<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คดี&#039;โจ้ถุงดำ&#039;เขย่ารัฐบาลบิ๊กตู่ ปชช.ไม่เชื่อมั่นเร่งปฏิรูปตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขย่าองค์กรตำรวจ คลิป พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผกก.โจ้ อดีตผู้กำกับเมืองนครสวรรค์ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาพร้อมลูกน้องอีก 6 คน ร่วมกันทรมาน นายจิระพงศ์ ธนะพัฒน์ ผู้ต้องหาคดียาเสพติด โดยใช้ถุงพลาสติกคลุมศีรษะจนขาดอากาศหายใจเสียชีวิตคาห้องสืบสวนโรงพักปากน้ำโพ เป็นครั้งแรกที่วิธีการคลุมหัวทรมานผู้ต้องหาออกสู่สาธารณะ ถึงแม้จะเป็นวัฒนธรรมที่ตำรวจทำกันมานาน ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น แต่ไม่ใช่เรื่องที่จะนำมาคุยกันในที่แจ้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งการทรมานประสงค์รีดทรัพย์เหยื่อจนต้องสังเวยชีวิต สังคมยิ่งรับไม่ได้กับพฤติกรรมที่โหดร้ายของกลุ่มผู้ต้องหา ซ้ำยังมีการพยายามปิดบังสาเหตุการเสียชีวิต ยัดเยียดเสพยาเกินขนาดเพื่อปิดบังความผิดของตัวเอง ทำลายหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ พยานแวดล้อม โดยใช้สถานที่ราชการเป็นที่ลงมือก่อเหตุ ตำรวจกลายเป็นโจรในเครื่องแบบ กรรมติดจรวดเรื่องโฉ่ไหวตัวทันชิ่งหนีทิ้งลูกน้องไปซุกปีกผู้มีอิทธิพลที่ชลบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คลิปที่เป็นหลักฐานมัดแก๊ง ผกก.โจ้ จะหลุดมาด้วยสาเหตุใด ใครได้ประโยชน์ใครเสียผลประโยชน์ไม่ใช่ประเด็น แต่สาระสำคัญวิธีการปฏิบัติของตำรวจ คลิปถุงดำเป็นข่าวไปทั่วโลก ทีวี สื่อออนไลน์ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลี นำไปตีแผ่องค์กรตำรวจไทยที่ปฏิบัติต่อผู้ต้องหา ถูกสังคมโลกประณามเละ เป็นประเทศที่ด้อยพัฒนา ระบบราชการเต็มไปด้วยการคอร์รัปชัน สงสารคนไทยที่ต้องทนอยู่กับสังคมที่ไร้คุณธรรม ซึ่งความจริงก็เป็นเช่นนั้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเสียชีวิตของผู้ต้องหารายนี้ไม่สูญเปล่า ได้กระชากหน้ากากด้านมืดของตำรวจออกสู่ที่แจ้ง การคลุมถุงทรมานเป็นเรื่องปกติที่พูดคุยกันในวงสีกากี โดยเฉพาะการเค้นสอบผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์ แต่ต้องยอมรับว่าคนที่จะกลายเป็นโจรได้ การพูดคุยสอบถามหาเหตุและผลแบบปกติก็ใช่ว่าจะได้คำตอบที่ได้มาง่ายๆ ต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ จากเบาไปหาหนัก ทั้งไม้อ่อนไม้แข็ง เพื่อให้ได้คำให้การ แต่ต้องไม่ถึงกับบาดเจ็บและเสียชีวิต เพราะเป็นการลิดรอนสิทธิ์ของผู้ต้องหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงแม้ ผกก.โจ้ และลูกน้องจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว แต่สังคมยังกังขาในความโปร่งใสการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะโปรไฟล์ของ ผกก.โจ้ ไม่ธรรมดา ฐานะเข้าขั้นเศรษฐีตั้งแต่เป็นสารวัตร อยู่ในสังคมไฮโซใช้ชีวิตหรูหรา เป็นที่รู้จักในแวดวงบันเทิง เข้าถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง การเจริญเติบโตในหน้าที่แบบก้าวกระโดด มีโอกาสเป็นถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะที่ตกเป็นผู้ต้องหาแล้วยังได้รับการอำนวยความสะดวกในการหลบหนี แม้กระทั่งเข้ามอบตัว มีการเซตเป็นฉากๆ ไว้แล้ว คำรับสารภาพดั่งบทละคร &amp;ldquo;เป็นการสอบเค้นหายาเสพติด ทำเพื่อคนนครสวรรค์ ไม่อยากให้ลูกหลานเป็นทาสยาเสพติด พึ่งทำครั้งแรกแต่พลั้งมือไม่มีเจตนาฆ่า ขอโทษประชาชน ขอโทษ ผบ.ตร. ขอโทษข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ ยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว&amp;rdquo; ยังไม่ข้ามวันพลิกลิ้นปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา จึงไม่แปลกใจที่ซูเปอร์โพลสำรวจเรื่อง ผกก.โจ้ ประชาชนร้อยละ 98.2 ไม่เชื่อมั่นต่อการแถลงข่าว และร้อยละ 98.1 เชื่อว่ามีการเชื่อมโยงเป็นขบวนการหลายระดับ ล่าสุดพยายามนำประเด็น ผกก.โจ้ มีประวัติการรักษาไบโพลาร์เพื่อเข้ามาสู้ในชั้นศาลด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โจ้ถุงดำ&amp;rdquo; ตอกย้ำวิกฤตตำรวจ กระเพื่อมถึงรัฐบาลนายกฯ ตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่สารพัดม็อบ กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง นักสิทธิมนุษยชน โจมตีการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นขี้ข้ารับใช้เผด็จการ เป็นเครื่องมือของรัฐบาลทำร้ายประชาชนที่เห็นต่างออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย และเรียกร้องให้ปฏิรูปตำรวจที่ค้างเติ่งมานานกว่า 7 ปี ทั้งที่เป็นนโยบายหลักที่ พล.อ.ประยุทธ์ให้ไว้กับประชาชน ถึงแม้จะผ่านขั้นตอนกระบวนการต่างๆ สูญงบประมาณไปจำนวนมาก แต่กลับถูกซุกไว้ในลิ้นชัก จนกลายเป็นมวยล้มต้มคนดู การแต่งตั้งโยกย้ายยังเป็นปัญหา มีการซื้อขายตำแหน่ง ใช้เส้นสายแต่งตั้งผิดฝาผิดตัว ผูกขาดอยู่กับคนไม่กี่กลุ่ม จึงเป็นอีกเศษซากความล้มเหลวของรัฐบาลประยุทธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระบอกเสียง &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ เต้น ออกมาแก้ต่างนายกฯ สั่งเดินหน้าปฏิรูปตำรวจอย่างเร่งด่วน 7 ด้าน 1.ด้านโครงสร้างของตำแหน่งข้าราชการตำรวจ 2.ด้านพัฒนาทรัพยากรบุคคล 3. ด้านระบบงานสอบสวนและการบังคับใช้กฎหมาย 4.ด้านการนำระบบเทคโนโลยีมาสนับสนุนการรักษาความปลอดภัย 5. ด้านส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน 6.ด้านการตรวจสอบและกำกับการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส และ 7.ด้านสวัสดิการตำรวจ โดยยึดหลักสาระสำคัญตามที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ในหมวดการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ที่ร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. .... อยู่ระหว่างการพิจารณาของกรรมาธิการร่วมของรัฐสภาแล้ว รัฐบาลพร้อมสนับสนุนเพื่อให้เกิดขึ้นจริง โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ ขอให้ความมั่นใจว่าทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมายทุกฉบับที่มีอยู่ด้วยความสุจริต โปร่งใส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาต้นธารกระบวนการยุติธรรมไทยถูกเรียกร้องให้แก้ไขมาช้านาน หลายฝ่ายได้เสนอแนะแนวทางแก้ไข ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต สะท้อนคดี &amp;ldquo;ผกก.โจ้ กับอนาคตปฏิรูปตำรวจไทย&amp;rdquo; มองว่าตำรวจใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จทั้งการจับกุมสอบสวนเอง วัฒนธรรมตำรวจใช้วิธีการปกปิด ซ่อนเร้น กินเอง ชงเอง ผู้ต่อสู้ไม่มีโอกาสได้รับรู้ การสืบสวนสอบสวนต้องแยกการจับกุม แยกอิสระไม่เชื่อมโยงสายการบังคับบัญชา เพื่อให้กระบวนการสอบสวนคดีอาญาที่ชอบธรรมตามกฎหมาย การสอบสวนคดีอาญาไม่ใช่การเอาผิด ต้องตั้งความคิดในการให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย และให้พนักงานอัยการเข้ามาร่วมการสอบสวนคดีสำคัญ และต้องผลักดัน พ.ร.บ.สอบสวนคดีอาญาเข้าสู่สภา ผลักดันในการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ทำอย่างไรให้ตำรวจรับผิดชอบ ยอมรับการตรวจสอบ มีธรรมาภิบาล ยอมรับสิทธิมนุษยชน พัฒนาระบบการสร้างคน เปลี่ยนทัศนคติจากใช้อำนาจมาใช้หลักเหตุผล และหลักสิทธิมนุษยชน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.