<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110874</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 19:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 19:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรรมการสิทธิฯ แถลงการณ์ไม่เห็นด้วยกับการจำกัดเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นของประชาชน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.64 - คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยกับการจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน เสนอให้รัฐรับฟังความเห็นที่แตกต่าง ไม่ใช้กลไกทางกฎหมายเล่นงาน โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 โดยมีนักแสดง นักร้อง และบุคคลสาธารณะออกมาแสดงความคิดเห็นและข้อเรียกร้องผ่านสื่อสังคมออนไลน์ นำมาซึ่งการร้องทุกข์และการแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลสาธารณะหลายราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ติดตามสถานการณ์การใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง และมีความห่วงกังวลต่อการใช้กลไกทางกฎหมายมาปิดกั้นเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ได้รับการรับรองไว้ในมาตรา 34 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และข้อ 19 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ที่ประเทศไทยเป็นภาคีและมีพันธกรณีต้องปฏิบัติตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้การใช้สิทธิเสรีภาพแห่งการแสดงออกข้างต้นอาจมีข้อจำกัดได้เพื่อการคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เพื่อความมั่นคงของรัฐ การรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันสุขภาพของประชาชน แต่ข้อจำกัดดังกล่าวต้องทำเท่าที่จำเป็น กสม.เห็นว่า การแสดงความคิดเห็นของบุคคลสาธารณะและประชาชนทั่วไปต่อการบริหารจัดการของรัฐเพื่อควบคุมและบรรเทาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ประชาชนรวมทั้งทุกภาคส่วนในสังคมกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักและต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารพร้อมให้ข้อเสนอแนะต่อฝ่ายบริหาร เป็นการใช้เสรีภาพโดยสุจริต แม้อาจมีถ้อยคำที่สื่อสารด้วยอารมณ์ความรู้สึกตามยุคสมัย แต่มิได้ก่อให้เกิดความกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงหรือความสงบเรียบร้อยแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เสรีภาพในการแสดงออกถือเป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับสังคมประชาธิปไตย และจำเป็นต่อการมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศ ซึ่งเป็นสิทธิที่ได้รับการรับรองในข้อ 25 ของกติกา ICCPR รัฐบาลจึงพึงรับฟังความคิดเห็นรวมทั้งคำวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนและนำมาเป็นข้อมูลในการปรับปรุงการบริหารจัดการปัญหาต่าง ๆให้เกิดประสิทธิผลยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายนี้ กสม.ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ด้วยการไม่ใช้ถ้อยคำหรือข้อความที่สร้างความเกลียดชังโดยควรตรวจสอบข้อมูลที่อาจเป็นเท็จก่อนเผยแพร่ และขอให้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลรับฟังความเห็นที่แตกต่างรวมทั้งคำวิพากษ์วิจารณ์ และงดเว้นการใช้กลไกทางกฎหมายที่มีผลเป็นการปิดกั้นการใช้เสรีภาพในการแสดงออกโดยสุจริต เพื่อนำไปสู่การร่วมกันแก้ไขวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 อันจะทำให้สังคมประชาธิปไตยขับเคลื่อนและฝ่าฟันปัญหาไปได้บนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110874</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิ, กสม., การแสดงความคิดเห็น, เสรีภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60faba60c3ee2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108408</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรรมการสิทธิฯเข้าพบ &#039;ผบ.ตร.&#039; ห่วงสถานการณ์ม็อบ ขอทุกฝ่ายยึดหลักสากล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.64 - พล.ต.ต.ญาณพงศ์ โสมาภา ผู้บังคับการกองสารนิเทศ เปิดเผยว่า วันที่ 2 ก.ค. 2564 &amp;nbsp;ณ ห้องพรหมนอก ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุวัฒน์ &amp;nbsp;แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้การต้อนรับนางสาวพรประไพ &amp;nbsp;กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) พร้อมคณะ ซึ่งเป็นคณะกรรมการฯชุดใหม่ ที่เข้าพบเพื่อแนะนำตัว และร่วมหารือข้อราชการต่างๆที่สืบเนื่องจากกรณีที่มีการร้องเรียนในการปฏิบัติหน้าที่ที่อาจเข้าข่ายการละเมิดสิทธิมนุษยชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการฯ ได้กล่าวถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน เป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันบูรณาการความร่วมมือกัน ซึ่งการเข้าหารือในครั้งนี้เพื่อแสวงหาความร่วมมือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการดูแลความสงบเรียบร้อยในสังคมที่เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน &amp;nbsp;โดยคณะกรรมการฯ เป็นผู้ประสานงานในเรื่องร้องเรียนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ได้แสดงความห่วงใยในเรื่องของการชุมนุมและการแสดงออกทางสังคมการเมือง และรู้สึกเห็นใจตำรวจที่เป็นผู้รักษากฎหมายในการดูแลความสงบเรียบร้อย ท่ามกลางความเห็นต่างและความขัดแย้ง ที่อาจมีการกระทบกระทั่งกันในบางครั้ง ซึ่งก็อยากให้ทุกฝ่าย อยู่ภายใต้กฎหมายและปฏิบัติตามหลักสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังการหารือร่วมกัน พล.ต.อ.สุวัฒน์ ผบ.ตร. ได้กล่าวขอบคุณประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและคณะ ที่ให้เกียรติสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการเข้าพบครั้งนี้ ซึ่งได้แนวทางในการดำเนินงานด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนร่วมกันเป็นอย่างดี เพื่อประโยชน์ของประชาชนตามสิทธิแห่งรัฐธรรมนูญ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยินดีให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการฯ และพร้อมสนับสนุนการทำงานเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108408</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิ, ม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60ded3e980614.