<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2021 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2021 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ๊ะยังไง! &#039;ป้อม&#039; ไม่รู้จัก &#039;กปปส.&#039; ใครเป็นแกนนำ ในพรรคพปชร.ก็ไม่มี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มี.ค.64 -&amp;nbsp;พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ตอบคำถามผู้สื่อข่าว ถึง การปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) &amp;nbsp;ว่า &amp;quot;เป็นเรื่องของผม บอกแล้วว่าอยู่ในหัว จะมีกี่ชื่อก็แล้วแต่ผม จะมาถามทำไม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกประวิตร กล่าวว่าจะปรับกี่ตำแหน่งนั้นแล้วแต่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะตัดสินใจ เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นคนทำงานจะเลือกใครก็ตามตนมีหน้าที่ส่งชื่อถ้าไม่เอาก็ส่งกลับมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าว ถามว่าหลังการปรับครมแล้วพรรคจะมีปัญหาหรือไม่ พลเอกประวิตรกล่าวว่าพรรคไม่ได้มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของครม. แต่พรรคเป็นเรื่องของส.ส.ที่รักกัน ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกันจะเป็นครม.หรือไม่เป็น ทุกคนมีสิทธิ์เท่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าได้พูดคุยกับนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตรัฐมนตรี และเป็นแกนนำกปปส. ที่หลุดจากตำแหน่งหรือยัง พลเอกประวิตร &amp;nbsp;ย้อนถามว่าใครแกนนำกปปส. ไม่รู้จัก รัฐมนตรีก็ไม่ใช่กปปส.เพราะอยู่พรรคพลังประชารัฐ ไม่มีกปปส. ไม่มีในพรรคพลังประชารัฐ ส่วนจะพูดคุยหรือไม่ ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะเป็นเรื่องในพรรค แล้วทุกวันนี้พรรคก็ร่วมมือร่วมใจกันดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าปลัดกระทรวงมหาดไทยไปตั้งพรรคการเมืองสำรองไว้ให้กับพรรคพลังประชารัฐนั้น พลเอกประวิตร บอกว่า จะไปรู้ได้อย่างไร ไม่รู้ เพราะไม่ได้เป็นคนที่ไปตั้ง เมื่อถามในเรื่องที่ไม่รู้แล้วจะบอกว่ารู้ได้อย่างไร ไปคาดคะเนอะไรได้ ก็ต้องตอบว่าไม่รู้ ส่วนที่วิจารณ์ว่าจะเป็นสาขาของพรรคพลังประชารัฐหรือไม่นั้นก็แล้วแต่สื่อจะคิด ผู้สื่อข่าวก็คิดไปเองทั้งนั้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95176</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., กรรมการผู้ช่วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, การเมือง, ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, พปชร., พลังประชารัฐ, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210306/image_big_604304767e0cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2020 15:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2020 15:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พล.อ.ประวิตร  น้อมนำศก.พอเพียง/ทฤษฎีใหม่ ร.9  แก้ความยากจน  ลงพื้นที่สมุทรสงคราม   จังหวัดต้นแบบ  สั่งขับเคลื่อนโครงการ   มุ่งช่วยเหลือคนจน/ลดความเหลื่อมล้ำ/ยั่งยืน    ยืนยัน  รัฐไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ 9 ต.ค.63&amp;nbsp; พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษกประจำรอง นรม.&amp;nbsp; เปิดเผยว่า วันนี้เวลา09.30น.&amp;nbsp; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. พร้อมด้วย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.รง. และคณะฯ ได้เดินทางไปปฏิบัติราชการ เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการ แก้ปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ จ.สมุทรสงคราม&amp;nbsp; ณ&amp;nbsp; ห้องประชุมแม่กลอง&amp;nbsp; ศาลากลาง จ.สมุทรสงคราม&amp;nbsp; โดยมีนายชรัส บุญณสะ ผวจ.สมุทรสงคราม ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร พร้อมคณะ ได้รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน และความสำเร็จของโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ จ.สมุทรสงคราม ,จ.ขอนแก่น ,จ.เชียงราย ,จ.นครพนม ,จ.นครศรีธรรมราช และ จ.อุทัยธานี รวมทั้งได้รับฟังความคิดเห็นจากผู้นำชุมชน และครัวเรือนเป้าหมาย ที่ได้รับการช่วยเหลือจาก จ.สมุทรสงครามโดยมีอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนได้กล่าวสรุปผลการแก้ไขปัญหาความยากจนในภาพรวม ทั้งนี้ จ.สมุทรสงคราม ได้เป็นจังหวัดนำร่องจังหวัดหนึ่ง ที่มีการใช้ระบบบริหารจัดการข้อมูล จากระบบการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform : TPMAP ) ทำให้การแก้ปัญหาความยากจนตรงกับกลุ่มเป้าหมายในระดับพื้นที่ ซึ่งในปี2562 จ.