น้ำแท้ มีบุญสล้าง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาการสอบสวนฯ สำนักงานอัยการสูงสุด ให้ความเห็นว่า คนไทยมีความหวังในการปฏิรูป แต่อุปสรรคไม่ใช่เรื่องความยาก แต่อยู่ที่ไม่ทำ เพราะเงินและอำนาจเป็นอุปสรรคในการปฏิรูป เพราะถ้าปฏิรูปก็เกิดความโปร่งใส ตำรวจก็หากินไม่ได้ ฉะนั้นระบอบแบบนี้มันอยู่ที่ผลประโยชน์ ควรมาสร้างกระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใสไว้ให้คนรุ่นหลัง คือ กระบวนการยุติธรรมที่ความจริงปรากฏ อัยการต้องมาทบทวนบทบาทตัวเองในการค้นหาความจริง ในการเปลี่ยนวิธีคิดตัวเองให้มีประสิทธิภาพ ปรับบทบาทตัวเอง มองเป้าหมายในการผดุงความยุติธรรม การตรวจสอบถ่วงดุลต้องไปทำตั้งแต่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ แพทย์หญิงคุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา ยังยอมรับเห็นข่าว &amp;ldquo;อดีต ผกก.โจ้&amp;rdquo; แล้วกังวลส่อได้รับการช่วยเหลือ ถ้าตำรวจยังคงเห็นว่าวิธีเดิม อุ้ม รีด ซ้อม ยัดเยียด ป้ายสี จนถึงฆ่าแล้วบอกว่าพลั้งมือเป็นสิ่งที่ไม่ผิด เห็นที พ.ร.บ.ตำรวจที่อยู่ในชั้นการพิจารณาของกรรมาธิการและ พ.ร.บ.ห้ามอุ้มหายและซ้อมทรมานก็ไม่ช่วยอะไร เนื้อหาในกฎหมายที่อยู่ในชั้น ส.ส.มีแต่หลักการเตือน แต่ไม่มีวิธีตรวจสอบการซ้อม ตรวจสอบการตาย รวมทั้งไม่มีระบบการตรวจสอบศพนิรนามด้วยหน่วยงานกลาง เห็นทีความยุติธรรมคงไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริง ต้องทำให้ตำรวจมีจิตสำนึกเคารพในสิทธิของบุคคล ถ้าเลือกทำงานในกระบวนการยุติธรรม ต้องมีศรัทธาในการทำสิ่งที่ถูกต้อง สิ่งที่เป็นธรรม ถ้ายังคงเลือกเพราะเป็นเส้นทางแห่งความมั่งคั่ง ความยุติธรรมจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ตาชั่งเอียงตั้งแต่เริ่มต้น ยากที่ตาชั่งจะกลับมาอยู่ในดุล พร้อมแนะรีบปฏิรูปตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดี &amp;ldquo;โจ้ถุงดำ&amp;rdquo; จึงเป็นกรณีตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ที่ พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ และเป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ &amp;ldquo;ก.ตร.&amp;rdquo; นั่งกำกับดูแลองค์กรตำรวจ มีอำนาจเต็มมือที่จะปฏิรูปตำรวจให้สำเร็จแม้จะเหลือเวลาอีกไม่นาน ให้เกิดประโยชน์สูงสุดดั่งที่ประชาชนคาดหวัง รู้ว่าการปฏิรูปตำรวจไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อผลประโยชน์ที่แทรกซึมอยู่กับองค์กรมีมหาศาล แต่ถ้ารัฐบาลชุดนี้ปฏิรูปไม่สำเร็จ อีก 10 รัฐบาลต่อไปก็คงไม่มีทางเป็นไปได้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115338</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานกาณ์, คดี&#039;โจ้ถุงดำ&#039;เขย่ารัฐบาลบิ๊กตู่ ปชช.ไม่เชื่อมั่นเร่งปฏิรูปตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f85f74d658.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51396</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2019 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2019 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คกก.วัตถุอันตราย... น่ากลัวกว่า3สารเคมี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถือเป็นความน่าผิดหวังอย่างยิ่งแก่วงการสุขภาพชาวไทย หลังจากคณะกรรมการวัตุอันตรายชุดใหม่ที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ &amp;nbsp;รมว.อุตสาหกรรม เป็นประธาน ใช้อภินิหาร... พลิกมติแบน 3 สารเคมี ประกอบด้วย คลอร์ไพริฟอส พาราควอต และไกลโฟเซต ที่เดิมมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ธ.ค. นี้ออกไป 6 เดือน โดย คลอร์ไพริฟอส พาราควอต มีผลบังคับการแบนในวันที่ 1 มิ.ย. 2563 ส่วน ไกลโฟเซต สามารถใช้ต่อได้ในวงการเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยะอ้างว่า ที่ประชุมมีมติว่าเอกฉันท์ 24 ต่อ 0 และที่ประชุมไม่มีใครโต้แย้งหรือคัดค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;ldquo; ผมได้ให้เจ้าหน้าที่ขึ้นมติชัดเจนบนจอว่ามติคืออะไร ซึ่งหากไม่ทำอย่างนั้นต่างคนอาจเข้าใจไม่ตรงกัน ซึ่งหากจำไม่ผิดจะให้มีการเลื่อนไปถึงวันที่ 1 มิ.ย. ทุกคนก็เห็นชัดเจน อีกทั้งในที่ประชุมผมได้สอบถามว่ามีใครที่ไม่เห็นด้วยหรือไม่ ซึ่งทุกคนก็ต่างเห็นด้วย อีกทั้งบางคนยังอยากจะให้มีการเลื่อนออกไปให้นานกว่านั้นอีก ทั้งนี้เรื่องการลงมติผมไม่ทราบว่าทางฝั่งโน้นได้ข้อมูลมาจากไหน และให้ไปสอบถามจากกรรมการในที่ประชุมได้เลย&amp;rdquo; ประธานกรรมการวัตถุอันตรายคนใหม่ กล่าวยืนยัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;มติเช่นนี้สร้างความสงสัยว่าสุดท้ายชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ &amp;nbsp; ไม่นับท่าทีที่เปลี่ยนไปของนายสุริยะ จากเดิมที่เคยยืนยันว่าต้องการแบน 3 สารพิษ แต่กลับเปลี่ยนจุดยืนว่ามีอะไรไปดลใจหรือไม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้ง นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่ทำตัวเงียบผิดสังเกต ภายใต้เครื่องหมายคำถามว่าเข้าไปแทรกแซงการทำงานของอธิบดีกรมวิชาการเกษตรหรือไม่ จนทำให้ น.ส.มนัญญา &amp;nbsp; ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ ที่กำกับดูแลกรมดังกล่าวนี้ไม่สามารถทำงานได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ยืนยันว่าตัวแทนของกระทรวงสาธารณสุข 2 คนยืนยันมติเดิมเมื่อวันที่ 22 ต.ค. คือให้แบน 3 สารเคมี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ &amp;nbsp;รมช.เกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ยังยึดมติเดิมเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ต้องแบน 3 สารเคมี ที่จะมีผลวันที่ 1 ธ.ค. เพราะการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายชุดใหม่ยังไม่มีการโหวตยกเลิกมติเดิม พร้อมทั้งอยากคืนกรมวิชาการเกษตร และขอกรมชลประทานมารับผิดชอบแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอดคคล้องกับ &amp;nbsp;นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ขอให้สื่อมวลชนไปสอบถามมติดังกล่าวจากนายสุริยะ ว่าดำเนินการถูกต้องหรือไม่ และละเมิดคำสั่งนายกฯ ที่ต้องการให้แบน 3 สารเคมี หรือไม่ อีกทั้งเรียกร้องประชาชนออกมาจุดเทียนหน้าบ้านแสดงพลังไม่เอาสารเคมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​ล่าสุดวันที่ 28 พ.ย. ตัวแทนคณะกรรมการวัตถุอันตรายจากกระทรวงสาธารณสุข 2 &amp;nbsp;ใน 24 คณะกรรมการวัตถุอันตราย ทนไม่ได้กับคำให้สัมภาษณ์ของนายสุริยะ จึงได้ออกมาแถลงข่าวแสดงจุดยืนของกระทรวงสาธารณสุขต่อสารเคมีอันตรายทางการเกษตร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อวันที่ 27 พ.ย. ก็ไม่ได้เป็นมติเอกฉันท์เพราะในส่วนของสธ.ยืนยันมติเดิม เมื่อวันที่ 22 ต.ค.2562 ที่ให้แบนการใช้ทั้ง 3 สารทันที และการประชุมไม่ได้มีการลงคะแนนด้วยการให้ยกมือแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกับ นพ.โอภาส &amp;nbsp;การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ &amp;nbsp;ระบุว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2562 ตัวแทนสธ.ได้ยืนยันตามมติเดิมให้แบนทันที และในที่ประชุมไม่ได้ให้มีการลงคะแนนด้วยการยกมือหรือลงคะแนนรายบุคคลแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ รศ.