<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119931</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตัวเลือกผู้นำประเทศไทย  เซลล์การเมืองรอจังหวะจับขั้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;คลื่นลมปั่นป่วนในพรรคพลังประชารัฐ ในศึกแยกขั้ว 3 ป. สงบลงชั่วครู่ เป็นช่วงเวลาที่ต่างฝ่ายต่างกลืนเลือดกลับไปลงพื้นที่หาเสียงหวังคะแนนนิยมจากประชาชน เพราะตอนนี้ยังไม่มีสูตรใดที่ดีไปกว่ากอดคอหลวมๆ ใส่หน้ากากอนามัยเข้าหากัน ทำงานในหมวกของรัฐบาล และ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล จำใจยอมรับชู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;เมื่อนายกฯ ปิดประตูตายไม่มีการยุบสภา ประกาศอยู่ยาวไปครบเทอมจนถึงต้น 2566 เพื่อไปลุ้นสู้ศึกเลือกตั้งทั่วไปในปีนั้น นับเป็นช่วงเวลาที่ขั้วการเมืองต้องเร่งเครื่องทำคะแนนให้มากที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ถ้าไม่มีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้น รัฐบาลจะมีเวลาแค่ 1 ปีกว่าๆ ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากผลพวงวิกฤตต่างๆ ให้จบ ทั้งการฉีดวัคซีนให้ประชาชนครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ การปูพรมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในการฟื้นฟูประเทศ หลังจากถูกโควิด-19 แช่แข็งมาร่วม 2 ปี พร้อมอัดฉีดโครงการโดนใจประชาชน เช่น คนละครึ่ง เราชนะ ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;เดินหน้ามาตรการเปิดประเทศ ผ่อนคลายให้นักท่องเที่ยวเข้าประเทศหวังดึงเม็ดเงินเข้า ให้คนไทยได้กลับไปทำมาหากิน ใช้ชีวิตได้ตามปกติ ลดเวลาเคอร์ฟิว ผ่อนคลายมาตรการในช่วงคาบเกี่ยวปลายปีถึงต้นปี อย่างที่ ศบค.เห็นชอบไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ภายใต้ข่าวบวกจากการประเมินของแบงก์ชาติ ที่วิเคราะห์ว่าแนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจดี แต่ยังต้องเฝ้าระวังผลต่อเนื่องที่กระทบต่อแรงงานที่ยังเปราะบาง ซึ่งประเมินว่าจำนวนผู้ว่างงานและผู้เสมือนว่างงาน ณ สิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 3.4 ล้านคน ซึ่งเป็นระเบิดเวลาอีกลูกที่รัฐบาลต้องติดตามแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ที่สำคัญคือยุทธศาสตร์ของรัฐบาลที่ พล.อ.ประยุทธ์อาจต้อง &amp;ldquo;คิดใหญ่&amp;rdquo; มองไปถึงภาพของอนาคต โยนไพ่กำหนดทิศทางประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ต่างจากแนวทางที่ขั้วตรงข้ามกำลังโฆษณาตัวเอง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;เพื่อชี้ให้เห็นว่าประเทศมีความหวังภายใต้การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ท้าทายทุกคำวิจารณ์ที่ด้อยค่าด้วยคำว่า ผู้นำรัฐราชการ ปลัดประเทศ เพราะไม่มีตัวเลือกอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ คงต้องทำหน้าที่แม่ทัพอาวุโสทิ้งทวนก่อนกลับบ้าน สร้างฐานที่มั่นเพื่อเป็นแรงส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์เดินไปสู่เป้าหมาย ด้วยการใช้คุณลักษณะความเป็น &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ประสานสิบทิศ สร้างพันธมิตรทางการเมือง ฝ่ากระแสของขั้วตรงข้าม เข้าสู่สนามเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างได้เปรียบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;แม้จะมีตัวละครใหม่ๆ เกิดขึ้นมาในพรรคพลังประชารัฐ เช่น &amp;ldquo;พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค&amp;rdquo; ที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ เป็นกลุ่มการเมืองที่แตกตัวจากพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาถ่วงดุลสายของผู้กองธรรมนัส พรหมเผ่า จัดสมการ &amp;ldquo;สามก๊ก&amp;rdquo; ไม่ให้เกิดการรวมศูนย์ แต่ในที่สุดก็คงยังไม่ถึงเวลาของ &amp;ldquo;พีระพันธุ์&amp;quot; ที่จะถูกชูขึ้นมาเป็นนายกฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;เพราะมีการมองว่า การเมืองต่อจากนี้จะมีแกนหลักเป็นพรรคการเมืองแค่ 3 พรรคคือ พลังประชารัฐ เพื่อไทย และก้าวไกลเท่านั้น ทำให้ &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; ยังเป็นป้ายตราสัญลักษณ์ของพลังประชารัฐที่ยังพอไปขายได้กับลูกค้าเก่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;แม้จะมีความพยายามชักใยให้พลังประชารัฐไปจับมือกับเพื่อไทย ผลัก &amp;ldquo;ก้าวไกล&amp;rdquo; เป็นศัตรูตัวใหม่ แต่ทั้งหมดนั้นไม่อาจนำมา &amp;quot;ฟันธง&amp;quot; ได้ว่าสถานการณ์ข้างหน้าจะเป็นไปตามนั้น โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยที่ถูกมองว่าจะเป็น &amp;ldquo;ตัวแปร&amp;rdquo; สำคัญที่อาจจะถูกจีบมาจับขั้วกับพรรคที่ชูธง &amp;ldquo;ปฏิรูปสถาบัน&amp;rdquo; อย่างก้าวไกล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;หากดูเนื้อในของเพื่อไทยในวันนี้ แม้กระแสความนิยมของ &amp;ldquo;ทักษิณ ชินวัตร&amp;rdquo; ยังพอมีอยู่ เมื่อบวกรวมกับฐานเสียงและ ฐานของพรรค ก็มีภาษีว่าจะยังคงยึดคุมพื้นที่ได้อยู่ แต่ส่วนใหญ่ก็กังวลไม่น้อยกับกระแสของพรรคก้าวไกล และโหวตเตอร์ที่เป็นคนรุ่นใหม่ ซึ่งอาจส่งผลให้พฤติกรรมการออกเสียงเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงไป&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;คู่แข่งของเพื่อไทย ในอีสานที่น่ากลัวคือ &amp;ldquo;ก้าวไกล&amp;rdquo; ที่กำลังรุกคืบในการเลือกตั้งท้องถิ่น และคะแนนนิยมดีขึ้น จนกลายเป็นคำถามที่ว่า จากสภาพการณ์ตลอด 10 ปีที่ชีวิตยังไม่มีอะไรดีขึ้น ไม่มีอะไรต่างจากเดิม กระแสตื่นตัวทางการเมืองมากขึ้น การเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ง่ายขึ้น ประชาชนคนเดิมจะเปลี่ยนใจและต้องการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ กลายเป็นข้อกังวลของ &amp;ldquo;บ้านใหญ่-เจ้าที่&amp;rdquo; ที่เริ่มสงสัย &amp;ldquo;ดีเอ็นเอของทักษิณ&amp;rdquo; อาจไม่ขลังในภาคอีสานเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;แน่นอนว่าผู้บริหาร รวมไปถึงนักการเมืองของพรรคเพื่อไทย คงไม่อยากเป็นพันธมิตรหรือจับขั้วทางการเมืองกับ &amp;ldquo;ก้าวไกล&amp;rdquo; ที่ถูกมองว่าเป็น &amp;ldquo;เด็กเมื่อวานซืน&amp;rdquo; แต่ในที่สุดก็ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ &amp;ldquo;ทักษิณ&amp;rdquo; ที่กำลังออกอาการฟาดงวงฟาดงา ย้อนอดีตฟื้นฝอยเรื่องราวในอดีตกับกับ &amp;ldquo;น้องตู่&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;หลังปฏิบัติการแอบแทงหลัง &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมาล้มเหลว จนทำให้ &amp;ldquo;ขั้วที่ใฝ่ฝัน&amp;rdquo; ในการจับมือผลัก &amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; ให้โดดเดี่ยวนั้นคงไม่น่าจะเกิดขึ้นได้อีกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ด้วย &amp;ldquo;มายด์เซต&amp;rdquo; ของอดีตนายกฯ ผู้มั่นใจในตัวเองในการเดินเกม-ยุทธศาสตร์การเมืองด้วยความเก่งกล้าสามารถ แต่ถูกหลอกครั้งแล้วครั้งเล่า ให้คนอื่นบริหารก็ไม่ได้ดั่งใจ แถม &amp;ldquo;ไม่ได้ครบดีล&amp;rdquo; ตามที่สั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ในที่สุดอาจต้องกลับมาใช้คนในตระกูลเข้าไปบริหารพรรค ส่งผลให้ชื่อของ &amp;ldquo;ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์&amp;rdquo; ลูกเขยโปรไฟล์ดีเป็นชื่อแรกถูกเลือกเข้ามานำพรรค แต่ยังต้องเคลียร์ปัญหาในครอบครัว จากข้อเสนอของ &amp;ldquo;ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร&amp;rdquo; ที่ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมคุมพรรคเช่นกัน โดยชู &amp;ldquo;เศรษฐา ทวีสิน&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;พ.ต.ท.