<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 19:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 19:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับยกแก๊ง 5 ตำรวจปลอมตระเวนข่มขู่รีดไถกรรโชกทรัพย์ เลือกเหยื่อพัวพันยาเสพติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20&amp;nbsp;ก.ย.64 - พ.ต.อ.มุสตอพา มะนิ ผกก.สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งจาก นายอันวา เจ๊ะโซ๊ะ กำนันตำบลแหลมโพธิ์ ว่า ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นตำรวจได้เข้ามาในพื้นที่บริเวณ ม.3 บ.ปาตาบูดี ต.แหลมโพธิ์ หลังได้รับแจ้งจึงนำกำลังไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบชายดังกล่าวจำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คนแต่งตัวเลียนแบบคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการสวมใส่คล้ายชุดเกราะ เมื่อสอบถามจากทางกำนันได้ให้รายละเอียดว่า ชายทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คนเข้ามาทำการตรวจค้นกลุ่มวัยรุ่น ภายใน ริมทะเล รีสอร์ท แล้วพยายามรีดไถเงินจากผู้ที่ถูกตรวจค้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบชายทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คนปรากฏว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตามที่แอบอ้างจึงจึงได้ควบคุมตัวทำการสอบสวนที่ สภ.ยะหริ่ง&amp;nbsp; ทราบชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.นายมูฮัมหมัดฮาดีมัน หวังพึ่งฉาย ที่อยู่ 60 ถ.โรงอ่าง ต.สะบารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี (หัวโจก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.นายอุสมาน ยามา ที่อยู่ 49/1 ม.4 ต.บางโกระ&amp;nbsp; อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.นายสุกรี เจ๊ะโต๊ะ ที่อยู่ 17/2 บ.ตราย ต.จะแน อ.สะบาย้อย จ.สงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.นายกามี สามะ ที่อยู่ 81 ม.11 ต.โคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.นายบัสมี บากา ที่อยู่10/3 ม.2 บ.วังโอ๊ะ อ.สะบาย้อย จ.สงขลา พร้อมยึดของกลาง ประกอบด้วย 1.รถยนต์ เก๋ง โตโยต้าวีออส สีบอร์ดเทา ทะเบียน ฆฆ 6037 กทม. &amp;nbsp;2.รถยนต์ เก๋ง โตโยต้าวีออส สีบอร์ดเทา ทะเบียน กต. 9456 ปน. ตรวจสอบเป็นรถที่ได้มาจากการขู่กรรโชก 3.เสื้อเกราะกันกระสุน จำนวน 3 ตัว และเครื่องแต่งกาย จนท. และ 4.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 9 เครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.มุสตอพา มะนิ ผกก.สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า มีกลุ่มบุคคลอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เข้าไปข่มขู่ประชาชนในพื้นที่อำเภอยะหริ่ง และพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีการทำการตรวจปัสสะวะและตรวจค้นของประชาชน และได้กรรโชกเพื่อเอาทรัพย์สิน หลังจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.ยะหริ่งได้ทราบ จึงได้มีการกระจายข่าวไปยังผู้นำหมู่บ้านพื้นที่ต่างๆ เนื่องจากว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้ เมื่อไปปฏิบัติในพื้นที่ ชอบอ้างตัวว่ามาจาก สภ.ยะหริ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนเมื่อคืนที่ผ่านมา ได้รับแจ้งว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้ ได้ไปยังพื้นที่แหลมโพธิ์ อำเภอยะหริ่ง จึงได้ประสานไปยังกำนันพื้นที่แหลมโพธิ์ให้ตั้งด่าน จนเมื่อเวลา&amp;nbsp;03.00&amp;nbsp;น. กลุ่มบุคคลดังกล่าวเข้าไปยังพื้นที่ก่อเหตุ ทางกำนันและทีมงานจึงได้เข้าล็อคตัว และประสานมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งพบเป็นกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คน ซึ่งหลังจากการตรวจค้น ก็ได้พบของกลางเป็น เสื้อเกราะ และหมวก ที่แสดงสัญลักษณ์เป็นของหน่วยงานฝ่ายปกครอง และหน่วยงานอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่เหล่านี้ จะลงมือกับกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเป็นส่วนใหญ่ เพราะว่าง่ายในการปฏิบัติการซึ่งได้ลงมือทำแบบนี้มานานกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือน ซึ่งฝ่ายผู้เสียหายที่ถูกกระทำ ยังไม่มีการแจ้งความในพื้นที่ของอำเภอยะหริ่ง แต่ทราบว่าในพื้นที่อำเภอยะรังได้มีการแจ้งความไว้แล้ว และทราบว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้เป็นคนในพื้นที่ อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอโคกโพธิ์ จ.ปัตตานี และอำเภอสะบ้าย้อย จ.