 คน แต่หากจะเกิน 10 คนให้ขออนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัด โดยจะต้องผ่านการอนุญาตจากรองเลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. หรือผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช.ก่อน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมาพบเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ติดโควิด-19 จำนวน 1 ราย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ชาย ของสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 2 ที่เป็นสำนักงานซึ่งอยู่ภายในสำนักงาน ป.ป.ช.ส่วนกลาง สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี&amp;nbsp; ส่งผลให้มีระดับรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.และเจ้าหน้าที่ผู้ร่วมงานจะต้องรีบกักตัว ต้องกักตัวเนื่องจากมีการประชุมร่วมกันและเป็นผู้สัมผัสตามวงสัมผัสเสี่ยงสูง เสี่ยงต่ำ นั้น จากการตรวจสอบพบว่า กรณีดังกล่าวทำให้มีเจ้าหน้าที่ที่ต้องกักตัวทั้งหมด 54 คน ซึ่งเมื่อเทียบแล้วถือว่าเป็นการมาปฏิบัติหน้าที่เกิน จำนวน 10% จึงให้ผู้อำนวยการสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 2 ชี้แจงเหตุผลและความจำเป็น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม มีเจ้าหน้าที่ที่มากักตัวอยู่ที่อาคารสถาบันการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สัญญา ธรรมศักดิ์ ภายในสำนักงาน ป.ป.ช.ส่วนกลาง สนามบินน้ำ จ.นนทบุรีด้วย โดยได้มีการเน้นย้ำ ให้กักตัวให้ครบ 14 วัน พร้อมดำเนินมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ประชุมยังย้ำด้วยว่าขอให้เจ้าหน้าที่แบ่งช่วงเวลาในการเข้ามานำเอกสารประกอบการทำงานเพื่อนำกลับไปทำงานที่บ้านอย่าให้เกิดความแออัดภายในสำนักงาน ส่วนในโรงอาหาร ของสำนักงานป.ป.ช. และร้านกาแฟ นั้น ไม่ให้มีที่นั่งรับประทาน แต่ขอความร่วมมือให้ซื้อกลับไปรับประทานได้เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101295</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการ ป.ป.ช., ติดเชื้อไวรัสโควิด-19, นายวรวิทย์  สุขบุญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200311/image_big_5e68be754ecf2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100024</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2026 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรเมษฐ์ลุยฟ้อง ‘สุภา-กก.ป.ป.ช.’ หมิ่นผู้พิพากษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ปรเมษฐ์-อธิบดีศาลคดีทุจริตภาค 1&amp;quot; ส่งทนายฟ้อง &amp;quot;สุภา-กรรมการ ป.ป.ช.&amp;quot; ยื่นคำร้องขอโอนสำนวนคดีที่ &amp;quot;ประหยัด พวงจำปา&amp;quot; ยื่นฟ้อง ป.ป.ช.มีเนื้อหาดูหมิ่นทำลายชื่อเสียงศาล กล่าวหาโจทก์แทรกแซงคดี ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง 19 ก.ค.นี้ ด้าน &amp;quot;สิระ&amp;quot; รับลูกนำเรื่องเข้าสู่ กมธ.กฎหมายอ้างเป็นเรื่องไม่ปกติ เตรียมเชิญผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลจังหวัดสระบุรี วันที่ 20 เมษายน นายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ได้มอบอำนาจให้นายเจษฎา คงรอด ทนายความ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นจำเลย ในความผิดฐานดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณาหรือพิพากษาคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องโจทก์ระบุพฤติการณ์สรุปว่า วันที่ 23 มี.ค.2564 จำเลยจัดทำและยื่นคำร้องขอโอนสำนวนคดีของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ในคดีหมายเลขดำที่ อท.84/2563 นายประหยัด พวงจำปา อดีตรองเลขาธิการ ป.ป.ช. ยื่นฟ้องจำเลยกับพวกต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 โดยมีข้อความอันเป็นการดูหมิ่น ดูถูก เหยียดหยามโจทก์ ซึ่งเป็นผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคดีดังกล่าว ทำให้โจทก์ได้รับความอับอาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ทั้งยังเป็นการลดคุณค่า ทำลายการใช้ความเด็ดขาดในการรักษาความยุติธรรมของศาล และทำลายชื่อเสียงของศาล หรือผู้พิพากษาที่ทำหน้าที่ในการพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยดูหมิ่นโจทก์ว่า โจทก์แทรกแซงการพิจารณาคดี และเป็นเรื่องที่ไม่เป็นการปฏิบัติตามปกติในกระบวนพิจารณา หากให้มีการพิจารณาคดีต่อไปในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 นั้น จำเลยอาจไม่ได้รับความยุติธรรม โจทก์ซึ่งเป็นผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนนั้น มีประสบการณ์ในการพิจารณาพิพากษาคดีอื่นๆ มาเป็นเวลานานกว่า 30 ปี และเคยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ให้เป็นอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม จึงตระหนักดีว่าการทำหน้าที่ผู้พิพากษาในศาลยุติธรรมนั้นต้องมีความเป็นอิสระในการพิจารณาพิพากษาคดี ทั้งผู้พิพากษาและผู้บริหารในศาลต่างๆ ต้องให้ความเป็นธรรมแก่คู่ความทุกฝ่าย การปฏิบัติหน้าที่ของโจทก์เป็นการดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ทุกประการ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การกระทำของจำเลยในการยื่นคำร้องขอโอนคดีโดยระบุข้อความต่างๆ ดังกล่าว เป็นการดูหมิ่นโจทก์และ/หรือศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณาพิพากษาคดี และเป็นการใส่ความด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ว่ามีการแทรกแซงการพิจารณาคดีโดยโจทก์ เป็นเรื่องที่ไม่เป็นการปฏิบัติตามปกติในกระบวนพิจารณา หากให้มีการพิจารณาคดีต่อไปในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 จำเลยอาจไม่ได้รับความยุติธรรมนั้นเป็นการทำลายความเชื่อถือ และความเด็ดขาดในการใช้อำนาจรัฐในการรักษาความยุติธรรรมของศาล รวมทั้งเป็นการลดคุณค่าและทำลายชื่อเสียงของโจทก์ ซึ่งเป็นผู้พิพากษาที่ทำหน้าที่พิจารณาพิพากษาคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งที่ความจริงโจทก์ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด และกระทำการไปเพื่อประสาทความยุติธรรมแก่ผู้มีอรรถคดีด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเที่ยงธรรม ถูกต้องตามกฎหมายและนิติประเพณี โดยยึดมั่นในความเป็นอิสระของผู้พิพากษาแต่ละท่าน การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำความผิดฐานดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณาหรือพิพากษาคดี และเป็นการดูหมิ่นเจ้าพนักงานผู้ซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการกระทำความผิดฐานดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณาหรือพิพากษาคดี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 198 มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 7 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังยื่นฟ้อง นายเจษฎา คงรอด ทนายความของนายปรเมษฐ์ กล่าวว่า ศาลจังหวัดสระบุรีรับคำฟ้องไว้นัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ เวลา 13.30 น. โดยในวันนั้นนายปรเมษฐ์ในฐานะโจทก์จะเดินทางมาเบิกความต่อศาลด้วยตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การยื่นคำร้องขอโอนคดีของฝ่ายจำเลย มีผลทำให้อธิบดีผู้พิพากษาต้องถูกย้ายไปช่วยราชการ และตั้งคณะกรรมการสอบใช่หรือไม่ นายเจษฎากล่าวว่า เรื่องการสอบวินัย เรายังไม่ทราบว่ามีการร้องเรียนในข้อเท็จจริงเรื่องอะไร ทราบแต่เพียงว่ามีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และทราบอย่างไม่เป็นทางการว่ามีการสรุปข้อเท็จจริงไปแล้ว และมีคำสั่งย้ายนายปรเมษฐ์ไปอยู่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ทั้งที่ท่านยังไม่เคยได้มีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงกับคณะกรรมการชุดนี้เลย เรายังไม่ทราบว่าเนื้อหาในการร้องเรื่องวินัยเป็นอย่างไร จะเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ แต่เราประเมินว่าน่าจะเป็นเรื่องเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นกรณีที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน พอทราบข่าวจึงเดินทางมารับเรื่อง เพื่อให้เข้าสู่ กมธ.การกฎหมาย เพื่อพิจารณาศึกษาหาข้อเท็จจริงว่า การร้องเรียนของ น.ส.สุภา กระทำในฐานะอะไร มีอำนาจหน้าที่ให้เปลี่ยนคณะสอบสวน หรือร้องขอให้สอบท่านอธิบดีเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ ท่านอธิบดีได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ ตนมองว่ามีเรื่องที่ไม่ปกติ คณะกรรมการสอบสวนชุดนี้ถูกต้องหรือไม่ ให้ความยุติธรรมกับผู้ถูกร้องหรือไม่ อย่างการไต่สวนไม่ว่าจะในชั้นศาล ก็ต้องให้โอกาสจำเลยพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้มากที่สุด ทั้งนี้ จะเชิญคณะกรรมการสอบเรื่องนี้เข้าสู่ กมธ. เชิญท่านสุภาและเชิญอธิบดี เรื่องนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องอาจจะสูงกว่าอธิบดี ก็ขอให้เป็นมติของ กมธ. ซึ่งก็จะต้องเชิญทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้เป็นคดีแรกที่ผู้พิพากษาระดับอธิบดียื่นฟ้อง ป.ป.ช. โดยก่อนหน้านี้ น.ส.สุภา จำเลยในคดียื่นคำร้องขอโอนคดีในวันที่ 23 มี.ค.2564 หลังจากนั้นสำนักงานศาลยุติธรรมได้มีคำสั่งลับที่ 333/2564 ลงวันที่ 25 มี.ค.2564 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีอธิบดีถูกร้องเรียนกล่าวหาว่าเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการพิจารณา อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของคู่ความคดีหมายเลขดำที่ อท.84/2563 คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงได้รายงานผลการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยมีความเห็นว่า อธิบดีมีพฤติการณ์เข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการพิจารณาพิพากษาคดีของข้าราชการตุลาการ ในวันที่ 5 เม.ย.2564 ซึ่งเป็นวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง โดยวันดังกล่าวประธานศาลฎีกามีคำสั่งให้โจทก์ไปช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
sbobet
ufabet168
ufa191
pxj
slotxo</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100024</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการ ป.ป.ช., ดูหมิ่นทำลายชื่อเสียงศาล, ปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมิ่นผู้พิพากษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d933150ba1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
