<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118871</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับกระแสการเมือง พรรคชิงประกาศแคนดิเดต “นายก”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2-3 วันที่ผ่านมา กระทรวงการคลัง รายงานภาพรวมหนี้สาธารณะของประเทศ ณ สิ้นเดือน ส.ค.2564 มียอดหนี้จำนวน 9,159,513 ล้านบาท หรือ 57.01% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เทียบกับเดือนก่อนหน้าพบว่า หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น 250,450 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอดรับกับประกาศคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ ขยายสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ไม่เกินร้อยละ 70 จากเดิมอยู่ที่ร้อยละ 60
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการขยายเพดานหนี้ดังกล่าว เป็นการช่วยเปิดช่องให้รัฐบาลสามารถออกกฎหมายเพื่อกู้เงินอีก 1 ล้านล้านบาท ซึ่งหลายฝ่ายออกมาให้คำแนะนำจะใช้จ่ายเงินแบบที่ผ่านมาคงไม่ได้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากจะกู้เงินอีกครั้งต้องใช้งบประมาณอย่างรัดกุม กระตุ้นเศรษฐกิจจริงจัง ตรงเป้า ไม่ใช่หว่านเม็ดเงินเพื่อหาเสียงเหมือนที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ต้องรีบปรับแผนแก้ไขปัญหา มิเช่นนั้นเศรษฐกิจพัง ภาคธุรกิจรับความเสียหายโดยตรงที่สุด กระทบเป็นลูกโซ่จนถึงปากท้องรากหญ้า ส่วนรัฐบาลเต็มที่ก็เพียงแค่ลาออก เพื่อรับผิดชอบในการบริหารผิดพลาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในทางการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขยันสร้างรอยร้าวให้พรรคร่วมรัฐบาล ทั้งที่ความเป็นจริงก็ยังต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน วัดจากคำสั่งที่นายกฯ ลงนาม ครั้งแรก เมื่อเดือน เม.ย. คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 85/2564 เรื่อง มอบหมายให้รัฐมนตรีรับผิดชอบแนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับพื้นที่จังหวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนกระทั่ง &amp;ldquo;จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ต้องออกมาเคลื่อนไหว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระบุว่า &amp;ldquo;รัฐมนตรีแต่ละคนได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบในพื้นที่ที่รัฐมนตรีท่านนั้นๆ เป็นผู้แทนราษฎรอยู่แล้ว แต่บังเอิญว่ารัฐมนตรีหลายคนของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เข้าไปดูแลพื้นที่นั้น เช่น กรณีของนายนิพนธ์ บุญญามณี ที่เป็นอดีต ส.ส.สงขลา ดูแลพื้นที่จังหวัดสงขลา และนครศรีธรรมราช แต่ก็มีการปรับเปลี่ยนให้ไปดูแลจังหวัดตรังและสตูล หรือแม้แต่นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ และ ส.ส.สุราษฎร์ธานี ก็ไม่ได้ดูแลพื้นที่ตนเอง แต่ได้ดูแลพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด และหนองบัวลำภู หรือแม้แต่นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่เป็นอดีต ส.ส.พิษณุโลก ก็ไม่ได้ดูแลจังหวัดพิษณุโลก แต่ให้ไปดูแลจังหวัดอำนาจเจริญ ยโสธร และพัทลุงแทน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเดิมดูแลพื้นที่จังหวัดพะเยา เชียงราย และหนองบัวลำภู แต่กลับเปลี่ยนมาให้ดูแลพื้นที่จังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช และภูเก็ต ที่เป็นความรับผิดชอบเดิมของนายนิพนธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด ครั้งที่ 2 นายกฯ ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 254/2564 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี สาระสำคัญคือ ยึด 4 กรมในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ดูแลแทน &amp;ldquo;จุรินทร์&amp;rdquo; ที่ดูแลอยู่เดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จน &amp;ldquo;จุรินทร์&amp;rdquo; ออกมาแสดงความคิดเห็นเชิงไม่พอใจว่า &amp;ldquo;เห็นใจพรรคพลังประชารัฐที่จะต้องแก้ไขปัญหาภายพรรค ซึ่งให้กำลังใจมาโดยตลอด เพียงแต่การแก้ไขปัญหาควรจะยุติ ไม่ควรที่จะกระทบถึงส่วนอื่นหรือพรรคการเมืองอื่น ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นเรื่อง แทนที่จะแก้ปัญหาทั้งหมดให้ลุล่วงไปได้ ก็จะเป็นการแก้ปัญหาหนึ่ง แต่ไปสร้างอีกปัญหาหนึ่งโดยไม่จำเป็น ซึ่งได้สื่อสารเรื่องนี้กับนายกฯ แล้ว และนายกฯ ก็รับทราบ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้าย นายกฯ ก็ลงนามยกเลิกทั้ง 2 คำสั่งที่ตัวเองเซ็นเอง เพื่อสยบรอยร้าวพรรคร่วมรัฐบาล แต่ขณะเดียวกัน ก็มีเสียงบ่นจากสังคมถึงความกลับไปกลับมาของผู้นำประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอกย้ำด้วยทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลที่แก้ปัญหาไม่ตก ความมึนของนายกฯ สะท้อนถึงความน่าเชื่อถือ ประชาชนเหนื่อย ไม่เอารัฐบาลแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และต้องจับตาเกมในสภาต่อจากนี้ให้ดี การโหวตกฎหมายสำคัญๆ ของรัฐบาล ถ้าไม่ผ่าน อาจถึงคราว พล.อ.ประยุทธ์ประกาศยุบสภาหรือประกาศลาออกจากตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น จึงไม่แปลกที่พรรคการเมืองขยันลงพื้นที่พบปะประชาชน และประกาศตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ทั้งพรรคภูมิใจไทย พรรคก้าวไกล และพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ ล่าสุด ประกาศลั่นแล้วว่าเตรียมผู้สมัคร ส.ส.ไว้เกือบครบทุกเขตเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางคนแซวว่าประกาศแต่ไก่โห่ แต่แท้ที่จริงสถานการณ์การเมืองในอนาคตอันใกล้นี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ สุดแท้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118871</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถาการณ์, จับกระแสการเมือง พรรคชิงประกาศแคนดิเดต “นายก”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615c4677b5cb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118369</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคใหม่ พันธมิตรพปชร. อ่านไพ่ในมือ&quot;3 ป.&quot;+&quot;บิ๊กฉิ่ง&quot; &quot;ไม่เชื่อสองพรรคจะแข่งกันจริง&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังก้าวลงจากเก้าอี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยไปเมื่อวาน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ก.ย. แวดวงการเมืองก็จับจ้องกันว่า อดีตปลัดมหาดไทย &amp;quot;บิ๊กฉิ่ง&amp;quot; ฉัตรชัย พรหมเลิศ ที่อยู่ในตำแหน่งปลัดมหาดไทยมาหลายปี หลังจากนี้จะเดินบนเส้นทางการเมืองอย่างไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังข่าวหลายกระแสยืนยันว่า บิ๊กฉิ่ง ที่พื้นเพเป็นคนใต้-สุราษฎร์ธานี ระดับตระกูลคหบดีใหญ่ในภาคใต้ กำลังวางพิมพ์เขียว-ตอกเสาเข็ม พรรคการเมืองใหม่อยู่ เพราะได้ตัดสินใจจะเข้าสู่ถนนการเมืองหลังเกษียณ
