<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119038</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรรมการสิทธิฯ มีมติเห็นชอบ &#039;หมอพิทักษ์พล&#039; ผู้ตรวจราชการ สธ. นั่งเลขาฯกสม.คนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.64 - นายวสันต์ ภัยหลีกลี้&amp;nbsp;กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แถลงข่าวเด่นประจำสัปดาห์ครั้งที่ 3/2564&amp;nbsp;ว่าจากการเปิดรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (เลขาธิการ กสม.) คนใหม่&amp;nbsp;แทนเลขาธิการคนเดิมที่เกษียณอายุ&amp;nbsp;โดยมีการเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค.2564&amp;nbsp;ซึ่งคณะกรรมการสรรหาได้พิจารณาจากการแสดงวิสัยทัศน์ผู้สมัคร จากการสัมภาษณ์&amp;nbsp;เอกสารและการหาข้อมูลต่างๆ&amp;nbsp;หลังจากคณะกรรมการสรรหาได้มีข้อสรุปก็นำผลการสรรหาเสนอต่อที่ประชุม กสม. เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดย กสม.มีมติเป็นเอกฉันท์ เห็นชอบให้ นพ.พิทักษ์พล บุณยมาลิก&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;เป็นผู้สมควรให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสม.&amp;nbsp;ซึ่งยังจะมีขั้นตอนในการดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ นพ.พิทักษ์พล บุณยมาลิก&amp;nbsp;จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;ปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)&amp;nbsp;และด้านนโยบายและการวางแผนและเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข จากมหาวิทยาลัยลอนดอน สหราชอาณาจักร&amp;nbsp; &amp;nbsp;และจบปริญญาเอกด้านสาธารณสุขศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ สหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประสบการณ์การทำงานที่สำคัญเคยดำรงตำแหน่งสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้ตรวจราชการสาธารณสุข&amp;nbsp;นอกจากนั้นยังมีผลงานวิจัยและผลงานวิชาการด้านสุขภาพจิตและด้านสาธารณสุขจำนวนมาก&amp;nbsp;และเคยทำงานเกี่ยวข้องกับเรื่องสิทธิมนุษยชนในกลุ่มเปราะบาง และเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ให้ประสบความสำเร็จ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119038</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิมนุษยชน, กสม., คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, นพ.พิทักษ์พล บุณยมาลิก, เลขาธิการ กสม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615e8221e8ec8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104483</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ประธาน-กรรมการสิทธิฯ จำนวน 6 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.64&amp;nbsp;- เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตามประกาศลงวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ต่อมาเมื่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐มีผลใช้บังคับ เป็นเหตุให้ประธานกรรมการและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตามประกาศดังกล่าวพ้นจากตำแหน่ง แต่ให้ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าประธานกรรมการและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่แต่งตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่วุฒิสภา และวุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบ ผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จำนวนหกคน และผู้ได้รับความเห็นชอบดังกล่าวได้ประชุมเพื่อเลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๔๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยประกอบมาตรา ๘ และมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. นางสาวพรประไพ กาญจนรินทร์ เป็นประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. นางปรีดา คงแป้น เป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓. นายสุชาติ เศรษฐมาลินี เป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔. นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ เป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๕. นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช เป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๖. นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ เป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๒๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ เป็นปีที่ ๖ ในรัชกาลปัจจุบัน
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พรเพชร วิชิตชลชัย