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96761</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2021 11:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2021 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตกรรมการสิทธิฯออกโรง ถามลั่น หลักสากลของตำรวจคืออะไร กระสุนยางยิงกราดประชาชน นักข่าวหรือ?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค.64 &amp;nbsp;จากเหตุการณ์การปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกลุ่ม &amp;quot;รีเดม&amp;quot; เครือข่ายกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า &amp;quot;ราษฎร&amp;quot; หรือม็อบ 3 นิ้ว กับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน บริเวณสนามหลวง ถนนราชดำเนิน จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายเมื่อคืนที่ผ่านมานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดนางอังคณา นีละไพจิตร อดีคกรรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ตั้งคำถามไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ว่า &amp;quot;หลักสากลของ สตช. คืออะไร #กระสุนยางยิงกราดประชาชน นักข่าว #ควบคุมตัวห้ามญาติเยี่ยม แถลงแต่ตัวเลขเจ้าหน้าที่เจ็บ #ไม่เคยแถลงตัวเลขผู้ชุมนุม ประชาชนบาดเจ็บ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96761</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิ, ม็อบ20มีนาคม, สิทธิมนุยชน, อังคณา นีละไพจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_6056d10ecef55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80871</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2020 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2020 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรรมการสิทธิฯวอนทุกฝ่ายอดทนอดกลั้น ร่วมกันแสวงหาทางออกอย่างสันติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.63 -&amp;nbsp;คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์ ว่าตามที่รัฐบาลได้อาศัยอำนาจตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครและข้อกำหนดตามประกาศดังกล่าว เข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎรซึ่งประกอบด้วยนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 16 ต.ค. &amp;nbsp;บริเวณสี่แยกปทุมวัน กรุงเทพฯ นั้นกสม. มีความกังวลและห่วงใยเป็นอย่างยิ่งต่อสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองและการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ซึ่งมีความอ่อนไหวและอาจนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงในสังคมไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎรเมื่อวันที่ 16 ต.ค. เป็นการชุมนุมที่ต้องห้ามตามข้อกำหนดของประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ อย่างไรก็ตาม กสม. เห็นว่าการชุมนุมดังกล่าวยังไม่ปรากฏลักษณะที่แสดงให้เห็นถึงการใช้ความรุนแรงจนเป็นเหตุถึงขั้นที่รัฐบาลต้องตัดสินใจใช้มาตรการในการสลายการชุมนุม จึงเห็นว่าเป็นการกระทำที่เกินสมควรแก่เหตุ ทั้งนี้ การบังคับใช้กฎหมายจำเป็นต้องคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานบางประการที่ไม่สามารถละเมิดได้ (non-derogable) ของผู้ชุมนุม โดยเฉพาะการปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กสม. จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายพิจารณา ดังนี้1. รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ควรใช้มาตรการที่รุนแรงในการสลายการชุมนุมโดยสงบซึ่งได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights - ICCPR) ที่ประเทศไทยเป็นภาคี รวมทั้งใช้แนวทางสันติวิธีในการเจรจาแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. รัฐบาลไม่พึงใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมชุมนุม และต้องคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเด็กในการแสดงความคิดเห็น ตลอดจนไม่กระทำการใดที่จะมีผลกระทบต่อสวัสดิภาพ พัฒนาการ และความปลอดภัยทางร่างกายและจิตใจของเด็ก ซึ่งเป็นหลักการที่ได้รับการรับรองไว้ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child - CRC)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. รัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติควรใช้กระบวนการของรัฐสภาในการแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างจริงจัง และให้หลักประกันว่าข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมทุกกลุ่มจะได้รับการพิจารณาเพื่อนำไปสู่การยุติข้อพิพาทโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. รัฐบาลควรเยียวยาความเสียหายที่เกิดจากปฏิบัติการการสลายการชุมนุม ทั้งผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกสั่งให้ปฏิบัติการ รวมทั้งดูแลให้ผู้เข้าร่วมการชุมนุมที่ถูกควบคุมตัวจากการชุมนุมโดยสงบได้เข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. การใช้สิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก ทุกฝ่ายควรเคารพสิทธิมนุษยชนของบุคคลอื่น หลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำหรือการสื่อสารด้วยวิธีการใด ๆ ที่สร้างความขัดแย้ง ความเกลียดชัง ปลุกเร้าให้เกิดความรุนแรง และดูหมิ่นเหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กสม. ขอให้ทุกฝ่ายได้ใช้ความอดทนอดกลั้นและร่วมกันแสวงหาทางออกอย่างสันติเพื่อให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปได้ด้วยดี.&lt;/p&gt;


	เอาแล้ว! แฉหัวหน้าพรรคก้าวไกลเอาภาพตำรวจฮ่องกงจับม็อบให้นั่งคุกเข่าหันหลังมาอ้างว่าเป็นเหตุการณ์ในไทย
	ดร.อาทิตย์ ฟันเปรี้ยง รัฐบาลผิดพลาดอย่างแรง!