เหตุที่คนจับจ้อง จังหวะก้าวการเมืองของ ฉัตรชัย-อดีตปลัด มท. มากเป็นพิเศษ คงเพราะด้วยพื้นฐานบุคลิกทางการเมือง-สังคม ที่เป็นอดีตบิ๊กคลองหลอดสไตล์ ผู้กว้างขวาง มากคอนเน็กชัน ทั้งแวดวงการเมือง ธุรกิจ ข้าราชการประจำ ที่เข้าได้กับทุกขั้วทางการเมือง แม้แต่กับขั้ว ชินวัตร-เพื่อไทย ผสมกับเป็นปลัดมหาดไทยมาหลายปี มีการฝังคนของตัวเองในเครือข่ายสิงห์ดำไว้ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ ตั้งแต่นายอำเภอ-ปลัดจังหวัด-รองผู้ว่าฯ จนถึงผู้ว่าฯ ยันปลัดมหาดไทย-อธิบดีทุกกรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้แวดวงการเมือง เลยจับตามองการตั้งพรรคใหม่ของอดีตปลัดมหาดไทยคนนี้ไม่น้อย แม้ในทางการเมือง ยามเมื่ออดีตบิ๊กข้าราชการเกษียณแล้ว ก็อยู่ในสภาพไร้อำนาจ ไม่สามารถไปให้คุณให้โทษใดๆ ได้ บารมี ก็ย่อมหดหายไปตามธรรมดา บิ๊กฉิ่ง ในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตุลาคมเป็นต้นไป จึงย่อมไม่ใช่ ปลัดฉิ่ง ก่อน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ก.ย.2564&amp;nbsp;ดังนั้นก็ใช่จะเป็นสูตรสำเร็จทางการเมืองเสมอไปว่า อดีตผู้มีอำนาจในวงการข้าราชการประจำมาตั้งพรรคการเมืองแล้วจะประสบความสำเร็จเสมอไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะการเมืองไทยมีให้เห็นมาแล้วหลายตัวอย่าง เช่น กรณี &amp;quot;บิ๊กบัง&amp;quot; พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน อดีตหัวหน้า คมช. ที่มีอำนาจล้นฟ้าหลังรัฐประหาร&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ก.ย.2549&amp;nbsp;แต่ยามเมื่อลงจากหลังเสือ ก็กลายเป็นแค่ทหารเฒ่าที่ไร้บารมี ไม่มีพิษสง จนสุดท้ายการตั้งพรรค มาตุภูมิ ของบิ๊กบัง ตอนเลือกตั้งปี&amp;nbsp;2554&amp;nbsp;พรรคของบิ๊กบังเลยล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ได้ ส.ส.เขตมาแค่คนเดียวกับบิ๊กบังในระบบปาร์ตี้ลิสต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้การตั้งพรรคใหม่ของอดีตปลัดมหาดไทย&amp;nbsp;ฉัตรชัย พรหมเลิศ ก็ใช่ว่าจะการันตีความสำเร็จในอนาคตได้ โดยเฉพาะถ้าไม่มีแบ็กอัพ-กองหนุน&amp;nbsp;ที่ครบเครื่อง ทั้งอำนาจรัฐ-กระสุนดินดำ อีกทั้งต้องมีจุดขายที่สำคัญทางการเมืองที่แตกต่างจากพรรคการเมืองอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงไม่แปลกที่ยังไม่ทันจะเปิดตัวพรรคใหม่ คนที่กำลังดูลู่ทางจะไปเข้าร่วมพรรคใหม่ของ ฉัตรชัย อย่าง พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ พรรค พปชร. เพื่อนร่วมรุ่นตท.12&amp;nbsp;กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงย้ำว่าพรรคการเมืองใหม่ดังกล่าวที่อดีตปลัดมหาดไทยกำลังจะเปิดตัว ต้องเน้นการชูพลเอกประยุทธ์ให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง เพราะถ้าชูเรื่องนี้ โอกาสจะประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ก็มีสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้พรรคใหม่ของอดีตปลัดมหาดไทยดังกล่าวที่ข่าวว่าชื่อ เศรษฐกิจไทย&amp;nbsp;ข่าวบอกว่าตอนนี้ได้อาคารที่ทำการพรรคแล้ว แต่ยังปิดเงียบอยู่ จะยังไม่เปิดตัว แต่เมื่อ บิ๊กฉิ่ง-ฉัตรชัย และคนการเมืองในพลังประชารัฐอย่าง พ.อ.สุชาติ ประกาศพร้อมจะไปร่วมหัวจมท้ายด้วยเพื่อเอาบิ๊กตู่กลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบ โดยตอนนี้ขอนำร่องจะเร่งสร้างฐานเสียงเพื่อรอปักธงในพื้นที่ภาคใต้ไปพลางๆ ก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้มีการวิเคราะห์พื้นที่เลือกตั้งภาคใต้ หลังจากนี้จากคีย์แมนประชาธิปัตย์ ที่เคยเป็นพรรคการเมืองที่ปักหลักยึดพื้นที่เลือกตั้งแบบผูกขาดมาได้ร่วมยี่สิบกว่าปี จนเกิดวาทกรรม ประชาธิปัตย์ส่งเสาไฟฟ้า ก่อนที่เลือกตั้งปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ประชาธิปัตย์จะเสียพื้นที่เลือกตั้งให้กับพลังประชารัฐและภูมิใจไทยแบบล็อกถล่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;สมัย ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ภาคใต้ ที่เพิ่งลาออกเมื่อไม่นานมานี้&amp;nbsp;วิเคราะห์การเมืองการเลือกตั้งหลังจากนี้ โดยเฉพาะหากมีการตั้งพรรคการเมืองใหม่ ที่นำโดยอดีตปลัดมหาดไทย และมีการวางเป้าหมายจะกวาดคะแนนในภาคใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิพิฏฐ์ อ่านสถานการณ์ไว้ว่า การแข่งขันเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ก็เหมือนกับทุกภาค โดย 3 พรรคหลักที่แข่งขันกันหนักก็คือ ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย ที่ยังเป็นพรรคหลักที่แย่งชิงฐานคะแนนในภาคใต้ แต่พรรคไหนจะได้ ส.ส.เท่าไหร่ก็ว่าไป แต่สิ่งที่ต้องระวังก็คือ จะมีคู่แข่งขันพรรคใหม่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ พรรคก้าวไกล ที่คนรุ่นใหม่สนับสนุนเยอะๆ แต่พรรคแบบนี้ประเมินแล้ว คงไม่ได้ ส.ส.ระบบเขต คงจะได้คะแนนในระบบบัญชีรายชื่อ โดยระบบเขตจะยังเป็น 3 พรรคเดิมที่แย่งชิงกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ส่วนพรรคใหม่ของนายฉัตรชัย อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย มองว่าพรรคนี้จะมีฐานการเมือง-ฐานคะแนนเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งระบบการเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ เวลาแข่งขันกันตอนเลือกตั้ง ก็จะสู้กันจริง ไม่สามารถประนีประนอมกันได้ เว้นแต่จะมีการแบ่งพื้นที่กัน เช่น บางเขตเลือกตั้ง พลังประชารัฐส่ง แต่พรรคของนายฉัตรชัยไม่ส่งคนลงเลือกตั้ง แต่หากทั้ง 2 พรรคดังกล่าวส่งคนลงเลือกตั้งหมดทุกเขต โดยเฉพาะในภาคใต้ ก็ไม่น่าจะสู้กันจริง ที่เป็นไปได้ว่าอาจจะมีการแบ่งพื้นที่กัน แต่การทำมันก็ยาก เพราะระบบบัตร 2 ใบไม่เอื้อ ไม่เหมือนกับบัตรใบเดียวตอนเลือกตั้งปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ที่เราได้เห็นกันแล้วกับกรณีของพรรคเพื่อไทยกับพรรคไทยรักษาชาติ ที่แบ่งพื้นที่กันเล่น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงว่า การตั้งพรรคการเมืองของอดีตข้าราชการระดับสูงที่เกษียณแล้วออกมาเล่นการเมือง มาเป็นคีย์แมนตั้งพรรคการเมืองใหม่ มองว่ามีโอกาสจะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน นิพิฏฐ์ ให้ทัศนะว่า ถ้าเป็นการตั้งพรรคโดยแสดงความเป็นเจ้าของหรือเป็นแกนนำพรรค ไม่น่าจะประสบความสำเร็จโดยเฉพาะในยุคนี้ คนที่เกษียณแล้วมาเล่นการเมือง มาตั้งพรรค ไม่น่าจะประสบความสำเร็จ ดูแล้วอาจจะไปได้ไม่ยาว เพราะยุคปัจจุบันการตั้งพรรคการเมืองใหม่ควรต้องตั้งโดยคนรุ่นใหม่ๆ แต่ก็มีข้อยกเว้นบางกรณี เช่น กรณีพรรคการเมืองใหญ่บางพรรค&amp;nbsp;แกนนำพรรคประเมินว่า พรรคของตัวเองอาจจะแตกในอนาคต เลยมีการให้คนไปเตรียมตั้งพรรคการเมืองสำรองไว้เพื่อโยกคนไป แต่ของพลังประชารัฐ เราไม่รู้เขาคิดอย่างไร ก็ไม่ขอก้าวล่วงไปวิจารณ์พรรคการเมืองอื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ว่าหากมีการเลือกตั้ง ในพื้นที่ภาคใต้ ถ้าพรรคพลังประชารัฐกับพรรคการเมืองใหม่ ที่เป็น 2 พรรคซึ่งมีฐานคะแนนเดียวกันแข่งกันเอง&amp;nbsp;ก็จะทำให้คะแนนตัดกันเอง