สงขลา โดยหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการกับกลุ่มบุคคลเหล่านี้ตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีรายงานว่า กลุ่มผู้ต้อหาทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คนยังเคยมีการแอบอ้างว่าเป็นนายตำรวจระดับผู้บังคับการจังหวัดและรองผู้กำกับการสืบสวนสืบสวนในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยผู้ต้องหาได้มีการโทรไปยังสิบเวรตามโรงพักว่าเป็นผู้บังคับบัญชาและมีรายงานว่ามีผู้ต้องหาคดียาเสพติดถูกคุมตัวที่โรงพักกี่รายและเมื่อรู้ข้อมูล ก็ได้มีการติดตามไปทางญาติของผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่ถูกคุมตัวที่โรงพัก โดยอ้างว่าตนเองสามารถวิ่งเต้นคดีให้หลุดแต่ต้องมีค่าใช้จ่าย จนกระทั่งญาติหลงเชื่อก็ได้มีการโอนเงินเข้าบัญชี และเมื่อโอนแล้วปรากฏว่าเรื่องก็เงียบหายไป ทำให้มีผู้ถูกหลอกลวงหลายราย อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าว ทาง พล.ต.ต.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ได้กำชับให้สืบสวนสอบสวนอย่างรอบคอบเนื่องจากเชื่อว่าน่าจะมีผู้เสียหายอีกหลายราย ซึ่งหากประชาชนคนใดที่เคยถูกกลุ่มบุคคลทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คนหลอกก็ให้มาแจ้งความไว้เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117310</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรโชกทรัพย์, จังหวัดปัตตานี, ตำรวจปลอม, รีดไถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_614877231e550.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94107</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เค้นสอบ &#039;ทหารเรือ&#039; ร่วมพลเรือนกรรโชกทรัพย์ผู้เกี่ยวข้องคดียาเสพติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีนายทหารเรือ 6 นายและพลเรือนจำนวน 5 คน ถูกออกหมายจับกรณีใช้อำนาจหน้าที่ในการกรรโชกทรัพย์ นายนพรุจ ชนแก้ว จำนวน 3.5 หมื่นบาท หลังจากนั้น นายนพรุจ ชนแก้ว ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ สภ.เมืองตราด เพื่อให้ดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าว รวม 11 คน ซึ่งมีทั้งทหารเรือและพลเรือน ซึ่งเมื่อคืนวานนี้ นายทหารพระธรรมนูญ ฐานทัพเรือสัตหีบ ได้นำตัวทหารเรือทั้งสองนายมาส่งมอบให้กับพ.ต.อ.นาวิน ธีระวิทย์ ผกก.สภ.อ.เมืองตราดเพื่อทำการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 10.00 น.วันนี้ ที่ห้องสอบสวน สภ.อ.เมืองตราด พ.ต.ต.วุฒิพงษ์ ล้อมวงษ์ ร้อยเวร สภ.อ.เมืองตราด ได้ทำการสอบสวนทหารเรือรายหนึ่งที่ปรากฏชื่อในคำสั่งที่ปรากฏในคำสั่งกอ.รมน.จังหวัดตราด(เฉพาะ)ที่ 1 /2564 เรื่องแต่งตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษ กอ.รมน.จังหวัดตราด เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2564 ที่มี น.ท.ฉัตรชัย คลังเพ็ชร หน.กลุ่มงานฝ่ายข่าว กอ.รมน.จังหวัดตราด เป็นผู้ลงนามแต่งตั้งจำนวน 9 คน และถูกออกหมายจับจากศาลจังหวัดตราด โดยมีเรือโทหญิงกนกรส ลือสนั่น นายทหารเรือตัวแทนฐานทัพเรือสัตหีบร่วมรับฟังการสอบสวน โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือโทกนกรส ลือสนั่น ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดในการสอบสวนคดี และเดินทางกลับทันที ขณะที่ทหารเรือที่ถูกสอบสวนก็ไม่ยินยอมให้การใดๆกับสื่อมวลชนและถูกนำตัวเข้าห้องควบคุมตัวในสภ.เมืองตราดทันที ซึ่งในช่วงบ่ายจะถูกนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดตราด และหากไม่มีการประกันตัวจะถูกนำเข้าเรือนจำจังหวัดตราดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.นาวิน กล่าวว่า ขณะนี้ ผู้ถูกออกหมายจับที่เป็นทหาร 2 นาย ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา และให้การกับพนักงานสอบสวนที่เป็นเจ้าของคดี ซึ่งจะทำการสอบสวนทั้งสองคนตามขั้นตอน โดยที่ทางผู้บังคับบัญชาของทหารเรือที่สังกัด และผู้บังคับบัญของตำรวจจังหวัดตราดได้มอบแนวทางในการทำงานให้แล้ว ซึ่งใครกระทำความผิดก็จะได้ดำเนินการตามกฏหมายต่อไป ส่วนผู้ต้องหาตามหมายจับที่เหลืออยู่ทางฝ่ายทหารเรือจะดำเนินการส่งตัวมาจนครบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.อิทธิพล เพ็ชรราม ร.น.รองผอ.กอ.รมน.ตราด เปิดเผยว่า ได้รับทราบข่าวในเรื่องนี้แล้วในเบี้องต้น แต่ทั้งหมดไม่ได้สังกัดกอ.รมน.ตราดทั้งหมด ซึ่งได้มีการประสานงานกับทางผกก.สภ.อ.เมืองตราดในการดำเนินคดี และจะไม่ปกป้องผู้ที่กระทำความผิดเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ยังต้องหารือกับหน่วยงานทางราชการที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ถูกออกหมายจับที่เป็นนายทหารยศนาวาโท 1 คน,พันจ่าเอก 1 คน และจ่าเอกจำนวน 3 คน พลเรือนจำนวน 4 คน ประกอบด้วย 1.จ่าเอก เฉลิมพล เปาเล้ง หรือเปา บ้านเลขที่ 200/83 ม.7 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรีหมายจับเลขที่ 23/2564 2.นายประยุทธ ทั่งทอง หรือเสธ.เขียด ลูกจ้างประจำสังกัดอยู่ในพื้นที่สัตหีบ เลขที่ 36/246 ม.3 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หมายจับเลขที่ 24/2564 3.