ภญ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม ซึ่งเป็น 1 ในคณะกรรมการวัตถุอันตรายได้โพสต์เฟซบุ๊ค ระบุว่าในลักษณะเดียวกันว่ามติคณะกรรมการวัตถุอันตรายไม่เอกฉันท์ ใจความว่า ขอลาออกจากคณะกรรมการวัตถุอันตราย และขอแย้งการแถลงข่าวของท่านประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ขอแย้งว่าไม่ได้มีการลงมติอย่างชัดเจน ว่าผู้ใดเห็นด้วยหรือไม่ในแต่ละประเด็น แต่เป็นภาวะจำยอมในการรับมติ จึงไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็น มติเอกฉันท์ เพราะหากพิจารณาในการอภิปรายจะพบว่า ดิฉันยืนยันชัดเจนมาโดยตลอดในการแบนสารทั้ง3 และยืนยันให้คงมติวันที่ 22 ต.ค.2562 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ขอแย้งการแถลงข่าวที่ว่า ไกลโฟเสตไม่เป็นอันตราย เพราะกรรมการรวมทั้งดิฉันได้อภิปรายถึงผลเสียต่อสุขภาพและไม่สามารถจะจัดการความเสี่ยงต่อผู้บริโภค จนพบปนเปื้อนทั้งในสิ่งแวดล้อม ผัก ผลไม้ และน้ำนมแม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ากระทรวงคมนาคม โดยอีก 2 ตัวแทนในคณะกรรมการวัตถุอันตราย คืออธิบดีกรมการขนส่งทางบก และ อธิบดีกรมเจ้าท่า จะมาประกาศท่าทีดังกล่าวเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือจุดยืนของแทน 3 ตัวแทน จาก 24 คณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่ทนไม่ได้กับท่าทีของนายสุริยะ ที่เสมือนถูกโกงมติที่ประชุม โดยไม่สนใจมิติเชิงสุขภาพชาวไทย สะท้อนให้เห็นว่า จริงๆแล้ว กรรมการวัตถุอันตราย นั้นอาจน่ากลัว และอันตรายว่า 3 สารพิษใช่หรือไม่
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51396</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานกาณ์, สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191129/image_big_5de0c315276fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ความปลอดภัยในอาคารศาล ถึงเวลาคุมเข้ม-อุดช่องโหว่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุอุกฉกรรจ์ที่เกิดขึ้นกับเหตุการณ์ยิงกันในห้องพิจารณาคดีที่ 2 ของศาลจังหวัดจันทบุรีเมื่อวันอังคารที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็นเหตุสะเทือนขวัญที่สร้างความตกตะลึงให้คนในสังคมอย่างมาก เพราะเป็นการก่อเหตุกลางห้องพิจารณาคดีของศาลประจำจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้หลังจากนี้เชื่อได้ว่า ศาลยุติธรรมจะต้องเพิ่มความเข้มงวดกวดขันในการตรวจตราความเรียบร้อยของบุคคลที่จะเดินทางเข้าห้องพิจารณาคดีของศาลมากขึ้นแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์สะเทือนขวัญดังกล่าวพบว่ามีผู้ถูกยิงจำนวน 5 ราย ประกอบไปด้วย 1.นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความชื่อดังและอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก่อนหน้านี้ล่าสุดมีตำแหน่งเป็น อนุกรรมาธิการประจำคณะกรรมาธิการการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและประพฤติมิชอบ วุฒิสภา 2.นายวิจัย สุขรมย์ 3.นางสุภาพร ปรมีศณาภรณ์ (ภริยานายบัญชา) 4.นายวิชัย อุดมธนภัทร 5.พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์&amp;nbsp; ซึ่งหลังเกิดเหตุได้นำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้ก่อเหตุไปรักษาที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี ต่อมามีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 3 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทั้งหมดมีความเกี่ยวข้องในทางการฟ้องร้องดำเนินคดีในชั้นศาลที่จังหวัดจันทบุรี คือ นายบัญชา ที่เป็นอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และทนายความของคนดังๆ เช่น ทนายความของบริษัท คิง เพาเวอร์ รวมทั้งเป็นทนายความของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. ซึ่งเป็นโจทก์ที่ 2&amp;nbsp; และในฐานะทนายโจทก์ที่ 2 และ 3, นายวิจัย ที่เป็นทนายฝ่ายโจทก์ และ พล.ต.ต.ธารินทร์ ซึ่งเป็นจำเลยในคดีที่มีการฟ้องร้องกับนายบัญชา และเป็นผู้ก่อเหตุใช้ปืนพกสั้นที่ซุกซ่อนมิดชิดจ่อยิงนายบัญชาและนายวิจัยเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น สืบเนื่องจากคู่ความทั้งสองฝ่ายพิพาทกันหลายคดีต่อเนื่องมานานหลายปี เริ่มต้นจากคดีแพ่งพิพาทเกี่ยวด้วยที่ดิน และทั้งสองฝ่ายมีการฟ้องคดีอาญากันอีกหลายคดี รวมถึงคดีที่มีนัดพิจารณาในวันเกิดเหตุด้วย โดยคดีนี้เป็นการฟ้องคดีอาญา ข้อหาฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ อยู่ระหว่างการสืบพยานฝ่ายจำเลย ซึ่งที่ผ่านมามีรายงานว่าในช่วงการพิจารณาคดี ทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยมักจะมีการโต้เถียงกันอยู่บ่อยครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยขณะเกิดเหตุ ศาลจันทบุรีนัดสืบพยานจำเลยนัดแรก ในคดีที่มีการฟ้องร้องกันระหว่างฝ่ายนายบัญชากับ พล.ต.ต.ธารินทร์ หลังจากสืบพยานโจทก์มาแล้ว 20 นัด ซึ่งขณะเกิดเหตุองค์คณะผู้พิพากษายังไม่ได้ขึ้นนั่งพิจารณาคดี เนื่องจากคู่ความในคดียังเดินทางมาไม่ครบ ในช่วงที่เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์เดินออกจากห้องพิจารณาคดี พล.ต.ต.ธารินทร์ จำเลยที่ 3 ได้ก่อเหตุดังกล่าวที่หลายคนไม่คาดคิด แต่ด้วยความที่การพิจารณาคดียังไม่เริ่มต้นขึ้น จึงไม่มีผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ศาลได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์ดังกล่าวตัวแทนฝ่ายศาลยุติธรรม นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ย้ำไว้ว่า สำนักงานศาลยุติธรรมจะดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชนผู้มาติดต่อราชการศาลและบุคลากรที่ทำงานอยู่ในอาคารศาลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความเคลื่อนไหวที่ศาลฎีกา สนามหลวง เช่นกัน โดยมีรายงานว่าที่ห้องของประธานศาลฎีกา นายสุรินทร์ ชลพัฒนา เลขาธิการประธานศาลฎีกา ได้เข้าพบนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา เพื่อรายงานเหตุอุกฉกรรจ์ที่ศาลจังหวัดจันทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และต่อมา นายสุรินทร์ เผยว่าประธานศาลฎีการู้สึกไม่สบายใจและมีความกังวลใจ ทั้งมีความเป็นห่วงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในสถานการณ์ขณะนี้ก็ได้สั่งการให้สำนักงานศาลยุติธรรมทบทวนตรวจทานดูแลระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมด ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะตัวบุคลากรหรืออุปกรณ์รักษาความปลอดภัย จะได้นำไปปรับปรุงแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุร้ายแรงไม่คาดฝัน คนร้ายอาศัยช่องว่างของการตรวจสอบตรวจค้นอาวุธเข้าไปได้ ซึ่งปกติจะเข้าไปได้ยาก ประกอบกับคนที่จ้องจะกระทำกับคนที่ระวัง คนที่จ้องก็อาศัยโอกาสกระทำ ที่เอื้ออำนวยเหมาะสม เป็นเรื่องที่ไม่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ ขอฝากไปยังพี่น้องประชาชนว่า ศาลยังเป็นสถานที่ซึ่งมีความปลอดภัยเสมอ&amp;rdquo; เลขาธิการประธานศาลฎีกากล่าวย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งหากจำกันได้ ศาลยุติธรรมในยุคปัจจุบันที่มีเลขาธิการศาลยุติธรรมคือ นายสราวุธ เบญจกุล ได้พยายามผลักดันให้สำนักงานศาลยุติธรรมพัฒนาระบบเพื่อทำให้เกิด เจ้าพนักงานตำรวจศาล (COURT&amp;nbsp; MARSHAL)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนพบว่าถึงตอนนี้ มีข้าราชการที่รับโอนมาผ่านการฝึกอบรมพร้อมปฏิบัติหน้าที่แล้วทั้งสิ้น 35 ราย&amp;nbsp; โดยในปี 2563 ศาลยุติธรรมจะคัดเลือกบุคคลให้ได้อย่างน้อย 300 คน เพื่อที่จะนำอัตรากำลังดังกล่าว ไปจัดสรรกระจายกำลังคนไปประจำการยังศาลภาคต่างๆ ทั่วประเทศที่มีอยู่ 275 แห่ง โดยสำนักงานศาลยุติธรรมตั้งเป้าว่าจะจัดกำลังเจ้าพนักงานตำรวจศาลประจำศาลภูมิภาคแต่ละศาล 1-2 นาย ก็จะเป็นหนึ่งวิธีในการแก้ปัญหาอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างมาตรการรักษาความปลอดภัยของศาลต่างๆ&amp;nbsp; ด้วยความเข้มงวดรัดกุมยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งหลังมีข้อสรุปที่ชัดเจนถึงแนวทางการให้มีเจ้าพนักงานตำรวจศาล สำนักงานศาลยุติธรรมก็จะกระจายเจ้าหน้าที่ไปยังศาลภูมิภาคเท่าที่จำเป็นก่อน ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์นี้ไม่เกิน 15 พ.