สมุทรสงคราม ได้ผ่านการสำรวจพบว่า มีคนจนจำนวน 601 ครอบครัว (903คน)&amp;nbsp; ภายหลังได้รับการแก้ไขปัญหาความยากจนแล้ว ในปี2563 มีคนจนจำนวน 465 ครัวเรือน (750 คน) ลดลงจากปี2562 จำนวน 136 ครัวเรือน นับเป็นความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจ TPMAP จึงถือเป็นเครื่องมือเชิงนโยบายชิ้นแรกของประเทศไทย ที่สามารถระบุกลุ่มเป้าหมายของการพัฒนาได้ทั้งครัวเรือน และบุคคล พร้อมทั้งยังสามารถให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; หลังจากนั้น&amp;nbsp; พล.อ.ประวิตร และคณะ ได้เดินเยี่ยมชมนิทรรศการ และพบปะประชาชน ที่ได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผ่านข้อมูลในระบบ TPMAP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวมอบนโยบายแก่เจ้าหน้าที่ของ มท. ,องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ,สศช. และ NECTEC โดยรัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญ ของการขจัดความยากจน&amp;nbsp; การลดความเหลื่อมล้ำและพัฒนาคนทุกช่วงวัยเพื่อให้คนยากจน มีความอยู่ดีมีสุข โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมกล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ที่ช่วยปฏิบัติงาน ด้วยดี และเป็นกำลังใจให้เดินหน้าต่อเนื่อง ที่จะช่วยเหลือประชาชนให้พ้นจากความยากจน อย่างยั่งยืน ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร ยังได้กล่าวเพิ่มเติมถึง แนวทางการแก้ปัญหาความยากจนต่อกลุ่มคนจนเป้าหมาย จะต้อง น้อมนำศาสตร์พระราชา หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ ของรัชกาลที่ 9 มาดำเนินการให้เป็นรูปธรรม และจริงจัง เพื่อให้คนยากจนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีความสุข ก่อให้เกิด ความมั่นคง&amp;nbsp; มั่งคั่ง และยั่งยืน ตลอดไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79968</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พปชร., กรรมการผู้ช่วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201009/image_big_5f801a64c6b57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78605</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2020 14:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2020 14:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พล.อ.ประวิตร  ลงพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม  น้อมนำทฤษฎีแก้มลิง&quot;ทุ่งหิน&quot;  นำทางแก้ภัยแล้ง/น้ำหลาก  ปรับปรุงภูมิทัศน์/แหล่งท่องเที่ยว   กระตุ้นเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิต  ปชช./เกษตรกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ 25 ก.ย.63&amp;nbsp;&amp;nbsp; พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษกประจำรอง นรม. เปิดเผยว่า วันนี้เวลา09.30น.&amp;nbsp; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. ในฐานะผู้อำนวยการ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) พร้อมคณะ ได้เดินทางไปปฏิบัติราชการ เพื่อตรวจติดตาม โครงการแก้มลิงทุ่งหิน ต.ยี่สาร&amp;nbsp; อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม โดยมีนายชรัส บุญณสะ ผวจ. สมุทรสงคราม ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร และคณะ ได้รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำ และการเตรียมพื้นที่รองรับน้ำในพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม จากเลขาธิการ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)&amp;nbsp; ณ&amp;nbsp; ห้องประชุมแม่กลอง&amp;nbsp; ศาลากลาง จ.สมุทรสงครามโดยสรุป มีความคืบหน้าการดำเนินงานอย่างน่าพอใจมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่สำคัญในความรับผิดชอบนำเสนอการจัดการและการดำเนินงาน การใช้ประโยชน์จากการพัฒนาพื้นที่แก้มลิงทุ่งหินได้แก่ กรมชลประทาน ,กรมโยธาธิการและผังเมือง ,กรมทางหลวงชนบท และการประปาส่วนภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการแก้มลิงทุ่งหิน เป็นโครงการที่มีเนื้อที่แก้มลิงประมาณ 2,623ไร่ มีความจุน้ำได้ประมาณ 15 ล้าน ลบ.ม. ระยะเวลาโครงการตั้งแต่ปีงบประมาณ 64-66 ประกอบด้วย งานขุดดิน ,ขนย้าย และทำคันดิน รวมถึงการก่อสร้างอาคารชลประทาน มีจำนวน 6 แห่งได้แก่ โครงการท่อรับน้ำ1แห่ง ,โครงการท่อระบายน้ำ 2 แห่ง และโครงการประตูระบายน้ำ 3 แห่ง สำหรับวัตถุประสงค์ของโครงการ เมื่อก่อสร้างโครงการแก้มลิงทุ่งหินแล้วเสร็จ จะสามารถใช้เป็นพื้นที่เก็บกักน้ำต้นทุน เพื่อการอุปโภค-บริโภคของประชาชน จ.