<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67694</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2020 08:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2020 08:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;จ่อยื่นผู้ตรวจการฯตีความสภาสูงโหวต&#039;สุชาติ&#039;นั่งแท่นป.ป.ช.ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 มิ.ย.2563 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;nbsp;ตามที่ที่ประชุมวุฒิสภาได้ร่วมกันลงคะแนนให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 เมื่อวันที่ 26 พ.ค. โดยโหวตให้ความเห็นชอบนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งมีนบุรี ด้วยคะแนนเห็นชอบ 219 เสียง ไม่ให้ความเห็นชอบ 12 เสียง ไม่ออกเสียง 8 เสียง ความดังทราบแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เนื่องจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2561 มาตรา 11 (18) บัญญัติไว้ว่ากรรมการ ป.ป.ช.ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้ &amp;ldquo;เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นในระยะสิบปีก่อนเข้ารับการสรรหา&amp;rdquo; ประกอบกับคณะกรรมการ ป.ป.ช.เคยมีความเห็นว่า สนช.ถือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามมาตรา 6 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ที่บัญญัติให้ สนช.ทำหน้าที่สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา จึงมีหน้าที่ยื่นแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินพร้อมเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมารัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 263 ได้บัญญัติว่า ในระหว่างที่ยังไม่มีสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ยังคงทำหน้าที่รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาต่อไป และให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา ตามลำดับตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ และให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติสิ้นสุดลงในวันก่อนวันเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปที่จัดขึ้นตามรัฐธรรมนูญนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเมื่อนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข เคยได้รับการแต่งตั้งจาก คสช.ให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2559 และพ้นจากตำแหน่ง สนช.ซึ่งถือว่าเป็นข้าราชการการเมือง เมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 นับถึงปัจจุบันพ้นตำแหน่งมาเพียง 1 ปี เท่ากับพ้นตำแหน่งไม่เกิน 10 ปี จึงน่าจะเป็นการขัดต่อลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายบัญญัติดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงเห็นว่าจะต้องหาข้อยุติดังกล่าวโดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 231 ในการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองว่า การที่ ส.ว.ให้ความเห็นชอบบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย ป.ป.ช.2561 มาตรา 11 (18) เป็นการกระทำโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายหรือไม่ และหากศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองวินิจฉัยว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย สมาคมฯจะดำเนินการร้องเอาผิด 219 ส.ว. ที่โหวตให้นายสุชาติเป็น ป.ป.ช.ตามครรลองของกฎหมายต่อไป เพราะไม่ว่าจะใหญ่มาจากไหนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน โดยสมาคมฯจะไปยื่นเรื่องในวันพฤหัสที่ 4 มิ.ย.63 เวลา 9.00 น. ที่ สนง.ผู้ตรวจการแผ่นดิน ห้อง 903 ศูนย์ราชการ อาคาร B&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67694</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, ป.ป.ช., ศรีสุวรรณ จรรยา, เฟซบุ๊ก, เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200603/image_big_5ed6fb37b8ae4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2019 16:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2019 16:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช.เอาจริงตรวจเข้ม ทุกโครงการ​ &quot;รัฐบาลบิ๊กตู่&quot;  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 1 ก.ย. พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีการเฝ้าระวังตรวจสอบโครงการของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า ขณะนี้สั่งการให้แต่ละสำนักเฝ้าระวังของสำนักงาน ป.ป.ช. เริ่มดำเนินการค้นหาข้อมูลโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลแล้ว ภายหลังคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา หลังจากนั้นจะจัดลำดับความเร่งด่วนของความเสี่ยงแต่ละโครงการว่า โครงการไหนใหญ่ โครงการไหนมีความเสี่ยงที่จะเกิดการทุจริต หากพบว่า ในช่วงตั้งต้นของโครงการที่มีความเสี่ยง จะเฝ้าระวังตรวจสอบว่า มีการทำอะไรช่วงไหน ขอรายละเอียดโครงการมาพิจารณา นอกจากนี้จะแจ้งเตือนรัฐบาลว่าให้เฝ้าระวัง มีการวางแผนป้องกันความเสี่ยงหรือยัง นี่คือการป้องกันไว้ก่อน นอกจากนี้ต้องเปิดเผยข้อมูลโครงการในส่วน Big Data เพื่อให้ประชาชนหาข้อมูลได้เต็มที่ ทั้งนี้ตามรัฐธรรมนูญ หากคณะกรรมการ ป.ป.ช. พบว่าโครงการไหนมีความเสี่ยง สามารถลงมติเสียงข้างมาก 2 ใน 3 ให้ยับยั้งโครงการดังกล่าวไว้ก่อนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.