<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2020 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2020 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;แรมโบ้อีสาน&#039;โต้เดือดพวกไม่เอาม.112ไล่ไปอยู่ประเทศอื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธ.ค. 2563 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ &amp;ldquo;แรมโบ้อีสาน&amp;rdquo; ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ จ.นครราชสีมา ถึงการเลือกตั้งท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมาอยากเห็นการเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม อยากได้คนดีมีความรู้ความสามารถมีประสบการณ์เข้ามาพัฒนาท้องถิ่นดูแลประชาชนเป็นนักการเมืองตัวอย่าง ที่เก่งและเสียสละ มีความจริงใจ ตั้งใจที่จะมาแก้ปัญหาดูแลทุกข์สุขของพี่น้องชาวโคราช&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเท่าที่ตรวจสอบพบว่ามีพี่น้องประชาชนไปใช้สิทธิ์ค่อนข้างคึกคัก ขนาดถนนมิตรภาพช่วงจาก กทม.-นครราชสีมาปริมาณรถหนาแน่นตัดขัด ทราบว่าพี่น้องประชาชนเขากลับไปลงคะแนนเสียงกันค่อนข้างมาก รู้สึกตื่นตัวพอๆกับการเลือกตั้งระดับชาติเหมือนกัน และไม่ว่าใครจะมาเป็นนายก อบจ.นครราชสีมา ในฐานะที่ตนทำงานอยู่กับรัฐบาล ใกล้ชิดพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีและท่านก็เป็นคนโคราชอยากเห็น จ.นครราชสีมาพัฒนาทุกด้านในทุกมิติ อาทิ ถนนหนทาง สาธารณูปโภค เศรษฐกิจ สังคม การเมืองต้องดีขึ้น ประสานบูรณาการ 3 พี่น้องท้องถิ่น และหน่วยงานราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ส่วนเรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียงนั้น อยากฝาก ทาง กกต.ดูแลให้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยึดติธรรม อย่าให้มีการทำผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภรณ์ฯกล่าวถึงการที่มีกลุ่มเห็นต่างเรื่องมาตรา 112 นั้นว่า มาตรา 112 มีมานานแล้วเป็นมาตราที่บัญญัติกฎหมายที่ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วที่ไม่ให้ใครไปก้าวล่วงดูหมิ่นดูแคลนองค์พระมหากษัตริย์หรือองค์รัชทายาท และการพูดจาจาบจ้วงให้ร้ายป้ายสีบิดเบือนกล่าวหาอันเป็นเท็จทั้งหลายทั้งปวง และอย่าว่าแต่องค์พระมหากษัตริย์และองค์รัชทายาทเลย แม้แต่พวกเราปุถุชนธรรมดาทั่วไปก็ยังต้องมีกฎหมายการคุ้มครองสิทธิในเรื่องการหมิ่นประมาทก็มี ทำไมองค์พระมหากษัตริย์จะมีไม่ได้ ซึ่งมาตรา 112 ก็มีอยู่แล้วทุกคนก็รู้ดีอยู่แล้ว แต่พยายามจะท้าทาย จาบจ้วงก้าวล่วง คนเหล่านั้นต่างหากที่คิดจะล้มล้างสถาบัน และไม่เกรงกลัวต่อข้อบัญญัติของกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การชุมนุมพยายามทำให้เกิดความวุ่นวายกับบ้านเมือง และสังเกตดูเริ่มจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นสาธารณรัฐบ้าง ประธานาธิบดีบ้าง คนเหล่านี้ไม่ได้ยึดหลักกฎหมาย และประเทศไหนที่ไม่ยึดหลักกฎหมายและระเบียบกฎหมายก็เหมือนกับบ้านป่าเมืองเถื่อน บ้านเมืองก็เกิดจลาจล ถ้าไม่ไปจาบจ้วงมันก็ไม่ผิดอะไร ม.112 ไม่ได้ไปรังแกใคร ม.112 ไม่ใช่เดินไปหาที่บ้าน ไม่ได้เดินไปหาแกนนำที่คิดจาบจ้วงเลย มีแต่แกนนำเหล่านี้ลงไปหากฎหมาย ลงมาจาบจ้วง ท้าทายกฎหมาย ทำลายกฎหมายเอง และคิดว่ากฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์หรือเปล่าก็เลยมาท้ายทายกฎหมาย ฉะนั้นเราต้องต่อสู้และร่วมกันปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ฉะนั้นถ้าคิดว่าข้าหลวงสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติสำนักงานข้าหลวงแห่งสหประชาชาติคิดว่าเจ้าหน้าที่ไทยลิดรอนสิทธิคนเหล่านี้ที่จาบจ้วงก้าวร่วงมาตรา 112 และสถาบันพระมหากษัตริย์ ตนว่าก็มารับคนเหล่านี้ไปอยู่ประเทศอื่นหรือไปอยู่ประเทศนอกหรือประเทศไหนๆที่ชุมนุมได้ตามตามใจโดยไม่ต้องยึดหลักกฏหมาย ประเทศไหนที่อยากจะด่าใครก็ด่า จะว่าใครก็ได้ จะโจมตีใครก็ได้ จะจาบจ้วงใครก็ได้ ก้าวราวใครก็ได้ ก็มารับคนเหล่านี้ไปอยู่ประเทศนั้นเถอะ ไม่ต้องอยู่ประเทศไทย และประเทศไทยจะได้อยู่อย่างสงบสุขและมีแต่สันติสุข คนไทยจะได้มีความสุขสักที ดังนั้นเรายืนยันว่าสิ่งที่เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามมาตรา 112 ถือว่าได้ทำถูกต้องแล้ว ถ้าเจ้าหน้าไม่ดำเนินการก็จะต้องถูกดำเนินคดีเหมือนกันว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตาม ม.157&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีข่าวว่าจะตั้งนายสุภรณ์ฯกรรมการสมานฉันท์นั้น ตนเรียนว่าก็เป็นเพียงข่าวเป็นการวิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์ของสื่อสารมวลชน ซึ่งคิดว่าทางพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะส่งตนเป็นคณะกรรมการสมานฉันท์ แต่ตนเรียนส่วนตัวว่า ถ้ารัฐบาลตั้งไปเราก็ปฎิเสธไม่ได้ แต่ส่วนตัวตนยืนยันมาตลอดว่า ตนไม่ปรารถนาที่จะไปเป็น เพราะคำว่ากรรมการสมานฉันท์คือการไปทำงานในภาพพจน์ให้เกิดความสามัคคีในบ้านเมือง ถามว่าประสบการณ์ตนก็มี ตนอยู่ในเหตุการณ์ของความแตกแยก ตนรู้ปัญหา เข้าใจเหตุการณ์ ตนรู้ดีว่าจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองเกิดความสามัคคีปรองดองสมานฉันท์ ประสบการณ์ตรงนั้นตนมีมากมายและตนสามารถที่จะไปทำงานตรงนั้นได้แน่นอน ถ้าเข้าไปเป็นกรรมการ แต่ตนขอปฏิเสธไม่ไป แต่เหตุผลที่ไม่ไป แต่ว่าไม่ใช่นายกรัฐมนตรีตั้งตนอะไร ตนปฏิเสธด่วยตัวตนเองต่อหน้าสื่อมวลชนตรงนี้เลยว่า ตนไม่อยากไป เพราะตนทำงานเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ตนเองจำเป็นต้องช่วยงานนายกรัฐมนตรี ช่วยงานรัฐบาล และขณะนี้มีฝ่ายตรงข้าม ฝ่ายที่ไม่หวังดี