นายพิพิชญ์พงธ์ วงษ์สุวรรณ หรือโน้ต เลขที่ 59 ม.9 ต.เขาสมิง อ.เขาสมิง จ.ตราดหมายจับเลขที่ 21/2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.น.ส.ภาชินี สมหมาย หรือก้อย เลขที่ 197 ม.7 ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด หมายจับเลขที่ 22/2564 และต่อมา วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 ศาลจังหวัดตราด ออกหมายจับเพิ่ม 5.นายฉัตรชัย คลังเพชร อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 19 หมู่ 4 ต.ดงกลาง อ.เมือง ต.พิจิตรหมายจับเลขที่ 25/2564 6.นายสนธยา ปัจฉิมมา อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 24 ม.3 ต. โคกล่าม อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ หมายจับเลขที่ 26/2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.นายวิจิตรา ศรีภักดี อายุ 45 ปี 208/2 ม. 1 ต.ละหานทราย อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ หมายจับเลขที่ 27/2564 8. นายวัฒชนะ ดอกไทร อายุ 45 ปี 1/22 ม. 6 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หมายจับเลขที่ 28/2564 9. นาย มานะ เอมศิริ อายุ 36 ปี 165/44 ม. 5 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรีหมายจับเลขที่ 29/2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สืบเนื่องกรณีที่มีกลุ่มคนอ้างตัวว่า เป็นชุดปฏิบัติการพิเศษ กอ.รมน.จว.ตราด(กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตราด จำนวน 7-8 คนควบคุมตัวนายนพรุจ ชนแก้ว พร้อมของกลางยาไอซ์จำนวนหนึ่ง เข้าไปยังห้องพักจำนวน 3 ห้อง ที่ชุดเฉพาะกิจได้จองที่พักเอาไว้ จึงได้มีการเรียกเงินตอบแทนเพื่อแลกอิสรภาพ จำนวนเงิน 100,000 บาท แต่นายนพรุจ ได้ต่อรองเหลือเพียง 35,000 บาท พร้อมโอนเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ ธนาคารกรุงไทย ให้กับ นายพิพิชญ์พงธ์ วงษ์สุวรรณ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งต่อมาญาติ ผู้นำชุมชนที่เห็นเหตุการณ์ ได้ให้นายนพรุจ ชนแก้ว ไปแจ้งความร้องทุกข์และดำเนินคดีกับชุดเฉพาะกิจ กอ.รมน.จว.ตราด โดยเฉพาะ จ่าเอก เฉลิมพล เปาเล้ง หรือเปา เป็นข้าราชการทหารเรือ สังกัดหน่วยงานพื้นที่อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี ที่ถ่ายบัตรประจำตัวข้าราชการไว้กับตำรวจ เพื่อขอรถที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด กลับคืนมาให้เจ้าของรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่ 22 ก.พ.&amp;nbsp;พ.ต.ต. วุฒิพงศ์ ล้อมวงศ์ สารวัตร(สอบสวน) สภ.อ.เมืองตราด ได้ขออนุมัติศาลเพื่อออกหมายจับ ผู้ต้องหา จำนวน 4 คน &amp;nbsp;ซึ่ง ศาลจังหวัดตราดได้พิจารณาตามหลักฐานแล้ว อนุมัติให้ จับคุมตัว จ่าเอก เฉลิมพล เปาเล้ง หรือเปา บ้านเลขที่ 200/83 ม.7 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี &amp;nbsp;ตามหมายจับ เลขที่ จ.23/2564 &amp;nbsp;นายประยุทธ ทั่งทอง หรือเสธ.เขียด ลูกจ้างประจำสังกัดอยู่ในพื้นที่สัตหีบ &amp;nbsp;เลขที่ 36/246 ม.3 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หมายจับ เลขที่ 24/2564 นายพิพิชญ์พงธ์ วงษ์สุวรรณ หรือโน้ต เลขที่ 59 ม.9 ต.เขาสมิง อ.เขาสมิง จ.ตราด หมายจับ เลขที่ 21/2564 และ น.ส.ภาชินี &amp;nbsp;สมหมาย หรือก้อย เลขที่ 197 ม.7 ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด ในข้อหาร่วมกันแสดงตน เป็นเจ้าพนักงาน และกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยตนเองไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจหน้าที่กระทำการนั้น ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หวังจำยอมต่อสิ่งใด ทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ โดยมีอาวุธ &amp;nbsp;และร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกักขังผู้อื่น หรือกกระทำประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และร่วมกันกรรโชกทรัพย์ โดยมีอาวุธปืนติดตัวขู่เข็ญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งกลุ่มคนกลุ่มนี้ อ้างตัวว่าเป็น ชุดเฉพาะกิจ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดตราด(กอ.รมน.จว.ตราด)มีการออกคำสั่ง กอ.รมน.จว.ตราด เลขที่ 1/2564(ลับมาก) ลงวันที่ 17 มกราคม 2564 &amp;nbsp;แต่งตั้งชุดเฉพาะกิจ &amp;nbsp;ที่มี นาวาโท ฉัตรชัย คลังเพชร หัวหน้ากลุ่มงานข่าว &amp;nbsp;เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษพร้อมแต่งตั้ง และมีการแต่งตั้งข้าราชการและพลเรือนรวม 11 นาย เพื่อออกปฏิบัติการกรรโชกทรัพย์ โดยที่ นาวาโทฉัตรชัย &amp;nbsp;คลังเพชร เป็นผู้ลงนามแต่งตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษนี้ขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในเวลาประมาณ 22.00 น. รถตู้ของ ภ.จว.ตราดได้เดินทางมาถึงที่ สภ.