บุณยวัจน์ กล่าวว่า ในส่วนการของการจัดซื้อจัดจ้างในหน่วยงานของรัฐนั้นตนได้หารือกับนายณรงค์ รัฐอมฤต กรรมการ ป.ป.ช. ว่า ความโปร่งใสในการดำเนินโครงการของหน่วยงานต่าง ๆ เช่น องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ควรเปิดเผยรายละเอียดโครงการในเว็บไซต์หน่วยงานท้องถิ่นนั้น ๆ เลย เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ว่า อยู่ในขั้นตอนใด ใช้งบประมาณเท่าไหร่ มีวัตถุประสงค์อะไร ใครเป็นผู้ประมูลชนะ ราคาเท่าไหร่ เป็นต้น ขณะเดียวกันตอนนี้ อปท. จำนวน 1,852 หน่วย ได้ส่งแผนป้องกันและต่อต้านการทุจริตมาให้ ป.ป.ช. หมาดแล้ว หลังจากนั้น ป.ป.ช. จะติดตามผลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.บุณยวัจน์ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากงบประมาณเงินอุดหนุน ถือเป็นประเด็นสำคัญที่สุดที่เกิดปัญหา ได้หารือกับ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. เพื่อดูรายละเอียดว่าจะจัดระเบียบงบประมาณเงินอุดหนุนว่าอย่างไร ต้องมีหลักเกณฑ์โดยละเอียดอย่างไร เพราะขณะนี้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยเป็นอีกอย่าง ระเบียบกระทรวงการคลังเป็นอีกอย่าง ขัดแย้งกันหมด ทำให้ที่ผ่านมางบประมาณเงินอุดหนุนมีปัญหา ต้องมีการจัดระเบียบตรงนี้เพื่อให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44748</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมาย ป.ป.ช., กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190708/image_big_5d2293f8754d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดกรุสส.นาทีอูฟู้4.6พันล. ธรรมนัสแจง2เมีย859ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ป.ป.ช.เปิดเชฟ 415 ส.ส. &amp;quot;นาที&amp;quot; อู้ฟู่สุด 4.6 พันล้าน รองลงมา &amp;quot;เสี่ยหนู&amp;quot; 4.2 พันล้าน พบจ่าย 50 ล้านหย่าเมีย ฮือฮา &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; แจงทรัพย์สินยิบเมีย 2 ลูก 7 รวย 859 ล้าน รถหรู 26 คัน พระเครื่องล้นกรุ ส.ส.ปทุมฯ จนสุดมีเงินติดบัญชีแค่ 5 พัน &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ยังไม่แจงขอยืด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า สำนักงาน ป.ป.ช.ได้ทำการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรณีเข้ารับตำแหน่ง จำนวน 414 ราย และกรณีพ้นจากตำแหน่ง จำนวน 1 ราย รวม 415 ราย โดยเปิดเผยระหว่างวันที่ 22 ส.ค.-20 ก.ย.62 ที่ สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงศ์เอก วิจิตรกูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า สำหรับ ส.ส.ที่ยังไม่ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.มี 10 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นส.ส.ใหม่ทั้งหมด และส่วนหนึ่งอาจอยู่ระหว่างการดำเนินการยื่นที่ ป.ป.ช.ประจำจังหวัดยังไม่ได้ส่งข้อมูลมายัง ป.ป.ช.กลาง ส่วนอีก 77 คน ได้ขอขยายระยะเวลาการยื่นบัญชีกับ ป.ป.ช.เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีระยะเวลา 30 วัน หากครบกำหนดแล้วยังไม่มายื่นบัญชี ป.ป.ช.จะต้องมีการติดตามตรวจสอบ ถ้าหากยังไม่ยื่น ป.ป.ช.ตามกำหนด จะดำเนินการยื่นฟ้องในข้อหาจงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ขณะที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้ขอขยายเวลาการยื่นมาแล้ว ซึ่งจะได้เปิดเผยในรอบต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ ส.ส.ที่มีทรัพย์สินมากที่สุดคือ นางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย คู่สมรสของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 4,674,631,835 บาท เป็นทรัพย์สินของผู้ยื่น 71,597,709 บาท ของคู่สมรส 4,603,034,225 บาท มีหนี้สินรวมทั้งสิ้น 177,066,184 บาท เป็นหนี้ของผู้ยื่น 2,152,537 บาท หนี้ของคู่สมรส 174,913,647 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองลงมาคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ที่มีทรัพย์สิน 4,248,828,812&amp;nbsp;บาท มีหนี้สิน 50,255,070 บาท&amp;nbsp;รวมมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 4,198,573,741 บาท ทั้งนี้ ในส่วนหนี้สินกว่า 50 ล้านบาท นอกจากเป็นเงินกู้จากธนาคารแล้ว อีกส่วนยังมาจากบันทึกข้อตกลงการหย่าจากนางศศิธร จันทรสมบูรณ์ อดีตภริยา ที่ได้จดทะเบียนหย่าเมื่อวันที่ 22 ม.ค.2562 โดยมีการทำหนังสือสัญญาการหย่าว่า นายอนุทินจะจ่ายเงินให้นางศศิธร 50 ล้านบาท แยกเป็นปีละ 10 ล้านบาท เป็นเวลา 5 ปี รวมถึงจ่ายเงินค่าเลี้ยงดูอดีตภริยาเดือนละ 300,000 บาท ไปจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะถึงแก่กรรม เงินค่าเบี้ยประกันสุขภาพรายปี และมอบห้องชุดที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ให้นางศศิธร นอกจากนี้ นายพิบูลย์ รัชกิจประการ ส.ส.สตูล พรรคภูมิใจไทย น้องชายนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา สามีนางนาที ยังมีทรัพย์สินมากเป็นอันดับ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โดยมีทรัพย์สิน&amp;nbsp;2,342,419,826&amp;nbsp;บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และ รมว.อุตสาหกรรม มีทรัพย์สิน 2,198,328,980 บาท มีหนี้สิน 696,108 บาท,&amp;nbsp;นายอภิชัย เตชะอุบล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ มีทรัพย์สิน&amp;nbsp;2,048,799,734&amp;nbsp;บาท, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และ รมว.