<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาแล้ว!ตำรวจศาลรุ่น 1 เริ่มงาน 6 ส.ค.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.62 - &amp;nbsp;นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวถึงการจัดตั้งเจ้าพนักงานตำรวจศาล หรือ Court Marshal (คอร์ทมาแชล) รุ่นที่ 1 ที่จะปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณศาล และติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หลบหนีหมายจับด้วย ว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นวันสุดท้ายของการฝึกอบรมหลักสูตรเจ้าพนักงานตำรวจศาล รุ่นที่ 1 หรือ Court Marshal รวม 35 คน โดยดำเนินการฝึกอบรมแบบเข้มข้น ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นเวลาทั้งสิ้น 14 วัน ที่ศูนย์ฝึกอบรมตลิ่งชัน ซึ่งในการอบรมก็มีทั้งด้านวิชาการ และปฏิบัติ เช่น การใช้อาวุธปืน, การต่อต้านการก่อการร้าย, วิเคราะห์ข่าวกรอง, เทคนิคการสืบสวน, การวางแผนตรวจค้น, ยุทธวิธีการเข้าจับกุม, การอารักขาบุคคลสำคัญ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ กล่าวต่อว่า โดยเจ้าพนักงานตำรวจศาล รุ่นที่ 1 จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ ตั้งแต่วันอังคารที่ 6 ส.ค. 2562 เป็นต้นไป ทั้งนี้ในช่วงแรกเนื่องจากอัตรากำลังยังมีไม่มาก จึงเน้นที่การเข้าไปวางระบบการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณอาคารที่ทำการของศาลยุติธรรม ให้เป็นระบบเดียวกันทั่วประเทศ ซึ่งเจ้าพนักงานตำรวจศาล จะเสริมสร้างประสิทธิภาพและมาตรการในการรักษาคุ้มครองความปลอดภัยภายในบริเวณอาคารที่ทำการของศาลยุติธรรม, บุคลากรในกระบวนการยุติธรรม รวมถึงผู้มาติดต่อราชการ และการติดตามจับกุมผู้ต้องหา/จำเลย ตามหมายศาลด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ระบุต่อว่า หากศาลยุติธรรมใด มีคดีความที่เป็นที่สนใจของประชาชน หรือมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากต้องใช้การดูแลรักษาความปลอดภัยเป็นการเฉพาะ สำนักงานศาลยุติธรรมก็จะจัดส่งกำลังพลเจ้าพนักงานตำรวจศาลออกไปช่วยดำเนินการทันที ในส่วนของการทำงานตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดส่วนอื่นก็จะวางระบบเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสมตามเจตนารมย์ของกฎหมายโดยเร็วต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี การดูแลรักษาความปลอดภัยในบริเวณศาลที่ผ่านมา สำนักงานศาลยุติธรรมได้กำชับให้ใช้มาตรการเข้มอยู่แล้ว เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปจึงมีความจำเป็นต้องใช้มาตรการที่เข้มขึ้นอีก ซึ่งอาจกระทบต่อความสะดวกของบุคลากรและผู้ที่มาติดต่อราชการศาล จึงขอความร่วมมือและขออภัยในความไม่สะดวกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;สำหรับเจ้าพนักงานตำรวจศาล รุ่นที่ 1 จำนวน 35 คนนั้น เป็นชายทั้งสิ้น 28 คน และหญิง 7 คน ซึ่งการให้มี Court Marshal เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในศาลยุติธรรม เกิดขึ้นหลังจาก พ.ร.บ.เจ้าพนักงานตำรวจศาล พ.ศ.2562 ที่ประกาศราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2562 และมีผลยังคับใช้เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม (ก.ศ.) ก็ได้เปิดรับโอนข้าราชการ มาดำรงตำแหน่ง Court Narshal ชุดแรก ใน 2 ประเภท คือ 1.ประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ &amp;nbsp;อายุไม่เกิน 45-50 ปี ต้องมียศไม่ต่ำกว่าพันเอก, นาวาเอก, นาวาอากาศเอก , พันตำรวจเอก หรือเทียบเท่า ระดับชำนาญการและระดับปฏิบัติงาน อายุไม่เกิน 35-40 ปี ต้องมียศไม่ต่ำกว่าร้อยโท, เรือโท, เรืออากาศโท, ร้อยตำรวจโท ทั้ง 2 ส่วน ต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านกฎหมาย เคยผ่านงานรักษาความปลอดภัย, ปราบปราม, สืบสวน, สอบสวน, การข่าว มาไม่น้อยกว่า 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ประเภททั่วไป (ผู้ปฏิบัติงานระดับต้น) อายุไม่เกิน 35 ปี สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่า ปวส. หรือเทียบเท่า ไม่จำกัดสาขา หรือจบโรงเรียนนายสิบตำรวจ, โรงเรียนนายสิบทหารบก, โรงเรียนจ่าอากาศ, โรงเรียนชุมพลทหารเรือ หรือเทียบเท่า