อ.เมืองตราด โดยมีรถยนต์เก๋งของ น.อ.โกวิท ตาละโสภณ หัวหน้านายทหารพระธรรมนูญของฐานทัพเรือสัตหีบ ที่ขับนำรถตู้เข้ามาที่ สภ.เมืองตราด ส่วนรถยนต์ตู้ที่ขับตามมา ไม่พบมีผู้ต้องหาลงจากรถตู้ แต่มีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น เมื่อเดินทางมาถึง น.อ.โกวิท ตาละโสภณ พร้อมคณะได้เดินเข้าไปคุยกับ พ.ต.อ.นาวิน ธีระวิทย์ ผกก.สภ.อ.เมืองตราด&amp;nbsp;ก่อนออกจากห้องมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาวาเอกโกวิท ตาละโสภณมนายทหารรัฐธรรมนูญ ฐานทัพเรือสัตหีบ กองทัพเรือ เปิดเผยหลังนำทหารเรือ 2 นายในสังกัดที่ถูกออกหมายจับมามอบให้กับพ.ต.อ.นาวิน ธีระวิทย์ ผกก.สภ.เมืองตราด เปิดเผยว่า ได้รับคำสั่งจากผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ และผู้บัญชาการทหารเรือให้นำทหารเรือในสังกัดจำนวน 2 คน ที่ถูกออกหมายจับเนื่องจากกรทำความผิดในข้อหาใช้อำนาจหน้าที่ในการแสวหาผลประโยชน์มาดำเนินคดีในพื้นที่จ.ตราด ซึ่งทางผบ.ฐานทัพเรือสัตหีบและผู้บัญชาการกองทัพเรือพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกเรื่อง เมื่อมีการขอตัวมาก็พร้อมนำตัวมาส่งมอบให้ และเมื่อมีการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วพบว่ามีความผิดก็ให้ดำเนินคดีไปตามฐานความผิดนั้น จะไม่มีการปกป้อง อีกทั้งคดีนี้จะไม่ขึ้นศาลทหารเพราะเป็นการกระทำความผิดของพลเรือน

นาวาเอกโกวิท กล่าวว่า ในส่วนของข้อเท็จจริงนั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะจะส่งผลกระทบต่อการสอบสวนของพนักงานสอบสวน ขณะเดียวกับ ยังมีทหารเรืออีกหลายคนที่อยู่ระหว่างการนำตัวมาเพราะยังมีผู้ร่วมก่อการอีกหลายคน รวมทั้งนายทหารระดับนาวาโทที่ถูกออกหมายจับในฐานะเป็นหัวหน้าทีมด้วย ส่วนความผิดนั้นยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจน เพราะต้องรอการสอบสวน แต่เบี้องต้นน่าจะมีการใช้ตำแหน่งหน้าที่การงานมาหาผลประโยชน์อย่างไม่ถูกต้อง ทั้งทหารเรือทุกคนยังไม่ถูกออกจากราชการในขณะนี้ แต่ต้องรอการสอบสวนและการพิจารณาคดีของศาลจังหวัดตราดก่อน แต่ยืนยันว่า ผู้บังคับบัญชาไม่ปกป้องลูกน้องที่กระทำความผิดอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94107</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรโชกทรัพย์, จังหวัดตราด, ทหารเรือ, สภ.เมืองตราด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_6036040535bbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82116</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 21:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 21:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งจำคุกแก๊งล่อซื้อลิขสิทธิ์กระทง-กรรโชกทรัพย์ ด.ญ. 15 ปีที่โคราช โดยไม่รอลงอาญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;นายพรเทพ เจริญพงศ์อนันต์ ประธานสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;และ นายณพจน์ ผลเจริญ ฝ่ายช่วยเหลือทนายอาสาประจำสถานีตำรวจ/ส่วนราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;คืบหน้าคดีล่อซื้อกระทงลิขสิทธิ์ กรรโชกทรัพย์เด็กหญิง 15 ปีที่โคราช ศาลชั้นต้นพิพากษาสั่งจำคุก 2 ผู้ต้องหาโดยไม่รอลงอาญา ขณะจำเลยทั้งสองยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวสู้คดีในชั้นอุทธรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;28 ต.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณีเด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) วัย 15 ปี หารายได้เสริมรับทำกระทง กระทั่งมีคนโทรมาสั่งกระทงลายการ์ตูนยอดรวม 510 บาท โดยมีการวางเงินมัดจำ 200 บาท พร้อมนัดรับของในตัวเมืองนครราชสีมา&amp;nbsp;ต่อมาเมื่อถึงเวลานัดรับของได้มีการจับกุมเด็กสาววัย 15 ปี เนื่องจากกระทงมีลายการ์ตูนลิขสิทธิ์ โดยได้เสนอเรียกรับเงิน 5 หมื่นบาท แลกกับการปล่อยตัวและไม่ต้องติดคุก สุดท้ายผู้ปกครองเจราจายอมจ่ายเงินให้ 5,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;ต่อมา ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายประจักษ์ โพธิผล นายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือ นัน กิ่งเพชร และ น.ส.