ย.จะได้ผลสรุปว่าจะต้องจัดสรรอัตรากำลังเจ้าพนักงานตำรวจศาลในศาลใดบ้าง จำนวนเท่าใด และจะให้มีการหมุนเวียนประจำการอย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ฝ่ายตัวแทนศาลยุติธรรมจะยืนกรานว่า ปัจจุบันมีระบบตรวจตราและตรวจสอบที่เข้มงวดรัดกุมในการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่บริเวณอาคารศาลและห้องพิจารณาคดีอยู่แล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ศาลจังหวัดจันทบุรี ย่อมทำให้สังคมต้องการเห็นความเข้มงวดที่มากขึ้น&amp;nbsp; เพราะศาลยุติธรรมนอกจากจะเป็นสถานที่ให้ความเป็นธรรมแล้ว ยังต้องให้ความปลอดภัยแก่ผู้เดินทางมายังศาลทั่วประเทศด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50147</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานกาณ์, บัญชา ปรมีศณาภรณ์, พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์, พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ, วิจัย สุขรมย์, วิชัย อุดมธนภัทร, สุภาพร ปรมีศณาภรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191112/image_big_5dcacb6951edf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.สัญจร &#039;ล่องคลอง​-ลอยกระทง&#039; ย่ำถิ่น​ &#039;รัฐบาล&#039; ประเดิม ​&#039;ลุงตู่ 2&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือเป็นครั้งแรก​ของ ​รัฐบาล ​พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ 2​ หรือเวอร์ชั่นมาจากการเลือกตั้ง​ สำหรับ​การประชุมอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ระหว่างวันที่​ 11-12​ พ.ย.​ ที่​ จ.ราชบุรี​-กาญจนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเลือก 2​ จังหวัดภาคตะวันตกเป็นหมุดหมายของการ ครม.สัญจร​ ครั้งที่​ 1/2562​ ยังถือเป็นความตั้งใจของรัฐบาลที่ต้องการเริ่มต้นที่นี่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในแง่ภูมิศาสตร์ จ.ราชบุรี​กับกาญจนบุรี​ เป็นพื้นที่ติดต่อกัน​ ในขณะที่ทางการเมือง​ยังสามารถเรียกได้เต็มปากว่า​เป็นฐานที่มั่นสำคัญของ​พรรคพลังประชารัฐ​และรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จ.ราชบุรี​ มีเขตเลือกตั้งทั้งหมด​ 5​ เขต​ ซึ่งการเลือกตั้งที่ผ่านมา​ พรรคพลังประชารัฐ​กวาดมาได้ถึง​ 3​ ที่นั่ง​ ได้แก่​ เขต​ 1​ น.ส.กุลวลี​ นพอมรบดี​ เขต​ 2​ นางบุญยิ่ง​ นิติกาญจนา​ และเขต​ 3​ น.ส.ปารีณา​ ไกรคุปต์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะที่อีก​ 2​ เขตที่เหลือ​ ก็เป็น​ ส.ส.จากฝ่ายรัฐบาลทั้งหมด​ คือ​ นายอัครเดช​ วงศ์พิทักษ์โรจน์​ ส.ส.ราชบุรี​ เขต​ 4​ พรรคประชาธิปัตย์​ และนายบุญลือ​ ประเสริฐโสภา​ ส.ส.ราชบุรี​ เขต​ 5​ พรรคภูมิใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับที่​ จ.กาญจนบุรี​ ซึ่งมี​ 5​ เขตเลือกตั้ง​ ปรากฏว่า​ ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา​ พรรคพลังประชารัฐ​ กวาด​ ส.ส.ได้เกือบยกจังหวัด​ โดยคว้ามาได้​ 4​ จาก​ 5​ ที่นั่ง​ ประกอบด้วย​ เขต​ 1​ พล.อ.สมชาย​ วิษณุวงศ์​ เขต​ 2​ นายสมเกียรติ​ วอนเพียร​ เขต​ 4​ นายธรรมวิชญ์​ โพธพิพิธ​ และเขต​ 5​ นายอัฏฐพล​ โพธิพิพิธ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่อีกหนึ่ง​เขต​ก็เป็น​ ส.ส.จากฝ่ายรัฐบาล​ คือ​ นายยศวัฒน์​ มาไพศาลศิลป์​ ส.ส.กาญจนบุรี​ จากพรรคภูมิใจไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียกว่า​ ใน​ 2​ จังหวัดนี้​ มี​ ส.ส.จากพรรคแกนนำรัฐบาล​ ได้แก่​ พรรคพลังประชารัฐ​ พรรคประชาธิปัตย์​ และพรรคภูมิใจไทย​ อยู่กันครบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้​ ผู้ที่มีส่วนสำคัญที่ทำให้การประชุม​ ครม.สัญจร​ เกิดขึ้นที่​ จ.กาญจนบุรี​ คือ​ นายสนธิรัตน์​ สนธิจิรวงศ์​ รมว.พลังงาน​ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ​ ซึ่งมีบ้านเกิดอยู่ที่นี่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน​ นายสนธิรัตน์​ยังเป็นผู้จัดโปรแกรมให้​ บิ๊กตู่ ว่า​ในการลงพื้นที่​ จ.ราชบุรี​และกาญจนบุรี​ ควรจะไปจุดใด​ และทำกิจกรรมอะไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยที่​ จ.ราชบุรี​ มีการอัดโปรแกรมไว้อย่างแน่นเอี้ยดตั้งแต่ช่วงเช้า​ ไม่ว่าจะเป็น​ การนั่งเฮลิคอปเตอร์ตรวจภูมิประเทศเพื่อพัฒนาระบบโลจิสติกส์โครงการทางหลวงแนวใหม่เชื่อมต่อสามแยกวังมะนาว&amp;ndash;บรรจบทางหลวงหมายเลข 3510&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเดินทางไปโรงยิมเนเซี่ยม องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี​ เพื่อมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในพื้นที่เป้าหมายการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาคูคลอง โครงการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำ &amp;ldquo;วิถีคลอง วิถีไทย&amp;rdquo; การท่องเที่ยววิถีเกษตร สะท้อนประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตประเพณีของคนในท้องถิ่นที่​ อ.ดำเนินสะดวก​ รวมถึงสักการะหลวงพ่อลพบุรีราเมศร์ และนมัสการเจ้าอาวาส วัดโชติทายการาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมถึงลงเรือจากท่าเรือวัดโชติทายการามไปยังตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก ต.ดำเนินสะดวก เพื่อเยี่ยมชมร้านค้าเก่าแก่ริมคลองดำเนินสะดวก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากพักรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ​ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังไปเยี่ยมชมกิจการของสหกรณ์โคนมหนองโพในพระบรมราชูปถัมภ์ นิทรรศการด้านการปศุสัตว์และสินค้า OTOP&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บิ๊กตู่ ใช้เวลาค่อนวัน​ลงพื้นที่​ จ.ราชบุรี​ แทบจะครบทุกอำเภอ​ และแต่ละจุดมีประชาชนมารอรับอย่างล้นหลาม​ เป็นระเบียบเรียบร้อยจนได้รับคำชม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญ​ ในระหว่างการลงพื้นที่​เมืองโอ่ง​ จะมี​ ส.ส.ราชบุรี​ตามประกบไม่ห่างตัว​ บิ๊กตู่ โดยเฉพาะก๊วน​ 3​ สาว​ &amp;quot;กุลวลี-บุญยิ่ง-ปารีณา&amp;quot; ไม่เว้นแม้แต่​ &amp;quot;สนธิรัตน์&amp;quot; ในฐานะรัฐมนตรี​ ที่เป็นเหมือนเจ้าภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การลงพื้นที่เมื่อวันที่​ 11​ พ.ย.​ ทีมงานตั้งใจให้​ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สัมผัสกับประชาชนมากที่สุด​ เพราะแม้จะเย็นยะย่ำโปรแกรมของนายกฯ​ ก็ไม่ได้​หมด​ โดยไปต่อที่ จ.