ฝ่ายที่พยายามจะโจมตีรัฐบาล ฝ่ายที่พยายามดิสเครดิสนายกรัฐมนตรี บิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ใส่ร้ายป้ายสีนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลตลอดเวลา ตนจึงจำเปนต้องอยู่ตรงนี้เพื่อช่วยงานนายกฯและเพื่อคอยชี้แจงข้อเท็จจริงให้สื่อมวลชน ประชาชนได้ทราบว่าสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามฝ่ายที่จ้องเตะตัดเก้าอี้นายกรัฐมนตรี เซาะตำแหน่ง ทิ่มแทง ขับไล่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลเป็นคนที่ไม่หวังดีโจมตีกล่าวหาอันเป็นเท็จตนจำเป็นต้องทำงานตรงจุดนี้ดีกว่า คอยชี้แจงข่าวสารข้อมูลที่เป็นจริงให้ประชาชนได้ทราบ ถ้าตรงไปนั่งกรรมการฯก็ไม่สามารถที่จะไปตอบโต้หรือชี้แจงอะไรได้ หรือจะไปฟาดฟันกับฝ่ายตรงข้ามหรือฝ่ายค้านทำได้ยาก เพราะคำว่า สมานฉันท์มันคต้ำคอตน ทั้งติดคอ ติดปากตน ฉะนั้นตรงนี้เหมาะสมที่สุดแล้วที่ตนจะทำหน้าที่ได้ดีที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87403</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสมานฉันท์, ข้อหาม.112, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, แรมโบ้อีสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201220/image_big_5fdedc2eb84c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87239</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2020 13:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2020 13:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;ไม่แปลกใจรัฐบาลส่งชื่อ&#039;ชัยชาญ-เทอดพงษ์&#039;เป็นกก.สมานฉันท์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ธ.ค.63-นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวว่ารัฐบาลได้ส่งชื่อตัวแทนเข้าร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์ ไปให้ประธานรัฐสภาแล้ว คือ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม และนายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp; ว่า&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมเคยพูดคุยกับตนเรื่องการหาบุคคลเป็นตัวแทนรัฐบาลไปเข้าร่วมคณะกรรมการดังกล่าว แต่ตนไม่ทราบว่าสุดท้ายนายกฯตัดสินใจเลือกใคร สำหรับชื่อพล.อ.ชัยชาญ และนายเทอดพงษ์นั้น ตนไม่รู้สึกแปลกใจ เพราะเคยได้ยินมาแล้วก่อนหน้าที่มีการพูดกันถึงรายชื่อของหลายคน แต่ตนไม่รู้ว่าในที่สุดได้ส่งชื่อใครไปให้ประธานรัฐสภา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้นายวิษณุเคยระบุว่าถ้าส่งคนที่เป็นรัฐมนตรีไปเป็นกรรมการชุดนี้ อาจไม่เหมาะสม เพราะไม่มีเวลาเพียงพอ แต่สุดท้ายมีชื่อของ พล.อ.ชัยชาญ นายวิษณุ กล่าวว่า นายกฯคงพิจารณาแล้วว่า พล.อ.ชัยชาญสามารถปลีกตัวไปได้&amp;nbsp; ที่จริงตนหมายความว่าเรากังวลเรื่องการส่งรัฐมนตรีในกระทรวงที่ไม่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการ
เมื่อถามว่า คิดว่าการส่งรายชื่อทั้ง 2 คนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกรณีข่าวก่อนหน้านี้ที่ว่านายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ไม่พอใจกับการที่รัฐบาลจะส่งชื่อนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า&amp;nbsp; ตนไม่ทราบ และไม่รู้ว่านายชวนไม่เห็นด้วย &amp;nbsp;
เมื่อถามว่าการที่รัฐบาลส่งพล.อ.ชัยชาญ และนายเทอดพงษ์ไปเข้าร่วม จะช่วยให้คณะกรรมการสมานฉันท์มีความน่าเชื่อถือมากขึ้นหรือสามารถจูงใจให้ฝ่ายค้านมาร่วมด้วยได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ขอตอบ ก็แล้วแต่เขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87239</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสมานฉันท์, นายวิษณุ เครืองาม, พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล, เทอดพงษ์ ไชยนันทน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201218/image_big_5fdc4e3cc08f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กวิ้นแตกหักสหาย! ปัดร่วมแก๊ง‘คอมมิวนิสต์’ลั่นจุดยืนปฏิรูปสถาบันฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เพนกวิน&amp;rdquo; โดดหนีผีคอมมิวนิสต์ ประกาศไม่ใช่สมาชิกเยาวชนปลดแอก ลั่นยังยึดจุดยืน 3 ข้อ ขู่ถึงทางแยกที่ชนชั้นนำต้องเลือกว่าจะไปถนนปฏิรูปหรือปฏิวัติ! รัฐบาลเมินกฐินไม่ไว้วางใจ &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; เหน็บอกสั่นระรัวกลัวจะตาย &amp;ldquo;ธรรมนัส&amp;rdquo; เตือนคนอภิปรายเจอสวนจะหนาว &amp;ldquo;สุทิน&amp;rdquo; ฟุ้งมีหมัดเด็ดแน่ เย้ย &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ที่ไม่กลัวเพราะตายด้านไปแล้ว โวไม่มีหักเหลี่ยมกันเองอีกแน่ รบ.เคาะชื่อ &amp;ldquo;เทอดพงษ์-สุภรณ์&amp;rdquo; นั่งกรรมการสมานฉันท์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 15 ธันวาคม ยังคงมีความต่อเนื่องกรณีกลุ่มเยาวชนปลดแอก (Free Youth) ในเครือข่ายคณะราษฎร 63 เสนออุดมการณ์คอมมิวนิสต์จนตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก โดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำคณะราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กถึงพี่น้องผู้รักประชาธิปไตยว่า เป็นสมาชิกของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ไม่ได้เป็นสมาชิกของกลุ่มเยาวชนปลดแอก ซึ่งจุดยืนในเพจเยาวชนปลดแอกนั้น เป็นแนวทางของกลุ่มเยาวชนปลดแอกเอง ไม่ใช่แนวทางของตนเอง และไม่ใช่ของแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ที่สำคัญไม่ใช่มติของราษฎร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมยังคงยึดมั่นในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่ไม่มีเผด็จการหรือศักดินาแทรกแซงครอบงำ เพื่อประชาธิปไตยที่ทุกคนมีสิทธิ เสรีภาพและความเท่าเทียม และเพื่อประชาธิปไตยที่มีรัฐสวัสดิการโอบอุ้มชีวิตของทุกคน การเสนออุดมการณ์ไม่ว่าจะแนวคิดใดมิใช่เรื่องผิดบาป ถือเป็นเสรีภาพของผู้เสนอ แต่ในเชิงการเคลื่อนไหวต่อสู้นั้น จะต้องประเมินให้ดีว่าแนวคิดที่จะเสนอนั้นสอดคล้องกับเจตจำนงของมวลชนหรือไม่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์โพสต์อีกว่า เรายังยึดมั่นในข้อเสนอสามข้อซึ่งจะนำไปสู่การปฏิรูป แต่ตามธรรมชาติแล้ว การปฏิรูปจะเกิดขึ้นก็เมื่อชนชั้นนำยอมปรับเปลี่ยนตัวเอง หากชนชั้นนำไม่ยอมปรับตัวก็จะไม่เกิดการปฏิรูป และเมื่อไม่เกิดการปฏิรูปก็จะเกิดการปฏิวัติ เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ทั่วโลก ถ้าเปรียบประเทศไทยเป็นรถยนต์ ก็เหมือนอยู่ที่สามแยก ทางหนึ่งเลี้ยวไปหาการปฏิรูป ทางหนึ่งเลี้ยวไปหาการปฏิวัติ ประชาราษฎรได้ขับรถมาถึงหน้าสามแยกแล้ว แต่จะเลี้ยวไปทางไหนนั้น สถาบันและองคาพยพศักดินาจะเป็นผู้ตัดสินใจ ถ้าเลือกปรับปรุงตัวรถก็เลี้ยวเข้าถนนปฏิรูปสามข้อ แต่ถ้ายังดื้อด้าน รถก็เลี้ยวเข้าทางปฏิวัติข้อเดียวก็เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันยังคงมีความต่อเนื่องกรณีพรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่รู้ ท่านไม่เห็นทำอะไรเลย และเมื่อถามว่าจะอภิปรายเรื่องบ้านพักหลวง พล.อ.ประวิตรก็กล่าวว่า ก็จบไปแล้ว เขามีคำสั่งกันเรียบร้อยตั้งแต่ปี 2548
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านจะอภิปราย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียด คงต้องถามเจ้าตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีมีชื่อจะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจมีการเตรียมพร้อมอย่างไร ว่าไม่มีความเห็น ส่วนจะถูกอภิปรายอะไรนั้น ต้องถามฝ่ายค้าน มาถามตนเองไม่ได้ เพราะก็อยากรู้
&amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo;อกสั่นระรัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าไม่กังวลใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ขอไม่ตอบ เพราะถ้าตอบอย่างไรก็ตามสื่อก็จะเอาไปพาดหัวว่าไม่ยี่หระ ไม่แคร์ ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ ทั้งๆ ที่อกสั่นระรัวกลัวจะตายอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวเรื่องนี้เช่นกัน ว่าไม่มีเรื่องใหม่ เป็นเรื่องเดิม ส่วนที่คาดกันว่าจะอภิปรายเรื่องที่ดิน ส.ป.ก.ว่าเอื้อประโยชน์นายทุนนั้น ก็พร้อมทุกเรื่อง เรามาสู่เวทีการเมืองแล้วจะไปกลัวอะไรกับการอภิปราย ขอบคุณที่ให้ความใส่ใจ ไม่ต้องเตรียมตัวอะไร เราทำงาน แต่คนที่จะอภิปรายนั้นต้องพิจารณาตัวเอง เดี๋ยวสวนกลับบ้างจะหนาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงความคืบหน้าในการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เชื่อว่าหลังปีใหม่น่าจะได้ข้อสรุป โดยอาจยื่นญัตติได้ประมาณเดือน ม.ค.2564 เนื่องจากสมัยประชุมสภาจะสิ้นสุดลงเดือน ก.พ.2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จากการรวบรวมข้อมูลของฝ่ายค้าน มีอะไรเป็นหมัดเด็ดและทำให้การอภิปรายมีน้ำหนักมากขึ้น นายสุทินกล่าวว่า เรื่องนี้ยังบอกไม่ได้ โดยรู้แต่ว่าการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจยังเป็นปัญหาใหญ่ เพราะการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลล้มเหลว ซึ่งหากล้มเหลวจากเหตุสุดวิสัยนั้นไม่เป็นไร แต่ปรากฏว่าความล้มเหลวเกิดจากการไม่รู้เรื่องและวิเคราะห์ที่ผิดพลาด เกิดการทุจริตซ้ำ เป็นเรื่องไม่น่าให้อภัย รวมทั้งยังมีอีกหลายเรื่องที่ได้สร้างความเสียหายในวงกว้าง และเป็นการวางพื้นฐานให้เกิดทางตันในระยะยาว เช่นเดียวกับการแก้ไขปัญหาการชุมนุมทางการเมืองที่เรามีข้อมูลลึกๆ ว่ามีบางเรื่องที่รัฐบาลไม่ควรทำ เพราะไม่ชอบด้วยกฎหมายและยังผิดหลักมนุษยธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันว่าไม่กลัวการอภิปราย แม้ฝ่ายค้านจะมีข้อมูลที่ทำให้ช็อกได้ นายสุทินกล่าวว่า คิดว่านายกฯ เป็นมาขนาดนี้แล้ว ไม่รู้สึกอะไรแล้ว เป็นคนไร้ความรู้สึกของประชาชน ไม่ร้อนไม่หนาวแล้ว ดังนั้นจึงไม่แปลกที่นายกฯ จะไม่กลัว&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่า ข้อมูลที่จะทำให้รัฐบาลช็อกนั้นฝ่ายค้านมีแน่นอนใช่หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ถ้าเป็นคนอื่นคงช็อก แต่ถ้าเป็นนายกฯ ก็ไม่รู้ เราไม่ได้บอกว่าหนานะ แต่บอกว่าแกมีความรู้สึกเหมือนกับคนตายด้านแล้วสำหรับความเดือดร้อนของประชาชน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่จะอภิปรายนั้นจะเน้นคนในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถ้าเปิดออกมาแล้วนายกฯ บอกว่าไม่รู้ คนจะไม่เชื่อ เพราะไปทุจริตในที่ที่ไม่ควรทุจริต
