<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 11:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 11:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039;แนะป.ป.ช.นำคดีเก่าที่มีนายกฯ-รมต.ติดคุกหัวโตมาเป็นบทเรียน เตือนขรก.เลิกตามใจนาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
17 ก.ย.64 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา บรรยายพิเศษเรื่อง ธรรมาภิบาล คุณธรรม และความโปร่งใสในการป้องกันการทุจริต ในเวทีสัมมนาสาธารณะ เรื่อง กลยุทธ์การยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศ ซึ่งจัดขึ้นโดยนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปรับปรามการทุจริตรระดับสูง(นยปส.) รุ่นที่ 12 ตอนหนึ่ง ว่า จากที่ดูรายชื่อผู้เข้าอบรมล้วนแต่เป็นผู้มีสถานภาพและมีตำแหน่งในส่วนราชการสูง ในภาคเอกชนก็เป็นผู้บริหารระดับสูงด้วยกันทั้งสิ้น จึงกล่าวได้ว่าพื้นฐานความเข้าใจในหัวข้อ ธรรมาภิบาล คุณธรรม และความโปร่งใสในการป้องกันการทุจริตนี้นั้นทุกคนมีพร้อมเพรียงอยู่แล้ว ตนอาจจะไม่ต้องพูดอะไรทุกคนก็มีความเข้าใจในเรื่องที่จะพูดดีอยู่แล้ว อาจจะมาย้ำในบางเรื่อง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม หลักสูตรที่จัดอบรมขึ้นมานี้ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเห็นด้วย ในฐานะประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้รับฟังการอภิปรายเวลามีการรายงานกิจกรรมขององค์กรอิสระ ก็มีผู้ต่อต้านคัดค้านไม่เห็นด้วย กับการจัดหลักสูตรพิเศษเหล่านี้ ซึ่งเหตุผลสำคัญอันหนึ่งคือ กลัวการสร้างเครือข่ายเพื่อประโยชน์เฉพาะตัว แต่ความจริงแล้ววัตถุประสงค์ของหลักสูตร แม้แต่หลักสูตรนี้ ส่วนหนึ่งคือการสร้างเครือข่าย แต่เป็นเครือข่ายที่ร่วมมือทำงานเพื่อป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ ทั้งนี้ เมื่อได้จัดหลักสูตรแล้วภาระหน้าที่ของทุกคนก็ต้องทำให้สมประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวว่า คือ 1.สร้างผู้นำในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านการป้องกันและปรับปรามการทุจริตไปสู่การปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง 2.สร้างผู้นำผู้บริหารต้นแบบที่มีวิธีคิดดิจิทัล ในการแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนและส่วนรวม มีคุณธรรมจริยธรรมและใช้หลักธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการองค์กร 3.สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดพลังร่วม ใน การป้องกันและปราบปรามการทุจริตในทุกภาคส่วน 4.สร้างความเข้าใจบทบาทภารกิจของป.ป.ช. เมื่อทราบหลักการและเหตุผลของการจัดหลักสูตรนี้แล้วหมายความว่าทุกคนที่มาเข้าหลักสูตรในรุ่นนี้ต้องรู้ว่า ไม่ได้มุ่งหวังว่าจะเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นการเฉพาะตัว แต่หวังให้เข้าใจภารกิจว่าการป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบนั้น ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องในการไปมีบทบาทสร้างเครือข่ายเพื่อร่วมต่อต้านการทุจริตประพฤติไม่ชอบด้วย และต้องเป็นตัวอย่าง เป็นผู้นำ เป็นต้นแบบ แยกแยะประโยชน์ส่วนตน และส่วนรวม มีคุณธรรม มีจริยธรรม มีหลักธรรมาภิบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวว่า เราจะเห็นว่าเรื่องการป้องกันทุจริตและประพฤติมิชอบ เป็นเรื่องใหญ่ ต้องจัดหลักสูตรอบรมผู้บริหารระดับสูงทั้งภาครัฐและเอกชนซึ่งทุกคนรู้ดีว่าเรามีปัญหาเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบในแวดวงบ้านเมืองของเราอยู่ตลอดมายาวนานแล้ว มากบ้าง น้อยบ้าง ตามยุคตามสมัย และแนวโน้มยังมีอยู่ทุกวันนี้ ทุกวงการ ทุกภาคส่วน ส่วนกลาง ภูมิภาค ท้องถิ่น เริ่มตั้งแต่ด้านการเมืองในฐานะเป็นนักการเมือง และอยู่กับการเมืองมา 52 ปี อยู่ต่อเนื่องก็พูดได้ในฐานะประจักษ์พยานว่าแนวโน้มการทุจริตประพฤติมิชอบมีแนวโน้มไม่ลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากส่วนราชการ ฝ่ายราชการร่วมมือด้วยก็ยิ่งไปกันใหญ่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ฉะนั้นอย่าแปลกใจที่มีบางยุคบางสมัย ที่เราคิดว่าใช้รัฐธรรมนูญฉบับที่มีประชาธิปไตย แต่กลายเป็นยุคสมัยที่มีรัฐมนตรีติดคุกมากที่สุด ป.