สมุทรสงครามได้ และสามารถแก้ปัญหาน้ำหลากในฤดูฝน กรณีเมื่อฝนตก และมีปริมาณน้ำมาก แต่ไม่สามารถระบายสู่ทะเลได้ทันที เนื่องจากเกิดสภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ปริมาณน้ำส่วนเกินนี้จะสามารถกักเก็บเข้าพื้นที่แก้มลิงทุ่งหิน แล้วจะระบายออกเมื่อน้ำทะเล มีระดับลดลง นอกจากนั้น ยังสามารถพัฒนาพื้นที่แก้มลิง ให้เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ พื้นที่ท่องเที่ยวเชิงวิทยา และพื้นที่เพาะพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp; ได้กล่าวขอบคุณจังหวัด ,ข้าราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเตรียมความพร้อมขับเคลื่อนโครงการแก้มลิงทุ่งหิน ซึ่งเป็นโครงการตามแนวพระราชดำริ ของรัชกาลที่9 มีความคืบหน้าอย่างน่าพอใจ พร้อมทั้งกำชับให้ สทนช. กำกับ ติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบ อย่างต่อเนื่อง และจะต้องคำนึงถึง ประสิทธิภาพ และวัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน/เกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง และปัญหาน้ำท่วมน้ำหลาก อย่างได้ผล ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78605</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการผู้ช่วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, กอนช, สมุทรสงคราม, แก้มลิง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200925/image_big_5f6da193d4dce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73091</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2020 10:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2020 10:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พล.อ.ประวิตร  กระตุ้น ศ.ก.หาดใหญ่  เป็นประธานพิธีเปิด  &quot;งานมหกรรมสุขภาพดีหาดใหญ่ Thailand 4.0 เฉลิมพระเกียรติฯ &quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ 31 ก.ค.63 &amp;nbsp;พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษกประจำรอง นรม. เปิดเผยว่า วันนี้เวลา15.00น. &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. พร้อมคณะ ได้เดินทางไปปฏิบัติราชการ เพื่อตรวจติดตามการปฏิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาลในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ภาคใต้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากนั้นพล.อ.ประวิตร &amp;nbsp;ได้เดินทางไปเป็นประธานพิธีเปิด &amp;quot;งานมหกรรมสุขภาพดีหาดใหญ่ Thailand 4.0 เฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;quot; เทศบาลนครหาดใหญ่ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2563 &amp;nbsp; ณ &amp;nbsp;เวทีศาลากลางน้ำ &amp;nbsp;สวนสาธารณะเทศบาลหาดใหญ่ &amp;nbsp;อ.หาดใหญ่ &amp;nbsp;จ.สงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร &amp;nbsp;ได้กล่าวเปิดงาน แสดงความยินดีที่ได้มาเป็นประธานพร้อมกล่าวขอบคุณ พี่น้องประชาชนที่ได้ให้ความร่วมมือร่วมใจกัน ปฏิบัติตามมาตรการของภาครัฐ โดย ศบค.และ สธ. ที่สามารถรับมือกับสถานการณ์ covid 19 ได้เป็นอย่างดียิ่ง กระทั่ง องค์การอนามัยโลกประกาศให้ประเทศไทย เป็นประเทศต้นๆของโลก ที่มีมาตรฐานทางสาธารณสุข สามารถป้องกันการแพร่ระบาดของ covid 19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามในช่วง5เดือนที่ผ่านมา ประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ จากการหยุดชะงัก และการชะลอตัวของกิจกรรมต่างๆทางเศรษฐกิจ และเกิดชีวิตวิถีใหม่ หรือ New Normal ทำให้เราทุกคน ต้องมีการปรับตัวกันในหลายๆด้าน &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันรัฐบาลได้ ผ่อนคลายมาตรการ เพื่อให้ประชาชนสามารถดำเนินชีวิต และประกอบกิจการได้มากขึ้น เพื่อเร่งฟื้นฟูด้านเศรษฐกิจ,สังคม และการท่องเที่ยว ให้กลับคืนสู่สภาพเดิม โดยเร็วที่สุด ภายใต้ความรอบคอบ และเป็นไปอย่างระมัดระวัง เนื่องจาก covid-19 ยังมีอยู่ภายนอกประเทศ ทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวขอบคุณ และชื่นชมเทศบาลนครหาดใหญ่ และพี่น้องประชาชน จ.สงขลา ที่ได้จัดกิจกรรมที่มีความสำคัญในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในฐานะที่เมืองหาดใหญ่ เป็นแหล่งธุรกิจท่องเที่ยวที่สำคัญ &amp;nbsp;สร้างรายได้ให้แก่ จ.สงขลาและประเทศไทยในแต่ละปีจำนวนมาก และยังเป็นการปลุกกระแส การดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชน พร้อมทั้ง เป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ซึ่ง ทรงเป็น ศูนย์รวมดวงใจของคนไทยทั้งชาติ &amp;nbsp;หลังจากนั้น พล.อ.ประวิตร &amp;nbsp;พร้อมคณะได้เยี่ยมชม ร้านค้า และชมสินค้าพื้นบ้าน ทักทายพี่น้องประชาชนที่มาร่วมงานอย่างเป็นกันเอง ก่อนเดินทางกลับ กทม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73091</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พปชร., กรรมการผู้ช่วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200801/image_big_5f24e08ea66a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65953</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2020 20:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2020 19:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;บิ๊กป้อม&quot; ลั่นไม่ได้โทรหา กก.