ประธานวุฒิสภา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104483</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิมนุษยชน, ราชกิจจานุเบกษา, โปรดเกล้าแต่งตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210307/image_big_60449eb034253.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2021 10:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2021 10:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วุฒิสภา&#039; เห็นชอบเพิ่มหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสิทธิฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ.64 -&amp;nbsp;นางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.)&amp;nbsp;ทำหน้าที่แทนประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยถึงการร่วมชี้แจงและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านกฎหมายต่อที่ประชุมวุฒิสภากรณีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เห็นสมควรดำเนินการไกล่เกลี่ย ประนีประนอมข้อพิพาทในด้านสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 ว่า สมาชิกวุฒิสภามีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ต่อข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ วุฒิสภา ที่เสนอให้แก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 โดยเพิ่มหน้าที่และอำนาจให้ กสม. สามารถดำเนินการไกล่เกลี่ย ประนีประนอมข้อพิพาทในด้านสิทธิมนุษยชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางประกายรัตน์ ระบุว่า ตามที่ กสม. ได้จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา โดยได้เสนอปัญหาอุปสรรคประการหนึ่งในการปฏิบัติงาน คือ หน้าที่และอำนาจของ กสม. ที่กำหนดไว้ในมาตรา 247 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบมาตรา 26 (1) ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 มิได้บัญญัติหน้าที่และอำนาจในการดำเนินการไกล่เกลี่ย ประนีประนอมข้อพิพาทในด้านสิทธิมนุษยชนไว้ ทำให้ กสม. ไม่สามารถดำเนินการคุ้มครองและเยียวยาประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งต่อมา คณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ วุฒิสภา ได้นำประเด็นดังกล่าวมาศึกษาเชิงลึก โดยได้เชิญผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ มาให้ข้อมูล และโดยเฉพาะข้อมูลจากเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ที่ให้ข้อมูลในส่วนหน้าที่ของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติออสเตรเลีย ประกอบกับได้รับทราบจาก กสม. เกี่ยวกับข้อเสนอแนะของคณะอนุกรรมการประเมินสถานะ (Sub-Committee on Accreditation: SCA) ภายใต้กรอบความร่วมมือเครือข่ายพันธมิตรระดับโลกว่าด้วยสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (Global Alliance of National Human Rights Institutions: GANHRI) ในรายงานการพิจารณาประเมินสถานะของ กสม. &amp;nbsp;เมื่อเดือนธันวาคม 2563 เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่กึ่งตุลาการ ซึ่ง SCA ได้อ้างอิงหลักการปารีสและให้ข้อมูลว่าสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสามารถมีหน้าที่และอำนาจครอบคลุมไปถึงการแสวงหาข้อยุติที่น่าเชื่อถือและปรองดอง ผ่านกระบวนการแก้ไขทางเลือก คือ กระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเพื่อยุติความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิผลในการทำงานของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางประกายรัตน์ กล่าวต่อไปว่า ในการเข้าร่วมชี้แจงและให้ข้อมูลแก่ที่ประชุมวุฒิสภา ตนได้กล่าวถึงกรณีที่ กสม. ถูกปรับลดสถานะจาก A เป็น B เมื่อปี 2558 และการขอเข้ารับการประเมินสถานะอีกครั้งเมื่อปี 2561 ด้วยเห็นว่า สาเหตุของการปรับลดสถานะเมื่อปี 2558 ได้รับการผลักดันและได้ดำเนินการแก้ไขข้อห่วงกังวลตามข้อเสนอแนะดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว โดยเมื่อเดือนธันวาคม 2563 ตนได้เข้ารับการสัมภาษณ์และตอบข้อซักถามของ SCA เพื่อประกอบการประเมินสถานะของ กสม. ผ่านระบบทางไกล ซึ่งต่อมา SCA ได้แจ้งมติให้เลื่อนการพิจารณาประเมินสถานะของ กสม. ออกไปเป็นเวลา 18 เดือน เนื่องจาก SCA มีข้อห่วงกังวลในประเด็นด้านกฎหมาย 2 กรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นแรก ได้แก่ ความเป็นอิสระของ กสม. ที่สืบเนื่องมาจากบทบัญญัติมาตรา 247 (4) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และมาตรา 26(4) ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่กำหนดให้ กสม. ต้องชี้แจงและรายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้องโดยไม่ชักช้าในกรณีที่มีการรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยโดยไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม ซึ่งไม่เคยปรากฏว่ามีสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติใดที่กฎหมายกำหนดให้มีหน้าที่ในลักษณะดังกล่าว ซึ่งจะลดทอนความเป็นอิสระที่แท้จริงหรือที่สาธารณะรับรู้ (actual or perceived independence) โดย SCA เสนอแนะให้ กสม. ผลักดันให้มีการยกเลิกบทบัญญัตินี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ประเด็นที่สอง ได้แก่ อำนาจหน้าที่กึ่งตุลาการของ กสม. ซึ่งตามมาตรา 27 ของพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ก่อนหน้านี้ได้เคยให้อำนาจแก่ กสม. ที่จะดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทได้ แต่กฎหมายปัจจุบัน ไม่ปรากฏว่า กสม. มีหน้าที่และอำนาจดังกล่าว