เคยผ่านงานรักษาความปลอดภัย, ปราบปราม, สืบสวน, สอบสวน, การข่าว มาไม่น้อยกว่า 5 ปี &amp;nbsp;โดยครั้งแรกตั้งเป้ารับโอนกำลังพลใน 40 อัตรา แบ่งเป็นระดับชำนาญการพิเศษ 6 อัตรา, ระดับชำนาญการ 24 อัตรา และเจ้าหน้าที่ทั่วไป 10 อัตรา ตามที่ได้รับงบประมาณกว่า 200 ล้านบาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42736</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการตุลาการศาลยุติธรรม, ตำรวจศาล, ตำรวจศาลรุ่นแรก, นายสราวุธ เบญจกุล, เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190805/image_big_5d47a3ae117ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38837</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2019 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2019 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯศาลประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติ 4 ผู้สมัคร ชิง ก.ต.คนนอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
18 มิ.ย.62- &amp;nbsp;นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ประธานคณะกรรมการดำเนินการเลือกกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ต.) ได้ออกประกาศคณะกรรมการดำเนินการเลือก ก.ต.เรื่องบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิรับเลือกที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและหมายเลขผู้มีสิทธิรับเลือกโดยเรียงรายชื่อตามลำดับที่สมัคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีที่ ก.ต.(บุคคลภายนอก) ตามมาตรา 36 วรรคหนึ่ง (3) พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 ว่างลง 1 ตำแหน่ง ประธานศาลฎีกาจึงได้มีคำสั่งให้เลขานุการ ก.ต.เป็นผู้ดำเนินจัดให้มีการเลือก ก.ต. แทนตำแหน่งที่ว่างลง ซึ่งข้าราชการตุลาการทุกชั้นศาลเว้นแต่ผู้ช่วยผู้พิพากษาจะเป็นผู้เลือกจากบุคคลซึ่งไม่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 39&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงอาศัยอำนาจตามข้อ 31 แห่งข้อบังคับประธานศาลฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือก ก.ต. พ.ศ.2561 ประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิรับเลือกที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและหมายเลขผู้มีสิทธิรับเลือกโดยเรียงรายชื่อตามลำดับที่สมัครดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. นายบุญศักดิ์ เจียมปรีชา &amp;nbsp;อายุ 69 ปี &amp;nbsp; ก.ศ. ผู้ทรงคุณวุฒิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. รศ.พญ.มณี ภิญโญพรพาณิชย์ อายุ &amp;nbsp;61 ปี อดีตรองศาสตราจารย์ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. พล.อ.จิระ โกมุทพงศ์ อายุ 65 ปี อดีตเจ้ากรมพระธรรมนูญ, คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ศ.ดร.ไผทชิต เอกจริยากร อายุ 60 ปี ศาสตราจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับ นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ซึ่งเดิมเป็น ก.ต.จากบุคคลภายนอกได้ขอลาออกจากการเป็น ก.ต. ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค. เเละต่อมามีชื่อได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ก.ต. นั้นเป็นองค์กรทำหน้าที่ในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม มีมีหน้าที่ในการพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อนชั้น มีอำนาจให้คุณให้โทษ ผู้พิพากษาที่กระทำความผิดรวมถึงคุ้มครองความเป็นอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี โดย ก.ต. ทั้งคณะจะมีทั้งหมด 15 คน ประกอบด้วยประธานศาลฎีกา เป็นประธาน ก.ต.โดยตำแหน่ง มี ก.ต.ชั้นศาลฎีกา 6 คน ชั้นศาลอุทธรณ์ 4 คน และศาลชั้นต้น 2 คน และ ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากบุคคลภายนอกอีก 2 คน ที่มีกำหนดอยู่ในตำแหน่งวาระละ 2 ปี และติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 วาระ ซึ่งการเปิดให้สมัครเข้ารับการพิจารณาเสนอชื่อเป็น ก.ต.