<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48458</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2019 18:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2019 18:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ปธ.วิปรัฐบาล” อวย ส.ส.ในสภาฯช่วยผ่านงบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 20ต.ค.นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี​ 2563 ที่ผ่านการพิจารณาในวาระแรกว่า ต้องขอบคุณส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล และฝ่ายค้านทุกคนที่ทุ่มเทให้ความร่วมมือในการพิจารณาร่างกฎหมายที่ถือว่ามีความสำคัญฉบับนี้ แม้ระหว่างการพิจารณาอาจมีการกระทบกระทั่งกันบ้างก็ตาม แต่ถือว่าเป็นเรื่องปกติในระบบรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสมาชิกทุกคนได้แสดงเหตุและผลเพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงให้คณะรัฐมนตรีได้รับทราบ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 24 ต.ค.นี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 จะนัดประชุมกันในช่วงเช้า เพื่อเร่งพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ ให้เสร็จสิ้นโดยเร็วก่อนสิ้นปีนี้ จากนั้น จะเข้าสู่การพิจารณาณาในวาระที่ 3 คาดว่าจะเป็นสัปดาห์ที่ 2 หรือ3 ของเดือนม.ค. 2563&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48458</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรอบงบประมาณปี 63, ประธานวิปรัฐบาล, วิรัช รัตนเศรษฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191015/image_big_5da59677cf348.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2019 17:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2019 17:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาดามเดียร์&#039;กางข้อมูลเห็นชัดๆว่า กู้เงิน 1.5 แสนล้านชดเชยจำนำข้าวจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2562 น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสีส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;quot;เดียร์ วทันยา วงษ์โอภาสี&amp;quot; ระบุว่า ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่าโพสต์นี้ไม่ได้ประสงค์จะขยายความเรื่องกรณีจำนำข้าวแต่อย่างใดค่ะ แต่เนื่องจากในโซเชียลได้มีการนำเนื้อหาเพียงบางช่วงบางตอนที่เดียร์อภิปรายมาขยายความ โดยเดียร์เองเพิ่งทราบว่าเนื้อหาในช่วงต้นของการอภิปรายไม่ได้มีการเผยแพร่เนื่องจากมีการถ่ายทอดสดพระราชพิธีฯ จึงทำให้การรับข้อมูลเพียงบางส่วน เกิดความเข้าใจในเนื้อหาที่ไม่ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
1. การอภิปรายพรรคฝ่ายค้านได้มีการนำเสนอถึงข้อมูลหนี้สาธารณะของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ ว่ามีจำนวนสูงที่สุดเป็นประวัติกาล เดียร์จึงนำเสนอข้อเท็จจริงในรายละเอียดเพิ่มเติมว่าเราต้องกลับไปดูค่าเฉลี่ยการกู้เงินในแต่ละปีร่วมด้วย เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องเพราะเนื่องจากจำนวนปีของแต่ละรัฐบาลในการบริหารนั้นย่อมไม่เท่ากัน การใช้ข้อมูลจำนวนเงินรวมเพียวอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
2. รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ กู้เงินทั้งสิ้นรวม 2 ล้านล้านบาท จากที่ได้มีการตั้งวงเงินไว้ 2.2 ล้านล้านบาท ซึ่งหนึ่งในจำนวนของฐานวงเงินกู้จำนวน 1.5 แสนล้านบาทนั้นมาจากการที่รัฐบาลต้องจ่ายชดใช้คืนเงินให้กับ ธกส. จากกรณีจำนำข้าว ซึ่งไม่ได้เป็นหนี้ที่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ก่อไว้เอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
แน่นอนค่ะว่าทุกรัฐบาลย่อมมีผลผูกพันจากการทำงานของรัฐบาลก่อนหน้าซึ่งตัวเดียร์เองก็ไม่ได้ต้องการโจมตีไปที่รัฐบาลใดทั้งสิ้น เพียงแต่การนำเสนอข้อมูลต้องนำรายละเอียดมาพิจารณาให้ครบถ้วน เดียร์แนบสไลด์ที่ได้ใช้ในการอภิปรายเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าทุกข้อมูลในการนำเสนอมีการศึกษารวบรวมข้อเท็จจริง สำหรับโซเชียลที่สนใจศึกษาในรายละเอียดก็สามารถเข้ามาดูได้เพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ค่ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