ซึ่ง SCA เห็นว่า กสม. ควรผลักดันให้หน้าที่และอำนาจดังกล่าวกลับคืนมา ซึ่งสอดคล้องกับรายงานผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการฯ อันเป็นการส่งเสริมให้มีการระงับข้อพิพาทอย่างเป็นระบบและมีมาตรฐาน ทำให้ข้อพิพาทสามารถยุติลงได้ในเวลาอันรวดเร็วโดยไม่จำเป็นต้องมีการฟ้องร้อง เป็นการลดภาระของประชาชนและลดจำนวนคดีที่ขึ้นสู่ศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอขอบคุณสมาชิกวุฒิสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประธานและคณะอนุกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ คณะที่ 1 ที่ได้ให้ความสำคัญต่อข้อเสนอแนะเกี่ยวกับอุปสรรคในการปฏิบัติงานของ กสม. และสนับสนุนให้ กสม. ได้หน้าที่และอำนาจไกล่เกลี่ยกลับคืนมา โดยหลังจากที่ประชุมวุฒิสภามีมติเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์ในการประชุมเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 แล้ว วุฒิสภาจะส่งรายงานพร้อมทั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะดังกล่าวไปยังคณะรัฐมนตรีและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อให้พิจารณาดำเนินการแก้ไขกฎหมายต่อไป&amp;rdquo; นางประกายรัตน์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93644</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิมนุษยชน, กสม., ประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์, วุฒิสภา, สิทธิมนุษยชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210220/image_big_603084a9787dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2021 14:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2021 14:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.ไฟเขียว &#039;วสันต์ ภัยหลีกลี้&#039; เป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค. 64 &amp;nbsp;- ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 เป็นประธานในการประชุม โดยวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) ตามที่คณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติฯ ที่มีพล.อ.อู้ด เบื้องบน ส.ว.เป็นประธาน พิจารณาเสร็จแล้ว &amp;nbsp;คือ 1.น.ส.รัชดา ไชยคุปต์ &amp;nbsp;และ 2.นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ ซึ่งเป็นการประชุมและลงคะแนนลับ ผลปรากฏว่า นายวสันต์ได้รับความเห็นชอบ 206 เสียง ไม่ให้ความเห็นชอบ 7 เสียง ไม่ออกเสียง 3 เสียง ขณะที่น.ส.รัชดา ได้รับความเห็นชอบ 33 เสียง ไม่ให้ความเห็นชอบ 162 เสียง ไม่ออกเสียง 21 เสียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.อ.สิงห์ศึก แจ้งต่อที่ประชุมว่า ผลการออกเสียงลงคะแนนปรากฏว่า นายวสันต์ ได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา คือ ไม่น้อยกว่า 125 คะแนน จึงเป็นผู้ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งกสม. ทั้งนี้นายวสันต์ เป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านปรัชญา วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของไทยเป็นที่ประจักษ์ที่จะยังประโยชน์ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตามมาตรา 8 (5) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 &amp;nbsp;ส่วนน.ส.รัชดา ได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา คือ น้อยกว่า 125 คะแนน จึงเป็นผู้ไม่ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวสันต์ กล่าวว่า ตนเพิ่งได้รับทราบผลการลงมติ ต้องขอบคุณคณะกรรมการสรรหา กรรมการตรวจสอบประวัติ และวุฒิสภา รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องที่ให้ความเห็นชอบ ซึ่งตนจะใช้ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ที่มีอยู่ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และเชื่อว่าจะสามารถทำงานร่วมกับกรรมการสิทธิ์ฯคนอื่นได้ เพราะการทำงานด้านนี้ต้องทำงานเป็นทีมอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91063</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิมนุษยชน, วสันต์ ภัยหลีกลี้, วุฒิสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf114cfaa8db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80243</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2020 16:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 16:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสม.ห่วงม็อบ 14 ตุลา วอนทุกฝ่ายพึงตระหนักถึงสิทธิมนุษยชน แนะ 3 ช่องทางแจ้งเหตุละเมิดสิทธิฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.63 - นางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทำหน้าที่แทนประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า หลายเดือนที่ผ่านมาได้มีการชุมนุมของนักเรียน นิสิตนักศึกษา รวมทั้งประชาชน เพื่อเสนอข้อเรียกร้องทางการเมือง การปฏิรูปการศึกษา และการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนรายประเด็นที่เกิดขึ้นภายในสถานศึกษาซึ่งมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องดังกล่าว อีกทั้งจะมีการนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 14 ตุลาคม 2563 ที่อาจนำไปสู่การใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการสื่อสารอันเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนดังที่เคยปรากฏมา และอาจเพิ่มความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในสังคมไทยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีความห่วงใยต่อสถานการณ์การชุมนุมมาโดยตลอด พร้อมทั้งได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์กรณีการชุมนุมทางการเมือง และส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงาน กสม. ลงพื้นที่สังเกตการณ์เพื่อรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงในมิติที่จะกระทบต่อสิทธิมนุษยชน อีกทั้ง กสม. ได้เรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้จัดการชุมนุม ตลอดทั้งผู้ชุมนุม นิสิตนักศึกษา ประชาชนทุกฝ่าย และสื่อมวลชน ตระหนักถึงหลักสิทธิมนุษยชน แนวทางปฏิบัติสากล และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้เสรีภาพในการชุมนุมและการแสดงความคิดเห็น รวมถึงการจัดการชุมนุมให้เป็นไปด้วยความสงบและสันติ&amp;rdquo; ผู้ทำหน้าที่แทนประธาน กสม. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางประกายรัตน์ กล่าวด้วยว่า การชุมนุมที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 14 ตุลาคมนี้ กสม. ขอย้ำให้ทุกฝ่ายพึงตระหนักและเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจังและจริงใจ ขอให้ใช้ความอดทน อดกลั้น ต่อสถานการณ์หรือความเห็นที่แตกต่างกัน และควรนำบทเรียนจากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองในอดีตมาพิจารณาร่วมกันเพื่อหาทางออกภายใต้หลักการ &amp;ldquo;แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง&amp;rdquo; ตามแนวทางสันติวิธีและความรับผิดชอบต่อสังคม อันสอดคล้องกับวิถีทางในระบอบประชาธิปไตย นอกจากนี้หากบุคคลใดได้รับความเสียหายหรือพบเห็นการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขอให้แจ้งหรือร้องเรียนต่อ กสม. ทางโทรศัพท์สายด่วน 1377 (ตลอด 24 ชั่วโมง) จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ help@nhrc.or.th หรือร้องเรียนด้วยตัวเอง ณ สำนักงาน กสม. ชั้น 6 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80243</URL_LINK>
                <HASHTAG>14ตุลาคม2516, กรรมการสิทธิมนุษยชน, การเมือง, ประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์, ม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200930/image_big_5f74823dbe154.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2020 12:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2020 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;พี่ศรี&#039;ลุยแล้ว!ยื่นกรรมการสิทธิฯสอบ&#039;กอ.รมน.-กองทัพภาค2&#039;ปฏิบัติการไอโอละเมิดสิทธิมนุษยชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28ก.พ.63​-ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ​ (กสม.)​&amp;nbsp; นายศรีสุวรรณ&amp;nbsp; จรรยา&amp;nbsp; เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือต่อกสม.&amp;nbsp; ผ่านนายชนินทร์ เกตุปราชญ์&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและติดตามการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน&amp;nbsp; เพื่อขอให้ตรวจสอบและรายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่อภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาว่า กอ.รมน. และกองทัพภาคที่ 2 มีปฏิบัติการข่าวสาร หรือ IO ว่า เรื่องเหล่านี้กระทบสิทธิของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร&amp;nbsp; และก้าวล่วงสิทธิส่วนบุคคลของประชาชน&amp;nbsp; ซึ่งขัดหรือแย้งต่อปฏิญญาสากล ว่าด้วยสิทธิมนุษยชนค่อนข้างร่ายแรง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และขัดต่อ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวมถึงกฎหมายอาญาอีกหลายมาตรา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ควรเป็นการทำของหน่วยงานรัฐ&amp;nbsp; หรือฝ่ายความมั่นคง&amp;nbsp; ถ้าจะดำเนินการก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ใช่มาตั้งวอร์รูมแล้วใช้งบประมาณของแผ่นดิน&amp;nbsp; หลักฐานเอกสารต่างๆที่มีการนำไปอภิปราย เป็นพยานที่สำคัญ ที่จะนำไปสู่การตรวจสอบของ กสม.ได้ เพื่อที่จะมีความเห็นเสนอไปที่ ครม.และรัฐสภา&amp;nbsp; เพื่อให้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามอำนาจหน้าที่ของ กสม. คิดว่ากสม. มีอำนาจที่จะเรียกเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; รวมถึงเอกสารที่มีการเผยแพร่และระบุว่าเป็นของกองทัพภาคที่ 2 เพราะตามเอกสารระบุถึงชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้บังคับบัญชา สั่งการและให้การจ่ายค่าตอบแทน ที่เป็นการนำงบประมาณมาเพื่อปฎิบัติการนี้&amp;quot;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า กสม.