กาญจนบุรี​ ลากยาวถึงค่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งแต่การตรวจเยี่ยมโครงการจัดระเบียบแพ ที่บ้านพัก 60 หลัง อ.เมืองกาญจนบุรี, พบประชาชนที่โรงงานกระดาษไทย ต.บ้านเหนือ​ และมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในพื้นที่เป้าหมายการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนที่ในโปรแกรมสุดท้าย​ บิ๊กตู่ ได้รีแลกซ์​ โดยร่วมลอยกระทงกับชาวกาญจนบุรีในงานประเพณีลอยกระทง ที่ท่าเทียบเรือเทศบาลเมืองกาญจนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งที่เห็นได้ชัดจากการลงพื้นที่ประชุม​ ครม.สัญจร​ ครั้งนี้คือ​ บิ๊กตู่ ดูจะอารมณ์ดีและมีความสุขมากกว่าในอดีต​ เพราะครั้งนี้ พูดได้เต็มปากว่า​มาจากประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งยังมี​ ส.ส.จากพรรคพลังประชารัฐ​มาคอยต้อนรับ​ ดูแล​ ไม่ได้รู้สึกว่า​เป็นคนนอก​ หรือต้องมีเส้นแบ่งระหว่างนักการเมืองอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการหยอกล้อ​ พูดคุยกับ​ ส.ส.ในพื้นที่อยู่เป็นระยะๆ​ ตลอดการลงพื้นที่ และการขึ้นเวทีพบปะประชาชน​ที่มักจะพูดแทรก​ และแซวเหล่า​ ส.ส.​ เพื่อให้เป็นกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน​พรรคพลังประชารัฐเองก็ต้องการให้​ บิ๊กตู่ รู้สึก​ อบอุ่น​ที่สุด​ ด้วยการระดม ส.ส.ภาคกลาง​ รวมถึงพื้นที่อื่นๆ​ หลายสิบชีวิต​ ที่ว่างเว้นจากการลงพื้นที่​ มาห้อมล้อมและต้อนรับ​อย่างอุ่นหนาฝาคั่ง​ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญของ​ ผู้นำ ตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นสัญจรแรกในรูปแบบนักการเมือง​ ที่ดูปฏิกิริยา​ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; แล้ว​ คงจะมีถี่ขึ้นไม่แพ้ชุดก่อน​ และโปรแกรมจะหนักกว่าเดิม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50057</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานกาณ์, พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา, สนธิรัตน์​ สนธิจิรวงศ์​</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191111/image_big_5dc9761e22480.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49957</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.ขอคอนโทรลจังหวะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความเคลื่อนไหวเพื่อสร้างบันไดนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคการเมืองทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลที่ออกตัวแรงๆ อย่าง &amp;quot;ประชาธิปัตย์&amp;rdquo; ในรอบสัปดาห์นี้ มองไปที่สามประเด็นที่มีความต่อเนื่องเชื่อมโยงถึงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นแรก เป็นที่ชัดเจนระดับหนึ่งแล้วว่า ญัตติที่เสนอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนุญ ที่ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านทั้งหมดร่วมกันลงชื่อเป็นญัตติเดียวกันทั้งหมด รวมถึงญัตติของพรรคประชาธิปัตย์-พลังประชารัฐและชาติไทยพัฒนา รวม 4 ญัตติ มีแนวโน้มสูงที่จะยังไม่มีการพิจารณาในที่ประชุมสภาสัปดาห์นี้ 13-14 พ.ย. โดยเร็วสุดก็อาจเป็นสัปดาห์ถัดไปหรือไม่ก็สัปดาห์สุดท้ายของเดือน พ.ย.นี้ไปเลย เว้นเสียแต่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะปรับแท็กติก เช่น ร่วมกันผลักดันญัตติดังกล่าวให้ถูกนำมาพิจารณาในวันพฤหัสบดีที่ 14 พ.ย.นี้ก่อน ญัตติของปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ในเรื่องที่ให้สภาตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาประกาศ-คำสั่งของ คสช. แต่ก็ยังไม่มีสัญญาณถึงการขยับดังกล่าวจากฝ่ายค้านออกมาแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องที่สอง คือต้องติดตามการพูดคุยประสานกันภายในของพรรคแกนนำรัฐบาล เพื่อหารือเรื่องทิศทางการเกิดขึ้นของ กมธ.ศึกษาการแก้ไข รธน.ให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีข่าวว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ อาจมีการหารือนอกรอบกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล-แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่เป็น รมต.ในรัฐบาล หลังการประชุม ครม.สัญจรในสัปดาห์นี้ ที่วงหารือก็จะประกอบด้วย อาทิ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ปชป.-อนุทิน ชาญวีรกูล หน.ภูมิใจไทย-เทวัญ ลิปตพัลลภ หน.ชาติพัฒนา-วราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังช่วงที่ผ่านมาปรากฏร่องรอยความเห็นไม่ตรงกันของคนในพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะการปีนเกลียวกันระหว่าง พปชร.กับ ปชป. เช่น การฟาดงวงฟาดงาใส่กันระหว่าง เทพไท เสนพงศ์ ส.ส.ปชป. เจ้าของญัตติของ ปชป.ที่เสนอให้ตั้ง กมธ.ศึกษาแก้ไข รธน. กับ สิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พปชร. ในเรื่องการแก้ไข รธน. แต่ที่เป็นปัญหาจริงๆ มากกว่าก็คือ การที่พรรค ปชป.มีมติสนับสนุน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับเข้าสภา ด้วยการหนุนให้นั่งเป็นประธาน กมธ.วิสามัญศึกษาการแก้ไข รธน. โดยไม่มีการส่งสัญญาณให้แกนนำพรรค พปชร.รู้ล่วงหน้า ทำให้ พปชร.ที่มองว่า อภิสิทธิ์ มีธง-แนวคิดจะเข้ามาแก้ไข รธน.อยู่แล้ว เลยต้องพยายามหาวิธีการ &amp;quot;บล็อกการเมือง&amp;rdquo; ไม่ให้ อภิสิทธิ์ กลับมาคุมหางเสือแก้ไข รธน. ด้วยการอ้างเหตุต่างๆ เช่น ประธาน กมธ.ฯ ควรเป็นโควตาของพรรคแกนนำรัฐบาลอย่าง พปชร. เป็นต้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ท่าทีของแกนนำพรรค พปชร.ก็ชัดว่าไม่เห็นด้วยกับความพยายามเปิดเกมแรง-เร็ว เพื่อนำไปสู่การแก้ไข รธน. โดยอ้างเหตุผลเรื่องรัฐบาลต้องรีบแก้ปัญหาปากท้องประชาชน และ รธน.ฉบับปัจจุบัน ประชาชาชนก็ลงประชามติให้ประกาศใช้ด้วยเสียง 16 ล้านเสียง จึงไม่ควรต้องรีบแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นท่าทีของ &amp;ldquo;ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ-รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล&amp;rdquo; ย้ำไว้ชัดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ถามว่ารัฐธรรมนูญที่มีอยู่ปัจจุบันเป็นปัญหาหลักของประเทศหรือไม่ ผมคิดว่า ณ ขณะนี้ปัญหาหลักของประเทศน่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจมากกว่า อยากให้สภาขับเคลื่อนในเรื่องที่แก้ไขปัญหาของประชาชน เพราะสภาคือตัวแทนของประชาชน เรื่องเศรษฐกิจน่าจะเป็นเรื่องใหญ่ ส่วนเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมว่าน่าจะเป็นเรื่องของการเมืองมากกว่าเรื่องของประชาชน ถามว่าประชาชนมีข้อกังวลที่รัฐธรรมนูญเป็นแบบปัจจุบัน เขาก็ลงประชามติมาแล้ว ผมยังไม่เห็นประชาชนเรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยกเว้นพรรคการเมือง เรายังไม่คิดถึงความจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม เมื่อ พปชร.ต้องไหลไปตามจังหวะ เพราะ พปชร.มีข้อตกลงกับพรรค ปชป.ในเรื่องการแก้ไข รธน. ตลอดจนในนโยบายรัฐบาลก็เขียนเรื่องรัฐธรรมนูญเอาไว้กว้างๆ ให้เป็นนโยบายเร่งด่วน จึงทำให้ พปชร.ต้องลงมาในสนามแก้ไข รธน.อย่างเลี่ยงไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพียงแต่การขยับก็ต้องอยู่ในแผนการเมือง คือต้อง &amp;ldquo;คอนโทรล&amp;rdquo; ให้ได้ เพื่อไม่ให้ผลการศึกษาของ กมธ.