วนิสา ภรรยาของนายนัน&amp;nbsp;3 ผู้ต้องหาขบวนการรีดทรัพย์เหยื่อล่อซื้อสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ที่อ้างเป็นตัวแทนบริษัทลิขสิทธิ์ ในฐานความผิดกรรโชกทรัพย์ ใช้เอกสารปลอม แจ้งความเท็จและกักขังหน่วงเหนี่ยว และมีผู้เสียหายอีกกว่า 50 ราย เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มตัวแทนบริษัทลิขสิทธิ์ โดยมีพฤติการณ์ในลักษณะเดียวกันกับเด็กหญิงวัย 15 ปี พร้อมมีการเรียกรับเงิน 2-5 หมื่นบาท&amp;nbsp;และบางรายถูกเรียกสูงถึง 1 แสนบาท จนเป็นคดีโด่งดังเมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;ล่าสุด นายพรเทพ เจริญพงศ์อนันต์ ประธานสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยความคืบหนาของคดีว่า ทางสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมาได้เข้าไปเป็นทนายร่วม เพื่อช่วยเหลือผู้เสียหาย คือเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) เป็นคดีแรก และได้มีการสืบพยานกันมา จนศาลได้สั่งฟ้องจำเลยทั้ง 3 คน &amp;nbsp;ซึ่งเช้าวันนี้ ศาลจังหวัดนคราชสีมาได้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยใน 3 ข้อหา คือ ใช้เอกสารปลอมในเรื่องของหนังสือมอบอำนาจ &amp;nbsp;, แจ้งความเท็จ และกรรโชกทรัพย์ โดยสั่งให้จำคุกจำเลยที่ 1 คือนายประจักษ์ โพธิผล&amp;nbsp;2 ปี 6 เดือน และจำเลยที่ 2 นายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือ นัน กิ่งเพชร จำคุก 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา ส่วนจำเลยที่ 3 คือ น.ส.วนิสา ภรรยาของนายนัน ฯ ศาลได้ยกฟ้องเนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;ในส่วนของผู้เสียหายรายอื่นๆ นายณพจน์&amp;nbsp;ผลเจริญ ฝ่ายช่วยเหลือทนายอาสาประจำสถานีตำรวจ / ส่วนราชการ เปิดเผยว่า ได้ติดตามความคืบหน้าคดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้เสียหายได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนทุกรายแล้ว ขณะนี้ พนักงานสอบสวนแจ้งว่า อยู่ในระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม และรอดูผลคำพิพากษาในคดีนี้ก่อน สำหรับเป็นแนวทางประกอบสำนวนดำเนินคดีกับผู้ต้องหา เนื่องจากพฤติกรรมการก่อเหตุลักษณะคล้ายกัน จะมีแตกต่างกันเรื่องสินค้าที่ทำขึ้นจำหน่าย &amp;nbsp;แต่ทั้งนี้ 3 ข้อกล่าวหาที่ส่งฟ้องขอให้ดำเนินคดีกับจำเลยไปแล้วนั้น&amp;nbsp;ไม่เกี่ยวข้องกับข้อหาที่จะชี้ชัดว่าเด็กหญิงเอได้กระทำละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;&amp;quot;หากผู้เสียหายรายอื่นๆร้องขอความช่วยเหลือมา ทางสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมายินดีให้การช่วยเหลือ ส่วนกรณีที่ศาลลงโทษจัดสินจำเลยที่ 1 และ 2 ไม่เท่ากัน ศาลจะพิจารณาจากพฤติการณ์การทำความผิดเป็นหลัก จึงใช้ดุลพินิจในคำตัดสินพิพากษาไม่เท่ากัน โดยหลังจากมีศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษา ทางจำเลยที่ 1 และ 2 ได้ยื่นขอประกันตัวในชั้นอุทธรณ์ เบื้องต้นศาลชั้นต้นได้ให้ประกันตัวจำเลยทั้ง 3 คน ด้วยหลักทรัพย์คนละ 8 หมื่นบาท ส่วนชั้นอุทธรณ์ยังไม่รู้ว่าจะมีดุลพินิจเรียกประกันตัวด้วยหลักทรัพย์จำนวนเท่าไร&amp;nbsp;และเมื่อมีการยื่นอุทธรณ์ ทางสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา ก็จะเข้าไปช่วยเหลือเรื่องการยื่นคำแก้อุทธรณ์ ช่วยเด็กหญิงเอฯ ต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ตามลำดับต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82116</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรโชกทรัพย์, คดีล่อซื้อลิขสิทธิ์, จังหวัดนครราชสีมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f997dcc7a622.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2020 00:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2020 00:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จวก&#039;ทรัมป์&#039;กรรโชกทรัพย์ดีล&#039;ติ๊กต็อก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการส่วนแบ่งจากสัญญาซื้อขายกิจการแอปพลิเคชันติ๊กต็อกในสหรัฐเข้าคลังหลวง เรียกเสียงวิจารณ์อย่างกว้างขวาง นักวิเคราะห์ชี้เป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญและเปรียบได้กับการกรรโชกทรัพย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำสหรัฐกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า เขาจะให้เวลาติ๊กต็อก 6 สัปดาห์เพื่อขายกิจการในสหรัฐให้กับบริษัทอเมริกัน มิเช่นนั้นแอปนี้จะโดนแบนในสหรัฐ ทั้งยังอ้างด้วยว่า เขาเตรียมจะอนุมัติข้อตกลงขายทรัพย์สินของติ๊กต็อกแก่ไมโครซอฟท์หรือบริษัทอื่นของสหรัฐ แต่เขาก็ต้องการส่วนแบ่งมากพอสมควรเข้ากระทรวงการคลังสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานในวันอังคารว่า นักวิจารณ์หลายคนกล่าวกันว่า ทรัมป์ไม่มีอำนาจเรียกร้องเช่นนั้น ซึ่งหากถูกนำไปปฏิบัติจริงจะเป็นเรื่องแย่ต่อธุรกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกนี้เป็นกลยุทธ์มาเฟียแบบที่คุณจะเห็นได้ในรัสเซีย&amp;quot; เจมส์ ลิวอิส ผู้อำนวยการนโยบายเทคโนโลยีจากศูนย์ยุทธศาสตร์และนานาชาติศึกษา &amp;quot;มันไม่ใช่การดำเนินนโยบายที่ดี ผมไม่คิดว่ามันเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ็อบบี้ เชสนีย์ อาจารย์นิติศาสตร์มหาวิทยาลัยเทกซัส ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงแห่งชาติและรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า คำแนะนำของทรัมป์เป็นไม่เหมาะสมอย่างน่าเกลียด