แบบนี้ก็เข้าทางพรรคประชาธิปัตย์เลย ที่จะมีโอกาสชนะการเลือกตั้งในระบบเขตมากขึ้น อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ภาคใต้ ประเมินประเด็นนี้ว่า ยังมองไม่เห็นเหตุผลที่ 2 พรรคนี้จะแข่งขันกันจริง เพราะคนกุมบังเหียน 2 พรรคการเมืองดังกล่าวทั้งพลังประชารัฐและพรรคที่จะตั้งใหม่เป็นคนกลุ่มเดียวกัน การจะให้ 2 พรรคมาแข่งกันเอง ผมจึงมองว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ และโดยเฉพาะภาคใต้ หากเขาแข่งกันจริงๆ ดูแล้วพรรคอดีตปลัดฉิ่ง กับพลังประชารัฐ พรรคใหม่ คงสู้พลังประชารัฐไม่ได้ จึงมองว่าถ้าให้คนภาคใต้เลือกระหว่างสองพรรคนี้ จะต้องดูว่าพลเอกประยุทธ์ถ้าเล่นการเมืองต่ออีก เขาจะอยู่พรรคการเมืองใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าพรรคอดีตปลัดฉิ่งเสนอชื่อพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ แล้วพลังประชารัฐไม่ได้เสนอ คะแนนเสียงก็อาจเทไปที่พรรคอดีตปลัดฉิ่งได้ แต่ถ้าพลังประชารัฐยังเสนอพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ พรรคบิ๊กฉิ่งก็เสนอพลเอกประยุทธ์ไม่ได้แล้ว คะแนนเลือกตั้งที่พรรคใหม่ของอดีตปลัดมหาดไทยตั้งมาก็คงไม่ได้มากในภาคใต้&amp;quot;&amp;nbsp;อดีต ส.ส.ภาคใต้&amp;nbsp;8&amp;nbsp;สมัย ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคการเมืองตั้งใหม่ของอดีตปลัดมหาดไทยจะไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ โดยเฉพาะกับกติกาเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ ที่เป็นระบบเลือกตั้งซึ่งไม่เอื้อทางการเมืองให้กับพรรคตั้งใหม่ ที่ยังไม่มีฐานเสียงเท่าใดนัก โดยเฉพาะหากสุดท้าย &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; วางมือทางการเมืองหรือเดินต่อทางการเมืองไม่ได้ เพราะติดล็อกเงื่อนไขบางอย่าง จนไม่สามารถเซ็นชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ให้กับพรรคการเมืองตอนเลือกตั้งได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซึ่งถ้าเกิดกรณีดังกล่าวขึ้น อย่าว่าแต่พรรคตั้งใหม่ของอดีตปลัดฉิ่งเลยที่จะไม่มีจุดขาย แม้แต่พลังประชารัฐ หากไม่มี ลเอกประยุทธ์เป็นจุดขาย ก็อาจวงแตกเอาได้ง่ายๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118369</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถาการณ์, พรรคใหม่ พันธมิตรพปชร. อ่านไพ่ในมือ&quot;3 ป.&quot;+&quot;บิ๊กฉิ่ง&quot; &quot;ไม่เชื่อสองพรรคจะแข่งกันจริง&quot;</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_6155b11f2a8c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระฆังลั่นจับตาแต่งตั้ง&#039;รองผบก.-สว.&#039; เหล่านักวิ่งขยับจับจองพื้นที่ทองคำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.ของทุกปีเป็นวันสุดท้ายของการทำงาน เป็นวันอำลาชีวิตข้าราชการ ที่ต้องเกษียณไปตามวงรอบทุกองค์กร &amp;ldquo;ตำรวจ&amp;rdquo; เป็นอีกหน่วยงานที่มีบุคลากรปลดหัวโขนตามบทบาทหน้าที่รับผิดชอบมาเกือบทั้งชีวิต ผู้บริหารระดับสูงของ ตร.ที่อำลาชีวิตข้าราชการตำรวจระดับ &amp;ldquo;รอง ผบ.ตร.&amp;rdquo; มีด้วยกัน 2 ท่าน คือ พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก และ พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร รวมทั้ง &amp;ldquo;ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.&amp;rdquo; ไม่ว่า พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร, พล.ต.อ.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตร์, พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ, พล.ต.อ.จารุวัฒน์ ไวศยะ และอีกหลายคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชีวิตข้าราชการเป็นวัฏจักรจากสูงสุดคืนสู่สามัญ เก่าไปใหม่มา เฉกเช่นเดียวกับตำแหน่งที่ว่างลงของ &amp;ldquo;กรมปทุมวัน&amp;rdquo; &amp;nbsp;2 เก้าอี้ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้ช่วย ผบ.ตร.เตรียมเริ่มรับตำแหน่งใหม่ประดับยศเป็น &amp;ldquo;พล.ต.อ.&amp;rdquo; วันที่ 1 ต.ค.ที่จะถึงนี้ เช่นเดียวกันกับตำแหน่ง &amp;ldquo;ผช.ผบ.ตร.&amp;rdquo; ที่เลื่อนชั้นมีโอกาศก้าวขึ้นถึงตำแหน่งสูงสุดขององค์กรตำรวจ ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่สไลด์เข้าตำแหน่งหลัก หลังจากกลับเข้ารับราชการตำรวจอีกครั้ง นั่งเก้าอี้ที่ปรึกษา สบ.9 มาสักพัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำแหน่ง &amp;ldquo;แม่ทัพเมืองหลวง&amp;rdquo; พล.ต.ต.สำราญ นวลมา รอง ผบช.น.รับไม้ต่อจาก พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ที่ได้รับความไว้วางใจด้านความมั่นคง โดยเฉพาะรับมือกับ &amp;ldquo;ม็อบ&amp;rdquo; ขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้พ้นจากตำแหน่ง ที่จัดขึ้นแทบไม่เว้นวันทั้งจากรุ่นใหญ่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำ นปช. นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด หรือของกลุ่มคนรุ่นใหม่ของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล นายอานนท์ นำภา กลุ่มทะลุฟ้าของนายจตุภัทร์ บุญภัทร์รักษา หรือ ไผ่ดาวดิน เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย ของนายนันทพงศ์ ปานมาศ และกลุ่มต่างๆ ที่นิยมความรุนแรงแยกตัวออกมา ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มทะลุแก๊ส กลุ่มทะลุก๊าช กลุ่มอาชีวะไม่เอาเผด็จการ ที่คอยสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายรายวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ &amp;ldquo;นายพล&amp;rdquo; จบสิ้นไป เข้าสู่วาระการแต่งตั้งระดับ รองผู้บังคับการถึงสารวัตร (รอง ผบก.-สว.) ที่สำนักงานกำลังพล ได้มีหนังสือบันทึกข้อความถึง ผบช.หรือตำแหน่งเทียบเท่า ผบก.ในสังกัด สง.ผบ.ตร.หรือตำแหน่งเทียบเท่า ให้หน่วยงานปรับปรุงฐานข้อมูลข้าราชการตำรวจระดับ สว.-รอง ผบก.ให้เป็นปัจจุบันจัดส่งข้อมูลให้ ตร.ผ่าน (สกพ.) เพื่อประกอบการดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ สาระสำคัญคือ 1.ข้อมูลตำแหน่งทั่วไปและตำแหน่งเฉพาะทางในระดับ สว.-รอง ผบก. รวมถึงตำแหน่งควบปรับระดับเพิ่ม-ลดได้ในตัวเองที่มีการกำหนดกรอบตำแหน่ง โดยจัดกลุ่มตามลักษณะงานหรือลักษณะหน้าที่ที่ว่าง ณ วันที่ 1 ต.ค.64 2.ข้อมูลการกันตำแหน่งสำหรับรองรับข้าราชการตำรวจที่ ตร.รับโอนมา หรือได้มีการบรรจุและแต่งตั้ง หรือการบรรจุกลับเข้ารับราชการ หรือกรณีอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ข้อมูลข้าราชการตำรวจระดับรอง สว.ที่มีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งครบถ้วนเลื่อนดำรงตำแหน่งสูงขึ้น ถึงระดับรอง ผบก.ในสังกัด ที่ต้องหารือถูกฟ้องคดีอาญา คดีแพ่ง หรือคดีปกครอง หรือถูกดำเนินการทางวินัย หรือถูกดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือข้อมูลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือคณะกรรมการ ป.ป.ท.ชี้มูลความผิด 4.ข้อมูลข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องกรณีที่มีการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2558 ลง 22 ก.ค.58 เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทาง และการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายสถานบริการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.ข้อมูลลำดับอาวุโสข้าราชการตำรวจระดับรอง สว.ถึง ผกก.ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในวาระประจำปี 2564 และ 6.ตรวจสอบความถูกต้องของทำเนียบข้อมูลข้าราชการตำรวจระดับรอง สว.ถึงรอง ผบก.หากมีข้อมูลที่ต้องแก้ไขให้จัดทำบัญชีสรุปรายการตามรูปแบบที่กำหนด โดยให้จัดส่งข้อมูลตามข้อ 1-6 พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยัง ตร. (ผ่าน สกพ.) ภายใน 30 ก.ย.64