ลั่นไม่ซ้ำรอยหักเหลี่ยม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การอภิปรายครั้งนี้จะเกิดเหตุการณ์ที่ฝ่ายค้านมาหักเหลี่ยมกันเองเหมือนการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมาหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ไม่มีแน่นอน เพราะที่ผ่านมาประสบการณ์ในการเป็นฝ่ายค้านยังน้อย และพรรคร่วมฝ่ายค้านต่างเป็น ส.ส.มือใหม่หัดขับเท่านั้น ดังนั้นเราอาจมีปัญหาอยู่บ้างคือ ความไม่เจนจัด แต่มาวันนี้เราเชื่อว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรคมีประสบการณ์และเล่นเข้าขากันแล้ว ไม่น่าจะมีปัญหา ซึ่งจะมีการติวเข้มกันเป็นปกติ และตรวจสอบข้อมูลกันให้ครบถ้วนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ยังคงมีความต่อเนื่องในการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ โดย พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงกระแสข่าวรัฐบาลจะส่ง นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ และนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เป็นตัวแทนรัฐบาลร่วมคณะกรรมการฯ ว่าคงต้องเข้าที่ประชุม ครม.ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะส่งรายชื่อ 2 คนนี้แจ้งให้ ครม.รับทราบใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรยิ้มและพยักหน้ารับ ส่วนที่มีเสียงท้วงติงถึงรายชื่อทั้ง 2 คนนั้น รองนายกฯ กล่าวว่า เขายังไม่ทำเลย จะไปคิดเช่นนั้นได้อย่างไร ให้เขาทำงานก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่าทำไมถึงเลือกบุคคลทั้งสองร่วมกรรมการสมานฉันท์ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เขารู้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องทำอะไร เมื่อถามว่าเป็นเพราะนายสุภรณ์เคยร่วมชุมนุมมาก่อนใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรยิ้มพร้อมกล่าวว่า แล้วแต่จะคิด เมื่อถามอีกว่าภาพลักษณ์ของทั้ง 2 คนที่ผ่านมาเหมือนเป็นคนตอบโต้ประเด็นต่างๆ ของผู้ชุมนุม แล้วจะทำให้เกิดความปรองดองได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็ต้องคุยกัน ให้เขาทำงานก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า พรรคเสนอชื่อนายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไปเป็นคณะกรรมการสมานฉันท์ ซึ่งได้แจ้งให้นายวิษณุที่นายกฯ มอบหมายให้รับผิดชอบแล้ว คาดว่าจะไม่มีปัญหาอะไร และนายเทอดพงษ์มีคุณสมบัติที่เหมาะสม เป็นผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ เชื่อว่าการส่งตัวแทนของพรรคจะไม่มีปัญหาอะไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้มอบให้นายวิษณุเป็นผู้ประสานเพื่อพิจารณารายชื่อ 2 บุคคลที่ต้องส่งในนาม ครม.ไปให้นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เพื่อร่วมเป็นคณะกรรมการสมานฉันท์ โดยหากพิจารณาเสร็จแล้วไม่จำเป็นต้องขอมติจากที่ ครม.เห็นชอบ เพียงรายงานให้นายกฯ ทราบก่อน โดยโควตากรรมการในส่วนของ ครม. พรรคร่วมรัฐบาลมีความเห็นร่วมกันว่าให้เป็นตัวแทนจากพรรคพลังประชารัฐ 1 คน และพรรคประชาธิปัตย์ 1 คน ซึ่งนายจุรินทร์เสนอชื่อนายเทอดพงษ์&amp;nbsp; ส่วนพรรค พปชร.คาดว่าเป็นชื่อนายสุภรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงพักประชุม ครม. นายสุภรณ์ได้ขอเข้าพบและพูดคุยกับนายจุรินทร์เป็นการส่วนตัว คาดว่าพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจหลังจากที่มีกระแสข่าวว่าพรรค พปชร.จะส่งรายชื่อนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รมต.ประจำสำนักนายกฯ และนายสุภรณ์ ร่วมเป็นกรรมการสมานฉันท์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวถึงกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เตรียมหารือกับฝ่ายค้านในวันที่ 16 ธ.ค. เพื่อให้มาร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์อีกครั้งว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านทั้ง 6 พรรคมีมติไปแล้วว่าไม่เข้าร่วม ก็ต้องลองดูว่าหากประธานรัฐสภาขอความร่วมมืออีกครั้ง ก็ขึ้นอยู่กับว่าท่าทีของพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้ง 6 พรรคจะมีมติอย่างไร &amp;nbsp;
ผุดกก.จับตาแก้รธน.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมคณะกรรมการผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญ นำโดยนายชัยเกษม นิติสิริ ประธานคณะกรรมการการเมือง ก่อนแถลงข่าว โดยนายชัยเกษมระบุว่า พรรคเห็นความสำคัญของการแก้รัฐธรรมนูญ และต้องได้ผลออกมาดีต่อประเทศ จึงตั้งคณะกรรมการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจะติดตามการร่างรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย ในฐานะคณะกรรมการผลักดันการพิจารณารัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ที่ประชุมได้ขอความคืบหน้าจาก กมธ.ของพรรค ซึ่งสรุปได้ว่าประเด็นที่ยังมีปัญหาขัดแย้ง และยังเห็นไม่ตรงกัน ประกอบด้วย 1.รัฐธรรมนูญควรแก้ไขได้ยากหรือง่ายกว่ากฎหมายธรรมดา 2.ควรเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยตรงจากประชาชน หรือควรแต่งตั้งด้วย และ 3.การทำประชามติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน กล่าวว่า การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญมีเป้าหมายร่วมกันที่จะทำให้เสร็จภายใน 8 ม.ค.2564 ซึ่งที่ผ่านมาก็มีประเด็นที่ กมธ.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเห็นตรงกัน อาทิ การตัดเสียงเสียงข้างน้อย การไม่มีแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ซึ่งในญัตติเรายืนยันว่าจะไม่มีการแก้ไข 2 หมวดดังกล่าว เว้นแต่ทำให้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมีความสมบูรณ์มากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี ยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าการตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ เป็นการล้มล้างการปกครองหรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่า เป็นคำร้องที่เคยร้องไปแล้วเมื่อปี 2555 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยแล้วว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่เข้าข่ายล้มล้างการปกครองและรัฐธรรมนูญปี 2560 ยังไม่ได้มีมาตราใดระบุข้อห้ามในการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไว้เลย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86979</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสมานฉันท์, คอมมิวนิสต์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, เยาวชนปลดแอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201215/image_big_5fd8c4bf1ef07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86545</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ชวน’ไปก่อนไม่รอฝ่ายค้าน เดินหน้าสมานฉันท์เท่าที่มี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชวน&amp;quot; ไม่รอฝ่ายค้าน กรรมการสมานฉันท์เท่าไหร่ก็เท่านั้น เดินหน้าต่อ ด้าน &amp;quot;พรเพชร&amp;quot; เผยสัดส่วน ส.