มิพักต้องกล่าวถึงว่ามันไม่มีหลักกฎหมายรองรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไมเคิล บรอมวิช อดีตอัยการ ทวีตว่า ข้อเรียกร้องของทรัมป์ฟังเหมือนการกรรโชกทรัพย์ ส่วนสเปนเซอร์ จาคับ และแดน กัลลาเกอร์ นักข่าววอลสตรีทเจอร์นัล เขียนลงบทความว่า ไมโครซอฟท์ควรปฏิเสธข้อเสนอนี้ ซึ่งหากเป็นเรื่องจริงจังและถูกกฎหมาย ก็จะเป็นการสร้างแบบอย่างที่อันตรายสำหรับการยึดธุรกิจของต่างชาติ และเปิดประตูให้บริษัทของสหรัฐโดนปฏิบัติในแบบเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอปแชร์วิดีโอสั้นๆ แอปนี้กำลังเป็นที่นิยมทั่วโลก มีผู้ใช้งานมากถึง 1,000 ล้านรายทั่วโลก แต่รัฐบาลสหรัฐกล่าวหาแอปของบริษัท ไบต์แดนซ์ เจ้าของแอปจากจีน ว่ารวบรวมข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน ซึ่งรัฐบาลจีนสามารถเข้าถึงได้ เพื่อใช้ในด้านข่าวกรองและอื่นๆ แต่ติ๊กต็อกปฏิเสธคำกล่าวหานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงโจมตีสหรัฐว่า กำลังใช้แนวคิดเรื่องความมั่นคงแห่งชาติโดยไม่มีหลักฐานมาทึกทักเอาเองว่าติ๊กต็อกผิด และออกคำเตือนถึงบริษัทที่เกี่ยวข้อง พฤติกรรมของสหรัฐขัดต่อหลักการเศรษฐกิจเปิด และแสดงให้เห็นความเสแสร้งและสองมาตรฐานของสหรัฐในการค้ำจุนสิ่งที่เรียกขานว่าเป็นความยุติธรรมและเสรีภาพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73440</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรโชกทรัพย์, ติ๊กต็อก, โดนัลด์ ทรัมป์, ไมโครซอฟท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200531/image_big_5ed3b089707a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2020 15:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2020 15:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เจ้าอาวาส-ญาติโยม รุดชี้ตัว &#039;ผู้กองเก๊&#039; ขู่กรรโชกทรัพย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า จากกรณีนายอรรฆเดช ขันน้อย &amp;nbsp;อายุ 35 ปี ชาว จ.อุบลราชธานี ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ บิ๊กไบค์ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน บุกเข้าไปภายในวัดกมลาวาส ต.บ้านดู่ &amp;nbsp;อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ &amp;nbsp;แล้วอ้างตัวว่า เป็น &amp;ldquo;ผู้กองณัฐ&amp;rdquo; ตำรวจสังกัดกองปราบปราม &amp;nbsp;แสดงพฤติกรรมขู่กรรโชกเรียกเอาเงินจาก พระอธิการศักดิ์ วิสุทธสีโล &amp;nbsp;อายุ 63 ปี เจ้าอาวาสวัด จำนวน 250,000 บาท &amp;nbsp;โดยพยามยามยัดข้อกล่าวหา เจ้าอาวาสว่าขับรถเร็ว ดื่มสุรา โกงเงินวัด &amp;nbsp;และขับรถชนคนบาดเจ็บ ทั้งที่เจ้าอาวาสยืนยันว่าไม่เคยกระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา แต่คนร้ายก็พยายามใช้ปืนข่มขู่ &amp;nbsp;จนสุดท้ายพี่สาวเจ้าอาวาสต้องยอมถอดสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 3 บาท และเงินสดอีก 5,000 บาทให้ไป &amp;nbsp;เพราะกลัวจะเป็นอันตรายเหตุเกิดเวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเมื่อวานนี้ (29 พ.ค.63) เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม สามารถติดตามจับกุมตัวนายอรรฆเดช &amp;nbsp;ผู้ต้องหา ได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.นครปฐม พร้อมรถจักรยานยนต์ของกลางที่ใช้ประกอบเหตุ แล้วคุมตัวไปสอบปากคำและแถลงข่าวที่กองปราบปราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดวันนี้ ร.ต.อ.ชนัญช์พัศ &amp;nbsp;สระบัวบาน รองสารวัตร(สอบสวน) ได้ให้พระอธิการศักดิ์ เจ้าอาวาส วัดอมลาวาส ผู้เสียหาย พร้อมญาติโยมที่อยู่ในเหตุการณ์และเป็นพยาน มาชี้ตัวนายอรรฆเดช &amp;nbsp;ผู้ต้องหาที่ สภ.นาโพธิ์ &amp;nbsp;พร้อมสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อประกอบสำนวนคดี &amp;nbsp;ซึ่งทั้งเจ้าอาวาสและญาติโยม ต่างก็ยืนยันว่า คนที่มาขู่รีดไถเงินเจ้าอาวาส คือนายอรรฆเดช แน่นอน เพราะจำรูปพรรณหน้าตา น้ำเสียง และรถจักรยานยนต์ของกลางได้ที่ใช้ก่อเหตุได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้แจ้ง 3 ข้อหา &amp;ldquo;กรรโชกทรัพย์, มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน&amp;rdquo; พร้อมทำเรื่องส่งฝากขังเรือนจำ จ.