คนนอกในครั้งนี้ เป็นไปตามกฎหมายใหม่ที่แก้ให้ผู้พิพากษาทั่วประเทศเป็นผู้คัดเลือกจากผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือก ซึ่งจะต้องเป็นบุคคลภายนอก โดยจากเดิมนั้นจะให้วุฒิสภาเป็นผู้มีอำนาจคัดเลือก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38837</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต., กรรมการตุลาการศาลยุติธรรม, นายสราวุธ เบญจกุล, บุญศักดิ์ เจียมปรีชา, พล.อ.จิระ โกมุทพงศ์, รศ.พญ.มณี ภิญโญพรพาณิชย์, ศ.ดร.ไผทชิต เอกจริยากร, เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190513/image_big_5cd9791c195bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30064</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2019 13:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2019 13:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้พิพากษาทั่วประเทศเลือก&#039;วรสิทธิ์-ผาณิต&#039; 2 ก.ต.คนนอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.พ.62 - ที่ห้องประชุมสำนักงานศาลยุติธรรม ชั้น 12 อาคารศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก สำนักงานศาลยุติธรรมได้ตรวจนับคะแนนเลือกกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ผู้ทรงคุณวุฒิ (บุคคลภายนอก) จำนวน 2 คน โดยภายหลังมีการนับคะแนนผลการเลือกตั้ง ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิ (บุคคลภายนอก) เสร็จสิ้นแล้ว ปรากฏว่าคนที่ได้คะแนนสูงสุด 2 คน ที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง ก.ต. คือ 1.นายวรสิทธิ์ &amp;nbsp;โรจนพานิช อายุ 74 ปี อดีต ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิ 2.นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ อายุ 74 ปี ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเลือกกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิในส่วนของบุคคลภายนอก ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 36 วรรคหนึ่ง (3) (ที่แก้ไขใหม่) จำนวน 2 คน ซึ่งได้เปิดรับสมัครตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2561 จนถึงปิดรับสมัครวันที่ 2 ม.ค. 2562 โดยมีผู้มีสิทธิรับเลือกที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและหมายเลขผู้มีสิทธิรับเลือก โดยเรียงรายชื่อตามลำดับที่สมัคร 17 ราย ซึ่งตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 36 วรรคหนึ่ง (3)(ที่แก้ไขใหม่) บัญญัติให้มี ก.ต.(บุคคลภายนอก) จำนวน 2 คน ซึ่งข้าราชการตุลาการทุกชั้นศาลเว้นแต่ผู้ช่วยผู้พิพากษา ที่ในปัจจุบันมีอยู่ 4,771 คน จะเป็นผู้ลงคะแนนเลือกจากบุคคลซึ่งไม่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม โดยจากเดิมนั้นจะให้วุฒิสภาหรือสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในปัจจุบัน เป็นผู้มีอำนาจคัดเลือก แต่กฎหมายใหม่ให้มีการเลือกจากผู้พิพากษาทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ก.ต. นั้นเป็นองค์กรทำหน้าที่ในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม มีหน้าที่ในการพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อนชั้น มีอำนาจให้คุณให้โทษผู้พิพากษาที่กระทำความผิด รวมถึงคุ้มครองความเป็นอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี โดย ก.ต. ทั้งคณะจะมีทั้งหมด 15 คน ประกอบด้วยประธานศาลฎีกาเป็นประธาน ก.ต.โดยตำแหน่ง มี ก.ต.ชั้นศาลฎีกา 6 คน ชั้นศาลอุทธรณ์ 4 คน ศาลชั้นต้น 2 คน และ ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากบุคคลภายนอกอีก 2 คน ที่มีกำหนดอยู่ในตำแหน่งวาระละ 2 ปี และติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 วาระ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายวรสิทธิ์ จบการศึกษานิเทศศาสตรบัณฑิต (การประชาสัมพันธ์) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, รัฐศาสตรมหาบัณฑิต (การปกครอง) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยดำรงตำแหน่งสำคัญอาทิ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา และจังหวัดกาฬสินธุ์, ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และเคย เป็น ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิ จากบุคคลภายนอกมาแล้ว 1 สมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนางผาณิต จบการศึกษาอักษรศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐประศาสนศาสตร์) เกียรตินิยมดี สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์, รัฐประศาสนศาสตร ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สถาบันบันฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, นิติศาสตร ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์มหาวิทยาลัยขอนแก่นฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิเช่น ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, เลขาธิการคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก, ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมนั่คงของมนุษย์, ผู้ตรวจการแผ่นดิน, ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน, ประธานสมาคมผู้ตรวจการแผ่นดินแห่งเอเชีย, กรรมการบริหารระดับภูมิภาคเอเชียของสถาบันตรวจการแผ่นดินระหว่างประเทศ และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30064</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต., กรรมการตุลาการศาลยุติธรรม, นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ, นายวรสิทธิ์  โรจนพานิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190227/image_big_5c762ab20a13a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2018 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2018 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลเลือก &#039;นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี&#039; ขึ้นเป็นกรรมการตุลาการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30&amp;nbsp;พ.ย. 61 - นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า วันนี้&amp;nbsp;(30&amp;nbsp;พ.ย. 2561) สำนักงานศาลยุติธรรมได้ดำเนินการตรวจนับคะแนนการเลือกตั้งซ่อมกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ผู้ทรงคุณวุฒิในชั้นศาลฎีกา แทนตำแหน่งที่ว่าง 1 ตำแหน่ง ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคารศาลอาญา ชั้น 12 ถ.รัชดาภิเษก เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เริ่มนับคะแนนเวลา&amp;nbsp;7.50&amp;nbsp;น. และสิ้นสุดการนับคะแนนเวลา 8.00 น.&amp;nbsp;โดยคณะอนุกรรมการตรวจนับคะแนนเลือกซ่อม ก.ต.&amp;nbsp;ได้รับบัตรลงคะแนนกลับมายังสำนักงานศาลยุติธรรม จำนวน 168 บัตร จากบัตรลงคะแนนที่ส่งไป 176 บัตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏผลการนับคะแนน ดังนี้&amp;nbsp;1.นางนุจรินทร์ จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;90&amp;nbsp;คะแนน&amp;nbsp;2.นายสมเกียรติ ตั้งสกุล ผู้พิพากษาศาลฎีกาได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;65 คะแนน&amp;nbsp;3.นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์&amp;nbsp;ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา ได้ 9&amp;nbsp;คะแนน&amp;nbsp;และท่านอื่นๆ อีก 2 คะแนน บัตรเสีย จำนวน 2 บัตร&amp;nbsp;ซึ่งจากผลคะแนนเลือกตั้งซ่อม&amp;nbsp;ก.ต.ในชั้นศาลฎีกาดังกล่าว นางนุจรินทร์ จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาได้คะแนนสูงสุด เป็นผลให้ได้รับการแต่งตั้งเป็น ก.ต.ในชั้นศาลฎีกา แทนตำแหน่งที่ว่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเลือกตั้งซ่อม ก.ต. แทนตำแหน่งว่างในครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากเมื่อวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ต.ค. ที่ผ่านมา มีการตรวจนับคะแนนผลการลงมติของผู้พิพากษาทั่วประเทศ โดยเสียงข้างมากให้ลงมติถอดถอนนายชำนาญ รวิวรรณพงษ์&amp;nbsp;ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา ออกจากตำแหน่ง ก.ต.ในชั้นศาลฎีกา อย่างไรก็ตาม ที่ปรากฏชื่อนายชำนาญในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ เพราะยังเป็นผู้พิพากษาชั้นศาลฎีกา จึงมีสิทธิได้รับเลือกเป็น ก.ต.ในชั้นศาลฎีกาได้ และไม่มีกฎหมายใดบัญญัติว่า ผู้ที่ถูกถอดถอนไปแล้วไม่สามารถเข้ารับการคัดเลือกเป็น ก.ต.ได้อีกต่อไป&amp;nbsp;เป็นเหตุผลตามที่คณะกรรมการจัดการเลือกตั้งซ่อม ก.ต. ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ในประเด็นนี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประวัติของนางนุจรินทร์ จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ซึ่งได้รับเลือกเป็น ก.ต.ในชั้นศาลฎีกา จบการศึกษาตามลำดับจากนิติศาสตรบัณฑิต ม.รามคำแหง, เนติบัณฑิต สำนักอบรมศึกษากฎหมายเนติบัณฑิตไทย, รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, หลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บยส.) รุ่นที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม, หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.2550) วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร, หลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย สำหรับนักบริหารระดับสูง (ปปร.) รุ่นที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;วิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า และสถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) รุ่นที่&amp;nbsp;26&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประวัติการดำรงตำแหน่งที่สำคัญ ตามลำดับเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา, ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลช่วยราชการศาลจังหวัดเชียงใหม่, ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดเบตง, ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดกบินทร์บุรี, ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลแพ่ง, ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค&amp;nbsp;3, ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค&amp;nbsp;4, อธิบดีผู้พิพากษาภาค&amp;nbsp;5, รองประธานศาลอุทธรณ์, ผู้พิพากษาศาลฎีกา, ประธานศาลอุทธรณ์ภาค&amp;nbsp;5, ประธานศาลอุทธรณ์ภาค&amp;nbsp;7&amp;nbsp;และผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ตามลำดับได้แก่ อนุ ก.ต. ประจำศาลชั้นต้น, กรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ประจำศาลชั้นต้น, ก.ต. ประจำศาลอุทธรณ์, ก.บ.ศ.ประจำชั้นศาลฎีกา, ผู้อำนวยการหลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (รุ่น&amp;nbsp;19-20) สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม และ ก.ต.ประจำชั้นศาลอุทธรณ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23154</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต., กรรมการตุลาการศาลยุติธรรม, นางนุจรินทร์ จันทร์พรายศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181130/image_big_5c00a368a8cf0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2018 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2018 13:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตุลาการเดือดอีกรอบ!&#039;สืบพงษ์&#039;ยื่นเลขาศาลฯถอดชื่อ&#039;ชำนาญ&#039;พ้นบัญชีผู้มีสิทธิรับเลือกเป็น ก.ต. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ย. 61 - นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานศาลยุติธรรมได้กำหนดการเลือกตั้งซ่อมกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ผู้ทรงคุณวุฒิชั้นศาลฎีกา ซึ่งว่างลง 1 ตำแหน่ง แทนนายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ที่ถูกลงมติถอดถอน แต่ปรากฏว่าคงมีรายชื่อนายชำนาญเป็นบุคคลที่มีสิทธิ์รับเลือกเป็น ก.ต. อยู่ ว่า ตนในฐานะคณะผู้แทนผู้เข้าชื่อในการยื่นคำร้องขอให้มีการลงมติถอดถอนนายชำนาญออกจาก ก.ต. เห็นว่าผู้มีสิทธิ์ได้รับเลือกเป็น ก.ต.ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 39 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 ซึ่งตาม (1) กำหนดว่าต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 26 (5) อันเป็นคุณสมบัติประการหนึ่งของคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา คือไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย และเมื่อคณะผู้แทนของผู้เข้าชื่อได้ร่วมกันยื่นคำร้องโดยเเสดงเหตุแห่งการประพฤติตนเสื่อมเสียของนายชำนาญ เพื่อให้มีการพิจารณาลงมติถอดถอนนายชำนาญออกจากตำแหน่ง ก.ต.ซึ่งตามระเบียบ ก.ต.