บห.ให้ลาออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พล.อ.ประวิตร&amp;rdquo; ย้ำไม่ได้โทรหากรรมการบริหารพรรคให้ลาออก อย่างที่กล่าวอ้าง ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวใดๆกับกรรมการบริหารพรรค ลั่นไม่ได้หารืออะไรกับนายกฯ หากจะคุยมีแต่เรื่องงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่าตามที่มีสื่อบางสำนักออกมาระบุว่า ตนได้โทรศัพท์ไปหากรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ เพื่อขอให้แต่ละคนลาออกนั้น ไม่เป็นความจริง เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) แต่ละคนที่จะดำเนินการอะไร ส่วนตนไม่ได้ยุ่งเกี่ยวใดๆ เช่นเดียวกับการเสนอให้ตนเป็นหน้าพรรคนั้น เรื่องนี้ก็ไม่ทราบเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่มีการระบุว่าพล.อ.ประวิตรไม่รับตำแหน่งหัวหน้านั้น เรื่องนี้ยืนยันว่าตนไม่ได้พูดหรือให้สัมภาษณ์ใดๆทั้งสิ้น กับการไม่รับตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพราะเรื่องการแต่งตั้งหัวหน้าขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรค ตนไม่เกี่ยวข้อง สุดแล้วแต่สมาชิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร ย้ำด้วยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นตนไม่ทราบ และไม่ได้นำไปหารือกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแต่อย่างใด การพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีแต่ละครั้งคุยเรื่องงานเท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65953</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม&quot;, กรรมการผู้ช่วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200514/image_big_5ebd430b417d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซัดรบ.เอี่ยว1MDB &#039;ช่อ&#039;ชิงอภิปรายนอกสภา วิปรัฐสั่งโหวตพร้อมเพรียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ชวน&amp;quot; เตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่สภารับศึกซักฟอก 24-27 ก.พ.นี้ วิปรัฐบาลวางกลยุทธ์จัด 30 ส.ส.ทีมประท้วง ขู่หากอภิปรายเรื่องอดีต 50-80% ต้องเปลี่ยนญัตติ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ขอคำมั่นพรรคร่วมโหวตเท่ากัน 100% เช็กเสียงโหวตรัฐบาล 263 ค้าน 244 ฝ่ายค้านจัดเต็มอภิปรายนายกฯ 2 วันแรก ที่เหลือถล่ม 5 รมต. &amp;quot;คุณช่อ&amp;rdquo; อภิปรายนอกสภา ปูดหลายหน่วยงานในรัฐบาลช่วยปิดข้อมูลคดีผู้นำมาเลเซียยักยอกเงิน 1MDB &amp;quot;นาย พ.&amp;quot; ช่วยคนสนิทกบดานในไทย ขัดขวางกระบวนการยุติธรรมต่างประเทศ จี้ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ชี้แจง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันอาทิตย์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร นัดประชุมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการสภาฯ เพื่อเตรียมความพร้อมการประชุมอภิปรายไม่ไว้วางใจระหว่างวันที่ 24-27 ก.พ.นี้ โดยนายชวนเปิดเผยว่า เป็นการประชุมเพื่อเตรียมการทั้งเรื่องสถานที่และเครื่องมือ ส่วนปัญหาเกี่ยวกับเครื่องลงมติจริงๆ แล้วไม่มีปัญหา มีปัญหาเฉพาะกรณีการลงคะแนนแทนกัน ซึ่งล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา มีการทดสอบเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ ยืนยันว่าใช้งานได้ตามปกติ แต่แม้จำนวน ส.ส.จะลดลงจากกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ แต่เครื่องลงมติก็ยังไม่พออยู่ดี จึงต้องเผื่อเวลาให้สมาชิกผลัดกันใช้เครื่องลงมติ ซึ่งระยะนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายหากมีการเปิดใช้ห้องประชุมใหม่ในเดือนพฤษภาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การอภิปรายไม่ไว้วางใจก็เป็นเรื่องปกติของการตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นมาตรการการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารที่เข้มข้นที่สุด และจะเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้อภิปรายและชี้แจง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ นายชวนกล่าวว่า ได้คุยกับเลขาธิการสภาฯ ถึงจำนวนองค์ประชุมแล้ว โดยสัดส่วนก็จะเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งในกรณียุบพรรคบัญชีรายชื่อคงไม่สามารถเลื่อนขึ้นมาทดแทนกรรมการบริหารพรรคที่เป็น ส.ส.