ป.ช. เจ้าของหลักสูตรควรจะนำคดีเหล่านั้นมาให้นักศึกษาได้ดู คดีที่ยังไม่จบก็เก็บไว้ก่อนแต่คดีที่จบแล้ว มีคนติดคุกไปแล้ว มีคนถูกลงโทษไปแล้วมากมายที่ป.ป.ช. มีส่วนร่วมในหลายคดี บางคดีที่ป.ป.ช. ไม่ได้มีส่วนร่วมก็ควรไปนำมา ให้นักศึกษาได้ศึกษารวบรวมเอาไว้ศึกษา เพราะทุกเรื่องมีประโยชน์ในเชิงที่จะ ทำให้เราได้รู้ว่าบ้านเมืองเรามีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมคนระดับนั้น ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีรัฐมนตรี ลงมาถึงข้าราชการ ตั้งแต่ภาครัฐถึงเอกชน ทำไมต้องมีคนติดคุกอย่างนั้น เราจะได้เข้าใจว่าที่ไปที่มาเป็นอย่างไร อาจจะเป็นบทเรียน เป็นวิธีป้องกัน ไม่ให้คนของเรา หรือตัวเราเองต้องอยู่ในชะตากรรมเช่นนั้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวอีกว่า การทำสิ่งที่มีคุณธรรม มีจริยธรรม มีความตรงไปตรงมา มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ทุจริตโกงกิน ไม่บิดเบือน ไม่ทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง ไม่คดโกง โปร่งใส เปิดเผย ตรงไปตรงมา มีการให้คำนิยาม คุณธรรม ธรรมาภิบาล จริยธรรม ซึ่งถ้าเราเข้าใจที่มาของคำเหล่านี้ จะทำให้รู้ว่าทั้งหมดอยู่ในเรื่องของคำว่าธรรมาภิบาล ซึ่งหลังจากที่ประกาศใช้ธรรมาภิบาล 6 ข้อแล้ว ยังมีการกระทำผิดเกิดขึ้นมาก เช่น ผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย เกรงใจบิ๊กบอส เกรงใจนาย อนุมัติเงินกู้ให้เอกชนไป ผิดกฎหมาย ติดคุก 18ปี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ทำสัญญาเจรจาข้าว จีทูจี ผิดพลาดติดคุก 40 กว่าปี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคลัง ติดคุก 2 ปีเพราะไปใช้ดุลพินิจเพื่อประโยชน์ของลูกนักการเมือง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้น ผมจึงอยากให้สังคมไทยเรามีธรรมาภิบาลข้อที่ 7 คือ ต้องไม่เกรงใจนาย เพราะถ้านายเราให้ทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง ยอมขัดใจนายดีกว่าติดคุกในวันข้างหน้า เพราะหลายกรณีที่ติดคุกทั้งหมด คนที่สั่งไม่ติดเลย&amp;rdquo;นายชวน ระบุ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวว่า ตนขอแนะนำให้ไปอ่านพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2552 และ วันที่ 5 ธันวาคม 2553 ที่ได้รับสั่งสองปีซ้ำ ว่า ขอให้ท่านทั้งหลาย ประชาชนทุกหมู่เหล่า พิจารณาให้ท่องแท้ว่าหน้าที่ท่านคืออะไร แล้วทำหน้าที่นั้นด้วยความรับผิดชอบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ที่สภากำลังทำ โครงการบ้านเมืองสุจริต โดยเชิญครูอาจารย์ทั่วประเทศให้มีตัวแทนจากที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฎ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล มาร่วมกันออกนโยบายอบรมเยาวชน ประชาชนทุกหมู่เหล่า ในการรณรงค์เรื่องความซื่อสัตย์ ให้เชื่อความสุจริตเพราะไม่เช่นนั้นเราจะไปสู่เส้นทางทุจริตมืดมัวในวันข้างหน้า นักการเมืองซื้อเสียงมีหรือจะไม่โกง ข้าราชการซื้อตำแหน่งมามีหรือไม่รีดไถ ไม่มี เพราะฉะนั้นเราจะป้องกันสิ่งนี้ได้คือต้องทำให้เกิดความสุจริต หลักการที่ดีและคนที่ดี กับภาคปฏิบัติจึงต้องไปด้วยกันทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117010</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการป.ป.ช., คุณธรรม จริยธรรม นักการเมือง, ชวน หลีกภัย, นยปส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_61441d5a787f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83701</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2020 08:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2020 08:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผ่านมาเกือบปีแล้ว!&#039;นิพิฏฐ์&#039;ตามจิกส.ส.กดบัตรแทนกันป.ป.ช.จะมีคำวินิจฉัยอย่างไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 พ.ย.63 -นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้