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแต่งตั้งระดับรอง ผบก.-สว. ถือเป็นไฮไลต์ไม่แพ้ระดับ &amp;ldquo;นายพล&amp;rdquo; โดยเฉพาะระดับ &amp;ldquo;ผกก.&amp;rdquo; พื้นที่เกรดเอหรือพื้นที่ทองคำ ซึ่งพื้นที่ทำเงินของเหล่าสีกากีเป็นที่หมายปองของทุกคน ใครก็อยากเข้าไปนั่ง การแต่งตั้งระดับ ผกก.นี้แหละคือตัวทำเงินของคนบางกลุ่มในรั้วกรมปทุมวันและผู้มากบารมีนอกรั้วปทุมวัน และปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ถ้าแบ่งตามโซนพอเห็นภาพในนครบาลก็คงไม่พ้น สน.ทองหล่อ บางรัก มักกะสัน คลองตัน ลุมพินี ห้วยขวาง ซึ่งเป็นแหล่งธุรกิจและสถานบันเทิง ภาค 1 น้องเมืองหลวงที่น่าจับตามอง จ.นนทบุรี จ.เมืองปทุมธานี ภาค 2 ฝั่งตะวันออกทำเลทองสถานท่องเที่ยวแหล่งอุตสาหกรรม จ.ระยอง จ.ชลบุรี ภาค 5 จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ มีเขตติดต่อเพื่อนบ้านผลประโยชน์จากแรงงานต่างด้าว สินค้าหลบหนีภาษีเม็ดเงินจำนวนมหาศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาค 6 ภาคเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะเมืองปากน้ำ จ.นครสวรรค์ ที่เป็นข่าวครึกโครม อดีต ผกก.โจ้ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ที่ตกเป็นผู้ต้องหาส่วนหนึ่งมาจากการขัดแย้งผลประโยชน์จากสถานบันเทิง บ่อนการพนัน และ จ.ตาก ล้วนเป็นเงินทั้งนั้น ภาค 7 หลายโรงพักเป็นที่เย้ายวนนักวิ่งอย่างพื้นที่ จ.นครปฐม จ.กาญจนบุรี ชายแดนติดประเทศเพื่อนบ้าน เม็ดส่วยจากขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าว รวมทั้ง จ.สมุทรสาคร ถ้านั่งเก้าอี้ ผกก.โรงพักใดโรงพักหนึ่งก็ไม่น้อยหน้าโรงพักใดทั้งสิ้น ภาค 8 มีแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ทั้งที่ จ.กระบี่ จ.พังงา นครศรีธรรมราช จ.ภูเก็ต จ.สุราฎร์ธานี นักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งที่ถูกกฎหมายและแฝงตัวเข้ามาแบบผิดกฎหมาย ทั้งที่มาท่องเที่ยวทำธุรกิจทั้งที่ถูกกฎหมายและสีเทา ตั้งตัวเป็นผู้มีอิทธิพลแฝงขบวนการคนร้ายข้ามชาติ ยอมควักกระเป๋าเพื่ออำนวยความสะดวก ซึ่งล้วนแต่เป็นแหล่งทำเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจหลายปีที่ผ่านมาเป็นตราบาปของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อถูกมองว่ามีการซื้อขายตำแหน่งวิ่งเต้นเพื่อโยกย้ายจนเป็นมะเร็งร้ายในองค์กร ย้ายแบบผิดฝาผิดตัว ย้ายข้ามหน่วย ย้ายข้ามหัวผู้อาวุโส คนทำงานไม่ได้รับการพิจารณา เกิดความร้าวฉานในองค์กร ถึงแม้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะออกมายืนยันว่าทุกปีไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง แต่ทุกครั้งหลังการแต่งตั้งจะมีตำรวจหลายหน่วยออกมาโวยวายจ่ายเงินแล้วกลับไม่ได้รับการแต่งตั้ง เป็นเรื่องที่สังคมรับรู้ เพียงแต่ไม่มีหลักฐานในการตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับตาการแต่งตั้งครั้งนี้เมื่อระฆังลั่น เหล่าบรรดานักวิ่งได้เตรียมตัวใส่รองเท้าวางตัวกันแล้ว บางคนใส่สเกตรอแล้ว แต่แว่วว่าบางคนใช้วิธีลัดขึ้นลิฟต์ด้วยซ้ำ ราคาค่างวดเก้าอี้ทองคำครั้งที่ผ่านๆ มาอยู่ที่ 5-10 ล้านปลายๆ แต่ด้วยสถานการณ์โควิดระบาด เก็บได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยก็ขึ้นอยู่กับทั้ง 2 ฝ่ายจะคุยกัน แต่ฟันธงเก้าอี้ ผกก.พื้นที่ทองคำ ถ้ากำลังไม่ถึงยากที่จะฝ่าด่านเข้าไปได้ นอกจากจะถือตั๋ว ตั๋วนาย ตั๋วนักการเมือง แม้แต่ตั๋วนอกรั้วปทุมวัน แต่ไม่ต้องถามหาหลักฐานไร้ใบเสร็จ หลายตั๋วมารูปแบบอสังหาริมทรัพย์ พระเครื่อง รถคันหรู ตีเป็นราคาค่างวด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแต่งตั้งระดับรอง ผบก.-สว. จะเป็นหน้าที่ของ บช.เป็นผู้จัดทำโผ แต่ &amp;ldquo;บิ๊กปั๊ด&amp;rdquo; พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ในฐานะผู้นำองค์กร คงต้องตรวจการบ้านผู้ใต้บังคับบัญชาให้ยึดธรรมาภิบาลตามหลักอาวุโส 33 เปอร์เซ็นต์ ความรู้ความสามารถอีก 67 เปอร์เซ็นต์ แต่งตั้งคนให้เหมาะสมกับงานแล้วผลประโยชน์จะตกไปอยู่กับประชาชนและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118149</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถาการณ์, ระฆังลั่นจับตาแต่งตั้ง&#039;รองผบก.-สว.&#039; เหล่านักวิ่งขยับจับจองพื้นที่ทองคำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_61530e7846c4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดร่างจริยธรรม ขรก.การเมือง ยุค ‘บิ๊กตู่’ ต้องซื่อสัตย์-ไม่แทรกแซง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังหลายปัญหาเข้ามาวัดฝีมือการทำงานของรัฐบาลในห้วงปัจจุบัน ทุกฝ่ายต่างจับจ้องมาที่การทำงานของภาครัฐ ทำให้หัวหน้ารัฐบาลอย่าง &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต้องปรับกำลังในการขับเคลื่อนให้สอดรับกับงานที่หนักขึ้น รวมถึงต้องเพิ่มความเข้มงวดด้านมาตรฐานจริยธรรมของผู้ปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันข้อครหาในการปฏิบัติงานที่ไม่โปร่งใส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้ช่วงนี้มีการออกประมวลจริยธรรมของข้าราชการหลายหน่วยงานต่อเนื่อง ทั้งประมวลจริยธรรมข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2564 ที่ประกาศใช้เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา และล่าสุดยังออกร่างแก้ไข &amp;ldquo;ประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ก่อนหน้านี้ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นผู้ยกร่างประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมืองขึ้น และสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประมวลจริยธรรมสำหรับข้าราชการการเมืองไปแล้ว พร้อมทั้งผ่านกระบวนการปรับแก้ให้เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และร่างฉบับแก้ไขดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งสาระสำคัญของร่างประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมืองฉบับแก้ไขดังกล่าว เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์การประพฤติปฏิบัติอย่างมีคุณธรรมของข้าราชการการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยได้ปรับแก้เพิ่มเติม คือ 1.