ได้ ส่วนการจัดสรรตำแหน่งในกรรมาธิการ ก็ต้องเปลี่ยนแปลงไป แต่ช่วงนี้คงไม่ทัน อาจจะต้องเป็นช่วงสมัยประชุมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมเวย์ โฮเทล พัทยา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานวิปรัฐบาล สรุปผลการเตรียมการรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า จากนี้จะนำข้อสรุปไปหารือกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ และวิป 3 ฝ่ายวันที่ 24 ก.พ. เพื่อกำหนดเวลาแต่ละวันอย่างไร การตอบข้อชี้แจงจะให้ตอบลักษณะไหน ตอบรวม 2-3 คน หรือตอบเลยทีละคน จากนั้นจะนำข้อหารือแจ้งต่อพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร. มาร่วมสัมมนา และได้กำชับทุกพรรคว่าการโหวตของทุกพรรคต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และคะแนนโหวตขอให้เท่ากันทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจะไม่ประมาท เป็นห่วงทุกคนเท่ากัน แต่อาจจะดูของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมากและละเอียดหน่อย เพราะถูกกล่าวหามากสุด 28 บรรทัด 35 ข้อกล่าวหา ขณะที่รัฐมนตรีรวมกันก็ 28 บรรทัด แม้นายกฯ ไม่ได้มาร่วมสัมมนาครั้งนี้แต่ได้ส่ง พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม มาร่วมรับฟังแทน เชื่อว่านายกฯ คงมอนิเตอร์การสัมมนาทุกระยะ และนายกฯ รู้ว่ามีเรื่องใดถูกกล่าวหา คงเตรียมการแก้ไขไว้แล้ว ส่วนเรื่องอารมณ์ของนายกฯ นั้น ขอให้รอดูลุคส์ใหม่&amp;quot;
ขอพรรคร่วมโหวตเสียงเท่ากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานวิปรัฐบาลกล่าวว่า คาดว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายเกี่ยวกับอดีตมากกว่าปัจจุบัน ถ้าย้อนหลังเรื่องอดีตประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ คงพอรับได้ แต่ถ้า 50 หรือ 80 เปอร์เซ็นต์ หากจะอภิปรายเรื่องอื่นคงต้องเปลี่ยนญัตติใหม่ จะใช้ญัตตินี้ไม่ได้ อยากให้อภิปรายเรื่องที่เกี่ยวเนื่องจากที่ได้รับโปรดเกล้าฯ คงไม่ประท้วงหากอภิปรายย้อนอดีต จะปรึกษาประธานสภาฯ ว่าจะให้พวกตนเตรียมตัวหรือปฏิบัติตัวอย่างไร ถ้าเราจะขอตอบย้อนหลังไปถึงรัฐบาลก่อนหน้านี้ด้วย ก็อาจจะเป็นปัญหา ฉะนั้นอย่าไปย้อนอดีตเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี และประธาน ส.ส.พปชร. กล่าวว่า การโหวตของ ส.ส.รัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นเป็นหน้าที่หลักของคนเป็น ส.ส.ในการลงมติในญัตติต่างๆ ที่สำคัญ ตนได้กำชับ ส.ส.ในพรรค พปชร. ห้ามเจ็บ ห้ามป่วย ห้ามลา มั่นใจว่า ส.ส.ทั้งหมดของพรรคอยู่ครบแน่นอน เพราะทุกคนรู้หน้าที่ มีความรับผิดชอบอยู่แล้ว เราได้ขอความร่วมมือฝ่ายค้านไปแล้วให้อภิปรายอยู่ภายใต้กรอบ อาจนอกประเด็นได้บ้าง แต่ถ้าเลยเถิดไปมากต้องใช้ข้อบังคับให้การอภิปรายอยู่ในกรอบกติกา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรค พปชร. กล่าวว่า พรรค พปชร.จะดูว่าการประชุมอภิปรายครั้งนี้จะเป็นไปในทางสร้างสรรค์หรือไม่ หรือจะเป็นการอภิปรายแบบแถๆ แล้วนำข้อมูลอันเป็นเท็จมาอภิปรายแบบในอดีตหรือไม่ ส่วนกลุ่มอนาคตใหม่อภิปรายนอกสภาไม่มีอะไรคุ้มครอง เดี๋ยวก็โดนคดีอาญาเพิ่ม เพราะฉะนั้นจะต้องอภิปรายในข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง โดยนายทศพล เพ็งส้ม หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคเขาจะจับตาดูอยู่ ทั้งนี้คงไม่ต้องช่วยนายกฯ ในการชี้แจง เพราะนายกฯ สามารถชี้แจงได้อย่างดีอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสัมมนาวันแรกได้ขอ พล.อ.ชัยชาญ ที่เป็นตัวแทนนายกฯ มาร่วม ได้นำเรียนนายกฯ ให้ทีมงานทำพรีเซนเทชั่นหรือสื่อในการนำเสนอประกอบชี้แจงการอภิปรายด้วยสำหรับกลยุทธ์จัดให้มี ส.ส.ทำหน้าที่ประท้วง 30 คน จากตัวแทนแต่ละพรรคที่ร่วมรัฐบาลจัดให้นั่งอยู่ด้านหน้า แต่จะประท้วงได้ต้องได้รับอนุญาตจากนายวิรัช, นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รองประธานวิปรัฐบาล และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร., นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคภูมิใจไทย(ภท.) รองประธานวิปรัฐบาล พร้อมสั่งเตรียมเครื่องมือสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ไอแพด โน้ตบุ๊ก เพื่อสื่อสารระหว่างวิปรัฐบาลและ ครม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานอีกว่า พล.อ.ประวิตรได้กำชับเรื่องการประท้วงไม่อยากให้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลไปประท้วงผู้อภิปราย แต่ให้ประท้วงประธานที่ประชุมขอให้เคร่งครัดข้อบังคับการประชุม เพราะไม่อยากให้ประชาชนมองเราว่าเล่นลิเกกัน โดย พล.อ.ประวิตรบอกไม่ชอบเลย และยังขอให้ทุกคนโหวตไปในทิศทางเดียวกัน เท่ากัน &amp;nbsp;ไม่ต้องให้ใครมากกว่าใครเป็นพิเศษ จากนั้นได้สอบถามตัวแทนแต่ละพรรคเพื่อขอคำยืนยัน อาทิ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เลขาธิการ พปชร. กล่าวว่าทั้งหมดโหวตตามมติพรรค ไม่มีใครแตกแถว ส่วนนายชาดา ไทยเศรษฐ์ &amp;nbsp;ยืนยันว่าหัวหน้าพรรคภท.และเลขาธิการฝากกับตนมา ยืนยันว่า ภท.ให้เหมือนกันหมด 100% ทั้งนี้ รวมถึงพรรคชาติไทยพัฒนา พรรคพลังท้องถิ่นไทย และพรรคเล็กต่างยืนยันโหวตเหมือนกันหมด