ว. 2 ที่นั่งถอนตัวไป 1 คนต้องเลือกใหม่ ยันสิ้นปีได้ชื่อส่งประธานรัฐสภาแน่แม้ตั้งสเปกสูงก็ตาม สมน้ำสมเนื้อ อดีตรองโฆษก พปชร.ตอกโฆษกเพื่อไทยพูดเหมือนเด็กเพิ่งเกิด โตมาไม่ทันยุคเผด็จการรัฐสภา จี้หยุดสร้างวาทกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่้อวันที่ 10 ธันวาคม นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา นำ ส.ส., ส.ว., ผู้แทนพรรคการเมือง, ข้าราชการ และผู้แทนสถาบันพระปกเกล้า วางพานประดับพุ่มดอกไม้ถวายบังคมพระรูปต้นแบบพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในพิธีฉลองวันพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 10 ธันวาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเสร็จพิธี นายชวนกล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ว่า สัปดาห์หน้าจะได้รายชื่อคณะกรรมการทั้งหมดก่อนสิ้นปี ส่วนที่ฝ่ายค้านและกลุ่มผู้ชุมนุมจะไม่เข้าร่วมนั้น ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ซึ่งเดิมฝ่ายค้านแสดงความจำนงที่จะไม่เข้าร่วมตั้งแต่แรกแล้ว โดยตนเคยไปเจรจาอยากให้เข้าร่วม ขณะนั้นมีแนวโน้มจะตอบรับ แต่ยังขอดูท่าทีก่อน ซึ่งผู้นำฝ่ายค้านระบุว่าโครงสร้างสัดส่วนแต่ละฝ่ายไม่สมดุล และได้ชี้แจงแล้วว่าเรื่องสัดส่วนไม่ได้นำมาลงมติ แต่เป็นการระดมความคิดความร่วมมือของแต่ละฝ่าย จึงไม่ใช่ว่าฝ่ายใดจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ทั้งนี้ จะเสนอแนวคิดนี้เข้าไปในโครงสร้างด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ว่าคณะกรรมการฯ จะมีเท่าไรก็จะเดินหน้าต่อ และเมื่อได้รายชื่อคณะกรรมการแล้วก็จะนัดประชุม ซึ่งผมจะเข้าร่วมประชุมในนัดแรกเพื่อรับฟังความคิดเห็นด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวว่า การนัดประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาญัตติให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ารัฐสภามีอำนาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น ยังไม่มีการนัดประชุม โดยบรรจุอยู่ในระเบียบวาระแล้ว แต่ต้องรอว่ามีวาระอื่นที่สำคัญก่อนหรือไม่ ซึ่งในเดือนธันวาคมจะมีการนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งสุดท้ายของปี ในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ ซึ่งมีญัตติที่ค้างอยู่กว่า 200 ญัตติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เป็นไปตามการดำเนินการของคณะกรรมาธิการ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทราบว่าตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการรับฟังความคิดเห็น ส่วนกระบวนการคงเป็นไปตามการพิจารณากฎหมายปกติ เร่งรัดมากไม่ได้ เพราะบทบัญญัติบางบทบัญญัติไม่สามารถลอกของเก่าได้ เนื่องจากอาจเกิดการขัดกันของกฎหมาย จึงต้องพิจารณาให้มาตราต่างๆ สอดคล้องกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อเรียกร้องของฝ่ายต่างๆ ให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมดนั้น ประธานวุติสภาชี้แจงว่า ส.ส.ร.ควรมาจากการเลือกตั้ง แต่ควรรับฟังความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านการเมือง รัฐธรรมนูญ และการปกครองด้วย รวมไปถึงควรให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่เคยพบว่าเสียงผู้ทรงคุณวุฒิเพียงไม่กี่คนจะมีบทบาททำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง จึงขออย่ามองในแง่ร้าย เพราะผลสรุปสุดท้ายต้องเป็นไปตามเสียงข้างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรเพชรยังกล่าวถึงการส่งตัวแทนร่วมเป็นคณะกรรมการสมานฉันท์ในสัดส่วนของวุฒิสภา 2 คนว่า มีการทาบทามบุคคลที่เหมาะสมแล้ว แต่ปรากฏว่าเมื่อนํารายชื่อเข้าสู่ที่ประชุมวิปวุฒิสภา มีคนถอนตัวไป จึงเหลือเพียงคนเดียว โดยจะดำเนินการคัดเลือกให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ เพื่อส่งรายชื่อให้กับนายชวน และคงต้องพูดคุยกันให้หนักแน่นมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดการถอนตัวอีก ซึ่งที่ผ่านมาก็ตั้งสเปกผู้ที่จะมาเป็นกรรมการสมานฉันท์ค่อนข้างสูง ไม่เอาคนที่เคยร่างรัฐธรรมนูญมาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ผู้เห็นต่าง ยืนยันไม่เข้าร่วมเป็นกรรมการสมานฉันท์นั้น นายพรเพชรมองว่า เดี๋ยวก็คงได้ แต่เบื้องต้นไม่ทราบ เพราะไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการเทียบเชิญ แต่มองว่าต้องทำความเข้าใจกันมากขึ้น ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องพยายามทำให้ครบองค์ประกอบ และคาดว่านายชวนจะพูดคุยกับฝ่ายค้านอีกรอบ
มกราคมจบทุกเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา ชี้แจงถึงกรณีที่ฝ่ายค้านกล่าวหากรรมาธิการในซีกวุฒิสภาและ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลใช้เสียงข้างมากในการลงมติเพื่อปิดกั้นฝ่ายค้านว่า กรรมาธิการได้พิจารณาตามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐสภารับหลักการมาแล้ว และเห็นชอบให้ใช้ร่างแก้ไขฉบับรัฐบาลเป็นหลักในการพิจารณา ซึ่งการปรับแก้รายละเอียดต่างๆ กรรมาธิการจะมีการพูดคุยกันอีกครั้ง ความเห็นที่ไม่ตรงกันก็จะต้องมีการพูดคุยกัน หรือลงมติชี้ขาด ซึ่งอยู่ที่กรรมาธิการแต่ละคนจะพิจารณาด้วยเหตุและผลโดยไม่เลือกปฏิบัติ แต่คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะได้ข้อสรุปในบางเรื่อง และน่าจะเสร็จสิ้นทั้งหมดในเดือนมกราคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานวิปรัฐบาลยังกล่าวถึงการเสนอรายชื่อบุคคลเข้าร่วมคณะกรรมสมานฉันท์ว่า ขณะนี้แต่ละฝ่ายส่งชื่อมาแล้ว ขณะที่สัดส่วนของคณะรัฐมนตรีได้มีการเตรียมการไว้แล้วเช่นกัน แต่ยังไม่ทราบรายชื่อ สำหรับสัดส่วนของ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ที่เสนอชื่อไว้ 3 คน ได้แก่ นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ, นายสรอรรถ กลิ่นประทุม บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และนายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แต่สัดส่วนกำหนดไว้แค่ 2 คนนั้น อาจจะส่งไปเป็นสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี 1 คน ซึ่งก็จะส่งผลให้คณะรัฐมนตรีจะต้องหารายชื่อมาอีก 1 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสรอรรถ กล่าวกรณีที่พรรคฝ่ายค้านไม่ร่วมนั้น ว่าแม้ไม่มีปัญหาต่อการทำงาน แต่ส่วนตัวอยากให้เข้าร่วมเพื่อให้การเดินหน้าปรองดองสมานฉันท์นั้นมีตัวแทนทุกฝ่ายพูดคุยหาทางออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงวันรัฐธรรมนูญ 10 ธ.ค.ว่า รัฐธรรมนูญหลายฉบับเริ่มต้นด้วยปากกระบอกปืน พรากการมีส่วนร่วมของประชาชน ขณะที่รัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ปัจจุบันมีจุดเริ่มต้นมาจากคนไม่กี่คน ไม่ได้คำนึงถึงประชาชนอันเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง ในวันรัฐธรรมนูญปีนี้ หวังว่าการตั้ง ส.ส.ร.ในครั้งนี้จะสำเร็จลุล่วงและแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง และจะต้องไม่มีการรัฐประหารเกิดขึ้นอีกหลังจากนี้ เราจะสู้เพื่อประชาธิปไตย เพื่ออนาคตของลูกหลาน และพาไปสู่ทางออกประเทศอย่างสันติและยั่งยืนต่อไป เพื่อรัฐธรรมนูญในฝันที่เป็นประชาธิปไตยอย่างจริง
พูดเหมือนเด็กเพิ่งเกิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ แย้งว่า การแสดงความเห็นของโฆษกพรรคเพื่อไทย สะท้อนว่าพูดเหมือนเด็กเพิ่งเกิด โตมาไม่ทันยุคเผด็จการรัฐสภาและกระบวนการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ 2560 จึงไม่รู้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่มีความชอบธรรม ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านการลงประชามติ และได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนกว่า 16.8 ล้านคน คิดเป็นส่วนใหญ่คือ ร้อยละ 61.35% ของประชาชนผู้ไปใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามติ ส.ส. ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และนายกรัฐมนตรีก็มาจากรัฐธรรมนูณฉบับนี้ ไม่มีฝ่ายไหนเป็นประชาธิปไตยมากกว่าอีกฝ่ายเหมือนที่ฝ่ายค้านพยายามปลุกระดมด้อยค่าฝ่ายตรงข้าม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเน้นย้ำให้หยุดสร้างวาทกรรม และยอมรับความจริงว่ารัฐบาลนี้มาจากการเลือกตั้ง มาจากรัฐธรรมนูญที่ผ่านการทำประชามติยอมรับจากประชาชนกว่า 16.8 ล้านเสียง แม้ว่าจะมีกระบวนการเคลื่อนไหวอย่างบิดเบือนเพื่อคว่ำร่างรัฐธรรมนูญที่มีพรรคการเมืองบางพรรคอยู่เบื้องหลัง และที่สำคัญรากเหง้าปัญหาที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะเกิดวิกฤติเผด็จการรัฐสภา มีรัฐบาลที่เคยรวบอำนาจ รัฐบาลที่เหมือนบริษัทเอกชน และรัฐบาลที่บริหารงานผิดพลาดจนรัฐและประชาชนต้องเสียหายกว่า 800,000 ล้าน ซึ่งรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์กำลังแก้ไขความล้มเหลวจากรัฐบาลชุดนั้น และดำเนินการมอบอนาคตที่ดีให้ลูกหลาน ผ่านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่กำลังพัฒนา ไม่ล้าหลัง ให้ทันสมัย จะเอาผลงานนำความเจริญไปทุกภูมิภาค ภายใต้กฎหมายและความเป็นธรรมในทุกๆ พื้นที่&amp;quot; น.ส.ทิพานันกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ ออกมาเตือน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระวังซ้ำรอยพฤษภาทมิฬว่า นายสุลักษณ์มีโทสาคติกับ พล.อ.ประยุทธ์เกินไปหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาเพื่อแก้ปัญหาให้กับบ้านเมือง ไม่ได้เข้ามาแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ และก็มาตามกลไกตามระบอบประชาธิปไตย ที่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยมีปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันเหมือนรัฐบาลในอดีต อยากจะให้นายสุลักษณ์มองพล.อ.ประยุทธ์ด้วยใจที่เป็นธรรม อย่ามองแบบมีเจตนาพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวอีกว่า เหตุการณ์พฤษภาทมิฬไม่มีทางเกิดขึ้นในยุค พล.อ.ประยุทธ์ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนดี ตั้งใจทำงานให้กับบ้านเมือง รักชาติ รักประชาชน ที่สำคัญประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศให้การสนับสนุน ทั้งนี้ อยากถามนายสุลักษณ์ว่า คณะราษฎรคิดล้มล้างการปกครอง จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ นายสุลักษณ์ยังจะให้การสนับสนุนอีกหรือ นายสุลักษณ์มั่นใจหรือว่าคณะราษฎรจะปลุกม็อบให้เหมือนพฤษภาทมิฬ แต่คนไทยทั่วประเทศคงไม่ยอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากเตือนความจำนายสุลักษณ์ว่า ใครเป็นคนออกมาหยุดความขัดแย้งหรือสถานการณ์ที่คนไทยเข่นฆ่ากันเองในช่วงพฤษภาทมิฬ ไม่ใช่ในหลวงรัชกาลที่ 9 หรือ นายสุลักษณ์ควรไปเตือนคณะราษฎรให้เลิกพฤติกรรมจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์จะดีกว่า ไม่ใช่ออกมาพูดเหมือนให้ท้ายแบบนี้&amp;quot; นายธนกรกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86545</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ก.