เพิ่มพฤติกรรมการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ.2540 เพื่อให้ข้าราชการการเมืองต้องดำรงตนโดยเปิดเผย หรือให้ข้อมูลข่าวสาร อันอยู่ในความรับผิดชอบของตนอย่างถูกต้องครบถ้วนและไม่บิดเบือนแก่ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; และ 2.เพิ่มเติมถ้อยคำ &amp;ldquo;การดำเนินการทางวินัย&amp;rdquo; โดยกำหนดให้ข้าราชการการเมืองต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ใช้สถานะหรือตำแหน่งการเป็นข้าราชการการเมือง เข้าก้าวก่ายหรือแทรกแซงเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ร่างประมวลจริยธรรมฯ จะนำไปใช้บังคับกับบุคคลหรือผู้ปฏิบัติงานให้แก่ข้าราชการการเมืองในตำแหน่งที่ปรึกษาหรือตำแหน่งอื่นๆ ที่รัฐมนตรีแต่งตั้งนอกเหนือจากที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ.2535 และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี พ.ศ.2546&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสาระสำคัญของร่างประมวลจริยธรรมฯ ที่ข้าราชการการเมืองต้องปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.กำหนดให้ข้าราชการการเมืองต้องยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศอันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2.กำหนดให้ข้าราชการการเมืองต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสำนึกที่ดีและรับผิดชอบต่อหน้าที่ 3.กำหนดให้ข้าราชการการเมืองต้องกล้าตัดสินใจและกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม 4.กำหนดให้ข้าราชการการเมืองต้องดำรงตนโดยเปิดเผย หรือให้ข้อมูลข่าวสารอันอยู่ในความรับผิดชอบของตนอย่างถูกต้องครบถ้วน และไม่บิดเบือนแก่ประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.กำหนดให้ข้าราชการการเมืองต้องยึดถือประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม และมีจิตสาธารณะ 6.กำหนดให้ข้าราชการการเมืองต้องปฏิบัติหน้าที่โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน โดยต้องดำรงตน ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.กำหนดให้ข้าราชการการเมืองต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ และไม่ใช้สถานะหรือตำแหน่งการเป็นข้าราชการการเมืองเข้าก้าวก่ายหรือแทรกแซงเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัย และ 8.กำหนดให้ข้าราชการการเมืองต้องดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดี และรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้เมื่อร่างดังกล่าวมีผลประกาศใช้ ก็คาดว่าจะเห็นการทำงานของข้าราชการการเมือง ที่สร้างความเชื่อมั่นในสายตาประชาชนได้อีกขั้นหนึ่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118036</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถาการณ์, เปิดร่างจริยธรรม ขรก.การเมือง ยุค ‘บิ๊กตู่’ ต้องซื่อสัตย์-ไม่แทรกแซง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_6151c66ce81d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.แตกแยก เหตุแห่งการยุบสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเมืองช่วงนี้วนลูปอยู่กับอาฟเตอร์ช็อกจากศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ กลุ่มก่อการล้ม &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่สำเร็จ ก็ต้องเป็นกบฏ และอีกฝ่ายย่อมต้องเอาคืนเป็นธรรมดา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การเอาคืนกันไปมาไม่รู้จักจบสิ้น ทำให้ &amp;ldquo;พรรคพลังประชารัฐ&amp;rdquo; เกิดความแตกแยก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อ &amp;ldquo;พลังประชารัฐ&amp;rdquo; ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลแบ่งเป็นก๊ก ย่อมส่งผลกระทบถึงภาพรวมการบริหารประเทศ และการทำงานในสภาฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้อาจยังไม่ชัดเจนว่า &amp;ldquo;ยุบสภา&amp;rdquo; จะเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะเหตุการณ์ก่อกบฏเกิดขึ้นได้ไม่เท่าไหร่ก็ปิดสมัยประชุมรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ๆๆ อีกเดือนนิดหน่อยก็จะเริ่มเปิดประชุมอีกสมัยหนึ่ง หากในวันนั้นการโหวตกฎหมายใดๆ เริ่มมีอุปสรรค นั่นแหละคือ &amp;ldquo;สัญญาณ&amp;rdquo; ฉะนั้น ระหว่างนี้จึงเป็นเวลาทอง สมานแผลระหว่างคนของ &amp;ldquo;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ&amp;rdquo; กับคนของ &amp;ldquo;พล.ประยุทธ์&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ความคืบหน้าในการแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งสำคัญที่ต้องจับตา เพราะเป็นการวางกติกาใหม่ในการเลือกตั้งรอบหน้า ซึ่งแต่ละพรรคการเมืองช่วงชิงเขียนกติกานี้ให้ตัวเองได้เปรียบมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสียงส่วนใหญ่มองตรงกันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา&amp;nbsp;83&amp;nbsp;เปลี่ยนไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ&amp;nbsp;และมาตรา 91&amp;nbsp;การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรัฐสภามีมติเห็นชอบในวาระ 3 ไปแล้วเมื่อวันที่&amp;nbsp;10 ก.ย.&amp;nbsp;จะทำให้พรรคเพื่อไทยกลับมาผงาดอีกครั้ง&amp;nbsp;เผลอๆ เพื่อไทยจะแลนสไลด์เสียด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หนทางทางการเมืองมันยากเย็นกว่านั้น เพราะยังมีอีกด่านที่จะต้องฟาดฟันกัน คือการออกแบบวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หรือ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ในกฎหมายลูกเลือกตั้ง ส.ส.นั่นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากไม่มีผู้ใดนำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภามีมติเห็นชอบไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อพ้นกำหนดยื่นเรื่องของให้ศาลตีความวินิจฉัย&amp;nbsp;15 วัน นับจากที่โหวตวาระ 3 กันเรียบร้อย เท่ากับว่าเริ่มต้นเดินหน้ากระบวนการแก้ไขกฎหมายลูก ส.ส.ได้อย่างเป็นทางการ ในที่นี้พ้นกำหนดวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ก.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้พรรคการเมืองก็มีไอเดียในใจของตัวเองแล้วว่า จะใช้วิธีการคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ จำนวน&amp;nbsp;100 คน อย่างไร&amp;nbsp;โดยเฉพาะการกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำว่า&amp;nbsp;ต้องได้คะแนนอย่างน้อยเท่าไหร่ถึงจะได้ ส.ส.&amp;nbsp;1 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของพรรคเพื่อไทยแว่วมาว่ามีหรือไม่มีก็ได้