ฯ ที่จะออกมายิ่งเป็นข้อผูกมัดให้ พปชร.ต้องเร่งแก้ไข รธน.ตามที่ฝ่ายค้าน-ปชป.ต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้ พปชร.และรัฐบาลจึงต้องเน้นเป็นพิเศษในการส่งคนไปเป็น กมธ.วิสามัญศึกษาการแก้ไข รธน.ที่จะตั้งขึ้น โดยล่าสุด แม้ สุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา เริ่มออกตัวไม่อยากนั่งเป็นประธาน กมธ.ฯ ตามที่แกนนำพรรค พปชร.ต้องการ แต่ก็มีข่าวว่าคีย์แมน พปชร.ก็ยังยืนยันต้องการให้ สุชาติ ลงมาคุมเกมเรื่องนี้ ส่วนคนอื่นๆ ที่ พปชร.ส่งมาแท็กทีมให้แน่น ก็มีเช่น วิเชียร ชวลิต นายทะเบียนพรรค-อดีตปลัดมหาดไทย, สุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ มือกฎหมายประจำตระกูล &amp;ldquo;คุณปลื้ม&amp;rdquo;-ไพบูลย์ นิติตะวัน ที่มีประสบการณ์เคยเป็น อดีตกรรมการยกร่าง รธน. ชุด ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่โดน สปช.โหวตคว่ำ รวมถึงพวกสายบู๊-ดุดัน อย่าง สิระ เจนจาคะ-สุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จุดสุดท้ายที่ต้องติดตามก็คือ รายชื่อตามโควตากรรมาธิการฯ ที่มี 49 คน ซึ่งเคาะออกมาได้สูตร คณะรัฐมนตรีส่งมา 12 คน ที่เหลือ 37 ชื่อ เป็นไปตามสัดส่วนพรรคการเมือง โดยฝ่ายค้านจะได้ 19 คน พรรคปีกรัฐบาลได้ 18 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็พบว่าเนื่องจากสภามีการเลื่อนการพิจารณาญัตตินี้ออกไปอีกร่วมสองสัปดาห์ จึงทำให้แต่ละส่วนยังไม่เคาะชื่อออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีข่าวว่าบางชื่อที่แต่ละฝ่ายไปทาบทามก็ได้รับการปฏิเสธ เช่น ที่รัฐบาลจะทาบทามพลเอกสมเจตน์ บุญถนอม ส.ว. ที่เป็นอดีต ปธ.กมธ.วิสามัญร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมือง ที่ใช้ในปัจจุบัน ก็ย้ำว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของสภา ไม่เกี่ยวกับ ส.ว. จึงไม่ขอเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับที่บางพรรคก็มีข่าวว่า มีการไปทาบทามนักวิชาการ-นักเคลื่อนไหวทางการเมืองบางคนจะส่งชื่อเข้าไปเป็น กมธ.ฯ ชุดดังกล่าว แต่ได้รับการปฏิเสธ เพราะประเมินว่ามีโอกาสที่การแก้ไข รธน.จะถูกยื้อออกไป และรายงานของ กมธ.ฯ ที่จะทำออกมาน่าจะประสบปัญหาพอสมควรในการหาข้อสรุป จึงอาจเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นอันว่า เรื่องแก้ไข รธน.ยังเป็นซีรีส์การเมืองที่ต้องดูกันยาวๆ เพียงแค่ยังไม่ทันเปิดฉาก chapter แรกออกมาก็เจอปัญหาชุลมุนพอสมควร เลยคาดการณ์ได้ไม่ยาก พอ กมธ.ฯ ตั้งขึ้นมาจะยิ่งเห็นความวุ่นวายในการทำงานของ กมธ.ฯ ตลอดเวลาแน่นอน. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49957</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานกาณ์, ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ, ประชาธิปัตย์, พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, สิระ เจนจาคะ, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191110/image_big_5dc810601d7ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขบเหลี่ยมซ่อนปม กลเกมแก้รัฐธรรมนูญ กลิ่นอายขัดแย้งรอบใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอแสดงความเสียใจต่อญาติมิตร ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์กลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามบุกยิงถล่มป้อมจุดตรวจชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่บ้านทุ่งสะเดา ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย ที่เป็นทั้งพี่น้องชาวไทยพุทธและไทยมุสลิม เมื่อคืนวันที่ 5 พ.ย.62 แม้ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร พอรู้เบาะแส กำลังเร่งตรวจสอบ สืบหาคนร้าย ลากตัวมาลงโทษ ก็ขอให้ได้ตัวคนร้ายมาลงโทษโดยเร็ววัน และขอประณามต่อการกระทำของกลุ่มคนร้าย ที่ไม่ว่าจะมาจากฝ่ายใด กลุ่มใด ที่ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ ไม่อยากเห็นความสงบเกิดขึ้นในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเหตุการณ์เลวร้ายในแถบจังหวัดชายแดนภาคใต้ในรอบหลายปี สร้างความสะเทือนใจเป็นอย่างมาก หันกลับมามองเรื่องราวการเมืองในประเทศก็ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวความวุ่นวาย ระหว่างซีกรัฐบาลกับซีกพรรคฝ่ายค้าน ที่จับจ้องเอาผิด กันตาต่อตาฟันต่อฟัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรรคร่วมฝ่ายค้าน 7 พรรค พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคเศรษฐกิจใหม่ และพรรคพลังปวงชนไทย มีมติเอกฉันท์ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างแน่นอน เพียงแต่ยังไม่ระบุถึงตัวบุคคล หากไม่นับนายกรัฐมนตรีที่จะโดนจองกฐินแน่นอน หลีกเลี่ยงไม่ได้ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ส่วนรัฐมนตรีคนใด จำนวนกี่คน ยังไม่มีการระบุออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรรคร่วมฝ่ายค้านยังอุบไต๋ มีเพียงคำขู่ออกมา มีข้อมูลเด็ด มีหลักฐานเชื่อมโยงที่น่าจะเชื่อได้ว่ามีความเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมทั้งกางปฏิทิน ล็อกเวลาเอาไว้ล่วงหน้า 18-19-20 ธ.ค. คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการซักฟอกรัฐบาล คงได้แต่ตามดู ข้อมูล หลักฐาน ที่เริ่มออกมาโหมโรงกัน จะเป็นไม้เด็ด-หมัดน็อกรัฐบาลประยุทธ์ หรือสุดท้ายเป็นแค่เวทีตีกินทางการเมืองเท่านั้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่อง &amp;quot;ศึกซักฟอกรัฐบาล&amp;quot; ยังต้องตามรอดูกันต่อไป แต่ในห้วงเวลานี้ที่บางพรรคการเมืองจากพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคซีกฝ่ายค้าน 7 พรรค มองเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเร่งทำโดยเร็วคือ เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มองว่าเป็นอุปสรรคขัดขวางการพัฒนาประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ญัตติด่วนที่พรรคการเมืองและ ส.ส.ที่อยากเห็น &amp;quot;การแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;quot; ที่จะเสนอสภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ถูกเลื่อนไปพิจารณาเป็นสัปดาห์หน้า และตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญกำลัง ห้ำหั่นโดยคนจากขั้วเดียวกัน เห็นไม่ตรงกัน พรรคประชาธิปัตย์ได้ข้อสรุปดัน มาร์ค-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้เข้ามาทำหน้าที่ดังกล่าว พรรคพลังประชารัฐกำลังควานหาตัว หลังจาก สุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ไม่รับตำแหน่ง ขอทำหน้าที่เพียงตำแหน่งรองประธานสภาฯ เพียงอย่างเดียว ทำให้พรรคพลังประชารัฐต้องเร่งหาแคนดิเดตคนใหม่เข้ามาทำหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานนี้ ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ ยอมกันไม่ได้ แม้คณะกรรมาธิการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญจะมีวาระการทำงาน 45-60 วันเท่านั้น แต่ตำแหน่งประธานถือเป็นหนึ่งในคีย์แมนสำคัญในระหว่างศึกษา เพราะเป็นผู้กำหนดเกม กำหนดวาระ ซึ่งถ้าได้คนที่อยากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญมากๆ อาจจะมีมติผลักดัน จุดพลุทำให้เกิดกระแสสังคมคล้อยตามต่อ การแก้ไขทั้งฉบับ โดยมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาร่วมร่าง ในทางตรงกันข้าม หากเป็นซีกที่อยากจะแก้เป็นพิธี ก็อาจจะได้ข้อสรุปออกมา จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงบางมาตราที่เอื้อให้ตัวเองทำงานคล่องตัวขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของพรรคเพื่อไทย พรรคร่วมฝ่ายค้าน รอดูสถานการณ์ ในใจลึกๆ อยากเห็น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ามาทำหน้าที่ประธานกรรมาธิการ แม้ที่ผ่านมาจะมีความเห็นทางการเมืองไม่ตรงกัน แต่สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ ไปในทิศทางเดียวกัน มองประชาธิปัตย์กับอภิสิทธิ์เป็นแนวร่วมมุมกลับอภิสิทธิ์นั้นชัดเจน ประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ก่อนทำประชามติ ก่อนการเลือกตั้งไม่นาน ยังมาตอกย้ำให้เห็นถึง ข้อเสียรัฐธรรมนูญ ประกาศเลิกเกรงใจ ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์มาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย ซึ่งในแง่หลักการแก้ไขรัฐธรรมนูญตรงกัน ประชาธิปัตย์ เพื่อไทย ต่างรู้ไส้รู้พุงกันดี เพื่อไทยบอกไม่ยึดติดตัวบุคคล เป็นใครก็ได้ หากเป็นในซีกอภิสิทธิ์ ไม่ว่าจะส่งใครมา ล้วนเป็นคนที่ไม่เอารัฐธรรมนูญ 2560 ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อไทยรอเพียงผสมโรง เตรียมชงมือกฎหมายระดับเซียนเข้าไปทำหน้าที่เป็น กรรมาธิการวิสามัญ เงื่อนปมรัฐธรรมนูญที่เขียนล็อก ที่ทำให้นักการเมือง พรรคการเมือง แทบขยับทำอะไรไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรรคเพื่อไทยระบุชัด รัฐธรรมนูญหมวด 1-2 จะไม่มีการแก้ไขอย่างเด็ดขาด แต่เรื่องที่จะแก้ไข มีทั้งการให้อำนาจ ส.ว.มากเกินขอบเขต ที่อาจจะมีการแก้ไขห้ามเข้าไปร่วมโหวตนายกฯ การให้อำนาจองค์กรอิสระบางองค์กรที่ให้ไว้มากเกินไป การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ระบบเลือกตั้งใบเดียว การนับคะแนน ล้วนอยู่ในขอบเขตที่เพื่อไทยเพ่งเล็งให้ความสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรรคอนาคตใหม่ เป้าหมาย สิ่งที่อยู่ในใจ ติดในใจอนาคตใหม่มาตลอดคือ มรดก คสช. ประกาศคำสั่งต่างๆ ไปจนถึงยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรา 279 ที่ให้ความคุ้มกันบรรดาประกาศและการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ยังไม่นับรวมเรื่องราวเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจหน้าที่ทางทหาร สภากลาโหม ล้วนเป็นเรื่องท้าทายสำหรับอนาคตใหม่ที่จะเข้าไปแตะทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เวลานี้เพื่อไทย อนาคตใหม่ มองประชาธิปัตย์เป็นแนวร่วมมุมกลับ สมานฉันท์ทางความคิด รัฐธรรมนูญ 2560 ต้องถูกแก้ไข เพียงแต่รูปแบบ วิธีการอาจแตกต่างออกไป เพื่อไทย อนาคตใหม่ เห็นตรงกัน ต้องปลดล็อก 256 เปิดทางให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ นำมาสู่การตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เพื่อให้เกิดการแก้ไขทั้งฉบับให้ได้ก่อน ในส่วนของประชาธิปัตย์ดูจะเน้นไปที่แก้ไขรายมาตรา มุมติดขัดที่เกี่ยวกับนักการเมือง พรรคการเมือง ระบบการเลือกตั้ง มองปัญหาไม่แตกต่างจากพรรคเพื่อไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนพรรคพลังประชารัฐ ว่ากันว่าอยากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเช่นกัน เพียงแต่อาจจะแก้ไขเพียงเป็นพิธีไม่กี่มาตรา เพื่อเอื้ออำนวยให้เกิดความคล่องตัวในการทำงานมากขึ้น ให้ลดแรงเสียดทานทางสังคมลงไปบ้างเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ดี การแก้ไขรัฐธรรมนูญจากโมเดลความคิดเพื่อไทย อนาคตใหม่ ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่อยากให้มีการแก้ไขทั้งฉบับ โดยมี ส.ส.ร.เข้ามา สาระสำคัญของมาตรา 256 ที่นำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลายขั้นตอนตั้งแต่ การขอแก้ไขเพิ่มเติม การออกเสียงลงคะแนนในวาระหนึ่ง รับหลักการ การพิจารณา วาระสอง และการออกเสียงในวาระสาม ล้วนต้องอาศัยเสียง ส.ว. 1 ใน 3 เข้ามาร่วมโหวตด้วย ซึ่งการทำงานในอดีต การโหวตเลือกนายกฯ ส.ว.ทั้งหมดเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่มีใครแตกแถว การที่ ส.ส.หวังพึ่งเสียง ส.ว.เข้ามาร่วมโหวตในทางเดียวกัน จึงเป็นเรื่องยาก ไม่ต่างอะไรจากการเข็นครกขึ้นภูเขา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ นายอุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ระบุถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญเอาไว้อย่างน่าสนใจว่า บางฝ่ายคิดเพียงการแก้ไขเพิ่มเติมเพียงบางปม แต่บางฝ่ายแก้ไขเพิ่มเติมให้มี ส.ส.ร.ขึ้นมายกร่างฯ ฉบับใหม่ การทำรัฐธรรมนูญใหม่นี้จะเป็นการย้อนกลับไปนับหนึ่งใหม่ สังคมอาจมีปัญหา หากจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะฉบับปัจจุบันกว่าจะเสร็จสิ้นผ่านการรณรงค์และสอบถามประชาชนและใช้งบประมาณจำนวนไม่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อไทย อนาคตวางเป้าต้องรื้อใหม่หมด โดยไม่แตะหมวด 1-2 พลังประชารัฐ แม้จะแก้ไข ก็จะแก้ไขเป็นพิธี เพื่อลดแรงเสียดทานทางสังคม ประชาธิปัตย์มุ่งเป้าแก้ไขรายมาตรา ที่ทำให้เกิดอุปสรรคต่อการทำงาน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นาทีนี้เพียงแค่ตำแหน่งประธานกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เป็นเกมวัดพลังในชั้นแรก ประชาธิปัตย์ เพื่อไทย อนาคตใหม่ ไม่ติดใจหากอภิสิทธิ์จะมาคุมเกมนี้ ส่วนพลังประชารัฐแว่วเสียงเล็งไปที่คนนอก เซียนกฎหมายมีชื่อเสียงระดับประเทศ ที่กำลังเร่งทาบทาม ไม่ยอมเสียเหลี่ยม ยกตำแหน่งนี้ที่มีความสำคัญยิ่งไปให้คนจากพรรคอื่น เหมือนที่เคยเสียตำแหน่งประธานสภาฯ ไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่ได้เริ่มต้น ยังไม่รู้พอมีคณะกรรมการวิสามัญฯ เข้าไปศึกษา จะแก้เงื่อนปม มาตราใดบ้าง เพราะแต่ละฝ่ายก็มีธงชัด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น เพียงแค่ตำแหน่งประธานกรรมาธิการวิสามัญฯ ยังแย่งชิงตำแหน่ง ผลักดันคนของตัวเองเข้าไปเพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ทางการเมือง ยังไม่ทันนับหนึ่ง เดินหน้าว่าด้วยเรื่องที่จะแก้ไข ก็สัมผัสถึงความวุ่นวาย ความขัดแย้งเสียแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทีมข่าวการเมือง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49917</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานกาณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191109/image_big_5dc6dbefe25b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.แก้ รธน.เริ่มต้นก็งัดข้อ พปชร.สกัด &#039;มาร์ค&#039; ดัน &#039;สุชาติ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เริ่มจะเห็นร่องรอยความขัดแย้งของสองพรรคแกนนำรัฐบาล พลังประชารัฐ กับ ประชาธิปัตย์ ในเรื่องการเดินหน้าเพื่อนำไปสู่การ แก้ไขรัฐธรรมนูญ เสียแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เพราะนอกจากแกนนำ-ส.ส.อาวุโสของพรรคพลังประชารัฐหลายคนอย่าง วีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ ที่มีบทบาทสูงในการกำกับงานในห้องประชุมสภาให้รัฐบาล ยืนกรานว่าเมื่อที่ประชุมสภามีมติตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน-พลังประชารัฐ-ประชาธิปัตย์-ชาติไทยพัฒนา ร่วมกันเสนอญัตติแล้ว ประธาน กมธ.