	เอาอยู่มั้ย! กุนซือสมองเพชร เปิดหลักการม็อบ 3 นิ้วเคลื่อนไหว 16 คำ
	3 นิ้วเฮลั่น!ศาลฯยกคำร้องขอฝากขัง กลุ่มผู้ชุมนุมแยกปทุมวัน
	ผบ.ตร.รุดเยี่ยมตำรวจ ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่บริเวณแยกปทุมวัน
	โดนอย่างแรง &amp;#39;น้าหงา&amp;#39; ร่ายกลอน 5 บท ม็อบวันนี้จะเป็นเรื่องเล่าของ ตาเพนกวิน ยายรุ้ง ให้ลูกหลานครั้งนู้นเขาเบื่อฟัง
	ม็อบ 3 นิ้วพลาดแล้ว! &amp;#39;สุวินัย&amp;#39;ชี้ชุมนุมทุกสถานีรถไฟฟ้าเสียเปรียบเชิงยุทธวิธี

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80871</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;ม็อบปลดแอก&quot; เกมที่อาจจะจบ  โดยที่ “บิ๊กตู่” ไม่ต้องออกแรง, กรรมการสิทธิ, สลายการชุมนุม, แยกปทุมวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201016/image_big_5f8986e178b9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 20:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 20:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรรมการสิทธิฯมีมติหยิบกรณีครูทำร้ายร่างกายนักเรียนขึ้นตรวจสอบ เตรียมชงข้อเสนอแนะแก้ไขปัญหาต่อรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.63 - นางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทำหน้าที่แทนประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ติดตามและมีข้อห่วงกังวลกรณีบุคลากรของโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์มีพฤติกรรมกระทำความรุนแรงต่อเด็กนักเรียนซึ่งปรากฏเป็นข่าวไปในวงกว้าง และได้มอบหมายให้สำนักงาน กสม. โดยรองเลขาธิการ กสม. พร้อมด้วยพนักงานเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเข้าร้องเรียนของกลุ่มผู้ปกครองต่อผู้บริหารโรงเรียน ณ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา &amp;nbsp;นั้น กสม. ในคราวประชุมด้านคุ้มครองและมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ครั้งที่ 23/2563 เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2563 จึงได้ร่วมกันพิจารณาเรื่องดังกล่าวและรับทราบข้อเท็จจริงอันรับฟังในเบื้องต้นได้ว่ามีเด็กนักเรียนถูกกระทำความรุนแรงในสถานศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นางประกายรัตน์ กล่าวว่า กสม. เห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 71 วรรคสาม บัญญัติให้รัฐพึงให้ความช่วยเหลือเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาส ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และคุ้มครองป้องกันมิให้บุคคลดังกล่าวถูกใช้ความรุนแรง หรือปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมฯ ประกอบกับอนุสัญญาว่า ด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child) ที่ประเทศไทยเป็นภาคีและมีพันธกรณีต้องปฏิบัติตาม ข้อ 19 กำหนดให้รัฐภาคีดำเนินมาตรการทั้งปวงในอันที่คุ้มครองเด็กจากความรุนแรงทางร่ายกายและจิตใจ การทำร้ายหรือการกระทำอันมิชอบฯ และข้อ 37 (ก) กำหนดให้รัฐภาคีประกันว่าจะไม่มีเด็กคนใดได้รับการทรมาน หรือถูกปฏิบัติ หรือลงโทษที่โหดร้ายฯ ขณะที่พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 และพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 ยังให้การคุ้มครองเด็กและเด็กปฐมวัยให้อยู่รอดปลอดภัยและพ้นจากการถูกล่วงละเมิดไม่ว่าทางใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อปรากฏว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่สอดคล้องต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กและกฎหมายภายในประเทศ ทั้งเป็นกรณีที่ไม่ควรให้เกิดขึ้นอีกไม่ว่ากับสถานศึกษาระดับใด กสม. จึงมีมติเห็นควรหยิบยกกรณีบุคลากรของโรงเรียนกระทำความรุนแรงต่อเด็กนักเรียนขึ้นตรวจสอบและศึกษา ตามหน้าที่และอำนาจมาตรา 26 (3) ประกอบมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในเชิงระบบ และเสนอต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป&amp;rdquo; นางประกายรัตน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79137</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิ, กสม., ครูนักเรียน, ประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200930/image_big_5f74823dbe154.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68172</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2020 20:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2020 20:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสม.ห่วงกรณี &#039;วันเฉลิม&#039; สูญหาย ประสานบัวแก้วเร่งหาข้อเท็จจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.63 - นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวว่า ด้วยปรากฏข่าวตามสื่อต่าง ๆ และแถลงการณ์ของผู้เกี่ยวข้อง กล่าวอ้างว่า เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563 นายวันเฉลิม หรือตาร์ สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมการเมืองชาวไทยที่อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรกัมพูชา ได้ถูกกลุ่มบุคคลนำตัวขึ้นรถหายไปในขณะที่กำลังซื้อสินค้าที่หน้าอาคารที่พักในกรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา และปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัดว่าข้อเท็จจริงเป็นประการใด แต่เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน และมีองค์กรต่าง ๆ ออกมารณรงค์เรียกร้องความยุติธรรม และเรียกร้องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ดำเนินการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในกรณีดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธาน กสม. กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากกรณีนายวันเฉลิมแล้ว ยังมีกรณีกล่าวอ้างว่า นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชาวไทยที่ไปอาศัยอยู่ในต่างประเทศถูกบังคับให้สูญหายอีกหลายกรณี ได้แก่ 1. กรณีนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ กับพวกอีกสองคน คือ นายชัชชาญ บุปผาวัลย์ และนายไกรเดช ลือเลิศ ได้หายตัวไปจากบ้านพักขณะที่อาศัยอยู่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 2.กรณีนายสยาม ธีรวุฒ กับพวกอีกสองคน คือ นายชูชีพ ชีวะสุทธิ์ และนายกฤษณะ ทัพไท ถูกจับกุมที่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและส่งตัวกลับมายังประเทศไทยแล้วไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด แต่กองบังคับการปราบปรามได้ยืนยันว่ายังไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานใดทำการจับกุมตัวนายสยามมาส่งมอบแก่พนักงานสอบสวน นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และได้รับแจ้งเป็นการภายในว่าไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางเข้ามายังสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามของนายสยามและพวกอีกสองคนแต่อย่างใด ในเรื่องนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีข้อเสนอแนะไปยังองค์กรที่เกี่ยวข้องแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัส ย้ำว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิทธิและเสรีภาพของคนไทยในต่างประเทศ แต่เหตุการณ์ตามข้อกล่าวอ้างเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรไทย จึงไม่อยู่ในหน้าที่และอำนาจที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะดำเนินการตรวจสอบได้&amp;nbsp; แต่สมควรดำเนินการโดยหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่และอำนาจโดยตรง ดังนั้น จึงได้ขอความร่วมมือให้กระทรวงการต่างประเทศพิจารณาให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริง ข้อมูล หรือพยานหลักฐาน เพื่อทำความจริงให้ปรากฏและเผยแพร่ให้สาธารณชนทราบโดยทั่วกัน ในการนี้ กระทรวงการต่างประเทศอาจประสานกับครอบครัวของนายวันเฉลิมให้ส่งข้อมูลหรือพยานหลักฐานทั้งปวงที่แสดงว่ามีการถูกบังคับให้สูญหายไปยังกระทรวงการต่างประเทศโดยตรง เพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา กสม. มีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลในการตรากฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ภายใต้เจตนารมณ์ที่สอดคล้องกับอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน และการประติบัติหรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (CAT) ที่ประเทศไทยเป็นภาคี และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ (ICPPED) ซึ่งประเทศไทยได้ให้ความเห็นชอบในหลักการแล้ว พร้อมทั้งขอให้คณะรัฐมนตรีเร่งเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้หายสาบสูญ (ICPPED) ด้วย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างหลักประกันที่ชัดเจนในการคุ้มครองสิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน&amp;rdquo; ประธาน กสม. กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68172</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิ, วันเฉลิม, วัส ติงสมิตร, อสม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200608/image_big_5ede37ab5160d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
