<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64793</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2020 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2020 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สธ. ผลักดัน (ร่าง) นโยบายยาและแผนยุทธศาสตร์พัฒนาระบบยาแห่งชาติ เน้นพัฒนายาชีววัตถุ คุมราคากลางยาที่มีราคาแพง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1พ.ค.63-นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประธานกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯ ได้จัดทำ (ร่าง) นโยบายแห่งชาติด้านยาและแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบยาแห่งชาติ พ.ศ. 2563-2565 โดยมี 5 ยุทธศาสตร์ 1. ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาการผลิตยา สมุนไพร และชีววัตถุ เพื่อความมั่นคงทางยาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 2. พัฒนาระบบและกลไกที่มีประสิทธิภาพเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงยาจำเป็นของประชาชน 3. พัฒนาระบบและกลไกเพื่อให้เกิดการใช้ยาอย่างสมเหตุผล 4. พัฒนาระบบควบคุมยาให้มีประสิทธิภาพระดับสากล และ 5. สร้างเสริมกลไกการประสานงานเชื่อมโยงนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบยาแห่งชาติ มุ่งหวังให้ประเทศมีความมั่นคงด้านยา สามารถผลิตและจัดหายาจำเป็นไว้ใช้ได้อย่างต่อเนื่องทันท่วงที ทั้งในภาวะปกติและฉุกเฉิน ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้มีมติเห็นชอบ (ร่าง) นโยบายดังกล่าวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมยาชีววัตถุ โดยมีระบบให้คำปรึกษาเพื่อการวิจัย พัฒนา และผลิต พร้อมเร่งรัดการขึ้นทะเบียนตำรับยา และส่งเสริมการส่งออก รวมทั้งส่งเสริมการจัดซื้อในภาครัฐผ่านบัญชีนวัตกรรมไทย ซึ่งปัจจุบันมีผู้ผลิตยาชีววัตถุในประเทศ จำนวน 4 ราย ได้แก่ สยามไบโอไซเอนซ์ สภากาชาดไทย ไบโอเนท-เอเชีย องค์การเภสัชกรรม-เมอร์ริเออร์ การนำนโยบายไปปฏิบัติจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมยาชีววัตถุ โดยเพิ่มมูลค่าการผลิตได้มากกว่า 3,000 ล้านบาท อีกทั้งยังผลักดันให้มียาสามัญทดแทนยาต้นแบบ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงยาจำเป็นของประชาชน และปรับปรุงบัญชียาหลักแห่งชาติ ซึ่งมียาสำคัญ เช่น ยารักษามะเร็ง ให้ตอบสนองต่อการดูแลด้านสุขภาพ ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงยาเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 40 รายการต่อปี รวมถึงควบคุมค่าใช้จ่ายจากการกำหนดราคากลางของยาที่มีราคาแพง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งคาดว่าช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของภาครัฐได้กว่า 5,000 ล้านบาท ในปี 2565 รวมทั้งการขับเคลื่อนประเทศสู่การใช้ยาอย่างสมเหตุผลสอดคล้องตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวในตอนท้ายว่า จะเร่งผลักดัน (ร่าง) นโยบายแห่งชาติด้านยาและยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบยาแห่งชาติ พ.ศ. 2563-2565 นี้ เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศใช้ พร้อมมอบหน่วยงานที่รับผิดชอบจัดทำแผนปฏิบัติการ เพื่อเสริมสร้างคนไทยมีสุขภาวะที่ดีและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64793</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., กรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ, นายอนุทิน​ ชาญวีรกุล, ยาชีววัตถุ, แผนยุทธศาสตร์พัฒนายาแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200501/image_big_5eabe03a1b94c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2018 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2018 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดพัฒนาระบบยาเร่งปรับราคากลาง ผลักดันใช้ยาสามัญ ลดงบฯ 5 พันล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 9 ส.ค. พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ &amp;nbsp;เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2561 ณ ทำเนียบรัฐบาล ว่า ในช่วง 6 เดือนหลังของปีงบประมาณ 2561 คณะกรรมการฯ มีผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ การเพิ่มการเข้าถึงยาจำเป็นที่มีความสำคัญต่อสุขภาพของประชาชน โดยดำเนินการปรับปรุงบัญชียาหลักแห่งชาติเพิ่มเติม ซึ่งมียาที่สำคัญ ได้แก่ วัคซีนฮิบ ในรูปแบบวัคซีนรวม 1 เข็ม ป้องกันได้ 5 โรค เพื่อลดการป่วยและเสียชีวิตจากโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบในเด็ก ยาสำหรับป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ทารกในครรภ์ และยาสำหรับโรคหลอดเลือดดำในจอตาอุดตัน เป็นต้น &amp;nbsp;ควบคู่ไปกับการปรับปรุงราคากลางยาให้ทันสมัยเพิ่มเติม 179 รายการ โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถประหยัดงบประมาณเพิ่มเติมได้อีก 3,164 ล้านบาท ในปี 62 รวมทั้งผลักดันให้มียาสามัญทดแทนยาต้นแบบ ทำให้เพิ่มการเข้าถึงยาใน 6 กลุ่มโรคสำคัญ ซึ่งคาดการณ์ว่า จะสามารถประหยัดงบประมาณได้ถึง 2,400 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเอกอฉัตรชัย กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ได้เร่งผลักดันนโยบายการใช้ยาอย่างสมเหตุผลและลดปัญหาเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาลทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุข ทั้งส่วนผู้ประกอบวิชาชีพและประชาชน ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อมุ่งสู่การประกาศเป็นประเทศใช้ยาอย่างสมเหตุผล (RDU country) ในปี 2565 ทั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมผู้ผลิตยาในประเทศผ่านบัญชีนวัตกรรมไทย คณะกรรมการฯ จึงมีมติปรับปรุงแนวทางการจัดซื้อยาของรัฐเพื่อสนับสนุนยาในบัญชีนวัตกรรมไทย โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ ยาทั่วไป ยาชีววัตถุ และเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยา และใช้งบประมาณไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 หวังให้ประชาชนสามารถเข้าถึงยาคุณภาพดี ในราคาที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังเห็นควรให้มีการพัฒนาความร่วมมือระหว่างองค์การเภสัชกรรมและผู้ผลิตภาคเอกชนเพื่อให้ประเทศเกิดความมั่นคงทางยาและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; จะเร่งผลักดันแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบยาแห่งชาติ 2560-2564 เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศใช้ให้ทันภายในเดือนกันยายนนี้ พร้อมมอบหน่วยงานที่รับผิดชอบจัดทำแผนปฏิบัติการ เพื่อขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบยาแห่งชาติให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องในปีงบฯ &amp;nbsp;2562 ต่อไป &amp;quot; รองนายกฯ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15056</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ, ปรับราคากลางยา, พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี, แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบยาแห่งชาติ 2560-2564, ใช้ยาสามัญแทนยาต้นแบบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6bfe9c2b605.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