ว่าด้วยการเข้าชื่อและลงมติเพื่อถอดถอน ก.ต. พ.ศ.2544 ข้อ 4 (2) ระบุให้ผู้เข้าชื่อถอดถอนแสดงรายละเอียดข้อเท็จจริงและพฤติการณ์แห่งคดี ที่ชี้ให้เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหามีความประพฤติเสื่อมเสีย สอดคล้องกับถ้อยคำในมาตรา 26 (5)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสืบพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ดังนั้นเมื่อข้าราชการตุลาการเท่าที่มีอยู่ยกเว้นผู้ช่วยผู้พิพากษา ได้ลงมติมีผลให้ถอดถอนนายชำนาญออกจาก ก.ต.แล้ว มติดังกล่าวจึงเป็นที่สุดตามข้อ 17 ของระเบียบดังกล่าว จึงถือว่านายชำนาญเป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียอันขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้มีสิทธิ์รับเลือกเป็น ก.ต. และมีผลผูกพันสำนักงานศาลยุติธรรมที่จะต้องไม่บรรจุรายชื่อนายชำนาญไว้ในบัญชีผู้มีสิทธิ์รับเลือกเป็น ก.ต. ตามกฎหมายและระเบียบดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้ยื่นหนังสือไปถึงนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ขอให้ลบชื่อนายชำนาญออกจากบัญชีรายชื่อและหมายเลขบุคคลผู้มีสิทธิ์รับเลือกเป็น ก.ต.ในชั้นศาลฎีกา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ที่ผ่านมานายชำนาญได้ยื่นฟ้องนายสืบพงษ์ที่ศาลจังหวัดมีนบุรี ฐานละเมิดฯ กรณีที่นายสืบพงษ์ให้สัมภาษณ์ในวันที่มีมติถอดถอนนายชำนาญออกจากตำแหน่ง ก.ต. เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยเรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้นายชำนาญเองก็เคยได้มอบอำนาจให้ทนายความเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน&amp;nbsp; สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวโทษนายสมชาติ ธัญญาวินิชกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา, นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 4, นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2, นายพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์, นายพัลลอง มั่นดี ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา และ น.ส.มณี สุขผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ในข้อหาหมิ่นประมาท, หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา, นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 และร้องทุกข์กล่าวโทษนายสืบพงษ์ ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21956</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต., กรรมการตุลาการศาลยุติธรรม, ชำนาญ รวิวรรณพงษ์, สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b84071bf0b47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20797</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2018 08:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2018 08:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชำนาญ&#039; ซัดระเบียบถอดพ้นก.ต.ไม่มีการไต่สวน ชี้นักการเมืองยังได้โอกาสพิสูจน์ความจริงมากกว่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ต.ค.61 -&amp;nbsp;นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา และอดีตกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ต.) กล่าวเมื่อวานนี้ถึงการถูกถอดถอนพ้นจาก ตำแหน่ง ก.ต. ด้วยผลการลงมติจากผู้พิพากษาทั่วประเทศว่ากระบวนการถอดถอนมิได้มีการไต่สวน มีเพียงกระบวนการที่ให้ส่งคำชี้แจงเป็นเอกสารปิดประกาศให้ผู้พิพากษาทั่วประเทศได้รับทราบ ซึ่งระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการเข้าชื่อและการลงมติเพื่อถอดถอนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ศ.2544 ก็มิได้กำหนดขั้นตอนให้มีการไต่สวน ต่างกับระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ.2561 (บังคับใช้กับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและองค์กรอิสระ) ซึ่งเป็นระเบียบจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาที่ออกมาเมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้กำหนดวิธีการ ขั้นตอนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงด้วยการไต่สวนไว้อย่างละเอียด ซึ่งตนเห็นว่าระเบียบดังกล่าว นักการเมืองยังมีโอกาสมากกว่า ก.