*ปปช.กับการกดบัตรแทนกัน
-เรื่องส.ส.พรรครัฐบาล กดบัตรแทนกัน จนงบประมาณเกือบล่ม ผ่านมาเกือบปีแล้วเรื่องยังเงียบอยู่ที่ปปช. เรื่องนี้ ปปช.อย่าหลงประเด็นไปหาคนกดบัตร ว่าใครเป็นคนกดบัตร เพราะเชื่อผมเถอะ ปปช.ไม่สามารถหาได้หรอกว่าใครเป็นคนกดบัตร
-ประเด็น คือ ส.ส.ที่เป็นเจ้าของบัตรคนหนึ่งที่เดินทางไปต่างประเทศ และอีกคนหนึ่งที่ไม่อยู่ในห้องประชุมถึง 2 วัน ส.ส.รู้ หรือฝากให้คนอื่นกดบัตรแทนหรือไม่ ถ้ารู้ หรือฝากให้คนอื่นกดแทนก็ถือว่าส.ส.เจ้าของบัตรปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เรื่องง่ายๆ มีแค่นั้น ปปช.ก็อย่าหลงประเด็น หรือทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก ขอย้ำว่าประเด็นอยู่ที่ว่า &amp;quot;เจ้าของบัตรรู้หรือไม่ว่าบัตรของตนเองคนอื่นเอาไปกด&amp;quot; เหมือนกับการตอบข้อสอบกฎหมายล่ะครับ คำตอบมันจะอยู่ในประเด็นที่เราตั้งคำถาม เรื่องนี้ระดับเจ้าหน้าที่เขาตั้งใจทำงาน น่าชมเชย แต่คอยดูต่อไปในชั้นกรรมการปปช.ว่าจะมีคำวินิจฉัยอย่างไร รอพิสูจน์ความเป็นอิสระขององค์กรนี้./&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83701</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการป.ป.ช., นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ, ส.ส.กดบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201019/image_big_5f8ce00d0dc1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83700</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2020 08:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผ่านมาเกือบปีแล้ว!&#039;นิพิฏฐ์&#039;ตามจิกส.ส.กดบัตรแทนกันป.ป.ช.จะมีคำวินิจฉัยอย่างไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

13 พ.ย.63 -นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้
*ปปช.กับการกดบัตรแทนกัน
-เรื่องส.ส.พรรครัฐบาล กดบัตรแทนกัน จนงบประมาณเกือบล่ม ผ่านมาเกือบปีแล้วเรื่องยังเงียบอยู่ที่ปปช. เรื่องนี้ ปปช.อย่าหลงประเด็นไปหาคนกดบัตร ว่าใครเป็นคนกดบัตร เพราะเชื่อผมเถอะ ปปช.ไม่สามารถหาได้หรอกว่าใครเป็นคนกดบัตร
-ประเด็น คือ ส.ส.ที่เป็นเจ้าของบัตรคนหนึ่งที่เดินทางไปต่างประเทศ และอีกคนหนึ่งที่ไม่อยู่ในห้องประชุมถึง 2 วัน ส.ส.รู้ หรือฝากให้คนอื่นกดบัตรแทนหรือไม่ ถ้ารู้ หรือฝากให้คนอื่นกดแทนก็ถือว่าส.ส.เจ้าของบัตรปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เรื่องง่ายๆ มีแค่นั้น ปปช.ก็อย่าหลงประเด็น หรือทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก ขอย้ำว่าประเด็นอยู่ที่ว่า &amp;quot;เจ้าของบัตรรู้หรือไม่ว่าบัตรของตนเองคนอื่นเอาไปกด&amp;quot; เหมือนกับการตอบข้อสอบกฎหมายล่ะครับ คำตอบมันจะอยู่ในประเด็นที่เราตั้งคำถาม เรื่องนี้ระดับเจ้าหน้าที่เขาตั้งใจทำงาน น่าชมเชย แต่คอยดูต่อไปในชั้นกรรมการปปช.ว่าจะมีคำวินิจฉัยอย่างไร รอพิสูจน์ความเป็นอิสระขององค์กรนี้./&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83700</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการป.ป.ช., นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ, ส.ส.กดบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201019/image_big_5f8ce00d0dc1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2020 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2020 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ป.ป.ช.จ่อรับรองสำนวน&#039;นิพนธ์&#039;สัปดาห์หน้ารอตีความต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