ทวี สอดส่อง&amp;rdquo; เป็นตัวเลือก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;กลับไปอยู่ในสภาพเป็นพรรคเถ้าแก่ บริหารจัดการในรูปบริษัท สร้างเป็นกิจการของครอบครัว เลี้ยงดูนักการเมืองเฉกเช่นพนักงานและลูกจ้าง โดยมีลูกเขยเจ้าของพรรคจ่อเป็นแคนดิเดตผู้นำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ขณะที่พรรคก้าวไกลยังมีตัวเลือกเดียวคือ &amp;quot;ทิม&amp;rdquo; พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ที่มีคณะก้าวหน้าอย่าง &amp;ldquo;ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ปิยบุตร แสงกนกกุล&amp;rdquo; รวมถึงม็อบสามนิ้วและเครือข่ายเป็นแรงหนุน โดยมีแนวคิด &amp;quot;ปฏิรูป&amp;rdquo; ในการขายให้คนรุ่นใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;จากการเมืองที่ถูกมองว่าแบ่งเป็น 2 ขั้ว 3 พรรคใหญ่ ยังมีตัวแปรที่เป็นพรรคขนาดกลางและกลุ่มย่อยที่แตกตัวจัดกลุ่มทำพื้นที่กันเป็นเซลล์ โดยมีตัวเลือก 2 แบบคือ ย้ายพรรค หรือใช้พรรคสำรอง แล้วนั่งรอดูสถานการณ์ก่อนตัดสินใจเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง เพื่อกำหนดเป็นนโยบายหาเสียงเกาะไปกับขั้วที่ตัวเองเลือก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;ldquo;เวลาทอง&amp;rdquo; ของประเทศนับจากนี้จึงไม่ใช่แค่การฟื้นฟูประเทศให้กลับมาเป็นปกติเท่านั้น หากแต่เป็นห้วงเวลาที่ 3 พรรคใหญ่ รวมไปถึงผู้ที่ถูกชูเป็นนายกฯ คงต้องคิดค้น &amp;ldquo;กลยุทธ์&amp;rdquo; เพื่อสร้างคะแนนนิยมให้ตัวเองด้วยการนำเสนอสิ่งใหม่และแตกต่างให้ประชาชน พร้อมทั้งใช้เกมบนดิน-ใต้ดิน ในการรวบรวมเซลล์การเมืองให้มาอยู่กับตัวเองมากที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แสดงศักยภาพให้ผู้สนับสนุนทั้งเบื้องหน้า-เบื้องหลังให้เห็นว่ามีราคาพอที่จะพาขั้วของตัวเองเข้าสู่อำนาจ!!. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119931</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ตัวเลือกผู้นำประเทศไทย  เซลล์การเมืองรอจังหวะจับขั้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211016/image_big_616acd728eec2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การเมืองผุกร่อน3นิ้วถลำเกินสันติ  &#039;ประเทศติดหล่ม&#039;ก้าวขาไม่ออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเมืองสัปดาห์หน้านี้อยู่ในสภาวะทรงๆ ปมร้อนเมื่อสัปดาห์ก่อนอย่างประเด็นระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปีของ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ต้องนับหนึ่งจากตอนไหน ระหว่างปี 57, 60 หรือ 62 ซาไปแล้ว ส่วนหนึ่งเพราะมันเป็นเรื่องที่ยังมีเวลาให้หาคำตอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความคลุมเครือเรื่องระยะเวลาครองตำแหน่ง บิ๊กตู่ จะไปตื่นเต้นกันอีกครั้งประมาณเดือนสิงหาคม 65 ที่จะครบ 8 ปี ตามสูตรนับถอยไปเริ่มกันตั้งแต่ปี 57 ถึงตอนนั้นน่าจะมีเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญนำวินิจฉัยได้ แต่ตอนนี้ปัญหามันยังไม่เกิด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กับอีกส่วนหนึ่ง เป็นเพราะขณะนี้อยู่ระหว่างปิดสมัยประชุมสภา ไม่มีวาระร้อนๆ ให้ต้องจับจ้อง หรือทำให้สถานการณ์เปลี่ยนได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประกอบกับเวลานี้บรรดานักการเมืองไม่ว่าจะฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ต่างยกขบวนกันไปโกยคะแนนจากประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ด้วยการแย่งกันช่วย แย่งกันแจก จนกลายเป็นปรากฏการณ์ อุทกภัยการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำหนังสือถึงทุกพรรคการเมืองให้เตรียมการแต่เนิ่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งสาขาพรรค, แต่งตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัด, การประชุมใหญ่สาขาพรรค, การประชุมใหญ่ของพรรค, การสรรหาผู้สมัครโดยกระบวนการไพรมารีโหวต ยิ่งทำให้นักการเมืองหูผึ่ง ประเมินว่าจะมีการเลือกตั้งเร็วๆ นี้ ต่างพากันไปสร้างความนิยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียกว่านาทีนี้ใครนั่งนิ่งถือว่าตกขบวน พลาดโอกาสซื้อใจ หาเสียงทางอ้อมกับประชาชน โดนอีกฝ่ายเบิ้ลบลัฟ ทำคะแนนแซงไม่รู้ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บางพรรคการเมืองรีบโยนชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีมาขายของตั้งแต่ไก่โห่ ไล่ตั้งแต่พรรคประชาธิปัตย์ ที่ประกาศชัดว่าชูหัวหน้าพรรค จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เช่นเดียวกับพรรคภูมิใจไทย ที่โปรโมตหัวหน้าพรรค อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ภายหลังความอึมครึมจากลิ่มความขัดแย้งระหว่าง บิ๊กตู่ กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยาและเลขาธิการพรรค ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพิ่งจะชัดเจนว่าเข็น บิ๊กตู่ อีกสมัย หลัง บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค เปิดปากว่าเป็นคนดันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ดี แม้บิ๊กป้อมจะยืนยัน และบิ๊กตู่ตอบรับในไมตรีด้วยความยินดี จนดูเหมือนเรื่องราวความกินแหนงแคลงใจระหว่างพี่น้อง 3 ป.ถูกสมานแผลแล้ว แต่กระนั้นมันก็ยังไม่สามารถรับประกันได้ว่า เมื่อถึงเวลานั้นจะเป็นอย่างที่พูดกันวันนี้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะการออกมายืนยันว่าสนับสนุน บิ๊กตู่ มันอาจเป็นแค่เจตนาที่ต้องการกลบเกลื่อนข่าวลือต่างๆ ระหว่างพี่น้อง 3 ป.ที่เกิดขึ้นตลอดมา ไม่ว่าจะเรื่อง 2 ป. พล.อ.ประยุทธ์ และ บิ๊กป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย จะออกไปตั้งพรรคเอง โดยมี ปลัดฉิ่ง ฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นเพลย์เมกเกอร์ให้ หรือการลงพื้นที่เพื่อวัดพลังกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งชั่วโมงนี้ พรรคการเมืองต่างๆ รีบเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ กันตั้งแต่เนิ่นๆ หากพรรคพลังประชารัฐ หรือ บิ๊กป้อม นิ่ง ยิ่งจะสร้างความเคลือบแคลงมากขึ้นไปอีก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน กลิ่นความขัดแย้งมันไม่ได้หายไปเสียทีเดียว ร.อ.ธรรมนัส เองทุกวันนี้ยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะที่ถูกตีความว่ายังขึงขังกับ บิ๊กตู่ โดยเฉพาะการลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วม ตลอดจนคำพูดบางคำพูดที่เหมือนต้องการกระแทกกระทั้นใคร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือแม้แต่เรื่องการโอน 4 หน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ ร.อ.ธรรมนัส เคยดูแลสมัยเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ ไปให้บิ๊กป้อมกำกับดูแลแทน จนสร้างความไม่พอใจให้กับพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ที่มี เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค เป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์อยู่ กระทั่งผ่านไปสัปดาห์เดียว บิ๊กตู่ต้องพลิกลำ รีบเซ็นยกเลิกคำสั่งของตัวเองเพื่อไม่ให้กระเพื่อมไปกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเรื่องดึง 4 กรมในกระทรวงที่พรรคประชาธิปัตย์ดูแลมาให้ บิ๊กป้อม ดูแทน มันไม่ได้มีผลกระทบแค่เสถียรภาพภายในรัฐบาลเท่านั้น หากแต่มันสุ่มเสี่ยงจะผิดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินอีกด้วย เพราะไม่เคยมีที่ไหนที่ให้รองนายกรัฐมนตรีไปดูแลกรมโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งต้นตอเรื่องดังกล่าวก็มีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐเอง เพราะมีข่าวลือออกมาเหมือนกันว่า อดีตรัฐมนตรีที่เคยดูแล 4 กรมนี้เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง บิ๊กป้อม ให้เอ่ยปากขอ บิ๊กตู่ ที่อย่างไรก็ปฏิเสธเสียไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่การแต่งตั้ง พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และ สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ให้เป็นเป็นที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในช่วงเวลานี้ก็เกี่ยวพันกับความขัดแย้งของพรรคพลังประชารัฐที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะในรายของ พีระพันธุ์ ที่เป็นคนโปรดของ บิ๊กตู่ ถูกมอบหมายให้ทำงานสำคัญมาตลอดนับตั้งแต่ถอดเสื้อพรรคประชาธิปัตย์ นอกจากนี้ยังเป็น เซนต์คาเบรียลคอนเน็กชัน ของ บิ๊กป้อม เรียกว่าได้รับความไว้วางใจจากทั้ง 2 สาย ก็ถูกมองว่าแต่งตั้งขึ้นเพื่อเชื่อมระหว่างตึกไทยคู่ฟ้ากับพรรคพลังประชารัฐ โดยไม่สร้างความอึดอัดใจให้กับทั้ง บิ๊กตู่ และ บิ๊กป้อม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายเรื่องที่บานปลายล้วนมาจากความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ หรือแม้แต่วงศ์วาน 3 ป.