#ไม่พูดเยอะนะคะ#เจ็บคอ#จะเก็บเสียงไว้เชียร์ลิเวอร์พูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48456</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรอบงบประมาณปี 63, ขาดทุนจำนำข้าว, น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี หรือ มาดามเดียร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191018/image_big_5da9c9bc900f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2019 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2019 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร. เรียกติวเข้มส.ส. เตรียมถกงบ​ 15​ ต.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 13​ ต.​ค.ที่วัดธรรมาภิรตาราม นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมทำหน้าที่ในการพิจารณาพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายพ.ศ. 2563 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 17 -19 ต.ค.นี้ อย่างเต็มที่และไม่มีความน่ากังวลแต่อย่างใด โดยการเตรียมให้สมาชิกส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ทำความเข้าใจในร่างพระราชบัญญัติตั้งกล่าว โดยได้เรียกประชุมส.ส. ของพรรค เตรียมความพร้อม ของตัวบุคคลที่จะเป็นผู้ชี้แจง ทางพรรคจะคัดคนที่มีความเหมาะสม และมีความเข้าใจในรายละเอียด แต่ละเรื่อง แต่ละประเด็น ให้ใช้เวลาที่มีอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีผู้ประสงค์จะอภิปรายเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;และในวันอังคารที่ 15​ ต.ค.นี้ จะมีการประชุมกันที่พรรคพลังประชารัฐ เพื่อเตรียมความพร้อม แล้วจะได้แถลงข่าวให้ทราบต่อไป

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47943</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายงบประมาณ, กรอบงบประมาณปี 63, นายสนธิรัตน์  สนธิจิรวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190924/image_big_5d8a0eedd8c4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47513</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 15:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯเผยครม.ผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯปี 63 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค 62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า การประชุมครม.วันนี้ เรื่องร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2563 ได้ผ่านครม.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตามเวลาจะส่งวันนี้ เพื่อให้มีเวลาในการพิจารณาตามที่ฝ่ายรัฐสภาได้กำหนดไว้ทันเวลา ในเรื่องของงบประมาณก็ไม่อยากให้ทุกคนไปมองเรื่องยอดงบประมาณ ที่เอามาแถลงเอามาชี้แจงตามสื่อ ตามโซเชียลต่างๆ มันเป็นขั้นต้นที่จะจัดทำงบประมาณขึ้นไปในปี 63 ของรัฐบาล เพราะฉะนั้นมันอยู่ที่พิจารณาทั้ง 2 วาระ ทั้งวาระที่ 1 และวาระที่ 2 อีก มันจะได้มากได้น้อย ลดหรือเพิ่ม อะไรต่างๆเหล่านี้เป็นการพิจารณาของกมธ.ทั้งสิ้น ก็ขอเรียนชี้แจงให้ทราบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47513</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรอบงบประมาณปี 63, พรบ.งบประมาณ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9af2028dd79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47497</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 12:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 12:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาฯแจกเอกสารงบรายจ่ายปี63ให้ส.ส.ไปศึกษาบ่ายนี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.62-นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรอบเวลาในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณปี 2563 ว่า เตรียมจัดส่งเอกสารงบประมาณให้กับสมาชิกในบ่ายวันนี้(7 ต.ค.) เพื่อให้สมาชิกได้มีเวลาในการศึกษารายละเอียดล่วงหน้า เนื่องจากเอกสารมีจำนวนมากและมีหลายเล่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องกำหนดวันที่ใช้ในการพิจารณาอย่างน้อยคือวันที่ 17-18 ต.ค.นี้ แต่หากไม่เสร็จก็สามารถต่อได้ไปในวันที่ 19 ต.ค. โดยขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับวิปของทั้งสองฝ่ายแต่ก่อนเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญก็จะต้องหารือกันก่อนอย่างแน่นอน ทั้งนี้ ในการประชุมวันที่ 17-18 ต.ค. จะเริ่มขึ้นในเวลา 9.30 น. โดยไม่มีการกำหนดระยะเวลาเลิกการประชุม ส่วนปัญหาเสียงปริ่มน้ำของรัฐบาลจะสามารถควบคุมได้หรือไม่นั้น นายชวน กล่าวว่า เข้าใจว่าทุกฝ่ายคงดูแลเสียงฝั่งของตนเอง ซึ่งการจะให้ใครไปประชุมต่างประเทศในช่วงนี้ ก็คงไม่อนุมัติ เพื่อไม่ให้คะแนนเสียงมีปัญหา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย จะสามาถใช้เอกสิทธิ์การเป็น ส.