<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23006</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2018 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2018 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สมพงษ์&quot;ระบุต่อจากนี้่จะเห็นจม.ลาออก กก.มหา&#039;ลัยอีกนับพันฉบับ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28พ.ย.61- นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) และผู้อำนวยการ สมศ. ยื่นขอลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากไม่ต้องการที่จะเป็นภาระและยุ่งยากในการยื่นทรัพย์สิน ตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่อง กําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ.2561 ว่า ส่วนตัวแล้วตนไม่ทราบถึงเหตุผลจริงๆ ที่มีการลาออก เพราะการลาออกจากตำแหน่งต่างๆ ใน สมศ. ไม่ต้องมายื่นเรื่องที่ตน แต่ก็ทราบตามข่าวว่าเป็นการลาออก เพราะไม่ต้องการความยุ่งยาก ดังนั้นตนจึงของดให้ความเห็นในเรื่องนี้ ซึ่งยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่กระทบต่อการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 4 แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ประกาศ ป.ป.ช.ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการและผอ.สมศ. หรือไม่ นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า หากจะพูดถึงผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งใหม่ ตนคิดว่าคงกระทบคณะกรรมการทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะคณะกรรมการ สมศ. ดังนั้นตนคิดว่าคงต้องรอความชัดเจนจากทาง ป.ป.ช. ว่าจะแก้ไขไปในทิศทางใด แต่การที่มีกรรมการลาออก ตนก็ไม่สามารถไปทำอะไรได้ เพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล นอกจากนี้นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ยังได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งประธาน กพฐ.ด้วย เนื่องจากประธาน กพฐ.เป็นกรรมการโดยตำแหน่งในคณะกรรมการ สมศ. ที่จะต้องยื่นทรัพย์สินตามประกาศของ ป.ป.ช. อย่างไรก็ตาม หากมีผู้ใดสนใจที่จะลาออกอีก ตนก็ยินดีที่จะรับพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากนี้ไป 1-2 เดือน รัฐบาลและ ป.ป.ช. จะเห็นปรากฎการณ์การยื่นจดหมายลาออกจากคณะกรรมการต่างๆ และกรรมการสภามหาวิทยาลัยนับพันฉบับ &amp;nbsp; ซึ่งจะทำให้เกิดช่องโหว่ของสถาบันอุดมศึกษาขนาดใหญ่ ส่งผลให้งานหยุดชะงัก ไปไม่น้อยกว่า 6 เดือนถึง 1 ปี กว่าที่จะหากรรมการชุดใหม่ได้เรียบร้อย การที่ ป.ป.ช.ตีความว่านายกสภาและกรรมการสภาฯ เป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ซึ่งต้องยื่นทรัพย์สิน เพื่อการตรวจสอบและความโปร่งใส ซึ่งข้อเท็จจริงเราก็ยอมรับว่ากรรมการมหาวิทยาลัยบางแห่งที่เป็นส่วนน้อยเท่านั้นที่มีปัญหาความไม่โปร่งใส แต่ยืนยันว่ามหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ ไม่มีปัญหา &amp;nbsp;แต่การ ป.ป.ช.ออกกฎหมายแบบครอบจักรวาล &amp;nbsp;ทำให้คนภายนอกที่ตั้งใจจะเข้ามาช่วยมหาวิทยาลัยไม่กล้าเข้ามา ทั้งๆที่รัฐบาลประกาศให้มหาวิทยาลัยเป็นแหล่งผลิตนวัตกรรม ผลิตองค์ความรู้ และให้ทุกภาคส่วนเข้ามาช่วยสนับสนุนมหาวิทยาลัย แต่กฎหมาย ป.ป.ช.กลับเป็นตัวผลักคนที่มาช่วยมหาวิทยาลัยให้ออกไป ซึ่งจะยิ่งทำให้มหาวิทยาลัยถูกแช่แข็ง ไม่พัฒนา ส่งผลเสียมากกว่าผลดี ส่วนการตรวจสอบความโปร่งใสของกรรมการสภามหาวิทยาลัย ก็เป็นหน้าที่ของสภาคณาจารย์อยู่แล้ว เราควรส่งเสริมให้สภาคณาจารย์เข้มแข็ง มีบทบาทในการตรวจสอบมากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23006</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสภามหาวิทยาลัยยื่นจดหมายลาออก, ยื่นบัญชีทรัพย์สินป.ป.ช., สมพงษ์ จิตระดับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181106/image_mid_5be19680d892f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