ศึกษาธิการ มีทรัพย์สิน1,984,957,656&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และ รมช.ศึกษาธิการ มีทรัพย์สิน&amp;nbsp;1,784,961,225&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;น.ส.ศุภมาศ อิสรภักดี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย มีทรัพย์สิน 1,609,430,926 บาท,&amp;nbsp;นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย มีทรัพย์สิน&amp;nbsp;1,529,975,196&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ มีทรัพย์สิน&amp;nbsp;1,097,305,394&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา และ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีทรัพย์สิน&amp;nbsp;1,030,115,827&amp;nbsp;บาท ทั้งนี้ พบว่า ส.ส.ที่มีทรัพย์สินเกิน 1,000 ล้านบาท มีทั้งสิ้น&amp;nbsp;11&amp;nbsp;คน แบ่งเป็นฝ่ายรัฐบาลถึง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;คน และฝ่ายค้านเพียงคนเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคนอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ มีทรัพย์สิน&amp;nbsp;31,518,538&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านฯ มีทรัพย์สิน 176,872,804 บาท,&amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย มีทรัพย์สิน 135,476,212 บาท,&amp;nbsp;นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ และคู่สมรส มีทรัพย์สิน 47,368,677 บาท,&amp;nbsp;นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ มีทรัพย์สิน 623,023,582 บาท,&amp;nbsp;นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ มีทรัพย์สิน&amp;nbsp;195,995,203&amp;nbsp;บาท, นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท พรรคพลังประชารัฐ มีทรัพย์สิน 29,852,530 บาท, นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ มีทรัพย์สิน 542,722,737 บาท, นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี และประธานส.ส.พรรคพลังประชารัฐ มีทรัพย์สิน 861,105,818 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคู่สมรส รวมถึงบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีทรัพย์สิน 758,425,485 บาท, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และ รมว.คมนาคม มีทรัพย์สิน 115,760,030 บาท,&amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และ รมว.ยุติธรรม มีทรัพย์สิน 79,467,192 บาท,&amp;nbsp;นายสันติ พร้อมพัฒน์&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;และ รมช.การคลัง มีทรัพย์สิน 15,402,771 บาท,&amp;nbsp;นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย และ รมช.พาณิชย์ มีทรัพย์สิน 99,662,809 บาท หนี้สิน 11,138,404,713 บาท มีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน 11,038,741,803 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และประธานสภาผู้แทนราษฎร มีทรัพย์สิน&amp;nbsp;8,189,114&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และรองประธานสภาฯ มีทรัพย์สิน 10,422,141 บาท โดยระบุว่า มีทรัพย์สิน 12,107,352 บาท เป็นเงินฝากในบัญชีธนาคารเพียงแค่ 36,302 บาท ที่ดิน 11,521,050 บาท และนาฬิกาโรเล็กซ์มือสอง รุ่นเดย์โทนา มูลค่า 550,000 บาท,&amp;nbsp;นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย และรองประธานสภาฯ มีทรัพย์สิน 40,398,604 บาท,&amp;nbsp;นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.เพื่อไทย และคู่สมรส มีทรัพย์สิน 181,708,152 บาท,&amp;nbsp;นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ มีทรัพย์สิน 222,623 บาท หนี้สิน 202,360 บาท, น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และนายฉาย บุนนาค คู่สมรส มีทรัพย์สิน&amp;nbsp;511,334,424&amp;nbsp;บาท หนี้สิน&amp;nbsp;82,280,019&amp;nbsp;บาท, น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ มีทรัพย์สิน 664,683,713 บาท หนี้สิน 979,715 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ และ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินของตนเองและคู่สมรส 2 คน คือ นางอริสรา พรหมเผ่า และ น.ส.ธนพร ศรีวิราช รวมถึงบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 7 คน (เสียชีวิต 2 คน) มีทรัพย์สินทั้งหมด 859,316,182 บาท หนี้สิน 79,261,936 บาท โดยเป็นทรัพย์สินผู้ยื่น 644,921,184 บาท ของนางอริสรา คู่สมรส 189,952,776 บาท ของ น.ส.ธนพร คู่สมรส (อยู่กินฉันสามีภรรยา) 63,684,291 บาท ส่วนบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีทรัพย์สินรวมกัน 31,148,049 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทรัพย์สินส่วนใหญ่ของ ร.อ.ธรรมนัส แบ่งเป็นเงินฝาก 189,554,858 บาท ยานพาหนะ 26 คัน มูลค่ารวม 62,840,000 บาท อาทิ รถยนต์ยี่ห้อเบนท์ลีย์ แบบคอนติเนนทัล รถยนต์ยี่ห้อโรลส์-รอยซ์ และทรัพย์สินอื่น มูลค่ารวม &amp;nbsp;157,120,000 บาท อาทิ พระสมเด็จบางขุนพรหม ประเภทเบญจภาคี พิมพ์ปกโพธิ์ 1 องค์ มูลค่า 10 ล้าน นอกจากนี้ ยังมีพระเครื่องอีกจำนวนหนึ่งที่ระบุว่าประเมินค่าไม่ได้ เช่น พระรอดลำพูน พร้อมตลับทองฝังเพชร พระกิ่งชัยวัฒน์ เนื้อทองคำ หลวงปู่ทวดรุ่น 1 พระยอดธง ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัสยังแจ้งว่ามีรายได้ประจำคือ การขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเฉลี่ยเดือนละ 3,000,000 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ส.