สมานฉันท์, กรรมการสมานฉันท์, ชวน หลีกภัย, วุฒิสภา, สภาผู้แทนราษฎร, สมานฉันท์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201210/image_big_5fd232a0ac12d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83731</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2020 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2020 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาร์ค&#039; แนะรัฐบาลออกแรงแก้ไขรธน. เชื่อคลี่คลายสถานการณ์ความขัดแย้งได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ย.63 - &amp;nbsp;ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ &amp;nbsp;อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงโครงสร้างคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์ ที่จะมีอดีตนายกฯร่วมนั้น ว่า ต้องสอบถามนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเท่าที่ทราบท่านได้พูดคุยกับอดีตนายกฯหลายคน เพื่อสอบถามความคิดเห็นของแต่ละคน และอาจจะขอความร่วมมือหากจะมีการดำเนินการต่อไป แต่ยังไม่มีการติดต่อมาอีกครั้ง ซึ่งคงกำลังพิจารณารูปแบบที่สถาบันพระปกเกล้าเสนอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าส่วนการพูดคุยกับนายชวน ก็เป็นการหารือเบื้องต้น ยังไม่มีการชวนให้เข้าร่วมเป็นกรรรมการสมานฉันท์แต่อย่างใด ซึ่งตนก็ได้ให้ความเห็นไปแล้วว่าตัวกรรมการสมานฉันท์การจะเอาทุกฝ่ายเข้าร่วมคงไม่ง่าย และหากกรรมการจะมีส่วนแก้ปัญหาในปัจจุบันได้ ก็จำเป็นจะต้องพิจารณาข้อเรียกร้องให้ครบถ้วน และให้ความมั่นในว่ากลไกนี้จะสามารถส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงหรือมีข้อสรุปในเชิงปฏิบัติได้ เพราะเป็นเรื่องยากที่จะให้ผู้ชุมนุมมาร่วม หากบางเรื่องที่เขาเรียกร้องแล้ว ไม่ให้เขาแสดงความเห็น หรือเขาเห็นว่ากลไกนี้ทำงานแล้วไม่มีประโยชน์อะไร ดังนั้นจึงเป็นภาระหนักของนายชวนว่าจะทำอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตนายกฯ กล่าวว่าส่วนสิ่งที่คาดหวังให้คลี่คลายสถานการณ์ในวันนี้ ก็ยังเป็นภาระหน้าที่ของผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในวันที่ 17-18 พ.ย.นี้ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะมีส่วนช่วยในการลดความตรึงเครียดลงได้อย่างไร คิดว่าสิ่งสำคัญกว่าคือการแก้ปัญหา หากไม่มีกรรมการแล้วปัญหาคลี่คลายได้ก็ดีกว่ามีกรรมการแล้วแก้ไม่ได้ ฉะนั้นอะไรจะสามารถทำให้เราคลี่คลายสถานการณ์ได้เป็นเป้าหลัก อย่าไปยึดติดรูปแบบกรรมการหรือกลไกเป็นตัวตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่ามีข้อเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐฒนตรี &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นดุลยพินิจที่นายกฯจะต้องตัดสินใจ แต่เห็นว่าข้อเรียกร้องก็มีเรื่องแปลก เพราะการเรียกร้องให้นายกฯลาออกหรือยุบสภาตอนนี้ จะเป็นการเอากติกาเดิมมาใช้ และมีความเสี่ยงที่จะวนกลับมาในสถานการณ์นี้อีก แต่ผู้ชุมนุมก็มองว่าการที่นายกฯ ยังอยู่จะเป็นอุปสรรคที่จะคลี่คลายสถานการณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นนายกฯจะต้องมีบทบาทมากขึ้นว่าจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้อย่างไร เช่นเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญซึ่งสัญญาณที่ถูกส่งออกมาจากรัฐบาลสับสนมาก หากนายกฯไม่ลาออกแต่สามารถแก้ปัญหาตรงนี้ได้ผมก็เชื่อว่าสถานการณ์จะผ่อนคลาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในการแก้รัฐธรรมนูญนั้น คนส่วนใหญ่ก็มองว่าหากนายกฯออกแรงก็ผ่าน ดังนั้นวันที่ 17-18 พ.ย.จึงเป็นเรื่องสำคัญ และตนอยากเห็นนายกฯและรัฐบาลเป็นผู้นำในการส่งสัญญาณชัดเจนว่าได้ยินข้อเรียกร้องที่สังคมต้องการมีกติกาที่เป็นธรรมและเป็นประชาธิปไตยแบบสากลมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้ข้อเรียกร้องทั้งหลายยังไม่มีการลดช่องว่างระหว่างแต่ละฝ่ายเลย ทั้งเรื่องการปฏิบัติต่อประชาชน คดีความสะสม เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญก็ยังไม่เห็นสัญญาณ รวมทั้งประเด็นที่เกี่ยวกับสถาบัน ก็ยังไม่มีสัญญาณใดๆเลยจะเอาเรื่องนี้ออกมาจากความขัดแย้งอย่างไร มีแต่ปล่อยไปตามที่เป็นอยู่ ทำให้มีอารมณ์รุนแรงมากขึ้นทั้ง 2 ฝ่าย และไม่เป็นผลดีต่อสถาบันเลย หากสถานการณ์ยังคงเป็นอย่างนี้ต่อไปความเสี่ยงเกิดความรุนแรงก็จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งช้าปัญหาก็จะแก้ยากขึ้น จะมีเงื่อนไขใหม่ๆเข้ามาเป็นปมของความขัดแย้งอีก&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt;


	&amp;#39;เจี๊ยบ ก้าวไกล&amp;#39; แซะกลับ &amp;#39;อ้น ทิพานัน&amp;#39; ปมรู้ว่ามีม็อบแล้วผ่านจุดนั้นทำไม
	&amp;#39;ปารีณา&amp;#39; เคลียร์ทุกประเด็น หลังซัก ผบ.เรือนจำฯ &amp;#39;เพนกวิน-ไมค์&amp;#39; ถูกจนท.ซ้อมจริงหรือ?
	ว้าย! &amp;#39;บอล ธนวัฒน์&amp;#39; ให้เตรียมรองเท้าผ้าใบกับใจถึงๆ ร่วม &amp;#39;วิ่งไล่ลุง 2&amp;#39; เร็วๆนี้
	&amp;#39;น้าหงา&amp;#39;มาแล้ว!ชี้พระยุ่งเกี่ยวการเมืองได้&amp;nbsp;
	&amp;#39;สิทธิศักดิ์-ผู้พิพากษาศาลฎีกา&amp;#39;แจงยิบ6ข้อปม&amp;#39;จรัล&amp;#39;กล่าวหา
	&amp;#39;ปอง-อัญชะลี&amp;#39;โพสต์แรง!