ส่วนพรรคพลังประชารัฐ &amp;ldquo;ไพบูลย์ นิติตะวัน&amp;rdquo; เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ในแนวทางจะใช้เหมือนกับการเลือกตั้งปี 2554&amp;nbsp;ที่กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำที่&amp;nbsp;1%&amp;nbsp;โดยคะแนนเฉลี่ยของบัตรบัญชีรายชื่อของทุกพรรครวมกันทั้งประเทศ มาคำนวณหาจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคได้รับ เช่น การเลือกตั้งปี&amp;nbsp;2554&amp;nbsp;คะแนนพรรค ได้รวม&amp;nbsp;3.5&amp;nbsp;ล้านคะแนน หากคิดฐาน&amp;nbsp;1%&amp;nbsp;จะเท่ากับ&amp;nbsp;3.5แสนคะแนน ถือเป็นคะแนนที่นำมาคำนวณเป็น ส.ส.พึงมีของแต่ละพรรค หากพรรคใดได้คะแนนต่ำกว่า&amp;nbsp;3.5&amp;nbsp;แสนคะแนน จะไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ด้านพรรคประชาธิปัตย์ &amp;ldquo;ราเมศ รัตนะเชวง&amp;rdquo; บอกว่า ขอดูทิศทางลมก่อนว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะออกแบบอย่างไร เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ทว่า &amp;ldquo;ราเมศ&amp;rdquo; กล่าวในเรื่องนี้เพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐธรรมนูญที่ได้แก้ไขครั้งล่าสุด ไม่ได้มีการกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำเอาไว้ มีแต่เพียงกำหนดว่า การคํานวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อต้องสัมพันธ์กันกับจำนวน ส.ส.เท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น คะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อของทุกพรรครวมกันทั้งประเทศมี 40 ล้านคะแนน ก็จะต้องนำ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จำนวน&amp;nbsp;100 คน ไปหาร ผลลัพธ์ คือ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน จะต้องใช้ 4 แสนคะแนน จากนั้นจึงนำไปเทียบบัญญัติไตรยางค์กับคะแนนที่พรรคได้รับต่อไป เป็นต้น&amp;rdquo;
เมื่อสถานการณ์เป็นดั่งข้างต้น จึงดูเหมือนว่าหน้าตากฎหมายลูกฉบับนี้จะเป็นรูปแบบใดขึ้นอยู่กับ ครม. และปัจจัยสำคัญอีกหนึ่งปัจจัยคือ &amp;ldquo;พลังประชารัฐ&amp;rdquo; ที่ตอนนี้ขัดแย้งกันอยู่ จะเล่นแง่ ยืนตรงข้ามกับ ครม. ซึ่งมี &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์&amp;rdquo; เป็นหัวโต๊ะ หรือไม่ด้วย
หากพรรคแกนนำรัฐบาลยังเคลียร์สมานใจเป็นหนึ่งเดียวไม่ได้ อุณหภูมิการเมืองในสภาคงจะระอุขึ้นอีกรอบ ในทางเลวร้ายที่สุด แก้ กม.ลูกไม่ได้ อะไรจะเกิดขึ้น เพราะเมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้ของใหม่ ส.ส.แบ่งแบบเขตมี&amp;nbsp;400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อมี 100&amp;nbsp;คน แต่ถ้ากฎหมายลูกที่ต้องแก้ไขเพื่อรองรับรัฐธรรมนูญเกิดอุบัติเหตุกลางคัน และยังคงเป็นแบบเดิม กล่าวคือ ยังคงยึดตัวเลข ส.ส.แบ่งแบบเขต&amp;nbsp;350&amp;nbsp;คน และปาร์ตี้ลิสต์&amp;nbsp;150 คน อาจย้อนแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่
กวาดสายตาไปทั่วๆ ทุกวันนี้ทุกภาคส่วนของการเมืองเหมือนเตรียมตัวในการเลือกตั้งทั่วไป ส.ส.มีการแก้กติกา ทั้งรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกฉบับต่างๆ ฝั่งรัฐบาลตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร เคลื่อนไหว ลงพื้นที่พบชาวบ้าน ฝากฝั่งพรรคร่วมรัฐบาลอย่าง &amp;ldquo;ประชาธิปัตย์&amp;rdquo; ที่ผ่านมาออนทัวร์ใต้ฝั่งอันดามัน และเร็ววันนี้วางแผนขึ้นเหนือ
ประกอบกับปลดล็อกเลือกตั้งท้องถิ่น สนาม อบจ.ผ่านไปแล้ว และในเดือน พ.ย.กำลังจะเลือกตั้ง อบต. แม้จะสะท้อนความนิยมของพรรคไม่ได้มากเท่าไหร่ แต่ก็พอวัดความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อพรรคนั้นๆ ได้ในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ก็ยังเหลือสนามใหญ่อย่างการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอีกหนึ่งสนาม ซึ่งสามารถวัดความนิยมพรรคผ่านผู้สมัครในนามพรรคได้เป็นอย่างดี
ถ้าหากประชาชนส่วนใหญ่ยังพอใจในรัฐบาลนี้ ปีหน้าอาจมีการเลือกตั้งใหญ่ เหมือนที่ &amp;ldquo;พล.อ.ประวิตร&amp;rdquo; หลุดปากเมื่อครั้งลงพื้นที่ที่จังหวัดอยุธยาก็ได้ หรือจะอยู่ครบ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปีก็ได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับศิลปะของนายกฯ ตู่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117757</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถาการณ์, พปชร.แตกแยก เหตุแห่งการยุบสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210924/image_big_614dc3ae64f70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117665</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลื่นสงบ!นับถอยหลัง“เรือดำน้ำ” ยุค“บิ๊กเฒ่า”ชูธง“กลับมารักกัน”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากกองทัพเรือถอนงบประมาณโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ (ลำที่ 2 และ 3) วงเงินรวม 22,500 ล้านบาท ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติรายจ่ายประจำปี 2565 เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา น่าจะเป็นสัญญาณชัดในการบ่งชี้ว่าในช่วง 3-5 ปีต่อจากนี้การจัดหาเรือดำน้ำเพิ่มเติมคงเป็นเรื่องยาก ทั้งจากสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ความจำเป็นในการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาโควิดที่ยังไม่จบไม่สิ้น ยังไม่นับภาระหนี้ก้อนโตในอนาคตที่ต้องจัดการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายใต้สถานการณ์ด้านความมั่นคงในภูมิภาค โดยเฉพาะพื้นที่ทะเลจีนใต้ กลุ่มพันธมิตรมหาอำนาจกำลังจับมือกันเหนียวแน่นในเผชิญหน้ากับจีน แม้ปัจจุบันยังไม่ถึงจุดแตกหัก แต่ครั้งนี้นับได้ว่าตึงเครียดที่สุดนับแต่สงครามเกาหลีเป็นต้นมา ในส่วนของประเทศไทยนั้นแม้ไม่ใช่คู่ขัดแย้งแต่ก็ต้องติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด เพราะเพื่อนบ้านอาเซียนหลายประเทศเป็นคู่พิพาท แม้ไทยไม่ได้รับผลกระทบทางตรงแต่อาจมีผลทางอ้อมก็เป็นได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น การเสริมสร้างกำลังทางเรือจึงมุ่งเน้นความพร้อมรบทุกมิติเพื่อรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล พร้อมสร้างภาวะสมดุลกับประเทศรอบบ้านยังคงเดินหน้าต่อไป การมีเรือดำน้ำเข้าประจำการในต้นปี 2567 นี้เพียง 1 ลำ แม้ไม่เป็นไปตามแผนแต่ก็ถือว่าเป็นความก้าวหน้าในระดับหนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เหตุที่เราต้องมีเรือดำน้ำ 3 ลำนั้น เพราะเมื่อลำแรกออกปฏิบัติการในพื้นที่ ลำที่สองจำเป็นต้องสแตนด์บายเมื่อลำแรกเข้ามา ลำที่สองก็เข้าไป นั่นแสดงว่าจะมีเรือดำน้ำปฏิบัติการในพื้นที่ตลอดเวลา ส่วนลำที่สามจะเข้าสู่การส่งกำลังบำรุง หรือซ่อมทำ นี่คือแผนงานที่เรียกว่าสมบูรณ์แบบ แต่หากมีเพียงลำเดียวเราก็ต้องยอมรับในขีดจำกัด เมื่อเราปฏิบัติภารกิจได้ถึงระยะเวลาหนึ่งพื้นที่ตรงนั้นก็จะว่างเว้นจากการปฏิบัติงานของเรือดำน้ำไป&amp;rdquo; พล.ร.อ.เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคืบหน้าในการต่อเรือดำน้ำ S26T จากประเทศจีน หลังทยอยชำระเงินงวดตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา อู่ต่อเรือที่เมืองอู่ฮั่นซึ่งปิดไปชั่วคราวจากการระบาดของโควิดรอบแรกได้กลับมาดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จึงอาจส่งมอบล่าช้าไปจากเดิมเล็กน้อย คือ จากปี 2566 ไปช่วงต้นปี 2567 ตามที่ พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือได้พูดไว้เมื่อโอกาสครบรอบวัน &amp;ldquo;เรือดำน้ำ&amp;rdquo; เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทร.จะมีเรือดำน้ำเข้ามาประจำการในปี 2567 ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากำลังพลของกองทัพเรือมุ่งมั่น ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ กำลังสติปัญญาอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อเสริมสร้างและดำรงไว้ซึ่งเรือดำน้ำให้ ทร.มีสมรรถนะและขีดความสามารถในการปฏิบัติการทางเรือทุกมิติ&amp;rdquo; ผบ.ทร. ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยกองทัพเรืออนุมัติการสร้างอู่ซ่อมบำรุง-อู่จอดเรือที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรีไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการในระยะที่ 1 คือ การเตรียมพื้นที่ และกำลังคัดเลือกผู้เข้าดำเนินการในระยะที่ 2 รวมไปถึงการเตรียมพร้อมในด้านของกำลังพลประจำเรือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ปลายเดือนกันยายนนี้ บิ๊กอุ้ย พล.ร.อ.ชาติชาย จะเกษียณอายุราชการ โดยมี บิ๊กเฒ่า พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย มารับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือคนใหม่ ถือเป็น &amp;ldquo;โผข้ามห้วย&amp;rdquo; เพื่อคืนความชอบธรรมให้ที่ถูกเตะออกไปเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหมมาหลายปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2 ปีนับจากนี้ หลังจาก กองทัพเรือ เจอ &amp;ldquo;ศึกใน-ศึกนอก&amp;rdquo; อย่างหนัก คงต้องหันกลับมาตั้งหลักใหม่ให้ทุกอย่างเข้ารูปเข้ารอย และเตรียมพร้อมองค์ประกอบอื่นๆ ก่อนที่เรือดำน้ำจะเข้าประจำการ และยังต้องจัดระบบงบประมาณที่ ทร.ถูกตัดไปหลายรอบ จนมีผลกระทบต่อการบริหารจัดการหน่วยในภาพรวมให้ดำรงภารกิจปกติให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารรอบนี้ถูกจับตามองจากคนในกองทัพเรือค่อนข้างมาก หลังเกิด &amp;ldquo;คลื่นใต้น้ำ&amp;rdquo; ช่วงที่ บิ๊กลือ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ อดีต ผบ.ทร. ใช้สูตร &amp;ldquo;เลือกไข่ใส่ตะกร้า&amp;rdquo; จัดวางคนจนกลายเป็น &amp;ldquo;บาดแผลร้าวลึก&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผูกพันโยงใย กระทบชิ่งไปยังโครงการจัดหายุทโธปกรณ์ในช่วง บิ๊กลือ เริ่มต้นไว้ เมื่อข้อมูลไปถึงมือ ฝ่ายค้าน และถูกนำไปพูดในสภาฯ ระหว่างการอภิปรายงบประมาณฯ เลยไปถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะ รมว.กลาโหม จน กองทัพเรือ กลายเป็นเป้าหมายใหญ่และจำเลยสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนีไม่พ้นที่ เรือดำน้ำ จะเป็นผู้ร้ายเบอร์หนึ่ง ไม่นับโครงการอีกหลายอย่างถูกตั้งคำถามเรื่องความไม่คุ้มค่าและความไม่เหมาะสมในการจัดซื้อ ท่ามกลางวิกฤตงบประมาณในช่วงที่คนไทยกำลังเจอกับโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเดือนตุลาคมนี้เมื่อคลื่นลมในกองทัพเรือจะสงบลง ด้วยการสมานแผล-รอยร้าวที่เกิดขึ้นจากปมการเลื่อนลด-ปลดย้ายให้เข้าที่เข้าทาง ด้วยการที่ บิ๊กเฒ่า จะใช้นโยบาย &amp;ldquo;ให้กลับมารักกันเหมือนเดิม&amp;rdquo; เพื่อสามารถสร้างความกลมเกลียว-สามัคคีให้กลับคืนมาสู่กองทัพเรืออีกครั้ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นความหวังว่ากองทัพเรือในยุคที่ต้องรับมือกับโจทย์ใหม่ๆ ของประเทศและภูมิภาค จะจับมือกันเป็นหนึ่งเดียวผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ ไปได้อย่างราบรื่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117665</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถาการณ์, คลื่นสงบ!นับถอยหลัง“เรือดำน้ำ” ยุค“บิ๊กเฒ่า”ชูธง“กลับมารักกัน”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614c76370dfe4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;บิ๊กป้อม&quot; VS &quot;บิ๊กตู่&quot; วัดพลังยึดมุ้ง พปชร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากพี่น้อง 2&amp;nbsp;ป. &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกฯ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;รมว.กลาโหม&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป๊อก&amp;quot;&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;ถือเป็น&amp;nbsp;2 ใน 3&amp;nbsp;หุ้นส่วนพี่น้อง&amp;nbsp;3 ป.&amp;nbsp;ในพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;ที่ก่อนหน้าเกือบตกเก้าอี้&amp;nbsp;ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ&amp;nbsp;เนื่องจากขาใหญ่ใน พปชร.คิดก่อการใหญ่&amp;nbsp;แต่สุดท้ายด้วยพลังใต้ดินของนายกฯ&amp;nbsp;และพรรคร่วมรัฐบาลพลิกสถานการณ์&amp;nbsp;ช่วยให้รัฐบาลผ่านพ้นวิกฤตไปได้&amp;nbsp;
ตามมาด้วย&amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ&amp;quot;&amp;nbsp;ใช้อำนาจเช็กบิล&amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัส&amp;nbsp;พรหมเผ่า&amp;nbsp;และนางนฤมล&amp;nbsp;ภิญโญสินวัฒน์&amp;nbsp;ลูกน้องคนสนิทของ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot;&amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกฯ&amp;nbsp;และหัวหน้า พปชร.ออกจากตำแหน่ง รมช.โดยไม่บอกกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;
จนพี่ใหญ่ควันออกหู&amp;nbsp;ท่ามกลางภูเขาไฟที่กำลังปะทุรอวันระเบิด&amp;nbsp;หลังจาก&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot;&amp;nbsp;ยังเลือกใช้บริการของ&amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัส&amp;nbsp;ทำงานเลขาธิการพรรค&amp;nbsp;และนางนฤมลนั่งคุมเหรัญญิกให้พรรคต่อไป&amp;nbsp;โดยไม่สนใจว่าน้องๆ 2&amp;nbsp;ป.จะหวาดระแวงหรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิหนำซ้ำยังตั้ง&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กน้อย&amp;quot;&amp;nbsp;พล.อ.วิชญ์&amp;nbsp;เทพหัสดิน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อยุธยา&amp;nbsp;น้องรักอีกคนของหัวหน้า พปชร.นั่งเก้าอี้ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค&amp;nbsp;พปชร.เพื่อกระชับอำนาจ&amp;nbsp;และคาดว่าป้องกัน&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป๊อก&amp;quot;&amp;nbsp;เข้ามายึดพรรค&amp;nbsp;หลังเจ้าตัวปรับท่าทีเข้ามาใกล้ชิด&amp;nbsp;ส.ส.มากขึ้น&amp;nbsp;ลดระยะห่างความสัมพันธ์เพื่อเข้ามาควบคุม พปชร.ใช่หรือไม่