ส.คุ้มครอง เพื่อออกจากเรือนจำแล้วมาประชุมสภาฯได้หรือไม่นั้น ประธานสภาฯ กล่าวว่า ต้องรอการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47497</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรอบงบประมาณปี 63, นายชวน หลีกภัย, ส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190912/image_big_5d7a50e30d0ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47443</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2019 19:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2019 19:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิษณุมั่นใจพ.ร.บ.งบ63ไร้ปัญหา​</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 15.00 น. ที่งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 24 ที่ อิมแพคเมืองทองธานี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาที่บูทสำหนักพิมพ์มติชน เพื่อแจกลายเซ็นหนังสือเล่มใหม่ &amp;quot;ลงเรือแป๊ะ&amp;quot; ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการทำงานในตำแหน่งรองนายกฯหลังการรัฐประหารของ คสช. จนถึงปัจจุบัน โดยมีผู้สนใจต่อคิดเข้าซื่อหนังสือและขอลายเซ็นจากนายวิษณุเป็นจำนวนมาก และผลตอบรับหนังสือดังกล่าวดีจนต้องจัดพิมพ์ครั้งที่สองในเวลาไม่กี่สัปดาห์


โดยนายวิษณุ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ยื่นหนังสือถึงประธานสภาว่า ร่างพ.ร.บ.งบปี 63 ไม่ชอบเนื่องจาก นายกฯลงนางเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวก่อนการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า ได้สอบถามผ.อ.สำนักงบประมาณแล้วระบุว่าเรื่องนี้ไม่มีปัญหา ทุกรัฐบาลก็ทำกันเช่นนี้ การจัดเตรียมงบประมาณก่อนหรือหลังการแถลงนโยบายไม่เป็นปัญหาอะไร ถ้ามีการเปลี่ยนรัฐบาล รัฐบาลเก่าก็ต้องเตรียมให้กับรัฐบาลใหม่ถือเป็นขั้นตอนภายในไม่เกี่ยวกับข้อกฎหมาย และที่นายเรืองไกร อ้างถึงการลงนามของนายกฯนั้นจะมีความหมายตอนลงนามเพื่อส่งประธานสภาฯ สิ่งที่นายเรืองไกลยกขึ้นมาเป็นขั้นตอนภายในมันไม่มีกฎหมายใดบอกว่าต้องทำอะไร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47443</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรอบงบประมาณปี 63, ดร.วิษณุ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d95a90a558b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44924</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2019 17:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2019 17:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เห็นชอบวงเงิน 3.2 ล้านล้าน งบประมาณปี 63 ยุทธศาสตร์ 7 ด้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.62- &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.มีมติเห็นชอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 โดยหน่วยราชการต่างๆได้ส่งคำของบประมาณรวมทั้งสิ้น 5.1 ล้านล้านบาท แต่รัฐบาลสามารถดำเนินการได้อยู่ที่ 3.2 ล้านล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
โดยแยกเป็นงบประมาณด้านยุทธศาสตร์ 7 ด้าน 1.ด้านความมั่นคง 428 ,219 ล้านบาท 2.ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 380 ,418 ล้านบาท 3.ด้านการพัฒนา และเสริมสร้างศักยภาพและทรัพยากรมนุษย์ 570,528 ล้านบาท 4.ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 766 ,269 ล้านบาท 5.ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิต ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 118,576 ล้านบาท 6.ด้านการปรับสมดุล และพัฒนาระบบ การบริหารจัดการภาครัฐ 504,657 ล้านบาท และ 7. ด้านการค่าดำเนินการภาครัฐ 431,336 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยงบประมาณที่ใช้มากที่สุดคือยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาค คิดเป็นร้อย 23.9 &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม กระทรวงที่ได้งบประมาณสูงสุดคือกระทรวงศึกษาธิการ วงเงิน 368,660 ล้านบาท &amp;nbsp;โดยหลังจากนี้แต่ละกระทรวงต้องไปปรับรายละเอียดให้เหมาะสมตามกรอบวงเงินที่ได้รับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44924</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรอบงบประมาณปี 63, งบ 3.2 ล้านล้านบาท, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, โฆษกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6e3afaacf1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