เช็กเสียง รบ. 263 ฝ่ายค้าน 224
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่และตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคที่เป็น ส.ส.11 คน ทำให้ล่าสุดเสียง ส.ส.ในสภาลดลงเหลือ 487 เสียง จากเดิมที่มีอยู่ 498 เสียง โดยเป็นเสียง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล 263 เสียง ประกอบด้วย พลังประชารัฐ 117 เสียง, ประชาธิปัตย์ 52 เสียง, ภูมิใจไทย 52 เสียง, ชาติไทยพัฒนา 11 เสียง, รวมพลังประชาชาติไทย 5 เสียง, พลังท้องถิ่นไท 5 &amp;nbsp;เสียง, ชาติพัฒนา 3 &amp;nbsp;เสียง, รักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 เสียง ขณะที่มีพรรคเล็กอีก 11 เสียง รวมถึงพรรคเศรษฐกิจใหม่ที่ประกาศถอนตัวจากฝ่ายค้านก่อนหน้านี้อีก 5 เสียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ฝ่ายค้านจะเหลือ 224 เสียง คือ พรรคเพื่อไทย 135 เสียง, อนาคตใหม่ ที่ต้องหาพรรคใหม่ 65 เสียง, เสรีรวมไทย 10 เสียง, ประชาชาติ 7 เสียง, เพื่อชาติ 5 เสียง, พลังปวงชนชาวไทย 1 เสียง และนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ จากพรรคเศรษฐกิจใหม่อีก 1 เสียง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ที่แม้พรรคถูกยุบ แต่เอกสิทธิ์ความเป็น ส.ส.ยังคงอยู่ และมีเวลา 60 วันหาพรรคใหม่สังกัด ดังนั้นการโหวตในครั้งนี้จึงไม่ต้องยึดมติพรรค และมีรายงานข่าวว่าอาจมี ส.ส.บางส่วนยกมือสนับสนุนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ กล่าวว่า แนวทางที่ได้จะนำไปแจ้งที่ประชุม ส.ส.ปชป. ส่วนการลงมติ เมื่อเราเป็นพรรคร่วมรัฐบาลต้องร่วมสนับสนุนเป็นปกติอยู่แล้วเพื่อมีเอกภาพ ภายใต้ความเชื่อร่วมกันว่ารัฐมนตรีสามารถชี้แจงทุกคำถาม เรื่องญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจสำคัญที่สุดในสภา ถ้าไม่ลงมติโหวต เท่ากับประหารชีวิตคนอื่น ต้องถือว่าต้องเป็นความรับผิดชอบของแต่ละคน แต่ละพรรคไป ปชป.เป็นพรรคที่มีวินัย เชื่อว่าทุกคนต้องทำตามมติพรรค ที่จะให้ ส.ส.ได้มีมติไปในทิศทางเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวว่า ในฐานะประธาน ส.ส.พรรค ปชป. นัดส.ส.ของพรรคแล้ว จะมีการประชุมวันที่ 24 ก.พ. เวลา 10.30 น. ที่พรรค ก่อนไปร่วมประชุมสภาช่วงเวลา 13.30 น. แม้ว่าจะไม่มีรัฐมนตรีของพรรคถูกอภิปราย แต่ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ ที่เป็นผู้นำรัฐบาล ก็อาจจะมีบางเรื่องที่พาดพิงหรือเกี่ยวพันมาถึงรัฐมนตรีของพรรคซึ่งบริหารกระทรวงสำคัญอยู่หลายกระทรวง เพราะฉะนั้นรัฐมนตรีต้องมีความพร้อมตลอดเวลาที่จะสามารถตอบคำถามชี้แจงด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรค พปชร. กล่าวถึงกรณีที่นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุว่า หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จะได้ฉายาคนบาปครองเมือง ว่าด้วยความเคารพผู้อาวุโสอย่างนายสุทิน แต่ตนมองว่าคนบาปครองเมืองก็ยังดีกว่าในอดีตที่ &amp;quot;คนทุจริตครองเมือง&amp;quot; ทำให้บ้านเมืองเสียหาย เกิดความวุ่นวายจนบ้านเมืองแทบลุกเป็นไฟ พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นคนบาปได้อย่างไร เพราะท่านบริหารบ้านเมืองโดยใช้หลักธรรมาภิบาล ทำทุกอย่างเพื่อพี่น้องประชาชน ฝ่านค้านโจมตีแบบมีอคติจนเกินไป&amp;nbsp;
จัดเต็มนายกฯ 2 วันแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุทิน คลังแสง กล่าวว่า วิปฝ่ายค้านและวิปรัฐบาลได้ตกลงกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจเรียบร้อยแล้ว ว่าจะอภิปรายตั้งแต่วันที่ 24-27 ก.พ. และลงมติในวันที่ 28 ก.พ. ในส่วนรัฐมนตรีและฝ่ายรัฐบาลจะได้เวลาอภิปรายรวมทั้งหมด 10 ชั่วโมง รวมเวลาที่มีการประท้วงด้วย ส่วนเวลาที่เหลือเป็นของฝ่ายค้าน เพื่อให้ฝ่ายค้านได้อภิปรายอย่างเต็มที่ ในส่วนตัวผู้อภิปรายของฝ่ายค้าน เท่าที่ตกลงกัน แต่ละคนจะได้เวลาอภิปรายไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับเนื้อหาสาระที่จะอภิปราย โดยผู้อภิปรายที่ได้เวลาสูงสุดคือ 1.30-2 ชั่วโมง อาทิ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย, นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย, นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การอภิปรายครั้งนี้จะพุ่งเป้าตรงไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดในการบริหารประเทศในหลายเรื่อง ซึ่งจะถูกอภิปรายคนเดียวนานถึง 2 วัน ตั้งแต่เวลา 13.00 น. วันที่ 24 ก.พ. ไปจนถึงเวลา 13.00 น. วันที่ 26 ก.พ. ส่วนครึ่งวันหลังของวันที่ 26 ก.พ. ไปจนถึงวันที่ 27 ก.