วิสามัญ ควรต้องเป็นคนจากพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล ไม่ใช่อภิสิทธิ์จากประชาธิปัตย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้น สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม-แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ก็ออกมาตีกันอภิสิทธิ์เช่นกัน&amp;nbsp; โดยพูดดักทางไว้ว่า &amp;ldquo;ที่มีการเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์เป็นประธาน กมธ. เชื่อว่าเขาอาจจะไม่รับ ควรเป็นแกนนำหลักของพรรคร่วมรัฐบาลเป็นประธานกรรมาธิการ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้เป็นที่รู้กันดีทางการเมืองว่า &amp;quot;อภิสิทธิ์&amp;quot; แสดงท่าทีชัดเจนไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมาตั้งแต่ตอนทำประชามติแล้ว ด้วยการเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในนามพรรค ปชป. ผนวกกับพรรค ปชป.ในช่วงหาเสียงที่อภิสิทธิ์ยังเป็นหัวหน้าพรรค ได้ชูธงการแก้ไข รธน.หลังการเลือกตั้งเช่นกัน แม้จะไม่เข้มข้นเท่าพรรคเพื่อไทย-อนาคตใหม่ ผนวกกับจุดยืนของเจ้าตัวก็ชัดเจน คือไม่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เข้ามาตามช่องทางรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่มี ส.ว. 250 คนคอยโหวตสนับสนุน&amp;nbsp; จึงเลือกลาออกจาก ส.ส.ทันทีหลังพรรค ปชป.มีมติร่วมรัฐบาลกับ พปชร.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;และแม้หลังลาออกจาก ส.ส.แล้ว เดอะมาร์ค-อภิสิทธิ์ ก็ยังแสดงความเห็นเรื่องการแก้ไข รธน.ในลักษณะไม่ไว้ใจพลังประชารัฐว่าจะเอาจริงเรื่องการแก้ไข รธน.ตามที่เขียนไว้ในนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เช่นเมื่อสื่อถามว่า ฝ่ายพลังประชารัฐก็เสนอญัตติประกบเข้าไปในสภาให้มีการตั้ง กมธ.ศึกษาการแก้ไข รธน.ด้วย มองว่ามีความจริงใจหรือไม่ในการแก้ไข รธน. แต่คำตอบที่ได้กลับทิ่มแทงไปยัง พปชร.โดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ก็ยังเห็นเขาไปรณรงค์อยู่ว่าไม่ต้องแก้ ผมก็ยังแปลกใจอยู่ เพราะเป็นแกนนำพรรครัฐบาล&amp;nbsp; แต่ไม่ยึดถือสิ่งที่แถลงต่อรัฐสภา ที่ไปรณรงค์ไม่ต้องแก้ (เวทีประชาธิปไตยไทยอิ่ม ไม่ต้องแก้ก็กินได้)&amp;rdquo; (อภิสิทธิ์ 21 ต.ค.)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยท่าทีทางการเมืองข้างต้นดังกล่าวของอภิสิทธิ์ จึงทำให้ฝ่าย พปชร.ย่อมไม่ต้องการให้อภิสิทธิ์มีบทบาทนำในการเคลื่อนไหวแก้รัฐธรรมนูญใน รัฐสภา แม้ กมธ.วิสามัญที่ตั้งขึ้นจะเป็นแค่ กมธ.ศึกษาปัญหาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญและศึกษาแนวทางการแก้ไข รธน.เท่านั้น แต่จุดสำคัญต้องไม่ลืมว่าหาก&amp;nbsp; กมธ.วิสามัญชุดดังกล่าวที่ตั้งขึ้นโดยมติของที่ประชุมสภามีผลการศึกษาออกมาอย่างเป็นทางการ เช่น เห็นควรให้แก้ไข รธน.มาตรา 256 เพื่อปลดล็อกนำไปสู่การแก้ไข รธน.ให้ง่ายขึ้น พร้อมกับมีข้อเสนอพ่วง เช่น ให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อยกร่าง รธน.ใหม่ทั้งฉบับ  &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากผลการศึกษา-ข้อสรุปของ กมธ.วิสามัญออกมาเช่นนี้ แล้วนำกลับมาเสนอต่อที่ประชุมสภา โดยที่ไม่รู้ว่าสุดท้ายเสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุมสภาจะเอาด้วยกับรายงานฉบับดังกล่าวหรือไม่ แต่มันก็จะเป็น Report ข้อสรุปอย่างเป็นทางการจาก กมธ.วิสามัญที่สภาผู้แทนราษฎรตั้งขึ้น นั่นย่อมทำให้ Report ดังกล่าวกลายเป็น Reference ที่ทรงพลังมากที่สุดชุดหนึ่งในทางการเมือง ที่ฝ่ายเคลื่อนไหวให้มีการแก้ไข รธน.จะนำไปใช้อ้างอิง เพื่อต่อยอดนำไปสู่การเคลื่อนไหวทั้งในและนอกรัฐสภาให้มีการแก้ไข รธน.ให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ปรากฏการณ์แบบนี้เคยมีให้เห็นมาแล้วในทางการเมืองหลายครั้ง ขึ้นอยู่กับว่าจะมีใครนำรายงานของ กมธ.ไปใช้ในทางใด หากนำไปใช้ในทางหาประโยชน์ให้ตัวเองโดยไม่ชอบก็ย่อมถูกต่อต้านได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ตัวอย่างที่เห็นชัดๆ ก็เช่นยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส.ส.เพื่อไทยก็เคยใช้รายงานของ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช.เป็นประธาน กมธ. ที่มีข้อสรุปเสนอให้ออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมจากความขัดแย้งทางการเมือง โดยให้มีการสอบสวนคดีในชั้น คตส.ใหม่หมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จนต่อมา ส.ส.เพื่อไทยนำรายงานของ กมธ.ชุดดังกล่าวไปอ้างอิง ไปสร้างความชอบธรรมในการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอยเพื่อลบล้างคดี คตส.ให้ทักษิณ ชินวัตร จนเกิดปรากฏการณ์ กปปส.นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ด้วยเพราะแกนนำ พปชร.ย่อมอ่านสถานการณ์ข้างหน้าออก จึงไม่ต้องการให้ผลการศึกษาของ กมธ.วิสามัญศึกษาแก้ไข รธน.ออกมาแล้วถูกนำไปต่อยอด เรียกร้องให้แก้ รธน.เพื่อให้มีการร่าง รธน.ฉบับใหม่ ทำให้ พปชร.จึงต้องการลงมาคุมเกมใน กมธ.วิสามัญชุดดังกล่าว เพื่อคุมธงและทิศทางการศึกษาของ กมธ.เอาไว้  &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จึงเป็นที่มาของการที่แกนนำพรรคพลังประชารัฐปิดห้องประชุมที่ทำเนียบฯ เพื่อถกการเมืองหลายเรื่อง หลังเสร็จสิ้นการประชุม ครม.เมื่อวันพุธที่ 6 พ.ย. โดยมีข่าวว่าในวงหารือเป็นระดับแกนนำพรรคทั้งสิ้น อาทิ อุตตม สาวนายน, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, สมศักดิ์ เทพสุทิน, ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นต้น นอกจากคุยการเมืองทั่วๆ ไปแล้ว ยังมีการพูดกันถึงเรื่องการส่งคนไปคุมหางเสือ ใน กมธ.ศึกษาการแก้ไข รธน. บนกระแสข่าวว่าข้อสรุปในวงหารือก็คือ พรรค พปชร.จะดัน สุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร จากพลังประชารัฐ เข้าไปเป็น กมธ.วิสามัญชุดดังกล่าวในโควตา พปชร. เพื่อให้ไปรับตำแหน่งประธาน กมธ.วิสามัญต่อไป ซึ่งคาดว่าญัตติดังกล่าวจะมีการหารือกันในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรสัปดาห์หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สุดท้ายแล้วเรื่องนี้ต้องจับตาดูกันให้ดีว่า สองพรรคร่วมรัฐบาล &amp;quot;พปชร.&amp;quot; กับ &amp;quot;ปชป.&amp;quot; จะหาจุดสมดุลในเรื่องนี้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;มองไปข้างหน้าเห็นได้ชัด แค่ขนาด กมธ.วิสามัญศึกษาการแก้ไข รธน.ยังไม่ทันได้ตั้งไข่ เพราะสภายังไม่ได้หารือญัตติดังกล่าว ยังไม่มีการเสนอชื่อคนเป็น กมธ.วิสามัญอย่างเป็นทางการ แต่ก็เริ่มเห็นร่องรอยความเห็นต่าง ความไม่ลงรอยกันเสียแล้ว ในพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ประเมินได้ว่า หาก พปชร.กับ ปชป.ยังเคลียร์กันไม่ได้ การทำงานของ กมธ.ชุดนี้ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงวันที่ทำรายงานข้อสรุปเสนอแนวทางแก้ไข รธน.ต่อสภา เราจะได้เห็นการงัดข้อเกิดขึ้นแน่นอน ระหว่าง กมธ.ฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน รวมถึง กมธ.จากฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเองด้วย!!!!&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49721</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้ รธน.เริ่มต้นก็งัดข้อ พปชร.สกัด &#039;มาร์ค&#039; ดัน &#039;สุชาติ&#039;, กรองสถานกาณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191106/image_big_5dc2ee0a10682.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