เองทั้งนั้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่สถานการณ์ นอกสภา แม้จะยังไม่มีเงื่อนไขไปสร้างจุดร่วมจนก่อให้เกิดการลุกฮือ แต่ถือว่าเป็นจุดที่น่าห่วง เพราะมันเลยเถิดไปถึงความรุนแรงที่เสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน หลังเมื่อคืนวันที่ 6 ต.ค. มีผู้ก่อความไม่สงบใช้อาวุธปืนยิงเข้าที่ศีรษะ ส.ต.ต.เดชวิทย์ เลทเท็สสัน หรือ หมู่เดวิด ผบ.หมู่ กก.อารักขา 1 บก.อคฝ. จนบาดเจ็บสาหัส จากการเข้าควบคุมพื้นที่ใต้แฟลตดินแดง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน การชุมนุมของกลุ่ม 3 นิ้วในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา ก็ดูจะไกลห่างกับคำว่า สันติ อหิงสา ไปเรื่อยๆ จนบางครั้งเหมือนชุมนุมเพื่อต้องการทะเลาะกับเจ้าหน้าที่เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาพการเผาสิ่งของ สถานที่ กลายเป็นภาพชินตาของคนทุกครั้งที่มีการชุมนุม ในขณะที่มวลชนก็กังวลความปลอดภัย เปลี่ยนไปให้กำลังใจผ่านโซเชียลมีเดียแทน ภาพการเรียกร้องของคนรุ่นใหม่ที่อุดมการณ์พรั่งพรูกำลังกลายสภาพเป็นแก๊งป่วนเมือง ไม่ต่างอะไรกับการทำลายความชอบธรรมของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเป็นสัญญาณอันตรายอย่างมากหลังมีการใช้อาวุธจริงยิงใส่เจ้าหน้าที่ เพราะมันกำลังสร้างความคับแค้นให้กับทั้งสองฝ่าย บทเรียนที่ผ่านมาในอดีต เหตุการณ์ในลักษณะนี้มักนำไปสู่ความรุนแรงที่ขยายใหญ่อยู่เสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลลัพธ์สุดท้ายคือ ความสูญเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะที่ประชาชนเองก็สิ้นหวังกับการเมืองในสภาที่นักการเมืองขัดแย้ง แย่งผลประโยชน์กัน ยังมาเจอการเมืองภาคถนนที่เสี่ยงจะเกิดความรุนแรงทุกเมื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่ายุบสภาเพื่อให้เลือกตั้งจะเกิดขึ้นเร็วหรือช้า ผลลัพธ์ที่ได้ก็คงไม่ต่างอะไรไปจากเดิม ไม่ว่าฝ่ายใดเป็นผู้ชนะในสนามเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเทศไทยยังติดหล่ม ก้าวขาไม่ออกสักที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119256</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, การเมืองผุกร่อน3นิ้วถลำเกินสันติ  &#039;ประเทศติดหล่ม&#039;ก้าวขาไม่ออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211009/image_big_616192728200e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;การเมืองเก่า&#039;กัดกร่อน&#039;3ป.&#039;  ทางเลือก&#039;บิ๊กตู่&#039;สู่นายกฯสมัยที่3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;สถานะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในช่วงนี้เป็นที่น่าจับตาอย่างยิ่งสำหรับจังหวะก้าวทางการเมืองว่าจะเลือกเดินอย่างไร และจะกระทบต่อองคาพยพการเมืองไทยและสมการการเมืองก็จะเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยฝ่ายค้านได้เปิดประเด็นข้อกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน พ.ศ.2560 มาตรา 158 วรรคสี่ ที่บัญญัติว่า &amp;ldquo;นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ แต่มิให้นับรวมระยะเวลาในระหว่างที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหลังพ้นจากตำแหน่ง&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันว่า พล.อ.ประยุทธ์ที่เคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ยุค คสช.มาด้วย 5 ปี รวมกับปัจจุบันที่เป็นนายกฯ หลังเลือกตั้งอีก 2 ปี จะเหลือเวลาการเป็นนายกฯ อีกนานแค่ไหน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ มีการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ 3 แนวทาง คือ 1.ให้นับตั้งแต่สิงหาคม 2557 ภายหลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติเห็นชอบเป็นนายกฯ ซึ่งถ้านับตามแนวนี้ เมื่อพ้นสิงหาคม 2565 พล.อ.ประยุทธ์ต้องพ้นเก้าอี้ทันที 2.นับตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2560 ซึ่งเป็นวันแรกของการประกาศและบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับประชามติ จะเป็นนายกฯ ได้ถึงเดือนเมษายน ปี 2568 และ 3.นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2562 ซึ่งเป็นเวลาตามพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกฯ ตามมติของที่ประชุมรัฐสภา ถ้ายึดตามแนวทางนี้จะเป็นนายกฯ ได้ถึงมิถุนายน 2570 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านยังไม่ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะเหตุยังไม่เกิด ต้องรอให้ถึงเดือน ส.ค.65 อาจจะมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความเพื่อความชัดเจน พล.อ.ประยุทธ์จึงไม่มีอะไรน่ากังวลใจในช่วงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ที่ร้อนระอุขึ้นมาคือ กรณี พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และผู้ร่วมก่อตั้งพรรค พปชร. เพื่อนนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 12 (ตท.12) ของ บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ เปิดเผยว่า ไม่อยู่พรรค พปชร.แล้ว เพราะจะไปร่วมงานในพรรคใหม่กับ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่เพิ่งเกษียณอายุราชการ โดยยืนยันว่าพรรคใหม่จะต้องหนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ และเชื่อว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์อยู่พรรคไหนพรรคนั้นไปได้ ขณะเดียวกันการเลือกตั้งคราวหน้าของ พปชร.ก็เป็นเรื่องที่ยากเช่นเดียวกัน และเวลานี้คนมองที่ตัวของนายกฯ ไม่ใช่ที่พรรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้คนใกล้ชิด พล.อ.ประวิตรแสดงความไม่พอใจ ว่า &amp;quot;พ.อ.สุชาติไม่รู้จักกาลเทศะ เหมือนมาทำลายบรรยากาศระหว่างพี่น้อง 2 ป.ที่กำลังไปได้สวย และพี่น้องคู่นี้ก็ไม่มีวันแตกคอ แล้วการรีบเปิดตัวนำ ส.ส.ใต้ของ พปชร.ไปซบอกพรรคปลัดฉิ่ง มันเหมือนหักหน้า พล.อ.ประวิตรที่นั่งเป็นหัวหน้าพรรคอยู่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ พ.อ.สุชาติเป็นหนึ่งในขุนพลภาคใต้ที่ทำให้ พปชร.ปักธง ส.ส.ในภาคใต้ถึง 13 ที่นั่ง แต่ภายหลังเกิดความบาดหมางใจกับ พล.อ.ประวิตร จึงไม่ได้มีบทบาทใน พปชร.อีก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับ ปลัดฉิ่ง-ฉัตรชัย ได้รับการมอบหมายจาก บิ๊กป๊อก-พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้เตรียมจัดตั้งพรรคการเมืองไว้รองรับสถานการณ์ทางการเมืองในวันข้างหน้า ซึ่งล่าสุด พ.อ.สุชาติเปิดชื่อพรรคใหม่ เศรษฐกิจไทย แต่มีอีกชื่อคือ พรรครวมไทยสร้างชาติ น่าจะเป็นชื่อที่โดนมากกว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากย้อนไปช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมามีข่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค พปชร.เดินเกมล็อบบี้ ส.ส.โหวตไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ความแตก พล.อ.ประยุทธ์แก้เกมกลับได้ แล้วก็สั่งปลด ร.อ.ธรรมนัส พ้น รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมกับ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ พ้น รมช.แรงงาน โดยมีข่าวว่า พล.อ.ประวิตรได้ขอ พล.อ.ประยุทธ์ไว้แล้ว แต่ขุนพลข้างกายก็ยังโดนปลดจนได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่น่าสนใจก่อนการลงมติโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส.ส.พปชร.กลุ่มหนึ่งเข้าไปพบ พล.อ.ประยุทธ์ในห้องทำงานที่รัฐสภา ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์รับปากจะดูแล ส.ส.ด้วยตนเอง ขณะที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยแฉว่า มีการแจกเงิน ส.ส.คนละ 5 ล้าน แลกกับการโหวตลงมติไว้วางใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ พล.อ.ประยุทธ์พลิกบทบาทหันมาพบปะรับฟัง ส.ส.มากขึ้น และเดินสายลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ พล.อ.ประวิตรก็ลงพื้นที่เช่นเดียวกัน และมีกำหนดการตรงกัน จนถูกมองว่าเป็นการวัดพลังกันของ พี่น้อง 2 ป.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณี พล.อ.ประวิตรตั้ง พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา นั่งประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค พปชร.ถูกมองว่าเป็นการตีกันไม่ให้ ประยุทธ์-อนุพงษ์ เข้ามามีบทบาทในพรรค และจะไม่มีการปรับโครงสร้างพรรค ขณะที่ พล.อ.วิชญ์-ร.อ.ธรรมนัส ก็เริ่มเตรียมการเลือก โดย ร.อ.ธรรมนัสประเมินว่า กระแสความนิยมของ พปชร.อาจรั้งท้ายพรรคก้าวไกล จึงต้องทำงานหนักขึ้น เพราะไม่รู้ว่าจะมีการยุบสภาเลือกตั้งเมื่อไหร่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด พล.อ.ประวิตร ได้เรียกประชุมหัวหน้าภาคทั้ง 9 ภาค หารือถึงการเลือกตั้งท้องถิ่น และเพื่อวางกลยุทธ์เลือกตั้งใหญ่ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ โดยได้หารือถึงบุคคลที่พรรคจะสนับสนุนเสนอชื่อเป็นนายกฯ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่ง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า พรรคจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ในนามพรรค ซึ่งที่ประชุมเห็นตรงกันยืนยันสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ และสนับสนุน พล.อ.ประวิตรเป็นหัวหน้าพรรคเช่นเดิม โดย พล.อ.ประวิตรได้พูดย้ำกลางที่ประชุมว่า &amp;quot;ผมยังเป็นหัวหน้าพรรค ส่วนนายกฯ เป็น พล.อ.ประยุทธ์ ลุงตู่อยู่กับเรา จะไปไหน ต้องตายจากกันไปข้างหนึ่ง ไปไหนกันไม่ได้ ไม่มีแตกแยก ไม่ขัดแย้ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ในวันรุ่งขึ้น พล.อ.ประวิตรกลับปฏิเสธที่จะตอบคำถามถึงเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความขัดแย้งใน พี่น้อง 3 ป. แม้เจ้าตัวจะยืนยันกับสื่อตลอดว่าไม่มีความขัดแย้ง แต่การเมือง ไม่มีมิตรแท้ ศัตรูถาวร หากจัดสรรผลประโยชน์ไม่ลงตัวก็แตกคอกันได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย แกนนำคณะราษฎร ผู้ร่วมก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 หลังจากนั้นก็เกิดความขัดแย้งแย่งชิงอำนาจตามไล่ล่าเข่นฆ่ากันอย่างน่าเวทนา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากว่ากันตามทฤษฎีการเมืองในการยึดกุมอำนาจรัฐ นอกจากยึดกุมอำนาจกองทัพไว้ให้ได้แล้ว ต้องยึดกุมอำนาจพรรคการเมือง มี ส.ส.เป็นฐานอำนาจในรัฐสภาได้ด้วย แต่สถานะของ พล.อ.ประยุทธ์ในเวลานี้เหมือนคน ขาลอย ต้องพึ่งพา ส.ส.จากพรรค พปชร.ที่ ประวิตร-ธรรมนัส กุมอำนาจอยู่ในมือ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดมีข่าวว่าแกนนำพรรค พปชร.แอบส่งชื่อ ส.ส.พปชร. 2 คน ให้นายกฯ พิจารณาแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีแทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งก็ทำให้แกนนำพรรคอีกฝ่ายไม่พอใจ และยืนยันว่าต้องผ่านความเห็นของคณะกรรมการบริหารพรรคก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดมีกระแสข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์จะตัดสินใจปรับ ครม. &amp;ldquo;ประยุทธ์ 2/5&amp;rdquo; ในช่วงเดือน ต.ค.นี้ ที่น่าสนใจมีชื่อ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย จะมาดำรงตำแหน่งรองนายกฯ อีก 1 ตำแหน่งด้วย และชื่อ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง รมช.กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง และหากจัดสรรไม่ลงตัวก็ต้องเกิดความขัดแย้งกันอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และหากเปิดประชุมสภาฯ เดือน พ.ย.นี้ แล้วมีการเสนอ พ.ร.ก.เงินกู้ก้อนใหม่ นายกฯ ก็ต้องอาศัยเสียง ส.ส.ในการโหวตลงมติ ซึ่งก็จะเกิดการเจรจาต่อรองผลประโยชน์กันอีกรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนพรรคร่วมรัฐบาลก็เกิดความขัดแย้งเช่นกัน กรณีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กำกับ 4 กรมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นงานของ ร.อ.ธรรมนัส อดีต รมช.เกษตรฯ จากเดิมที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นผู้กำกับดูแล โดยไม่ได้บอกกล่าวหรือปรึกษาหารือกับผู้รับผิดชอบโดยตรง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้พรรค ปชป.ไม่พอใจเสมือนการไม่ให้เกียรติกัน โดยนายจุรินทร์กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาในพรรค พปชร.ควรจะยุติ ไม่ควรที่จะกระทบถึงส่วนอื่นหรือพรรคการเมืองอื่น ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นเรื่อง แทนที่จะแก้ปัญหาทั้งหมดให้ลุล่วงไปได้ ก็จะเป็นการแก้ปัญหาหนึ่ง แต่ไปสร้างอีกปัญหาหนึ่งโดยไม่จำเป็น ซึ่งตนสื่อสารเรื่องนี้กับนายกฯ แล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรค ปชป. ได้แสดงความเห็นในไลน์กลุ่ม ส.ส.ปชป. ว่า &amp;quot;คำสั่งให้รองนายกฯ กำกับราชการกรม ซึ่งมิใช่กระทรวง น่าจะไม่ถูกต้องตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ม.11 (2) บัญญัติถึงอำนาจนายกรัฐมนตรีไว้ว่า มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีกำกับการบริหารราชการของกระทรวง หรือทบวงหนึ่ง หรือหลายกระทรวงหลายทบวงส่วน (3) บัญญัติว่า บังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายบริหารทุกตำแหน่ง ซึ่งสังกัดกระทรวง ทบวง กรม ในลักษณะเป็นหัวหน้ารัฐบาล ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมาตรา 20 บัญญัติว่า กระทรวงหนึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเป็นผู้บังคับบัญชา และจะให้มีรัฐมนตรีช่วยฯ เป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติราชการได้ตามที่รัฐมนตรีว่าการมอบหมาย จะเห็นว่าการมอบรองนายกฯ กำกับหน่วยงานระดับกรมกระทำมิได้ เพราะกรมขึ้นกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คำสั่งเช่นนี้ไม่เคยมีมาก่อน และไม่น่าถูกต้องทั้งกฎหมาย และมารยาทการร่วมรัฐบาลผสม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายสาทิตย์ยกข้อกฎหมายชี้ให้เห็นหลักการบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างชัดเจน ซึ่งต้องจับตาว่านายกฯ จะยกเลิกเหมือนที่เคยออกคำสั่งที่ 85/2564 เรื่อง มอบหมายให้รัฐมนตรีรับผิดชอบแนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับพื้นที่จังหวัด ซึ่งทำให้ ปชป.ไม่พอใจออกมาคัดค้านจนนายกฯ ต้องยกเลิกคำสั่งดังกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม สถานะของ พล.อ.ประยุทธ์ในช่วงนี้ไม่ได้มีอำนาจต่อรองกับกลุ่มการเมืองต่างๆ เหมือนเดิม แม้กลุ่มพลังนอกสภาที่ตั้งม็อบไล่ไม่สามารถสั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาลได้ แต่ปัญหาภายใน พปชร.-พรรคร่วมรัฐบาล หากยังแก้ปมไม่ได้ก็ส่งผลให้อำนาจต่อรองลดลง จึงต้องกำหนดจังหวะก้าวทางการเมืองใหม่ และเพื่อเตรียมก้าวขึ้นสู่นายกฯ สมัยที่ 3 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากจะกระโดดเข้าไปรับตำแหน่งใน พปชร.อย่างเต็มตัวก็ต้องเคลียร์ ประวิตร-ธรรมนัส ให้ได้ หรือจะไปร่วมพรรคใหม่ ของ ปลัดฉิ่ง ก็ต้องประเมินสถานการณ์ทางการเมืองให้รอบด้านทุกมิติ ทั้งกระแสความนิยมในตัวเอง การดึง ส.ส.