พ. จะอภิปราย 5 รัฐมนตรีที่เหลือ&amp;quot; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า วิปฝ่ายค้านได้วางตัวขุนพลหลักที่จะทำหน้าที่อภิปรายในประเด็นต่างๆ เรียบร้อยแล้ว โดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน จะทำหน้าที่เปิดหัวเป็นคนแรก ขณะที่ตัวผู้อภิปรายคนอื่นๆ อาทิ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร จะอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ ในประเด็นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มนายทุนในการให้บริษัทเอกชนได้เช่าพื้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์นานถึง 50ปี, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย อภิปรายนายกฯ ประเด็นการไม่ยอมย้ายออกจากบ้านพักนายทหารภายหลังจากเกษียณอายุราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี อภิปรายนายกฯ ประเด็นความล้มเหลวการแก้ปัญหายาเสพติด, นายชูวิทย์ กุ่ย พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี อภิปรายนายกฯ เรื่องราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ อภิปรายนายกฯ เรื่องความล้มเหลวการแก้ปัญหาพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้, นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย อภิปราย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ประเด็นปล่อยให้มีการทุจริตโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฝ่ายค้านจะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง แม้รัฐบาลจะตั้งวอร์รูมนอกสภาไว้คอยกดดัน หรือมีการยุบพรรคอนาคตใหม่ตัดหน้าการอภิปราย แต่พรรคอนาคตใหม่ก็สามารถจัดผู้อภิปรายมาทำหน้าที่ได้ จึงขอให้ประชาชนติดตามการอภิปรายครั้งแรกในรอบ 6 ปีของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ให้ดี เพราะมีข้อมูลทีเด็ดหลายเรื่อง แม้รัฐบาลอาจเก็งข้อสอบถูกบ้าง แต่ด้วยข้อหาความผิดมากมาย เชื่อว่าคนที่ถูกอภิปรายเองก็คงคาดไม่ถึงว่าฝ่ายค้านสามารถนำข้อมูลลับออกมาได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้รัฐบาลกลัวถึงขนาดที่มีกระแสข่าวเรื่องการข่มขู่กันเองว่า หากได้รับเสียงโหวตไม่เท่าคนอื่น ก็จะนำเรื่องทุจริตของรัฐมนตรีอีกฝ่ายมาแฉ หรือจะจัดการเรื่องครอบครองที่ดินโดยไม่ถูกต้องหากไม่โหวตให้ ซึ่งเข้าข่ายแบล็กเมล์อย่างชัดเจน&amp;quot; น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว และเชื่อว่าเมื่อประชาชนได้รู้ความจริงในสิ่งที่ถูกปกปิดเอาไว้ ก็จะไม่ยอมให้รัฐบาลชุดนี้อยู่ต่อไปอย่างแน่นอน&amp;nbsp;
แฉช่วยปกปิดคดี 1MDB&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ประสานงานพรรคอนาคตใหม่ธนบุรี น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ แถลงอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภาว่า คดี 1MDB ของประเทศมาเลเซีย เป็นเรื่องอื้อฉาวทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยนายนาจิบ ราซัค อดีตนายกฯ มาเลเซีย ผู้ก่อตั้งกองทุนแห่งรัฐ หรือ Sovereign Wealth Fund ขึ้น แต่กองทุนกลับประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่องจนมีหนี้สะสมกว่า 3.7 แสนล้านบาท ภายในระยะเวลา 6 ปี ก่อนกระทรวงยุติธรรมสหรัฐจะพบว่ามีเงินกว่า 1.4 แสนล้านบาทสูบเข้าสู่ผู้มีอิทธิพล และพบว่าเงินจำนวน 20,000 ล้านบาท เข้ากระเป๋าเจ้าหน้าที่รัฐหมายเลขหนึ่งของมาเลเซีย จากข้อมูลของฆาเบียร์ ฆุสโต อดีตเจ้าหน้าที่ของบริษัท เปโตร ซาอุดี บริษัทเครือข่ายฟอกเงินของกองทุน 1MDB โดยอัยการสหรัฐและมาเลเซียระบุว่าเงินดังกล่าวไหลเข้าสู่กระเป๋าเงินของผู้ทรงอิทธิพลเพียงไม่กี่คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเราพบหลักฐานว่า รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์กระทำการสืบเนื่องตั้งแต่ปี 2558-2563 โดยตำรวจไทยจับกุมนายฆาเบียร์ ฆุสโต ผู้เปิดโปงข้อมูลโดยตั้งข้อหาพยายามกรรโชกทรัพย์ โดยอ้างว่าได้รับการประสานงานจากบริษัท เปโตร ซาอุดี ให้ติดตามจับกุม โดยอ้างว่านายฆาเบียร์เรียกเอาเงิน 83 ล้านบาทจากแพทริค มาฮอนี ผู้จัดการของบริษัท เปโตร ซาอุดี แลกกับการไม่เปิดเผยข้อมูลการค้าของบริษัท ความผิดปกติที่พบคือตำรวจกองปราบฯ แถลงว่าได้มีตำรวจจากอังกฤษเข้าร่วมสอบสวนคดีนี้ โดยปรากฏชื่อของ พอล ฟินิแกน อดีตสกอตแลนด์ยาร์ด สามารถเข้า-ออกเรือนจำ เยี่ยมฆุสโตได้ตลอดเวลา โดยมีหลักฐานบ่งชี้ว่าทั้งฟินิแกนและมาฮอนีร่วมมือกับตำรวจไทยใช้วิธีต่างๆ เพื่อกดดันให้ฆาเบียร์ยอมรับสารภาพความเท็จว่าเขากุเรื่อง 1MDB ขึ้นเพื่อใส่ร้ายนาจิบ ราซัค นายกฯ ในขณะนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก สตช.ขณะนั้น ยืนยันว่าไม่มีใครสามารถเข้าเยี่ยมฆาเบียร์ได้ โดยไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ด้วย แต่กลับมีหลักฐานหลายอย่าง อาทิ หนังสือลงชื่อ คนที่เข้าเยี่ยมฆาเบียร์ ที่บ่งชี้ว่า พล.ต.อ.