<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2019 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2019 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“คลัง” สั่งลุย 5 ปีกู้อุตลุด 1.2 ล้านล้านอุ้มแผนปฏิรูปประเทศ-เศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย. 2562 นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ว่า ได้มอบนโยบายให้แก่ สบน.&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เรื่องสำคัญ ได้แก่&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;แผนการกู้เงินในระยะ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีข้างหน้าที่ถือเป็นเรื่องสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และเศรษฐกิจ ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากถึง&amp;nbsp;1.2&amp;nbsp;ล้านล้านบาท ดังนั้น สบน. มีบทบาทสำคัญในการช่วยจัดหาแหล่งเงินกู้ให้หน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ เฉลี่ยปีละ&amp;nbsp;1.5-2&amp;nbsp;แสนล้านบาท โดยต้องบริหารไม่ให้เกิดการสะดุดเพื่อไม่ให้กระทบแผนในการปรับเปลี่ยนประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;การเตรียมความพร้อมรับความผันผวนของเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลก โดยต้องยอมรับว่าปัจจุบันมีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ตลาดการเงินและตลาดทุนโลกผันผวน มีผลกระทบตลาดทุน และหุ้นกู้ทั้งโลก ดังนั้น สบน. ต้องต้องจับตาดูปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะมีผลกระทบกับไทยอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สถานการณ์ในตลาดการเงินโลกที่มีความผันผวนในขณะนี้ สบน.ต้องติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบันปริมาณหนี้สาธารณะของไทย อยู่ที่ 6 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 41%&amp;nbsp;ต่อจีดีพี ดังนั้นหากดอกเบี้ยมีการเปลี่ยนแปลงก็จะมีผลกระทบต่อต้นทุน แต่หากใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์ก็จะเป็นผลดีกับประเทศไทยได้&amp;rdquo; นายอุตตม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สบน. ยังต้องรักษาวินัยการเงินการคลัง โดยขณะนี้สัดส่วนหนี้สาธารณะยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยทางการเงินการคลัง แต่อยากให้มองยาวไปถึง 5 ปีข้างหน้า ที่ประเทศไทยจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก จึงต้องรักษากรอบวินัยดังกล่าวนี้ไว้ โดยเบื้องต้นประเมินว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยใน 5 ปีข้างหน้า จะอยู่ไม่เกิน 47-48%&amp;nbsp;ของจีดีพี ภายใต้จีดีพีขยายตัวเฉลี่ยปีละ 4%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตม กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;ได้สั่งให้ สบน. พยายามหาแหล่งเงินกู้สำรองเพิ่มขึ้น โดยเน้นแหล่งเงินกู้ภายในประเทศเป็นหลัก เพราะไม่มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;การติดตามการปฏิบัติงานในด้านการลงทุนของหน่วยงานที่ สบน. ไปช่วยกู้เงิน โดยขณะนี้การเบิกจ่ายเพื่อลงทุนยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย สบน. ต้องติดตามให้มีการเบิกจ่ายเงินลงทุนให้ได้มากที่สุด ต้องประสานกรมบัญชีกลางให้มีการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามแผน เพราะถ้ากู้แล้วเอาเงินมากองจะไม่เป็นผลดี การกู้ต้องสอดรับกับการใช้เงิน ให้มีระบบติดตามอย่างใกล้ชิด

5.&amp;nbsp;การนำเทคโนโลยี โดยเฉพาะบล็อกเชนเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกนักลงทุน และสร้างฐานข้อมูล (บิ๊กดาต้า) ในการเก็บข้อมูลการกู้เงิน ผู้ถือครองพันธบัตรในเชิงลึก จะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ในการติดตามทิศทางของตลาดพันธบัตรที่มีมูลค่า&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ล้านล้านบาทของประเทศไทยว่ามีการเคลื่อนไหวอย่างไร