เก่าบางส่วนมาร่วมด้วย เงินทุนที่ต้องใช้จำนวนมาก กติกาในรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขใหม่ หากใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จะได้เปรียบ-เสียเปรียบ อย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ทั้งหมดก็ยังอยู่ในวังวนของ การเมืองเก่า ที่ยังไม่มีการปฏิรูปประเทศในทุกด้าน เป็น 7 ปีที่ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในอำนาจ ซึ่งถูกมองว่า เสียของ บางคนถึงกับมองว่า เสียหายต่อประเทศชาติ เพราะปัญหาเมื่อ 7 ปีที่แล้วก็ยังดำรงอยู่เหมือนเดิม ความสงบก็ไม่ได้จบที่ลุงตู่ ยังมีม็อบชุมนุมอยู่แทบทุกวัน ประชาชนก็ยังแตกแยกเป็น 2 ขั้ว สถาบันพระมหากษัตริย์ถูกจาบจ้วงมากที่สุดในยุคนี้ ลิง ก็ยังชอบร้องกิน กล้วย น้ำก็ยังท่วมเหมือนเดิม แล้วก็ยกโขยงกันไปเยี่ยมชาวบ้าน แจกถุงยังชีพ ถ่ายรูปโชว์สื่อ ต้นปีหน้าก็ตามแก้ปัญหาฝนแล้งกันอีก ยังไม่มีการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนที่เป็นรูปธรรม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งเป็นผลพวงจาก การเมืองเก่า ที่กัดกร่อน ระบอบ 3 ป. ให้เสื่อมทรุด และฉุดรั้งการพัฒนาประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;เมื่อยังอยู่ใน การเมืองเก่า การดำเนินงานทางการเมืองจึงเต็มไปด้วยการต่อรองผลประโยชน์ ชิงไหว ชิงพริบ เมื่ออีกฝ่ายเล่นเกม ตัวเองก็ต้องเดินเกมหักเหลี่ยมโหดเช่นกัน บางครั้ง อำนาจ ก็ต้องมาก่อน พี่น้อง บางคนก็ต้อง กลืนเลือด เป็น กับดัก ที่วางไว้เองทั้งสิ้น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;/////&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ดึงโปรย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สถานะของพลเอกประยุทธ์ในช่วงนี้ไม่ได้มีอำนาจต่อรองกับกลุ่มการเมืองต่างๆ เหมือนเดิม แม้กลุ่มพลังนอกสภาที่ตั้งม็อบไล่ไม่สามารถสั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาลได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118559</URL_LINK>
                <HASHTAG>&#039;การเมืองเก่า&#039;กัดกร่อน&#039;3ป.&#039;  ทางเลือก&#039;บิ๊กตู่&#039;สู่นายกฯสมัยที่3, กรองสถานการณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211002/image_big_61585a3fcccfd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จุดประเด็นระยะเวลา‘บิ๊กตู่’  ท่ามกลางสัมพันธ์‘3 ป.’เปราะบาง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ &amp;lsquo;บิ๊กตู่&amp;rsquo; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ถูกพูดถึงอีกครั้ง หลังก่อนหน้านี้เคยมีการถกเถียงกันมาแล้วรอบหนึ่งว่า เนื้อหาในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญปี 60 ที่ระบุว่า &amp;ldquo;นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกินแปดปีมิได้&amp;rdquo; นั้น จะเริ่มนับหนึ่งกันเมื่อไหร่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้มีความเห็นจากนักการเมือง นักวิชาการ และอดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ประมวลออกมา แบ่งเป็น 3 ชุดความคิด ชุดความคิดแรกคือ นับแบบยาวที่สุด โดยให้เริ่มนับปีที่หนึ่งภายหลังการเลือกตั้ง มิ.ย.62 ซึ่งชุดความคิดนี้มีอดีต กรธ. อย่างน้อย 2 คน ได้แก่ นายอุดม รัฐอมฤต และนายสุพจน์ ไข่มุกด์ ให้ความคิดเห็นเอาไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุดความคิดที่สอง นับแบบกลางๆ โดยให้เริ่มนับปีที่หนึ่ง เมื่อตอนรัฐธรรมนูญปี 60 เริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือน เม.ย.60 และชุดความคิดที่สาม นับแบบสั้นที่สุด โดยให้เริ่มนับปีที่หนึ่ง ย้อนหลังไปถึงการดำรงตำแหน่งนายกฯ ครั้งแรกเมื่อปี 57 &amp;nbsp;ซึ่งกลุ่มที่ให้ความเห็นชุดความคิดนี้คือ นักการเมืองฝ่ายค้าน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงกระนั้นก็ตาม แม้จะมีอดีต กรธ.ถึง 2 คน ระบุว่า ให้เริ่มนับหนึ่งในการเป็นนายกฯ ครั้งแรกภายใต้รัฐธรรมนูญปี 60 ซึ่งดูมีน้ำหนักในฐานะผู้ยกร่าง แต่นายเจษฎ์ โทณะวณิก อดีตที่ปรึกษา กรธ. ได้ออกเปิดเผยว่า ประเด็นนี้ไม่ได้มีการพูดคุยกันชัดเจนใน กรธ. นอกจากการระบุในรัฐธรรมนูญว่า การกำหนดอายุหรือระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของนายกฯ เพื่อไม่ให้เป็นการผูกขาดเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญ การแสดงความเห็นของอดีต กรธ. คือ เจตนารมณ์ของผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ถือเป็นเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เป็นแต่เพียงเครื่องมือในการแสวงหาเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงที่ผ่านมาเวลามีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความรัฐธรรมนูญ แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะสอบถามเจตนารมณ์ของผู้ยกร่าง แต่ก็ไม่ได้ยึดตามแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่จะอ่านบัญญัติของรัฐธรรมนูญเป็นสำคัญ ดังนั้น ผลการตีความที่ออกมา มีทั้งยึดตาม กรธ. และไม่ได้ยึดตาม กรธ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคลุมเครือดังกล่าว ทำให้หลายคนแนะนำให้มีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพื่อไขคำตอบสิ่งที่ทุกคนอยากรู้ แต่ไม่เคยได้คำตอบที่เป็นทางการ ผูกมัดทางกฎหมาย นอกจากความเห็นเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ท่าทีของ &amp;lsquo;บิ๊กตู่&amp;rsquo; ดูจะไม่กังวลกับประเด็นดังกล่าว หลังให้นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า ไปศึกษาดูว่านายกฯ ดำรงตำแหน่งมา 2 ครั้งด้วยรัฐธรรมนูญฉบับใด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความมั่นใจที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะรู้มานานแล้วว่า ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของตัวเองมันจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน ประกอบกับหากดูความเห็นของ กรธ.ตั้งแต่เริ่มมีประเด็นในรอบแรกๆ จนมาถึงครั้งนี้ อย่างสั้นที่สุดที่จะกลับไปเริ่มนับก็คือ ปี 60 ที่รัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ความน่าสนใจของประเด็นนี้ ไม่ได้อยู่ที่ความคลุมเครือของรัฐธรรมนูญ หากแต่ไทมิงในการเลือกที่จะนำเรื่องนี้มาเป็นประเด็น ในช่วงที่มีมีข่าวความสัมพันธ์ของพี่น้อง 3 ป.ไม่เหมือนเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีใครบางคนตั้งใจที่จะนำเรื่องนี้มาเปิดเพื่อให้เป็นประเด็นหรือไม่ หากเป็นฝ่ายค้าน ถือว่าไม่น่าแปลกใจ เพราะเป็นปกติที่จะต้องเสี้ยมอยู่แล้ว แต่หากไม่ใช่ ตรงนี้ต่างหากคือสาระสำคัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะแม้แต่คนในพรรคพลังประชารัฐอย่าง นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็ยังไม่กล้าฟันธงเอง ทั้งที่โดยปกติหากมีใครพาดพิงนายกฯ มักจะออกมาแสดงความเห็นที่เป็นบวกกับรัฐบาลอย่างมั่นอกมั่นใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่ากันตามรัฐธรรมนูญ ต่อให้เรื่องนี้ถึงศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่น่าตื่นเต้นเท่าไหร่ แต่ต้นตอที่มาของคนจุดประเด็นนี้นั้นพอจะบอกได้ว่า มีจุดประสงค์อะไรกันแน่.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118261</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, จุดประเด็นระยะเวลา‘บิ๊กตู่’  ท่ามกลางสัมพันธ์‘3 ป.’เปราะบาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_615459d12bd53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118260</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดผลวิจัยฉีดวัคซีนในชั้นผิวหนัง ภูมิพุ่งคนเข้าถึงเร็วขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 สิ่งที่สามารถกู้วิกฤตครั้งนี้คือวัคซีน แต่การผลิตวัคซีนจะต้องใช้ระยะเวลาประมาณหนึ่ง ผนวกกับความต้องการวัคซีนของประชากรทั่วโลกมีสูง ทำให้วัคซีนที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อความต้องการในขณะนี้ จึงทำให้องค์กรสาธารณสุขทั่วโลกต้องหาวิธีเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงวัคซีนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งในนั้นคือการฉีดวัคซีนเข้าในชั้นผิวหนัง คือการนำวัคซีนผ่านเข้าไปเพียงแค่ในหนังเท่านั้น ขนาดวัคซีนที่ฉีดมีปริมาณน้อย จึงควรใช้เข็มเบอร์ 26 ความยาว 1/2 นิ้ว ห้ามใช้ syringe ที่เปลี่ยนหัวเข็มไม่ได้ และเนื่องจากวัคซีนที่ฉีดเข้าในหนังเป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็น หากใช้แอลกอฮอล์เช็ด ต้องรอให้แห้งก่อนจึงจะฉีด โดยจัดท่าเด็กให้นิ่งและมั่นคงที่สุด เพราะการฉีดเข้าในหนังต้องอาศัยความชำนาญและความนิ่งมากที่สุด เทคนิคการฉีดควรดึงหนังบริเวณที่ฉีดให้ตึง ค่อยๆ แทงเข็มลงไปทำมุมประมาณ 15 องศา แล้วดันวัคซีนเข้าไป ถ้าเทคนิคถูกต้องจะเห็นว่าเมื่อดันวัคซีนเข้าไปจะมีตุ่มนูนขึ้นมาให้เห็นชัด ต้องให้มือนิ่งมากที่สุด เพราะวัคซีนอาจรั่วซึมออกมาได้หากปลายเข็มแทงทะลุออกมานอกผิวหนัง บริเวณที่ฉีดวัคซีน BCG มักฉีดเข้าที่หัวไหล่ข้างซ้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเป็นเทคนิคการฉีดวัคซีนที่มีมานาน โดยเริ่มต้นในปี 1987 เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ด้วยการฉีดวัคซีนในปริมาณ 0.1 ซีซี แทนที่จะใช้ 0.5 ซีซี หรือ 1.0 ซีซี ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ก่อนจะนำเสนอต่อองค์การอนามัยโลก (WHO) จนกระทั่งได้รับการยอมรับใช้ทั่วโลกในปี 1991 และยังเป็นที่รับรองจนถึงปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม แม้องค์การอนามัยโลกจะรับรองการใช้วัคซีนอย่างประหยัดสำหรับที่ได้อนุมัติก่อนหน้านี้คือ วัคซีนพิษสุนัขบ้า และโปลิโอมาก่อน &amp;nbsp;แต่การลดปริมาณขนาดวัคซีนลง อาจเปลี่ยนการสร้างภูมิคุ้มกัน และเพิ่มการเกิดปฏิกิริยาต่างๆ ต่อวัคซีน รวมถึงอาจต้องมีการลงทุนอย่างมากในการฝึกอบรม เพราะการฉีดในผิวหนังต้องใช้เทคนิคสูง และอาจต้องใช้ควบคู่กับเข็มฉีดยาชนิดพิเศษ ทำให้ในสถานการณ์โควิดนี้ องค์การอนามัยโลกยังแนะนำให้ฉีดวัคซีนเข้ากล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นวิธีที่เราใช้กันอยู่ ด้วยปริมาณวัคซีนมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกเคยรับรองไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการฉีดวัคซีนในชั้นผิวหนังจะทำได้ต่อเมื่อมีงานวิจัยที่มากเพียงพอเกี่ยวกับการสร้างภูมิคุ้มกันและความปลอดภัย เพราะยังไม่มีผลการวิจัยการสร้างภูมิคุ้มกันที่แน่ชัดในการป้องกันโควิด นอกจากนี้ยังไม่มีข้อมูลในเรื่องระยะเวลาในการป้องกันโควิด แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วระดับภูมิคุ้มกันแอนติบอดีสูงขึ้นจะสัมพันธ์กับประสิทธิภาพและระยะเวลาที่ดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ผ่านชั้นผิวหนังโดยกระทรวงสาธารณสุขไทย ได้เปิดเผยผลการทดสอบการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข็ม 3 กระตุ้นในผิวหนัง จำนวน 95 คน พบว่าการฉีดวัคซีนเข้าชั้นผิวหนังใช้ปริมาณโดสน้อยถึง 1 ใน 5 ของปริมาณวัคซีนเดิม แต่ได้ภูมิคุ้มกันสูงเทียบเท่าการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเต็มขนาดเข้ากล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน หรือแค่ใช้เข็มกระตุ้นเพียงปริมาณ 0.1 มิลลิลิตร ภูมิคุ้มกันขึ้นได้ดี โดยสร้างภูมิคุ้มกันแอนติบอดี (Antibody Response) ได้สูง 1,300 AU ใกล้เคียงกับการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ 1,652 AU และสามารถสร้างการตอบสนองภูมิคุ้มกันของเซลล์ในการกำจัดไวรัส (T-Cell Response) ได้สูง 52 AU ในช่วง 4-8 สัปดาห์ หลังได้รับวัคซีน ขณะที่ช่วง 8-12 สัปดาห์ได้สูง 58 AU ซึ่งมากกว่าการฉีดซิโนเแวค 2 เข็ม ที่อยู่ในระดับ 32 AU
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีผลการศึกษาจากโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ซึ่งประสบความสำเร็จในการศึกษาการฉีดวัคซีนเข็ม 3 ด้วยวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า จากผู้เข้าร่วมทดลอง 242 ราย พบว่า การฉีดวัคซีนใต้ผิวหนัง โดยใช้ปริมาณวัคซีนเพียง 20% จากปริมาณวัคซีนเดิม หรือเพียง 0.1 มิลลิลิตร สร้างภูมิคุ้มกันได้ดี สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้เทียบเท่ากับการฉีดเข้ากล้ามเนื้อแบบทั่วไป และช่วยประหยัดวัคซีน เพราะสามารถฉีดวัคซีนได้มากขึ้น 5 เท่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการกระตุ้นภูมิเพื่อสู้กับสายพันธุ์เดลตานั้น พบว่า การฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ากระตุ้นในผิวหนังสามารถสร้างภูมิคุ้มกันในช่วง 4-8 สัปดาห์ ได้ 234.4 AU และในช่วง 8-12 สัปดาห์ ได้ 172.1 AU ซึ่งมากกว่าการฉีดซิโนเแวค 2 เข็มหลายเท่าตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผลศึกษาในต่างประเทศ จากงานวิจัยมหาวิทยาลัยของเนเธอร์แลนด์ (Leiden University) ได้แสดงให้เห็นถึงแนวทางการฉีดวัคซีนโควิดแบบฉีดเข้าในชั้นผิวหนัง แทนการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ พบว่าสามารถลดปริมาณวัคซีนที่ใช้ลงได้มาก 5-10 เท่าตัว โดยที่มีประสิทธิผลในการป้องกันโรคเท่าเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในงานวิจัยนี้ ได้ทำการทดลองฉีดวัคซีนของโมเดอร์นา ซึ่งปกติจะฉีดขนาด 100 ไมโครกรัมเข้ากล้ามเนื้อ ซึ่งทีมนักวิจัยของเนเธอร์แลนด์ได้ลองฉีดขนาด 10 และ 20 ไมโครกรัมเข้าชั้นผิวหนังแทน โดยการที่ใช้อาสาสมัครอายุ 18 ถึง 30 ปี ส่วนที่ 1 จำนวน 10 คน และส่วนที่ 2 จำนวน 30 คน ในช่วง 15 เม.ย.-3 พ.ค.2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การฉีดแบบเข้าผิวหนังที่พบว่าจะใช้วัคซีนปริมาณน้อยกว่านั้น มาจากองค์ความรู้ที่พบว่า ในชั้นผิวหนังจะมีเซลล์ชนิดหนึ่ง (APC : Antigen Presenting Cell) ที่สามารถปรับแต่งไวรัสหรือชิ้นส่วนของไวรัส แล้วนำไปเสนอต่อระบบภูมิคุ้มกัน (B-cell, T-cell) ให้สร้างภูมิคุ้มกันออกมา ซึ่งเซลล์ชนิดนี้มีจำนวนในชั้นผิวหนัง มากกว่าในกล้ามเนื้อ จึงสามารถใช้ปริมาณวัคซีนที่ลดลง แต่กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้สูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งงานวิจัยนี้จะดูความปลอดภัยหรือผลข้างเคียง และระดับความสามารถในการกระตุ้นให้สร้างภูมิคุ้มกัน พบว่าในการวิจัยส่วนที่หนึ่ง ฉีด 10 ไมโครกรัมเข้าชั้นผิวหนัง กระตุ้นภูมิคุ้มกันขึ้นสูง 1696 AU โดยวัดที่ 14 วันหลังฉีดเข็มสองแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในอาสาสมัครส่วนที่สอง ที่ฉีด 20 ไมโครกรัมเข้าชั้นผิวหนัง ได้ระดับภูมิคุ้มกัน 2057 AU ฉีด 20 ไมโครกรัมเข้าชั้นกล้ามเนื้อ ได้ระดับภูมิคุ้มกัน 1406 AU
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับการฉีดวัคซีนเข้าชั้นกล้ามเนื้อขนาดปกติ 100 ไมโครกรัม จะได้ภูมิคุ้มกันที่ 1558 AU และเมื่อเปรียบเทียบกับระดับภูมิคุ้มกันสำหรับคนที่หายป่วยโดยธรรมชาติ จะพบว่ามีระดับภูมิคุ้มกันเพียง 107 AU ต่างกันถึง 14-20 เท่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าฉีดวัคซีนโควิด-19 ในวิธีดังกล่าวเป็นที่แพร่หลายได้ จะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น รวมถึงได้รับโดสที่ 3 ได้เร็วขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118260</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, เปิดผลวิจัยฉีดวัคซีนในชั้นผิวหนัง ภูมิพุ่งคนเข้าถึงเร็วขึ้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_615459d9deca3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2021 21:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3 ป.ย้ำความสัมพันธ์?  &#039;บิ๊กตู่&#039; เหนื่อยขั้ว พปชร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีหลายความเห็นวิเคราะห์กันว่า พี่น้อง 3 ป.ถึงคราวแตก แต่เมื่อดูสถานการณ์การเมืองอาจจะยังไม่ถึงขั้นนั้น โดยเฉพาะการแสดงบทหวานของผู้กุมอำนาจหลัก เมื่อ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม บอก &amp;quot;รักพี่ป้อมเสมอ&amp;quot; ส่วน &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ระบุเช่นกันว่า &amp;quot;รักกันจนตาย&amp;quot; เพื่อสยบรอยร้าว หลังเกิดประเด็นขาใหญ่ใน พปชร.ก่อหวอดกดดัน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ผ่านเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่ามกลางกระแสข่าวล้มกระดานเปลี่ยนขั้วอำนาจการเมือง ต่อรองให้ปรับ ครม.