บุรีรัมย์วันนี้ และคัดค้านการประกันตัว โดยขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวนายอรรฆเดช กลับเข้าห้องขังเพื่อรอทำเรื่องส่งฝากขังผู้ต้องหาก็ไม่มีท่าทีสำนึกผิด ยังตะโกนว่า ตนเองมีคลิปหลักฐานเจ้าอาวาสดื่มเหล้า พร้อมจะมอบให้สื่อ ส่วนที่ตนเองไปขู่กรรโชกเอาเงินก็ยอมรับผิดกับสิ่งที่ทำ แต่เป็นพระดื่มเหล้าก็ไม่สมควรเดี๋ยวญาติโยมเขาจะไม่กราบไหว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ เจ้าอาวาส ก็บอกว่า ไม่ได้ถือโกรธผู้ต้องหาที่ยังพูดกล่าวหาใส่ร้ายว่าดื่มเหล้า เพราะยืนยันว่าไม่ได้ดื่ม และไม่ได้กระทำผิดตามที่คนร้ายกล่าวหา แต่อยากจะเตือนสติว่าทำผิดก็ควรยอมรับผิดและไม่ควรไปกระทำแบบนี้กับคนอื่นอีก &amp;nbsp;เพราะนอกจากจะผิดกฎหมายแล้วยังบาปกรรมด้วย ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นก็ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีไปตามกฎหมาย ส่วนทรัพย์สินที่คนร้ายขู่รีดเอาไปหากเป็นไปได้ก็อยากจะได้คืนเพราะเป็นทรัพย์สินของพี่สาว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเสาร์ สุโพธิ์ &amp;nbsp;พี่สาวเจ้าอาวาส &amp;nbsp;บอกว่า &amp;nbsp;ที่มาวันนี้เพราะตั้งใจจะมาดูหน้าผู้ต้องหาที่กล้ามาข่มขู่รีดไถได้แม้กระทั่งกับพระโดยไม่กลัวบาปกรรมเลย &amp;nbsp;แต่พอเห็นหน้าและคำพูดของคนร้ายที่ไม่ได้สำนึกผิดกับสิ่งที่กระทำเลย ก็อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด &amp;nbsp;เพราะหากออกมาก็จะมากระทำในลักษณะดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นอีก &amp;nbsp;ส่วนทองหนัก 3 บาท ที่ถูกคนร้ายขู่รีดเอาไปก็อยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามเอาคืน เพราะกว่าจะได้มาและมีอยู่แค่นี้.
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67363</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรโชกทรัพย์, บุรีรัมย์, หลอกลวง, อรรฆเดช ขันน้อย, อุบลราชธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200530/image_big_5ed216e477471.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2020 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2020 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บาปหนา!จับพ่อค้าเป็ด อ้างเป็นตำรวจกองปราบ กรรโชกทรัพย์เจ้าอาวาส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค. 63 - ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.วิวัฒน์ จิตโสภากุล รอง ผกก.3 บก.ป.พ.ต.ต.เอนก บุญตา สว.กก.3 บก.ป. ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายอรรฆเดช ขันน้อย อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ข้อหากรรโชกทรัพย์&amp;nbsp; พร้อมของกลาง อาวุธปืนพก พร้อมเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง เสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ และรถจักรยานยนต์ 1 คัน หลังสามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่ โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ย่านศาลยา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม
&amp;nbsp;
พ.ต.อ.บุญลือ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่าน นายอรรฆเดช ผู้ต้องหารายนี้ได้ก่อเหตุขี่จักรยานยนต์บิ๊กไบค์สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน พกพาอาวุธปืน บุกเข้าไปหาพระอธิการศักดิ์ วิสุทธสีโล อายุ 63 ปี เจ้าอาวาสวัดกมลาวาส ภายในวัด โดยอ้างตัวว่าเป็น ผู้กองณัฐ สังกัดตำรวจกองปราบปราม ก่อนจะข่มขู่กรรโชกเรียกเอาเงิน จากพระอธิการศักดิ์ จำนวน 250,000 บาท ไม่เช่นนั้นจะถูกจับดำเนินคดีในข้อหา ขับรถเร็วชนคนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ดื่มสุรา ทุจริตเงินวัด&amp;nbsp; โดยเรียกเงินจำนวน 250,000 บาท แต่เมื่อเจ้าอาวาสพยายามปฏิเสธ และยืนยันว่าไม่เคยกระทำการดังกล่าวตามที่กล่าวหา นายอรรฆเดช ก็ได้แสดงท่าทีข่มขู่รุนแรงขึ้น ทำให้ทางญาติของเจ้าอาวาส ที่พยายามเข้ามาช่วยเจรจาต้องยอมถอดสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท และเงินสดอีก 5,000 บาทให้ไปเพราะกลัวความไม่ปลอดภัยของเจ้าอาวาส

พ.ต.อ.บุญลือ กล่าวต่อว่า ภายหลังจากได้ทองคำและเงินสดส่วนหนึ่งไปแล้ว ผู้ต้องหาก็ได้รีบขับรถหลบหนีออกนอกพื้นที่ ทางพระอธิการศักดิ์และญาติ จึงได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.นาโพธิ์ ก่อนจะมีการออกหมายจับดังกล่าว กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่าภายหลังก่อเหตุ นายอรรฆเดช ได้พยายามขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ภูมิลำเนาเดิม แต่เนื่องจากเส้นทางค่อนข้างไกล ระหว่างทางจึงได้แวะพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นครปฐม ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงสามารถติดตามจับกุมตัวได้ดงกล่าว

จากการสอบสวน นายอรรฆเดช ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ประกอบอาชีพขายเป็ดส่งออกประเทศเพื่อนบ้าน แต่ระยะหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่สามารถส่งออกเป็ดไปขายได้เนื่องจากมีการปิดชายแดน จึงทำให้ขาดรายได้มีเงิน เลยก่อเหตุดังกล่าวเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเลี้ยงดูครอบครัว และใช้เที่ยวเตร่ดื่มสุรา ดูแลผู้หญิง ทั้งนี้ยังขอยืนยันว่าการที่พระบอกว่าไม่ได้ดื่มสุรานั้นเป็นเรื่องโกหก ซึ่งตนเองมีพยานหลักฐานเป็นคลิปเสียง ที่พระยอมรับกับตนเองว่าดื่มสุราจริง