ควรต้องตรวจสอบว่าพฤติการณ์ของผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้บังคับบัญชาเข้าจ่ายเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่&amp;nbsp; และถ้า กสม.วินิจฉัยว่าเป็นการละเมิด&amp;nbsp; ก็จะเข้าข่ายว่าเป็นการทุจริตเรื่องการใช้งบประมาณหรือไม่ ซึ่งก็ต้องส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการเอาผิดต่อไป&amp;nbsp; รวมทั้งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งตนก็คงไม่ต้องไปยื่นเรื่องซ้ำ&amp;nbsp; เพราะตามรัฐธรรมนูญได้กำหนดเรื่องการตรวจสอบขององค์กรอิสระไว้ว่า ถ้าหากเรื่องที่พิจารณาตรวจสอบอยู่เกี่ยวพันถึงองค์กรอิสระใด ก็ให้มีการส่งเรื่องให้องค์กรอิสระนั้นดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ได้เลย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58421</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิมนุษยชน, กอ.รมน., การละเมิดสิทธิมนุษยชน, นายศรีสุวรรณ จรรยา, ปฏิบัติการไอโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200228/image_big_5e58a1579f339.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47369</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2019 11:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2019 11:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อังคณา&#039;ลั่นยืนเคียงข้างทุกคนที่ปกป้องสิทธิมนุษยชนและความยุติธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค 62 - นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งได้รับรางวัลแมกไซไซ ประจำปี 2019 &amp;nbsp; ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ข้อความว่า#ยืนเคียงข้างทุกคนที่ปกป้องสิทธิมนุษยชนและความยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวใหญ่ 3 ข่าววันนี้ทำให้มองเห็นว่า #ความยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนของไทยกำลังถดถอยและถูกถูกคุกคามอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#Indepent_of_Judges #ความเป็นอิสระของตุลาการ
ข่าววันนี้ผู้พิพากษาศาลจังหวัดยะลายิงตัวเองภายหลังเสร็จสิ้นการอ่านคำพิพากษา คดี จชต ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดความเศร้าสะเทือนใจและกระทบความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมไทยอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#อยากฝากถึงท่านโฆษกศาลยุติธรรมนะคะ การแถลงข่าวของท่านโฆษกกรณีท่านผู้พิพากษายิงตัวเองเพราะเหตุจากความเครียดส่วนตัว ทั้งที่เรื่องนี้น่าจะเป็น #ความเครียดจากการทำงาน คำว่า #ส่วนตัว ทำให้กระทบต่อครอบครัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากท่านไม่อยากให้เรื่องนี้กระทบต่อศาลยุติธรรม จะแถลงเพียงสาเหตุจาก&amp;rdquo;ความเครียด&amp;rdquo; อย่างเดียวก็ได้นะคะ
#ภาวนาขอให้ท่านปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น #FoE #JudicialHarassment #ฟ้องปิดปาก กรณีที่วันนี้ กอ รมน. 4 ได้มอบหมายผู้แทนไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษบุคคล 12 คนที่ร่วมเป็นวิทยากรการเสวนา &amp;ldquo;พลวัตรแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งแก้รัฐธรรมนูญใหม่&amp;rdquo; ในความผิดตามมาตรา 116 &amp;ldquo;ยุยงปลุกปั่นเพื่อให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักรฯ&amp;rdquo; ทั้งที่จริงการเสนอความคิดเรื่องแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องใหม่แต่เป็นเรื่องที่พูดกันมานาน หลายรัฐบาล หลายรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการเสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหาโดยสุจริตของผู้แสดงความคิดเห็นจึงสมควรได้รับความคุ้มครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ส่วนมากคดีความผิดตามมาตรา 116 ศาลจะยกฟ้อง แต่การสู้คดีในศาลเป็นระยะเวลานานทำให้บุคคลที่เป็นผู้ถูกกล่าวหาต้องเสียเวลา เสียเงินเสียทองในการสู้คดี และยังทำให้เกิดความหวาดกลัวและเสียสิทธิในการแสดงความคิดเห็นต่างๆในระหว่างการดำเนินคดีอีกด้วย การฟ้องร้องในลักษณะนี้จึงถือเป็น #การดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณชน (Strategic Lawsuit Against Public Participation-SLAPP)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#เสรีภาพสื่อ #Journalist_is_not_a_Crime เมื่อคืนไปร่วมงานวันชาติเยอรมันทราบข่าวมีนักข่าวเบลเยี่ยมถูกควบคุมตัวที่ สตม. 5 ชั่วโมง เพื่อขอให้ยกเลิกการสัมภาษณ์นักกิจกรรมทางการเมืองที่เห็นต่างจากรัฐ จนวันนี้สมาคมผู้สื่อข่าว ตปท.ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเป็นกังวลยิ่งพร้อมบอกว่า #รัฐไม่มีสิทธิมาสั่งว่านักข่าวไม่ควรสัมภาษณ์ใคร แต่หากข้อมูลที่ผู้ให้สัมภาษณ์ไม่ถูกต้องก็สามารถโต้แย้งได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47369</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิมนุษยชน, คณากร เพียรชนะ, ผู้พิพากษายิงตัวเอง, อังคณา นีละไพจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190802/image_big_5d443c0cb7012.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