&amp;ldquo;สบน. จะกู้เงินในประเทศเป็นหลัก ไม่เน้นการกู้เงินต่างประเทศ การที่ประเทศไทยกู้ลงทุนมากเพื่อปฏิรูปประเทศ และมีการรักษาวินัยการเงินการคลังไว้ได้ จะทำให้นักลงทุนทั้งในและนอกประเทศมั่นใจเศรษฐกิจไทยมากขึ้น&amp;rdquo; นายอุตตม กล่าว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45721</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรอบวินัยการเงินการคลัง, กระทรวงการคลัง, กู้เงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190909/image_big_5d75d756815ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9955</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2018 08:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2018 08:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> รัฐบาลตีกรอบวินัยการเงินการคลังรัฐเข้ม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตีกรอบวินัยการเงินการคลังภาครัฐ ขีดเส้นงบกลาง ต้องไม่น้อยกว่า 2% แต่ไม่เกิน 3.5% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี สัดส่วนหนี้สาธารณะไม่เกิน 60%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิชญ โรจนวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ ครั้งที่ 1/2561 &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2561 โดยมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ตามพ.ร.บ. ว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ ซึ่งให้รัฐต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ฐานะการเงิน การคลังของประเทศมีเสถียรภาพและมั่นคงอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้มีมติในเรื่องเกี่ยวกับกรอบวินัยการเงินการคลังที่สำคัญโดยได้กำหนดสัดส่วนต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ สัดส่วนสำหรับใช้เป็นกรอบวินัยในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี ประกอบด้วยสัดส่วนงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นต้องไม่น้อยกว่า 2.0% แต่ไม่เกิน 3.5% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สัดส่วนงบประมาณเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ของรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐซึ่งรัฐบาลรับภาระต้องไม่น้อยกว่า 2.5% แต่ไม่เกิน 3.5% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี รวมถึงสัดส่วนการก่อหนี้ผูกพันงบประมาณรายจ่ายข้ามปีงบประมาณไม่เกิน &amp;nbsp;10% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี และสัดส่วนการก่อหนี้ผูกพันเกินกว่าหรือนอกเหนือไปจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายงบประมาณรายจ่ายไม่เกิน 5% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสัดส่วนที่ใช้เป็นกรอบวินัยในการมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐดำเนินงานซึ่งรัฐบาลรับภาระที่จะชดเชยค่าใช้จ่ายหรือการสูญเสียรายได้ให้ โดยกำหนดอัตราการชดเชยค่าใช้จ่ายหรือการสูญเสียรายได้ของหน่วยงานของรัฐในการดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมายต้องมียอดคงค้างรวมกันไม่เกินอัตรา 30% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิชญ กล่าวอีกว่า คณะกรรมการยังกำหนดสัดส่วนเพื่อใช้เป็นกรอบวินัยในการบริหารหนี้ประกอบด้วย สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี ต้องไม่เกิน &amp;nbsp;60% สัดส่วนภาระหนี้ของรัฐบาลต่อประมาณการรายได้ประจำปีงบประมาณ ต้องไม่เกิน 35% และสัดส่วนหนี้สาธารณะที่เป็นเงินตราต่างประเทศต่อหนี้สาธารณะทั้งหมด ต้องไม่เกิน 10% รวมถึงสัดส่วนภาระหนี้สาธารณะที่เป็นเงินตราต่างประเทศต่อรายได้จากการส่งออกสินค้าและบริการ ต้องไม่เกิน &amp;nbsp;5%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ได้จัดทำแผนการคลังระยะปานกลาง โดยมีเป้าหมายการคลัง คือ &amp;ldquo;การจัดทำงบประมาณแบบสมดุล&amp;rdquo; ทั้งนี้ รายละเอียดในแผนการคลังระยะปานกลางประกอบด้วย สถานะและประมาณการเศรษฐกิจ สถานะและประมาณการการคลัง สถานะหนี้สาธารณะ และภาระผูกพันทางการเงินการคลังของรัฐบาล โดยแผนการคลังระยะปานกลางดังกล่าวจะต้องนำไปเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาการจัดทำกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี และให้หน่วยงานของรัฐนำไปใช้ประกอบการพิจารณาจัดเก็บหรือหารายได้ การจัดทำงบประมาณ และการก่อหนี้ของหน่วยงานของรัฐต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9955</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรอบวินัยการเงินการคลัง, กระทรวงการคลัง, ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, รัฐบาล, สศค., สุวิชญ โรจนวนิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180214/image_big_5a8429e9ae20b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