พ.ต.อ.บุญลือ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามการที่นายอรรฆเดช ผู้ต้องหาจะอ้างว่าพระพูดโกหก นั้น ก็เป็นการพูดเพียงฝ่ายเดียวเพื่อเอาตัวรอด แต่ก็ไม่มีเหตุผลที่จะไปกรรโชกเงินจากพระแบบนั้น เพราะการกระทำของพระเป็นเรื่องของวินัยสงฆ์เขามีกฎเกณฑ์การตรวจสอบอยู่แล้ว นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัตินายอรรฆเดช พบว่าเคยถูกจับคุกมากมายหลายคดี ทั้งคดีลักทรัพย์ พากผู้เยาว์ ยักยอกทรัพย์ ก่อนจะพ้นโทษออกมาก่อเหตุดังกล่าว ส่วนทองรูปพรรณและเงินของผู้เสียหายนั้น เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าภายหลังก่อเหตุได้นำไปขายแลกเป็นเงิน ก่อนจะมีการโอนต่อไปให้กับหญิงสาว 2 ราย ที่ไม่ใช่ญาติพี่น้องของตนเอง ซึ่งยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดด้วยหรือไม่ อีกทั้งยังพบว่านอกจากคดีดังกล่าวแล้วก่อนหน้านี้นายอรรฆเดช ยังได้เคยก่อเหตุขู่กรรโชกทรัพย์กับผู้เสียหายที่เป็นประชาชนทั่วไปอีก 2 ราย เพียงแต่ผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหานำส่ง สภ.นาโพธิ์ ดำเนินคดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67271</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรโชกทรัพย์, กองบังคับการปราบปราม, อาชญากรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200529/image_big_5ed0c1961411a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66596</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2020 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2020 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สืบภาค8อ่วม!ชาวประมงสุราษฎร์แจ้งความกลับข้อหาหนักโดนทั้งวินัย-อาญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค.63- พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 8 เข้าจับกุมชาวประมงพื้นบ้านและเรียกเงิน 5 ล้านเป็นการแลกเปลี่ยนกับที่ไม่ถูกดําเนินคดีว่าได้รับรายงานจาก ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ว่า เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2563 นายอนุชา บินมูซา ได้มาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.กาญจนดิษฐ์ จว. สุราษฎร์ธานี ให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 รายในความผิดฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต และ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ซึ่งในวันนี้ (22 พ.ค.63) ผู้เสียหาย พร้อม พยาน จะเข้ามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนและยืนยันตัวผู้ต้องหา โดย พล.ต.ต.ฐากูร เนตรพุกกณะ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ได้มีคำสั่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน เพื่อเร่งคลี่คลายประเด็นข้อสงสัยให้ความกระจ่างกับสังคมและให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ตลอดจนการดําเนินการตามขั้นกฎหมาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกตร. กล่าวอีกว่า ในเรื่องนี้ได้มีการดำเนินการ ทั้งหมด 2 ส่วน คือ ส่วนของการดำเนินการทางวินัย ซึ่งได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จในเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมเร่งรัดให้รายงานผลภายใน 15 วัน โดยหากพบว่ามีมูล ก็จะมีคำสั่งตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงและหากมีความผิดชัดแจ้งก็จะดำเนินการพิจารณาลงโทษทางวินัย หรือ มีคำสั่งให้ออกจากราชการ&amp;nbsp; และในส่วนของการดำเนินการทางอาญา ซึ่งผู้เสียหายได้เข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษนั้น ยังอยู่ระหว่างสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ตามฐานความผิดที่กล่าวหาและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากมีความคืบหน้าประการใดจะแจ้งให้ทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับความประพฤติ วินัย การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาโดยตลอด อยากให้พี่น้องประชาชน เชื่อมั่นในกระบวนการตรวจสอบ แยกแยะ ตำรวจดี ตำรวจที่ไม่ดี ซึ่งในส่วน ตำรวจที่ไม่ดีนั้น ก็จะมีการดำเนินการลงทัณฑ์ทางวินัยและดำเนินคดีทางอาญาอย่างเด็ดขาดอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างและให้เสียขวัญกำลังใจ ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66596</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรโชกทรัพย์, ตร.จับชาวประมงรีด5ล้าน, นายอนุชา บินมูซา, พ.ต.อ.กกฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.ต.ฐากูร เนตรพุกกณะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200519/image_big_5ec37b67948b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