	&amp;#39;หญิงหน่อย&amp;#39; งัดบันได 3 ขั้น สู่ทางออกประเทศไทย&amp;nbsp;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83731</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสมานฉันท์, การเมือง, อภิสิทธิ์ เวชาชีวะ, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201113/image_big_5fae456bd20f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2020 14:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2020 14:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;บิ๊กป้อม&#039;เตือนม็อบสามนิ้วชุมนุมใหญ่8พย.อย่าทำผิดกฎหมายก็แล้วกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 พ.ย.63 - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการสั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ถึงสถานการณ์แต่ละจังหวัด ว่า ได้สั่งการให้แก้ปัญหาความยากจนความเหลื่อมล้ำ ซึ่งมีหน่วยงานที่แก้ปัญหาอยู่แล้ว เช่น ศูนย์ดำรงธรรม ในส่วนของผู้ว่าฯ ก็มีการตั้งคณะทำงานติดตามการแก้ปัญหา เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี
ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ให้เจ้าหน้าที่ทุกคนวางตัวเป็นกลาง
พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงการชุมนุมใหญ่ในวันอาทิตย์นี้ ว่า อย่าทำผิดกฎหมายก็แล้วกัน ซึ่งในทางการข่าวขณะนี้ยังไม่มีอะไร ส่วนจะต้องป้องกันสถานที่สำคัญอย่างเช่นทำเนียบรัฐบาล ก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ต้องดูแล
สำหรับความคืบหน้าในการพูดคุยเจรจาคณะกรรมการสมานฉันท์นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นเรื่องของอดีตนายกฯ และประธานสภา ส่วนผลจะออกมาในทางที่ดีหรือไม่ ก็แล้วแต่การพูดคุย
เมื่อถามถึงท่าทีของ นายกรัฐมนตรี ว่าถอดใจหรือไม่ หลังกล่าวเป็นนัยบนเวทีเปิดหลักสูตร วปอ.63 เมื่อวานนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนจะไปรู้ได้อย่างไร ให้ไปถามนายกฯ เพราะคุยกับนายกฯ แค่เรื่องงานเท่านั้น ไม่เคยคุยเรื่องกำลังใจอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82999</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสมานฉันท์, ชุมนุมใหญ่8พ.ย., พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201007/image_big_5f7d599648ce6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2020 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2020 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039;หนุนไอเดียดึงอดีตนายกฯเป็นกรรมการสมานฉันท์ย้ำจุดยืนแก้รธน.ม.256</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 พ.ย.63 -ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการฯแจ้งวัฒนะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงท่าทีพรรคภูมิใจไทยต่อแนวทางคณะกรรมการสมานฉันท์นั้นว่า อะไรก็ตามที่ทำแล้วเกิดประโยชน์เกิดความเข้าใจกัน ทำให้ความขัดแย้งหมดไป หรือลดลงไป ทางพรรคภูมิใจไทยสนับสนุนเต็มที่อยู่แล้ว ส่วนรายชื่อคณะกรรมการสมานฉันท์ที่มีทั้งอดีตนายกฯอดีตประธานรัฐสภานั้น ก็ต้องถือว่ามีวุฒิภาวะ มีความเสียสละ มีประสบการณ์ และมีความหวังดีต่อบ้านเมืองทุกคน ซึ่งมองว่ายิ่งดีถ้าเรามีผู้ที่มากด้วยบารมี มีความเป็นผู้ใหญ่ และเป็นที่เคารพของคนทั่วไป ส่วนประธานคณะกรรมการควรมีคุณสมบัติอย่างไรนั้นเป็นเรื่องของคณะกรรมการ เราสนับสนุนแนวทางสนับสุนความคิด และสนับสนุนความพยายามของประธานรัฐสภา ส่วนที่มี ส.ส.รัฐบาลไม่เห็นด้วยกับรูปแบบคณะกรรมการดังกล่าวนั้น ไม่ใช่พรรคตน ส่วนกรณีผู้ชุมนุมปฏิเสธจะเข้าร่วมคณะกรรมการดังกล่าวนั้น ถ้าคนที่บอกว่าหวังดีต่อบ้านเมืองจริงๆ ก็คงต้องการอยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข มีความสามัคคี หากต้องการเห็นบ้านเมืองเจริญก้าวหน้าได้ต้องมีความสงบสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า หวังว่าผู้ชุมนุมจะเข้าร่วมคณะกรรมการดังกล่าวหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนที่เริ่มมาใหม่ๆ ก็มีการพูดกันว่าจะหาวิธีการพูดคุยกันระหว่างทุกฝ่าย ซึ่งตนก็คิดว่าทางผู้ที่เกี่ยวข้องก็พยายามจัดให้มีผู้ที่เกี่ยวข้องพยายามจัดให้มีการพบปะกันอยู่แล้ว เรื่องรัฐธรรมนูญรัฐบาลก็ยอมแก้แล้ว ก็แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลฟังเสียงประชาชนทุกภาคส่วน รัฐสภาก็ฟังเสียงประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าคุณหญิงสุดารัตน์ เสนอให้รัฐบาลตรา พ.ร.ก.ในการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกคนก็เสนอความเห็นได้หมด อะไรที่ทำได้เร็วและมีผลเลยรัฐบาลก็รีบทำ ไม่ใช่เอาความเห็นคนนั้นมีคนนี้ทีก็เละกันหมด ดังนั้นเอาสิ่งที่ดีที่สุด แนวทางที่ดีที่สุด ซึ่งต้องให้คนปฏิบัติเขาตัดสินใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน ยังกล่าวถึงท่าทีของของพรรคภูมิใจไทยต่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของไอลอว์นั้นว่า ก็เอามาดูกัน แต่รัฐบาลก็มีร่างอยู่แล้ว ซึ่งเราสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 256 ซึ่งในส่วนของร่างรัฐบาลนั้นก็เป็นความเห็นร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาล เราก็ต้องสนับสนุน ส่วนร่างอื่นก็ต้องมาดูกัน แต่พรรคภูมิใจไทยมีจุดยืนชัดเจนแล้วว่ามาตรา 1 มาตรา 2 ห้ามแตะเด็ดขาด หมวดพระมหากษัตริย์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนมาตราอื่นก็เป็นไปตามที่เราได้เสนอไป ส่วนหากสุดท้ายแล้วมีการรับหลักการแค่ร่างรัฐบาล แต่ร่างฝ่ายค้านและฝ่ายประชาชนไม่ผ่านจะเกิดปัญหาเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น เป็นเรื่องเสียงส่วนใหญ่ ยึดหลักประชาธิปไตยเป็นหลัก และอาจจะต้องมีเรื่องประชามติอีก ซึ่งเราก็ต้องเอาความต้องการส่วนใหญ่ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งก็ต้องเคารพกติกาตรงนี้ก่อน จะเอาถูกใจไม่ได้ต้องถูกต้องด้วย ส่วนกรณีการทำประชามติสอบถามประชาชนนั้น เราสนับสนุนเพราะไม่มีอะไรใหญ่กว่าเสียงประชาชนอยู่แล้ว ทำแล้วสบายใจ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82975</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสมานฉันท์, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, ประธานรัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201106/image_big_5fa4cb3f6dda9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