ประวุฒิเป็นผู้อนุญาตให้นางลอรา ภรรยาฆาเบียร์ เข้าเยี่ยมเขาตามลำพัง และยังปล่อยให้เปโตร ซาอุดี ควบคุมคนที่เข้าถึงฆาเบียร์ตามใจชอบ ฆาเบียร์ยังไม่ถูกโอนตัวไปรับโทษที่สวิตเซอร์แลนด์อย่างที่ควรจะเป็น ทั้งที่รัฐบาลสวิสร้องขออย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ เมื่อฆาเบียร์พ้นโทษยังถูกเนรเทศ ห้ามเข้าประเทศไทยถึง 100 ปี ซึ่งเป็นที่น่าสงสัยว่าเป็นการป้องกันไม่ให้ฆาเบียร์กลับมาแพร่งพรายความลับในประเทศไทยหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งหมดนี้ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า รัฐบาลไทยมีส่วนช่วยในการปกปิดข้อมูลคดี 1MDB &amp;nbsp;ขัดขวางกระบวนการยุติธรรมของต่างประเทศ และบิดผันกระบวนการยุติธรรมของไทย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์กล่าวต่อว่า กรณีต่อมาคือกรณีของโลว เตียก โจว หรือโจ โล โดยรัฐบาลสิงคโปร์ขอให้ตำรวจสากลออกหมายแดงติดตามตัวโจ โล คนสนิทของนายนาจิบ ตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค.2559 แต่จากการตรวจสอบพบว่าโจ โล มีการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยถึง 5 ครั้ง ผ่านเครื่องบินส่วนตัวทั้งในสนามบินกรุงเทพฯ และภูเก็ต จนกระทั่งออกจากประเทศไทยครั้งสุดท้ายในวันที่ 13 พ.ค.2561 ซึ่งเป็นเพียง 3 วัน หลังจากที่พรรคอัมโน ของนายนาจิบแพ้การเลือกตั้งครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ขณะที่นายตังเคงฉี และจัสมิน ลู 2 คนสนิทของโจ โล ต่างใช้ไทยเป็นแหล่งกบดาน ทั้งการเดินทาง จองที่พัก อำนวยความสะดวกโดยได้รับความช่วยเหลือจากนาย พ. (นามสมมติ) ซึ่งเป็นนักธุรกิจชาวไทยที่รู้จักกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี เนื่องจากนาย พ.เองมีสัญญาเกี่ยวกับธุรกิจสัมปทานโครงการสารสนเทศของตำรวจ มากกว่า 1 รายการ ยังมีการลบข้อมูลการเดินทางเข้า-ออก ประเทศไทยของจัสมิน ลู ในฐานข้อมูลของสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พฤติการณ์ดังกล่าวอาศัยหน่วยงานรัฐมากกว่า 1 หน่วยงาน โดยมีทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สตม. กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงการต่างประเทศ บุคคลที่มีอำนาจในการสั่งการจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งหมดนี้มีความน่ากังวลว่าประเทศไทยกำลังถูกโกง โดยรัฐบาลกำลังปิดข้อเท็จจริงอาชญากรรมทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งทั้งหมดนี้ทำเพื่อต้องการรักษาความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน หรือมีการรับเงินรับทองหรือไม่ ขณะนี้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐกำลังสอบสวน หากผลการสอบสวนออกมา คงจะรู้ว่าเงินที่หายไปเข้ากระเป๋าใครบ้าง&amp;quot; น.ส.พรรณิการ์กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57987</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการผู้ช่วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ชวน หลีกภัย, ธนกร วังบุญคงชนะ, ปารีณา ไกรคุปต์, พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล, วิรัช รัตนเศรษฐ, สมคิด เชื้อคง, สุชาติ ชมกลิ่น, สุทิน คลังแสง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องอาจ คล้ามไพบูลย์, โรงแรมเวย์ โฮเทล พัทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200223/image_big_5e527f3e6e597.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24852</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2018 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2018 09:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กบิ๊กป้อมวอนอย่ามองทหารผิดเรื่องคลิป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค.2561 - &amp;nbsp;นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ&amp;rdquo;คำวอน&amp;rdquo; ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องคลิปฉาวในช่วงนี้ โดยระบุว่า พี่น้องเอ๊ย! อย่ามองพี่น้องทหารผิดๆ ทหารไม่ได้ทำสิ่งใดที่เลวร้ายผิดจรรยาบรรณหรอกครับ &amp;nbsp;ขอพวกเราจงเชื่อมั่นว่า ทหารมีเกียรติ เป็นศักดิ์ศรีของชาติ เป็นทหารและกองทัพที่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นจอมทัพ &amp;nbsp;การบ่อนทำลายทหารคือบ่อนทำลายกองทัพ! การบ่อนทำลายกองทัพเป็นอันตรายต่อเอกราชอธิปไตยของชาติ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นอันตรายต่อพวกเราทุกคน ดังนั้น จึงต้องช่วยกันทำความรู้ทำความเข้าใจที่ถูกต้อง ไม่ตกเป็นเครื่องมือ ของการบ่อนทำลายใดๆ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24852</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการผู้ช่วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, คลิป, รมว.กลาโหม, รองนายกรัฐมนตรี, เฟซบุ๊ก, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181007/image_big_5bb990f61c2a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