02 ต.ค.63 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กรณีละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ มิได้อนุมัติงบประมาณเบิกจ่ายเงินให้กับบริษัท พลวิศว์ เทค พลัส จำกัด เป็นค่ารถซ่อมบำรุงทางเอนกประสงค์ 2 คัน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 50,850,000 บาท ว่า&amp;nbsp; คดีดังกล่าวกระบวนการพิจารณาชี้มูลฯยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ตามขั้นตอน จะมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่ในต้นสัปดาห์หน้า เพื่อพิจารณาว่าจะรับรองมติที่มีไปก่อนหน้านี้ จากนั้นจึงจะแถลงรายละเอียดทั้งหมดต่อสาธารณชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช.ในฐานะโฆษกสำนักงาน​ ป.ป.ช. กล่ายอมรับว่า ก่อนหน้านี้ คดีดังกล่าวได้ถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช. ชุดใหญ่แล้ว แต่ที่ยังไม่ยืนยันมติชี้มูลความผิด เพราะขั้นตอนยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งหากมีการชี้มูลความผิดจริง ก็จะต้องส่งเรื่องต่อให้อัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายนิวัติไชย​ กล่าวว่า​ ส่วนปัญหาข้อกฎหมายในประเด็นที่ว่าถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการทุจริตในตำแหน่งหนึ่ง และปัจจุบันเข้ารับตำแหน่งใหม่ จะส่งผลให้ต้องพ้นจากการดำรงตำแหน่งหรือไม่นั้น ถือเป็นเรื่องที่ต้องตีความ โดยถ้าอัยการสูงสุดยื่นฟ้องไปยังศาล ศาลจะพิจารณาว่าบุคคลดังกล่าวจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งใด ดังนั้นจึงไม่สามารถบอกได้ว่า หากชี้มูลนายนิพนธ์จริง นายนิพนธ์จะต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่​อย่างไรก็ตาม ตาม​ พ.ร.บ.ติป.ป.ช.กำหนดโดยคำสั่งคสช. ได้ให้อำนาจคณะกรรมการป.ป.ช. ในการวินิจฉัยตีความ หากพบว่ามีข้อกฎหมายที่เกิดขึ้นจากการพิจารณาคดี ซึ่งหากนายนิพนธ์ต้องการจะหารือเรื่องข้อกฎหมาย ก็อาจส่งเรื่องให้องค์คณะเป็นผู้วินิจฉัยได้ แต่ที่ผ่านมายังไม่เคยมีกรณีดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ ซึ่งหากมี ก็อาจจะต้องมีการรวบรวมรายละเอียด เพื่อวินิจฉัยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79286</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการป.ป.ช., นายนิพนธ์ บุญญามณี, บริษัท พลวิศว์ เทค พลัส จำกัด, พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181105/image_big_5be05b602a03f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66974</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2020 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2020 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วุฒิสภาลงมติเห็นชอบ&#039;ณัฐจักร-สุชาติ&#039;นั่งกรรมการป.ป.ช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
26 พ.ค.63- ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม มีวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลปรากฏว่าที่ประชุมวุฒิสภา ลงคะแนนเห็นชอบนายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา และนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข เป็นผู้ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป.ป.ช. โดยนายณัฐจักร ได้รับคะแนนเห็นชอบ 224 ต่อ 11 เสียง ไม่ออกเสียง 4 เสียง และนายสุชาติ ได้รับคะแนนเห็นชอบ 219 เสียง ต่อ 12 เสียง ไม่ออกเสียง 8 เสียง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66974</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการป.ป.ช., ณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา, นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข, ประชุมวุฒิสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5eccc8039e7d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