ส.ที่มีทรัพย์สินน้อยที่สุดคือ นายพิษณุ พลธี ส.ส.ปทุมธานี พรรคภูมิใจไทย ที่แจ้งว่า มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 5,064 บาท โดยเป็นเงินฝากธนาคาร ทั้งนี้ระบุว่าอาศัยอยู่บ้านของมารดาย่านคลองหลวง จ.ปทุมธานี สำหรับยานพาหนะที่ใช้คือ รถยนต์จากบุคคลหนึ่งซึ่งมีความสัมพันธ์เป็นเพื่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อ ส.ส.ที่ยังไม่ได้ยื่นบัญชีในล็อตนี้ อาทิ น.ส.พรรณิการ์ วานิช, น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายชัชวาลล์ คงอุดม, นายปิยบุตร แสงกนกกุล และนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เป็นต้น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44087</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณีเข้ารับตำแหน่ง, กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน, ป.ป.ช., สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190822/image_big_5d5ead050c94d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2018 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2018 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดเต็มๆรายชื่อ55บิ๊กองค์กรมหาชนที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;04 พ.ย.2561 - &amp;nbsp;พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ออกประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ.2561 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ธ.ค.นั้น มีเนื้อหาในการกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ และเจ้าหน้าที่ของรัฐยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเนื้อหาของประกาศนี้ได้กำหนดผู้ที่จะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน โดยเฉพาะในส่วนขององค์การมหาชนนั้นมีมากถึง 55 องค์กรเลยทีเดียว โดยผู้ที่ต้องยื่นนั้นจะประกอบด้วยประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการ (บอร์ด) ขององค์กรนั้นๆ รวมทั้งผู้อำนวยการ, ผู้จัดการ และเลขาธิการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ 55 องค์กรมหาชนที่จะต้องยื่นบัญชีนั้น มีรายชื่อดังนี้ 1.กองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) 2.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 3.กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ 4.คุรุสภา 5.สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) 6.สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ 7.สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข 8.สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 9.สถาบันอนุญาโตตุลาการ 10.สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11.สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ 12.สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู 13.สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 14.สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 15.สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล 16.สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 17.โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ 18.โรงพยาบาลบ้านแพ้ว 19.ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ 20.ศูนย์คุณธรรม 21.ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร 22.ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ 23.สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ 24.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ 25.สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ &amp;nbsp;26.สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ 27.สถาบันบริหารกองทุนพลังงาน 28.สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน 29.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน 30.สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31.สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา 32.สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล 33.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ 34.สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง 35.สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ 36.สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน 37.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ 38.สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อม 39.สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร 40.สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน 41.สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ 42.สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ 43.สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร 44.สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ 45.สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 46.สำนักงานพัฒนาพิงคนคร 47.สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล 48.สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ 49.สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ 50.สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา 51.สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ 52.สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ 53.หอภาพยนตร์ 54.องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และ 55.องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21300</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, บัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน, ป.ป.ช., ประกาศ, ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ, พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180221/image_big_5a8d55590061d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2018 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2018 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำรวจนิยาม’เมีย’ในสายตาป.ป.ช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;04 พ.ย.2561 &amp;ndash; เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ออกประกาศและระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ช.รวดเดียว 6 ฉบับ ซึ่งเนื้อหาหลักคือหลักเกณฑ์การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนักการเมือง ข้าราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช.ฉบับหนึ่งมีความน่าสนใจ คือ ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ของผู้ซึ่งอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสอันถือว่าเป็นคู่สมรส พ.ศ.2561 ที่มีเนื้อหาเพียง 1 หน้า แต่กลับสร้างผลสะเทือนอย่างมาก เพราะได้กำหนดนิยามของคำว่า &amp;ldquo;ภริยา&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;เมีย&amp;rdquo; ซึ่งจะต้องยื่นบัญชีไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนิยามของภริยาตามประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช.นั้นกำหนดอยู่ในข้อ 3 โดยระบุว่า 1.ได้ทำพิธีมงคลสมรสหรือพิธีอื่นใดในทำนองเดียวกันกับเจ้าพนักงานของรัฐ โดยมีบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลภายนอกรับทราบว่าเป็นการอยู่กินเป็นสามีภริยากันตามประเพณี 2.เจ้าพนักงานของรัฐแสดงให้ปรากฏว่ามีสถานะเป็นสามีภริยากัน หรือมีพฤติการณ์เป็นที่รับรู้ของสังคมทั่วไปว่ามีสถานะดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงบุคคลซึ่งจดทะเบียนสมรสกับเจ้าพนักงานของรัฐและต่อมาได้จดทะเบียนหย่าขาดจากกันตามกฎหมาย แต่ยังแสดงให้ปรากฏหรือมีพฤติการณ์ซึ่งเป็นที่รับรู้ของสังคมทั่วไปว่ามีสถานะเป็นสามีหรือภริยากัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21298</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, จดทะเบียนสมรส, ป.ป.ช., พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, ภริยา, ระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ช., หย่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180627/image_big_5b33271f09f9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21173</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2018 19:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2018 19:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิด65เก้าอี้ตำรวจต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;01 พ.ย.2561 - &amp;nbsp;พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ออกประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่อง กำหนดตำแหน่งของเจ้าพนักงานของรัฐซึ่งจะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 103 พ.ศ.2561 ลงในราชกิจจานุเบกษา โยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ธ.ค.2561 นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื้อหาของระเบียบดังกล่าวมีทั้งสิ้น 21 หน้า จำนวน 6 ข้อ โดยเฉพาะในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้กำหนดตำแหน่งที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินไว้ดังนี้ 1.จเรตำรวจแห่งชาติ 2.รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 3.รองจเรตำรวจแห่งชาติ 4.ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 5.จเรตำรวจ (สบ 8) (หัวหน้าจเรตำรวจ) 6.ผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง 7.ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล 8.ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี 9.ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจสอบภายใน 10.ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11.ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว 12.ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล 13.ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน 14.ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ 15.ผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสาร 16.ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล 17.ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 18.ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง&amp;nbsp;19.ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 20.นายแพทย์ใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21.รองจเรตำรวจ (สบ 7) 22.รองผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง 23.รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล24.รองผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี 25.รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 26.รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว 27.รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล 28.รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน 29.รองผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ 30.รองผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31.รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล 32.รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 33.รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 34.รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 35.ผู้บังคับการตำรวจจราจร 36.ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 37.ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล 38.ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 39.ผู้บังคับการปราบปราม 40.ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;41.ผู้บังคับการตำรวจรถไฟ 42.ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 43.ผู้บังคับการตำรวจน้ำ 44.ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 45.ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ 46.ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ 47.ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ 48.ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค 49.ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 50.ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;51.ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 52.ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค53.ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด 54.ผู้บังคับการกองพลาธิการ 55.ผู้บังคับการกองโยธาธิการ 56.ผู้บังคับการกองสรรพาวุธ 57.ผู้บังคับการกองทะเบียนพล 58.ผู้บังคับการกองสวัสดิการ 59.ผู้บังคับการกองคดีอาญา60.ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 61.ผู้บังคับการข่าวกรองยาเสพติด 62.ผู้บังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด 63.ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 64.ผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค และ 65.ผู้บังคับการตำรวจสื่อสาร.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านรายละเอียดฉบับเต็มๆ ที่นี่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21173</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, บัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน, ป.ป.ช., ประกาศ, พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180314/image_big_5aa8c7fff3dd2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2018 12:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2018 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กกุ้ย&#039; ตั้งเป้าภายใน 1 ปี &#039;ปปช.&#039; จะพิจารณาคดีที่ค้างอยู่ให้เสร็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.61 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)​ &amp;nbsp;พล.ต.อ. วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คาดว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต จะได้รับการโปรดเกล้าฯ และจะได้ใช้ภายใน 1-2 วันนี้ จากนั้นสำนักงานป.ป.ช. จะเตรียมร่างอนุบัญญัติกว่า 50 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพราะในกฎหมายใหม่บริบทการทำงานของ ป.ป.ช.จะเปลี่ยนไป โดยจะกำหนดกรอบระยะเวลาการทำงานที่เร่งรัดมากขึ้น จึงต้องมีกลไกลในการควบคุมดูแล รวมถึงต้องมีระเบียบ ที่เกี่ยวกับความร่วมมือเกี่ยวกับทางราชการ เช่น กรณีที่ข้าราชการไม่ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินกับป.ป.ช. ก็จะต้องยื่นกับผู้บังคับบัญชา พร้อมกันนี้กฎหมายใหม่เปิดโอกาสให้มอบหมายให้หน่วยงานอื่นไปดำเนินการ หากไม่ใช่เรื่องสำคัญและไม่มีผลกระทบต่อวงกว้าง ซึ่งป.ป.ช.สามารถที่จะทำเฉพาะเรื่องใหญ่ๆ ที่สังคมให้ความสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องกรอบระยะเวลาที่ป.ป.ช. จะต้องดำเนินการในคดีต่างๆไม่เกิน 2 ปีนั้น ยอมรับว่าจะมีปัญหากับการดำเนินงานบ้าง โดยเฉพาะคดีที่ยังค้างคาอยู่ ซึ่งจะส่งผลให้เจ้าหน้าที่ กดดันกลัวจะทำคดีไม่ทัน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ถือว่าไม่ได้เป็นปัญหามากนัก เพราะหากเจ้าหน้าที่สามารถชี้แจงได้ว่าทำคดีล่าช้าด้วยเหตุผลใด ก็ไม่ถือว่าเป็นปัญหา ทั้งนี้ ในอดีตบางเรื่องไม่ถูกหยิบยกมาพิจารณาแต่นับจากนี้ทุกเรื่องจะต้องถูกยกมาพิจารณาทั้งหมด แม้งานป.ป.ช.จะหนักขึ้นก็ตาม วันนี้เรามีการตั้งเป้า ว่าภายใน 1 ปี ซึ่งจะมีคดีอะไรบ้างที่ต้องพิจารณาให้เสร็จ เพื่อให้การติดตามการทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมั่นใจว่าหลังจากกฎหมายใหม่ออกมา งานของป.ป.ช.จะมีผลสัมฤทธิ์มากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13824</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, บิ๊กกุ้ย, ป.ป.ช., พล.ต.อ.วัชรพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afecf681176e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