หรือกระทั่งเรียกร้องให้มาสนับสนุนการทำงานของ ส.ส.พปชร.มากขึ้น หลังจากสองปีกว่าไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันไปบอกชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระแสปั่นไปถึงขั้น นายกฯ และ &amp;quot;บิ๊กป๊อก&amp;quot; หวาดระแวงจะถูกแทงหลัง และเมื่อศึกซักฟอกจบลงโดยนายกฯ ได้คะแนน &amp;quot;ไม่ไว้วางใจ&amp;quot; มากที่สุด จึงตามมาด้วยการเช็กบิลผู้ก่อการด้วยการปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิท โดยไม่บอกกล่าว &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากถามว่างานนี้ &amp;quot;พี่ใหญ่&amp;quot; มีเคืองใจหรือไม่ ก็ต้องยอมรับว่ามีแน่นอน แต่ก็ยอมกลืนเลือดและเลือกที่จะประคองน้องรัก 2 ป.ที่คบหากันมาร่วม 40-50 ปี ให้อยู่ในอำนาจรักษาผลประโยชน์ทั้งในกองทัพและการเมืองต่อไป โดยเฉพาะ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ถือเป็นตัวแทนหลักของฝ่ายขวาที่ไม่เอาระบอบทักษิณ และแนวร่วมกลุ่มม็อบ 3 นิ้ว ที่มีข้อเรียกร้องทะลุเพดานเกินกว่าคนไทยจะรับได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในขณะเดียวกัน &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ก็เลือกที่จะกระชับอำนาจของตัวเอง มิให้ฝ่ายน้อง 2 ป.เข้ามายุ่งวุ่นวายจนเกินไป หลังจากตัวเอง ขาลอยในฝ่ายบริหาร มีเพียงงานหน้าที่ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบแก้ปัญหาที่ดิน น้ำ กีฬา แรงงาน หนี้นอกระบบ ไอที เป็นต้น มิได้มีอำนาจทั้งกองทัพ หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฝ่ายปกครองฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น จำเป็นที่ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; จะต้องสร้างอำนาจของตัวเองให้เข้มแข็งผ่านพรรคการเมืองในระบบสภา และเสียง ส.ว.สรรหาที่ตัวเองแต่งตั้งหนุนหลัง ด้วยการไม่ปรับ ร.อ.ธรรมนัสออกจากเลขาธิการพรรค และนางนฤมล ออกจากเหรัญญิก รวมทั้งยังตั้ง &amp;quot;บิ๊กน้อย&amp;quot; พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา น้องรักอีกคน เข้ามาเพื่อกันท่ามิให้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; และ &amp;quot;บิ๊กป๊อก&amp;quot; เข้ามาแทรกกิจการภายในพรรค &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังได้รับบทเรียนจากสภาวะขาลอย จนเกือบไม่รอดในการศึกซักฟอก มีกระแสข่าวนายกฯ พยายามเรียกใช้บริการกลุ่มรัฐมนตรีที่ยืนคนละมุมของมุ้ง 3 ช. เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับ ส.ส.พปชร.ผ่านนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง ดูแล ส.ส.ในสัดส่วนเบื้องต้น 1 ต่อ 10 หรือมากกว่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งรัฐมนตรีกลุ่มสามมิตร ทั้งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม, นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้รับผิดชอบดูแลเกือบ 30 คน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกำชับว่า &amp;quot;หาก ส.ส.ในความรับผิดชอบมีปัญหา ต้องการหารือ ก็สามารถเข้าพบกับนายกฯ ได้โดยไม่มีการปิดกั้น&amp;quot; สอดรับกับการลงพื้นที่ตรวจราชการของนายกฯ อย่างต่อเนื่องในพื้นที่ฐานเสียงของ พปชร. ไม่ว่าจะสมุทรปราการ ชัยนาท และชลบุรี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความพยายามเข้ามาสร้างสัมพันธ์กับ ส.ส.พปชร.เพื่ออำนวยความสะดวกทางด้านงานการเมือง มาสะดุดหยุดลงเมื่อ &amp;quot;พล.อ.ประวิตร&amp;quot; ต้องการแสดงพลังให้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ได้เห็นว่าสุดท้ายใน พปชร.ใครคือเบอร์ 1 และเลือกเอาวันที่ 22 กันยายนลงพื้นที่ตรวจราชการ ตรงกับนายกฯ โดย &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; เลือกลงพื้นที่ตรวจราชการแก้ปัญหาน้ำท่วมในส่วนแม่น้ำเจ้าพระยา ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี ส.ส.ให้การต้อนรับนับได้ 55 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส และนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อและประธานวิปรัฐบาล รวมทั้งยังปรากฏว่า นายสันติและนายชัยวุฒิ 2 รัฐมนตรีที่ถูกอ้างว่าสนับสนุนนายกฯ มาร่วมด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เลือกลุ่มน้ำเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี โดยมีนายสุชาติที่เป็นรัฐมนตรีร่วมทัพ ร่วมกับ ส.ส.ประมาณ 9 คนในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี, ราชบุรี และกาญจนบุรีเท่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานนี้แม้แกนนำ พปชร.จากทั้ง 2 ฝ่ายจะออกมาสยบข่าว ไม่ได้เป็นการวัดกำลังของพี่น้อง 3 ป. แม้จะเป็นความจริง แต่ก็ต้องยอมรับอีกด้านก็เป็นการแสดงพลังของกลุ่มก๊วนใน พปชร.ใช่หรือไม่ ว่าพร้อมจะยืนข้างใคร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในทางการเมืองก็ต้องยอมรับว่า งานนี้กระทบมาถึง &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; อย่างแน่นอน โดยเฉพาะหากจะเข้ามายึด ส.ส.คงยากลำบาก เพราะสุดท้าย ส.ส.ส่วนใหญ่ยังเลือกข้าง &amp;quot;ลุงป้อม&amp;quot; เนื่องจากเป็นผู้ดูแลอย่างชัดเจนมาตั้งแต่ต้น ส่วนนายกฯ เพิ่งจะมาให้ความสำคัญในระยะหลัง ทั้งที่ก่อนหน้านี้เว้นระยะห่างจากนักการเมืองค่อนข้างมาก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกลุ่มสามมิตร ที่ระยะหลังใกล้ชิดนายกฯ และกลุ่ม ส.ส.ใต้ของ พปชร. ที่เลือกตั้งเข้ามาได้เพราะกระแส พล.อ.ประยุทธ์ในช่วงเลือกตั้งปี 2562 เกมวัดพลังครั้งนี้ยังเลือกลอยตัว ไม่ลงมาเล่นในเกมอยู่ข้างนายกฯ เพราะอาจประเมินว่าอาจทำให้ตนเองเดือดร้อน เพราะ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ยังเลือกถือหางขั้วอำนาจ 3 ช.อยู่ใช่หรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากแสดงพลังจากขาใหญ่ใน พปชร.ให้เห็นแล้ว ก็เลือกที่จะสยบความขัดแย้งใน พปชร. โดยมีรายงานข่าวแจ้งว่า พล.อ.ประวิตรได้เห็นชอบการมอบหมายภารกิจให้ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชรและรองเลขาธิการพรรค พปชร. ในการทำหน้าที่เป็นผู้ประสาน ส.ส.ของพรรคแต่ละพื้นที่เพื่อร่วมคณะต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ถือเป็นโอกาสให้ ส.ส.ได้ใกล้ชิดนายกฯ และสะท้อนปัญหาประชาชนเพื่อนำไปสู่การแก้ไขโดยเร็ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายไผ่ได้เริ่มงานทันที มีการประสาน ส.ส.ให้ร่วมต้อนรับคณะ พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ จ.สุโขทัย ในวันที่ 26 ก.ย.นี้เป็นที่เรียบร้อย รวมถึงกำหนดการเบื้องต้นของนายกฯ ที่จะลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา ในวันที่ 29 ก.ย. และ จ.นครศรีธรรมราช ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ ก็ได้เตรียมการประสาน ส.ส.ไว้แล้วเช่นเดียวกัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;การตั้งผู้ประสานงานครั้งนี้ เพื่อไม่ให้พรรคถูกมองว่ามีการแบ่งฝักฝ่าย วัดกำลังเหมือนเช่นการลงพื้นที่ของนายกฯ ที่ จ.เพชรบุรี และการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประวิตร ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งจำนวน ส.ส.ของพรรคไปต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์น้อยกว่า พล.อ.ประวิตรอย่างมีนัยสำคัญ&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนี้ต้องจับตาดูขาใหญ่ใน พปชร.จะยังกดดัน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; อีกหรือไม่ โดยเฉพาะเกมในสภา ด้วยการพิจารณากฎหมายที่สำคัญ เช่น พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.โรคติดต่อ 2558 หากมีผลประกาศใช้แล้วจะต้องนำเข้าสภาเพื่อให้ความเห็นชอบโดยเร็วที่สุด สมมติว่าหากไม่ให้ผ่าน รัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบด้วยการยุบสภา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งการปรับ ครม. 2 ตำแหน่งที่ว่าง จะต้องยอมตามใจคน พปชร.หรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันอีกหลายยก และสุดท้าย &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; จะหาวิธีปลดล็อกเกมนี้ได้หรือไม่ หรือจะทนเหนื่อยแบบนี้ต่อไป. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117832</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 ป.ย้ำความสัมพันธ์?  &#039;บิ๊กตู่&#039; เหนื่อยขั้ว พปชร., กรองสถานการณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210925/image_big_614f0c592b2ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117583</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กางมุ้ง พปชร.รมต.สาย ‘บิ๊กตู่’  เต็มไปด้วย ‘โจทก์ธรรมนัส’ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากจำแนกรัฐมนตรีระดับแกนนำในพรรคพลังประชารัฐ ที่ระยะหลังใกล้ชิด &amp;lsquo;บิ๊กตู่&amp;rsquo; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จะพบว่าเกือบทั้งหมดล้วนเป็นขั้วตรงข้าม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และเลขาธิการพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะ 2 ส. คือ &amp;lsquo;เสี่ยเฮ้ง&amp;rsquo; นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ที่มีปัญหากับ ร.อ.ธรรมนัส โดยตรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;lsquo;เสี่ยเฮ้ง&amp;rsquo; มีแผลในใจกับ ร.อ.ธรรมนัส มาตั้งแต่ครั้งที่ตัวเองถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งแรก ที่ทำเอา รมว.แรงงาน หอบลิ้นห้อยจนนาทีสุดท้าย เพื่อให้คะแนนตัวเองไม่รั้งบ๊วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ &amp;lsquo;สันติ&amp;rsquo; แผลสดกว่าใคร เพราะเพิ่งมีปัญหากับ ร.อ.ธรรมนัส ก่อนศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งล่าสุดเพียงไม่นาน หลังมีลิ่มความขัดแย้งเล็กๆ มาตั้งแต่ตอนปรับโครงสร้างพรรคพลังประชารัฐ ที่มีข่าวว่า แต่เดิมมีการตกปากรับคำจะให้ &amp;lsquo;สันติ&amp;rsquo; เป็นแม่บ้านพรรค ทว่าสุดท้ายกลับไม่เป็นอย่างที่คุยกันไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;lsquo;สันติ&amp;rsquo; ถึงขั้นลงทุนลงแรง เปิดตึกรัชดาวัน ถนนรัชดาภิเษก ให้เป็นที่ทำการพรรคแห่งใหม่ แทนอาคารปานศรี ที่ทำการพรรคหลังเดิม เพื่อหวังจะใช้เป็นบันไดสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยร้าวของกลุ่ม 4 ช. ที่ประกอบด้วย ร.อ.ธรรมนัส สมัยดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายสันติ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ สมัยดำรงตำแหน่ง รมช.แรงงาน และนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ในฐานะตัวแทนนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานวิปรัฐบาล แตกหักในช่วงศึกซักฟอก หลัง &amp;lsquo;สันติ&amp;rsquo; หันไปสวามิภักดิ์ &amp;lsquo;บิ๊กตู่&amp;rsquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของ &amp;lsquo;กลุ่มสามมิตร&amp;rsquo; ที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นแกนนำ แม้จะไม่มีการเปิดศึกกับ ร.อ.ธรรมนัสแบบโจ่งแจ้ง แต่ถือเป็นขั้วใหญ่ในพรรค ที่ชิงเหลี่ยมกันเสมอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคยมีปมที่ปะทะกันแรงๆ ในช่วงที่กลุ่ม 4 ช.ยังเหนียวแน่น และเดินเกมเลื่อยขาเก้าอี้เลขาธิการพรรคของ &amp;lsquo;เสี่ยแฮงค์&amp;rsquo; นายอนุชา ก่อนที่กลุ่ม 4 ช. ซึ่งใกล้ชิด &amp;lsquo;บิ๊กป้อม&amp;rsquo; จะประสบความสำเร็จ ดัน ร.อ.ธรรมนัสเป็นแม่บ้านพรรคได้ในที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกลุ่มสามมิตร กับนายสุชาติ และนายสันติ ไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกันแต่แรก กลุ่มสามมิตรจะมีความสนิทสนมกับ &amp;lsquo;บ้านคุณปลื้ม&amp;rsquo; จ.ชลบุรี มากกว่า &amp;lsquo;เสี่ยเฮ้ง&amp;rsquo; เสียอีก ขณะที่ &amp;lsquo;สันติ&amp;rsquo; มี 5 ส.ส.เพชรบูรณ์อยู่ในมือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อ &amp;lsquo;เสี่ยเฮ้ง&amp;rsquo; มีปัญหากับนายวิรัช ที่หันไปจับมือกับ ร.อ.ธรรมนัส ทำให้ &amp;lsquo;เสี่ยเฮ้ง&amp;rsquo; หันมาใกล้ชิดกับกลุ่มสามมิตร ที่มี ส.ส.มุ้งอยู่หลายคน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ &amp;lsquo;สันติ&amp;rsquo; หลังจากแยกวงกับกลุ่ม 4 ช. และหันมาช่วย &amp;lsquo;บิ๊กตู่&amp;rsquo; เต็มตัว ก็ดูมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับกลุ่มสามมิตร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มสามมิตรถือเป็นมุ้งที่ค่อนข้างเก๋าเกมในพรรค ไม่โฉ่งฉ่างเปิดศึกมั่วๆ กับใคร หากประเมินแล้วว่าไม่ชนะแน่ แม้แต่ตอนนี้ที่ถูกกาหัวว่า เป็นสาย 2 ป.ไปแล้วก็ตาม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังจะเห็นว่า กลุ่มสามมิตรจะไม่ค่อยทำตัวประเจิดประเจ้อ โดยเฉพาะช่วงที่มีข่าววัดพลังกันระหว่าง 2 ป. กับพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ แต่ค่อนข้างระมัดระวังตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนหนึ่งที่กลุ่มสามมิตรถูกมองว่า อยู่ฝั่ง 2 ป. เป็นเพราะเป็นกลุ่มนักการเมืองที่เข้าไม่ถึง &amp;lsquo;บิ๊กป้อม&amp;rsquo; เท่าไหร่ เมื่อเทียบกับ ร.อ.ธรรมนัส ที่ผ่านมากลุ่มสามมิตรจึงมักจะแพ้ในเกมต่อรองแมตช์ใหญ่ๆ อย่างเช่น เมื่อครั้งเปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ &amp;lsquo;บิ๊กตู่&amp;rsquo; ที่ก่อนหน้านี้ค่อนข้างเว้นระยะห่างกับกลุ่มสามมิตร เพราะยังมีความหวาดระแวงจากภาพเก่าๆ สิ่งที่ทำให้กลุ่มสามมิตรยังดำรงสถานะตัวเองในพรรคได้ นั่นคือ ส.ส.เลือดแท้ในมือ และความใจป๋าของ &amp;lsquo;สุริยะ&amp;rsquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อเกิดปัญหาในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา 2 ป.ขาลอย มันจึงเป็นโอกาสของกลุ่มสามมิตรที่จะเข้าถึงตัว &amp;lsquo;บิ๊กตู่&amp;rsquo; มากขึ้น เพื่อลดระยะห่างลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกนนำพรรคกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นคู่แข่ง-โจทก์ของ ร.อ.ธรรมนัส จึงกลายเป็นสาย &amp;lsquo;บิ๊กตู่&amp;rsquo; ไปโดยปริยาย เพราะไม่อาจเข้าถึงตัว &amp;lsquo;บิ๊กป้อม&amp;rsquo; ที่มี ร.อ.ธรรมนัส และนางนฤมล ประกบติดเป็นเงาตามตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี แม้ &amp;lsquo;บิ๊กป้อม&amp;rsquo; ยืนยันว่า จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรค รวมถึงตำแหน่งเลขาธิการพรรคของ ร.อ.ธรรมนัส แต่เมื่อมองจากสถานการณ์ของ ร.อ.ธรรมนัสในพรรคปัจจุบัน ที่มีโจทก์ค่อนข้างมาก มันย่อมกระทบต่อพรรคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะแม่บ้านพรรคต้องทำหน้าที่ประสานกับ ส.ส.ทุกๆ เรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยู่ที่ว่า &amp;lsquo;บิ๊กป้อม&amp;rsquo; จะเลือกเดินอย่างไร หรือจะให้ &amp;lsquo;บิ๊กน้อย&amp;rsquo; พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรค มาแก้ปัญหาช่องโหว่ตรงนี้ โดยฝืนไม่เปลี่ยนแม่บ้านพรรค &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ดูแล้วคงไม่จบง่ายๆ เพราะการที่ ร.อ.ธรรมนัสยังเคลื่อนไหวแรงอยู่ในพรรค มันยิ่งเพิ่มความไม่พอใจให้กับ 2 ป.เช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพียงแต่คงไม่กล้ากดดัน &amp;lsquo;บิ๊กป้อม&amp;rsquo; มาก เพราะบาดแผลจากการปลด 2 รมต.ข้างกาย ยังอักเสบอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการพูดกันว่า ให้จับตาการประชุมใหญ่พรรคกลางเดือนตุลาคม ทุกอย่างเกิดขึ้นได้หมด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117583</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, กางมุ้ง พปชร.รมต.สาย ‘บิ๊กตู่’  เต็มไปด้วย ‘โจทก์ธรรมนัส’</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614b3d21b0264.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