ต.เสียอีก ที่จะได้นำข้อเท็จจริงมาชี้แจงและมีการไต่สวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ประชุม ก.ต.มีมติเมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา ให้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงชั้นต้นว่านายชำนาญได้กระทำการขัดต่อประมวลจริยธรรมผู้พิพากษาหรือไม่ นายชำนาญกล่าวว่า นี่แหละ ก็แสดงให้เห็นว่าข้อกล่าวหาของตนยังไม่ได้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงให้ยุติ แต่กลับมีกระบวนการถอดถอนขึ้นมาก่อน ที่ผ่านมามีเพียงหนังสือแจ้งให้ทราบจาก ก.ต.เท่านั้นว่าให้ตั้งคณะกรรมการสอบฯ แต่กระบวนการอื่นๆ ที่จะมาสู่การชี้แจงยังไม่ได้ทำอะไรเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ผ่านมาคิดว่าการทำหน้าที่ในฐานะ ก.ต.ก็เป็นเรื่องยากอยู่เหมือนกัน เพราะต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในการดูแลให้ความเป็นธรรมแก่ผู้พิพากษา เมื่อวันนี้ต้องพ้นภารกิจนี้ที่หนักและเครียดอยู่เหมือนกัน ก็ไม่มีอะไร ผมรู้สึกโล่งใจ I&amp;rsquo;m free. ที่ได้เป็นอิสระ จากนี้ไปผมก็จะดำเนินการในส่วนของผมแบบ My Way&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20797</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการตุลาการศาลยุติธรรม, ชำนาญ รวิวรรณพงษ์, ถอดถอนก.ต.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181008/image_big_5bbb6c1e0ddf2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2018 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2018 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สืบพงษ์&#039;ร่อนหนังสือล่าชื่อเสนอถอดถอน ก.ต. ถึงมือ 1,921 ผู้พิพากษาแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค. 61- แหล่งข่าวผู้พิพากษาระดับสูงในศาลยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีนายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 ได้เวียนหนังสือนำส่งขอให้เข้าชื่อกันถอดถอนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ต.) รายหนึ่งที่ถูกร้องพฤติการณ์ไม่เหมาะสมว่า ในศาลที่มีผู้ประสานงานทั้ง 17 ศาลนั้น ผู้ประสานงานจะไปพบกับผู้พิพากษาเพื่อส่งหนังสือ ส่วนที่มีการระบุว่าหนังสือยังไม่ถึงมือผู้พิพากษาบางส่วน เนื่องจากช่วงนี้ติดวันหยุดยาวหลายวัน จากที่มีเริ่มต้นเวียนหนังสือนำส่งเมื่อวันที่ 8 ส.ค. คาดว่าในสัปดาห์หน้าศาลที่มีผู้ประสานงานก็จะเริ่มส่งหนังสือถึงมีผู้พิพากษาที่ยังไม่ได้หนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีรายงานว่า นอกจากการส่งหนังสือไปยังศาลที่มีผู้ประสานงานแล้ว นายสืบพงษ์ยังได้มีการส่งหนังสือถึงผู้พิพากษาเป็นรายบุคคล 1,921 ชุด ซึ่งก็คาดว่าจากเดิมที่มีผู้ประสานงาน 17 ศาลทั่วประเทศ ในสัปดาห์หน้าอาจจะมีผู้พิพากษาที่มีความสนใจที่จะช่วยเหลือเข้ามาเป็นผู้ประสานงานเพิ่มมากขึ้นในสองร้อยกว่าศาลทั่วประเทศ และเชื่อว่าในสัปดาห์หน้าจะมีจดหมายตอบกลับหนังสือนำส่งจากผู้ประสานงานและผู้พิพากษาทั้ง 1,921 คนที่ได้มีการส่งหนังสือกลับมายังนายสืบพงษ์ เพื่อรวบรวมรายชื่อเพื่อยื่นต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมในวันที่ 28 ส.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า ส่วนจำนวนตัวเลขว่ามีผู้พิพากษาเข้าชื่อกี่คนนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ โดยคาดว่านายสืบพงษ์ จะมีการเปิดเผยในวันที่ 27 ส.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันนับรายชื่อก่อนเสนอ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการส่งหนังสือเวียนขอให้เข้าชื่อกันถอดถอน ก.ต.ศาลฎีกา ในกรณีดังกล่าวนี้ยังพบว่า ผู้พิพากษาหลายคนแม้จะทราบข่าว แต่ก็ยังไม่ได้รับหนังสือกันหลายคนด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15296</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการตุลาการศาลยุติธรรม, ถอดถอนก.ต., สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล, อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6c28ff330e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