เนื่องจากพี่น้อง 2&amp;nbsp;ป.ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีสายตึกไทยคู่ฟ้า&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;นายสุชาติ&amp;nbsp;ชมกลิ่น รมว.แรงงาน&amp;nbsp;นายชัยวุฒิ&amp;nbsp;ธนาคมานุสรณ์&amp;nbsp;รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;นายสันติ&amp;nbsp;พร้อมพัฒน์&amp;nbsp;รมช.คลัง&amp;nbsp;ดูแล&amp;nbsp;ส.ส.ในสัดส่วน&amp;nbsp;เบื้องต้น 1 ต่อ 10&amp;nbsp;หรือมากกว่านั้น&amp;nbsp;รวมทั้งรัฐมนตรีกลุ่มสามมิตร&amp;nbsp;ทั้งนายสุริยะ&amp;nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;nbsp;รมว.อุตสาหกรรม&amp;nbsp;นายสมศักดิ์&amp;nbsp;เทพสุทิน&amp;nbsp;รมว.ยุติธรรม&amp;nbsp;อนุชา&amp;nbsp;นาคาศัย&amp;nbsp;รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ให้รับผิดชอบดูแลเกือบ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
พร้อมขีดเส้นใต้ว่า&amp;nbsp;&amp;quot;หาก ส.ส.ในความรับผิดชอบ&amp;nbsp;มีปัญหาต้องการหารือก็สามารถเข้าพบกับนายกฯ ได้โดยไม่มีการปิดกั้น&amp;quot;
ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;นายกฯ&amp;nbsp;และรัฐมนตรีมหาดไทยยังลงพื้นที่ตรวจราชการอย่างต่อเนื่องในฐานเสียงที่มี ส.ส.พปชร.ที่มีฐานเสียงสนับสนุนนายกฯ&amp;nbsp;หลังลงพื้นที่&amp;nbsp;จ.สมุทรปราการ&amp;nbsp;จ.ชัยนาท&amp;nbsp;และ จ.ชลบุรี&amp;nbsp;โดยวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;จะไปตรวจราชการ&amp;nbsp;เยี่ยมเยียนประชาชน&amp;nbsp;ติดตามปัญหาน้ำท่วมหลายพื้นที่ของ&amp;nbsp;จ.สุโขทัย&amp;nbsp;พื้นที่ของนายสมศักดิ์&amp;nbsp;แกนนำกลุ่มสามมิตร&amp;nbsp;ฐานเสียงของพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;และพื้นที่ก่อนหน้า&amp;nbsp;ที่มีรัฐมนตรีและ&amp;nbsp;ส.ส.พรรคกลุ่มสนับสนุนนายกฯ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นายอนุชา&amp;nbsp;นาคาศัย&amp;nbsp;รมต.ประจำสำนักนายกฯ&amp;nbsp;(จ.ชัยนาท) นายสุชาติ&amp;nbsp;ชมกลิ่น&amp;nbsp;รมว.แรงงาน&amp;nbsp;นายอิทธิพล&amp;nbsp;คุณปลื้ม&amp;nbsp;รมว.วัฒนธรรม&amp;nbsp;(จ.ชลบุรี)&amp;nbsp;และพื้นที่ ส.ส.พปชร.&amp;nbsp;(จ.สมุรปราการ)&amp;nbsp;&amp;nbsp;
รวมทั้งยังมีกระแสข่าวเตรียมปรับ ครม.ด้วยการใช้บริการ&amp;nbsp;&amp;quot;ปลัดฉิ่ง&amp;quot;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;นายฉัตรชัย&amp;nbsp;พรหมเลิศ&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;คนสนิท&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป๊อก&amp;quot;&amp;nbsp;ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;กันยายนนี้&amp;nbsp;มานั่ง&amp;nbsp;รมช.มหาดไทย&amp;nbsp;มาทำงานการเมืองร่วมกับ&amp;nbsp;ส.ส.พปชร.อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เพื่อเตรียมการเลือกตั้งข้างหน้า&amp;nbsp;
ทั้งนี้ เมื่อดูความเคลื่อนไหวดังกล่าวทั้งในส่วนของ&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot;&amp;nbsp;เห็นว่าต้องการกระชับอำนาจพร้อมทั้งสั่งสลายกลุ่มก๊วน&amp;nbsp;และเลือกใช้งานกลุ่ม&amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัส&amp;nbsp;ทำงานการเมืองต่อไป&amp;nbsp;แม้จะสำเร็จลุล่วงตามภารกิจต่างๆ&amp;nbsp;แต่ก็ต้องยอมรับว่าก็มีนักการเมืองอีกส่วนที่เสียผลประโยชน์และอยู่ทนกลืนเลือด&amp;nbsp;และพร้อมจะหันไปสนับสนุน&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป๊อก&amp;quot; หากต้องการจะยึดพรรคจริง&amp;nbsp;ด้วยสิ่งที่ล่อตาล่อใจมากกว่า&amp;nbsp;ไม่ว่าอำนาจการบริหารราชการแผ่นดิน&amp;nbsp;อำนาจแต่งตั้งและปรับ ครม. อำนาจยุบสภา&amp;nbsp;งบประมาณปกติ&amp;nbsp;งบเงินกู้มหาศาล&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ยิ่งเปิดดูกลุ่มก๊วนต่างๆ&amp;nbsp;โดยเฉพาะก๊วนของ&amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัส&amp;nbsp;ที่เดิมอ้างว่ามี ส.ส. 40&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;วันนี้เช็กเลือดแท้ จะเหลือเท่าเดิมหรือไม่&amp;nbsp;หรือกลุ่มโคราช&amp;nbsp;ของนายวิรัช&amp;nbsp;รัตนเศรษฐ&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อและประธานวิปรัฐบาลนั้น&amp;nbsp;เฉพาะครอบครัวมี&amp;nbsp;ส.ส.ถึง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ที่กำลังถูกอัยการสูงสุดส่งฟ้องคดีฟุตซอลต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง&amp;nbsp;ก่อนหน้ามี ส.ส.ในวิปรัฐบาลหนุน&amp;nbsp;ก็อาจไม่แข็งแรงเหมือนเดิม&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ซึ่งแตกต่างจากกลุ่มมะขามหวานของ&amp;nbsp;นายสันติ&amp;nbsp;พร้อมพัฒน์&amp;nbsp;รมช.คลัง&amp;nbsp;ที่มี&amp;nbsp;ส.ส.เพชรบูรณ์ยกจังหวัด&amp;nbsp;รวมแล้ว&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และกลุ่มสามมิตร&amp;nbsp;ที่ยังมี ส.ส.เลือดแท้นับสิบคน&amp;nbsp;หรือแม้กระทั่งกลุ่ม &amp;quot;เสี่ยเฮ้ง&amp;quot;&amp;nbsp;สุชาติ&amp;nbsp;ชมกลิ่น&amp;nbsp;รมว.แรงงาน&amp;nbsp;หรือเจ้าของซุ้มมังกรน้ำเค็ม&amp;nbsp;และเสี่ยโอ๋&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;นายชัยวุฒิ&amp;nbsp;ธนาคมานุสรณ์&amp;nbsp;รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;ที่มีเจ้าพ่อธุรกิจพลังงานหนุนหลัง&amp;nbsp;ที่เลือกข้างนายกฯ&amp;nbsp;และสถานการณ์เป็นใจให้กลับมาผงาดอีกครั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;แถมยังสามารถชักชวนกลุ่ม ส.ส.ที่วางตัวกลางๆ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ส.ส.ไร้สังกัดเข้าร่วมระบอบประยุทธ์&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;กลุ่มกำแพงเพชรที่มี&amp;nbsp;วราเทพ&amp;nbsp;รัตนากร&amp;nbsp;อดีตแกนนำกลุ่ม&amp;nbsp;16, กลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้าของ&amp;nbsp;เอ๋-ชนม์สวัสดิ์&amp;nbsp;อัศวเหม,&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;ส.ส.กาญจนบุรี&amp;nbsp;และกลุ่ม ส.ส.กลุ่มสี่กุมาร&amp;nbsp;ที่ยังตกค้าง&amp;nbsp;หลังแกนนำถูกขับให้พ้นจากตำแหน่ง,&amp;nbsp;ส.ส.กทม.ที่กระจัดกระจาย&amp;nbsp;หลังแกนนำ กปปส.ถูกตัดสิทธิ์การเมือง,&amp;nbsp;กลุ่มดาวฤกษ์ถูกสลาย, ส.ส.กลุ่มภาคใต้&amp;nbsp;14&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ที่ไม่มีหัว&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ส.ส.ฟรีแลนซ์&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้&amp;nbsp;จึงเป็นเรื่องที่ชวนติดตามว่าสุดท้าย&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป๊อก&amp;quot;&amp;nbsp;จะกล้าแตกหักกับ&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot;&amp;nbsp;เพื่อยึด พปชร.หรือไม่&amp;nbsp;หรือข้อเท็จจริงคือ&amp;nbsp;พี่น้อง 3&amp;nbsp;ป.กำลังเล่นบทลับลวงพราง&amp;nbsp;เพื่อเดินหน้าการเมืองต่อไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117327</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;บิ๊กป้อม&quot; VS &quot;บิ๊กตู่&quot; วัดพลังยึดมุ้ง พปชร., กรองสถาการณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_614896bc47a9f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
